สิงคโปร์ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดรายที่ 2 ในรอบ 3 สัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694691

สิงคโปร์ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดรายที่ 2 ในรอบ 3 สัปดาห์

17 พ.ค. 2566 14:59 น.

สิงคโปร์ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดรายที่ 2 ในรอบ 3 สัปดาห์

สิงคโปร์ประหารชีวิตนักโทษด้วยการแขวนคอจากความผิดเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ซี่งเป็นการประหารชีวิตนักโทษรายที่ 2 ในช่วงเวลา 3 สัปดาห์ แม้ว่าจะมีการเรียกร้องให้ทางการสิงคโปร์ยุติการประหารชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด

โกคิลา อันนามาลัย นักเคลื่อนไหวจากกลุ่ม Transformative Justice Collective ซึ่งสนับสนุนการยกเลิกโทษประหารชีวิตในสิงคโปร์ กล่าวว่า ชายวัย 37 ปีรายนี้ถูกประหารชีวิต หลังจากที่ศาลปฏิเสธคำร้องขอของเขาในเปิดคดีอีกครั้งเมื่อวันอังคาร โดยไม่มีการพิจารณาคดี

ชายคนนี้ซึ่งไม่ได้รับการระบุชื่อ ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของครอบครัวของเขาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เคยถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ปี และถูกตัดสินว่ามีความผิดในปี 2562 ในข้อหาลักลอบค้ากัญชาประมาณ 1.5 กิโลกรัม ความพยายามในการเปิดคดีของเขาอีกครั้งมีขึ้นหลังพบหลักฐานดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือที่เชื่อมโยงเขากับการครอบครองกัญชาในจำนวนที่น้อยกว่ามาก ซึ่งเขายอมรับว่าครอบครอง แต่ศาลปฏิเสธ ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายของสิงคโปร์ การลักลอบค้ากัญชามากกว่า 500 กรัม อาจส่งผลให้ต้องรับโทษประหารชีวิต

อันนามาลัย กล่าวว่า “หากเราไม่ร่วมกันหยุดโทษประหารชีวิต เราเกรงว่าการสังหารหมู่ครั้งนี้จะดำเนินต่อไปในอีกหลายสัปดาห์และหลายเดือนข้างหน้า” และกล่าวเสริมว่า นักโทษราว 600 คนอยู่ในแดนประหารในสิงคโปร์ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด

ปีที่แล้ว สิงคโปร์ประหารชีวิตนักโทษ 11 รายในคดียาเสพติด หลังจากงดเว้นไป 2 ปีเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การแขวนคอชายชาวมาเลเซียคนหนึ่งที่เชื่อว่าพิการทางสมอง ได้ก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องจากนานาชาติ และเรียกร้องให้สิงคโปร์ถูกลงโทษภายใต้การตรวจสอบฐานละเมิดบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชน

เมื่อสามสัปดาห์ที่แล้ว นายตังการาจู ซุปเปียห์ ชาวสิงคโปร์วัย 46 ปี ถูกประหารชีวิตครั้งแรกในปีนี้ ด้วยข้อหาค้ากัญชาหนัก 1 กิโลกรัม แม้ว่าเขาจะไม่ได้ถูกจับพร้อมยาเสพติดก็ตาม อัยการกล่าวว่า หมายเลขโทรศัพท์เป็นหลักฐานที่ชี้ว่าเขาเป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานการส่งมอบยาเสพติด ซึ่งเขาให้การปฏิเสธ

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน นายริชาร์ด แบรนสัน นักธุรกิจชื่อดังชาวอังกฤษ และสหประชาชาติ เรียกร้องให้สิงคโปร์ยุติการประหารชีวิตสำหรับความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เนื่องจากหลักฐานที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่าโทษประหารไม่ได้ผลในการป้องปราม แต่ทางการสิงคโปร์ยืนยันว่าผู้ต้องขังทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสม และโทษประหารชีวิตยังคง “เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การป้องกันอันตรายอย่างรอบด้านของสิงคโปร์ ซึ่งพุ่งเป้าทั้งอุปสงค์และอุปทานของยาเสพติด”

นอกจากสิงคโปร์แล้ว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า อินโดนีเซียดำเนินการประหารชีวิตที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไปแล้ว 112 ครั้งในปีที่แล้วด้วยการยิงเป้า หลังจากไม่มีการประหารชีวิตตั้งแต่ปี 2559 ในทางตรงกันข้าม ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยได้ผ่านกฎหมายที่ทำให้กัญชาถูกกฎหมาย ในขณะที่มาเลเซียได้ยุติโทษประหารชีวิตภาคบังคับสำหรับอาชญากรรมร้ายแรง.

เรือประมงจีนล่มกลางมหาสมุทรอินเดีย สูญหาย 39 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694640

เรือประมงจีนล่มกลางมหาสมุทรอินเดีย สูญหาย 39 ราย

17 พ.ค. 2566 12:47 น.

เรือประมงจีนล่มกลางมหาสมุทรอินเดีย สูญหาย 39 ราย

เรือประมงของจีนประสบอุบัติเหตุอับปางลงกลางมหาสมุทรอินเดีย ส่งผลให้ลูกเรือจีน 17 ราย ลูกเรือชาวอินโดนีเซีย 17 ราย และชาวฟิลิปปินส์อีก 5 ราย สูญหายยังไม่ทราบชะตากรรม

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีน รายงานเหตุเรือประมงจีนล่มในมหาสมุทรอินเดีย ส่งผลให้ลูกเรือจีน 17 ราย ลูกเรือชาวอินโดนีเซีย 17 ราย และชาวฟิลิปปินส์อีก 5 ราย สูญหายยังไม่ทราบชะตากรรม โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้สูญหายแม้แต่คนเดียว ขณะที่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้สั่งการให้เร่งค้นหาและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เรือประมงที่ประสบเหตุชื่อว่าเรือ หลู่ เผิง หยวน หยู่ 028 โดยเป็นเรือประมงของบริษัทประมง เผิงไหล จิงหลู่ โดยเรือได้อับปางลงในช่วงเวลาประมาณตี 3 ของวันอังคารตามเวลาในท้องถิ่นของจีน

หลังจากเกิดเหตุ ทั้งหน่วยค้นหาและกู้ภัยจากภูมิภาคใกล้เคียง รวมทั้งเรือจากทางการจีน 2 ลำ ต่างระดมกำลังเพื่อช่วยค้นหาผู้สูญหาย ขณะเดียวกันทางกระทรวงต่างประเทศของจีนก็ได้เปิดใช้ช่องทางฉุกเฉินด้านกงสุล ทั้งในออสเตรเลีย ศรีลังกา มัลดีฟส์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และในอีกหลายประเทศ เพื่อความร่วมมือในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย โดยหวังว่าจะยังพบผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งมีลูกเรือชาวจีน 2 คน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือขุดลอกล่มนอกชายฝั่งของฟิลิปปินส์ ขณะที่ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมาจีนมีการสร้างเขตประมงน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมา แต่เนื่องจากทรัพยากรสัตว์น้ำที่เริ่มร่อยหรอ ทำให้เรือประมงจีนจำนวนไม่น้อยชอบล่องเรือออกไปหาปลาไกลจากพื้นที่ จนเกิดการรุกล้ำน่านน้ำจนกลายเป็นข้อโต้แย้ง และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมากขึ้น อย่างในปี 2019 ฟิลิปปินส์ได้กล่าวหาว่าเรือจีนได้เข้ามาชนเรือของฟิลิปปินส์จนจมในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ และทำให้ลูกเรือหลายสิบชีวิตต้องเสี่ยงอันตราย.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

สงครามเดือดหนัก UK เนเธอร์แลนด์ ไฟเขียว ส่งบินขับไล่ F-16 ให้ยูเครนแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694643

สงครามเดือดหนัก UK เนเธอร์แลนด์ ไฟเขียว ส่งบินขับไล่ F-16 ให้ยูเครนแล้ว

17 พ.ค. 2566 12:31 น.

สงครามเดือดหนัก UK เนเธอร์แลนด์ ไฟเขียว ส่งบินขับไล่ F-16 ให้ยูเครนแล้ว

(ภาพประกอบ)

สงครามยูเครนเดือดขึ้นแน่ รบ.UK และเนเธอร์แลนด์ ตกลงจะส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ให้แก่ยูเครนสู้กับทัพรัสเซีย ตามคำร้องขอแล้ว หลังปธน.เซเลนสกีแห่งยูเครนวิงวอนขอมานาน

เมื่อ 17 พ.ค. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงาน รัฐบาลสหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ ตกลงจะจัดส่งเครื่องบินขับไล่ F-16s มาให้แก่กองทัพยูเครนต่อสู้กับรัสเซีย ตามคำร้องขอของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ที่ได้วิงวอนขอให้บรรดาชาติตะวันตกส่งเครื่องบินขับไล่มาช่วยยูเครนมานานแล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์หลังจากมีการประชุมสภาสุดยอดยุโรปที่ไอซ์แลนด์ ว่า นายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก แห่งสหราชอาณาจักร และนายกรัฐมนตรีมาร์ก รูตต์ แห่งเนเธอร์แลนด์ ตกลงที่จะทำงานในการสร้าง ‘พันธมิตรระหว่างประเทศ’ ด้วยการจัดส่งฝูงเครื่องบินขับไล่ที่มีศักยภาพในการต่อสู้ทางอากาศ และจะสนับสนุนทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่กองทัพยูเครน นับตั้งแต่การฝึกสอนการขับเครื่องบินขับไล่ F-16

นายกรัฐมนตรีมาร์ก รูตต์ แห่งเนเธอร์แลนด์(ซ้าย) และริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร
นายกรัฐมนตรีมาร์ก รูตต์ แห่งเนเธอร์แลนด์(ซ้าย) และริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

“ท่านนายกรัฐมนตรีย้ำถึงความเชื่อว่ายูเครนอยู่ในที่ที่ถูกต้องในนาโต และเหล่าผู้นำชาติสมาชิกนาโตตกลงที่จะให้ความสำคัญในการจัดส่งความช่วยเหลือด้านความมั่นคงระยะยาวแก่ยูเครน เพื่อเป็นการรับประกันว่ายูเครนสามารถป้องกันประเทศชาติได้จากการถูกโจมตีในอนาคต” โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าว


ที่ผ่านมา ชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้เปิดโอกาสความเป็นไปได้ในการส่งฝูงเครื่องบินขับไล่ F-16 ถึงแม้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ส่งเครื่องบินรบไปให้แก่ยูเครนก็ตาม

อิตาลีอ่วม น้ำท่วมใหญ่ หลายเมืองท่องเที่ยวทางภาคเหนือจมบาดาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694575

อิตาลีอ่วม น้ำท่วมใหญ่ หลายเมืองท่องเที่ยวทางภาคเหนือจมบาดาล

17 พ.ค. 2566 08:51 น.

อิตาลีอ่วม น้ำท่วมใหญ่ หลายเมืองท่องเที่ยวทางภาคเหนือจมบาดาล

สถานการณ์น้ำท่วมทางภาคเหนือของอิตาลีส่อเค้าวิกฤติ หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าววอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ริมชายฝั่งทะเล ทางภาคเหนือของอิตาลี ส่อเค้าวิกฤติหลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ

รายงานข่าวระบุว่า แม่น้ำซาวิโอ มีปริมาณน้ำท่วมทะลัก ระดับน้ำเพิ่มสูงเข้าท่วมเมืองเซเซนา ในแคว้นเอมิเลีย โรมัญญา เช่นเดียวกับในเมืองราเวนนา เมืองท่องเที่ยวสำคัญ ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ทางการประกาศเตือนประชาชนให้ย้ายหนีขึ้นที่สูง หลังจากระดับน้ำท่วมสูง

ส่วนที่เมืองริชชีโอเน เมืองท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดัง ริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ทางด้านนายกเทศมนตรีออกมาเตือนประชาชนให้ระวังน้ำท่วมสูง ขณะที่ประชาชนเริ่มนำเรือยางออกมาพายสำรวจความเสียหายของน้ำท่วมตามท้องถนนสายต่างๆ ด้านสำนักงานดับเพลิงของเมือง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

ขณะที่ทางการเมืองเวนิสเตรียมเปิดประตูระบายน้ำโมเสสเป็นครั้งแรกเพื่อบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมสูงในขณะนี้ พร้อมประกาศสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราว

ทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอิตาลี รายงานว่า คาดว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องอีกหลายวัน หลังจากหลายพื้นที่ทางภาคเหนือเผชิญฝนตกหนักมาตลอดหลายสัปดาห์.

ไบเดนยกเลิกเยือนปาปัวฯ ออสเตรเลีย เพื่อรีบกลับบ้านถกแผนขยายเพดานหนี้ภาครัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694565

ไบเดนยกเลิกเยือนปาปัวฯ ออสเตรเลีย เพื่อรีบกลับบ้านถกแผนขยายเพดานหนี้ภาครัฐ

17 พ.ค. 2566 08:02 น.

ไบเดนยกเลิกเยือนปาปัวฯ ออสเตรเลีย เพื่อรีบกลับบ้านถกแผนขยายเพดานหนี้ภาครัฐ

เผยผู้นำสหรัฐฯ หดทริปเยือนเอเชีย ยกเลิกแผนการเยือนปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย เพื่อเข้าร่วมการหารือแผนขยายเพดานหนี้ภาครัฐ หลังจากการหารือหลายรอบไม่มีความคืบหน้า

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานอ้างคำเปิดเผยของนายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวสหรัฐฯ ที่เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัดสินใจยกเลิกแผนการเยือนประเทศปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย ในช่วงครึ่งหลังของกำหนดการเดิมในการเดินทางเยือนภูมิภาคอินโดแปซิฟิกในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ติดภารกิจสำคัญที่จะต้องเข้าร่วมการหารือแผนขยายเพดานหนี้ภาครัฐที่จะมีขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังจากการหารือหลายรอบไม่มีความคืบหน้า

รายงานข่าวระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี7 ที่ญี่ปุ่น เป็นเวลา 3 วัน ในวันศุกร์ที่ 19 พ.ค.นี้ แล้วจากนั้นจะเดินทางกลับสหรัฐฯ ทันทีในวันอาทิตย์

ขณะที่ตามกำหนดการเดิม หลังเสร็จสิ้นการประชุมที่ญี่ปุ่น ประธานาธิบดีไบเดน จะแวะไปเยือนปาปัวนิวกินี ซึ่งเป็นทริปแห่งประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังออสเตรเลีย เพื่อเข้าประชุมจตุภาคี Quadrilateral Security Dialogue หรือ Quad ร่วมกับผู้นำออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประเมินว่า รัฐบาลจะเริ่มผิดนัดชำระหนี้บางส่วนอย่างเร็วที่สุดคือ 1 มิถุนายนนี้ หากสภาคองเกรสไม่ขยายเพดานหนี้ภาครัฐได้ทันเวลา.

ปากีสถาน : ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตได้ แต่หยุดการประท้วงไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694171

ปากีสถาน : ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตได้ แต่หยุดการประท้วงไม่ได้

17 พ.ค. 2566 08:00 น.

ปากีสถาน : ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตได้ แต่หยุดการประท้วงไม่ได้

  • ทางการปากีสถานจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ท่ามกลางความรุนแรงของการประท้วงที่ลุกลามไปทั่วประเทศ หลังมีการจับกุมตัวนายอิมราน ข่าน อดีตนายกฯ ของปากีสถาน
  • การต่อสู้ระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนนายอิมราน ข่าน และกองทัพอันทรงอำนาจของปากีสถาน ยังคงครองพื้นที่สมรภูมิรบ 2 ช่องทาง ได้แก่บนถนน และในโลกโซเชียลมีเดีย แต่การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตดูจะไม่เป็นผล เพราะยิ่งสร้างกระแสไม่พอใจของผู้ที่ประสบความเดือดร้อนเป็นวงกว้างขึ้นทุกที

สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองของปากีสถานปะทุขึ้นอย่างรุนแรง หลังจากที่นายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรีถูกจับกุมเมื่อวันอังคารที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยในเมืองละฮอร์กลุ่มผู้สนับสนุนนายข่านต่างเคลื่อนไหว และยิ่งทำให้การประท้วงไปในทิศทางที่รุนแรงขึ้น

ภาพของผู้ประท้วงที่ขว้างปาก้อนหิน เพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ที่ใช้แก๊สน้ำตา มีการเผยแพร่ไปในโลกโซเชียลมีเดีย ขณะที่คลิปขณะที่นายอิมราน ข่านถูกควบคุมตัวโดยทหารก็กลายเป็นคลิปไวรัล

เพื่อหวังควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลจึงตัดสินใจปิดกั้นอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าเฟซบุ๊ก ยูทูบ หรือทวิตเตอร์ แม้แต่คลื่นโทรศัพท์ก็ถูกบล็อกในบางพื้นที่อย่างไม่มีกำหนด เพื่อหวังลดกระแสความร้อนแรงลง แต่ผลกลับออกมาในทิศทางตรงข้าม เมื่อเกิดการประท้วงเป็นวงกว้างทั่วประเทศ ประชาชนบางส่วนเข้าระบบ VPNs โดยมีการใช้งานพุ่งสูงขึ้นถึง 1,300 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใครที่ยังสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ก็ใช้การสื่อสารผ่าน วอตส์แอป


“ข่าวจริง” ทางออนไลน์

การปิดกั้นอินเทอร์เน็ต ดูเหมือนจะเป็นมาตรการที่พบเห็นได้บ่อยครั้งของทางการ โดยเฉพาะในแถบเอเชียใต้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยทางการจะปิดกั้นช่องทางออนไลน์เพื่อควบคุมช่องทางไหลของข้อมูลสื่อสาร และพยายามสกัดกั้นการประท้วง

นายคาธิค นาเชียพาน ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียใต้จากสิงคโปร์ระบุว่า รัฐบาลมีค้อนอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องง่ายที่จะนำเอาเรื่องอินเทอร์เน็ตมาเป็นตะปู

ในปากีสถาน การเคลื่อนไหวดังกล่าวดูจะส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะอินเทอร์เน็ตเหมือนจะเป็นช่องทางเดียวที่จะเข้าถึงข่าวจริงได้ ถ้าเป็นในช่วงทศวรรษก่อนหน้า เป้าในการโจมตีของกองทัพก็คือสำนักข่าวอิสระ และหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อหลักของประเทศในช่วงเวลานั้น แต่ปัจจุบันคนเข้าหาสื่อออนไลน์เป็นหลัก เพราะเชื่อว่าไม่มีใครเข้าไปกำกับควบคุมการนำเสนอข่าวให้เป็นไปในทางที่รัฐต้องการเพียงอย่างเดียวได้ และยิ่งเมื่อเป็นข่าวด่วน อย่างเรื่องของอิมราน ข่านคนก็หลั่งไหลไปยังช่องทางออนไลน์ทันที เพราะสามารถหาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการประท้วงได้จากที่นั่น ทั้งในวอตส์แอป และทวิตเตอร์

นางแด๊ด ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสิทธิทางดิจิทัล ในเมืองละฮอร์ ของปากีสถานระบุว่า เมื่อปิดกั้นอินเทอร์เน็ต ประชาชนจะไม่มีทางเลือกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ถือเป็นการละเมิดเสรีภาพของแสดงความเห็น การเข้าถึงข้อมูล และสิทธิในการชุมนุม ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อหาในรัฐธรรมนูญของปากีสถาน อีกทั้งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมของพลเมืองที่ยูเอ็นให้การรับรองด้วย

การเซนเซอร์ที่รุนแรงที่สุด

เน็ตบล็อกส์ ฝ่ายมอนิเตอร์อินเทอร์เน็ต ที่มีฐานอยู่ในอังกฤษ ได้พบข้อมูลการปิดกั้นสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกับการชุมนุมประท้วงของนายข่านก่อนที่เขาจะถูกจับมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดนี้ดูจะเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดที่เคยพบในปากีสถานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเป็นการตัดสัญญาณหลายรูปแบบทั้งสัญญาณโทรศัพท์ และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการจะควบคุมการส่งสารทุกทาง

โดยเน็ตบล็อกส์ยังระบุด้วยว่า สัญญาณโทรศัพท์ ในพื้นที่ปัญจาบล่มทั้งหมด เพราะพื้นที่นี้คือฐานที่มั่นหลักของนายข่าน ส่วนการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงแต่ทำให้การสื่อสารยากลำบากเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการเข้าถึงระบบสาธารณสุข เหตุฉุกเฉินต่างๆ และการบริการด้านการเงินด้วย ซึ่งจะยิ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะล่มสลายทั่วประเทศ

ขณะที่ชาวปากีสถานกว่า 10 ล้านคน ตั้งแต่คนส่งสินค้า ไปจนถึงชุมชนเทคโนโลยีต่างๆ ก็ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตเพื่อเลี้ยงชีพด้วยเช่นกัน โดยขณะนี้ผู้นำด้านธุรกิจหลายร้อยคน และกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนต่างก็ร่วมลงชื่อในจดหมายเพื่อประณามการปิดอินเทอร์เน็ต เพราะจะส่งผลร้ายต่อประเทศ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะยอมแลกเรื่องนี้ เพื่อหวังตัดช่องทางการสื่อสารหลักของนายข่าน ที่ใช้ในการปลุกระดมมวลชนขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล เพราะกองทัพไม่สามารถเอาชนะเขาผ่านทางช่องทางออนไลน์ในการเปลี่ยนความคิดมวลชนได้ การปิดจึงเป็นหนทางที่ง่ายที่สุด แม้จะเป็นเพียงการยื้อเวลาไว้ชั่วคราวเท่านั้น

โดยในอดีตกองทัพปากีสถานมักจะเข้ามาแทรกแซงการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม มีการจับกุมและตั้งข้อหาผู้ที่เป็นปรปักษ์กับรัฐบาล ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ท่าทีของกองทัพเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยของปากีสถานเปราะบาง แต่ในยุคปัจจุบันการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เพราะคงไม่สามารถจะหยุดกระแสความไม่พอใจของประชาชนที่กำลังปะทุขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากความพยายามในการปราบปรามนายข่าน และเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังดิ่งลงเหว และอาจจะทำให้ผลลัพธ์เป็นไปในทางตรงข้ามกับสิ่งที่กองทัพต้องการ.

ที่มา : บีบีซีอัลจาซีรา

ญาติสุภาพสตรีหมายเลข 1 ฝรั่งเศสโดนรุมทำร้าย จับผู้ต้องสงสัยแล้ว 8 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694558

ญาติสุภาพสตรีหมายเลข 1 ฝรั่งเศสโดนรุมทำร้าย จับผู้ต้องสงสัยแล้ว 8 ราย

17 พ.ค. 2566 05:00 น.

ญาติสุภาพสตรีหมายเลข 1 ฝรั่งเศสโดนรุมทำร้าย จับผู้ต้องสงสัยแล้ว 8 ราย

เหลนชายของบริจิตต์ มาครง ภริยาผู้นำฝรั่งเศส ถูกกลุ่มผู้ประท้วงต้านรัฐบาลรุมทำร้ายจนบาดเจ็บหลายแห่ง ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 8 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เหลนของ นางบริจิตต์ มาครง สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งฝรั่งเศส ถูกกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ที่เมืองอาเมียง ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์

ข่าวระบุว่า นายฌอง-บาปติส โทรนิว (Jean-Baptiste Trogneux) ถูกทำร้ายขณะอยู่ที่หน้าร้านช็อกโกแลตชื่อว่า ‘ฌอง โทรนิว’ ซึ่งครอบครัวของเขาเปิดกิจการมาแล้ว 6 ชั่วอายุคน และตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาล นับตั้งแต่ นายมาครง รับตำแหน่งประธานาธิบดี

ผู้เห็นเหตุการณ์พยายามเข้ามาช่วยเหลือ นายโทรนิว ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม ล่าสุดตำรวจตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้แล้ว 8 ราย ส่วน นายโทรนิว ถูกทุบที่เข้าที่ศีรษะ แขน และขาทั้งสองข้าง ขณะนี้กำลังรอผลการสแกนเพื่อดูว่าอาการหนักเพียงใด

หลังเกิดเหตุ ประธานาธิบดีมาครง ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นการโจมตีที่ไม่อาจยอมรับได้ และประชาธิปไตยไม่มีที่สำหรับความรุนแรง ส่วนนางมาครงกล่าวว่า เธอเป็นหนึ่งเดียวกับครอบครัวของเธอ และขอประณามการใช้ความรุนแรงที่โง่เขลาและขี้ขลาดครั้งนี้

ด้านนายฌอง-อเล็กซานเดอร์ โทรนิว พ่อของนายโทรนิว บอกกับสื่อท้องถิ่นฝรั่งเศสว่า การโจมตีนี้ล้ำเส้นเกินไป เป็นการดูหมิ่นทั้งตัวประธานาธิบดี, ภรรยา และครอบครัวของเขา พร้อมบอกอีกว่า เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดร้านของครอบครัวเขาซึ่งมีสาขาทั่วภาคเหนือของฝรั่งเศส จึงตกเป็นเป้าหมายของผู้ประท้วง

“เอ็มมานูเอล มาครง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา” นายโทรนิวผู้พ่อกล่าว “ผมไม่เขาใจว่าทำไมคนพวกนี้จึงมาก่อกวนเราไม่หยุด บางคนถึงขั้นเรียกร้องให้บอยคอตต์ร้านและสินค้าของเรา”.

ที่มา : bbc

ยูเครนโว ยิงสกัดขีปนาวุธเร็วเหนือเสียง ‘คินซาล’ ของรัสเซียได้หลายลูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694553

ยูเครนโว ยิงสกัดขีปนาวุธเร็วเหนือเสียง ‘คินซาล’ ของรัสเซียได้หลายลูก

17 พ.ค. 2566 03:25 น.

ยูเครนโว ยิงสกัดขีปนาวุธเร็วเหนือเสียง ‘คินซาล’ ของรัสเซียได้หลายลูก

กองทัพยูเครนอ้าง สามารถยิงทำลายขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงที่รัสเซียอ้างว่าไม่มีอะไรหยุดได้ ได้หลายลูก ระหว่างถูกโจมตีอย่างหนักในช่วงข้ามคืน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กองทัพยูเครนออกมาเปิดเผยในวันอังคารที่ 16 พ.ค. 2566 ว่า พวกเขาสามารถยิงสกัดขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ‘คินซาล’ (Kinzhal) ที่มอสโกอวดอ้างว่าเป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ซึ่งไม่มีระบบใดสามารถป้องกันได้ ได้ถึง 6 ลูกในคืนเดียว หลังจากกรุงเคียฟถูกรัสเซียถล่มอย่างหนักเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

นี่นับเป็นครั้งแรกที่ยูเครนออกมาอ้างว่าพวกเขาสามารถสกัดการโจมตีของมิสไซล์ คินซาล ได้สำเร็จ ซึ่งหากได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง จะถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของชาติตะวันตกที่ยูเครนได้รับมาใหม่และส่งไปประจำการ

ทั้งนี้ ยูเครนถูกรัสเซียโจมตีอย่างหนักในช่วงเช้ามืดวันอังคาร ทำให้เสียงไซเรนเตือนภัยดังระงมเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงในเมืองหลวงอย่างกรุงเคียฟ โดยกองทัพยูเครนระบุว่า รัสเซียยิงมิสไซล์เข้ามาอย่างน้อย 18 ลูก ในจำนวนนี้เป็นขีปนาวุธ คินซาล 6 ลูก ที่ยิงมาจากเครื่องบินรบ

“ภารกิจของศัตรูคือการสร้างความตื่นตระหนกและความปั่นป่วน แต่ว่าในเขตปฏิบัติการทางเหนือ (รวมถึงกรุงเคียฟ) ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมโดยสมบูรณ์แล้ว” พลเอกเซอร์ฮีย์ นาเยฟ ผู้บัญชาการร่วมเหล่าทัพของยูเครน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่ายูเครนใช้อาวุธตะวันตกชนิดใดในการยิงสกัดคินซาล ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่าขีปนาวุธ คินซาล ของพวกเขาทำลายระบบยิงมิสไซล์ป้องกันจากภาคพื้นสู่อากาศ ‘แพทริออท’ ที่สหรัฐฯ มอบให้ยูเครนได้สำเร็จ แต่นายพลวาเลรีย์ ซาลุซนี ผู้บัญชาการกองทัพยูเครนยืนยันว่า คินซาล ถูกยิงสกัดได้ทั้งหมด และเศษซากที่ตกลงมายังทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 รายด้วย

นายพลซาลุซนี บอกอีกว่า กองทัพของเขายังสามารถทำลายขีปนาวุธร่อน คาลิเบอร์ 9 ลูก ที่รัสเซียยิงมาจากเรือรบในทะเลดำ กับขีปนาวุธ อิสกันเดอร์ อีก 3 ลูก ซึ่งยิงมาจากฐานภาคพื้นได้ด้วย.

ที่มา : reuters

ช็อก ฮิปโปพุ่งชนเรือล่มในมาลาวี พบแล้ว 1 ศพ สูญหายอีก 23 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694550

ช็อก ฮิปโปพุ่งชนเรือล่มในมาลาวี พบแล้ว 1 ศพ สูญหายอีก 23 คน

17 พ.ค. 2566 02:25 น.

ช็อก ฮิปโปพุ่งชนเรือล่มในมาลาวี พบแล้ว 1 ศพ สูญหายอีก 23 คน

เกิดเหตุฮิปโปพุ่งชนเรือซึ่งมีผู้โดยสารอยู่เต็มลำ กลางแม่น้ำใหญ่สุดของประเทศมาลาวี ทำให้เรืออับปาง พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 23 คน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 15 พ.ค. 2566 เรือข้ามฟากซึ่งกำลังขนชาวบ้านในภาคใต้ของมาลาวี ข้ามแม่น้ำชีเร (Shire) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดของประเทศ ไปทำงานในไร่ตามปกติ แต่จู่ๆ ฮิปโปตัวหนึ่งก็เข้าจู่โจมจนทำให้เรืออับปาง ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ เป็นเด็กทารกวัยเพียง 1 ขวบ ที่ติดอยู่ในเรือ

ตำรวจท้องถิ่นเผยว่า ชาวบ้าน 14 คนสามารถว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง หรือได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านคนอื่นๆ แต่ยังมีชาวบ้านอีก 23 คนที่ยังคงสูญหาย ซึ่งทีมกู้ภัยกำลังพยายามค้นหา แต่ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตนั้นเหลือน้อยลงทุกขณะ เนื่องจากเวลาผ่านมาหลายสิบชั่วโมงแล้ว

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นที่เขตห่างไกลชื่อว่า Nsanje ในภาคใต้ของมาลาวี และมีพรมแดนติดกับประเทศโมซัมบิก โดยนางกลาดีส กันดา ส.ส.ท้องถิ่น พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างสะพานข้ามแม่น้ำมาตลอด เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องเสี่ยงอันตรายจากการข้ามฟากด้วยเรือเล็กและเรือแคนู แต่คำร้องของเธอไม่ได้รับความสนใจ

ทั้งนี้ แม่น้ำชีเร เป็นที่อยู่ของฮิปโปกับจระเข้จำนวนมาก ที่ผ่านมาเคยเกิดอุบัติเหตุเรือล่มในแม่น้ำสายนี้มาก่อน แต่แทบไม่เคยมีกรณีฮิปโปโจมตีจนเรือล่ม และยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้ฮิปโปโจมตีในครั้งนี้ แต่ตามปกติแล้วฮิปโปเป็นสัตว์ที่หวงอาณาเขตมาก โดยเฉพาะตัวเมียที่จะก้าวร้าวเป็นพิเศษเมื่อมีภัยคุกคามต่อลูกของมัน.

ที่มา : bbc

เหยื่อไซโคลนโมคาในเมียนมาพุ่ง 41 ศพ ทหารโจมตีหมู่บ้านซ้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694543

เหยื่อไซโคลนโมคาในเมียนมาพุ่ง 41 ศพ ทหารโจมตีหมู่บ้านซ้ำ

17 พ.ค. 2566 00:24 น.

เหยื่อไซโคลนโมคาในเมียนมาพุ่ง 41 ศพ ทหารโจมตีหมู่บ้านซ้ำ

จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะไซโคลนโมคา เพิ่มเป็น 41 ศพแล้ว ขณะที่มีรายงานว่ากองทัพฉวยโอกาสพายุเข้า โจมตีหมู่บ้านฝ่ายต่อต้าน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2566 อ้างการเปิดเผยจากผู้นำชุมชนท้องถิ่นในเมียนมา ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไซโคลนโมคาที่พัดถล่มประเทศเมื่อวันอาทิตย์ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 41 ศพแล้ว ขณะที่บ้านเรือนเสียหายหลายร้อยหลัง ท่ามกลางความกังวลว่าจำนวนผู้เคราะห์ร้ายที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้อีก

พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ในรัฐยะไข่ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากใช้ชีวิตในพื้นที่ลุ่มต่ำและติดชายฝั่งทะเล กับที่เขตมะเกว ตอนกลางของเมียนมา โดยเฉพาะที่ค่ายผู้พลัดถิ่นชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ซึ่งเชื่อกันว่ารัฐบาลทหารเมียนมาไม่นับรวมอยู่ในยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการด้วย

จำนวนผู้เสียชีวิตจากโซโคลนโมคา ที่รัฐบาลทหารประกาศอย่างเป็นทางการตอนนี้อยู่ที่ 21 ศพ โดยรวมเจ้าหน้าที่ หรือสมาชิกกองกำลังความมั่นคงแล้ว

ในขณะเดียวกันมีรายงานด้วยว่า กองทัพเมียนมาเปิดฉากโจมตีหลายหมู่บ้านในเขตซะไกง์ (Sagaing) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ที่คนจำนวนมากอยู่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร โดยอาศัยจังหวะหลังพายุเข้า ทำให้ชาวบ้านหลายพันคนต้องอพยพ

ผู้อยู่อาศัยรายหนึ่งจากเมืองกะนี (Kani) ในเขตซะไกง์ บอกกับบีบีซีว่า “ฝนตกลงมาตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. เราหนีจากกระแสน้ำที่ล้นทะลัก ส่วนทหารก็เข้ามาโจมตี ชาวบ้านกลัวอันตรายจากทหารมากกว่าอันตรายจากพายุเสียอีก”

ชาวบ้านท้องถิ่นหลายคนบอกกับบีบีซีอีกว่า มีชาวเมืองกะนีกับเมือง ขิ่น อู (Khin Oo) กว่า 15,000 คน ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของกองทัพในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เด็กอายุแค่ 4 ขวบ ในเมืองอินปา (Inpa) ต้องรับการรักษาทางการแพทย์ หลังโดนกระสุนลูกหลง

ด้านองค์กรเอ็นจีโอ Partners Relief & Development ในรัฐยะไข่ ทวีตข้อความในวันอังคารว่า “เมียนมากำลังเผชิญพายุในหลายด้าน กับรายงานที่ว่า กองทัพเมียนมาโจมตีหลายหมู่บ้านในภูมิภาคอื่นๆ ขณะที่ไซโคลนโมคาเล่นงานรัฐยะไข่ หลายครอบครัวยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก”.

ที่มา : bbcvoanews