กระแสไวรัลเปลี่ยนเมืองอุตสาหกรรมจีน ให้กลายเป็น “เมืองแห่งบาร์บีคิว”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694399

กระแสไวรัลเปลี่ยนเมืองอุตสาหกรรมจีน ให้กลายเป็น "เมืองแห่งบาร์บีคิว"

16 พ.ค. 2566 15:04 น.

กระแสไวรัลเปลี่ยนเมืองอุตสาหกรรมจีน ให้กลายเป็น “เมืองแห่งบาร์บีคิว”

  • เมืองจือปั่วเป็นเมืองเล็กๆ ในมณฑลซานตง มีประชากรประมาณ 4.7 ล้านคน กลายเป็นเมืองที่โด่งดังในพริบตา จากการที่มีผู้โพสต์ภาพการกินบาร์บีคิวจือปั่ว แล้วแชร์ต่อๆ กัน จนกลายเป็นกระแสไวรัลให้คนอยากเดินทางมาเมืองนี้อย่างถล่มทลาย
  • “อาหารปิ้งย่าง” เป็นอาหารโปรดของชาวจีน แต่บาร์บีคิวที่เมืองจือปั่วมีความแตกต่างจากที่อื่นตรงที่ที่นี่จะกินบาร์บีคิวกับแผ่นแป้ง ต้นหอม และน้ำจิ้ม
  • ตัวเลขจีดีพีของเมืองจือปั่วในปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 จากปีก่อนหน้า โดยสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจือปั่ว คือ อุตสาหกรรมประเภท วัสดุใหม่ การผลิตอัจฉริยะ เป็นต้น ส่วนภาคบริการก็เติบโตประมาณร้อยละ 4.4

จือปั่ว (Zibo) เมืองอุตสาหกรรมที่เงียบสงบซึ่งมีประชากร 4.7 ล้านคน ทางตะวันออกของจีน มักไม่เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แต่เมื่อเร็วๆ นี้ บรรดาชาวเมืองกลับต้องตกตะลึงกับจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล

ทั้งนี้ ตัวเลขจีดีพีของเมืองจือปั่วในปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 จากปีก่อนหน้า โดยสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจือปั่ว คือ อุตสาหกรรมประเภท วัสดุใหม่ การผลิตอัจฉริยะ เป็นต้น ส่วนภาคบริการก็เติบโตประมาณร้อยละ 4.4

จือปั่ว กลายเป็นศูนย์กลางของความคลั่งไคล้ในสื่อสังคมออนไลน์ นับตั้งแต่จีนประกาศยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดเมื่อเดือนมกราคม นักท่องเที่ยวในประเทศหลายล้านคนเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ในมณฑลซานตง เพราะเชื่อในคำโฆษณาของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ และใช้โอกาสนี้ในการปลดปล่อยความเครียดหลังจากการล็อกดาวน์มานานหลายปี
แต่ที่ดึงดูดใจที่สุดคือบาร์บีคิวราคาถูก โดยเสียบไม้ขายในราคาเพียงอันละ 2 หยวน หรือ 10 บาท

คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นบรรยากาศที่คึกคักขณะที่ฝูงชนกินและดื่มจนอิ่มหนำ ส่วนวิดีโอบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน “เสี่ยว หง ชู” แสดงให้เห็นบรรดานักท่องเที่ยวที่เต้นรำและร้องเพลงรอบโต๊ะอาหาร ขณะที่คนอื่นๆ โบกแท่งไฟไปรอบๆ

อาหารเสียบไม้ เป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือและตะวันตกของจีน ที่มักประกอบด้วยเนื้อหมักและผักชิ้นเล็กๆ เสียบไม้แล้วย่างบนเตาถ่าน ส่วนคนท้องถิ่นในจือปั่ว เพลิดเพลินกับการกลิ้งไม้เสียบย่างในแผ่นแป้งบางๆ ที่ใส่ต้นหอม

อินฟลูเอนเซอร์บางคนกำลังเรียกจือปั่ว ว่า “เมืองหลวงของบาร์บีคิวกลางแจ้งของจีน” ประธานสมาคมบาร์บีคิวของจือปั่ว เผยว่า มีร้านบาร์บีคิวมากกว่า 1,270 แห่งในเมือง และคำว่า “บาร์บีคิวจือปั่ว” เป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนเช่น เสี่ยว หง ชู และ เว่ยป๋อ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม

ในเดือนนั้น จำนวนประชากรของจือปั่ว เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน สถานีรถไฟจือปั่ว มีรถไฟวิ่งเข้าและออกจากสถานีเป็นประวัติการณ์ถึง 87,000 เที่ยว เมืองนี้ยังมีอัตราการเข้าพักห้องพักโรงแรมสูงสุดแห่งหนึ่งของประเทศในช่วงวันหยุดโกลเด้นวีก ในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม

ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศของจีนดีดตัวขึ้นเหนือระดับก่อนเกิดโรคโควิด-19 ในช่วงโกลเด้นวีก โดยมีการเดินทางภายในประเทศ 274 ล้านครั้ง ซึ่งสูงกว่าปี 2019 เกือบ 20% ตามข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวจีน

หน่วยงานท้องถิ่นในจือปั่ว ใช้ประโยชน์จากการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยว โซนบาร์บีคิวที่สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 10,000 คนพร้อมการแสดงสดของวงดนตรีถูกสร้างขึ้นในชั่วข้ามคืน

อาสาสมัครรวมถึงเด็กอนุบาลถูกส่งไปที่สถานีรถไฟเพื่อให้คำแนะนำและข้อแนะนำแก่นักท่องเที่ยว ในขณะที่พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ได้ขยายเวลาเปิดทำการ รถบัสและรถไฟที่กำหนดจะนำนักท่องเที่ยวไปและกลับจากจุดย่างบาร์บีคิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

รัฐบาลท้องถิ่นยังขู่ว่าจะลงโทษโรงแรมที่แสวงหาผลประโยชน์จากการขึ้นราคาห้องพักมากกว่า 50% หลายคนกล่าวว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก

ชาวเมืองคนหนึ่งกล่าวว่า “รัฐบาลตอบสนองต่อกระแสความนิยมอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้คนที่นั่นดูติดดิน เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว และราคาย่อมเยา ความจริงใจถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเสมอ”


มีหลายทฤษฎีปรากฏขึ้นเกี่ยวกับกระแสความนิยมที่เกิดขึ้นในเมืองจือป่อ ย้อนกลับไปเมื่อเกือบปีที่แล้ว เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยมากกว่า 10,000 คนจากเมืองอื่นๆ ถูกส่งตัวไปที่เมืองจือป่อเพื่อกักตัว

หลังจากที่พวกเขาได้รับการปล่อยตัว ทางการได้เลี้ยงพวกเขาด้วยการปิ้งบาร์บีคิว และเชิญพวกเขากลับมาเยี่ยมเยียน “ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง” บางคนตอบรับคำเชิญและการแฮชแท็กเกี่ยวกับการเดินทางของพวกเขาเริ่มได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น โต่วอิน ซึ่งเป็น TikTok ในเวอร์ชันของจีน

อาหารราคาย่อมเยาในจือป่อ ยังดึงดูดใจบรรดานักศึกษาที่รับเอาเทรนด์การเดินทางแบบ “หน่วยรบพิเศษ” ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการเดินทางระยะสั้นพร้อมกำหนดการท่องเที่ยวที่อัดแน่นโดยใช้เงินที่น้อยที่สุด

นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 ซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า “เราไม่มีเงินมากนัก แต่เรามีเวลาว่างมาก หลังจากล็อกดาวน์สามปี ผู้คนอยากออกไปสูดอากาศหายใจ ดังนั้นทุกคนจึงออกเดินทางเพื่อล้างแค้น”

บรรดาอินฟลูเอนเซอร์ก็ร่วมกระจายข่าวเช่นกัน โดยผู้ใช้โต่วอิน ที่มีชื่อว่า SpecialWulala ซึ่งเป็นบล็อกเกอร์ด้านอาหารที่มีผู้ติดตามมากกว่า 15 ล้านคน ได้เดินทางไปยังเมืองจือป่อ ในเดือนมีนาคม หลังจากถูกแท็กโดยผู้คนที่ขอให้เขาไปเที่ยว

หนึ่งเดือนต่อมา ผู้มีอิทธิพลที่โด่งดังซึ่งเชี่ยวชาญในการเปิดโปงร้านอาหารที่ไม่ซื่อสัตย์ ได้เดินทางไปที่จือป่อ และบอกว่าเขาไม่พบความผิดปกติแอบแฝงเกี่ยวกับแผงลอยขายอาหารที่นั่น


แต่ไม่ใช่ทุกคนในเมืองที่สามารถรับมือกับการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวได้

วิดีโอที่แชร์กันอย่างแพร่หลายในเว่ยป๋อ แสดงให้เห็นเจ้าของร้านอาหารรายหนึ่งคุกเข่าก้มหัวลงซ้ำๆ และขอโทษลูกค้าที่ไม่ได้รับบริการ เนื่องจากร้านอาหารเต็มแล้ว “โปรดยกโทษให้ฉันด้วย” เขากล่าว ตามรายงานของเซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ พนักงานของร้านอาหารกล่าวว่า พนักงานได้นอนเพียงสี่ชั่วโมงต่อวัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

เมื่อวันที่ 26 เมษายน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจือป่อ ได้เผยแพร่จดหมายแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดวันแรงงาน โดยระบุว่า “ไฟ” สำหรับปิ้งของบาร์บีคิวอาจมีไม่เพียงพอ “เราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเมื่อเร็วๆ นี้ แต่มันสร้างปัญหาและความไม่สะดวกให้กับทุกคน”

นายจางเห็นด้วยว่าการมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนั้นไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการปิ้งบาร์บีคิวเป็นกิจกรรมที่ขัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน

“ในระยะยาว มันขึ้นอยู่กับความจุของเมือง เมืองนี้มีประชากรน้อยกว่า 5 ล้านคน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่ไหลเข้าเฉลี่ยวันละกว่า 200,000 คน”

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านส่วนใหญ่ดูมีความสุขกับการที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา และเลี่ยงจากสถานที่ยอดนิยมเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับบุคคลภายนอก นายจางผู้กล่าวว่าเขา “ภูมิใจ” ที่บ้านเกิดของเขาได้รับชื่อเสียงไปทั่วประเทศ.

ผบ.แอฟริกาใต้ เยือนมอสโก ไม่สนสหรัฐฯ กล่าวหา แอบส่งอาวุธไปช่วยรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694368

ผบ.แอฟริกาใต้ เยือนมอสโก ไม่สนสหรัฐฯ กล่าวหา แอบส่งอาวุธไปช่วยรัสเซีย

16 พ.ค. 2566 14:02 น.

ผบ.แอฟริกาใต้ เยือนมอสโก ไม่สนสหรัฐฯ กล่าวหา แอบส่งอาวุธไปช่วยรัสเซีย

ผบ.แอฟริกาใต้เดินทางเยือนกรุงมอสโก พบหารือกับผบ.กองทัพรัสเซีย ไม่สนสหรัฐฯ กล่าวหา แอฟริกาใต้แอบส่งอาวุธอย่างลับๆ ไปให้รัสเซียที่กำลังทำสงครามในยูเครน

เมื่อ 16 พ.ค. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีรารายงาน ผู้บัญชาการทหารบกแอฟริกาใต้ เดินทางเยือนกรุงมอสโก เพื่อพบหารือกับคณะผู้บัญชาการทหารรัสเซีย เพียงไม่กี่วัน หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพิ่งออกมากล่าวหารัฐบาลแอฟริกาใต้ว่าแอบจัดส่งอาวุธอย่างลับๆ ไปให้แก่รัสเซียที่กำลังทำสงครามในยูเครนตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

กองทัพบกแอฟริกาใต้ออกแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 15 พ.ค. 2566 ว่า การเดินทางไปเยือนรัสเซีย ของ พล.ท.ลอว์เรนซ์ อึมบาธา ผู้บัญชาการทหารบกแอฟริกาใต้นั้น เป็นกำหนดการที่เตรียมการไว้นานแล้ว และเป็นการไปเยือนเพื่อกระชับสัมพันธไมตรี ตามคำเชิญของกองทัพรัสเซีย

ประธานาธิบดี ไซริล รามาโฟซาแห่งแอฟริกาใต้
ประธานาธิบดี ไซริล รามาโฟซาแห่งแอฟริกาใต้

‘ความสัมพันธ์ของกองทัพแอฟริกาใต้กับกองทัพรัสเซีย เป็นความสัมพันธ์ของกองทัพกับกองทัพระหว่างสองประเทศ โดยการเดินทางไปเยือนกรุงมอสโกของพลโท.ลอว์เรนซ์ อึมบาธา ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อหารือถึงความร่วมมือและประเด็นต่างๆ ทางทหารระหว่างกองทัพแอฟริกาใต้กับกองทัพรัสเซีย’ แถลงการณ์จากกองทัพบกแอฟริกาใต้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหารัฐบาลแอฟริกาใต้ว่าได้แอบจัดส่งอาวุธอย่างลับๆ ไปให้แก่รัสเซียเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว โดยนายรูเบน บริเกตี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำแอฟริกาใต้ เผยว่า มีเรือสัญชาติรัสเซียได้เข้ามาเทียบท่าที่ฐานทัพเรือแอฟริกาใต้ในเมืองเคปทาวน์ เมื่อ 6-8 ธันวาคม 2565

พร้อมกันนั้น นายบริเกตี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำรัสเซีย ยังได้ระบุว่า สหรัฐฯ มั่นใจว่า เรือลำนี้มารับอาวุธและกระสุน ซึ่งสหรัฐฯ ถือว่าแอฟริกาใต้ไม่วางตัวเป็นกลาง และเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่อาจจะยอมรับได้

ทั้ง รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้เป็น 5 ชาติที่รวมตัวกันโดยใช้ชื่อเรียกในนามกลุ่ม ‘BRICS’ เพื่อคานอำนาจของสหรัฐฯ และพันธมิตร 

รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน โจมตีกรุงเคียฟ ระลอกใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694342

รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน โจมตีกรุงเคียฟ ระลอกใหม่

16 พ.ค. 2566 13:22 น.

รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน โจมตีกรุงเคียฟ ระลอกใหม่

มีรายงานเหตุระเบิดหลายครั้งในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ท่ามกลางเสียงไซเรนที่ดังขึ้นในช่วงเช้าวันนี้

เจ้าหน้าที่ในกรุงเคียฟ เปิดเผยว่า รัสเซียเปิดตัวการโจมตีทางอากาศที่รุนแรงในกรุงเคียฟในช่วงเช้ามืดของวันอังคาร โดยใช้โดรน และอาจเป็นขีปนาวุธ ขณะที่เมืองหลวงของยูเครนประสบกับการโจมตีทางอากาศครั้งที่ 8 ในเดือนนี้

หัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารของกรุงเคียฟ กล่าวในความคิดเห็นที่โพสต์บนแอปฯ เทเลแกรมว่า “การโจมตีเกิดขึ้นในระดับรุนแรงแต่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ” โดยในวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพของระบบป้องกันทางอากาศที่กำลังยิงขีปนาวุธที่ต้องสงสัยว่าเป็นของรัสเซีย รัฐบาลได้ส่งข้อความเตือนประชาชนให้ออกห่างจากหน้าต่าง เนื่องจากเศษซากจากขีปนาวุธที่ถูกยิงสกัดที่ตกลงมาจากท้องฟ้า

วิทาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟกล่าวว่า เศษซากจรวดบางส่วนตกในเขตภาคกลาง รวมทั้งในพื้นที่สวนสัตว์ของเมือง และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ด้านนายเซอร์ฮี พอปโก หัวหน้าฝ่ายบริหารทหารของกรุงเคียฟ อธิบายว่าการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “การโจมตีด้วยขีปนาวุธจำนวนสูงสุดในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด” และเสริมว่า “ตามข้อมูลเบื้องต้น เป้าหมายส่วนใหญ่ของศัตรูในน่านฟ้าของกรุงเคียฟถูกตรวจพบและทำลาย”

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เดินทางไปเยือนหลายประเทศในยุโรป ซึ่งเขาได้รับสัญญาว่าจะได้รับความช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากพันธมิตรตะวันตก รวมถึงนายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ของสหราชอาณาจักร และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส

นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว พลเรือนและนักรบหลายพันคนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ เมืองและเมืองต่างๆ ถูกทำลายในการสู้รบ และชาวยูเครนเกือบ 8.2 ล้านคนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัยในยุโรป โดย 2.8 ล้านคนในจำนวนนี้อยู่ในรัสเซีย.

ตำรวจวิสามัญดับ มือปืนวัยรุ่นก่อเหตุยิงเสียชีวิต 3 ศพในสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694352

ตำรวจวิสามัญดับ มือปืนวัยรุ่นก่อเหตุยิงเสียชีวิต 3 ศพในสหรัฐฯ

16 พ.ค. 2566 13:22 น.

ตำรวจวิสามัญดับ มือปืนวัยรุ่นก่อเหตุยิงเสียชีวิต 3 ศพในสหรัฐฯ

มือปืนวัย 18 ปีคนหนึ่งก่อเหตุยิงแบบไม่เลือกหน้าในย่านชุมชน ในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ โดยกราดยิงใส่ประชาชน บ้าน และรถยนต์ คร่าชีวิตผู้คนไป 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 6 คน ก่อนที่ตำรวจจะวิสามัญมือปืนนอกโบสถ์ 

เหตุกราดยิงในช่วงเช้ามืดวานนี้ เกิดขึ้นในเขตที่อยู่อาศัยของเมืองฟาร์มิงตัน รัฐนิวเม็กซิโก เมืองศูนย์กลางการค้าปลีกขนาดใหญ่และศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิล ห่างจากเมืองอัลบูเคอร์คี เมืองเอกของรัฐไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 290 กิโลเมตร

ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่าพบเหตุโกลาหล หลังชายคนหนึ่งยิงใส่ผู้คน โฆษกตำรวจฟาร์มิงตัน ระบุว่า พลเรือนเสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 6 คน ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ 2 คน ที่ยิงปะทะกับผู้ต้องสงสัย ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจวิสามัญเสียชีวิต โดยผู้ต้องสงสัยเดินเตร็ดเตร่ เป็นระยะทางราว 400 เมตร และกราดยิงใส่ผู้คนตามอำเภอใจ ก่อนที่เหตุดังกล่าวจะยุติลงบริเวณนอกโบสถ์ หลังเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจที่ชัดเจน

ตำรวจเปิดเผยว่า มือปืนรายนี้ดูเหมือนว่าจะเล็งไปที่ “อะไรก็ตามที่เขาอยากจะยิง” ผู้ต้องสงสัยเปิดฉากยิงจากอาวุธอย่างน้อย 3 กระบอก หนึ่งในนั้นเป็นปืนไรเฟิล เออาร์-15 โดย มีบ้านอย่างน้อย 6 หลัง และรถ 3 คันถูกยิง

ตำรวจระบุว่า มือปืนซึ่งระบุว่าอายุเพียง 18 ปี เชื่อว่าลงมือคนเดียว ไม่มีการให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ขณะที่เหตุการณ์บางส่วนถูกบันทึกไว้ในคลิปวิดีโอที่โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เป็นภาพชายสวมชุดดำเดินไปรอบๆ ทางเดินนอกโบสถ์ พร้อมถือสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นปืนพก ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจยิงเสียชีวิตที่หน้าอาคาร

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปิดระบบรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนของรัฐหลายแห่งในเมืองฟาร์มิงตัน จนกว่าตำรวจจะพิจารณาแล้วว่าเหตุรุนแรงสิ้นสุดลง

เมืองฟาร์มิงตัน เคยเกิดเหตุรุนแรงอย่างน้อยสองครั้งที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อเดือนที่แล้ว ตำรวจในเมืองฟาร์มิงตันได้สังหารเจ้าของบ้านที่ครอบครองอาวุธปืนที่บ้านของเขาเอง จากนั้นจึงยิงตอบโต้กับภรรยาของเขา หลังจากที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปผิดบ้าน หลังได้รับแจ้งหตุความรุนแรงในครอบครัว

ฟาร์มิงตันยังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมปลายในเดือนธันวาคม 2560 ซึ่งมือปืนสังหารนักเรียนสองคนก่อนที่จะปลิดชีวิตตัวเอง

ตามรายงานของกลุ่มบันทึกข้อมูลความรุนแรงจากอาวุธปืน (Gun Violence Archive) เหตุการณ์ล่าสุดยังเป็นหนึ่งในเหตุกราดยิงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 225 ครั้งในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยกลุ่มนี้นิยามการกราดยิงว่า มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตตั้งแต่สี่คนขึ้นไป ไม่รวมผู้ก่อเหตุ.

อาสาสมัคร ตร.แอลเอ ถูกฝูงผึ้งดุนับสิบตัวรุมต่อยล้มทั้งยืน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694365

อาสาสมัคร ตร.แอลเอ ถูกฝูงผึ้งดุนับสิบตัวรุมต่อยล้มทั้งยืน (คลิป)

16 พ.ค. 2566 13:22 น.

อาสาสมัคร ตร.แอลเอ ถูกฝูงผึ้งดุนับสิบตัวรุมต่อยล้มทั้งยืน (คลิป)

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครตำรวจแอลเอพีดี ถูกฝูงผึ้งหลายสิบตัวรุมต่อย ขณะที่เขากำลังเข้ามาช่วยชาวบ้านในนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ สุดท้ายทนพิษผึ้งไม่ไหว ล้มทั้งยืนต้องหามส่งโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครตำรวจแอลเอพีดีเคราะห์ร้าย ถูกฝูงผึ้งนับสิบรุมต่อยไม่หยุด ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากฝูงผึ้งแถวถนนแอดลอน ในนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ โดยจากคลิปในโลกโซเชียลจะเห็นว่าอาสาสมัครรายนี้พยายามปัดฝูงผึ้งออกไปให้พ้นตัว แต่ไม่ว่าเขาจะเดินหนีไปไกลเพียงใด ฝูงผึ้งก็ยังตามวนเวียนรอบตัวไม่เลิก โดยไม่นานอาสาสมัครรายนี้ก็ล้มลงไปกองกับพื้นเนื่องจากถูกพิษจากผึ้งต่อย แม้ว่าตัวเขาจะพยายามพยุงตัวลุกขึ้นมา แต่ก็หนีไม่พ้นฝูงผึ้ง จนล้มลงไปกองกับพื้นในที่สุด นับว่าเขาเป็นรายที่ 2 ที่ถูกทำร้ายด้วยฝูงผึ้งนี้ หลังจากที่ชาวบ้านถูกผึ้งต่อยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว 1 ราย

จากคลิปภาพเหตุการณ์จะเห็นว่ามีเพื่อนอาสาสมัครอีกคนที่อยู่ภายในรถ ที่พยายามจะรับตัวเขาขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถที่จะออกไปช่วยได้ เช่นเดียวกับชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ที่ต่างก็ไม่กล้าพอที่จะออกไปช่วย จนกระทั่งมีหน่วยฉุกเฉินเดินทางมาถึงและนำตัวอาสาสมัครรายนี้ส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะมีการเรียกผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการกับผึ้งให้เข้ามายังพื้นที่และกำจัดผึ้งเหล่านี้ออกไปจากชุมชน

ทั้งนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกถ่ายทอดสดออกทางโทรทัศน์ด้วยทีมข่าวฟ็อกส์นิวส์ โดยทีมข่าวรายงานข่าวจากบนเฮลิคอปเตอร์ และได้บันทึกภาพเหตุการณ์จากมุมสูงทั้งหมดด้วย.

ที่มา : เอพี, ฟ็อกซ์นิวส์

คือฮีโร่ คุณแม่ชาวจีน ‘ไร้แขน’ เลี้ยงลูกสอง ทำธุรกิจออนไลน์เฟื่องฟู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694322

คือฮีโร่ คุณแม่ชาวจีน ‘ไร้แขน’ เลี้ยงลูกสอง ทำธุรกิจออนไลน์เฟื่องฟู

16 พ.ค. 2566 12:42 น.

คือฮีโร่ คุณแม่ชาวจีน ‘ไร้แขน’ เลี้ยงลูกสอง ทำธุรกิจออนไลน์เฟื่องฟู

คุณแม่ชาวจีน สูญเสียแขนสองข้าง ตั้งแต่วัยเยาว์ แต่ไม่เคยย่อท้อ อดทนฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ สามารถเลี้ยงลูกสองคนได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ทำธุรกิจออนไลน์ก็เฟื่องฟู มีคนติดตามกว่าหนึ่งล้านคน

สำนักข่าวซินหัว ชวนรู้จัก “หาน ตาน” หญิงชาวจีนจากเมืองฟู่ซิน มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ผู้สูญเสียแขนทั้งสองข้าง ตั้งแต่เธออายุเพียง 6 ปี แต่ถึงแม้กลายเป็นผู้พิการตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าหานพยายามปรับตัวจนสามารถทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเขียนและว่ายน้ำ

หาน วัย 27 ปี ได้แต่งงานและเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง เธอเอาชนะความยากลำบากในฐานะผู้ประกอบการ และมีผู้ติดตามบนอินเทอร์เน็ตมากกว่าหนึ่งล้านคน

ขณะเดียวกันหานสามารถดูแลลูกสองคนอย่างยอดเยี่ยม พร้อมกับเตรียมตัวต้อนรับลูกคนที่ 3 ในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ดี หานรู้สึกว่าการดูแลลูกอย่างพิถีพิถันยังเป็นเรื่องยาก เพราะเธอทำได้เพียงใช้เท้าป้อนข้าวป้อนน้ำและโอบกอด บางเรื่องอย่างถักเปียให้ลูกสาวยังคงเป็นสิ่งท้าทาย

ทว่าลูกทั้งสองคนต่างชื่นชมคุณแม่ของพวกเขา บอกอย่างภูมิใจว่า “แม่ใช้เท้าทำได้ทุกอย่าง!”

ขอบคุณที่มา -ภาพ : Xinhua

บอลลูนดอกไม้ไฟตกใส่เครื่องบินในสนามบินบราซิล จนท.เร่งดับไฟ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694344

บอลลูนดอกไม้ไฟตกใส่เครื่องบินในสนามบินบราซิล จนท.เร่งดับไฟ (คลิป)

16 พ.ค. 2566 12:16 น.

บอลลูนดอกไม้ไฟตกใส่เครื่องบินในสนามบินบราซิล จนท.เร่งดับไฟ (คลิป)

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกลางลานจอดเครื่องบินภายในสนามบินบราซิล เมื่อจู่ๆ มีบอลลูนดอกไม้ไฟที่ใช้เฉลิมฉลองในงานเทศกาลลอยมาตกกลางลำของเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันดับไฟไม่ให้ลุกลาม

บอลลูนดอกไม้ไฟในบราซิลถูกกระแลสมหอบมาพัดตกกลางลานจอดของสนามบินซานโตส ดูมอนท์ ในนครริโอเดอจาเนโรของบราซิล โดยบอลลูนตกลงมาใส่กลางลำของเครื่องบินโดยสารรุ่นเอ 320 ของสายการบิน อซูล บราซิลเลียน แอร์ไลน์ ขณะที่เครื่องจอดเติมเชื้อเพลิงอยู่ เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งเข้ามาดับไฟ เนื่องจากบนบอลลูนมีดอกไม้ไฟพ่วงมาด้วย และอาจจะเกิดการปะทุขึ้นจนเป็นอันตรายได้

โดยจากคลิปที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล จะเห็นว่าเจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปดับไฟที่บอลลูน โดยมีดอกไม้ไฟบางส่วนที่เริ่มระเบิดออก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาฉีดสารเคมีจนไฟดับลงทั้งหมด

สำหรับบอลลูนดอกไม้ไฟประเภทนี้ เป็นบอลลูนที่ได้รับความนิยมในบางภูมิภาคของบราซิล โดยมักจะใช้ในงานเทศกาลเฉลิมฉลองในเดือนมิถุนายน โดยจะมีการปล่อยบอลลูนที่มีดอกไม้ไฟผูกติดอยู่ด้วยขึ้นไปบนฟ้า อย่างไรก็ตามเนื่องจากความเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเช่นนี้ ทำให้บางประเทศออกกฎห้ามการใช้บอลลูนชนิดนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วย.

ที่มา : Airlive

ไฟไหม้โฮสเทลที่นิวซีแลนด์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ สูญหายจำนวนมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694286

ไฟไหม้โฮสเทลที่นิวซีแลนด์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ สูญหายจำนวนมาก

16 พ.ค. 2566 08:53 น.

ไฟไหม้โฮสเทลที่นิวซีแลนด์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ สูญหายจำนวนมาก

เกิดเหตุเพลิงไหม้โฮสเทล ที่พักราคาประหยัด ในกรุงเวลลิงตันของนิวซีแลนด์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ สูญหายนับสิบราย นับเป็นโศกนาฏกรรมไฟไหม้ครั้งร้ายแรงที่สุดของแดนกีวี

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่อาคาร 4 ชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “โลฟเฟอร์ส ลอดจ์” ที่พักแบบโฮสเทล ในกรุงเวลลิงตัน เมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ตามเวลาท้องถิ่น โดยนายคริส ฮิปกินส์ นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ระบุว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก โดยได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย

ผู้นำนิวซีแลนด์ ระบุว่า อย่างไรก็ตามคาดว่าตัวเลขความสูญเสียอาจเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เนื่องจากยังมีคนที่ติดอยู่ในอาคารไม่สามารถติดต่อได้อีกนับสิบราย นับเป็นเหตุโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดของประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 

นายนิค แยตต์ ผู้บัญชาการหน่วยดับเพลิงและภัยฉุกเฉิน เปิดเผยว่า รถดับเพลิงอย่างน้อย 20 คันถูกส่งไปช่วยกันควบคุมเปลวพลิงที่ไหม้ลามอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไฟไหม้ทำให้มีเศษแร่ใยหินฟุ้งกระจายออกมาจากอาคาร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงสวมหน้ากากอนามัยป้องกันไว้เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ขอให้ปิดประตูและหน้าต่างบ้านให้สนิทเพื่อป้องกันควันไฟเข้าไป ขณะที่ทางการกำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้.   

สิงโตอายุมากที่สุดในป่าธรรมชาติของเคนยาถูกฆ่าตาย ทางการเร่งสืบสวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694282

สิงโตอายุมากที่สุดในป่าธรรมชาติของเคนยาถูกฆ่าตาย ทางการเร่งสืบสวน

16 พ.ค. 2566 08:40 น.

สิงโตอายุมากที่สุดในป่าธรรมชาติของเคนยาถูกฆ่าตาย ทางการเร่งสืบสวน

ทางการเคนยาเร่งสืบสวนกรณี “ลูนคีโต” สิงโตอายุมากที่สุดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าธรรมชาติของเคนยาได้ถูกฆ่าตาย ระหว่างที่มันหาอาหารรุกล้ำเขาไปในเขตชุมชน

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2566 ทางการเคนยาเปิดเผยว่า กำลังเร่งสอบสวนกรณีสิงโตอายุมากที่สุดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าธรรมชาติของเคนยา มีชื่อว่า “ลูนคีโต” ได้ถูกฆ่าตาย ขณะที่มันกำลังออกหาอาหารในเขตอุทยานแห่งชาติเอ็มโบเซลี และได้รุกล้ำเข้าไปในเขตหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักงานคุ้มครองสัตว์ป่าของเคนยา เปิดเผยว่า ลูนคีโต เป็นสิงโตเพศผู้ อายุ 19 ปี ขณะที่ตอนนี้ทางการกำลังเฝ้าระวังสิงโตป่าอีก 6 ตัวที่ถูกพบว่าเข้าไปป้วนเปี้ยนใกล้หมู่บ้าน โดยการตายของเจ้าลูนคีโตทำให้มีจำนวนสิงโตป่าธรรมชาติถูกนายพรานฆ่าตายรวมแล้ว 10 ตัว เฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายเทนนีสัน วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการสมาคมปกป้องสัตว์ป่าโลก ของเคนยา กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ทำให้เคนยาต้องสูญเสียประชากรสิงโตไปหลายตัวในช่วงปีที่ผ่านมา และอนาคตของพวกมันกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก ขณะที่ทางการจำเป็นต้องออกนโยบายเพื่อโน้มน้าวชาวบ้านในชุมชนให้เข้ามาช่วยในการอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วย

ก่อนหน้านี้ทางการเคนยาพยายามรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤติของประชากรสัตว์ป่า โดยมีการตั้งกองทุนจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวบ้านที่เลี้ยงปศุสัตว์แล้วถูกสัตว์ป่าเข้ามาขโมยไปกิน และสูญเสียปศุสัตว์จากภัยแล้งที่นับว่ารุนแรงขึ้นอย่างมากในพื้นที่แอฟริกาตะวันออก ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา.

ขุนคลังเตือน สหรัฐฯ อาจผิดนัดชำระหนี้ 1 มิ.ย. หากสภาไม่ขยายเพดานหนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694271

ขุนคลังเตือน สหรัฐฯ อาจผิดนัดชำระหนี้ 1 มิ.ย. หากสภาไม่ขยายเพดานหนี้

16 พ.ค. 2566 05:00 น.

ขุนคลังเตือน สหรัฐฯ อาจผิดนัดชำระหนี้ 1 มิ.ย. หากสภาไม่ขยายเพดานหนี้

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาเตือนเป็นครั้งที่ 2 ในรอบครึ่งเดือน ว่าสหรัฐฯ อาจผิดนัดชำระหนี้เร็วสุดในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ และขอให้สภาคองเกรสเร่งขยายเพดานหนี้

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ออกมาย้ำเตือนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 15 พ.ค. 2566 ว่าสหรัฐฯ มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ หากทุกฝ่ายในสภาคองเกรสยังตกลงกันไม่ได้เรื่องการขยายเพดานหนี้

เส้นตายที่กำลังใกล้เข้ามาได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักแก่ฝ่ายรีพับลิกันที่ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร กับรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้พวกเขาต้องรีบหาทางก้าวข้ามความแตกต่าง และแก้ปัญหาเพดานหนี้ให้ได้ภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยในวันอังคาร นายไบเดน จะประชุมร่วมกับ นายเควิน แมกคาร์ธี ประธานสภาล่าง กับผู้นำคองเกรสคนอื่นๆ อีกครั้ง

“ด้วยข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้ในตอนนี้ ฉันกำลังเขียนจดหมายเพื่อย้ำว่า เรายังคงประเมินว่า การคลังของเราจะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของสัญญาผูกมัดทั้งหมดของรัฐบาลได้อีกต่อไป หากสภาคองเกรสไม่เคลื่อนไหวเพื่อเพิ่ม หรือระงับขีดจำกัดหนี้สินภายในต้นเดือนมิถุนายนนี้ และอาจต้องทำให้ได้ภายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ด้วย” นางเยลเลนระบุในจดหมายที่เขียนถึงนายแมกคาร์ธี

อย่างไรก็ตาม นางเยลเลน เสริมว่า เส้นตายจริงๆ อาจมาถึงภายในไม่กี่วัน หรือไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับรายได้ของรัฐบาลกลาง และค่าใช้จ่ายในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้ ซึ่งเธอจะอัปเดตสถานการณ์ต่อสภาคองเกรสอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เมื่อมีข้อมูลมากกว่านี้

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาเตือนเรื่องเส้นตายผิดนัดชำระหนี้ที่กำลังใกล้เข้ามาเป็นครั้งแรกเมื่อ 2 สัปดาห์ ว่า เส้นตายอาจมาถึงในวันที่ 1 มิ.ย.นี้เลยก็เป็นได้ ผิดจากเดิมที่คาดกันว่าจะทนได้ถึงปลายฤดูร้อน ทำให้เกิดการประชุมร่วมระหว่าง ประธานาธิบดีไบเดน กับ 4 ผู้นำสภาคองเกรสเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายหยุดชะงักมานานหลายเดือน.

ที่มา : cnn