‘LA PLUIE THE SERIES ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ’ปล่อยเทรลเลอร์แรกยอดวิวพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725565

'LA PLUIE THE SERIES ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ'ปล่อยเทรลเลอร์แรกยอดวิวพุ่ง

‘LA PLUIE THE SERIES ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ’ปล่อยเทรลเลอร์แรกยอดวิวพุ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.08 น.

แค่ปล่อยเทรลเลอร์ออกมาปุ๊บก็ทลายหัวใจคนดูจนยอดวิวพุ่งอย่างต่อเนื่องสำหรับซีรีส์สุดอบอุ่นโรแมนติกดราม่า จาก Acttraction Entertainmentโดยผู้จัด ณัฐ-ณัฐพล จุฬางกูรและ เอกรัฐวิชญ์ พีระศราโรจน์เรื่อง LA PLUIE THE SERIES ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ” เพราะทุกๆครั้งที่ฝนตก เขาจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย นอกจาก Soulmateของเขา แล้วหน้าฝนที่กำลังจะถึงจะพาทุกคนคลายเหงาเพราะพวกเขาจะมาทำให้ทุกคนได้พบกับความอบอุ่นหลังสายฝนพรำ ทุกเรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่านคู่จิ้นเคมีใหม่ พี พีรวิชญ์ พลอยนำพลกับ ไตเติ้ล ธนธร เสนางคนิกรเติมเต็มความสนุกครบทุกอรรถรสด้วยนักแสดงวัยใส อาทิ เสือ กฤษณะพงศ์ ศรีภัททิยานนท์, คอปเตอร์ นันทพงศ์ วงศ์สกุลยง, ผักไผ่ ปารีณา บุศยศิริ, แอมแปร์ สุทธาทิพย์ วุฒิชัยประดิษฐ์ร่วมด้วย เล็ก ฝันเด่น จรรยาธนากร และ ฮาน่า ทัศนาวลัย จักรพงษ์จัดเต็มทุกอารมณ์ให้แฟนๆ ได้อุ่นเครื่องความโรแมนติกกันก่อนที่YouTube : https://www.youtube.com/watch?v=qmMB2BOc58c แล้วมาลุ้นละมุนใจไปพร้อมๆ กันเริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 29 เมษายน นี้ ทางช่อง ONE31 เวลา 22:40 น. สามารถรับชมย้อนหลัง version uncut ได้ทางApplication IQIYI และ IQ.com และ YouTube: Acttraction Entertainment หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook Twitter InstragramTiktok : Lapluie_official YouTube : Acttraction Entertainment

เพราะความคิดถึงจึงมาเป็น’หน้ากากช็อกโกแลต’ในรายการ’Mask Singer 12′

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725564

เพราะความคิดถึงจึงมาเป็น'หน้ากากช็อกโกแลต'ในรายการ'Mask Singer 12'

เพราะความคิดถึงจึงมาเป็น’หน้ากากช็อกโกแลต’ในรายการ’Mask Singer 12′

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.06 น.

ร้องแค่คำแรกก็รู้เลยว่าเป็นใคร สำหรับการค้นหาตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากในรายการ“Mask Singer 12” ออกอากาศในวันพุธที่19เมษายน 2566ที่ผ่านมา กับการแข่งขันระหว่างกรรมการดรีมทีมและ 2 หน้ากากสุดท้ายใน Group “หน้ากากเห็ด”และ“หน้ากากช็อกโกแลต”เรียกความสุขและเสียงหัวเราะจากผู้ชมรายการไปได้อย่างเต็มๆ โดยหน้ากากที่กรรมการดรีมทีมทายถูกว่าตัวตนที่แท้จริงภายใต้ “หน้ากากช็อกโกแลต”คือ “กาละแมร์” พัชรศรีเบญจมาศงานนี้ทำเอาผู้ชมฮือฮาไม่หยุดสำหรับการได้มาเป็นบุคคลภายใต้หน้ากากในรายการของพิธีกรหญิงชื่อดัง

ทั้งนี้ “หน้ากากช็อกโกแลต” หรือ“กาละแมร์พัชรศรีเบญจมาศได้เปิดเผยความรู้สึกว่า“เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เวทีนี้ทำให้เรากล้าทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน เหตุผลที่มาออกรายการ Mask Singer12 เพราะคิดถึงทุกคนงานบนหน้าจอโทรทัศน์มันเป็นสิ่งที่อยู่ในสายเลือดเรา เป็นความสุขและความสนุกที่ได้ทำ”

ความสนุกในรายการ Mask Singer 12” Ep 6เริ่มต้นโชว์สุดพิเศษจากศิลปินระดับตำนานตัวพ่อบุรินทร์บุญวิสุทธิ์พร้อมการฟีเจอริ่งกับ 2 หน้ากากในบทเพลงดังเกือบต่อด้วยโชว์ของ “หน้ากากเห็ด” ด้วยสไตล์การร้องจากเสียงนุ่มนวล ไล่ระดับมาเป็นเสียงสูงสุดพลังในบทเพลง “Demons” ต่อด้วย “หน้ากากช็อกโกแลต”กับบทเพลง“วัดปะหล่ะ?”ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน สำหรับหน้ากากที่กรรมการทายผิดคือ  “หน้ากากเห็ด”ที่ยังคงต้องปิดบังตัวตนต่อไป เมื่อกรรมการทายผิดหน้ากากใหม่ (Hidden Mask)จึงโผล่ขึ้นอีก 1 ได้แก่ “หน้ากากผักรวม”จะต้องไปปะทะกับกรรมการดรีมทีมในรอบ “HIDDEN MASKGROUP B” ในสัปดาห์หน้า

ร่วมค้นหาตัวตนที่แท้จริง ผ่านเสียงร้องภายใต้หน้ากากในรายการ “Mask Singer 12” ทุกวันพุธเวลา 20.05 .ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 และสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทางออนไลน์  พิมพ์คำว่า“The Mask Singer”รวมทั้ง#masksinger12 ในทุกช่องทางออนไลน์

สถานทูตไทยในเม็กซิโกหนุนวงการ T-POP! ประกาศวง 4MIX ทัวร์ 2 เมืองเม็กซิโก จัดยิ่งใหญ่พฤษภาคม นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725561

สถานทูตไทยในเม็กซิโกหนุนวงการ T-POP! ประกาศวง 4MIX ทัวร์ 2 เมืองเม็กซิโก จัดยิ่งใหญ่พฤษภาคม นี้

สถานทูตไทยในเม็กซิโกหนุนวงการ T-POP! ประกาศวง 4MIX ทัวร์ 2 เมืองเม็กซิโก จัดยิ่งใหญ่พฤษภาคม นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.04 น.

พร้อมลุยยกระดับวงการT-POP ให้โด่งดังทั่วโลกอีกครั้ง  วง 4MIX จากค่าย 411Records (โฟร์ วัน วัน เรคคอร์ด)ที่มีสมาชิก 4 คน ได้แก่ นินจา-จารุกิตต์ คำหงษา , แมกก้า-ณัฐภัทร ดีเลิศตระกูล, โฟล์คซอง-ชนินทร บุญรอด และ จอร์จ-ราเมศวร์ เกียรติสุขอุดม ประกาศอย่างเป็นทางการกับการทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศเม็กซิโก ในเดือน พฤษภาคม 2566 ที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย คณะทูตานุทูตในกรุงเม็กซิโก Friends of Thailand และได้รับความร่วมมือจากสถานาทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยและ soft power ของไทยในด้านต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในเม็กซิโก โดยงานจัดขึ้นถึง 2 เมืองด้วยกันได้แก่คอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบของ 4 MIX ชื่องานว่า 4MIX Live in Guanajuato จัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 ณ เมือง Guanajuato รัฐ Guanajuato(กัวนาฮัวโต) และไปต่อที่งานเทศกาลไทย (Thai Festival)จัดขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ณ เม็กซิโกซิตี้ งานนี้นอกจะจัดเต็มให้โชว์ถึง 2 วัน 2 เมือง วง 4MIX ยังเผยว่าโชว์ที่เตรียมไปพิเศษสุดพร้อมโปรดักชั่นที่จัดเต็มยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อนแน่นอน!

ติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินค่ายเพลง 411 Record ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น YouTube / Facebook / Twitter : 411Records และ Instagram : 411Record.Official

‘ตูมตาม’ประกาศข่าวดี’อาหลี’ตั้งท้องลูกคนแรกแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725546

'ตูมตาม'ประกาศข่าวดี'อาหลี'ตั้งท้องลูกคนแรกแล้ว

‘ตูมตาม’ประกาศข่าวดี’อาหลี’ตั้งท้องลูกคนแรกแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.02 น.

20 เม.ย.66 เพิ่งจะควงคู่กันไปเที่ยวญี่ปุ่น สำหรับคู่ของหนุ่ม ตูมตาม ยุทธนา กับภรรยาสาว อาหลี อัฐริญญา และนอกจากภาพหวานๆ แล้ว ทริปนี้ ตูมตาม ยังถือโอกาสประกาศข่าวดีผ่านอินสตาแกรมว่าตอนนี้กำลังจะเป็นพ่อแม่กันแล้ว

โดยล่าสุด ตูมตาม ได้โพสต์รูปคู่ อาหลี พร้อมกับในมือที่ถือภาพอัลตร้าซาวด์ลูกน้อยในท้อง ประกาศข่าวดีกับแคปชั่นว่า “มาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้พวกเรามากันสามคนแล้วนะ -ในที่สุดพวกเราก็มีชาวแก๊งเพิ่มแล้ว – #เจ้าลูกหมูน้อยมาแล้วครับ” โดยมีเหล่าเเฟนคลับและพี่น้องคนบันเทิงมากมาย ต่างเข้ามาร่วมเเสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก

‘มหิดลวิทย์’ชูผลงานตรวจสอบ‘DNA มะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดง’ เตรียมเข้าแข่งขันระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725740

‘มหิดลวิทย์’ชูผลงานตรวจสอบ‘DNA มะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดง’ เตรียมเข้าแข่งขันระดับโลก

‘มหิดลวิทย์’ชูผลงานตรวจสอบ‘DNA มะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดง’ เตรียมเข้าแข่งขันระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566, 07.53 น.

‘มหิดลวิทย์’ชูผลงานโครงงานตรวจสอบ‘DNA มะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดง’ นวัตกรรมใหม่ในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง เตรียมเข้าแข่งขันในงานระดับโลก Regeneron ISEF 2023 สหรัฐอเมริกา พฤษภาคมนี้

21 เมษายน 2566 ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กล่าวว่า โครงงาน“แนวคิดใหม่แห่งวงการชีวเคมีทางการแพทย์: การตรวจสอบ DNA ของมะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดงโดยใช้เลือดไก่เป็นแบบในการศึกษาเพื่อพัฒนาสู่นวัตกรรมใหม่ในการวินิจฉัยโรคมะเร็งที่รวดเร็ว” เป็นโครงงานของนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ (Top Award) จากการประกวดโครงงานระดับประเทศ Young Scientist Competition (YSC 2023) ซึ่งจัดโดย สวทช. และได้เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา อีกทั้งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมงานการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับโลก Regeneron ISEF 2023  ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 -19 พฤษภาคม 2566 ณ เมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ดร.วรวรงค์ กล่าวว่า นักเรียนผู้พัฒนาโครงงานนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ 3 คน คือ นายวงศกร มาลาลักษมี (น้องกัปตัน) นางสาวมทินา บุญเต็ม (น้องเพชร) และนางสาวชุตินันต์ สุขพงศ์จิรากุล (น้องไข่มุก) โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานผู้คร่ำหวอดในวงการโครงงานและการวิจัย 2 ท่าน คือ ดร.เกียรติภูมิ รอดพันธ์ ครูสาขาวิชาเคมี โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (ครูเจ้าของรางวัล Prime Minister’s Science Teacher Award 2020 และ รางวัลพระราชทานบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประจำปี 2565) และ รศ. ดร. นพ.ปีติ ธุวจิตต์ (อาจารย์แพทย์เจ้าของรางวัลชนะเลิศงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ DMSc Award ประจำปี 2565) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ดร.วรวรงค์ กล่าวว่า โครงงานนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศของโครงการ YSC ในปีนี้ ได้ผ่านการคัดกรองข้อเสนอโครงงาน ที่ส่งเข้าประกวดจากทั่วประเทศมากถึง 1,621 โครงงาน และยังต้องผ่านการนำเสนอผลงานอย่างเข้มข้นในทุกกระบวนการ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ทำการเฟ้นหาโครงงานคุณภาพเยี่ยมจากแต่ละภูมิภาคเพื่อเข้าสู่การตัดสินในรอบระดับประเทศ โดยน้อง ๆ ทั้ง 3 คน มีความมุ่งมั่นตั้งใจอยากจะสร้างสรรค์โครงงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชากรทุกคนและมุ่งหวังว่าผลงานของโครงงานที่พัฒนาขึ้นจะเป็นนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์เป็นวงกว้างต่อสังคมได้ และมองว่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะโรคมะเร็งซึ่งคร่าชีวิตผู้คนรอบตัวเราไปมากมาย ดังนั้นหากสามารถพัฒนาวิธีการตรวจมะเร็งได้รวดเร็วกว่าวิธีการในปัจจุบันได้ก็จะสามารถช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้อีกมากมายก่อนที่มะเร็งจะลุกลามไปจนสายเกินแก้

ผอ.มหิดลวิทยานุสรณ์ กล่าวว่า น้องทั้ง 3 คนจึงได้ค้นคว้าหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโรคมะเร็งและพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งจะมี DNA ของมะเร็งอยู่ในกระแสเลือด โดยการตรวจโรคมะเร็งในปัจจุบันที่เป็นการตรวจทางเลือดจะให้ผลที่รวดเร็วกว่าการตรวจด้วยชิ้นเนื้อ แต่การตรวจ DNA ของมะเร็งทางเลือดนั้นจะตรวจจาก DNA ของมะเร็งในน้ำเลือด (plasma) แต่เนื่องด้วย plasma เป็นของเหลวที่มีปริมาณมากในเลือดส่งผลให้ปริมาณความเข้มข้น DNA ของมะเร็งค่อนข้างต่ำ ซึ่งถ้าหากเป็นมะเร็งในระยะต้น ๆ ก็อาจจะไม่สามารถตรวจพบได้ น้อง ๆ นักเรียนทั้ง 3 คนจึงมีแนวคิดว่าเนื่องจากเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญในเลือดเป็นอนุภาคระดับไมครอนไม่ใช่ของเหลวแบบพลาสมา หากเราสามารถพิสูจน์ได้ว่า DNA ของมะเร็งสามารถอยู่บนเม็ดเลือดแดงได้ ก็จะสามารถตรวจพบ DNA ของมะเร็งได้ดีกว่าการตรวจด้วย plasma เป็นอย่างมาก อีกทั้งเมื่อค้นคว้าเพิ่มเติมก็พบว่าบนผิวเม็ดเลือดแดงจะมีตัวรับ (Receptor) ที่มีคุณสมบัติในการจับกับสารประเภทกรดนิวคลีอิกได้ซึ่ง DNA ก็เป็นสารประเภทกรดนิวคลีอิก ด้วยเหตุนี้น้อง ๆ ทั้ง 3 คนจึงมีแนวคิดว่าหากเราสามารถตรวจสอบ DNA ของมะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดงได้ก็จะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ในการวินิจฉัยโรคมะเร็งที่รวดเร็ว

อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยในการทดลองและป้องกันโรคระบาดและจริยธรรมการทดลองในมนุษย์ น้อง ๆ จึงได้เลือกใช้เลือดไก่ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการบริโภคมาเป็นแบบในการศึกษาเนื่องจากมีข้อมูลว่า Receptor บนผิวเม็ดเลือดแดงของไก่มีคุณสมบัติที่คล้ายกับ Receptor ของคนและสามารถจับกับกรดนิวคลีอิกได้เช่นกัน สำหรับกระบวนการทดลองก็จะทำการออกแบบวิธีการทดสอบเพื่อพิสูจน์ว่า DNA ของมะเร็งสามารถจับกับ Receptor ที่ผิวของเม็ดเลือดแดงได้หรือไม่ โดยจะใช้เซลล์มะเร็งเต้านม 2 ชนิดเป็นต้นแบบในการศึกษา และใช้ 2 เทคนิคในการตรวจสอบ ได้แก่ การใช้เทคนิค DNA Hybridization ซึ่งเป็นเทคนิคการนำ DNA Probe มาจับเพื่อแสดงสัญญาณสี และเทคนิค Cross linking ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้ DNA ของมะเร็งจับกับ Receptor แน่นขึ้น โดยใช้ Formaldehyde เป็น Crosslinker โดยจากผลการทดลองก็พบว่า DNA ของมะเร็งสามารถจับกับ Receptor ที่ผิวของเม็ดเลือดแดงได้ โดยตรวจสอบอัตราส่วนของจำนวนยีนส์โดยการทำ Real-time PCR เพื่อศึกษาว่า DNA ของมะเร็งสามารถจับกับ Receptor บนผิวของเม็ดเลือดแดงได้ในปริมาณมากน้อยเพียงใด

“แนวคิดของโครงงานที่ตรวจมะเร็งโดยใช้เลือดไก่เป็นแบบในการศึกษานี้ได้รับความสนใจและได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิจัยของ รศ. ดร. นพ.ปีติ ธุวจิตต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  เพื่อพัฒนาต่อยอดในการทดลองกับเลือดมนุษย์ โดยจากผลการทดลองจากทั้งเลือดไก่และเลือดคนก็พบว่าสามารถตรวจ DNA ของมะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดงทดแทนวิธีการเดิมที่ตรวจจากน้ำเลือดได้สำเร็จ” ดร.วรวรงค์ กล่าว

รศ.ดร.นพ.ปีติ เจ้าของรางวัลงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ DMSc Award ประจำปี 2565 ผู้มีส่วนสำคัญในการให้คำแนะนำปรึกษาในการพัฒนาโครงงานนี้ กล่าวว่า แนวคิดการตรวจสอบ DNA ของมะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดงนี้ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการชีวเคมีทางการแพทย์ เป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อวงการสาธารณสุขเป็นอย่างมาก เป็นวิธีการที่ไม่สร้างความเจ็บปวดเท่ากับการตรวจชิ้นเนื้อ และยังสามารถเพิ่มความไวของการตรวจ DNA ในเลือดได้ การตรวจ DNA ของมะเร็งบนผิวเม็ดเลือดแดงนี้หากนำไปพัฒนาสู่กระบวนการการคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการรักษาได้อย่างทันท่วงทีแม้ในมะเร็งที่ไม่พบก้อน ก็จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนทั่วโลกที่มะเร็งกำลังจะลุกลามมาในชีวิตของพวกเขาได้

สภานโยบาย’อววน.’ เห็นชอบหลักการ ยกระดับ’ววน.’ การจัดซื้อจัดจ้างจาก’ตปท.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725729

สภานโยบาย'อววน.' เห็นชอบหลักการ ยกระดับ'ววน.' การจัดซื้อจัดจ้างจาก'ตปท.'

สภานโยบาย’อววน.’ เห็นชอบหลักการ ยกระดับ’ววน.’ การจัดซื้อจัดจ้างจาก’ตปท.’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 21.24 น.

สภานโยบาย อววน. เห็นชอบหลักการข้อเสนอนโยบายการกำหนดเงื่อนไขว่าด้วยการสร้างความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในประเทศ อันเกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างจากต่างประเทศของภาครัฐ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศ โดยมุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีศักยภาพและเป็นจุดคานงัดสำคัญเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยหนึ่งในวาระที่สำคัญเพื่อพิจารณา เสนอโดย สกสว. วันนี้ คือ การเห็นชอบหลักการข้อเสนอนโยบายการกำหนดเงื่อนไขว่าด้วยการสร้างความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ในประเทศอันเกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างจากต่างประเทศของภาครัฐ (Offset) พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมบัญชีกลางและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกันจัดทำรายละเอียดข้อเสนอนโยบายฯ เพื่อเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบต่อไป รวมถึงมอบหมายให้กระทรวงการคลังและกระทรวง อว. ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายฯ 

รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่า จากกรณีศึกษาในหลายประเทศพบว่ามีการใช้ประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างจากต่างประเทศโดยการมีเงื่อนไขให้ถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาขีดความสามารถด้าน ววน. เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ รวมถึงพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการ ทั้งนี้รูปแบบปัจจุบันของประเทศไทยคู่สัญญามีหน้าที่ส่งมอบงานเท่านั้น ต่อไปการจัดซื้อจัดจ้างจึงต้องมีการผูกเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการและขีดความสามารถของภาคเอกชนไทย โดย สกสว.จะนำข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ไปปรับปรุงรายละเอียดการดำเนินงาน อาทิ สิ่งดึงดูดใจของนักลงทุนต่างชาติ การกำหนดเป้าหมายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม เทคโนโลยีที่มีศักยภาพในอนาคตและเป็นจุดคานงัดสำหรับอุตสาหกรรมนั้น ๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน 

ด้าน ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า กระทรวงได้เจรจาความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีกับประเทศต่าง  ๆ  ซึ่งจะต้องพัฒนากำลังคนให้ทัดเทียมกับความเจริญของโลกที่เปลี่ยนไป และใช้ข้อได้เปรียบของประเทศไทยที่เข้ากับทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุดกับประเทศ
 นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบเรื่องความร่วมมือกับธนาคารโลกในการวิเคราะห์และพัฒนาระบบ ววน.ของไทย เพื่อใช้เครื่องมือประเมินกลไกการสนับสนุนภาคเอกชน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่กระจายตามหลายหน่วยงานของรัฐและมีความหลากหลาย เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่าการทำงานร่วมกับธนาคารโลกจะช่วยยกระดับการทำงานของทีมจากประเทศไทยทั้ง สกสว. และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีให้ข้อสังเกตว่าควรพิจารณาสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อให้ผลของการศึกษาเกิดความน่าเชื่อถือ และยกมาตรฐานให้ใกล้กับสากล ซึ่งไทยควรจะต้องจัดระบบกันใหม่ในการจัดการคนและระบบต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศพัฒนาได้

ท้ายนี้ สภานโยบายฯ รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ 2565 ของ สกสว. โดยที่ผ่านมา สกสว.ได้ขับเคลื่อนระบบ ววน.อย่างครบวงจรโดยทำงานร่วมกับ 180 หน่วยงาน สิ่งสำคัญคือ ภาพอนาคตข้างหน้าที่กล่าวถึงเส้นทางสู่ผลกระทบ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมอบหมายให้ สกสว.ดำเนินการ 2 เรื่อง คือ ให้ ววน.ช่วยขับเคลื่อนแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ และมีพื้นที่ทำงานร่วมกันเพื่อเป็นต้นแบบ 1 พื้นที่ 1 ววน. รวมถึงการออกแบบการทำงานและทิศทางการลงทุนด้าน ววน.เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วธ. จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา งานใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725699

วธ. จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา งานใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

วธ. จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา งานใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.53 น.

วธ. จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา งาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์ไทย

วันที่ 20 เมษายน 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเทพยดา งาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” โดยมี พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ เป็นพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวง พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงาน ณ ลานสังคีต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นายอิทธิพล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน จัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบปีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2325 ต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี 2557 โดยการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี รวมถึงสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชวงศ์จักรี ที่ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความผาสุกและเจริญรุ่งเรืองมาจนปัจจุบัน เป็นเวลา 241 ปีแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในความเป็นไทยร่วมกัน รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนสินค้าของชุมชนต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 

รมว.วธ. กล่าวต่อว่า งาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 25 เมษายน 2566 ณ บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และวันที่ 21 เมษายน – 7 พฤษภาคม 2566 ณ สวนสันติชัยปราการ โดยในวันที่ 20 เมษายน 2566 ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา ณ ลานสังคีต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ 21 เมษายน 2566 จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราช และพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และพิธีเปิดงานฯ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และโรงละครแห่งชาติ

“ภายในงานประดิษฐานภาพพระบรมฉายาลักษณ์และเครื่องราชสักการะ 10 รัชกาล พร้อมเปิดให้ประชาชนทำบุญไหว้พระรับพร เสริมสิริมงคล และเข้าชมแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 21 แห่ง ประกอบด้วย 1) พระบรมมหาราชวัง 2) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และโรงละครแห่งชาติ 3) สวนสันติชัยปราการ 4) พิพิธบางลำพู 5) วัดบวรนิเวศวิหาร 6) พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน 7) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 8) วัดชนะสงคราม 9) พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ 10) วัดสระเกศ 11) หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน 12) วัดราชนัดดาราม 13) วัดสุทัศนเทพวราราม 14) วัดประยุรวงศาวาส 15) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 16) มิวเซียมสยาม 17) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม 18) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 19) พิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหม 20) ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร และ 21) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พร้อมรับชมการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม ชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ (Night Museum) การสาธิตอาหารโบราณและอาหารชาววัง ในรูปแบบตลาดย้อนยุค การจำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม 76 จังหวัด ผลิตภัณฑ์ Cultural Product of Thailand : CPOT / ของดี 50 เขต กทม. จุดถ่ายภาพย้อนยุคบริการประชาชน ฯลฯ  โดยมีรถ ขสมก.และรถรางนำชม บริการรับ – ส่ง ตามจุดต่าง ๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม โทร. 1765” รมว.วธ. กล่าว 

มาแล้ว!! ‘สุริยุปราคา’บางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725594

มาแล้ว!! 'สุริยุปราคา'บางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย

มาแล้ว!! ‘สุริยุปราคา’บางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.59 น.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เผยภาพ “สุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย” วันที่ 20 เมษายน 2566 ขณะดวงอาทิตย์ปรากฏเว้าแหว่งมากที่สุดร้อยละ 1.82 เวลา 11.01 น.บันทึกผ่านกล้องโทรทรรศน์ติดแผ่นกรองแสงพอลิเมอร์ดำ ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นในวันที่ 20 เมษายน 2566 เป็น “สุริยุปราคาแบบผสม” (เกิดทั้งสุริยุปราคาวงแหวนและเต็มดวง) ตั้งแต่เวลา 09.42 – 12.52 น. (ตามเวลาประเทศไทย) แนวคราสเคลื่อนจากมหาสมุทรอินเดียไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนใหญ่พาดผ่านมหาสมุทร และแผ่นดินบางส่วนที่เป็นเกาะ อาทิ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศติมอร์ตะวันออก และประเทศอินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทยเห็นเป็น “สุริยุปราคาบางส่วน” ในช่วงเวลาประมาณ 10.22 – 11.43 น. (ตามเวลาประเทศไทย) มองเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังเพียงบางส่วนเท่านั้น และสังเกตได้เพียงบางพื้นที่ ได้แก่ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล สงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช กระบี่ และบางส่วนของจังหวัดตราด อุบลราชธานี และศรีสะเกษ แต่ละพื้นที่ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังมากที่สุดไม่เท่ากัน และถูกบดบังมากที่สุดบริเวณภาคใต้ ที่จังหวัดนราธิวาส (ร้อยละ 4.06)

สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาในประเทศไทยครั้งต่อไป จะเกิด “สุริยุปราคาบางส่วน” ในวันที่ 2 สิงหาคม 2570 ผู้สนใจติดตามข้อมูลได้ทางเฟซบุ๊กสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือเว็บไซต์ www.NARIT.or.th

– 006

‘พปชร.’ แถลงนโยบายเตรียมสร้างรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547230

20 เม.ย. 2566

'พปชร.' แถลงนโยบายเตรียมสร้างรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา

‘พปชร.’ แถลงนโยบายเตรียมสร้างรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา ‘พล.อ.ประวิตร’ พร้อมทำทันทีหากเป็นรัฐบาล ย้ำไม่ต้องห่วงงบประมาณ ด้าน ‘สันติ’ แซะ ไม่เห็นพรรคอื่นพูดนโยบายพัฒนา เห็นแต่ขอแลนด์สไลด์

วันที่ 20 เม.ย. 2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร กรรมการบริหารพรรค เปิดนโยบาย “อีสานประชารัฐ” พัฒนาภาคอีสานด้วยรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะพัฒนาภาคอีสานและภาคตะวันออกให้เป็นรถไฟทางคู่ จาก จ.บึงกาฬ – ท่าเรือแหลมฉบัง – ท่าเรือมาบตาพุด – สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง สอดรับกับการพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก(EEC) โดยจะผ่าน 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และยังเชื่อมต่อ 11 จังหวัดได้แก่ จังหวัดหนองคาย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีษะเกษ มหาสารคาม และหนองบัวลำภู ระยะทางรวมประมาณ 480 กม. เมื่อได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะดำเนินโครงการทันที เพราะสำรวจเส้นทางเรียบร้อยแล้ว เป็นแนวคิดที่จะทำมาแล้วหลายปี ย้ำไม่ต้องห่วงเรื่องงบประมาณ สามารถดำเนินการได้แน่นอน 

พล.อ.ประวิตร เชื่อว่า โครงการรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา จะทำให้ชาวอีสานมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำเพื่อคนอีสานโดยเฉพาะ จะได้มีงาน สร้างงาน สร้างอาชีพให้คนอีสาน น้ำเขาก็น้อย การเกษตรก็มีข้อขัดข้องเยอะ คนอีสานออกมาทำงานต่างจังหวัดทั้งนั้น ส่วนภาคอื่นอย่าพึ่งถาม เอาให้ภาคอีสานเจริญ เพราะมีทั้งหมด 133 เขต คิดเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ

นายสันติ พร้อมพัฒน์นายสันติ พร้อมพัฒน์ด้านนายสันติ กล่าวว่า เราจะพัฒนาภาคอีสานของเราให้ทันต่อโลก เนื่องจากแต่ละพรรคการเมือง มีแต่ที่จะขอแลนด์สไลด์ จากชาวภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด และภาคตะวันออก 5 จังหวัด แต่ไม่เคยเห็นพรรคการเมืองใดเลยที่คิดว่าจะพัฒนาภาคอีสานให้พ้นความยากจนหรือนำเงินลงทุนมหาศาลไปพัฒนา ซึ่งไม่มีเลย มีแต่พรรคพลังประชารัฐตลอดระยะเวลาเกิน 20 ปี ภาคอีสานไม่ได้รับการพัฒนาใดๆ เลย หรือได้รับการพัฒนาอย่างเชื่องช้า จึงขอแรงใจทั้ง 133 เขตเลือกเราเข้าไปในสภาจะไปยกมือสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าโครงการเหล่านี้ทำจริง ทำทันที

สำหรับรถไฟรางคู่แบบใหม่ที่เราจะทำนั้น จะมีรางขนาด 1.435 ม. มาตรฐานเดียวกับรถไฟความเร็วสูง จะมีการสร้างทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจร ตลอดแนวเส้นทางรถไฟ จะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรม ขนาด 20,000 ไร่ 6 แห่ง กว่า 6,000 โรงงาน โดยเป็นนิคมอุตสาหกรรมนำสมัย นอกจากนี้จะมีการสร้างวิทยาลัยอาชีวะใกล้นิคมอุตสาหกรรม นิคมฯละ 2 แห่ง รวม 12 แห่ง เพื่อเตรียมแรงงานที่มีทักษะและคุณภาพรองรับอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และมีโครงการพัฒนาท่าเรือบก ซึ่งจะเป็นพื้นที่รองรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นก่อนที่จะมีการขนส่งไปยังท่าเรือน้ำลึกที่ภาคตะวันออก

ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาโครงการนี้ โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ดำเนินการ โดยการดึงดูดนักลงทุนมาจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งเป้าหมายไว้ คาดว่าจะสามารถดึงดูดเงินลงทุนเข้าประเทศไทย 4.5 ล้านล้านบาท โดยรัฐจะเป็นผู้เวนคืนที่ดินที่ต้องใช้ในการพัฒนานิคมแต่ละนิคมประมาณ 2 หมื่นไร่ เพื่อรองรับโรงงานประมาณ 1 พันโรงงาน โดยแต่ละโรงงานจะใช้เงินลงทุนประมาณ 750 ล้านบาท ทั้งนี้ มีหลายประเทศสนใจที่จะมาตั้งนิคมอุตสาหกรรมและดึงโรงงานเข้ามาประมาณ 1 แห่ง อาทิ จีน และประเทศในยุโรปที่สนใจเข้ามาตั้งโรงงาน

โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ยืนยันยื่นนโยบายดังกล่าวต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พรรคพลังประชารัฐแถลงข่าวเปิดนโยบาย "อีสานประชารัฐ"พรรคพลังประชารัฐแถลงข่าวเปิดนโยบาย “อีสานประชารัฐ”

‘พรรคเปลี่ยน’ แนะวิธีแก้ ‘หวย’ แพง เพิ่มยอดพิมพ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547226

20 เม.ย. 2566

'พรรคเปลี่ยน' แนะวิธีแก้ 'หวย' แพง เพิ่มยอดพิมพ์

‘พรรคเปลี่ยน’ แนะวิธีแก้ ‘หวย’ แพง เพิ่มยอดพิมพ์ให้เพียงพอ ยืนยันทำได้จริง ไม่ขายฝัน พร้อมยืนยันไม่มีนายทุนหนุนหลัง

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน เปิดเผยถึงนโยบายหวยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จะทำได้หรือแค่ขายฝันว่า เรื่องหวยใครก็พูดได้ แต่คนที่ทำต้องมาสเตอร์ เป็นต้นแบบเท่านั้น ไม่มีใครรู้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่าตนเอง รู้ทุกมุม ตั้งแต่คนซื้อ คนขาย รัฐบาล

ซึ่งจุดเริ่มต้นการทำสลากดิจิทัลของตน หลังจากได้ไปดูตลาดประกอบกับช่วงสถานการณ์โควิด การค้าขายออนไลน์กำลังมา พบว่าตลาดสลากกินแบ่งรัฐบาล มีมูลค่า 240,000 ล้านบาทต่อปี หากขอแค่ 1% ก็ได้ 2,400 ล้านบาทแล้ว สิ่งที่ทำคือ ความรวยก็อีกหนึ่งอย่าง แต่เราขายคือความสุข คนซื้อไม่ได้มีความสุขแค่ตอนถูก มีความสุขตอนซื้อแล้วก็ฝัน
 

สาเหตุราคาแพงเพราะไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย ตนเห็น แต่ทำไมสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ทราบ วิธีแก้ คือ พิมพ์สลากเพิ่มเข้ามาเท่ากับความต้องการในตลาด ขณะนี้มีเพียง 100 ล้านใบ แต่ตนคาดว่าความต้องการอยู่ที่ 150-200 ล้านใบ หากพิมพ์ออกมาเพียงพอก็จะแก้ปัญหาสลากแพงได้ 

นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า ทำได้จริง ไม่ใช่นโยบายขายฝัน หากเพิ่มปริมาณสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จะยิ่งเพิ่มโอกาสคนถูกรางวัล คนขายก็เพียงพอจำหน่าย มีรายได้เลี้ยงครอบครัว นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งสมาพันธ์ผู้ค้าล็อตเตอร์รี่อาชีพแห่งประเทศไทยขึ้นมาดูแลกลุ่มผู้ค้าที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ 50,000 กว่าล้านบาท ซึ่งจะได้รับเงินอีก  55,000 ล้านบาท โดยจะนำไปทำธนาคารโอกาสและกองทุนโอกาส เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพและทำประกันสังคม 

นายพันธ์ธวัช ชี้แจงกระแสมีนายอยู่เบื้องหลังพรรคเปลี่ยน ยืนยันว่า พรรคเปลี่ยนไม่มีคนจ่ายเงินหรือไม่มีคนเป็นทุนให้ ตนเองทำพรรคใช้จ่ายเงินยังไม่ถึง 5,000 ล้านบาท ทำแบบตรงไปตรงมา ชัดเจน ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานทุกอย่าง เมื่อรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็คงจะทราบว่าใช้จ่ายเงินไปเท่าไหร โดยคิดว่าการหาเสียงครั้งนี้จะใช้เงินไม่เกินที่ กกต.กำหนด คาดว่าน่าจะใช้ประมาณ 10 ล้านบาท