เอ๊ะ…ใครกัน??? เพจดังแฉดาราท่านหนึ่งสนับสนุนเพื่อนเป็นชู้ โจมตีเมียหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726185

เอ๊ะ...ใครกัน??? เพจดังแฉดาราท่านหนึ่งสนับสนุนเพื่อนเป็นชู้ โจมตีเมียหลวง

เอ๊ะ…ใครกัน??? เพจดังแฉดาราท่านหนึ่งสนับสนุนเพื่อนเป็นชู้ โจมตีเมียหลวง

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.51 น.

เอ๊ะ…ใครกัน??? เพจดังแฉดาราท่านหนึ่งสนับสนุนให้เพื่อนเป็นชู้ แล้วโจมตีเมียหลวง

23 เมษายน 2566 เพจเฟซบุ๊ก “เจ๊มอย 108” โพสต์ข้อความให้ชวนสงสัยเกี่ยวกับแวดวงบันเทิงอีกครั้ง โดยเที่ยวนี้เพจดัง โพสต์ข้อความ ว่า “เพื่อนที่ดี คือ เพื่อนที่ตักเตือนกัน ยามมันมีชู้ ไม่ใช่สนับสนุนส่งเสริมให้เพื่อนทำผิดศีลกาเมฯ อย่าสงสารเพื่อนที่มันเป็นชู้คนอื่น แล้วไปโจมตีเมียหลวง เพราะกลัวเพื่อนเครียด แต่จงเตือนเพื่อน.. สมควรแล้วกับสภาพที่แย่งชิงคนอื่นมา เพราะบาปกรรมมันมีจริง!! แต่ถ้ามันไม่ฟัง.. ก็ปล่อยไปตามยถามันเอง จำไว้..การแย่งชิงคนมีเจ้าของเป็นสุขชั่วคราว แต่มันปวดร้าวชั่วนิรันด์”

‘สจล.’มอบสิทธิ์เรียน‘KMITL Master Class’11วิชาฟรี ผู้ร่วมเวิร์กช็อป ในงาน‘KMITL Innovation Expo 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726188

‘สจล.’มอบสิทธิ์เรียน‘KMITL Master Class’11วิชาฟรี  ผู้ร่วมเวิร์กช็อป ในงาน‘KMITL Innovation Expo 2023’

‘สจล.’มอบสิทธิ์เรียน‘KMITL Master Class’11วิชาฟรี ผู้ร่วมเวิร์กช็อป ในงาน‘KMITL Innovation Expo 2023’

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

งาน KMITL Innovation Expo 2023 มหกรรมแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัย 1,111 ชิ้น ที่จัดขึ้นวันที่ 27-29 เม.ย. 2566 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ถนนฉลองกรุง สจล.มอบสิทธิ์ KMITL Master Class เรียนฟรี 11 วิชา แก่ผู้มางานและเข้าร่วมเวิร์กช็อป โดยจะได้รับ E-Certificate เพื่อยืนยันการรับสิทธิ์เรียนออนไลน์ได้ทันที ซึ่งสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านโปรแกรม KLIX : KMITL Learning Intelligence X เมื่อเรียนจบจะได้รับใบ Certificate อีกต่อหนึ่งด้วย ผลดีต่ออนาคตและความก้าวหน้าในวิชาชีพ

KMITL Master Class มอบสิทธิ์เรียนออนไลน์ฟรี 11 วิชา มีดังนี้ 1.YouTuber เรียนรู้และทำความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการสร้างงาน โดยการเป็น YouTuber ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็น YouTuber วิธีการใช้งาน การสร้าง Channel หรือช่องทางของตนเองผ่านทาง YouTube แนวคิดในการสร้าง Content หรือเนื้อหาอย่างแตกต่างและสร้างสรรค์ การเขียนสคริปต์ การถ่ายวีดีโอ การตัดต่อภาพและเสียง เทคนิคการเพิ่มยอดติดตาม (Subscribe) รวมถึงการหารายได้จาก YouTube

2.Deep Learning For Computer Vision หลักการพื้นฐานและการประยุกต์ใช้ในคอมพิวเตอร์วิทัศน์ ของคอนโวลูชันนัล นิวรอลเน็ตเวอร์ค (CNN) จากสถาปัตยกรรมพื้นฐานไปจนถึงสถาปัตยกรรมใหม่ๆ เช่น VGG ResNet และ Efficientnet หลักสูตรจะเริ่มจาก โมเดลเชิงเส้นฟังก์ชั่นแอคทีเวชั่น ฟังก์ชั่นลอส การหาค่าดีที่สุด สถาปัตยกรรมแกน และการประยุกต์ใช้งาน CNN ด้านการแยกแยะและตรวจหาวัตถุ

3.Design Thinking กระบวนการคิดเชิงออกแบบ การฝึกทักษะในการผลิตสื่อดิจิทัลโดยเน้นการสร้างไอเดียด้วยหลักการวิเคราะห์ข้อมูล หลักการนำเสนอแบบเรื่องเล่า (Story Telling) การออกแบบและสร้างสื่อประเภทต่างๆ การนำเสนอในรูปแบบกราฟิกและวีดีโอผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งแบบ Off-line, Online และ Social Media

4.The Disruptor นักเปลี่ยนโลก เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต แนวคิดการใช้ชีวิต การจัดการกับปัญหา หรืออุปสรรคในชีวิต การให้กำลังใจ พลังใจ การสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเองและผู้อื่น การจัดการความเสี่ยง การบริหารงาน บริหารคนและการพัฒนาตนเอง การสื่อสารในโลกดิจิทัล จนประสบความสำเร็จในชีวิต

5.Modern Entrepreneurผู้ประกอบการสมัยใหม่ ศึกษาบทบาท ประเภทและคุณลักษณะของการเป็นผู้ประกอบการสมัยใหม่มีความรู้รอบด้าน เกี่ยวกับธุรกิจ การจัดตั้งธุรกิจ องค์ประกอบของการแผนธุรกิจ กลยุทธ์ในการดำเนินการธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน การสร้างความแตกต่าง การสร้างเอกลักษณ์ให้องค์กร การมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้า

6. Robotics and AI หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ เรียนรู้ความหมาย และความแตกต่างของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ เรียนรู้การใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม การใช้งานทางด้านสาธารณสุข การใช้งานด้านการเกษตร การใช้งานในบ้าน การใช้เพื่อการบันเทิง การใช้งานในยานพาหนะ ด้านการศึกษา แนวทางการใช้หุ่นยนต์ในอนาคต และผลกระทบของการใช้หุ่นยนต์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันและระบบเศรษฐกิจ

7.Python Programming การวิเคราะห์ปัญหาและพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พื้นฐานการเขียนโปรแกรมภาษาไพทอน การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยไลบรารี Numpy และ Pandas การวาดกราฟ การประยุกต์กับปัญหาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์

8. Fit and Firm at Home เรียนรู้วิธีการประเมินสุขภาพ และประเมินสมรรถภาพร่างกายก่อนการออกกำลังกายโครงสร้างร่างกายเบื้องต้นที่ต้องรู้ก่อนการออกกำลังให้ถูกต้อง ลักษณะการเคลื่อนไหวร่างกายในการออกกำลังกายที่ถูกต้อง การออกกำลังกายในท่าต่างๆที่ถูกต้อง การยืดเหยียดร่างกาย การจัดการเรื่องโภชนาการอาหารให้ครบ 5 หมู่ การออกกำลังกายที่เน้นการเต้นของหัวใจ และการแก้ไขลักษณะท่าทางให้เหมาะสมตามโครงสร้างร่างกายด้วยการออกกำลังกาย

9.Watercolor Painting สร้างความรู้ความเข้าใจในคุณสมบัติของสีน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาศิลปะสำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป และนักศึกษาทางด้านศิลปะและการออกแบบ ด้วยการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมที่ใช้สีน้ำผ่านหุ่นนิ่งชนิดต่างๆ และการเรียนรู้เทคนิคสีน้ำเบื้องต้น เช่น ธรรมชาติของสีน้ำ การใช้สีน้ำ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และการสังเกตธรรมชาติของหุ่นนิ่งชนิดต่างๆ

10. Quick-Fix @ Home ศึกษาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในบ้าน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบแสงสว่าง ระบบน้ำและระบบการสื่อสาร รวมทั้งศึกษาอุปกรณ์ เครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ในระบบต่างๆ และเรียนรู้ที่จะป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งสามารถซ่อมแซมในปัญหาพื้นฐานได้อย่างปลอดภัย

11 Professional Communication and Presentation การสื่อสารและการนำเสนออย่างมืออาชีพ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินสถานการณ์เพื่อกลั่นกรอง ให้ได้ประเด็นที่ต้องการนำเสนอ การเลือกใช้สื่อ วิธี และเทคนิคในการนำเสนอ การเลือกใช้ภาษา ถ้อยคำ และบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับบริบทต่างๆ

เงื่อนไขการรับสิทธิ์

1. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน https://expo.kmitl.ac.th และร่วมเวิร์กช็อป https://expo.kmitl.ac.th/event

2. สมัครสมาชิกเว็บไซต์ KLIX https://klix.kmitl.ac.th

3. แจ้ง Username สมาชิกเว็บไซต์ KLIX พร้อมแนบ E-Certificate ที่ได้รับในงาน KMITL Innovation Expo 2023 ส่งไปยัง kmitlonline@kmitl.ac.th เพื่อรับสิทธิ์เรียนฟรี

ผู้สนใจร่วมงาน ลงทะเบียนล่วงหน้าและอัปเดตกิจกรรมที่น่าสนใจ ฟรี ในงาน KMITL Innovation Expo ได้ที่ลิงก์ https://expo.kmitl.ac.th

เปิดศูนย์เรียนรู้ออนไลน์‘ALL Cloud’ ช่องทางศึกษาวิชากฎหมายคดีปกครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726190

เปิดศูนย์เรียนรู้ออนไลน์‘ALL Cloud’ ช่องทางศึกษาวิชากฎหมายคดีปกครอง

เปิดศูนย์เรียนรู้ออนไลน์‘ALL Cloud’ ช่องทางศึกษาวิชากฎหมายคดีปกครอง

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานศาสปกครอง พัฒนา “ศูนย์การเรียนรู้ศาลปกครองออนไลน์ (Administrative Court Life Long Learning Cloud)” หรือ “ALL Cloud” ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านกฎหมายปกครองและกฎหมายมหาชน ที่จะทำให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับศาลปกครอง วิธีพิจารณาคดีปกครอง และแนวทางการปฏิบัติราชการที่ดีจากคำวินิจฉัยของศาลปกครองผ่านระบบออนไลน์ได้โดยง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น

โดยศูนย์การเรียนรู้ศาลปกครองออนไลน์นี้ประกอบด้วยระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ อย่างหลากหลายได้แก่ 1.ระบบเรียนออนไลน์ (e-Learning) ผู้สนใจสามารถเรียนรู้กฎหมายปกครองได้ตามความสนใจ มีระบบการโต้ตอบระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และเมื่อเรียนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด จะสามารถพิมพ์ใบรับรองหรือใบประกาศนียบัตรแบบออนไลน์ได้ทันที

2.ระบบดูถ่ายทอดสด (Live Streaming) ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมรับชมการสัมมนาหรือการอบรมที่ศาลปกครอง หรือที่สำนักงานศาลปกครองจัดขึ้นแบบออนไลน์ได้ทุกที่ และทุกเวลา โดยรองรับทั้งการจัดอบรมแบบสาธารณะ และการจัดอบรมแบบมีค่าใช้จ่ายซึ่งสามารถดูสดหรือดูย้อนหลังผ่านคลังวีดีโอย้อนหลังได้ 3.ระบบสื่อการเรียนรู้ (Knowledge) มีสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ซึ่งสำนักงานศาลปกครองได้รวบรวมสื่อการเรียนรู้ที่เผยแพร่ในหลากหลายช่องทางมาไว้ในศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้สามารถเลือกเรียนรู้ และค้นหาได้ง่ายยิ่งขึ้น

4.ระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) เป็นการยกระดับการเรียนรู้เกี่ยวกับหลักกฎหมายปกครองและแนวทางการปฏิบัติราชการที่ดีจากคำวินิจฉัยของศาลปกครองที่สามารถเปิดอ่านได้สะดวก ทุกที่ทุกเวลาในรูปแบบ Flip E-book และสามารถจัดเก็บในชั้นหนังสือส่วนตัวเพื่อกลับมาเปิดอ่านต่อได้ในภายหลัง อีกทั้งยังมีระบบสืบค้นในเนื้อหาหนังสือเพื่อให้เข้าถึงองค์ความรู้ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ และ 5.ระบบค้นรายการหนังสือ (e-Library) เป็นระบบที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลหนังสือของห้องสมุดกฎหมายมหาชน โดยจะแสดงรายการหนังสือต่างๆ ที่น่าสนใจและสามารถสืบค้นได้

นางสมฤดี ธัญญสิริ เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ศาลปกครองออนไลน์ “ALL Cloud” เป็นการยกระดับการให้บริการประชาชนในรูปแบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกอุปกรณ์ ทุกที่ และทุกเวลา ซึ่งเนื้อหาและองค์ความรู้ต่างๆ ที่รวบรวมไว้ใน “ALL Cloud” จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนและทุกภาคส่วนในสังคมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง และคดีปกครอง รวมทั้งสามารถใช้สิทธิทางศาลในการปกป้องคุ้มครองสิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้องต่อไป

จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมสนุกไปกับการเรียนรู้กฎหมายปกครองผ่านศูนย์การเรียนรู้ศาลปกครองออนไลน์ “ALL Cloud” ได้ตั้งแต่บัดนี้ทั้งทางเว็บไซต์ allcloud.admincourt.go.th และแอปพลิเคชั่นซึ่งรองรับทั้งระบบ IOS และ Android โดยสามารถค้นหาด้วยคำว่า “All Cloud” หรือ “ศูนย์การเรียนรู้ศาลปกครอง” ได้ทั้งใน Google Play และ App Store

‘วธ.’ร่วม’แม่ฮ่องสอน’บรรพชาสามเณรปอยส่างลอง เฉลิมพระเกียรติ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726239

'วธ.'ร่วม'แม่ฮ่องสอน'บรรพชาสามเณรปอยส่างลอง เฉลิมพระเกียรติ'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

‘วธ.’ร่วม’แม่ฮ่องสอน’บรรพชาสามเณรปอยส่างลอง เฉลิมพระเกียรติ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 21.46 น.

สืบสานประเพณีปอยส่างลอง วธ.ร่วมแม่ฮ่องสอน บรรพชาสามเณรปอยส่างลอง เฉลิมพระเกียรติ“กรมสมเด็จพระเทพฯ” บรรพชาสืบทอดพระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566 พระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (ปลัด วธ.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ปกครองและพุทธศาสนิกชน รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 500 คน ณ วัดในสอย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นางยุพา เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้จัดบรรพชาสามเณรตามประเพณีปอยส่างลอง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการจัดบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณีเพื่อเป็นต้นแบบมาแล้วทั้งในส่วนกลางที่ วัดยานนาวา และส่วนภูมิภาคที่วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดพิชโสภาราม จังหวัดอุบลราชธานี และวัดราชบุรณะ จังหวัดชุมพร รวมถึงการจัดงานบรรพชาสามเณรตามประเพณีปอยส่างลองเมื่อวันที่ 3 – 5 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ที่ วัดปางล้อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และในครั้งนี้ในวันที่ 22 – 24 เมษายน 2566 ที่วัดในสอย ตำบลปางหมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยมีสามเณรบรรพชาตามประเพณีปอยส่างลองทั้ง 2 ครั้ง จำนวนกว่า 100 องค์ ที่เกิดจากแรงศรัทธาของบิดา มารดาของคนไต (ไทใหญ่) ที่ยึดมั่นในบวรพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง สนับสนุนให้กุลบุตรอุทิศตนบรรพชาในพระพุทธศาสนา และได้เป็นผู้มีบุญอันยิ่งใหญ่ โดยสละสิ่งของเงินทองที่เป็นทรัพย์ภายนอก เพื่อสนับสนุนกุลบุตรให้ได้มีโอกาสพบอริยทรัพย์ในทางพระพุทธศาสนา โดยการบรรพชา เพื่อเสียสละ ความสุขลาภยศสรรเสริญ มุ่งสู่พระนิพพาน โดยในวันที่ 22 เมษายน 2566 เป็นวันรับส่างลอง/เรียกขวัญส่างลอง ปลงผมส่างลอง (จางลอง) และแห่ส่างลองเพื่อขอขมาพระสงฆ์/สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ (ศาลเจ้าเมือง) ณ วัดในสอย ขอขมาผู้ใหญ่บ้าน และผู้ใหญ่ในหมู่บ้านที่เคารพนับถือ วันที่ 23 เมษายน 2566 เคลื่อนขบวนแห่สามเณรการแห่เครื่องไทยธรรมและอัฐบริขารต่างๆ (ครัวหลู่) พิธีผูกข้อมือรับขวัญส่างลองเพื่อให้ญาติผู้ใหญ่ได้ผูกข้อมืออวยพร ให้พรแก่ส่างลอง และพิธีบรรพชาสามเณร (ข่ามส่าง) ตามประเพณีของชาวไทใหญ่ วันที่ 24 เมษายน 2566 พิธีบรรพชาอุปสมบท (ข่ามจาง) ณ วัดในสอย

ปลัด วธ.กล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กระทรวง วธ.โดยกรมการศาสนา ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด หน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่นำร่อง 76 จังหวัด ร่วมดำเนินโครงการบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณีทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม 2566 มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 10,000 คน เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความจงรักภักดี ทำความดีด้วยการบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณีเพื่อถวายพระราชกุศล อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบุพการีและผู้มีอุปการคุณอีกด้วย ซึ่งเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ศึกษาและปฏิบัติธรรม อาทิ ธรรม วินัย พุทธประวัติ เทศนา ศาสนพิธี ภาวนาและฝึกสมาธิ เป็นการพัฒนาจิตให้สงบ ทั้งยังเป็นการจรรโลงศาสนาทำให้เกิดศาสนทายาทในบวรพระพุทธศาสนา และสืบสานประเพณี ท้องถิ่นที่ดีงามให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป ซึ่งสิ่งที่ก่อให้ประโยชน์ที่ได้รับหลังการบวช จะทำให้เด็กและเยาวชนจะได้น้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ช่วยให้เกิดปัญญาในการเรียน ค่านิยมทำความดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย รับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความกตัญญู ส่งผลให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง เป็นคนดี คนเก่ง และคนมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในเจริญรุ่งเรืองสืบไป

– 006

‘ธุรกิจบัณฑิตย์’เตรียมความพร้อม คนทำงาน‘ท่องเที่ยว-โรงแรม-ไมซ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726187

‘ธุรกิจบัณฑิตย์’เตรียมความพร้อม คนทำงาน‘ท่องเที่ยว-โรงแรม-ไมซ์’

‘ธุรกิจบัณฑิตย์’เตรียมความพร้อม คนทำงาน‘ท่องเที่ยว-โรงแรม-ไมซ์’

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.07 น.

ผศ.ดร.มณฑกานติ ชุบชูวงศ์ นักวิจัยอาวุโส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.-DPU) กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมาทำให้มุมมองและการบริหารจัดการการท่องเที่ยวของประเทศไทยและทั่วโลกต่างไปจากเดิม การปิดประเทศส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ และการตกงานของคนจำนวนมากโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกันหลายฝ่ายมองว่าการหยุดเดินทาง ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายได้พักและฟื้นฟูสภาพ ทำให้ทุกฝ่ายหันมาทบทวนแนวทางที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ว่าถูกต้องหรือไม่

“การเกิดวิกฤตยังทำให้หลายฝ่ายเรียนรู้ว่า ทั้งภาครัฐและเอกชนอาจขาดแผนการจัดการภาวะวิกฤตแบบระยะยาว ไม่มีเงินสำรองในการดูแลพนักงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเมื่อเกิดการหยุดจ้างงานเป็นเวลานาน ขณะนี้ สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และกลับมาเปิดประเทศ ลูกค้าในธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาแล้ว แต่ลูกน้องคือพนักงานหรือแรงงานไม่กลับ เพราะหันไปประกอบอาชีพอื่นแล้ว ในปัจจุบันจึงเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ” ผศ.ดร.มณฑกานติ กล่าว

ทั้งนี้ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม โดยสาขาการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเว้นท์ รวมทั้งสาขาการโรงแรมและธุรกิจอาหาร ได้ร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง “New Gen and New Chapter of Thailand’s Tourism” หรือ “คนรุ่นใหม่และการท่องเที่ยวบทใหม่ของประเทศไทย” เพื่อเป็นการเตรียมนักศึกษาให้พร้อมเข้าสู่โลกของการทำงานหลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจเป็นการทำงานในระหว่างการเรียน หรือก่อนจบการศึกษาก็เป็นไปได้ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบัน

โดยเชิญผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรมและไมซ์ ซึ่งเป็นผู้จ้างงานโดยตรง ประกอบด้วย คุณสรรพวัต กันตามระ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์และความยั่งยืน บริษัท ฟายด์ โฟลด์ จำกัด ตัวแทนธุรกิจนำเที่ยว, คุณพิมพร ไชยรุ่งเรือง Senior Talent Development & HR Manager, Intercontinental Bangkok and Holiday Inn Bangkok ตัวแทนธุรกิจโรงแรม และ คุณมารีน่า ชินอนุรักษ์ชาติ Director of Marketing and Sales, MC Planner ตัวแทนธุรกิจไมซ์

มาเล่าถึงแนวทางการดำเนินงานของธุรกิจ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันและทิศทางในอนาคต ทั้งรูปแบบการจ้างงาน ความต้องการผู้เข้าทำงาน ในด้านความรู้ ทักษะ คุณสมบัติ และคุณลักษณะต่างๆ ซึ่งสำหรับภาพรวมการจ้างงานของธุรกิจนำเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดเล็กและจำนวนมากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนถึงขั้นต้องหยุดกิจการ แต่ในส่วนของ “Find Folk” จากเดิมทำธุรกิจทัวร์ ได้ปรับเปลี่ยนเป็นที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เนื่องจากความยั่งยืนเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง องค์กรและธุรกิจต่างๆ ให้ความสำคัญ

ในส่วนของธุรกิจโรงแรมปัจจุบันกำลังต้องการแรงงานจำนวนมาก เพราะอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แรงงานที่ออกไปในช่วงโควิด-19 ยังไม่กลับมา เพราะหันไปทำงานอื่นแล้ว และบางองค์กรต้องการปรับเปลี่ยนพนักงาน จึงเป็นโอกาสของนักศึกษาจบใหม่ เช่นเดียวกับธุรกิจไมซ์ที่เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปีก่อน ขณะที่คุณสมบัติที่ใช้ในการพิจารณาตำแหน่งงานเบื้องต้นสำหรับนักศึกษาจบใหม่นั้น มองตรงกันว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือ “ทัศนคติที่ดี” ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและพร้อมปรับตัวตลอดเวลา

เพราะธุรกิจบริการต้องสัมผัสกับผู้คนมากมาย ทั้งซัพพลายเออร์ที่เป็นคู่ค้าต่างๆ เช่น ไกด์ คนขับรถ ฯลฯ และต้องพบลูกค้าหลากหลาย จึงต้องมีความมั่นใจและสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อีกเรื่องที่สำคัญรองลงมาคือความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความต้องการมาก-น้อยต่างกันขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานที่สมัคร แต่การจะเติบโตต่อไปจำเป็นต้องพัฒนาหรือยกระดับการใช้ภาษาให้สูงขึ้น จึงจะก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้

นอกจากนี้ ยังเห็นตรงกันถึงเรื่องการเรียนรู้หรือฝึกฝนทักษะจากการทำงานจริงในแบบ On the job training เรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะในระหว่างทำงานพร้อมๆ กันไปนั้นเป็นสิ่งที่ดี เก็บเกี่ยวไปจะทำให้ได้ประโยชน์มากกว่าทั้งมีประสบการณ์และนำไปใช้ต่อยอดได้ต่อไป โดย “คุณพิมพร” ย้ำว่า หลายโรงแรมกำลังเฟื่องฟูเรื่องเซอร์วิสชาร์จ บางโรงแรมได้ 30,000 บาทต่อเดือน หรือช่วงไฮซีซั่นแตะไปถึง 60,000 บาท

“ตอนนี้เป็นโอกาสเพราะยังขาดแรงงาน แต่ก็น่าจะเป็นเพียงช่วงเดียว ดังนั้น เมื่อได้รับโอกาสแล้วอย่ารอ เราไม่ได้มองคนเป็นแพ็กเกจสมบูรณ์ แต่มองหาคนที่มีศักยภาพที่พร้อมได้รับการพัฒนา มีทัศนคติดี พร้อมปรับตัว ปรับเปลี่ยน เปิดรับโอกาสใหม่ๆ และสามารถทำงานได้หลากหลาย รวมถึงต้องมีความมั่นใจว่าตัวเองทำได้” คุณพิมพร กล่าว

สำหรับธุรกิจนำเที่ยว “คุณสรรพวัต” กล่าวว่า Find Folk การดูแลพนักงานเป็นแบบครอบครัว มีสวัสดิการ และใกล้ชิดกับทุกคน เป็นธุรกิจเล็กๆ แต่มีวิสัยทัศน์ยิ่งใหญ่ คนที่มาร่วมงานต้องมีใจรักการท่องเที่ยวและการบริการ สิ่งที่ต้องการจากคนทำงานหรือคนรุ่นใหม่มี 3 ข้อคือ 1.การปรับตัว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว 2.ความคิดสร้างสรรค์ และ 3.การทำงานมีเครือข่ายทำงานหลากหลายได้

ส่วนงานการจัดการประชุมและการจัดอีเวนท์ “คุณมารีน่า” กล่าวว่า นอกจากรายได้และสวัสดิการต่างๆ แล้ว ยังมีข้อดีจากการได้โอกาสเห็นมุมมอง วัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายในที่ต่างๆทำให้ได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างกันในประเทศต่างๆ นักศึกษาควรรีบเตรียมตัวเพื่อพาตัวเองเข้าสู่โลกแห่งการทำงานจริงให้เร็ว เพราะบางอย่างไม่สามารถเรียนรู้ในชั้นเรียนได้ ต้องลงมือปฏิบัติจริง และอยากให้คนรุ่นใหม่มีความอดทน ไม่ย่อท้อ และมีความมุ่นมั่นว่าสามารถทำได้

ด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์มีคำแนะนำว่า ควรจะใช้อย่างเข้าใจและสร้างสรรค์ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง เพราะหากไม่ระวังอาจจะก่อให้เกิดโทษได้ โดยในส่วนของโรงแรมที่เป็นเชนต่างประเทศมักจะมี Social Media Policy นโยบายในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อได้เข้าไปอยู่ในองค์กรแล้ว หากมีการใช้เนื้อหาที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม จะมีมาตรการลงโทษอย่างชัดเจน

ในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI หรือ Chatbot จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานช่วยให้ง่ายขึ้นมากกว่า ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ เพราะธุรกิจท่องเที่ยวเป็นงานด้านการบริการ เป็น Hospitality Service เป็น Human Touch Industry เช่นเดียวกับ ภาษาที่สาม สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวหากมีทักษะนี้จะเป็นข้อได้เปรียบมากกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะในส่วนของโรงแรมจะทำให้มีรายได้ประจำประมาณ 3,000 บาท-5,000 บาทต่อเดือนเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากคุณสมบัติต่างๆ ข้างต้นที่ควรจะมีแล้ว “เสน่ห์ของคนทำงานท่องเที่ยว” สำหรับคนโรงแรม ใช้คำว่า Approachable คือพร้อมเสนอความช่วยเหลือแก่ทุกคน โดยไม่ต้องรอให้ขอพร้อมทักทายเสมอ ยิ้มแย้มแจ่มใสยกมือไหว้ หรือพูดคุย เพราะการรู้จักกันทำให้ทำงานง่ายขึ้นมาก โดยเริ่มจากเพื่อนร่วมงานก่อน ซึ่งเมื่อได้พบกับลูกค้าแล้วจะทำได้อัตโนมัติเพื่อให้เกิดความประทับใจ

เมื่อโควิด-19 ผ่านไป ทำให้เกิดบทใหม่ของการท่องเที่ยวและโรงแรมทำให้รู้ว่าเมื่อเกิดวิกฤตก็เกิดการเรียนรู้และทำให้เกิดการเตรียมความพร้อม เป็นบัณฑิตพร้อมใช้เพื่อเป็นบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ความสามารถพร้อมเข้าสู่โลกการทำงานจริง!!!

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

แจงดราม่า! หนังสือเรียนภาษาไทยพาที ป.5 ตีเจตนาคลาดเคลื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726184

แจงดราม่า! หนังสือเรียนภาษาไทยพาที ป.5 ตีเจตนาคลาดเคลื่อน

แจงดราม่า! หนังสือเรียนภาษาไทยพาที ป.5 ตีเจตนาคลาดเคลื่อน

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.03 น.

จากประเด็นดราม่าหนังสือเรียน ภาษาไทยพาที ชั้น ป.5 ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือ โดยเฉพาะการสอนเรื่องความพอเพียงนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566 ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยในเรื่องนี้ ว่า สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) สพฐ.ได้ทำหนังสือชี้แจงมาว่า จากกรณีสื่อโซเชียล มีข้อสังเกตเกี่ยวกับเนื้อหาของหนังสือเรียนฉบับกระทรวงฯ นั้น มีประเด็นที่เกี่ยวข้องดังนี้

1.การจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหนังสือที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำขึ้นสำหรับนักเรียนใช้ฝึกทักษะและสร้างนิสัยรักการอ่าน และครูผู้สอนใช้ในการจัดการเรียนการสอน รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหนังสือ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาไทยและแวดวงวรรณกรรม ทั้งจากสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการศึกษา ทั้งนี้ มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในด้านการนำไปใช้จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยโดยตรง ได้แก่ ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบงานภาษาไทยและครูผู้สอนภาษาไทยในทุกภูมิภาคก่อนที่จะเผยแพร่หนังสือเรียนดังกล่าว

2.วัตถุประสงค์ของการจัดทำหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ของกระทรวงศึกษาธิการนั้น กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะทางภาษาจากการอ่าน เขียน ฟัง ดู พูดเรื่องที่น่าสนใจ ผสานความเข้าใจลักษณะของภาษาไทย ตระหนักรับรู้ความงามในความงามของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา กระบวนการคิดและการบูรณาการ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ด้วยตนเองและกระตุ้นความสนใจ สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาเหมาะแก่วัย ชั้นปี และสูงสุดเต็มตามศักยภาพ เป็นพื้นฐานการคิดเชื่อมโยงในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ปลูกฝังวัฒนธรรมทางภาษา ความเป็นไทย ความเป็นคนดีของสังคมไทยและสังคมโลก รวมทั้งการนำความรู้และความคิดไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป

3.การนำเสนอเนื้อหาบทอ่านในภาพรวมของหนังสือรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ของกระทรวงศึกษาธิการ นำเสนอเนื้อหาบทอ่านโดยใช้รูปแบบของวรรณกรรม คือ มีเรื่องราวที่น่าสนใจผ่านบทสนทนา ความคิดเห็น ความรู้สึก และอารมณ์ของตัวละคร เชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้ในเรื่องหลักการใช้ภาษา นอกจากนี้เนื้อหาที่นำเสนอยังสามารถบูรณาการกับทักษะชีวิตหรือพัฒนาต่อยอดในทักษะอื่นๆ ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน รู้จักใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง สละสลวยและแทรกเนื้อหาความคิดที่บูรณาการความเข้าใจวิถีความเป็นไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ และรู้จักเท่าทันโลกตามวัย ประสบการณ์ และชั้นปี ตลอดจนเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน

4.เนื้อหาและภาพที่เป็นประเด็นตามที่ กรณีสื่อโซเชียล มีข้อสังเกต พบว่า ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บทที่ 9 ชีวิตมีค่า ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

4.1 เนื้อหาโดยสรุปของเรื่อง ชีวิตมีค่า เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงกำพร้าชื่อ “ข้าวปุ่น” ซึ่งถูกนำมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านเด็กกำพร้า ผู้ดูแลบ้านเด็กกำพร้ามาพบ จึงนำไปเลี้ยงและตั้งชื่อว่า “ข้าวปุ้น” ที่บ้านเด็กกำพร้า เด็กๆ ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรัก และได้รับการสอนให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี ตั้งใจเรียนหนังสือ เพื่อจะได้มีอาชีพและช่วยเหลือตนเองต่อไปได้ในอนาคต ที่บ้านเด็กกำพร้า เด็กๆ ดำเนินชีวิตได้ด้วยเงินบริจาค จึงต้องอยู่อย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็น ดูแลซึ่งกันและกัน เด็กๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ และตั้งใจว่า เมื่อโตขึ้นมีงานทำ จะได้ช่วยหาเงินมาดูแลน้องๆ ที่อยู่ในบ้านเด็กกำพร้าต่อไป ข้าวปุ้นมีเพื่อนสนิทชื่อ “ใยบัว” เป็นลูกของคนมีฐานะ วันหนึ่งใยบัวบอกกับข้าวปุ้นว่าอยากตาย เพราะน้อยใจที่พ่อแม่ไม่ยอมซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้ ข้าวปุ้นจึงพาใยบัวไปที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ตนเองอยู่ การได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ ที่นั่น ทำให้ใยบัวเรียนรู้ว่า ชีวิตมีคุณค่า ความสุขอยู่ที่ใจ ไม่ใช่อยู่ที่วัตถุสิ่งของ เมื่อเราคิดดี ทำดี ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทำให้ผู้อื่นมีความสุข จิตใจของเราก็จะมีความสุขไปด้วย

4.2 ภาพประกอบของเรื่อง ชีวิตมีค่าโดยหลักการของการจัดทำหนังสือเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาจำเป็นต้องมีการวาดภาพประกอบที่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน ชวนให้ติดตามอ่านเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ การวาดภาพประกอบจึงมิได้เจตนาที่จะสื่อถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับหนังสือนิทานที่จำเป็นต้องมีการวาดภาพประกอบให้สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง ชวนให้ติดตามอ่านเนื้อเรื่อง และทำความเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่ายยิ่งขึ้น

5.ข้อคิดเห็นของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา

5.1 ประเด็นเนื้อหาและภาพประกอบที่ผู้โพสต์นำมาอ้างอิง เนื้อหาของบทอ่านตามเจตนาของผู้แต่งของบทอ่านเรื่อง ชีวิตมีค่า คือ สอนเด็กให้เรียนรู้ว่าความสุขของชีวิตอยู่ที่ใจ ไม่ใช่อยู่ที่วัตถุสิ่งของ เมื่อคิดดี ทำดี ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทำให้ผู้อื่นมีความสุข จิตใจก็จะมีความสุขไปด้วย การที่ผู้โพสต์ได้นำรูปภาพและเนื้อหาบางส่วนของเรื่อง ชีวิตมีค่า มาแสดงความคิดเห็นวิเคราะห์ในมุมมองของผู้โพสต์ เป็นการวิเคราะห์เนื้อหาเพียงบางส่วนของเนื้อเรื่องทั้งหมด จึงอาจจะทำให้เข้าใจสาระสำคัญของเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะการพิจารณาสาระสำคัญของเรื่องที่อ่านจำเป็นจะต้องพิจารณาเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ จึงจะสามารถเข้าใจสาระสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสื่อได้ ดังนั้นการที่ผู้โพสต์ได้วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาของเรื่องว่านำเสนอความยากลำบากเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของความเหลื่อมล้ำและภาวะจำยอมตามที่กล่าวอ้าง และยกอ้างเหตุผลที่ขัดกันนั้น จึงไม่ใช้เจตนาที่หนังสือเรียนต้องการสื่อ

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงประเด็นโภชนาการที่ไม่เพียงพอของเด็ก เช่น การกินไข่ต้มครึ่งซีกกับข้าวคลุกน้ำปลา ผัดผักบุ้ง และขนมวุ้นกะทิอาจไม่เพียงพอต่อปริมาณสารอาหารที่เด็กต้องการ นั้น เป็นการตีความคลาดเคลื่อนที่เข้าใจว่าเรื่องที่แต่งในหนังสือเรียนคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จึงทำให้รู้สึกและคิดว่าเนื้อหาที่นำเสนอแสดงให้เห็นถึงโภชนาการของเด็กที่ไม่ถูกต้อง

อนึ่ง ในเรื่องโภชนาการของเด็กนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากการมีระบบ Thai School Lunch ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดอาหารกลางวันที่มีคุณภาพให้แก่นักเรียน ดังนั้น ผู้อ่านจึงต้องมีวิจารณญาณในการแยกแยะระหว่างเรื่องที่แต่งขึ้นกับเรื่องจริงในชีวิตประจำวัน

กรณีประเด็นดังกล่าวทั้งหมดของบทอ่านเรื่อง “ชีวิตมีค่า” ที่ปรากฏในสื่อโซเซียล ที่นำเรื่องในชีวิตประจำวันมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่แต่งขึ้น ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือถูกชักจูงจากการอ้างหรือการสื่อสาร ซึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิด และสร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของหนังสือเรียน ซึ่งมีลิขสิทธิ์ และนำมาใช้กับนักเรียนด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ นอกจากนี้ การเผยแพร่ความคิดเห็นเฉพาะบุคคลที่มีต่อเรื่องดังกล่าวในระบบออนไลน์อาจทำให้เกิดการด้อยค่า ดูหมิ่น เกลียดชัง หรือความเข้าใจผิดต่อแบบเรียน และคุณภาพด้านวิชาการของเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นวงกว้างได้

ขุนพล ‘พรรคเพื่อไทย’ สู้นโยบาย ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547433

23 เม.ย. 2566

ขุนพล 'พรรคเพื่อไทย' สู้นโยบาย 'รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย'

‘หมอมิ้ง-จาตุรนต์-ดนุพร’ ขุนพลพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีดอนเมือง สู้นโยบาย ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’-50 เขต 50 โรงพยาบาล ชาวดอนเมืองต้องมีโรงพยายามประจำเขตตัวเอง

ปชช.ผิดหวังนายกฯเมินแก้ปัญหาค่าไฟแพง

ดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะรณรงค์หาเสียง กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าวันนี้พี่น้องเดือดร้อนและต้องการคนที่มาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เดือนที่ผ่านมาทุกคนพูดถึง ‘ค่าไฟแพง’ รายจ่ายประชาชนขึ้นยกแผง รวมถึงราคาพลังงานทุกอย่าง ประชาชนไม่รู้จะประหยัดยังไงแล้ว 

แต่ปัญหาทั้งหมดนี้ ประชาชนกำลังมองไปที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คาดหวังว่าผู้นำประเทศต้องแก้ไขปัญหาประชาชนได้ แม้กระทั่งช่วงหาเสียงที่ควรเป็นเดือดเป็นร้อน ก็หวังจะได้เห็นนายกฯ เรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา แต่ไม่มี สิ่งที่เห็นคือนายกฯ ลางานไปหาเสียง ถีบเรือเป็ดอยู่ที่สวนลุมฯ

“วันนี้คนที่เป็นนายกฯ ต้องเสียสละ ระหว่างความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กับ การหาเสียง ผมเชื่อว่าถ้าคนของเพื่อไทยเป็นนายกฯ เราจะไม่มัวแต่หาเสียงแต่เร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน” ดนุพรกล่าวและว่า แต่ถ้าวันนี้รัฐบาลคือเพื่อไทย เราจะไม่เห็นเพื่อไทยมัวแต่หาเสียงแต่จะเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน

บรุ๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะรณรงค์หาเสียง กทม. พรรคเพื่อไทยบรุ๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะรณรงค์หาเสียง กทม. พรรคเพื่อไทย

สุดท้ายย้ำว่า “เราจะทำให้เห็นว่านายกฯ ที่ดีต้องไม่นั่งบนหัวใคร แต่นั่งบนหัวใจประชาชน นี่คือสิ่งที่ประยุทธ์ไม่มี ไม่มีทางเทียบกับนายกฯ ทักษิณ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ท่านไม่เคยเทียบได้ และจะไม่ได้ตลอดไป”​ ดนุพรกล่าว

ต้องได้อำนาจรัฐ แก้ปัญหาให้ปชช.

นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยมาโดยตลอด เราฝ่าวิกฤติมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย เราผ่านการถูกกระทำมานับไม่ถ้วน แต่ไม่ว่ายังไง เราเข้าใจปัญหาของประชาชน และเราชนะการเลือกตั้งเพื่อไปเป็นรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อพี่น้องประชาชนได้รับความสุข และอยากเข้าไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง เรายืนยันว่า เราต้องได้อำนาจรัฐ แก้ปัญหาให้ประชาชน สร้างรายได้ใหม่ และเรากล้าพูดและเราเคยทำมาแล้วสำเร็จไม่รู้กี่ครั้ง

หมอมิ้ง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยหมอมิ้ง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย

ทำรถไฟฟ้าให้เดินทางได้ 20 บาทตลอดสาย

นพ.พรหมินทร์ ย้ำว่า สิ่งที่สำคัญของชาวกรุงเทพฯ มี 2 เรื่องใหญ่ หนึ่ง-เราจะทำรถไฟฟ้าให้เดินทางได้ 20 บาทตลอดสาย สอง-พรรคเพื่อไทยมองเห็นปัญหาและเราจะยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ประชาชนได้สะดวกสบาย และสร้างโรงพยาบาลประจำเขตทุกเขต เป็นโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 150 เตียงขึ้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน

 นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทยนายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปิดท้ายเวทีปราศรัย บางคนพูดว่าพรรคเพื่อไทยสนใจแต่เรื่องปากท้อง ทำไมไม่สนใจประชาธิปไตยโครงสร้างหรือระบบประชาธิปไตยบ้าง นี่คือพูดผิดแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยให้ความสนใจเรื่องเศรษฐกิจและประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้พี่น้อง

แต่ขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับเผด็จการมาทุกยุคทุกสมัยเพื่อให้ได้ประชาธิปไตย เราได้ทำมาและปรากฎชัด พรรคเพื่อไทยทำทั้งสองเรื่องนี้ได้ดีจากนี้ต่อไป ก็จะทำสองเรื่องนี้ คือแก้ทั้งเศรษฐกิจและทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยไปพร้อมกัน เรามั่นใจว่าเราทำได้ไม่แพ้ใครในประเทศนี้

.

“สิ่งที่จะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม คือเราจะให้ประชาชนลงประชามติ เพื่อตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และให้ระบุในรัฐธรรมนูญว่าคนทำรัฐประหารเป็นกบฎ และคนทำรัฐประหารไม่สามารถเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ได้ เมื่อเรามีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย พี่น้องก็จะมีเสรีภาพได้” จาตุรนต์ กล่าว

เสียงสะท้อนจากเหล่านี้จากแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ขนทัพใหญ่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่กรุงเทพฯ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน : ดอนเมือง’ ณ ตลาดโอโซนวัน กรุงเทพมหานคร(กทม.)โดยเวทีนี้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายอาทิตย์ที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ทั้ง 2 คนมาเจอกัน นั่นคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ นายเศรษฐา ทวีสิน

ร่วมด้วย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. พรรคเพื่อไทย , นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ, นางปวีณา หงสกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกพรรคเพื่อไทย , นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย , นางนลินี ทวีสิน ประธานคณะกรรมการด้านการต่างประเทศ , นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษาคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ

พร้อมด้วย ผู้สมัครสมาชิกสภา กรุงเทพมหานคร ได้แก่ นายสุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 10 เบอร์ 10 , นายเอกภาพ หงสกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 11 เบอร์ 1, นายญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 12 เบอร์ 10 , นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 9 บางเขน เบอร์ 2

แกนนำระดับขุนพลพรรคเพื่อไทยแกนนำระดับขุนพลพรรคเพื่อไทย

‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ แท็คทีมปลุกดอนเมือง ‘ปิดสวิตซ์ สว.-3 ป.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547431

23 เม.ย. 2566

'อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา' แท็คทีมปลุกดอนเมือง 'ปิดสวิตซ์ สว.-3 ป.'

‘อุ๊งอิ๊ง’ ปลุกดอนเมือง! อุ้มทอง 9 เดือน ขึ้นเวทีปราศรัยสุดท้ายก่อนลาคลอด ขออย่าแบ่งใจ วันนี้ต้องเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ ‘ปิดสวิตซ์ สว.-3 ป.’ให้ได้ ย้ำ เพื่อไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาลจากปากกาประชาชน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย อุ้มท้อง 9 เดือน ขึ้นเวทีปราศรัย ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ‘ดอนเมือง’ ณ ตลาดนัดโอโซนวัน กรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายก่อนลาคลอด คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ท่ามกลางการตอบรับ โอบกอด เสียงเชียร์และกำลังใจ ถึง ‘คุณแม่’ อย่างท้วมท้น ขณะที่คนในครอบครัว อย่าง นายปิฎก สุขสวัสดิ์ , นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ และ พิณทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ มาร่วมให้กำลังใจติดขอบเวที

.

น.ส.แพทองธาร เริ่มปราศรัยว่า ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทยเป็นเวลากว่า 22 ปี ทุกคนร่วมกันต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย หาเสียงด้วยนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน นับเป็นการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ ที่นโยบายของพรรคการเมืองไทยจะเปลี่ยนชีวิตของพี่น้องให้ประชาชน เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างถาวร

มั่นใจเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล

เพราะความสำเร็จตลอด 22 ปี ที่ผ่านมา ทำให้พี่น้องประชาชนเชื่อใจเรา และสนับสนุนเรา ในการเลือกตั้ง2566นี้ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าหากเราชนะการเลือกตั้ง จนได้จัดตั้งรัฐบาล เราจะทำทุกนโยบายให้สำเร็จให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องหลุดพ้นจากความยากลำบาก

.

พรรคเพื่อไทยต่อสู้กับความยากจนร่วมกับพี่น้องประชาชนเสมอมา โดยนโนบายที่เริ่มตั้งแต่รากจนออกนอกออกผล จากการ ‘ลดรายได้ เพิ่มรายจ่าย ขยายโอกาส’ ให้พี่น้องประชาชนได้ลืมตาอ้าปากอย่างมั่นคง แต่ทุกครั้งที่เราได้เข้ามาเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นในฐานะพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน หรือพรรคเพื่อไทย เราต่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้กับประชาชน แต่จากอุปสรรคระหว่างทางที่ทำให้เราต้องต่อสู้กับอำนาจนอกระบบ

.

“เราจัดตั้งรัฐบาลด้วยปลายปากกาของประชาชน แต่อำนาจของประชาชนถูกหักทิ้งด้วยปลายกระบอกปืน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาลด้วยปลายปากกาของประชาชน ที่จะวาดความหวัง วาดความฝัน เพื่ออนาคตของประเทศไทยด้วยกันอีกครั้ง และช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยได้ต่อสู้เคียงข้างพี่น้องประชาชน”

ปิดสวิตซ์ สว.- 3 ป.

“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นศึกที่ยิ่งใหญ่ เราต้องปิดสวิตซ์ สว. และ 3 ป. แต่เราเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่มีแต้มต่อ มีแต่พี่น้องประชาชนเท่านั้นที่จะอนุญาตให้เราเข้าไปเปลี่ยนชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ เรายังคงยืนหยัดเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน แม้จะต้องเผชิญกับศัตรูทางการเมืองมากแค่ไหนก็ตาม”น.ส.แพทองธาร กล่าว

สุดตรอง ว่าที่คุณแม่ อุ๊งอิ๊ง ขึ้นเวทีปราศรัยสุดท้ายก่อนลาคลอดสุดตรอง ว่าที่คุณแม่ อุ๊งอิ๊ง ขึ้นเวทีปราศรัยสุดท้ายก่อนลาคลอด

มวลชน คนดอนเมืองกรุงเทพฯมวลชน คนดอนเมืองกรุงเทพฯ

เบอร์10 เพื่อไทยเขต 10 กทม.

น.ส.แพทองธารฝากผู้สมัครเขตดอนเมือง นายสุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 10 เบอร์ 10 และฝากพรรคเพื่อไทย เบอร์ 29 เพื่อส่งผู้แทนจากพรรคเพื่อไทยเข้าไปโหวตนโยบายดีๆ เพื่อปากท้องของพี่น้องประชาชนทุกคน

‘เศรษฐา’ ชี้คนไทยต้องมีค่าแรงศักดิ์ศรี

ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัย ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ‘ดอนเมือง’ ณ ตลาดนัดโอโซนวัน ท่ามกลางพี่น้องชาวดอนเมือง ร่วมต้อนรับอย่างท่วมท้น

.

โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวดอนเมืองที่มาให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยอย่างเนืองแน่น พร้อมย้ำว่า ตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย เราคิดใหญ่ ทำเป็นมาโดยตลอด นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค มีองค์กรระดับโลกนำไปศึกษาเป็นต้นแบบ ในวันนี้พรรคเพื่อไทยยังมีแนวทางที่จะยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว รักษาที่ไหนก็ได้

.

เช่นเดียวกับปัญหาเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทย ที่คำนึงถึงความแร้นแค้นของพี่น้องตลอด 8 ปีที่ผ่านมา จึงมีนโยบายค่าแรง 600 บาทภายใน 4 ปี รัฐบาลปัจจุบันเคยบอกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ว่าถ้ามาเป็นรัฐบาล ค่าแรงจะถึง 420 บาท วันนี้ยังทำไม่ได้ แต่เพื่อไทยทำได้

โดยปีแรกที่เป็นรัฐบาลจะปรับค่าแรงเป็น 400 บาททันที เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ให้อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีสมที่เรียนจบปริญญาตรี พร้อมเติมรายได้ให้เต็ม 20,000 บาทต่อครอบครัว พร้อมย้ำนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทจะถึงกระเป๋าของพี่น้องประชาชนที่อายุ 16 ปีขึ้นไป พอให้ประกอบอาชีพตั้งตัวได้ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการนำไปจับจ่ายร้านค้าในชุมชนอีกด้วย

.

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ด้วยนโยบายสมัครใจเกณฑ์ทหารโดยไม่ต้องถูกบังคับ พร้อมเดินหน้าปราบปรามปัญหายาเสพติดให้หมดไป บำบัดผู้เสพเป็นผู้ป่วย ให้หายป่วย กลับไปประกอบอาชีพสุจริต ไม่กลับไปหายาเสพติดอีก พร้อมลงโทษผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยจะนั่งหัวโต๊ะในการจัดการเดินหน้ายึดทรัพย์ผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็วที่สุด

'อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา' แท็คทีมปลุกดอนเมือง 'ปิดสวิตซ์ สว.-3 ป.'

.

“พรรคเพื่อไทยเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ดอนเมือง พร้อมทำนโยบายให้เป็นจริง แต่นโยบายเหล่านี้จะเป็นไปไม่ได้ ถ้าจุดเริ่มต้น สส.หมี-สุธนพจน์ กิจธนาพิทักษ์ ผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง เบอร์ 10 ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภา สส.หมี เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ทำงานลงพื้นที่มาโดยตลอด เราไม่ได้แข่งกับคนอื่น เรามาวันนี้ เรามั่นใจว่าจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส.ส.หมีจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเข้าสู่สภา ถ้าไม่เลือก สส.หมี ก็น้อยไป 1 เสียง จึงอยากขอคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวดอนเมือง ในวันที่ 14 พฤษภาคม ขอให้เลือก ส.ส.หมี เบอร์ 10 เข้าสู่สภา และเลือกพรรคเพื่อไทยเบอร์ 29 กาทั้ง 2 ใบ แลนด์สไลด์เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกหลาน” นายเศรษฐากล่าว

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตรอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร

นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

จุรินทร์ ขอคะแนนเสียงให้ ‘ประชาธิปัตย์’ โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547428

23 เม.ย. 2566

จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้

พรรคประชาธิปัตย์ เปิดปราศรัยใหญ่โซนฝั่งธน กรุงเทพฯ ส่งสัญญาณ 14 พ.ค. ขอให้เลือกสส.ประชาธิปัตย์ทั้ง 400 เขต พ่วงเลือกพรรคหมายเลข 26   ” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ” หัวหน้าพรรคมั่นใจ แม้รอบที่แล้วไม่มี สส. กทม. แต่เลือกตั้งรอบนี้แจ้งเกิดจากผลงานที่ทำไว้ ไม่เป็นรองใคร

ที่บริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหานคร วงเวียนใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่ฝั่งธนบุรี    โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปตย์  ปราศรัย เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.   ขอให้เลือก สส.เขตจาก พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 400 เขต และบัตรอีก 1 ใบขอให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เพื่อให้สามารถไปทำภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร ให้มี สส.มากกว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่มีเพียง   52 คน 


นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนเดินทางไปทุกจังหวัด ทุกภูมิภาค เสียงตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ดีขึ้น   ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์  เป็นพรรคที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีบุคคลากร ที่พร้อมทุกด้านทั้งด้านการเมือง และ เศรษฐกิจ  นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังมีผลงาน พาประเทศผ่าวิกฤติ ตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ทำหน้าที่หัวหน้าพรค และในสมัยนี้ประสบปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน  ในฐานะหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมพาประเทศผ่านวิกฤต

สำหรับในพื้นที่ กทม.  สมาชิกประชาธิปัตย์ทุ่มเท ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง แม้ครั้งที่ผ่านมาจะไม่มี สส.ใน กทม. ครั้งนี้จึงมั่นใจว่าจะสามารถปักธงกทม.   หลายคนภูมิใจในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีอำนาจแล้วไม่โกง ไม่เคยมีหัวหน้าพรรค คนไหนติดคุกและไม่เคยทุจริต  พรรคประชาธิปัตย์ เทิดทูนสถาบัน  4 ปี  ที่ร่วมรัฐบาลมีผลงานไม่แพ้ใคร พรรคประชาธิปัตย์ซื่อสัตย์สุจริต  จึงไม่มีเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติอีก ขอให้สัญญากับคนไทยทั้งประเทศว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีจุดยืน 4 ทำ 3 ไม่


คือ 1. ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้เข้มแข็งยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ   2. นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นพรรคที่รวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฏรที่มาจากการเลือกของประชาชน และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเดินหน้าประชาธิปไตย ไม่โกง ไม่เอาการซื้อสิทธิขายเสียง และการประมูลตัวผู้แทนราษฏร ที่สำคัญต้องมีการลดโทษคดีทุจริต และคัดค้านการติดคุกที่บ้าน ดังนั้น พรรคไหนที่เคยโกงและทุจริต ขอให้ประชาชนจำเอาไว้ ต้องไม่เลือกให้เขากลับมามีอำนาจ และมาโกงประชาชนอีก


3. ต้องเป็นประชาธิปไตยท้องอิ่ม แม้หลายพรรคคิดแต่จะแจกเงิน แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่แจก แต่เน้นการสร้างเงินให้ประเทศ ประกันรายได้ด้วยการท่องเที่ยว และการส่งออก   4. จัดการกับปัญหายาเสพติด ด้วยนโยบาย ตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่เอากัญชาเสรี แต่สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์   ส่วนสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอา คือ 1. ไม่แก้ ม.112  2.ไม่เอายาเสพติด และ 3.ไม่เอาทุจริตคอรัปชั่น   ช่วงท้าย นายจุรินทร์ ย้ำว่า ขอให้ทุกคนหนักแน่นมั่นคงกับสิ่งที่จะทำดีให้ประเทศต่อไป  ช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนที่ไม่เลือกประชาธิปัตย์ครั้งที่แล้ว ขอให้กลับมาเลือกประชาธิปัตย์

จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้

พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2   จัดขึ้นที่ฝั่งธนบุรีมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมปราศรัย ขอประชาชนสนับสนุนเพื่อให้พรรคฯมีสส. เพิ่มจากการเลือกตั้งปี  2562  ที่มีสส.  ได้รับเลือกเข้ามารวม  52  คน 

กระแสตอบรับดี ‘นิพนธ์’ มั่นใจ ‘ประชาธิปัตย์’ ได้สส.ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547422

23 เม.ย. 2566

กระแสตอบรับดี 'นิพนธ์' มั่นใจ 'ประชาธิปัตย์' ได้สส.ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง

‘นิพนธ์’ ตั้งโต๊ะแถลง หลัง 3 ทัพหลวงขุนพล ‘ประชาธิปัตย์’ เบอร์ 26 ลงพื้นที่พบประชาชนมีกระแสตอบรับดี มั่นใจเลือกตั้ง66 ได้ สส.ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง เฉพาะภาคใต้กวาด สส.ไม่ต่ำกว่า4

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งโต๊ะแถลงต่อสถานการณ์การเลือกตั้ง2566 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ และความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคปชป.ที่จัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ ขอถือโอกาสนี้แจ้งต่อพี่น้องสื่อมวลชนว่าจากการติดตามสถานการณ์มาจนถึงวันนี้ขอยืนยันว่าประชาธิปัตย์ในพื้นที่ทั่วประเทศดีขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร ฉะนั้นพรรคจึงมีความมั่นใจว่าการเลือกตั้ง2566 เป้าหมายที่ได้วางไว้แต่เดิมมีความเป็นไปได้ชัดขึ้น ตัวเลข 70-80 ที่นั่ง ที่ประมาณการเอาไว้ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง มาถึงนาทีนี้ทำให้เรามีความตั้งใจมากยิ่งขึ้น 

ไม่ว่าจากการที่พรรค โดยท่านหัวหน้าพรรคท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ได้แถลงในยุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ต่อมาเปิดตัวนโยบายของพรรคทั้ง 26 นโยบายรวมถึงนโยบายการสร้างสันติภาพ สู่สันติสุข ชายแดนใต้ มาถึงวันนี้ในมีการจัดทัพในการรณรงค์หาเสียงแบ่งเป็น 3 ท่านคือ ท่านหัวหน้าพรรค ท่านเลขาธิการพรรค และทัพของอดีตหัวหน้าพรรค ท่านชวน หลีกภัย ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน และท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

นิพนธ์ มั่นใจภาคใต้กวาดสส.ไม่ต่ำกว่า 40

ทุกสายทุกทัพได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งได้ตระเวนกันไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อพบปะกับพี่น้องขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้งพรรคทั้งคน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 26 เป็นหมายเลขเดียวที่ใช้ได้ทั่วประเทศ ส่วนเขตพื้นที่ต่างๆ นั้นแต่ละเขตก็ได้เลขหมายต่างๆ กัน แต่การรณรงค์ของพรรคย้ำให้เลือกทั้งพรรค เลือกทั้งคน ฉะนั้นมาถึงนาทีนี้มีผลการวิจัยของพรรคใกล้เคียงกับผลการวิจัยของโพลหลายสำนักว่าประชาธิปัตย์มีการตอบรับอย่างดี มีเสียงขานรับในทุกภูมิภาคที่ดีขึ้น

ขอถือโอกาสนี้ยืนยันตัวเลขว่าจากการทำผลสำรวจ และได้ทำการทั้งของสำนักโพลต่างๆ สอดคล้องกับของพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ ที่เรามั่นใจว่าเราจะได้ตัวเลขไม่ต่ำกว่า 40 เราก็ยังยืนยันในตัวเลขนี้ ที่ภาคใต้ประชาธิปัตย์ยังมีความหวังว่าจะได้มากกว่า 40 ที่นั่ง

ในส่วนของสงขลานาทีนี้เรามีความมั่นใจว่าเรายังสู้ทั้ง 9 เขต และขณะนี้ถือว่าใกล้เคียงความจริงอย่างมาก เหลือเวลาอีก 3 อาทิตย์เราเชื่อว่า เขตที่ยังสูสีกันอยู่เราจะพยายามให้ชนะขาดให้ได้

ปชป.คาดจะได้ สส.ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง

 ในขณะนี้เท่าที่ตัวเลขที่เราประเมินทั้งประเทศ ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง และก็ยังใกล้เคียงความจริงมากที่สุดในขณะนี้ แม้ว่าผลโพลอีสานบอกเราจะได้น้อย แต่จากการที่หลายสายไปเดินในภาคอีสาน ท่านบัญญัติก็ดี คุณหญิงกัลยาก็ดี ท่านรองชัยยศก็ดี ยืนยันกันว่าพื้นที่ภาคอีสานไม่ว่าจะเป็น สกลนคร อำนาจเจริญ โคราช หรืออุบลราชธานีเสียงประชาธิปัตย์ได้รับการตอบรับอย่างดี ซึ่งเรามีเป้าหมายอยู่ 3 เขต ในส่วนภาคเหนือถ้าเราดูโพลบางสำนัก ประชาธิปัตย์มี 4 ที่นั่ง เราประมาณการว่าน่าจะได้มากกว่านั้น บางจังหวัดเท่าที่สุ่มตัวอย่างมามีกระแสตอบรับดีมากทั้งสุโขทัย และเชียงใหม่บางเขต นอกจากจังหวัดตราด นครสวรรค์ จังหวัดสุโขทัยหรือพิจิตร สิ่งเหล่านี้ท่านรองนราพัฒน์ แก้วทอง ก็ดูแลอย่างใกล้ชิดในพื้นที่

จากการที่เราทำนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง แม้แต่ยางพารา ซึ่งขณะนี้มีการปลูกทั่วประเทศ หรือปาล์ม นโยบายเหล่านี้ดูแลพี่น้องเกษตรกร 9 ล้านกว่าครอบครัว นี่คือสิ่งที่เรามีความมั่นใจว่าพี่น้องเกษตรกรได้รับผลประโยชน์จากนโยบายประกันรายได้ ให้เกษตรกร 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบนี้ประชาธิปัตย์เน้นเรื่องชาวนาเป็นกรณีพิเศษ อย่างที่บอกว่าชาวนารับไร่ละ 30,000 ต่อ 15 ไร่ ไร่ละ 2,000 บาท อันนี้ถือเป็นการดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวนาแบบตรงเป้าหมาย และเราอาจจะพ่วงไปถึงในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเงื่อนไข เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วห้ามเผาตอซังข้าว มันจะก่อให้เกิดมลภาวะ ตามมามากมาย และเพิ่มการผลิตคุณภาพของเกษตรกรของพี่น้องชาวนาด้วย นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ยืนยันในเรื่งนโยบายของประชาธิปัตย์ 

รวมไปถึงนโยบายที่จะมุ่งอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ในหมู่บ้าน ในขุมชนในการจัดตั้งธนาคารชุมชนละ 2 ล้าน นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ประกาศกับพี่น้องประชาชนเดินหน้าสิ่งเหล่านี้ รวมไปถึงสัปดาห์ที่ผ่านมาทางภาคใต้ เกิดปรากฏที่พรรคส่งทีมเศรษฐกิจมาสัญจรที่หาดใหญ่ เพื่อพบปะกับพี่น้องในพื้นที่ภูมิภาค มาประกาศเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟจากปาดังเบซาร์สู่หาดใหญ่ เพื่อเชื่อมให้นักท่องเที่ยวจากมาเลย์ที่มาขบวนรถไฟเข้าถึงหาดใหญ่ได้ หรือทางมอเตอร์เวย์จากหาดใหญ่ไปด่านนอก หรือสะเดา ซึ่งท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ได้ชี้แจงไปแล้ว รวมไปถึงสิ่งที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้มาบอก จะผลักดันให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการเงินในภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมาสิ่งนี้ได้ตอกย้ำว่าประชาธิปัตย์จะพัฒนาสงขลา หาดใหญ่ พัฒนาภาคใต้ของประเทศไทยด้วยนโยบายอะไรบ้าง ซึ่งถือว่ามีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ

ปชป.ทางเลือกทางรอดของบ้านเมือง

จากงานวิจัยยังพบว่า ประชาชน กว่า 20% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศเกือบ 40 ล้านคน ยังให้ความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เคยสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง กลับตรงกันข้ามพรรคประชาธิปัตย์มักจะเป็นทางเลือกทางรอดทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดวิกฤต

รวมทั้งความเชื่อถือในแนวอุดมการณ์และนโยบายที่พรรคได้ทำไว้ให้ประเทศในแต่ละยุคสมัยถึง 77 ปีที่ผ่านม่า ยังมีความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และแนวนโยบายหลายด้านที่กำลังทำ 

และที่จะทำต่อไปในอนาคตคือเรื่องการศึกษา และการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะการประกันรายได้ ที่เกษตรกรทั่วประเทศสามารถมีความมั่นคงในรายได้ รวมทั้งนโยบายการสร้างชาติ สร้างคน ในด้านต่างๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็ง อย่างมั่นคง ในการประกอบอาชีพ มากกว่านโยบายที่มุ่งไปที่การแจกจ่าย 

“จากงานวิจัยของพรรค และการติดผลโพลของทุกสำนักที่ชี้ไปในทิศทางที่เป็นบวก ประกอบกับระยะเวลาอีก 20 กว่าวันที่เหลือของการรณรงค์หาเสียงในครั้งนี้ จะสามารถทำให้พรรคมีฐานคะแนนที่เติบโตขึ้นใกล้เคียงกับปี2554 ที่เราเคยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึง 11 ล้านคะแนน และในปี2566 นี้ สมาชิกทุกคนของพรรคประชาธิปัตย์ จะช่วยกันทุ่มเทในการรณรงค์หาเสียง เพื่อให้พี่น้องประชาชนช่วยสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตยเป็นหลักให้บ้านเมืองต่อไป”นายนิพนธ์ กล่าวด้วยความเชื่อมั่น