‘ประชาธิปัตย์’ ชู โมเดลแลนด์มาร์คท่องเที่ยวชายแดนใต้ สู้ เลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548745

11 พ.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' ชู โมเดลแลนด์มาร์คท่องเที่ยวชายแดนใต้ สู้ เลือกตั้ง66

ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ ทีมเศรษฐกิจ ‘ประชาธิปัตย์’ สู้เลือกตั้ง66 ลั่นแก้ปัญหาปากท้องทำทันทีหากได้เป็นรัฐบาล พร้อมชู โมเดลแลนด์มาร์คท่องเที่ยวชายแดนใต้ รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติ รัฐต้องลงทุนขยายสนามบิน ขยายถนนเพื่อย่นระยะทางเบตง-ปีนัง

แก้ปัญหาปากท้องทำทันที

ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ทีมเศรษฐกิจและผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ว่า ได้ไปพบปะหารือร่วมกับกลุ่มนักธุรกิจ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนา อ.เบตง สู่เมืองเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดชายแดนใต้ ที่จัดโดยเครือข่ายการเมืองภาคประชาชนอำเภอเบตง

ทั้งนี้ สิ่งที่ ปชป. จะทำทันทีหากได้เป็นรัฐบาล คือ การดูแลปากท้องของประชาชน เช่น การประกันรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง การส่งเสริมสนับสนุนฟาร์มไก่ฮาลาลให้เพียงพอต่อความต้องการ และสามารถส่งออกยังตลาดใหญ่อย่างประเทศมาเลเซียและประเทศซาอุดีอาระเบีย

รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความสะดวกในการเดินทางมาในพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการค้าชายแดน เป็นต้น

‘เบตง’ เมืองสวยงามเทียบ’บริเวียร่า’

“เบตง” เป็นเมืองที่สวยงาม มีวัฒนธรรมเฉพาะ มีอาหารที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องลงทุนด้านคมนาคมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการขยายถนนให้กว้างขึ้น พัฒนาเส้นทางรองที่สามารถย่นระยะทางได้มากกว่าเส้นทางหลัก 

การสร้างจุดพักรถระหว่างเส้นทางยะลา-เบตง เพราะวิวสองข้างทางมีความสวยงามของลำน้ำที่อยู่กลางผืนป่าฮาลาบาลา เทียบได้กั’บริเวียร่า’ ในประเทศฝรั่งเศส ไปจนถึงการศึกษาแนวทางการเจาะอุโมงค์ลอดใต้ภูเขาเพื่อความปลอดภัยและทำให้คนเดินทางมา อ.เบตงได้ง่ายขึ้น

ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ทีมเศรษฐกิจและผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ทีมเศรษฐกิจและผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์

โดยเบื้องต้นพบว่า อุโมงค์ดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 2-3 กม. ใช้งบประมาณ 1 พันล้านบาทต่อระยะทาง 1 กม. ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ขยายสนามบินเบตง

ด้านคมนาคมถือเป็นหัวใจสำคัญในการนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ฉะนั้นรัฐต้องลงทุนในด้านนี้ จากสนามบินหาดใหญ่มา จ.ยะลา ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ดังนั้น การขยายถนน การเจาะอุโมงค์ การพัฒนาถนนสายรองจึงมีความจำเป็น อันที่จริงแล้วเมืองเบตงก็มีท่าอากาศยานนานาชาติที่สามารถรองรับเครื่องบินพาณิชย์แบบใบพัดได้ แต่เปิดได้ 6 เดือนก็ยกเลิกไป 

ดังนั้น หาก ประชาธิปัตย์ ได้เป็นรัฐบาล เราอยากเร่งรัดให้เกิดการขยายสนามบินให้เสร็จทันในรัฐบาลหน้า เพื่อรองรับเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่นำนักท่องเที่ยวบินตรงมาลงเบตงได้ สำหรับระยะแรกนั้น รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อาจสนับสนุนเที่ยวบินราคาประหยัดให้ก่อน เมื่อบรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มคึกคักแล้ว ค่อยให้พื้นที่สนับสนุนต่อไป

หนุนเดินข้าม ชายแดนเบตง-ปีนัง

ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ ระบุว่า ทราบจากสมาคมท่องเที่ยวว่า ชาวฮ่องกงและชาวจีน นิยมเดินทางมา อ.เบตง โดยบินไปลงที่เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย แล้วนั่งรถประมาณ 1 ชม. เข้ามา แต่ปัญหาหลักๆ ที่นักท่องเที่ยวประสบคือการผ่านด่านมีความล่าช้าใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่า จะทำเอกสารเสร็จ เนื่องจากพอข้ามมาด่านไทยวีซ่าที่ถือมาไม่สามารถใช้ได้ 

ฉะนั้น จึงควรสนับสนุนการเดินทางข้ามชายแดนของนักท่องเที่ยวให้สะดวกมายิ่งขึ้น ทั้งระยะเวลาในด้านเอกสาร หรืออาจทำความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจากปีนังมาเบตง หรือเบตงไปปีนัง

ดันธุรกิจท่องเที่ยว @ สตูล

จ.สตูล ก็ควรได้รับการสนับสนุนในด้านธุรกิจการท่องเที่ยวด้วย เพราะเป็นจังหวัดที่ร่ำรวยด้านทรัพยากรธรรมชาติ นักท่องเที่ยวให้ความชื่นชอบ หากสามารถยกระดับการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวให้กว้างขึ้นลึกขึ้นบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ก็จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ ที่สำคัญคือเป็นประโยชน์กับคนในพื้นที่ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการค้าขายจะสร้างงานในพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ๆ มีงาน มีรายได้ 

โดย ปชป. มีนโยบายโครงการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรีในสาขาที่ตลาดท่องเที่ยวต้องการ เพื่อสนับสนุนให้เขาเหล่านี้มีอาชีพ มีรายได้ และไม่ต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อทำมาหากิน รัฐบาลและประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยกันยกระดับสินค้าพื้นบ้านให้ได้คุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้ชุมชนมากยิ่งขึ้น นโยบายการจัดตั้งธนาคารชุมชนและหมู่บ้านสนับสนุนเงินทุนแห่งละ 2 ล้านบาท ของเราจะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น สามารถลงทุนต่อยอดกิจการที่ทำให้ขยายใหญ่ขึ้นได้ดี 

'ประชาธิปัตย์' ชู โมเดลแลนด์มาร์คท่องเที่ยวชายแดนใต้ สู้ เลือกตั้ง66

ทั้งนี้ สตูลเป็นแหล่งอารยธรรมและค้าขายของ 3 ประเทศ มีมาเลเซียและอินโดนีเซียเป็นคู่ค้าสำคัญ เราสามารถทำให้สตูลเป็นเมืองท่าหลักที่รับสินค้าเกษตรมาตีตรา ฮาลาล ส่งต่อไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อค้าขายกับอีกฝั่งนึงได้ 

พร้อมกันนี้ เราจะให้เกิดการศึกษาโครงการ Land bridge ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของการทำประมงท้องถิ่น เรื่องนี้ต้องร่วมงานร่วมหาทางออกกัน ทั้งภาครัฐและประชาชน ไม่ว่าจะเป็นถนน ระบบราง หรือ ท่อส่งน้ำมัน อาจจะพิจารณาพื้นที่ทุ่งหว้า ซึ่งอยู่ตอนบนของสตูล เชื่อมเข้ากับท่าเรือน้ำลึกที่สงขลา โครงการนี้จะเกิดการพัฒนาด้านการค้าและขนส่งสินค้าแบบใหม่ แทนที่จะต้องเดินทางอ้อมช่องแคบมะละกาในปัจจุบัน

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ สู้เลือกตั้ง 2566 ด้วยการชูจังหวัดสงขลาเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก พร้อมผลักดันให้สงขลาก้าวสู่ มหานคร 4 ทันสมัย

‘ช่อ-วิโรจน์-ปิยบุตร’ ออกโรงป้อง ‘พิธา’ ปมถือหุ้น ITV

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548741

11 พ.ค. 2566

'ช่อ-วิโรจน์-ปิยบุตร' ออกโรงป้อง 'พิธา' ปมถือหุ้น ITV

‘ช่อ’ ชี้แจงปม ‘พิธา’ ถือหุ้น ITV ปิดสถานีตั้งแต่ 2550 ฟาดใช้วิธีสกปรกตีพรรคก้าวไกล ‘วิโรจน์’ เผย 42,000 หุ้นน้อยนิด แทรกแซงไม่ได้อยู่แล้ว ‘ปิยบุตร’ เตือนนักร้องระวังเจอพลังมวลชนทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66 น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ปราศรัยที่ลานอุทยานสวรรค์ อ.เมืองนครสวรรค์ ตอนหนึ่งกล่าวถึงกรณีถือหุ้นITVของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่า รอง ผอ.ไทยพีบีเอส ออกมายืนยันแล้วว่า สถานีITV  หมดสถานะการเป็นสถานีโทรทัศน์ตั้งแต่ 7 มีนาคม 2550 ที่ยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะยังมีคดีความค้างคาในกระบวนการเท่านั้น พวกนักร้องเองก็รู้ดีว่าข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่กลับใช้วิธีสกปรก สกัดคนไม่ให้เลือกพรรคก้าวไกล ขอให้ชาวก้าวไกลช่วยกันตอบไปดังๆ ชัดๆ ว่า ITV ปิดไปตั้งแต่มีนาคม 2550 จบข่าว อย่าเลือกด้วยความกลัว

น.ส.พรรณิการ์ วานิชน.ส.พรรณิการ์ วานิช

ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ปราศรัยหน้าศาลหลักเมืองกาญจนบุรี  ระบุว่า ต้องชี้แจง 2 ประเด็น ประเด็นที่หนึ่ง การครอบครองหุ้นของพิธา ไม่ใช่เป็นการอยู่ดีๆ ไปซื้อหุ้น แต่เนื่องจากคุณพ่อของนายพิธาเสียชีวิต นายพิธาจึงต้องเป็นผู้จัดการมรดก ดังนั้น หากกรณีแบบนี้กลายเป็นความผิด เท่ากับต่อไป สส. ในสภาฯ  เกิดคุณพ่อเสียชีวิตแล้วตัวเองเป็นผู้จัดการมรดก ไม่โดนดีดออกจากสภาฯ กันหมดหรือ

ประเด็นที่สอง หุ้นที่ว่านั้นมีอยู่ 42,000 หุ้น จากทั้งหมด 12 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพิ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาของ สส.รายหนึ่ง กรณีถือหุ้นสื่อ คำพิพากษาระบุว่า นักการเมืองรายดังกล่าวถือหุ้นเพียง 200 หุ้นจากทั้งหมดกว่า 2 ล้านหุ้น ศาลตัดสินว่าการถือหุ้นน้อยขนาดนี้ไม่สามารถแทรกแซง หรือสั่งการให้บริษัทสื่อทำสื่อเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองคนนั้นได้ จึงพิพากษาคืนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง สส. ให้แก่นักการเมืองรายดังกล่าว

เช่นเดียวกัน 42,000 หุ้น เมื่อเทียบกับ 12 ล้านหุ้น ถือว่าน้อยมาก พิธาไม่สามารถสั่งการได้ อีกทั้งผู้บริหาร ไทยพีบีเอส ก็ยืนยันแล้วว่า ITV ไม่ได้ทำสื่อและยุติกิจการตั้งแต่ปี 2550 ถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2557 ดังนั้นขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลถึงเกมเตะสกัดเหล่านี้ พิธาและพรรคก้าวไกลจะเดินหน้าหาเสียงด้วยความมั่นใจ เพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปกับพร้อมกับพี่น้องประชาชน

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศรนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ขึ้นปราศรัยบริเวณท่าน้ำดับเพลิง จ.สระบุรี กล่าวว่า นักร้องที่ออกมาร้องเรียมองว่า เป็นมุกเดิม 4 ปีที่แล้วก็ทำ ตอนนี้ก็ทำซ้ำอีก เปิดไพ่ประเภทตัดสิทธิ ยุบพรรค หรือให้เราพ้นจากตำแหน่ง ทำแบบนี้มาเกือบ 20 ปีขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นใครมาแรง นี่คือ “นิติสงคราม” ทำลายเราโดยใช้กฎหมาย ดังนั้น วิธีการต่อสู้ของเรา คือ ต้องยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ สู้ต่อ ไม่กลัวไม่เกรงไม่ถอย เพราะถ้าหยุด ถ้าหงอ ถ้าหมอบ แสดงว่าอาวุธของพวกเขาใช้สำเร็จ แต่ถ้าพวกเขาทำแล้วเราไม่ตาย เรากลับมามีชีวิตใหม่ แถมไปไกลกว่าเดิม มีคนสนับสนุนมากกว่าเดิม แบบนี้เรียกกระสุนด้าน

“พรรคก้าวไกล มีประชาชนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ให้มันรู้ไปว่าถ้าเล่นพิเรนทร์แบบเดิม คุณจะเห็นพลังอันไพศาลของมวลชนพรรคก้าวไกลทั่วประเทศ ตั้งแต่เหนือจดใต้ เจอของจริงแน่นอน”  นายปิยบุตรกล่าว
นายปิยบุตร แสงกนกกุลนายปิยบุตร แสงกนกกุล

เปิดสารพัดวิชามาร เบี่ยงเบนผลการเลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548742

11 พ.ค. 2566

เปิดสารพัดวิชามาร เบี่ยงเบนผลการเลือกตั้ง66

เผยรูปแบบกลโกงที่อยู่คู่กับการเลือกตั้งมาทุกยุคสมัย ไม่เว้นเลือกตั้ง66 มีทั้งยิงกระสุนตรง จัดเล่นการพนันทายผลการเลือกตั้ง

ข้อมูลจากชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ระบุว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา ส่อว่าจะทุจริต 7 ประการ ประกอบด้วย

  • มีลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามากผิดปกติในบางจังหวัด  การย้ายชาวบ้านเขต 1 ไปเลือกตั้งล่วงหน้าอีกเขต 1  ใช้เหตุผลว่า มาทำธุระต่างเขตพอดี และส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ ที่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ได้ในหน่วยเลือกตั้งใกล้บ้านได้
  • มีการแสดงข้อมูลของผู้สมัคร หน้าหน่วยเลือกตั้งไม่ครบถ้วน บางพรรคขาดหายไป ติดข้อมูลผู้สมัครผิดจังหวัดเช่นติดข้อมูลผู้สมัคร จ.นครศรีธรรมราช หน้าที่เลือกตั้งล่วงหน้า จ.นครราชสีมา  นำบัตรเลือกตั้งใส่ซองผิดเขต
  • ไม่มีการจัดระเบียบเลือกตั้งล่วงหน้า ที่มีความหนาแน่นของประชาชน โดยกกต.ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ทำให้เกิดเหตุการณ์ หัวคะแนนเขียนเบอร์ใส่มือ
  • บัตรเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้ง เขต 1 จังหวัดตาก ไม่เรียงตามหมายเลข ทำให้บัตรลงคะแนนหาย เจ้าหน้าที่รับเล่มบัตรลงคะแนนมาแล้ว หายไป 95 เล่ม เล่มละ 20 ใบ คิดเป็น 1,900 ใบและพบสมุดบันทึกที่มีลักษณะตาราง มีการเขียนลงในช่องตาราง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการรวบรวมรายชื่อหรือไม่

นอกจากจากนี้ยังกลเม็ดเคล็ดลับ โกงการเลือกตั้งสารพัดวิธีเช่น หลอกว่ามีการเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มเติม  วิธีการนี้ หลังจากปิดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จะมีบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ประกาศให้มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มเติม เพื่อนำยอดไปเตรียมไว้ทำบัตรปลอม

ใส่คะแนนแทนคนที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งที่ลงทะเบียนแล้ว หรือสร้างหลักฐานเท็จว่ามีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวนมากกว่าจำนวนจริง แล้วนำรายชื่อกลุ่มหลังไปสวมสิทธิ โดยคนกลุ่มหลังนี้ไม่ต้องไปเลือกตั้งจริง ซึ่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่ กกต. รู้เห็นช่องทางการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่ามีช่องโหว่ให้ทุจริตได้ง่าย  แถมตรวจสอบยาก สามารถทำข้อมูลย้อนหลังให้ตรงกันได้

รับของฟรีที่ร้านค้า หรือร้านชำประจำหมู่บ้าน ด้วยการประกาศให้ชาวบ้านลงชื่อ เพื่อไปเลือกช้อปสินค้าที่ร้านค้าในหมู่บ้าน หรือร้านค้าของเครือข่าย ในวงเงิน 300-1,000 บาทต่อคน เมื่อครบเดือน หรือครบเวลา ก็จะมีผู้สมัคร หรือหัวคะแนนไปเคลียร์เงินกับร้านค้า

การชักจูงให้ชาวบ้านมารับของฟรีที่ร้านค้า กำหนดค่าใช้จ่ายให้ชาวบ้านที่มาลงชื่อ มาสิ่งของอุปโภค ไม่ใช่อาหาร หรือเครื่องดื่ม หล้วหัวคะแนนจะมาเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับร้านค้าในภายหลัง ยอดรายหัวจะมากหรือน้อย ขึ้นกับความใจถึงของผู้สมัคร

นอกจากนี้ยังมีการนำเงินไปวางไว้ที่ร้านข้าว ร้านกาแฟ ร้านน้ำชา ให้ชาวบ้านกินฟรี ดื่มฟรี แต่ต้องลงชื่อไว้กับหัวคะแนน ไม่เกินวงเงินรวมที่ผู้สมัครวางไว้กับร้านค้า

ส่วนการจ้างชาวบ้านในพื้นที่ ให้รอรับเงินซื้อเสียง หรือตามดูพฤติกรรมของนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม แล้วแอบถ่ายรูปนำมาเป็นหลักฐาน ในการร้องเรียนคู่แข่ง ทั้งร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง และการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งกรณีอื่นๆ ตลอดจนร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมก็เป็นอีกวิธีการที่ถูกนำมาใช้

มีข้อมูลว่าที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้สมัครจากพรรคใหญ่ แต่ไม่ค่อยมีกระแสบางคน แจกของช่วงเดือนรอมฎอนเดือนเดียว หมดเกือบ 10 ล้านบาท  ทำให้ไม่ถูกจับจ้อง เช่น แจกอินทผาลัม ทุกหน่วยงานก็แจกชาวบ้าน ก็ไปแฝงแจก แต่แถมเงินในกล่องไปด้วย เป็นต้น

มีการเปิดแทงพนันผลการเลือกตั้ง มีบางพื้นที่พนันกันหลักล้านหรือหลายล้าน ผู้สมัครบางคนมั่นใจ ลงเงินเล่นด้วย บางคนชนะ สส. แถมได้เงินพนัน แต่บางคนแพ้ สส. แต่ได้เงินปลอบใจหรือแม้แต่สร้างความแตกแยกในชุมชน เพื่อคนในชุมชนแบ่งเป็น 2 ฝ่าย จะเกิดการแข่งขันกัน และจริงจังกับการหาคะแนน เพื่อเอาชนะอีกฝ่าย

นอกจากนี้ ยังมีการซื้อคะแนน จากหัวคะแนนแบบตัดยอด  ส่วนมากเป็นวิธีการของพรรคทุนหนา รอดูโค้งสุดท้าย หากกลุ่มก้อนหัวคะแนนของพรรคใด เก็บบัตรประชาชนหรือมีคะแนนในมือมากกว่า ก็จะเข้าไปประมูลซื้อคะแนน จากหัวคะแนนกลุ่มนั้น มาให้พรรคของตัวเองแทน

‘ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร’ ผิดกฎหมายหรือไม่ และถูกจำกัดสิทธิอะไร เช็กที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548731

11 พ.ค. 2566

'ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร' ผิดกฎหมายหรือไม่ และถูกจำกัดสิทธิอะไร เช็กที่นี่

‘ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร’ ประชาชน ไม่ไปเลือกตั้ง 2566 จะถูกจำกัดสิทธิ 5 ข้อมีอะไรบ้าง ผิดกฎหมายหรือไม่ เช็กรายละเอียดที่นี่ ก่อนพลาดไม่ได้ไปเลือกตั้ง 14 พ.ค. นี้

เหลือแค่ไม่กี่วันสำหรับการเลือกตั้ง 66  โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าสำหรับคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตกันไปแล้ว  และในวันที่ 14 พ.ค.2566 ถึงวันเลือกตั้งจริง ที่คนไทยทั้งประเทศที่มาอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องไปลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และ สส.เพื่อจะไปเป็นตัวแทนของเราในสภา 

สำหรับการเลือกตั้ง 66 ในครั้งนี้อาจจะมีประชาชนหลายคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อเลือกตั้งล่วงหน้า หรือในวันจริงอาจจะติดภาระกิจ หรือไม่สะดวกเดินทางไปหย่อนบัตรได้ครั้งนี้ และยังคงสงสัยว่าหาก “ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร” รวมทั้งไม่ไปเลือกตั้งผิดกฎหมายไหม
 

โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่รายละเอียดสำหรับประชาชนที่ ไม่ได้ไปเลือกตั้ง 2566  โดยมีการระบุรายละเอียดว่าหาก “ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร” โดยรายละเอียดจาก กกต.ระบุว่า ไม่ไปเลือกตั้ง 2566  จะมีผลดังนี้ 

1. ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสส.
2. ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว.
3. ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
4. ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
5. ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือ คณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ไม่ไปเลือกตั้งจะผิดกฎหมายไหม 

กรณีที่ไม่ไปเลือกตั้งไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย แต่จะถูกจำกัดสิทธิ 5 ข้อจะมีระยะเวลากำหนดทั้งหมด 2 ปี หลังจากผ่านพ้นไป 2 ปี สิทธิต่างๆที่ถูกจำกัดก็จะคืนกลับมา

สำหรับประชาชนที่ ไม่ไปเลือกตั้ง 2566 สามารถแจ้งเหตุที่ทำให้ไปเลือกตั้งไม่ได้ เพื่อป้องกันการเสียสิทธิโดยมี 2 ขั้นตอนดังนี้  

1.แจ้งเหตุก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ขอรับแบบ ส.ส. 28 หรือทําหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิ เลือกตั้งไม่ได้ และให้ระบุเลขประจําตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

2.ยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอําเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยสามารถยื่นด้วยตนเอง หรือมอบหมายผู้อื่น หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือแจ้งทางอินเทอร์เน็ต

นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ที่เว็บไซต์ www.bora.dopa.go.th โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดผู้ไม่ไปใช้สิทธิและผู้แจ้งเหตุจำเป็นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ที่ https://www.bora.dopa.go.th/all-election

กลุ่มคนที่ไม่ต้องไปเลือกตั้ง มีดังนี้

1.เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

2.อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่

 3.ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคําสั่งท่ชอบด้วยกฎหมาย

4.วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

เชิญร่วมโหวต ‘เห็นด้วยหรือไม่ สว.โหวตเลือกนายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548726

11 พ.ค. 2566

เชิญร่วมโหวต 'เห็นด้วยหรือไม่ สว.โหวตเลือกนายกฯ'

นักวิชาการ ร่วมสื่อ 9 สำนัก เชิญร่วมโหวต ‘เห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้ สว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามเสียงข้างมากของ สส.’ เริ่มหลังวันเลือกตั้ง 15 -18 พ.ค. นี้

เมื่อวันที่ 11พ.ค. นักวิชาการ ประกอบด้วย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว มหาวิทยาลัยบูรพา  นายวันวิชิต บุญโปร่ง มหาวิทยาลัยรังสิต และ นายธนพร ศรียากูล นายกสมาคมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับเครือข่ายสื่อ 9 สำนัก ร่วมกันแถลงข่าวเปิดโหวตเสียงประชาชน “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้สมาชิกวุฒิสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามเสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” โดยเปิดด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด หลังวันเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ต. เวลา 12.00 น. ถึง 18 พ.ค. เวลา 12.00 น. 

โดยนายปริญญา เสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะทำหน้าที่ประธานรัฐสภาในอนาคต ได้ปรึกษาหารือให้ใช้วิธีลงคะแนนแบบ สส. ออกเสียงก่อน จึงตามด้วยสว. เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะตามข้อบังคับการประชุมสภา กำหนดให้การลงคะแนนออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีโดยเปิดเผย เรียงตามลำดับพยัญชนะ คละกันทั้ง สส. และ สว. ซึ่งไม่ใช่ปัญหาว่า สว. จะไม่รู้ว่าเสียงส่วนใหญ่ของ สส. เป็นอย่างไร เพราะในข้อบังคับกำหนดไว้ว่า การลงคะแนนสามารถใช้วิธีอื่นได้ เช่น ให้ สส.ทั้งหมดออกเสียงก่อน และจึงตามด้วย สว. ทั้งหมด เพื่อที่ สว.จะได้ทราบว่าเสียงข้างมากไปทางไหน 

 นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต (ซ้าย)  นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล (ขวา)นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต (ซ้าย) นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล (ขวา)

แต่สิ่งที่ยังเป็นห่วง ถ้า สว. งดออกเสียงก็จะเกิดภาวะเลือกนายกฯไม่สำเร็จ จะเกิดการต่อรอง ซึ่ง สว. ไม่ควรถูกต่อรองใดๆ แล้วอาจเกิดการใช้วรรคสอง ของ ม.272 คือ สรรหาคนนอกบัญชีรายชื่อเป็นนายกฯ ได้ แต่ตนเชื่อว่า เราเห็นพัฒนาการการเมืองไทยแล้วว่า แม้ประชาชนจะเห็นต่างแต่ก็เคารพผลการเลือกตั้ง ไม่เคยมีการประท้วงผลเลือกตั้ง

นายพิชาย กล่าวว่า กกต.ชุดนี้ เป็นของ สว.ชุดปัจจุบัน ซึ่ง สว. ชุดนี้ก็มาจากคณะรัฐประหาร บังเอิญแกนนำคณะรัฐประหารก็มาตั้งการเมืองเสียเอง อดคิดไม่ได้ว่าพรรคการเมืองบางพรรคที่มีอดีตการนำรัฐประหารเป็นผู้นำ จะมีอิทธิพลทางอ้อมกลับกกต.และคณะ

โดยเหตุการณ์เลือกตั้งล่วงหน้าที่เกิดขึ้นเมื่อ 7 พ.ค. ก็มีหลายเหตุการณ์ที่ชวนคิด 
ซึ่งการทำงานของกกต. ทำให้คิดว่าเป็นการเบี่ยงเบน หลายครั้งตั้งแต่อดีตไม่ว่าจะเป็นการตีความข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดฉายเลเซอร์ยิ่งทำให้คนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของกกต.

นอกจากนี้สังคมตั้งคำถามการพิมพ์บัตรเลือกตั้งของ กกต. โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่มีแต่หมายเลข ไม่มีชื่อ ไม่มีโลโก้พรรค ชวนให้สงสัยไม่สอดคล้องกับงบประมาณ ไม่อำนายความสะดวกให้ประชาชน ต้องจำชื่อจังหวัดหมายเลขเข้าไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสน อาจกาผิด เมื่อไม่มีชื่อ ไม่มีบัตรอาจจะมีบัตรเลือกตั้งปลอมใส่เข้าไปได้ เป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้ง่าย ซึ่งวันที่ 14 พ.ค.ต้องจับตาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

มองไม่เห็นถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นกลางของกกต.ระดับหน่วย ส่วนผู้บริหารจะรับทราบหรือไม่ ไม่ทราบ เช่น ข้อมูลผู้สมัครหายไป ไม่ปรากฎบนบอร์ดหน่วยเลือกตั้ง ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น ทำให้เชื่อว่ามีเจตนาหรือบกพร่องโดยสุจริตทำให้ตนเชื่อว่าเป็นการจงใจ จนขณะนี้เกิดการล่ารายชื่อ ปลดกกต. หรือเรียกร้องให้เกิดการลงโทษ ซึ่งเป็นการไม่ไว้วางใจการทำงาน 

ถ้ากกต.ทำหน้าที่แบบไร้ประสิทธิภาพไปจนถึงวันที่ 14 จะสร้างความโกลาหลให้กับสังคมไทยและนำไปสู่ความรุนแรงในสังคมไทยได้ เพราะผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งย่อมไม่พอใจกับการกระทำ ซึ่งหากสถานการณ์พัฒนาไปถึงความรุนแรง กกต.จะเป็นคนบาปของสังคมต้นเหตุที่ทำให้เกิดชนวนความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางสังคม 

นายพิชาย กล่าวว่า ตนตั้งข้อสงสัยเรามีกกต.มา20 กว่าปีแล้ว มีกกต. ชุดแรกที่สังคมพอให้ความไว้วางใจแต่จากนั้นมีข้อสงสัยเรื่อยมา ถูกแต่งตั้งขึ้นมาโดยคนที่ไม่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งตนยังมีความหวังเห็นกกต.เปลี่ยนวิธีคิดและเปลี่ยนวิธีปฏิบัติ อันดับแรก กกต.ต้องสลัดหลุดจากบ่วงที่ผูกไว้กับผู้ที่แต่งตั้งตัวเอง บุญคุณอะไรต่างๆก็ให้จบไป ปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากพันธนาการของระบบที่ไร้ความชอบธรรม กกตต้องจัดการการเลือกตั้งที่ไร้ประสิทธิภาพขาดความเที่ยงธรรมความวุ่นวายสังคมก็เกิดขึ้นอาจจะทำให้กลุ่มทหารบางกลุ่มนายพลบางคนที่ฉวยโอกาสออกมาทำรัฐประหารได้ กกต.ก็จะถูกจารึกว่าเป็นต้นเหตุ ขณะเดียวกันหาก กกต.ทำหน้าที่มีประสิทธิภาพก็จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย ได้รับความเชื่อถือทได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศด้วย 

นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว (ซ้าย) และ นายวันวิชิต บุญโปร่ง (ขวา)นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว (ซ้าย) และ นายวันวิชิต บุญโปร่ง (ขวา)
ด้าน นายธนพร กล่าวว่า ตั้งแต่หลังปี 2475 เป็นต้นมา การเลือตั้งสู้นอย่างดุเดือด แม้จะปิดหีบเลือกตั้งไปแล้ว ประชาชนก็ยังให้ความสนใจ เพราะอาจจะเอื้อประโยชน์ให้บางฝ่ายการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้มีการยิงปูพรมหลายพื้นที่มากกว่า 1 รอบ เกินกว่าที่ผ่านมา ขนาดกระสุนคงไม่ใช่ .22 แต่เป็นจรวด Harpoon ยิงข้ามทวีปและล็อกเป้าได้ เป็นปัจจัยให้คู่ต่อสู้ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่มีใครกล้าบอกว่าจะชนะแน่ๆ จนทำให้เกิดการ “แจกกล้วย” หลังการเลือกตั้งทั้ง 2 ฝ่าย ทั้ง สส.และสว.  ดังนั้น เพื่อหยุดยั้งการเมืองแบบแจกกล้วย เราควรต้องส่งเสริมกติกาที่เป็นธรรมและถูกต้อง โดยเฉพาะบทบาทของผู้คุมกติกาที่ทำหน้าที่ได้ดี จึงจะไม่เกิดการใช้วิธีดังกล่าว 

ด้านนายโอฬาร ระบุว่า การเปิดโหวตครั้งนี้ ต้องการส่งเสียงถึงสว. ให้เคารพเสียงประชาชน เนื่องจากมีสัญญาณนรก หรือสัญญาอำมหิต บางอย่างจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่ไม่สมควรทำ แต่สามารถทำได้ ยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มั่นใจ ในเมื่อกลไกของคณะรัฐประหารกลายเป็นตัวแสดงหนึ่งของการเมือง และต้องการจะสืบทอดอำนาจต่อในระบบประชาธิปไตย ทำให้คนจำนวนมากคาดหวังว่าจะมีผลต่อกลุ่มคนที่จะเลือกนายกฯ ได้ โดยไม่ต้องฟังเสียงประชาชน ทั้งนี้อีกไม่กี่วัน สว.จะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ จึงขอเสนอเพิ่มเรื่องนี้เป็นวาระจร เป็นสัญญาประชาคม เพื่อคลายความกังวล เป็นแสงสว่างระบอบประชาธิปไตย

ด้านนายวันวิชิต กล่าวว่า กกต. ต้องเป็นผู้ยุติความขัดแย้ง ไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง เช่นเดียวกับ สว. ไม่ควรให้ประชาชนต้องมีอคติต่อ สว. หรือ กกต. ว่าตกอยู่ในอาณัติของบางพรรคการเมือง และถูกตีตราว่าเป็นผู้สร้างความขัดแย้งในการเมืองไทย ต้องทำให้เห็นว่า คือ ผู้สร้างสันติภาพในการเมืองไม่ใช่ผู้สร้างสงคราม
เปิดโหวต เห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามเสียงข้างมากของ ส.ส.เปิดโหวต เห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามเสียงข้างมากของ ส.ส.

เพจลุงตู่ปล่อยคลิป ห่วงไร้ ‘ลุงตู่’ คนไทยอยู่ลำบาก ประเทศไม่สงบ-ไปต่อยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548734

11 พ.ค. 2566

เพจลุงตู่ปล่อยคลิป ห่วงไร้ 'ลุงตู่' คนไทยอยู่ลำบาก ประเทศไม่สงบ-ไปต่อยาก

‘เฟซบุ๊กลุงตู่ตูน’ รีรันเหตุการณ์ม็อบการเมือง-ทุจริตจำนำข้าว พร้อมเผย ปชช.หวั่นหากไร้ ‘นายกฯลุงตู่’ บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ประเทศวุ่นวาย เศรษฐกิจชะงักงัน สารพัดปัญหาจะตามมา จนประเทศยากที่จะไปต่อ ห่วงเปิดทาง ‘บางคน’ กลับมาโกงชาติ

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ตั้งคำถามว่า ถ้าไม่มี “ลุงตู่ จะเกิดอะไรขึ้น พร้อมสัมภาษณ์ประชาชนในหลายพื้นที่ สลับกับภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายจากการชุมนุมทางการเมืองในอดีต รวมไปถึงภาพข่าวกรณีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

โดย แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ระบุข้อความว่า ถ้าไม่มี “ลุงตู่” บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ประเทศจะกลับมาวุ่นวาย ถ้าไม่มี “ลุงตู่” เศรษฐกิจชะงักงัน และถ้าไม่มี “ลุงตู่” สารพัดปัญหาจะตามมา ยากที่จะไปต่อ

ประชาชนในคลิปกล่าวตรงกันว่า ถ้าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนั้น พวกเราคงไม่มีวันนี้ เรายังอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่บริหารบ้านเมืองต่อไป เพราะหากไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่า จะเกิดความไม่สงบเกิดขึ้นแน่นอน จะมีการชุมนุมทางการเมือง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่กำลังดีขึ้นดิ่งเหวลงอีกครั้ง

“ต้องมีลุงตู่ ถ้าไม่มีลุงตู่ ไม่ได้เลย ประเทศไทยไม่รู้จะอยู่ยังไง ไม่สงบสุขแน่นอน … ไม่มี ลุงตู่ ประเทศไทยอยู่ยากมากเลย … ถ้าไม่มี ลุงตู่ จะทำให้ใครบางคนกลับเข้ามาในประเทศไทย มาโกง มาปล้นชาติ และเกิดความไม่สงบวุานวาย จะมีการชุมนุมทางการเมือง”

ช่วงท้ายคลิปยังได้มีตัวแทนคนรุ่นใหม่ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า “ผมก็เป็นคนรุ่นใหม่คนนึง ถ้าไม่มี ลุงตู่ ผมว่าความสงบอาจจะไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้”.

‘สกลธี’ เมินดราม่าการเมือง มุ่งหาเสียงใจกลาง กทม. มั่นใจนโยบายมัดใจคนกรุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548715

11 พ.ค. 2566

'สกลธี' เมินดราม่าการเมือง มุ่งหาเสียงใจกลาง กทม. มั่นใจนโยบายมัดใจคนกรุง

‘สกลธี’ ลุยหาเสียงใจกลาง กทม. ไม่สนใครขัดแย้งใคร เน้นแก้ปัญหาปากท้องชาวกรุงด้วยนโยบาย ด้าน ‘พณิชย์’ ขอคะแนนเสียงหลังไม่เคยทิ้งปชช. ยืนยันอีกเสียงจากกรรมการมัสยิดเพชรบุรี ซ.7

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารและหัวหน้าทีมผู้สมัคร กทม. พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตราชเทวี ปทุมวัน สาธร พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้ายใจกลางเมืองย่านเพชรบุรี ซ.5 และ เพชรบุรี ซ. 7  

นายสกลธี มั่นใจมากเพราะหลายปีที่ผ่านมา นายพณิชย์ลงพื้นที่ตลอด ทำให้มีความสบายใจและมั่นใจว่าพื้นที่ตรงนี้จะเป็นฐานเสียงให้อย่างแน่นอน และในอีก 2 วันที่เหลือก่อนถึงวันเลือกตั้ง คงต้องลงพื้นที่ปทุมวัน สาธร เพิ่มเติม 

ส่วนด้านนโยบายพรรคพลังประชารัฐ น่าจะช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดที่สุด อย่างเช่น เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 – 4,000 – 5,000 บาท , บัตรประชารัฐ 700 , การลดค่าครองชีพ ลดน้ำมันเบนซิน 18 บาท ลดน้ำมันดีเซล 6.30 บาท , ลดแก๊ส เหลือถังละ 250 บาท , ลดไฟฟ้าบ้าน หน่วยละ 2.50 บาท ไฟฟ้าอุตสาหกรรม 2.70 บาท เป็นการตอบโจทย์ ใครจะทะเลาะกับใคร วิจารณ์ใคร ทางเราจะไม่ยุ่ง มุ่งแต่แก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน 

พรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่เขตราชเทวีพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่เขตราชเทวี

“พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคเดียว ที่เสนอปัญหาหาทางแก้ไข ให้กทม.ดีขึ้นกว่านี้ได้ จากการที่เคยเป็น รอง ผู้ว่าฯ กทม. มาก่อน ทำให้รู้ว่างบประมาณจะพัฒนาทั้ง 50 เขต กทม. ได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งกองทุนประชารัฐ 3แสนล้านบาทที่เป็นของรัฐบาล จะมาแก้การพัฒนา ซึ่งรัฐบาลกับท้องถิ่นจะจับมือกันพัฒนา กทม. ให้ดียิ่งขึ้น ถ้าดูนโยบายพรรคอื่นจะไม่มีใคร มีนโยบายเพื่อคน กทม. ตรงเท่านี้ ” นายสกลธีกล่าว

ด้าน นายพณิชย์ กล่าวว่า ผูกพันกับพื้นที่นี้มาโดยตลอด ยิ่งช่วงโควิด-19 เหมือนกับร่วมทุกข์ร่วมสุข ได้รู้จักบ้านทุกบ้าน เพราะต้องพูดคุยเข้าช่วยเหลือ การฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ การนำเครื่องผลิตออกซิเจน มาสนับสนุน การประสานหาเตียง หาโรงพยาบาล ซึ่งในสมัยนั้นหาเตียงยากมาก ทำให้เรารู้สึกสนิทสนมกับชาวบ้าน 

จากการสอบถาม นายสมชาย หวังเจริญ กรรมการอิสลามประจำมัสยิดดารุ้ลอะมาน พญาไท เพชรบุรี ซ.7 เล่าว่า ชาวบ้านภายในชุมชน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตลอด 3-4 ปี ที่ผ่านมา นายพณิชย์ ไม่เคยทิ้งชาวบ้านย่านนี้เลย ยิ่งเป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทั้งการจัดตั้ง รพ.สนาม , จัดหาเครื่องช่วยหายใจ, จัดการเรื่องส่งอาหารผู้ป่วย รวมไปถึงเรื่องป้องกันเรื่องอาชญากรรมเป็นห่วงความปลอดของคนภายในชุมชนอีกด้วย 

 นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตราชเทวี ปทุมวัน สาธร นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตราชเทวี ปทุมวัน สาธร

พรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่เขตราชเทวีพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่เขตราชเทวี

‘เต ตะวัน’ ขึ้นแท่น Friend of ECCO คนล่าสุด ฉลอง ‘ECCO 60th ANNIVERSARY’ สุดยิ่งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/730233

‘เต ตะวัน’ ขึ้นแท่น Friend of ECCO คนล่าสุด ฉลอง ‘ECCO 60th ANNIVERSARY’ สุดยิ่งใหญ่

‘เต ตะวัน’ ขึ้นแท่น Friend of ECCO คนล่าสุด ฉลอง ‘ECCO 60th ANNIVERSARY’ สุดยิ่งใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.32 น.

บริษัท เอคโค่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าและเครื่องหนัง ECCO แบรนด์คุณภาพชั้นนำระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก เปิดตัว Friend of ECCO Thailand (เฟรนด์ ออฟ เอคโค่ ประเทศไทย) คนล่าสุด! เต-ตะวัน วิหครัตน์ พร้อมเฉลิมฉลองความคลาสสิคร่วมสมัย “ECCO 60th ANNIVERSARY” ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ สู่ไอคอนิคแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัวยุคใหม่ ชูจุดยืนองค์กรที่ใส่สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านแคมเปญ “From Waste to Art” ถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะมาสเตอร์พีซ สร้างสรรค์โดย 3 ศิลปินชื่อดังระดับโลก เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เป็นงานศิลปะอันทรงคุณค่า นอกจากนี้ ยังเปิดตัวคอลเลคชั่นใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2023 (ECCO Spring/Summer 2023 Collection) ผ่านคอนเซ็ปต์ Walk the Walk (วอร์ค เดอะ วอร์ค) ได้แรงบันดาลใจจากผู้คนที่มีโอกาสกลับออกมาสัมผัสโลกกว้างอีกครั้ง สวมใส่รองเท้าและกระเป๋าคู่ใจออกเดินทาง ชื่นชมท้องฟ้าสีสดใส นอนทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้าสีเขียว มองชมแสงอาทิตย์เจิดจ้าในตอนกลางวัน พร้อมเดินทางไปเปิดจินตนาการของตนเอง ใช้ชีวิตอย่างอิสระไร้กังวลจนพระอาทิตย์ตกดิน

เต ตะวัน วิหครัตน์ Friend of ECCO Thailand คนล่าสุด กล่าวว่า “ดีใจที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่างเอคโค่ จริงๆ แล้วผมมีความผูกพันกับเอคโค่มาตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ซื้อจากต่างประเทศมาให้ใส่ตลอด จนวันที่ได้ถ่ายงานกับเอคโค่ รองเท้าคู่แรกที่ผมได้ก็เอากลับไปให้คุณพ่อก่อนเลยครับ อย่างวันนี้ผมใส่รุ่นใหม่ล่าสุด ECCO GRUUV ที่เป็นสนีกเกอร์ ส่วนรุ่นที่ผมชอบที่สุดคือ ECCO STREET LITE ดีไซน์เรียบง่าย เข้าได้กับทุกชุดจริงๆ บางวันที่ไปออกกอง ทำงานชิลๆ หรือเดินทาง ผมจะชอบรุ่น COZMO ที่เป็นรองเท้าแตะ โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นหนังสีน้ำตาล บัคเคิ้ล สีทอง จะเพิ่มความลักชัวรีขึ้นมาอีก รองเท้าสำหรับผมนอกจากจะส่งเสริมบุคลิกภาพ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือต้องใส่ใส่สบาย ถ้าสวยแล้วใส่ไม่สบายก็สอบตกไปเลยครับ เอคโค่ก็คือตอบโจทย์ทั้งสองพอยท์นี้เลย

คุณบุณฑริกา กาวีวงศ์ ผู้บริหารระดับสูงส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องหนังเอคโค่ เอเชียแปซิฟิก บริษัท เอคโค่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ECCO แบรนด์คุณภาพชั้นนำระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก จึงได้มีการจัดงาน ‘ECCO 60th ANNIVERSARY’ เฉลิมฉลองความคลาสสิคร่วมสมัยของแบรนด์ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างยิ่งใหญ่ขึ้น โดยเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงาน ในโอกาสสำคัญนี้ ECCO ได้มีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ ก้าวสู่การเป็นไอคอนิคแบรนด์ ที่มีความโมเดิร์นขึ้น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกแอคทิวิตี้ของทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่การสวมใส่ในวันสบาย การออกเดินทาง หรือแม้กระทั่งการสวมใส่เพื่อเล่นกอล์ฟ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งรองเท้า และเครื่องหนังคุณภาพ นอกจากนี้ ECCO ยังแสดงจุดยืนถึงการเป็นองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และในโอกาสครบรอบ 60 ปี จึงได้สร้างสรรค์แคมเปญพิเศษ ‘FROM WASTE TO ART’ ครั้งแรก! ของการเปลี่ยนขยะและวัสดุเหลือใช้จากโรงงานงาน ECCO อาทิ เศษหนัง เชือกรองเท้า ด้ายเหลือใช้ ให้กลายเป็นผลงานศิลปะมาสเตอร์พีซอันทรงคุณค่า โดย 3 ศิลปินชื่อดังระดับโลก จาก 3 ชาติ ได้แก่ คุณพาเมลา ทัน (Pamela Tan) ศิลปินจากประเทศมาเลเซีย คุณฉี ซู เฟิน (Chee Sau Fen) ศิลปิน ประเทศสิงคโปร์ และ คุณกรรจิต นาถไตรภพ ศิลปินจาก ประเทศไทย นอกจากนี้ ECCO ยังได้ทำการเปิดตัวคอลเลคชั่นใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2023 (ECCO Spring/Summer 2023 Collection) ผ่านคอนเซ็ปต์ Walk the Walk (วอร์ค เดอะ วอร์ค) โดดดเด่นด้วยลูกเล่นสีสันคัลเลอร์บล็อกประจำฤดูกาลผสมผสานความเป็นสแกดิเนเวียนของแบรนด์ ECCO คงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ที่สามารถสวมใส่เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ โดยอีกหนึ่งความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้ ECCO ยังมีส่วนร่วมในการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล และกรรมวิธีฟอกหนังขั้นสูงอย่าง DriTan™ นวัตกรรมที่สามารถช่วยลดปริมาณน้ำที่ใช้ในการฟอกหนัง และผลลัพธ์ที่ได้คือการประหยัดน้ำได้ถึง 25 ล้านลิตร เป็นปริมาณน้ำที่สามารถหล่อเลี้ยงผู้คนได้ถึง 9,000 คนในหนึ่งปี

ECCO GRUUV สนีกเกอร์เดินสบาย ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์การเดินที่สบายและรองรับทุกย่างก้าวโดดเด่นด้วยพื้นรองเท้า PU ดีไซน์เซาะร่องลึกคล้ายคลื่น ฟังก์ชั่นครบ ตอบโจทย์ แบบไดนามิก ไม่ว่าพื้นแบบไหนก็ทรงตัวได้ง่าย ด้วยพลังยึดกาะแน่น อีกทั้งยังโค้งงอตามรูปเท้าได้อย่างอิสระไร้องศา เฉิดฉายกับวันใหม่ด้วย

ECCO COZMO รองเท้าแตะสไตล์สแกนดิเนเวียน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้ารุ่นมอคคาซิน (Moccasin Shoe) สวมใส่สบายตลอดวัน

ECCO Leather Goods กระเป๋าและเครื่องหนัง รูปทรงคลาสสิค มีลูกเล่นในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานที่จัดเต็ม พร้อมลวดลายของ ECCO Wave สัญลักษณ์ที

สัมผัสได้ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก E ของโลโก้แบรนด์สกรีนปั๊มนูน ผสมผสานกับคลื่นในทะเลที่มีความเคลื่อนไหว บนหนังพรีเมียมเกรดที่ดีที่สุดของ ECCO

ECCO GOLF รองเท้าสำหรับนักกอล์ฟ เต็มไปด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีเพื่อความเบาสบายสูงสุดตลอดการสวมใส่

ร่วมสัมผัสความนุ่มสบาย พร้อมออกไปสัมผัสโลกกว้าง เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในทุกวันกับ ECCO Spring/Summer 2023 Collection ได้แล้ววันนี้ที่ ECCO Shops สาขา Central World, สาขา Mega Banga, สาขา Zpell, สาขา Central Festival Pattaya , สาขา Central Festival Chiangmai , สาขา Central Chiangmai Airport , สาขา Maya Chiangmai , ห้างสรรพสินค้า Siam Paragon , ห้างสรรพสินค้า The Emporium , ห้างสรรพสินค้าThe Mall , ห้างสรรพสินค้า Central และ ห้างสรรพสินค้า Zen หรือช่องทางออนไลน์ LINE OA @eccoth

‘ก้อย อรัชพร’ฟาด! เปิดแชทถูกทักจ้างงานให้พรรคการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/730219

'ก้อย อรัชพร'ฟาด! เปิดแชทถูกทักจ้างงานให้พรรคการเมือง

‘ก้อย อรัชพร’ฟาด! เปิดแชทถูกทักจ้างงานให้พรรคการเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.16 น.

11 พ.ค.66 ทำเอานักแสดงสาวสวยขวัญใจวัยรุ่น อย่าง “ก้อย อรัชพร โภคินภากร” ต้องออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวชี้แจงจุดยืน เมื่อล่าสุดได้มีบุคคลปริศนาติดต่อหาเจ้าตัวผ่านช่องทางแชท พร้อมอ้างชื่อพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรทการ์ด สำหรับการโพสต์หรือแชร์โปรโมทคอนเทนต์

และจากข้อความดังกล่าวนี้ ก้อย อรัชพร ก็ได้ทำการแคปเจอร์ พร้อมนำมาแชร์ผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ เพื่อตอบคำถามกลับไปยังอีกฝ่ายอย่างละเอียด

“ขอให้ทำความเข้าใจนะคะ ว่าการลงทุกอย่างเกี่ยวกับการเมือง การเลือกตั้งในช่วงนี้ ไม่มีใครจ้างค่ะ !!!!!! ต้องการสนับสนุนฝั่งประชาธิปไตยและให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ต้องมาจ้างค่ะ!!!!!!!!!!!!!!! ใจดีช่วยเซนเซอร์ให้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

.-011

‘BIG DEBATE’สนามสุดท้ายสุดมัน ดวลเดือดแคนดิเดตนายกฯ ก่อนชี้ชะตาประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/730169

'BIG DEBATE'สนามสุดท้ายสุดมัน ดวลเดือดแคนดิเดตนายกฯ ก่อนชี้ชะตาประเทศไทย

‘BIG DEBATE’สนามสุดท้ายสุดมัน ดวลเดือดแคนดิเดตนายกฯ ก่อนชี้ชะตาประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.27 น.

เวลาของประชาชนเพื่อประชาชน“BIG DEBATE” จัดหนักสองนัดสุดท้ายจ.ชลบุรี และ กรุงเทพมหานครขนขุนพลภาคตะวันออกและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นเวทีดวลวิสัยทัศน์8-9พฤษภาคมที่ผ่านมาก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ10 เวทีดีเบต ที่ทางช่อง 7HDและเทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ร่วมกันเปิดพื้นที่ให้เหล่าผู้สมัครและตัวแทนจากพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายพร้อมถกวิสัยทัศน์ผ่านรายการ  “เลือกตั้ง 66 #วาระคนไทย BIG DEBATE” ล่าสุดกับ2 สนามเลือกตั้ง จังหวัดชลบุรีและ กรุงเทพมหานคร มีผู้ชมเข้าร่วมฟังการดีเบตอย่างคับคั่ง เช่นเดียวกับผู้ชมทางบ้านที่ต่างแสดงความคิดเห็นผ่านหน้าจอช่อง 7HD โดยในวันจันทร์ที่ 8พฤษภาคมที่ผ่านมา จัดขึ้นที่ชายหาดพัทยากลางจังหวัดชลบุรีดำเนินรายการโดย2 ผู้ประกาศข่าวทิน โชคกมลกิจ และ บัวบูชา ปุณณนันท์ ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือโน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณและสา-อนิสา นูกราฮารับหน้าที่ซักถามปัญหาและข้อสงสัยแทนเสียงของประชาชน เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เศรฐกิจ และปากท้องของประชาชน รวมถึงการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น

จากนั้น วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม ได้เคลื่อนพลเข้าสู่เมืองหลวง ลานพาร์คพารากอน กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นสนามดีเบตสุดท้ายและเป็นสมรภูมิใหญ่ที่สุดของประเทศไทย งานนี้จึงรวบรวมแม่ทัพจากพรรคการเมืองแถวหน้าคุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทยสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนากล้าวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนาพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกลนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี พต.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวสพรรคเสรีรวมไทย และ พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ พรรคเปลี่ยนขึ้นดวลไมค์ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีโดยมีผู้ประกาศข่าวคู่ขวัญ ทิน โชคกมลกิจ และ เปรมสุดา สันติวัฒนารับหน้าที่ดำเนินรายการพร้อมกับ2พระเอกมากความสามารถเอส-กันตพงศ์ บํารุงรักษ์และหลุยส์ เฮสเป็นตัวแทนประชาชนเข้ารับฟังการประชันวิสัยทัศน์ของว่าที่นายกรัฐมนตรีซึ่งเวทีนี้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนร่วมส่งคำถามถึงเหล่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แบบหนึ่งคนหนึ่งคำถามไม่มีซ้ำและพิเศษสุด ๆ คือให้เหล่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่เหลือสามารถแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันหรือมุมมองที่แตกต่างกันอีกด้วย นับว่าเป็นข้อมูลและแนวทางที่ช่วยให้ประชาชน
ได้เห็นถึงภาวะผู้นำและทิศทางของประเทศไทย ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวเรื่องการเมือง ได้ที่www.ch7.com/election2566 และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVและช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์:http://www.ch7.com