ซีพีเอฟ ร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รับ‘วันคุ้มครองโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726216

ซีพีเอฟ ร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รับ‘วันคุ้มครองโลก’

ซีพีเอฟ ร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รับ‘วันคุ้มครองโลก’

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากร ดิน น้ำ ป่าไม้ เดินหน้าดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยกระดับประสิทธิภาพ กระบวนการผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อลดการใช้ทรัพยากร ร่วมปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำและป่าชายเลน ลดปัญหาขยะพลาสติกและขยะในทะเล        

22 เมษายนของทุกปี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Environment Program : UNEP)กำหนดให้เป็นวันคุ้มครองโลกหรือ Earth Day เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็นสำคัญในปีนี้คือ “Invest in our planet” หรือลงทุนในโลกของเรา ซึ่งทุกคนสามารถมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อโลก        

กอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโลกและธุรกิจ ซึ่งซีพีเอฟตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ถือเป็นต้นทางการผลิตอาหารทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ อาทิ มุ่งเน้น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ยึดหลัก 3Rs คือ ลดการใช้น้ำ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) รวมถึงการร่วมจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเชิงรุกทั้งระยะยาวและระยะสั้น เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ อาทิ ยกเลิกการใช้ถ่านหิน 100% สำหรับกิจการในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการในการก้าวสู่องค์กรลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2050         

ซีพีเอฟ ได้ประกาศนโยบายต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าเป็นศูนย์ กำหนดเป้าหมาย 100% ของการจัดหาวัตถุดิบหลักทางการเกษตร ได้แก่ ข้าวโพด ปลาป่น น้ำมันปาล์ม กากถั่วเหลือง และมันสำปะหลัง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าไม่มาจากแหล่งที่มีการตัดไม้ทำลายป่า โดยในปี 2565 สำหรับกิจการในประเทศไทย 100% ของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงพื้นที่เพาะปลูก นอกจากนี้ บริษัทฯร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและป่าชายเลนเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กรช่วยกันปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการทั้งในประเทศไทยและกิจการต่างประเทศ            

กอบบุญกล่าวเพิ่มเติมว่า ซีพีเอฟยังให้ความสำคัญกับโครงการต้นแบบในการเปลี่ยนของเสียเป็นพลังงานทดแทน โดยปัจจุบันฟาร์มสุกรทั้ง 98 แห่ง และคอมเพล็กซ์ไก่ไข่ 7 แห่ง นำก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากระบบก๊าซชีวภาพไปผลิตกระแสไฟฟ้าและนำกลับมาใช้ในฟาร์มเลี้ยงสุกรและไก่สามารถทดแทนไฟฟ้าได้ 69 ล้านหน่วย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 490,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และจะขยายผลไปใช้กับกิจการในต่างประเทศ ในส่วนของการมีส่วนร่วมพิทักษ์ท้องทะเล ซีพีเอฟได้ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศ ดำเนินโครงการ Restore the Ocean เพื่อจัดการแก้ปัญหาขยะพลาสติกและขยะในทะเล โดยตลอดปี 2565 สถานประกอบการของบริษัทฯทำกิจกรรมเก็บขยะในทะเลได้รวม 15,973 กิโลกรัมมาจากกิจกรรมเก็บขยะชายหาด 12,823 กิโลกรัม กิจกรรมกับดักขยะทะเล 3,150 กิโลกรัม      

“ในโอกาสวันที่ 22 เมษายน ซึ่งตรงกับวันคุ้มครองโลก เป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกคนที่จะต้องช่วยกันดูแลและปกป้องโลกใบนี้” กอบบุญ กล่าว

เซเลบฯ ค้นพบความลับ‘ศาสตร์แห่งกล้วยไม้’สู่ Guerlain เซรั่มเข้มข้น ปฏิบัติการเหนือชั้นยกกระชับ ยืดอายุเซลล์ผิว ฟื้นฟูสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงผิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726183

เซเลบฯ ค้นพบความลับ‘ศาสตร์แห่งกล้วยไม้’สู่ Guerlain เซรั่มเข้มข้น ปฏิบัติการเหนือชั้นยกกระชับ ยืดอายุเซลล์ผิว ฟื้นฟูสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงผิว

เซเลบฯ ค้นพบความลับ‘ศาสตร์แห่งกล้วยไม้’สู่ Guerlain เซรั่มเข้มข้น ปฏิบัติการเหนือชั้นยกกระชับ ยืดอายุเซลล์ผิว ฟื้นฟูสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงผิว

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

GUERLAIN (เกอร์แลง) แบรนด์ความงามระดับสูงจากฝรั่งเศสในเครือ LVMH นำโดย วรรษา ตั้งนิมิตโชคผู้จัดการทั่วไปแบรนด์เกอร์แลง จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Orchidée Impériale Micro-Lift Concentrate เซรั่มประสิทธิภาพเข้มข้นสูตรใหม่กับการค้นพบความลับของ “ศาสตร์แห่งกล้วยไม้” จากสถาบันวิจัย Orchidarium®ของ เกอร์แลง สู่ปฏิบัติการเหนือชั้นในการยกกระชับ ยืดอายุเซลล์ผิว และฟื้นฟูสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงผิว ด้วย Orchid Totum™ Molecular Extract โมเลกุลสกัดมวลรวมและอณูแคปซูล 12,000 แคปซูล พร้อมชวนเซเลบริตี้และคนดัง อาทิ กระติ๊บ-ชวัลกรวรรธนพิสิฐกุล, ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ, เจนิส-เจณิสตา พรหมผดุงชีพ, ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก, เปิ้ล-จริยดี สเปนเซอร์,เอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ภิญญาดา จันทร์แจ่มจรูญ ร่วมงานด้วย ณ เดอะ กลาส เฮาส์ แอท ปาร์คนายเลิศ

วรรษา ตั้งนิมิตโชค ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์เกอร์แลง กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2006 หรือ เมื่อ 18 ปีก่อน Guerlain (เกอร์แลง) ได้ก่อตั้ง “สถาบันวิจัย Orchidarium®” (ออร์คิดาเรียม) ขึ้น และได้ค้นคว้าวิจัยและบ่มเพาะพัฒนาศาสตร์แห่ง “กล้วยไม้” (Orchid’s Science) ดอกไม้ที่ได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งมวลพฤกษา” ดอกไม้ที่มีความแข็งแกร่งในการปรับตัวสูงสุดจนได้รับการจัดให้เป็น Fibonacci Flower (ฟิโบแน็กซี ฟลาเวอร์)อันหมายถึง ไม้ดอกที่มีวงจรชีวิตยังชีพอยู่รอดได้ในทุกสภาวการณ์ ราวกับไม่มีวันตาย การค้นพบความลับของดอกกล้วยไม้เลอค่าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวครั้งแรกขึ้นในชุดผลิตภัณฑ์ Orchidée Impériale ที่มีประสิทธิภาพเข้มข้นในการฟื้นบำรุงความงามระดับสูง โดยทางสถาบันวิจัย Orchidarium® ของ Guerlain ได้เก็บรวบรวมตัวอย่างกล้วยไม้จากทั่วโลกมากกว่า 3,000 สายพันธุ์ จนได้พบกล้วยไม้ 2 สายพันธุ์ที่มีอายุยืนยาวเป็นพิเศษและได้พัฒนาค้นคว้ากระบวนการวิเคราะห์จัดระเบียบโครงสร้างการเรียงตัวของโมเลกุลของกล้วยไม้ 2 สายพันธุ์นี้จนสามารถกำหนด 42 โมเลกุลปฏิบัติการและนำมาพัฒนาขึ้นเป็น “โมเลกุลสกัดมวลรวม” หรือ Orchid Totum™ Molecular Extract สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Orchidée Impériale ที่ช่วยฟื้นฟูสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงผิว กระชับเนื้อผิว และยกเนื้อผิวให้อิ่มเอิบ

ล่าสุดในปี 2023 ทางสถาบันวิจัย Orchidarium® (ออร์คิดาเรียม) ของ Guerlain ได้ก้าวล้ำรุดหน้าไปอีกขั้นในการพัฒนาศาสตร์แห่งกล้วยไม้ ด้วยการหลอมรวมโมเลกุลสกัดจากทุกองค์ประกอบของกล้วยไม้ 2 สายพันธุ์ ตั้งแต่ ราก ไปจนถึง ลำต้น กิ่งก้าน ปลายใบ และยอดดอก โดย เซรั่ม Micro-Lift Concentrate สูตรสัมผัสแบบไมโครฟลูอิด หลังใช้ ผิวจะได้รูปทรงคมชัดสามมิติ : ฟื้นฟูการสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงผิว, กระชับผิว, ให้ผิวแลดูอิ่มเอิบ ผิวจะได้รับการปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน รู้สึกได้ในทันทีว่าสภาพผิวแลดูอิ่มเอิบยิ่งขึ้น นุ่มกระชับ เรียบเนียนเกลี้ยงเกลา ละมุนละไมดุจแพรไหม มีน้ำมีนวลอย่างเห็นได้ชัด เป็นความมหัศจรรย์ทางประสบการณ์ของการใช้ผลิตภัณฑ์ถนอมผิวอย่างแท้จริง ด้วยประสิทธิภาพของโมเลกุลสกัดมวลรวม Orchid Totum Molecular Extract ที่เข้มข้นกว่าสูตรครีมถึง 2 เท่าจากกล้วยไม้ 2 สายพันธุ์

ด้านเซเลบริตี้คนดังที่ได้ร่วมค้นพบความลับของศาสตร์แห่งกล้วยไม้ของ เกอร์แลง อย่าง กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล กล่าวว่า “มีโอกาสได้ใช้ชุดผลิตภัณฑ์ Orchidée Impériale ของเกอร์แลง ช่วงที่เข้าไปทดลองนวดหน้าที่เกอร์แลง สปา เป็นครั้งแรก สัมผัสได้ว่าผิวได้รับการฟื้นบำรุงความแข็งแรงให้ผิวแลดูเต่งตึงตั้งแต่ครั้งแรก จนช่างแต่งหน้าที่แต่งหน้าให้ทุกวันยังทักว่าไปทำอะไรมา ทำไมหน้าดูยกกระชับมากกว่าเมื่อวาน ตอนนั้นเข้าใจเลยว่าสวยด้วยมือเป็นอย่างไร และจากนั้นก็ใช้เซรั่ม Micro-Lift Concentrate มาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะเมื่อเราอายุเข้าปีที่ 35 จะดูแลเหมือนตอนเด็กๆ ไม่ได้ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องถูกคิดค้นมาเพื่อกระชับผิวให้ได้รูปทรง แลดูอิ่มเอิบเพราะแต่ละวันเราต้องเจอกับคลื่นความร้อน มลภาวะ PM2.5 ที่ทำให้ผิวระคายเคืองง่าย เพราะฉะนั้นทุกการดูแลวันนี้ผิวเราต้องแข็งแรงจากภายในจริงๆ ถึงจะเอาอยู่”

Guerlain Orchidée Impériale Micro-Lift Concentrate สูตรใหม่ เนื้อสัมผัสบางเบาหรูหราอันทรงเอกลักษณ์ มีจำหน่ายแล้วที่ เคาน์เตอร์ Guerlain ทุกสาขา หรือสั่งซื้อได้ทางช่องทางออนไลน์ Central Online: https://bit.ly/3E1s7ss Sephora Online : sephora.co.th/Guerlain และ Line Official Account @guerlainth

เพียเจต์เปิดตัวบูติกคอนเซ็ปต์ใหม่‘Salon Piaget’ใจกลางสยามพารากอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726210

เพียเจต์เปิดตัวบูติกคอนเซ็ปต์ใหม่‘Salon Piaget’ใจกลางสยามพารากอน

เพียเจต์เปิดตัวบูติกคอนเซ็ปต์ใหม่‘Salon Piaget’ใจกลางสยามพารากอน

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Piaget (เพียเจต์) แบรนด์นาฬิกาและเครื่องประดับจากสวิส ประกาศเปิดตัวบูติกคอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เรียกว่าเป็นการกลับมาเปิดให้บริการบูติก ณ สยามพารากอน อีกครั้ง และเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ในไทย เพื่อส่งมอบประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบให้กับลูกค้าของเพียเจต์โดยเฉพาะ

“Salon Piaget” คือคอนเซ็ปต์ของบูติกทั่วโลกที่แบรนด์หยิบมาสะท้อนค่านิยมและดีเอ็นเอหลัก อย่าง Maison of Extraleganza! โดยถอดแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากคำว่า “Salon” ในภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่าห้องนั่งเล่น บูติกโฉมใหม่แห่งนี้ จึงไม่ใช่แค่พื้นที่จัดแสดงผลงานจิวเวลรี่และเรือนเวลาเท่านั้น แต่ยังเสมือนเป็นจุดนัดพบที่พร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่หลงใหลใน Savoir-faire และความคิดสร้างสรรค์อันแสนขบถของแบรนด์

บูติกคอนเซ็ปต์ใหม่ตั้งอยู่ที่ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน บนพื้นที่ราว 70 ตร.ม. ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินและสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผนังโดยรอบเล่นลวดลายที่สะท้อนถึงหัตถศิลป์เก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ปี 1961 อย่าง Palace Décor หนึ่งในลายเซ็นที่สร้างชื่อให้กับเพียเจต์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคนิคการแกะสลักลวดลายกิโยเช่ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกา ส่งมอบลวดลายที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกทั้งยังมอบสัมผัสที่งดงามราวกับเส้นไหม

เพื่อนำเสนอความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดและแสดงความเคารพต่อมรดกของเมซง องค์ประกอบต่างๆ ไปจนถึงการจัดวาง ถูกตีความมาอย่างละเอียดลออเช่นกัน อาทิ การโอบล้อมผู้มาเยือนไว้ในจักรวาลของเพียเจต์ด้วยการตกแต่งที่ผสานโทนสีทองและสีซิกเนเจอร์บลูไว้ด้วยกัน สร้างบรรยากาศอันอบอุ่นด้วยเอฟเฟกท์แสงที่ละมุนตา เติมเต็มความสง่างามด้วยลูกเล่นของ Raw Stones โดยเฉพาะไอคอนนิคไอเท็มจากคอลเลคชั่น Possession รวมถึงโชว์เคสไฮจิวเวลรี่ในคอลเลคชั่น Treasures ที่มีวางจำหน่ายที่บูติกของแบรนด์เท่านั้น อย่างสร้อยคอและตุ้มหูประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงินและเพชรทรง มาร์คีส์ ซิกเนเจอร์คัตเลื่องชื่อของเมซง

เอ็มมานูเอล คูอาคู (Emmanuelle Kouakou) กรรมการผู้จัดการ เพียเจต์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียกล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว “Salon Piaget” บูติกคอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรกในประเทศไทย ณ สยามพารากอนศูนย์กลางการช้อปปิ้งที่เป็นหมุดหมายของนักเดินทางทั่วโลก ซึ่งนับเป็นอีกก้าวแห่งความสำเร็จในการสานต่อวิสัยทัศน์และเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์มาสู่ประเทศไทย เราหวังว่าจะได้ต้อนรับและแบ่งปันความเชี่ยวชาญและมรดกของเมซงให้ทุกท่านได้สัมผัส”

เพียเจต์เปรียบดั่งวิถีชีวิตที่หลอมรวมความเชี่ยวชาญที่มีมายาวนาน งานฝีมือ และความประณีตเข้าไว้ด้วยกันดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ทั้งร่วมสัมผัสแก่นแท้ในการสร้างสรรค์เครื่องประดับและเรือนเวลาในแบบฉบับเพียเจต์ ณ “Salon Piaget” บูติกคอนเซ็ปต์ใหม่ใจกลางสยามพารากอน ที่พร้อมต้อนรับการมาเยือนของเหล่าลูกค้าและมิตรสหายคนสำคัญ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

มุ่งสร้างความยั่งยืน‘มารีเมกโกะ’คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2023 การพบกันของศิลปะและเทคโนโลยี ด้วยวัสดุที่ทำด้วยความรับผิดชอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726211

มุ่งสร้างความยั่งยืน‘มารีเมกโกะ’คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2023  การพบกันของศิลปะและเทคโนโลยี ด้วยวัสดุที่ทำด้วยความรับผิดชอบ

มุ่งสร้างความยั่งยืน‘มารีเมกโกะ’คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2023 การพบกันของศิลปะและเทคโนโลยี ด้วยวัสดุที่ทำด้วยความรับผิดชอบ

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มารีเมกโกะ (Marimekkio) เปิดตัวคอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2023 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Neo Futurism (นีโอ ฟิวเจอร์ริสม์)กับการพบกันของศิลปะและเทคโนโลยี รวบรวมลายพิมพ์ที่มาจากโลกยูโทเปียและสถาปัตยกรรม ผสานกับซิลลูเอ็ตที่มีโครงสร้างละม้ายคล้ายลูกไม้อันอ่อนช้อยและความโค้งมนที่สร้างจังหวะและลวดลายซ้ำ โดยจะเห็นเด่นชัดบนลายพิมพ์และลวดลายต่างๆ อีกทั้ง ยังได้ Landon Metz (แลนดอน เม็ตซ์) ศิลปินจากนิวยอร์ก มาร่วมออกแบบแคปซูลคอลเลคชั่นด้วยลายพิมพ์ที่สเกลใหญ่ขึ้นบนเดรสไอคอนิคของมารีเมกโกะให้เป็นผลงานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้ คอลเลคชั่นนี้ยังได้รวมเอาวัสดุที่ทำด้วยความรับผิดชอบและการย้อมสีแบบทางเลือก เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของมารีเมกโกะที่จะสร้างความยั่งยืน

แคปซูล คอลเลคชั่นโดย Landon Metz

แลนดอน เม็ตซ์ ศิลปินจากนิวยอร์กได้จัดวางลวดลายการออกแบบโดยการทำซ้ำบนเสื้อผ้ามารีเมกโกะ ทำให้เกิดการตีความปรัชญาแบบฉบับของมารีเมกโกะด้วยมุมมองสดใหม่ ผ่านการใช้เดรสเป็นผืนผ้าใบผลิตงานศิลปะ แคปซูลคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วยเดรสสี่ชุด เสื้อสามตัว และกระโปรงหนึ่งตัว ที่ผลิตจากผ้าฝ้ายออร์กานิกซึ่งไม่ผ่านการฟอก โดยพิมพ์ลวดลาย ณ โรงพิมพ์ผ้าของมารีเมกโกะที่เมืองเฮลซิงกิ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณภาพของเสื้อผ้าที่พิมพ์ออกมาจะเหมือนกับภาพวาดมากที่สุด นอกจากนี้ลายพิมพ์ของเม็ตซ์ยังอยู่บนแอคเซสซอรี่สุดไอคอนิคของมารีเมกโกะ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าคาร์ลา (Karla bag) และผ้าพันคอไหมที่นักสะสมชื่นชอบ

ลายพิมพ์และสีสันประจำฤดูกาล

ลายพิมพ์ของคอลเลคชั่นนี้ ส่วนใหญ่มาจากงานศิลปะของแลนดอน เม็ตซ์ ซึ่งออกแบบพิเศษมาเพื่อคอลเลคชั่นนี้ โดยเม็ตซ์เป็นที่รู้จักจากงานศิลปะสุดแอบสแตรกท์ ด้วยเทคนิคการย้อมบนผืนผ้าใบที่เขาพัฒนาจนกลายมาเป็นรูปร่างสุดมินิมอลที่มีไดนามิคเป็นของตนเอง เทคนิคอันถือได้ว่าเป็นลายเซ็นของเขานั้นมีความงามเหมือนกับสีน้ำ และยังได้ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับโทนสีและการฟินิชชิ่งสีต่างๆ ของเสื้อผ้าในคอลเลคชั่น โดยสีประจำซีซั่นนี้สื่อถึงการมองโลกในแง่ดีและความหวัง โดยรวมเอาสีหลักแสนสดใสอย่าง น้ำเงินเนวี แดงป๊อปปี้ และสีเหลืองแห่งดวงอาทิตย์ ผสานเข้ากับสีพาสเทลของดอกโปยกั๊ก ฟ้าอินดิโกและสีชมพูพริมโรส จนกลายเป็นความสงบนิ่งท่ามกลางเสียงอึกทึก และความงามของผ้าที่ไม่ผ่านการฟอกก็ทำให้ชิ้นงานศิลปะสามารถเปล่งประกายได้อย่างเต็มที่

นอกจากลายพิมพ์ของเม็ตซ์แล้ว คอลเลคชั่นนี้ยังได้รวมเอาลายพิมพ์แอบสแตรกท์จากอาร์ไคฟ์ของมารีเมกโกะ อย่างลายพิมพ์ Kukka (กุ๊กกะ-ดอกไม้ โดย Annika Rimala (อันนิกา ริมาลา) ลายพิมพ์ Kevättalkoot (เกแว็ตตัลโกต) กับการพักปาร์ตี้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดย Fujiwo Ishimoto (ฟูจิโว อิชิโมโต) ลายพิมพ์ Demeter (ดีมีเทอร์) โดย Katsuji Wakisaka (คัตสุจิ วากิซากะ) และลายพิมพ์ Pulloposti (ปุลโลโปสติ) หรือข้อความในขวดแก้ว โดย Maija Isola (ไมย่า อิโซล่า) นอกจากนั้นยังมีลายพิมพ์ฮีโร่ประจำซีซั่นนี้อีก ได้แก่ Joonas (ยอนัส) ซึ่งเป็นลายพิมพ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงแดดที่เริงระบำอยู่บนเกลียวคลื่น โดย Maija Isola (ไมย่า อิโซล่า) และลายพิมพ์ Leikko (เลกโกะ) ที่สื่อถึงดอกไม้ที่ถูกตัดแล้ว โดย Erja Hirvi (เอร์ยา ฮีร์วิ) รวมเข้ากับลายพิมพ์ที่เหมือนกับลูกไม้อย่าง Rentukka (เร็นตุกกะ) หรือดอกคิงส์คัพ โดย Kaarina Kellomäki (การ์รินา เกลโลแมกิ) ที่ได้กลายเป็นการประยุกต์แฟชั่นลวดลายฉลุที่เกือบจะเหมือนผลงานสามมิติ

ไฮไลท์ประจำซีซั่น

มารีเมกโกะ ได้นำเสนอชุดว่ายน้ำที่ใช้เส้นใย ECONYL© ซึ่งสามารถป้องกันรังสียูวีได้ โดยเป็นเส้นใยไนลอนที่ผลิตด้วยขยะจากท้องทะเลและบ่อขยะ อาทิ พลาสติกจากอุตสาหกรรม เศษผ้าจากการผลิตเสื้อผ้าในอุตสาหกรรมต่างๆนอกจากนี้ยังมีชุดว่ายน้ำที่ออกแบบมาในรูปแบบโมดูลาร์ที่แยกชิ้นใส่ได้ และยังสามารถจับคู่เข้ากับ Ready-to-wear ได้อีกด้วย โดยชุดว่ายน้ำได้ถูกออกแบบมาในหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบสปอร์ตคลาสสิก ชุดบิกินี เสื้อว่ายน้ำแขนยาว และชุดว่ายน้ำแบบมีสายพาด ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 70 สำหรับลายพิมพ์ของซีซั่นนี้คือ Unikko (อุนิกโกะ)สุดไอคอนิคที่มาในสองสี และ Joonas (โจนาห์) โดย Maija Isola (ไมย่า อิโซล่า)

วัสดุและความยั่งยืน

เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของมารีเมกโกะที่จะสร้างความยั่งยืน คอลเลคชั่นนี้จึงได้รวมเอาวัสดุที่ทำด้วยความรับผิดชอบ และการย้อมสีแบบทางเลือก โดยมารีเมกโกะตั้งมั่นที่จะใช้วัสดุที่ไม่ฟอกสีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลดการใช้สารเคมีให้ได้มากที่สุด พร้อมนำเสนอการย้อมสีธรรมชาติเพิ่มเข้ามาในซีซั่นนี้อันได้แก่ ต้นหลิวและต้นเบญกานี รวมถึงครามแบบฟินแลนด์อีกด้วย ซึ่งมารีเมกโกะได้ทดลองใช้ไปแล้วในซีซั่นก่อนหน้าอีกทั้ง คอลเลคชั่นนี้ยังมีสินค้าที่ทำมาจากวัสดุเพื่อความยั่งยืนอย่าง LENZING™ ECOVERO™ ซึ่งผลิตด้วยเส้นใยวิสโคสที่ได้จากไม้และเยื่อไม้จากแหล่งที่มีการรับรองและควบคุม โดยการผลิตเส้นใยวิสโคสจาก LENZING™ ECOVERO™ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้น้ำได้มากถึงร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นใยวิสโคสทั่วไป

มารีเมกโกะคอลเลคชั่นล่าสุด อวดโฉมแล้วที่ Marimekko ทุกสาขา รวมทั้งช่องทางออนไลน์ Line Official : @marimekko.th, Instagram และ Facebook : Marimekko Thailand

จัดเต็มทีเด็ด! มิสแกรนด์ไทยแลนด์รอบชุดประจำจังหวัด แต่ละชุดพีคมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726291

จัดเต็มทีเด็ด! มิสแกรนด์ไทยแลนด์รอบชุดประจำจังหวัด แต่ละชุดพีคมาก

จัดเต็มทีเด็ด! มิสแกรนด์ไทยแลนด์รอบชุดประจำจังหวัด แต่ละชุดพีคมาก

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.25 น.

จัดเต็มทีเด็ด! มิสแกรนด์ไทยแลนด์รอบชุดประจำจังหวัด แต่ละชุดพีคมาก 

เรียกเสียงฮือฮากันอีกครั้ง สำหรับเวที Miss Grand Thailand 2023 ในรอบชุดประจำจังหวัด เมื่อค่ำวันที่ 23 เมษายนผ่านมา เพื่อค้นหา ชุดประจำชาติ (Miss Grand Thailand 2023 : National Costume Competition) 

แน่นอนว่าแต่ละจังหวัดก็งัดทีเด็ดออกมาฟาดฟันกันแบบสุดฤทธิ์ มิสแกรนด์เลยที่ออกมาในชุดหญิงชาวบ้านธรรมดาๆด้วยชูป้ายที่มีข้อความว่า “คอรัปชั่น 8 ปี บวชชีดีกว่า” ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นชุดบวชชี หรือจะเป็นมิสแกรนด์จากบุรีรัมย์ ก็มาโคฟเวอร์มาในชุด “ลิซ่า” ซิ่งมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่สื่อถึงสนามแข่งรถ ตบท้ายด้วยการโชว์ “ลูกชิ้นยืนกิน” มิสแกรนด์สิงห์บุรีพรีเซนต์ได้งดงามจริงๆในชุด “พญาราชสีห์”

ส่วนมิสแกรนด์สระบุรีก็มาในชุดที่มีลูกเล่นสุดๆเหมือนยกทุ่งทานตะวันมาทั้งจังหวัด และต้องบอกว่าได้รับเสียงชื่นชมว่าพรีเซนต์ได้ดีมากกับชุดไข่มุกอันดามัน ของมิสแกรนด์ภูเก็ต และชุดนี้ก็ถูกใจสายมูสุดๆ ด้วยการแก้บนด้วยไข่ต้มและนางรำของวัดหลวงพ่อโสธร จากมิสแกรนด์จังหวัดฉะเชิงเทรา (คลิกชมทั้ง 77 จังหวัด)  -009

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ : BeautyQueen

ขอบคุณภาพจากเพจ : BeautyQueen

ขอบคุณภาพจากเพจ : BeautyQueen

ขอบคุณภาพจากเพจ : BeautyQueen

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

ขอบคุณภาพจากเพจ Miss Grand Thailand

‘ดอม’โชว์ดราม่าจัดเต็ม‘ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน’ ชื่นชมนักแสดงรุ่นน้องตั้งใจสวมบทบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726199

‘ดอม’โชว์ดราม่าจัดเต็ม‘ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน’ ชื่นชมนักแสดงรุ่นน้องตั้งใจสวมบทบาท

‘ดอม’โชว์ดราม่าจัดเต็ม‘ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน’ ชื่นชมนักแสดงรุ่นน้องตั้งใจสวมบทบาท

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นนักแสดงมากฝีมือที่รับบทหนักมานับไม่ถ้วน แต่การแสดง คือ การเรียนรู้ ดอมเหตระกูล จึงไม่หยุดพัฒนาฝีมือในทุกๆ บทบาทที่ได้รับ ล่าสุดในละคร ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน แฟนละครช่อง 7HD ต้องปาดน้ำตากับบท “เสนาะ” หนุ่มสู้ชีวิต จนเงินแต่ไม่จนน้ำใจ แม้ชีวิตจะพลิกผันจนตัวเองต้องติดคุก แต่เสนาะไม่เคยท้อที่จะทำความดี พร้อมสอนลูกๆ ทั้ง 4 คน ให้เป็นคนมีน้ำใจและเชื่อมั่นในการทำดีอีกด้วยโดย ดอม ได้เปิดใจถึงการรับบทนี้ว่า

“โลกเราปัจจุบันมีแต่เรื่องเครียดๆ สารพัดปัญหาชีวิตรุมเร้า ทุกครอบครัวไม่ว่าจะยากดีมีจนต้องเจอกันหมด แค่ต่างกรรมต่างวิถีกัน แต่หลายๆ ปัญหาในสังคมกลับมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของ “เสนาะ” ซึ่งเป็นบทที่ผมได้รับในละครเรื่องนี้ หลายคนก็คงเห็นชีวิตเสนาะไปบ้างแล้ว เขาเป็นคนที่เชื่อในความดี ความซื่อสัตย์ เป็นคนขยันอดทนสู้ชีวิต เพื่อความกตัญญูยอมเอาตัวเองรับผิด ติดคุกแทนลูกของผู้มีพระคุณ และถึงชีวิตของเขาจะเจอปัญหาเข้ามา เขาไม่เคยท้อ แล้วยังสอนลูกๆ ให้เป็นคนดีแม้จะถูกมรสุมชีวิตสู้กลับนับไม่ถ้วนก็ยังยึดมั่นยังเชื่อว่าทำดีต้องได้ดี ฟีดแบ๊กของละครที่กลับมาส่วนใหญ่ในโลกโซเชียลก็จะส่งกำลังใจให้เสนาะกับครอบครัวกันเยอะเลย ดีใจครับที่แสดงไปแล้วมีฟีดแบ๊กสะท้อนกลับมา เรื่องนี้ถือเป็นอีกผลงานที่ผมตั้งใจมากอยากให้เป็นละครที่เพิ่มกำลังใจให้มีความรักความเอื้ออาทรต่อกันในครอบครัวบางครั้งการดูละครแล้วมาย้อนดูตัวก็ให้มุมมองเราหลายอย่างบางทีอาจจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ก็ได้ เรื่องราวของเสนาะในละครจึงมีน้ำตาเยอะนิดหนึ่ง แต่เนื้อหาสมเหตุสมผล ดำเนินเรื่องชวนติดตามมากผมว่าเป็นละครน้ำดีที่สนุกดูเพลินทั้งครอบครัวเลยครับ เป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำงานกับค่ายกำลังดีซอย 6 โปรดักชั่น และ พี่โจ้(ชัชวาลย์ คล้องช้าง) ผู้กำกับ ถือเป็นโอกาสดีมากๆ แล้วก็ยังได้ร่วมงานกับนักแสดงรุ่นน้องที่น่ารัก ไม่ว่าจะเป็น แชป (วรากรศวัสกร) ที่รับบท ปกฉัตร เป็นลูกชายคนรองที่สนิทกับพ่อมากแพน (นทีเทพ บุนนาค) รับบทเขตรัฐ ลูกชายคนโตนิสัยไม่เหมือนพี่น้อง จาด้า อินโตร์เร รับบท เทียนแก้ว ลูกสาวคนเดียวที่ทำทุกอย่างเพื่อพี่น้อง และ น้องไฟซัล (ด.ช.ไฟซัลนากิ๊บ) รับบท คุ้มเกล้า ลูกชายคนเล็กติดพ่อที่สุด ซึ่งต้องชมนักแสดงทุกคนเล่นได้สุดจริงๆ ต่างทำการบ้านมากันเต็มที่ ถึงจะมีนักแสดงวัยรุ่นเยอะ แต่ผมก็เป็นหนึ่งในแก๊งพวกเค้านะครับ เรียกว่าละลายพฤติกรรมซึ่งกันและกันแรกๆ มีแต่คนไม่กล้าคุยกับผม เราเลยตีสนิทน้องๆ ก่อนเลยยิ่ง แชป จาด้า ไฟซัล หรือแม้แต่นางเอกน้องมิ้นท์ (พรทิวา สาครจันทร์) ที่รับบท “น้ำฝน”ต้องเข้าฉากน้ำตานองกันบ่อยเรายิ่งต้องสนิทกันให้มาก ก็มีนัดแนะคิวกันก่อนถ่ายทำเองบ้างทีมผู้กำกับร่วมด้วยบ้างการทำงานเลยง่ายขึ้นแม้จะเป็นฉากอารมณ์หนักๆ ผมบอกตรงนี้เลยทุกคนสอบผ่าน A+หมด ยิ่งน้องเล็ก ไฟซัลนี่จำบทเป๊ะมากแม้จะเป็นลูกครึ่งไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทย แต่เล็กพริกขี้หนูร้องไห้น้ำตามีทุกคัทเห็นแล้วสงสารน้องกันแน่ๆ ตอนนี้ละครกำลังเข้มข้นมากๆ ผมอยากฝากเรื่องราวสะท้อนสังคมผ่านครอบครัวของเสนาะแม้เขาจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ไม่เคยท้อถอยกับชีวิต ชีวิตของเสนาะยังต้องเจอกับมรสุมอีกเยอะ มาให้กำลังใจเสนาะ และสนุกไปกับละครที่เต็มไปด้วยข้อคิดเรื่องนี้ด้วยกันนะครับ”ติดตามความสนุกของละคร “ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา18.45 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com

เปิดตัว‘The Glory ภาค2’ด้วยยอดรับชมสูงกว่า124ล้านชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726202

เปิดตัว‘The Glory ภาค2’ด้วยยอดรับชมสูงกว่า124ล้านชั่วโมง

เปิดตัว‘The Glory ภาค2’ด้วยยอดรับชมสูงกว่า124ล้านชั่วโมง

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

The Glory สร้างตำนานระดับโลกอีกครั้ง ทะยานขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Top 10 หมวดรายการทีวีภาษาต่างประเทศทั่วโลกของ Netflix หลัง The Glory ภาค 2 สตรีมได้เพียง 3 วัน โดยมียอดการรับชมรวมสูงถึง 124.46 ล้านชั่วโมง ภายในสัปดาห์แรกที่เปิดตัว และยังติดอันดับ Top 10 ใน 79 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย The Glory ภาค 1ทิ้งปมไว้ให้อยากรู้เหตุการณ์ตอนต่อไปจนอดใจไม่ไหว ผู้ชมจึงตื่นเต้นที่จะได้ชมเรื่องราวในภาค 2 และนี่คือรีแอ๊กชั่นบางส่วนจากผู้ชมทั่วโลก 

แม้ความสำเร็จของภาค 1 จะทำให้ผู้ชมคาดหวังและสร้างแรงกดดันมหาศาล แต่ The Glory ก็แรงไม่แผ่วเลยแม้แต่น้อยเพราะภาค 2 ยังคงได้รับคำชื่นชมอย่างต่อเนื่องในการมุ่งมั่นถ่ายทอดสาระสำคัญของเรื่องให้กับผู้ชม เว็บไซต์ Decider กล่าวถึงซีรี่ส์เรื่องนี้ไว้ว่า “เป้าหมายของมุนดงอึนคือการทำให้คนที่รังแกเธอต้องตกนรกทั้งเป็น เหมือนกับที่เธอโดนกระทำเมื่อ 18 ปีก่อน” ส่วน India Today กล่าวว่า “The Glory ไม่ใช่ซีรี่ส์ดราม่าเกี่ยวกับการล้างแค้นที่ไม่มีเป้าหมาย […] ในภาค 2 ก็เช่นกัน ซีรี่ส์เรื่องนี้ไม่อ้อมค้อมในการพูดถึงประเด็นการบูลลี่ […] และมัดใจคนดูได้อยู่หมัดไปจนถึงตอนจบ”ด้าน The A.V.Club กล่าวว่า “งานภาพที่งดงามของ The Glory เน้นย้ำถึงความแตกต่างระหว่างโลกของคนรวยและชนชั้นแรงงาน” และยังให้คำนิยามซีรี่ส์เรื่องนี้ว่าเป็น “ซีรี่ส์ที่วางพล็อตได้แบบไม่สามารถพลาดได้แม้สักวินาที (และภาคต่อที่คุ้มค่าของซีรี่ส์ที่มุ่งมั่นอย่างมากในการสร้างการหักมุม) พร้อมด้วยการจัดวางองค์ประกอบภาพที่ไม่อาจละสายตา” 

ผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลกได้กลายมาเป็นแฟนของซีรี่ส์เรื่องนี้ และ The Glory ภาค 2ก็ออกมาคุ้มค่าการรอคอย โดยแฟนๆ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับซีรี่ส์ออกมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่วันสตรีม เช่น “นักแสดงทุกคนเพอร์เฟกท์ขนาดนี้ได้ยังไง” (Twitter @fif****) และ “อิมจียอนเล่นดีมากจนฉันอึ้งไปเลย” (Twitter @hor****)  

The Glory ปิดฉากมหากาพย์การล้างแค้นที่โลกต้องจดจำด้วยบทสรุปที่สมบูรณ์แบบ สมเหตุสมผล และสมจริงซึ่งทำออกมาได้โดนใจผู้ชม ความทุ่มเทของนักแสดงและทีมงานก็ผลิดอกออกผลเป็นการตอบรับอย่างมหาศาลจากแฟนๆ รวมถึงอันดับบนชาร์ต Top 10 ของ Netflix ทั่วโลกรับชมเรื่องราวและร่วมค้นหาคำตอบว่าแผนการล้างแค้นของมุนดงอึนจะลงโทษเหล่าคนที่เคยทำร้ายเธออย่างไรได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

‘หมาก-โบว์’ชื่นชม‘ตู่-ภพธร’ในฐานะติ่งตัวยง! ดีใจที่ได้ร่วมงานใน‘ใต้เงาตะวัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726201

‘หมาก-โบว์’ชื่นชม‘ตู่-ภพธร’ในฐานะติ่งตัวยง!  ดีใจที่ได้ร่วมงานใน‘ใต้เงาตะวัน’

‘หมาก-โบว์’ชื่นชม‘ตู่-ภพธร’ในฐานะติ่งตัวยง! ดีใจที่ได้ร่วมงานใน‘ใต้เงาตะวัน’

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เชื่อว่าใครหลายคนคงหลงเสน่ห์หนุ่มเสียงเพราะที่มีเพลงฮิตติดหูมากมายอย่าง “ตู่-ภพธร” แถมล่าสุดเขายังมัดใจแฟนๆ ด้วยการปล่อยสกิลการแสดงในละครช่อง 3“ใต้เงาตะวัน” กับบทบาทของ “กานต์” ตัวละครที่มีคาแร็กเตอร์สุภาพบุรุษ หนักแน่น เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว เป็นคนรองรับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของพ่อตลอด และมีความเป็นพ่อหนุ่มไมโครเวฟที่สามารถตกคนดูไปได้อีกเพียบ ทั้งนี้ “ตู่-ภพธร”ยังคว้าไมค์ปล่อยพลังเสียงปลดล็อกสกิลหูทองคำให้แฟนๆ กับเพลงสุดเพราะ “แบก” Ost.ใต้เงาตะวัน ที่ใครๆ ได้ฟังก็อินตาม แต่ทว่าไม่ได้มีเพียงคุณผู้ชมที่หลงเสน่ห์ของหนุ่มคนนี้ยังมีพระ-นาง “หมาก-ปริญ” และ “โบว์-เมลดา” ที่เอ่ยปากว่าเป็นหนึ่งในแฟนคลับของเขาเลย ซึ่งการนำทั้งคู่มาร่วมงานกับหนุ่ม “ตู่-ภพธร” ในละคร “ใต้เงาตะวัน” มันดีต่อใจ “หมาก-โบว์” อย่างไม่ต้องสืบเลยจ้า

“หมาก-ปริญ” เผยว่า “จริงๆ เป็นแฟนคลับพี่ตู่-ภพธรอยู่แล้วครับ และพอเราได้มาเล่นเป็นพี่น้องกันในเรื่องมันเลยง่ายมากกับการคิดว่าเขาเป็นพี่ชายจริงๆ เราพร้อมที่จะรักเขาเลย เล่นกับพี่เขาก็สนุก และในเรื่องจะมีซีนที่เราต้องทะเลาะสาดอารมณ์ใส่กันในบทที่ยาวมากซึ่งเขาเล่นดีมาก ยิ่งเห็นสิ่งที่พี่เขาเล่นกับพี่นก- ฉัตรชัย ต้องบอกเลยว่าบทของเขายาก แต่เขาก็ถ่ายทอดออกมาได้แบบชัดเจนเก่งมากครับ” ส่วนสาว “โบว์-เมลดา” ขอคอนเฟิร์มอีกเสียงว่า “พี่ตู่-ภพธร หล่อมาก โบว์เห็นเขาเป็นนักร้องมาตลอด และพอมาร่วมงานกันครั้งแรก ก็ไม่คิดว่าพี่เขาจะเล่นได้ดีขนาดนี้ ซีนดราม่าของเขาคือสุดมาก อยากให้ทุกคนรอดูเลยค่ะ”

เมื่อหนุ่ม “ตู่-ภพธร” ถูกพระ-นาง“ใต้เงาตะวัน” อวยขั้นสุดแบบนี้ เจ้าตัวก็ขอออกมาเผยถึงการได้ร่วมงานกับทั้งคู่เช่นกันว่า “เอาจริงๆ หมากเป็นคนน่ารัก เป็นกันเองมาก และเราได้มีนัดไปเจอกันหลังเลิกงานไปบ้านเพื่อน ไปนั่งทานข้าว ไปร้องคาราโอเกะด้วยกัน เลยสนิทกันเร็ว ทำให้ง่ายต่อการเล่นเป็นพี่น้องกันในละคร จูนกันได้ง่าย และหมากเขาทำการบ้านมาดีมาก ทุ่มเทกับงานมาก ส่วนโบว์เหมือนเป็นเด็กผู้ชายอีกหนึ่งคนในกอง เขาจะมีความห้าวๆ ผมไม่เคยเจอผู้หญิงที่เป็นนางเอกแล้วเป็นแบบนี้ซึ่งมันน่ารักดีครับ และเขาบอกว่าเขาเขินผมผมก็ไม่รู้ว่าเชื่อได้หรือเปล่า เพราะกิริยาท่าทางเขาดูไม่เขิน เราเลยไม่ค่อยเชื่อ และผมก็ไม่รู้ว่าเขาเขินได้หรือเปล่า” ห้ามพลาดชมฝีมือการแสดงของทั้ง 3 คน ในละคร “ใต้เงาตะวัน” เด็ดขาดทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus และสามารถฟังเพลง “แบก” Ost.ใต้เงาตะวัน ได้ทาง Youtube : Ch3Thailand Music

‘แจม-รชตะ’จัด Fanmeet ครั้งแรกในชีวิต!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726198

‘แจม-รชตะ’จัด Fanmeet ครั้งแรกในชีวิต!!

‘แจม-รชตะ’จัด Fanmeet ครั้งแรกในชีวิต!!

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทำเอาแฟนๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเฮลั่น ดีใจกันยกใหญ่ หลังจากที่พระเอกสุดฮอตดาวรุ่งพุ่งแรง แจม-รชตะ หัมพานนท์ ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ กับงาน FANMEET ครั้งแรกในชีวิต “JAM FIRST SOLO FANMEETINGขอแจมสักที” ซึ่งมีกำหนดเตรียมจัดงานในวันอาทิตย์ที่ 21พฤษภาคมนี้ เวลา 15.00 น. ณ MCC Hall The Mall Lifestore Ngamwongwan เพียงรอบเดียวเท่านั้น!! ซึ่ง แจม-รชตะ ได้เผยความรู้สึกถึงแฟนๆ ว่า

“ดีใจมากๆ ครับ กับงานแฟนมีตของตัวเองครั้งแรก ขอขอบคุณทุกๆ โอกาสที่ผู้ใหญ่ทางช่อง one31 มอบให้ผมนะครับ และความรักจากแฟนๆทุกคนที่ซัพพอร์ตทำให้ผมมีวันนี้ และสิ่งที่ทำให้ผมดีใจมากขึ้นไปอีกคือ หลังจากที่ประกาศว่าจะจัดงานได้เห็นทุกคนดีใจและรอที่จะมาเจอกัน ขอบคุณมากๆเลยนะครับ อยากให้ทุกๆ คน ได้มาเจอแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนเซอร์ไพรส์พิเศษขออุบไว้ก่อนแล้วมาเจอกันนะครับ (ยิ้ม)” สำหรับแฟนๆ หนุ่ม แจม-รชตะ เตรียมตัวกันให้พร้อม!! สามารถจับจองที่นั่งงาน FANMEET “JAM FIRST SOLO FANMEETING ขอแจมสักที” จะเปิดขายบัตรวันแรกในวันเสาร์ที่ 29 เมษายนนี้ เวลา 10.00 น. ทาง www.thaiticketmajor.com และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : One Connection

‘ลิซ่า’ ส่ง COFFEE TRUCK ไปซัพพอร์ต ‘ไทแทน’ ถึงกองถ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

‘ลิซ่า’ ส่ง COFFEE TRUCK ไปซัพพอร์ต ‘ไทแทน’ ถึงกองถ่าย

‘ลิซ่า’ ส่ง COFFEE TRUCK ไปซัพพอร์ต ‘ไทแทน’ ถึงกองถ่าย

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เริ่มสตาร์ทความสงสัยของชาวเนต เมื่อหนุ่ม ไทแทน โพสต์อินสตาแกรมรูปภาพ Coffee Truck ที่มาพร้อมข้อความเมนชั่นขอบคุณสองสาวแทกุกไลน์อย่าง ลิซ่า และ มินนี่ก็อดคอมเมนต์และตั้งคำถามไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของสามคนนี้มันอะไรยังไง? ขุดไปขุดมาเลยไปเจอเฉลยจากรายการ GET REAL S3 Ep.#27 พอดแคสต์ (Podcast) ชื่อดังของประเทศเกาหลีใต้ ที่ว่าไทแทนและลิซ่าสนิทกันมาเป็น 10 ปี ส่วนมินนี่นั้น ลิซ่าก็เป็นคนแนะนำให้รู้จักอีกทอด ทำให้เราได้เห็นความน่ารักของสามพี่น้องผ่านการซัพพอร์ตส่งกำลังใจไปให้ถึงกองถ่าย ล่าสุด ไทแทน เพิ่งลงไอจีสตอรีอวยพรวันเกิด พี่ลิซ่า ด้วยภาพที่เคยถ่ายร่วมเฟรมกันเมื่อปี 2017 ด้วย

สืบต่อเรื่อง Coffee Truck ที่สองสาวส่งไปนั้นเป็นกองถ่ายมิวสิกวีดีโอเพลง Your Call (อยู่ที่เธอ) ผลงานใหม่ล่าสุดของหนุ่ม ไทแทน ที่ยกกองไปถ่ายทำกัน ณ โลเกชั่นริมแม่น้ำฮัน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยคอนเซ็ปต์สไตล์ฮ่องกงย้อนยุค 90 แม้ว่าอากาศจะหนาวติดลบ 10 องศา ระดับที่ต้องพกฮอตแพ็ก (hot pack หรือถุงร้อน) ติดตัวไว้ถึง 6 อัน แต่พลังความฮอตของหนุ่มเจ้าก็แผ่กระจายไปทั่ว ความน่ารักของแทกุกไลน์ยังมีให้เห็นผ่านคลิปนี้ด้วย

“นี่ก็คือ Coffee Truck TYTAN นะครับเมนูมากมายเลยครับ เป็น Coffee Truck Food Support ก็อยากจะขอบคุณพี่ลิซ่ากับมินนี่นะครับที่ส่งมาให้กองถ่ายเอ็มวีของพวกเราวันนี้นะครับ อร่อยมากๆ เลยครับ แล้วก็ทำให้ทีมงานทุกคนแฮปปี้มีกำลังใจกันมากๆ เลยครับ” ไทแทนส่งข้อความขอบคุณลิซ่าและมินนี่ผ่านคลิปอีกครั้ง ทำเอาริมแม่น้ำฮันในวันนั้นอุ่นสบายกันทั้งกองถ่าย

จากนั้นมีสปอยล์เบาๆ ตามมาว่า “ผมยังมีงานที่ต้องทำอยู่อีกนั่นก็คือ ซ้อมท่าเต้นของเพลง Wish Wish ดังนั้น ผมต้องตั้งใจฝึกฝน หวังว่าทุกคนจะได้เห็นกันเร็วๆนี้นะครับ”เหล่าธันเดอร์ (Thunder ชื่อแฟนคลับของไทแทน) เตรียมหวังหวังไปกับเพลง Wish Wish ได้เลย

ข้อมูลยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ได้ยินมาว่าอีพีอัลบั้ม TYTAN 1st EP “Your Call” ไทแทนเขียนเนื้อเพลงเองทุกเพลง ในแต่ละเพลงยังลงรายละเอียดทุกขั้นตอน มีส่วนร่วมในการแต่งทำนอง เรียบเรียงดนตรีร่วมกับโปรดิวเซอร์ที่ประเทศเกาหลีใต้ เรียกว่าทำงานในต่างประเทศได้อย่างมืออาชีพ แถมเพลงดีทุกเพลง ไม่ว่าจะเป็น Your Call (อยู่ที่เธอ) ไตเติ้ลแทร็กชื่อเดียวกับอีพี, Wish Wish, Angel และ All Night (feat. Loco) เดบิวต์ซิงเกิ้ลที่ได้มือดีแห่งวงการฮิปฮอปเกาหลีอย่าง โลโค (Loco) มาร่วมฟีทเจอริ่งจนฮิตติดหูกันไปแล้ว

เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ฟังเพลงและได้เห็นความตั้งใจในการทำงานเพลงให้ออกมาอย่างดีที่สุดของผู้ชายคนนี้ ต้องไม่พลาดที่จะติดตาม “ไทแทน” (TYTAN) คนคูลมากความสามารถได้ทางอินสตาแกรม @tytan.t