8 วัยรุ่นออสเตรเลีย บุกปล้นร้านไทย กลางไทยทาวน์ซิดนีย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2687176

8 วัยรุ่นออสเตรเลีย บุกปล้นร้านไทย กลางไทยทาวน์ซิดนีย์

24 เม.ย. 2566 00:05 น.

8 วัยรุ่นออสเตรเลีย บุกปล้นร้านไทย กลางไทยทาวน์ซิดนีย์

วัยรุ่นออสเตรเลีย บุกปล้นร้านสินค้าแช่แข็งจากไทย ในย่านไทยทาวน์นครซิดนีย์ ได้เงินไป 800 เหรียญออสเตรเลีย ใช้มีดปอกผลไม้ฟันพนักงานและลูกค้าบาดเจ็บ ก่อนพากันหลบหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566 เวลาประมาณ 17.30 น. เกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านชื่อ ”ตลาดนัดหัวมุม” ย่านไทยทาวน์ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ขายสินค้าแช่แข็งจากประเทศไทย และรับส่งของกลับประเทศไทย โดยนายสมพร โพธิ์ศรี หรือจอห์น และ น.ส.ปัญจภรณ์ บูคะธรรม หรือบี เจ้าของร้านชาวไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มีแก๊งวัยรุ่น จำนวน 8 คน บุกเข้ามาในร้าน 3 คน และอีก 5 คนยืนคุมเชิงอยู่หน้าร้าน ขณะนั้นในร้านมีลูกค้าเข้ามาซื้อของเต็มร้าน และพนักงานของร้านอีก 3 คน ยืนให้บริการลูกค้าอยู่ แก๊งวัยรุ่น 3 คนเดินเข้าไปยังลิ้นชักเก็บเงินอัตโนมัติ เปิดเอาเงินสด และซองเงินค่าแรงของพนักงานไปหน้าตาเฉย รวมๆ แล้วเป็นเงินจำนวน 800 เหรียญออสเตรเลีย

ขณะเกิดเหตุทุกคนที่อยู่ในร้านต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ช่วยกันจับคนร้าย เนื่องจากคนร้ายเข้ามาปล้นทรัพย์ด้วยมือเปล่าแต่ก็จับไม่สำเร็จ คนร้ายสามารถดิ้นหลุดไปได้ และคนร้ายยังใช้มีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ มาฟันลูกค้าและพนักงานจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ทั้งแก๊ง จากนั้นพนักงานโทรศัพท์แจ้งเจ้าของร้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นมาทำการสอบสวน พร้อมทั้งนำไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดของร้าน ไปเป็นหลักฐาน เพื่อสืบหาตัวคนร้าย นำมาดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก คุณใบเฟิร์น เจ้าของร้านซ่อม และขายอะไหล่ คอมพิวเตอร์ ย่านไทยทาวน์ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ วัยรุ่น ทั้งที่เรียนอยู่และที่ไม่ได้เรียนแล้ว มาเดินช็อปปิ้ง ซื้อของกันเยอะมาก มีแก๊งวัยรุ่นมาเดินวนหน้าร้านเธอ และก่อกวนสร้างความรำคาญ ให้กับพ่อค้า แม่ค้าเจ้าของร้านไทย ในบริเวณไทยทาวน์ ช็อปปี้งเซ็นเตอร์ มากขึ้น โดยมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น มายืนจ้องหน้าบริเวณหน้าร้าน ทำหน้าล้อเลียน และชูนิ้วกลางแก่เจ้าของร้าน เป็นต้น แต่ก็ไม่ได้แจ้งตำรวจแต่อย่างใด เพราะดูแล้วยังเป็นแค่เยาวชนเท่านั้น แต่ได้แจ้ง รปภ. ของตึกมาไล่ ซึ่งทำได้อย่างมากเท่านี้ และได้ฝากเตือนคนไทยในออสเตรเลียว่า ต้องระวังให้มากขึ้น เพราะอาจจะมีอาชญากรแฝงตัว เข้ามาก่อเหตุได้.

‘อธิบดีฯณัฏฐกิตติ์’ลงพื้นที่พบพี่น้องศูนย์ข้าวฯเพชรบูรณ์ ชวนร่วม BCG Model ปฎิวัติการทำนาแบบยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726171

'อธิบดีฯณัฏฐกิตติ์'ลงพื้นที่พบพี่น้องศูนย์ข้าวฯเพชรบูรณ์ ชวนร่วม BCG Model ปฎิวัติการทำนาแบบยั่งยืน

‘อธิบดีฯณัฏฐกิตติ์’ลงพื้นที่พบพี่น้องศูนย์ข้าวฯเพชรบูรณ์ ชวนร่วม BCG Model ปฎิวัติการทำนาแบบยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.37 น.

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อพบปะพี่น้องชาวนา/เกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนฯ โดยมี น.ส.ชวนชม ดีรัศมี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก พร้อมด้วย สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองผักบุ้งพัฒนา ต.นายม อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผมได้รับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคที่ชาวนากำลังประสบ พร้อมได้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำนา โดยให้หันมาปลูกข้าวรักษ์โลกในรูปแบบ BCG Model ที่เป็นการทำนาแบบประณีต เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังแนะให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก ที่จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตได้ต่อไป

“ผมไม่มีคำว่าวันเสาร์-อาทิตย์ ผมลงพื้นที่พบปะพี่น้องตลอด ไม่ใช่แค่นั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์เท่านั้น เพราะ พวกเขาคือครอบครัวของผม เราต้องฟังเสียงของประชาชนแล้วนำมาแก้ปัญหา เราจะต้องสร้างความเข้มแข็งให้พี่น้องของเรา “เราจะไม่ทิ้งกัน”

– 006

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ส่งเสริมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ผลผลิตงาม สร้างรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726169

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ส่งเสริมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ผลผลิตงาม สร้างรายได้เกษตรกร

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.27 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ ส่งเสริมสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร เนื่องด้วยสภาพพื้นที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกและน้ำสำหรับการเกษตรมีไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง ทำให้เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวนาปรังที่ใช้น้ำในการเพาะปลูกมากมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ใช้น้ำน้อยกว่าแทน สามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ดีกว่าการปลูกข้าว

DOAE ตอนที่ 3 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งให้ผลผลิตงาม ด้วยระบบน้ำหยด สร้างรายได้แก่เกษตรกร https://youtu.be/Ti1zG8_m_HA

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เบาๆ ความหวาน จะได้ไม่เบาหวาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726196

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เบาๆ ความหวาน จะได้ไม่เบาหวาน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เบาๆ ความหวาน จะได้ไม่เบาหวาน

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.45 น.

สัปดาห์ที่แล้วพูดถึงคนไข้เบาหวานกับการระวังผลไม้หวานรสหวานจัดที่ออกมามากมายในช่วงฤดูร้อน 

วันนี้ขอขยายความลงรายละเอียดโรคเบาหวานเพิ่มเติมอีกสักหน่อย เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น เพราะเบาหวานจัดเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขระดับประเทศและระดับโลก การควบคุมโรคเบาหวานที่ไม่ดี จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตามมาหลายอย่าง เช่น ไตวายเรื้อรังมีภาวะแทรกซ้อนทางตา เกิดโรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ และทำให้เสียชีวิต หรือพิการตามมา

คำว่าเบาหวาน มีความหมายตรงตัวคือปัสสาวะมีความหวาน ซึ่งกว่าปัสสาวะจะมีความหวานได้ นั่นแปลว่าระดับน้ำตาลในเลือดต้องสูงมาก และระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงมากนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการกินอาหารประเภทน้ำตาล หรือกลุ่มที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้มากเกินไป นอกจากการกินหวาน แล้วยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้อีก เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น กรรมพันธุ์ สตรีที่มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่ ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่ออกกำลังกาย บริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

โดยทั่วไปโรคเบาหวานมักไม่มีอาการที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน อย่างไรก็ตามในบางรายที่เป็นเบาหวานระยะแรกๆอาจมีอาการหิวบ่อย กินจุแต่น้ำหนักลด ปัสสาวะมากผิดปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืน อ่อนเพลีย แต่คนไข้ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ตัว ดังนั้น การตรวจพบโรคเบาหวานจึงมักเกิดขึ้นเมื่อไปตรวจสุขภาพประจำปี แล้วพบระดับน้ำตาลในเลือดสะสมเกินค่ามาตรฐาน เพราะฉะนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่อายุมากขึ้น จึงมีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้ค้นพบโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ก่อนจะสายเกินไป 

การรักษาโรคเบาหวานมีองค์ประกอบที่สำคัญสองอย่างที่ต้องทำควบคู่กัน คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการใช้ยา พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ต้องปรับเปลี่ยนในผู้ป่วยเบาหวานหลักๆ มีสองอย่าง คือเลือกบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการออกกำลังกายตามความเหมาะสมของวัยและสุขภาพ

แต่ส่วนใหญ่ในกลุ่มผู้ป่วย มักต้องใช้ยาควบคุมน้ำตาลในเลือดร่วมด้วย สิ่งที่ผู้ป่วยต้องทำ ความเข้าใจอันดับแรก คือถึงแม้ว่าจะใช้ยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ก็ยังคงต้องควบคุมอาหาร ไม่ได้แปลว่าจะกินหวานอย่างไรก็ได้ เพราะใช้ยาแล้ว

สำหรับยาที่ใช้รักษาเบาหวานหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมีหลายกลุ่ม หลายกลไกการออกฤทธิ์ เช่น กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน เพิ่มความไวต่ออินซูลิน ยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลจากจุดต่างๆ ส่วนในรายที่โรครุนแรงมากๆ หรือผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับไตไม่ดี แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาฉีดอินซูลิน 

นอกจากยาควบคุมน้ำตาลในเลือดแล้ว คนไข้เบาหวานยังจำเป็นต้องได้รับยาอื่นๆ เพื่อชะลอการดำเนินไปของโรค เช่น ชะลอการเสื่อมของไต ป้องกันหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น 

การเลือกใช้ยาในคนไข้เบาหวานแต่ละรายจึงค่อนข้างซับซ้อน ยาบางชนิดต้องกินก่อนอาหาร ยาบางชนิดกินหลังอาหาร ยาบางอย่างกินเฉพาะมื้อเช้า ยาบางอย่างอาจจำเป็นต้องกินเฉพาะมื้อเย็น คนไข้บางคนต้องยากินและต้องได้รับยาฉีดด้วย จึงต้องทำความเข้าใจรายละเอียดของการใช้ยา และต้องปฏิบัติตามคำสั่งการใช้ยาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้รักษาโรคได้ดีที่สุด

อาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในคนไข้ที่ใช้ยาเบาหวาน คือ ภาวะน้ำตาลต่ำ หรือ hypoglycemia ซึ่งเกิดจากยาฉีดอินซูลิน หรือยาเม็ดลดน้ำตาลในเลือดชนิดกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ส่วนใหญ่แล้วภาวะนี้จะเกิดเมื่อใช้ยาตามสั่ง แต่กินอาหารไม่เพียงพอ อีกสาเหตุที่เป็นไปได้คือได้รับยาสูงเกินไป เมื่อเกิดภาวะน้ำตาลต่ำเกินไป จะมีอาการหน้ามืด ใจสั่น เหงื่อแตกคล้ายจะเป็นลม กรณีที่อาการรุนแรง อาจช็อคหมดสติได้ 

ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวาน จึงจำเป็นต้องพกลูกอมชนิดที่มีน้ำตาลติดตัวไว้เสมอ เมื่อเริ่มมีอาการจะได้อมเพื่อบรรเทาอาการ แต่กรณีที่เกิดอาการที่บ้านสามารถดื่มน้ำหวาน หรือนมเพื่อบรรเทาอาการได้

เป้าหมายหลักของการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวาน คือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี และป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อน ดังนั้นการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ควบคุมอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกาย และหมั่นดูแลความสะอาดของแผลที่เกิดขึ้น จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ฝุ่นพิษ PM2.5 เพชฌฆาตร้ายทําลายสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726194

ฝุ่นพิษ PM2.5 เพชฌฆาตร้ายทําลายสุขภาพ

ฝุ่นพิษ PM2.5 เพชฌฆาตร้ายทําลายสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.15 น.

สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 เข้าขั้นวิกฤตในหลายพื้นที่เกือบทั่วประเทศไทย ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ลำพูน นครพนม ฯลฯ ประสบปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือคุณหมอแอมป์ นายกสมาคมแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาโรคอ้วน กรุงเทพ (BARSO) และประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก มีความกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะปัญหามลภาวะเหล่านี้มิได้ส่งผลแค่ระบบทางเดินหายใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อทั่วทุกระบบของร่างกายได้มากกว่าที่คิด

PM2.5 ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร?

ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่1 มวน ในปี 2565 ควันพิษที่ประชาชนในกรุงเทพฯ สูดดมเข้าไปนั้นเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ราว 1,225 มวนตลอดทั้งปีหรือเฉลี่ยวันละ 3.36 มวนเลยทีเดียว ซึ่งถือได้ว่าอันตรายเป็นอย่างมาก คุณหมอแอมป์ให้เหตุผลว่า เนื่องจากฝุ่น PM2.5 เป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมาก สามารถเข้าแทรกซึมสู่ร่างกายของมนุษย์เข้าไปได้ลึกจนทะลุถุงลมปอด เข้าไปในกระแสเลือดโดยตรง และส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบหายใจและส่วนอื่นๆ ได้มากมาย ซึ่งมีดังต่อไปนี้

ร่างกายได้รับความเสียหายจากสารอนุมูลอิสระและเกิดภาวะการอักเสบ

ฝุ่นควันมลพิษต่างๆ สามารถกระตุ้นการสร้างสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “สารอนุมูลอิสระ หรือ Free radicals” จนเกิดภาวะ oxidative stress นำมาซึ่งการทำลาย DNA, ยับยั้งการซ่อมแซม DNA ชักนำให้เกิดความผิดปกติแก่ทารกในครรภ์ การกลายพันธุ์ และผลเสียอื่นได้ นอกจากนี้สารอนุมูลอิสระจะไปสะสมอยู่ที่ตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นโรงงานกำจัดของเสียภายในร่างกาย โดยมีสารสำคัญอย่าง กลูตาไธโอน ที่ช่วยในการขับสารพิษ ซึ่งหากร่างกายมีระดับของสารสำคัญนี้มากก็จะสามารถกำจัดของเสียได้เร็ว หากมีน้อยก็จะกำจัดของเสียได้ช้า และยิ่งได้รับของเสียในปริมาณมาก ก็จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมา

ทำให้เทโลเมียร์สั้นลง

เทโลเมียร์ (Telomere) คือส่วนปลายสุดของโครโมโซม ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้รหัสพันธุกรรมถูกทำลายไปในระหว่างการแบ่งเซลล์ ซึ่งหากเราได้รับอนุมูลอิสระอย่างการสัมผัสมลพิษทางอากาศมาก ก็จะส่งผลให้เทโลเมียร์หดสั้นลงมากกว่าปกติ เกิดความเสียหายต่อรหัสพันธุกรรมของเราได้ และเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา

เหนี่ยวนำให้เกิดโรคเรื้อรังตามมา

ฝุ่น PM2.5 มีสัมพันธ์กับการสร้างสารอักเสบที่เพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มากขึ้น ซึ่งกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะเข้าไปทำลายเซลล์ต่างๆ ทำให้พวกเรา โดยเฉพาะในเด็กมีภูมิต้านทานลดลง เป็นหวัดบ่อยมากขึ้น มีภาวะภูมิแพ้ และเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด โรคอัมพฤกษ์ โรคอัมพาต และร้ายแรงที่สุดคือ เป็นโรคมะเร็งในระยะยาวได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งปอด ประกอบกับฝุ่นพิษนี้มีสารอินทรีย์ระเหยง่ายอย่างสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) จึงเป็นเหตุให้สำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) จัดให้เป็นสารระเหยชนิดนี้เป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็งสำหรับมนุษย์

เราจะดูแลตนเองจาก PM2.5 ได้อย่างไรบ้าง?

หลีกเลี่ยงหรือลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เพื่อลดโอกาสการสัมผัสฝุ่นจากด้านนอก หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเอง อย่างหน้ากาก N95 หากมีความจำเป็นต้องไปในพื้นที่ที่มีฝุ่นจำนวนมาก หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในครัวเรือนที่ส่งเสริมให้เพิ่มจำนวนฝุ่น เช่น การสูบบุหรี่ การจุดธูปเทียน ลดการปรุงประกอบอาหารประเภทปิ้ง ย่าง โดยเลือกเป็นการต้ม และนึ่งทดแทน จัดระเบียบที่พักอาศัย เช่น การติดตั้งเครื่องกรองอากาศ การหมั่นทำความสะอาดและพยายามให้มีการระบายอากาศที่ดีเสมอ

หมั่นสังเกตอาการตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หากมีอาการใดๆ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาแดง แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ฯลฯ ควรรีบปรึกษาแพทย์ รวมทั้งดูแลเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นเกราะป้องกันของร่างกาย ได้แก่ การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซีและวิตามินอี อย่างผักและผลไม้ ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและช่วยบำรุงตับ งดการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำสะอาด 8 -10 แก้วต่อวันนอนหลับเพียงพอ 8-9 ชั่วโมงต่อวันลดความเครียด ทำอารมณ์ให้ผ่องใส ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (หาก PM2.5 มีปริมาณมากสามารถปรับเป็นการออกกำลังกายในร่มได้ เช่น วิ่งบนสายพาน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ ว่ายน้ำในร่ม ฯลฯ) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรืออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วัน ต่อสัปดาห์ ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ไลน์ : @bdmswellnessclinic or https://lin.ee/rdIDv1A และเว็บไซต์ : www.bdmswellness.com

เคสทิฟาย ประกาศความสำเร็จแคมเปญ ‘Re/CASETiFY’ ฉลองวันคุ้มครองโลก กับยอดรีไซเคิลขยะพลาสติกมากกว่า 40,000 กก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726186

เคสทิฟาย ประกาศความสำเร็จแคมเปญ ‘Re/CASETiFY’ ฉลองวันคุ้มครองโลก กับยอดรีไซเคิลขยะพลาสติกมากกว่า 40,000 กก.

เคสทิฟาย ประกาศความสำเร็จแคมเปญ ‘Re/CASETiFY’ ฉลองวันคุ้มครองโลก กับยอดรีไซเคิลขยะพลาสติกมากกว่า 40,000 กก.

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมฉลอง “วันคุ้มครองโลก” หรือ “Earth Day” 22 เมษายน 2566 CASETiFY (เคสทิฟาย) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ประกาศความสำเร็จแคมเปญ “Re/CASETiFY” โครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของแบรนด์ โชว์สถิติเปลี่ยนขยะพลาสติกกว่า 40,000 กิโลกรัม หรือเทียบเท่ากับเคสโทรศัพท์ถึง 430,000 เคส เป็นผลิตภัณฑ์รีไซเคิลที่รักษ์โลกและยั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมที่ CASETiFY ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง

เวสลีย์ อิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง (Wesley Ng, CEO and Founder of CASETiFY) เปิดเผยว่า ที่ CASETiFY ความยั่งยืนถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดและเป็นสิ่งที่แบรนด์ใช้วัดผลในทุกปี เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนและครอบคลุมทั้งธุรกิจ ซึ่งในปี 2565 ที่ผ่านมา CASETiFY ได้บรรลุความสำเร็จครั้งสำคัญในโครงการรีไซเคิล Re/CASETiFY! โดยได้รีไซเคิลเคสโทรศัพท์ที่ถูกทิ้งแล้วกว่าจำนวน 430,000 เคส และนำพลาสติก 40,000 กิโลกรัม ออกจากหลุมฝังกลบ รวมถึงปลูกต้นไม้ร่วมกับองค์กร EARTHDAY.ORG ถึง  394,000 ต้น ซึ่งเพียงพอต่อการชดเชยคาร์บอน 19 ล้านปอนด์ในแต่ละปี และเทียบเท่ากับการหยุดรถ 250 คันบนถนนในอเมริกาเป็นเวลา 12 เดือนเต็ม

“ผู้คนไม่เพียงแค่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนเท่านั้น พวกเขาซื้อสินค้าที่ยอดเยี่ยม และในปัจจุบันนี้การที่สินค้าจะออกมาดีได้นั้นจำเป็นต้องผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด นั่นเป็นเหตุผลที่เราให้ Re/CASETiFY เป็นแกนหลักของธุรกิจของเรา เราเข้าใจดีว่าแนวทางปฏิบัตินั้นซับซ้อนและมีงานที่ต้องทำอีกมาก ดังนั้นเราจึงดำเนินการและประเมินผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เราทุ่มเทเพื่อประสานความยั่งยืนเข้ากับกระบวนการผลิตในทุกๆ วัน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่ควบคู่ไปกับการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้วัสดุหมุนเวียนและมีสไตล์” เวสลีย์ กล่าว

หัวใจสำคัญของแคมเปญ “Re/CASETiFY” คือการประสานเทคโนโลยีการผลิตเข้ากับการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม โดยการใช้วัสดุและนวัตกรรมที่ยั่งยืนอย่าง Re/CASETiFY™ Pellets ซึ่งเป็นวัสดุประสิทธิภาพสูงที่ทำจากเคสโทรศัพท์ที่ไม่ใช้แล้วที่ผู้ใช้จากทั่วโลกบริจาคให้กับแบรนด์ จากนั้นจะถูกนำมาเข้าสู่กระบวนสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่ออนาคตที่มีความคงทนและความยั่งยืนควบคู่กัน ปัจจุบันโปรแกรมรีไซเคิล Re/CASETiFY มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก

นอกเหนือจากการเปิดเผยผลงานล่าสุดแล้ว CASETiFY ยังได้เผยถึงเป้าหมายสำหรับปี 2566 ได้แก่ การพัฒนาแผนปฏิบัติการด้านสภาพอากาศและการลดการปล่อยมลพิษที่คำนึงถึงมากกว่าแค่ขยะพลาสติก, เพิ่มการใช้วัตถุดิบที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ CASETiFY และร่วมมือในระดับภูมิภาค สร้างโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับในการขยายจุดรวบรวมรีไซเคิลทั่วโลก

ทั้งนี้ วิกฤตพลาสติกทุกๆ ปีมีการผลิตพลาสติกถึง 380 ล้านตันทั่วโลก เทียบเท่ากับน้ำหนักของวาฬสีน้ำเงิน 2.7 ล้านตัว แต่หากมีการใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลของเสียจากเทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถช่วยเปลี่ยนตัวเลขดังกล่าวได้ ซึ่งสอดคล้องกับปณิธานและความตั้งใจของ CASETiFY เพื่อความยั่งยืนในปัจจุบันและรุ่นต่อๆ ไปนั่นเอง

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกี่ยวกับโปรแกรม RE/CASETiFY โปรดไปที่ CASETiFY Sustainability หรือติดตามข่าวสารได้ทาง Instagram, Facebook, TikTok และ Twitter สำหรับประเทศไทย Instagram Official : @casetify_th

จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเฉลิมฉลอง 100 ปีประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726182

จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเฉลิมฉลอง 100 ปีประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเฉลิมฉลอง 100 ปีประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเฉลิมฉลอง 100 ปีประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2566 ณ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นายวิทยา ผิวผ่อง ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ติดตาม และสืบสานแนวพระราชดำริ นางพิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ อนุกรรมาธิการและผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนนาถ มีนะนันทน์ รองอธิการบดีสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเฉลิมฉลอง 100 ปีประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

เนื่องจากในปีพ.ศ.2566 เป็นปีแห่งการครบรอบ 100 ปีประสูติ (วันที่ 6 พฤษภาคม 2566) ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) มีมติรับรองการร่วมเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลก ประจำปี พ.ศ.2566 จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ Education (Inclusive quality Education & Quality Languages Teaching and Teachers’ Capacity Building, Basic Sciences and Mathematics, Culture : Cultural Diversity and Intercultural Dialogues. ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานต่างๆ จัดงานหรือมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตลอดปี พ.ศ.2566

ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการแก่ประเทศชาติและทรงแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (เมื่อครั้งที่ยังทรงครองราชย์) ในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ด้านการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุข การต่างประเทศ การศาสนาการดนตรี และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

การจัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติดังกล่าวคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ร่วมกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ซึ่งงานจะจัดขึ้น ในวันศุกร์ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖ ณ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณและคุณูปการของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ในโอกาสเฉลิมฉลอง 100 ปีประสูติ (วันที่ 6 พฤษภาคม 2566) ซึ่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural : UNESCO) มีมติรับรองการร่วมเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลก ประจำปี พ.ศ.2566

ในการนี้ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเฉลิมฉลอง 100 ปีประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ 5 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ ๑ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ด้านที่ ๒การจัดทำวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในหัวข้อ “๑๐๐ ปี เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ร้อยใจบูชากัลยาณคุณ” ด้านที่ ๓ การจัดแสดงสิ่งของที่เกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เช่น พระนิพนธ์ ของที่ระลึก และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้านที่ ๔ การจัดแสดงดนตรีคลาสสิก และการขับร้องเพลง “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” โดยนักศึกษา สถาบันดนตรีกัลป์ยาณิวัฒนา ด้านที่ ๕ การสานเสวนาและปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณและพระคุณูปการของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

อีกทั้ง ยังได้ติดต่อประสานกับเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เพื่อเชิญเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ เข้าร่วมเป็นแขกผู้มีเกียรติในการเฉลิมฉลองครั้งนี้ ทั้งนี้ มีประเทศที่มาเข้าร่วมงานดังกล่าว ได้แก่ สหราชอาณาจักร ราชอาณาจักรโมร็อกโก สมาพันธรัฐสวิส สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ อิสราเอล ออสเตรเลีย บาห์เรน โคลอมเบีย แคนาดา เบลเยียม นอร์เวย์ ปานามา เปรู ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และตุรกี

เปิดโครงการ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’รุ่นที่ 40 เยาวชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726214

เปิดโครงการ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’รุ่นที่ 40  เยาวชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม

เปิดโครงการ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’รุ่นที่ 40 เยาวชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประธานในพิธี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พร้อมด้วยคณะ กก.โครงการ และผู้สนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 40 ณ สโมสรกองทัพบก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566

โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากดำริของฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษโดยการสนับสนุนจากคณะกรรมการของมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ดำเนินการนำเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้มาพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ ณ กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวอุปถัมภ์และชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยโครงการได้ดำเนินการมาแล้ว 18 ปี ติดต่อกันจำนวน 39 รุ่น มีเยาวชนที่ผ่านเข้าร่วมโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” มาแล้วจำนวน 9,305 คน และมีครอบครัวอุปถัมภ์เข้าร่วมโครงการ รุ่นละ 160 ครอบครัว

ประธานในพิธี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวว่า โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เกิดจากดำริของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งได้รวมพลังทุกภาคส่วน เพื่อร่วมแสดงพลังของแผ่นดิน ในการมอบโอกาสการเรียนรู้กับสร้างทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง เพื่อไปเป็นประสบการณ์ชีวิต ผ่านกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่างๆ ให้แก่เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำขวัญสำคัญที่ท่านพลเอกเปรม ฝากไว้ก็คือ “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” และ “ความเป็นไทย- ความเป็นธรรม” คือ เยาวชนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใดนับถือศาสนาใด ย่อมร่วมเป็นเจ้าของประเทศไทย และมั่นใจว่าทุกคนรักประเทศนี้เท่าเทียมกัน ต้องระลึกเสมอว่า ความรักความเข้าใจซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของความแตกต่างเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขในสังคมไทยที่เราเรียกว่า “สังคมพหุวัฒนธรรม” ส่วนคำว่า ความเป็นธรรม หมายถึงความยุติธรรม ที่ตั้งมั่นบนหลักแห่งเหตุและผล ยึดโยงกับความมี “คุณธรรม จริยธรรม” ซึ่งเป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติตามหลักของแต่ละศาสนา เพื่อมุ่งหวังให้ผู้นับถือศาสนาที่ต่างกัน ได้ใช้เป็นหลักพิจารณาในการดำเนินชีวิต ตลอดจนร่วมกันสร้างความรัก ความสามัคคีของคนร่วมชาติร่วมแผ่นดินไทย

ในปีนี้โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ดำเนินการจัดกิจกรรม รุ่นที่ 40 ระหว่างวันที่ 4 เมษายน-2 พฤษภาคม 2566 มีเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 320 คน คือ เยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 267 คน เยาวชนที่นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 51 คน และเยาวชนที่นับถือศาสนาคริสต์ จำนวน 2 คน โดยมีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ประสบการณ์ทักษะอาชีพและการพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง

เยาวชนเมื่อผ่านโครงการ ได้พัฒนาทัศนคติแนวคิดสู่การพัฒนาตนเองและครอบครัว เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมกันพัฒนาสาธารณประโยชน์ นอกจากนั้น เครือข่ายเยาวชนได้รวมตัวกันเป็นสมาคมเยาวชน “สานใจไทย สู่ใจใต้” และชมรมเยาวชน “สานใจไทย สู่ใจใต้” 5 จังหวัด โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความสงบร่มเย็นสมานฉันท์

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะ กก.อำนวยการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ประธานในพิธี

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะ กก.อำนวยการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ประธานในพิธี

วรวรรณ ติณสูลานนท์, พล.อ.ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ, ภิญโญ รุ่งสมัย, ดร.ฐาณิญา พงษ์ศิริ

วรวรรณ ติณสูลานนท์, พล.อ.ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ, ภิญโญ รุ่งสมัย, ดร.ฐาณิญา พงษ์ศิริ

ส่วนหนึ่งของเยาวชนในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้”

ส่วนหนึ่งของเยาวชนในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้”

คุณแหน : 24 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726207

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา จะจัดกิจกรรมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเฉลิมฉลอง 100 ปีวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 28 เม.ย. 16.00-19.00 น. ณ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ศ.(พิเศษ) พรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานเปิดงาน…

ll นลินี-พิชัย คณิวิชาภรณ์ พร้อมลูกสาว น้ำตาล เพิ่งกลับจากเที่ยวจังหวัดกุนมะญี่ปุ่น ไปพักผ่อนเกือบสิบวัน ส่งภาพดอกไม้สวยๆที่กำลังบานสะพรั่ง ทั้ง โบตั๋น ทิวลิป ซากุระ มาให้เพื่อนๆ สดชื่นไปพร้อมกันด้วยทุกวัน ส่วน ไฉไลกับคุณหมอถิ่น เจนวัฒนวิทย์ ก็ไปพักผ่อนที่โอกินาวา 16-20 เม.ย. อากาศ 22 องศา เช้าและเย็นสบาย…

ll เพื่อนๆ กลุ่มวัฒนาฯ ม.ปลาย นัดมื้อเที่ยงที่ โปโลคลับ พักนี้นัดกันถี่เพราะ มาลินี ศาลิคุปต มาจาก ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา แค่ 40 วัน นัดนี้มีเพื่อน นิศารัตน์เทพหัสดิน ณ อยุธยา จากเชียงใหม่มาร่วมด้วย..25 เม.ย.เที่ยง…

ll สยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งนับเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ผ่านสื่อจัดแสดงที่ทันสมัยต่างๆ ปชช.เข้าเยี่ยมชมได้อังคาร-อาทิตย์ 09.00-16.00 น. หยุดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามโทร.044-984007…

ll เพื่อนๆ ชาว ปธพ. ร่วมยินดีกับ นพ.กำพล พลัสสินทร์ ที่บุตรี กุลภาพลัสสินทร์ จะฉลองมงคลสมรสกับ ร.ต.อ.กรพัฒน์ นันทะยาวงศ์ บุตร พล.ต.ต.บวร-วราภรณ์ นันทะยาวงศ์ 29 เม.ย. 11.00 น. ณ ห้องบอลรูม รร.อนันตรา สยาม…

ll พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ ใช้แขนขวาเอื้อมมือไปหยิบสูทข้างหลังรถ จนมีอาการเอ็นข้อไหล่ฉีก หลังทนปวดอยู่หลายเดือนช่วงหยุดยาวเลยให้หมอส่องกล้องผ่าตัดซ่อมเรียบร้อย มิตรสหายไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว…

ll รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม พร้อมคณะผู้บริหารสนง.นวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ไปร่วมงาน Franco-Thai Innovation and Startup Week 2023 ณ กรุงปารีส 23-30 เม.ย. …

ll ช่วงหยุดยาว เกศนรี จองโชติศิริกุล พาลูกสาววัย 10 ขวบ น้องอิ๋่งอิ๋ง-ศุภนุช จึงธนสมบูรณ์ไปเยี่ยมเพื่อนที่เมืองมิวนิคหลายวัน งานนี้คุณแม่ถิง เลยได้สำรวจตลาดเยอรมนีแบบชิวชิว…

ll ชาว Digital CEO#3 ชื่นชมกับการสัมภาษณ์ของเพื่อนร่วมรุ่น ปฐมภพ สุวรรณศิริ ซีอีโอ บมจ.ไทยคม (THCOM) เกี่ยวกับการปรับกลยุทธ์ พุ่งสู่ Space Tech หลัง GULF มาเป็นเจ้าของ ชมได้ที่ https://youtu.be/GDbHCCEqc5E…

ll ร่วมสนับสนุนเกษตรกรทั่วประเทศ ธณพร ตันติยานนท์ ผนึกกำลัง พลอยชมพู อัมพุช ผู้บริหารแห่งกูร์เมต์ มาร์เก็ต และกรมการค้าภายใน จัดเทศกาลผลไม้เกรดพรีเมียมและแปรรูป “SIAM PARAGON TROPICAL FRUIT PARADE 2023” พร้อม “บุฟเฟ่ต์ทุเรียน” 8 วัน 56 รอบระหว่าง 26 เม.ย.-3 พ.ค. พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน…

ll ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565ที่ห้องยูงทอง สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซอยงามดูพลี 25 เม.ย.17.00 น. …ll

คุณแหน

‘รางวัลคึกฤทธิ์ ปี’66’เชิดชูเกียรติ 2 ศิลปินพื้นบ้าน 1 ศิลปินแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726215

‘รางวัลคึกฤทธิ์ ปี’66’เชิดชูเกียรติ 2 ศิลปินพื้นบ้าน 1 ศิลปินแห่งชาติ

‘รางวัลคึกฤทธิ์ ปี’66’เชิดชูเกียรติ 2 ศิลปินพื้นบ้าน 1 ศิลปินแห่งชาติ

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธาน กก.มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ฯ (กลาง) มอบรางวัลคึกฤทธิ์ประจำปี 2566 ให้กับคณะละครชาตรีจงกล โปร่งน้ำใจ สาขาศิลปะการแสดง, อัศศิริ ธรรมโชติ สาขาวรรณศิลป์ และ อำไพ บุญรอด สาขาศิลปะการแสดง ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ซ.รางน้ำ

มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80ฯ เปิดโผผู้ได้รางวัลคึกฤทธิ์ ประจำปี 2566 โดยคณะกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ได้มีมติปรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้ครอบคลุมศิลปะการแสดงพื้นบ้าน รางวัลคึกฤทธิ์จะแบ่งออกเป็น 2 สาขา ได้แก่ สาขาศิลปะการแสดง และ สาขาวรรณศิลป์ โดยสาขาศิลปะการแสดง มี 2 รางวัล ประเภทคณะบุคคล และประเภทรายบุคคล สาขาวรรณศิลป์ 1 รางวัล รวมรางวัลคึกฤทธิ์ทั้งสิ้น 3 รางวัล

รางวัลคึกฤทธิ์ ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าที่เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายจากสาธารณชน โดยรักษาอัตลักษณ์ของ “ความเป็นคึกฤทธิ์” ในแง่ศิลปะที่สอดแทรกความเป็นตัวของตัวเอง ในขณะเดียวกันต้องมีความเป็นอิสระ และสามารถพัฒนางานศิลปะในสาขาของตนให้มีคุณค่าต่อสังคม การมอบรางวัลคึกฤทธิ์ได้เริ่มต้นจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ปีนี้เป็นปีที่ 12 (ปี 2564-2565 งดการมอบรางวัล) คณะกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ได้สรรหาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ยอมรับ

ผลการประกาศ รางวัลคึกฤทธิ์ ปี 2566 สาขาศิลปะการแสดง คณะบุคคล ได้แก่คณะละครชาตรีจงกล โปร่งน้ำใจ คณะละครชาตรีที่สืบเชื้อสายมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โดยทางคณะได้อนุรักษ์และทำการแสดงละครชาตรีมาจนถึงปัจจุบัน และ รายบุคคล ได้แก่ อำไพ บุญรอด ศิลปินดีเด่นจังหวัดระยอง ผู้พากษ์และเชิดหนังใหญ่วัดบ้านดอนที่มีชื่อเสียงโด่งดังของภาคตะวันออก สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ อัศศิริ ธรรมโชติ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของรางวัลซีไรท์ ปี 2524 นักเขียนหนังสือรวมเรื่องสั้นชื่อ “ขุนทอง เจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง”

อำไพ บุญรอด พูดถึงการได้รับรางวัลประเภทบุคคลในสาขาศิลปะการแสดงครั้งนี้ว่า “ไม่นึกไม่ฝันนะครับว่าคนที่อยู่ต่างจังหวัดแบบผมจะมีโอกาสได้รับรางวัลนี้ เป็นความภาคภูมิใจและรู้สึกดีใจอย่างมากครับเพราะศิลปะอย่างหนังใหญ่ในประเทศไทยไม่ค่อยแพร่หลาย ผมเป็นห่วงอยู่ว่ามันจะสูญสิ้นไป เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ที่มีการสืบสานเหลืออยู่แค่ 2 คณะ คือหนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง และวัดขนอน จ.ราชบุรี ผมกลัวว่าในอนาคตเด็กไทยก็จะเห็นหนังใหญ่ที่แปะไว้บนผนังพิพิธภัณฑ์ ขาดชีวิตชีวาของมัน หนังใหญ่มันต้องเชิด ต้องเต้นไปตามจังหวะดนตรี ใจหายมากครับ ถ้าถึงวันที่หนังใหญ่มันไม่มีลมหายใจ”

คณะละครชาตรีจงกล โปร่งน้ำใจโดย จารุวรรณ สุขสาคร (ครูหมู) ตัวแทนคณะฯ ที่ได้รับรางวัลคึกฤทธิ์ สาขาศิลปะการแสดงส่งเสียงผ่านรางวัลคึกฤทธิ์ถึงสภาพปัจจุบันของศิลปินพื้นบ้าน “เราก็ดีใจนะว่าวิชาความรู้ที่เรามีอยู่ มีคนเห็นว่ามันมีคุณค่า ถึงให้รางวัลกับเรา รางวัลเป็นการการันตีจากหน่วยงานต่างๆ มันก็จะสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วคนก็จะเข้ามาเป็นลูกศิษย์ เข้ามาช่วยสืบสาน ครูหมูไม่ได้เรียนจากกรมศิลปากร เราเรียนจากพ่อแม่สอนเรา เป็นศิลปินพื้นบ้านธรรมดา วิถีของศิลปินพื้นบ้านคือต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่ได้มีหน่วยงานรัฐเข้ามาสนับสนุน เพราะถึงเขามีงบสนับสนุน ศิลปินพื้นบ้านจริงๆ เขาไม่มีความรู้ว่าจะไปขอการสนับสนุนจากหน่วยงานไหนคนที่ไปของบจริงๆ คือคนที่มีความรู้ และคนที่ไปขอไม่ใช่ศิลปิน เงินที่ได้มาก็จัดฉากกันไป เพราะฉะนั้นมันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย แต่โชคดีที่คณะครูหมูได้อยู่ตรงพระพรหมเอราวัณมีงานประจำเป็นหลัก เราก็มีทุนที่จะไปสอนเด็กๆ ได้แต่ทุกคนไม่สามารถทำได้อย่างเรา พอทำไม่ได้ก็จะค่อยๆ หายไปๆ อย่างย่านหลานหลวงเมื่อก่อนมีคณะละครประมาณ 10 กว่าคณะ แต่ปัจจุบันนี้เหลืออยู่ไม่ถึง 3 คณะ เขาก็ผันตัวเองไปทำอย่างอื่นกันเพราะละครชาตรีมันไม่สามารถ เลี้ยงชีพได้แล้ว”

อัศศิริ ธรรมโชติ ศิลปินแห่งชาติผู้ได้รับรางวัลคึกฤทธิ์ สาขาวรรณศิลป์ พูดถึงการเป็นนักเขียนของเขาว่า “ขุนทอง เจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของผมเล่มแรก และเป็นเรื่องที่ทำให้ผมพลิกภาพจากนักหนังสือพิมพ์มาเป็นนักเขียนอย่างเต็มตัว หนังสือเรื่องนี้เป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมาก แม้จนถึงทุกวันนี้คนก็เอาไปใช้เรียนกัน การได้รับรางวัลในฐานะนักเขียนเป็นความรู้สึกดีใจและภูมิใจ ยิ่งครั้งนี้เป็นรางวัลคึกฤทธิ์ ก็เหมือนผมได้รับรางวัลจากครู เพราะอาจารย์คึกฤทธิ์ท่านเหมือนเป็นครูนอกห้องเรียนคนหนึ่งของผม ผมอาศัยครูพักลักจำสมัยที่ผมอ่านหนังสือของท่านตั้งแต่เป็นนักเรียน และยังเข้าไปทำงานที่สยามรัฐกับท่าน เรียกว่าท่านเป็นต้นแบบในการเขียนหนังสือของผม”

มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ฯ คาดหวังให้การมอบรางวัลคึกฤทธิ์เป็นการส่งเสริม สนับสนุนผู้ที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมให้มีกำลังใจที่จะดำรงและอนุรักษ์ความเป็นไทยสืบต่อไป ติดตามกิจกรรมการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมของไทย พร้อมอัปเดตข่าวสารต่างๆ จากมูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ฯ ผ่านช่องทาง Facebook: @kukritinstitute Tiktok : kipac.kukrit.2454@gmail.com IG : @kukritinstitute

คณะละครชาตรีจงกล โปร่งน้ำใจ รางวัลคึกฤทธิ์ สาขาศิลปะการแสดง

คณะละครชาตรีจงกล โปร่งน้ำใจ รางวัลคึกฤทธิ์ สาขาศิลปะการแสดง

อัศศิริ ธรรมโชติ รางวัลคึกฤทธิ์
สาขาวรรณศิลป์

อัศศิริ ธรรมโชติ รางวัลคึกฤทธิ์ สาขาวรรณศิลป์

อำไพ บุญรอด รางวัลคึกฤทธิ์ สาขาศิลปะการแสดง

อำไพ บุญรอด รางวัลคึกฤทธิ์ สาขาศิลปะการแสดง