บุกห้องซ้อม ‘โนอึล-ณัฐรัชต์’ นับถอยหลังเตรียมฟินกับ Noeul 1st Fan Meeting 20 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/729845

บุกห้องซ้อม 'โนอึล-ณัฐรัชต์' นับถอยหลังเตรียมฟินกับ Noeul 1st Fan Meeting 20 พ.ค.นี้

บุกห้องซ้อม ‘โนอึล-ณัฐรัชต์’ นับถอยหลังเตรียมฟินกับ Noeul 1st Fan Meeting 20 พ.ค.นี้

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.01 น.

อุ่นเครื่องกันกับภาพบรรยากาศการซ้อมของ โนอึลณัฐรัชต์ ตังวายจาก บรรยากาศรัก เดอะซีรีส์  (Love in The Air) ใน Fan Meeting เดี่ยวครั้งแรกในชีวิต“Noeul 1st Fan Meeting” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม นี้ ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การตอบรับแฟนมีตติ้งครั้งแรกแบบถล่มทลาย บัตร SOLD OUT ตั้งแต่ 20 นาทีแรกที่เปิดขาย งานนี้โนอึลเลยเตรียมความพิเศษมากมายไว้ให้แฟนๆ โดยเจ้าตัวแอบสปอยว่า…

“ตอนนี้ซ้อมงานแฟนมีตติ้งค่อนข้างหนักเลยครับ สังเกตได้จากที่ผมเล่นโซเชียลน้อยลงมาก ๆ เรียกได้ว่าทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับการซ้อมเลย เพราะอยากให้โชว์ในงานออกมาดีที่สุด อยากให้ทุกคนที่ซื้อบัตรเข้างานมาแล้วรู้สึกว่ามันคุ้มค่า ได้ทั้งความสุข ความสนุก รอยยิ้มและความทรงจำดี ๆ กลับไปครับ ส่วนความพิเศษของงานนี้คือ ทุกเพลง ทุกโชว์  ผมตั้งใจเลือกเพื่อทุกคนเลย จะมีทั้งเพลง ทั้งท่าเต้นที่เรียกได้ว่าหลายคนอาจจะคาดไม่ถึงมาเป็นเซอร์ไพรส์ด้วยครับ และสุดท้ายนี้ผมอยากขอบคุณทุกคนที่ซื้อบัตรมางานของผม รวมถึงทุกคนที่คอยซัพพอร์ตผมมาโดยตลอดด้วยครับ สำหรับใครที่พลาดบัตรในวันงานไปก็ไม่ต้องเสียใจนะครับ ยังสามารถดูได้ผ่านทางออนไลน์ Live Streaming ในราคา 990 บาท พร้อมสิทธิพิเศษลุ้น Random VDO Call กับผมด้วยนะครับ แล้วเจอกันครับ”

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วรอฟินไปด้วยกัน 20 พฤษภาคม นี้ ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน

#NoeulFanMeeting

#FirstFMNoeul

มธ.จัดงานรำลึก ‘วันปรีดี พนมยงค์’ ปี 2566 ชวนเกาะติด ‘การเลือกตั้ง’ 14 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730229

มธ.จัดงานรำลึก ‘วันปรีดี พนมยงค์’ ปี 2566  ชวนเกาะติด ‘การเลือกตั้ง’ 14 พ.ค.นี้

มธ.จัดงานรำลึก ‘วันปรีดี พนมยงค์’ ปี 2566 ชวนเกาะติด ‘การเลือกตั้ง’ 14 พ.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.28 น.

มธ.จัดงานรำลึก ‘วันปรีดี พนมยงค์’ ปี 2566

ชวนเกาะติด ‘การเลือกตั้ง’ 14 พ.ค.นี้

หวั่นกลไก ‘ไม่อิสระ’ บิดเบือนประชาธิปไตย

ม.ธรรมศาสตร์ จัดงาน “วันปรีดี พนมยงค์ ประจำปี 2566” หลากหลายภาคส่วนร่วมระลึกคุณูปการบุคคลสำคัญที่มีต่อระบบการเมืองการปกครองไทย พร้อมจัดปาฐกถาทางวิชาการหัวข้อ ‘ดุลยภาพแห่งอำนาจฯ’ ชวนจับตาผลการเลือกตั้ง 14 พ.ค. นี้ อย่างใกล้ชิด เฝ้าหน้าคูหาปกป้องสิทธิ-เสียงของตนเอง หวั่นกลไกที่ “ไม่เป็นอิสระ” บิดเบือนระบอบประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2566 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน “วันปรีดี พนมยงค์ ประจำปี 2566” เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” โดยมีองค์กรและหน่วยงาน อาทิ สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้แทนรัฐบาล สถานทูตต่างประเทศ พรรคการเมือง ผู้บริหาร คณาจารย์และองค์การนักศึกษา ฯลฯ เข้าร่วมในพิธีวางพานพุ่ม ณ อนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า วันที่ 11 พฤษภาคมของทุกปี    ถือเป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อรำลึกถึง “ปรีดี พนมยงค์” รัฐบุรุษอาวุโสของประเทศไทย    ที่มีผลงานมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสถาปนา “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2477 และเป็นผู้ประศาสน์การคนแรกของมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้ริเริ่มแนวคิดการเรียนการสอนระดับสูงสมัยใหม่ในรูปแบบ “ตลาดวิชา” เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงในด้านการศึกษาให้แก่ราษฎร ทำให้ประชาชนทั่วไปมีสิทธิและโอกาสได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยจนจบปริญญา โดยในปี 2566 นี้ นับเป็นปีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายประการ เพราะนอกจากจะเป็นวาระครบ 123 ปีชาตกาลของผู้ประศาสน์การ ครบ 40 ปีแห่งการถึงอสัญกรรมแล้ว ยังครบ 50 ปีเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ อีกด้วย

น.ส.ธัญญลักษณ์ เศวตมาลย์ เลขาธิการองค์การนักศึกษา มธ. กล่าวว่า ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี     ได้ทำสิ่งอันน่าทึ่ง ทั้งการเป็นมันสมองในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เพื่อเปลี่ยนความหมายของ

ชาติให้เท่ากับประชาชน ไปจนถึงการทำงานในบทบาทของนายกรัฐมนตรี การมุ่งมั่นแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม สร้างรากฐานประชาธิปไตย ไปจนถึงการก่อตั้งมหาวิทยาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อยกระดับความคิดของราษฎร และคุณูปการอีกมากมาย จึงถือเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ชายผู้น่านับถือต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนามตลอดช่วงของท่าน ชาวธรรมศาสตร์จึงขอมาพูดเพื่อยืนยันว่า เราจะจดจำ และเราจะไม่ลืมอุดมการณ์ เจตนารมย์ของท่านที่ต้องการสร้างสังคมที่ดีงามสำหรับคนทุกคน

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบโล่รางวัล “ปรีดี พนมยงค์” ประจำปี 2566 แก่นักศึกษาดีเด่น ได้แก่        นัฐกานต์ เพ็ชรบูรณ์ จากคณะนิติศาสตร์ มธ. และรางวัล “ทุนปาล พนมยงค์” ประจำปี 2566 ให้แก่        ปาลีรัตน์ บุญประกอบ จากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ในการประกวดบทความหัวข้อ “ปรัชญาสังคมนิยมวิทยาศาสตร์ประชาธิปไตย” ณ บริเวณลานปรีดี พนมยงค์ ด้านหน้าตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ท่าพระจันทร์

วันเดียวกัน มธ. และสถาบันปรีดี พนมยงค์ ได้จัดปาฐกถาทางวิชาการในหัวข้อ “ดุลยภาพแห่งอำนาจ” เปลี่ยนผ่านสังคมไทยด้วยการเลือกตั้ง โดย ศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ากลุ่มผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองไทย ไม่ได้คิดถึงการสร้างดุลยภาพ หากแต่ต้องการได้ดุลแห่งอำนาจตลอดเวลา แม้กระทั่งการเลือกตั้งที่เป็นช่องทางการแสดงออกเดียวถึงพลังของประชาชน กลับยังไม่ได้รับความเคารพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะหากดูหลังการรัฐประหารเป็นต้นมา   ซึ่งเกิดความพยายามสถาปนาอำนาจให้ครอบคลุมระบอบต่างๆ รวมถึงองค์กรอิสระ ที่กลายเป็นกลไกอำนาจเข้ามาจัดการกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม ทั้งลงโทษ ตัดสิทธิ ยุบพรรคต่างๆ

“หลังการรัฐประหารตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ผู้มีอำนาจได้พยายามสถาปนาอำนาจตัวเองเพื่อรับมือกับฝ่ายประชาธิปไตยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกลไกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้ามาร่วมตัดสินใจกฎหมาย   เลือกนายกรัฐมนตรี ให้อำนาจกองทัพสนับสนุนตัวเอง อำนาจการลงโทษและควบคุมประชาชน เช่น มาตรา 112, 116 ตลอดจน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ทั้งหมดล้วนเข้ามาทำให้ดุลอำนาจของประชาชนสูญเสียไป ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ เมื่อมีพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามารื้อถอน ท้าทายระบอบอำนาจเก่า จึงไม่แปลก ที่จะสามารถซื้อใจประชาชน และทำให้เขาตื่นตัวอย่างมากกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง” ศ.ดร.พวงทอง กล่าว

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า สำหรับข้อสังเกตถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้นไม่ใช่องค์กรอิสระ แต่มาจากกลไกการคัดเลือกที่แต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งผลจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความโกลาหลที่เกิดขึ้นจากคนที่เดินทางไปจำนวนมาก การจ่าหน้าซองผิด ฯลฯ ขณะที่วันเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ กกต. ก็ออกแบบระบบการรายงานผลคะแนนใหม่ที่จะใช้เป็นครั้งแรก

นายยิ่งชีพ ระบุอีกว่า ในการเลือกตั้งปี 2562 เรามีประสบการณ์จากทั้งปัญหาการรายงานผลที่ล่าช้า ผิดพลาด ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายจนถึงวันนี้ ในครั้งนี้จึงขอเชิญชวนทุกคนออกไปร่วมกันปกป้องคะแนนเสียง ภายใต้สภาวะบ้านเมืองที่เราเห็นว่าไม่ปกติ จะเพียงเดินเข้าคูหา ไปกากบาท แล้วหวังว่าคะแนนเสียงจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ อาจมองแง่ดีเกินไป เมื่อ กกต. ไม่ได้เป็นอิสระ และผลการจัดการที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นว่ายังไม่ได้ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ฉะนั้นอยากให้ทุกคนช่วยกันออกไปสอดส่อง ร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนด้วยตา และถ่ายรูปผลคะแนนส่งมารวมที่ vote62.com

รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเห็นได้ว่าทุกคนให้ความสำคัญมากกว่าเมื่อก่อน และตระหนักถึงผลลัพธ์ของเสียงที่ตนเองจะกากบาทลงไปมากขึ้น จึงออกมาร่วมกันปกป้องไม่ปล่อยให้เสียงของตนหายไปไหนได้ ซึ่งในปัจจุบันอีกหนึ่งอำนาจที่เกิดขึ้น คืออำนาจของเทคโนโลยี ที่ทำให้เกิดประชาธิปไตยทางข้อมูลข่าวสาร ทุกคนสามารถลุกขึ้นมาสื่อสาร มีสิทธิมีเสียง แสดงตัวตนได้มากขึ้น เปลี่ยนวิธีคิดว่าเราไม่ใช่แค่คนตัวเล็กตัวน้อย แต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการปกครองของประเทศ และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้

“สิ่งที่อาจเกิดขึ้นตามมาหลังเลือกตั้ง หากการเจรจาไม่ลงตัว ก็อาจมีกระบวนการใช้กฎกติกา บิดเบือน หรือเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีให้อำนาจกับประชาชน ก็อยากให้ทุกคนตระหนักถึงอำนาจที่มี และเลิกความคิดแบบหยวนๆ ปล่อยผ่านให้ผู้มีอำนาจคิดจะทำอะไรก็ได้ แสดงให้เขาเห็นว่าแม้จะมีอำนาจ แต่หากทำอะไรโดยที่ขาดความชอบธรรม เราจะไม่ยอมอีกต่อไป ดังนั้นเราจะก้าวไปข้างหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงได้ หากร่วมกันยืนหยัดและแสดงความเป็นเจ้าของเสียงของเรา ไม่ใช่แค่กาแล้วปล่อยให้ใครคนอื่นมาตัดสินใจ” รศ.ดร.พิภพ กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า ระบบการเมืองไทยที่มีอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจการบริหาร ของรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง นี่เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง เพราะยังมีอำนาจอีกหลายมิติทั้งกว้างและลึกเป็นส่วนภูเขาที่อยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะอำนาจที่ครอบครองอาวุธ คืออำนาจทหาร และอำนาจตามประเพณีเก่าที่มาจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเราจะพบว่าหลังสิ้นสุดยุคของคณะราษฎร อำนาจทั้งสองนี้ได้ผนึกเป็นพันธมิตรกันอย่างแน่นแฟ้น และแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้ง สว. หรือองค์กรอิสระที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร จึงเป็นสิ่งที่อยากย้ำเตือนในผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าแม้ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะและแต่งตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็ยังอาจถูกบั่นทอนจากอำนาจเหล่านี้ได้เช่นกัน

ด้าน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักกิจกรรมและสื่อมวลชนอิสระ กล่าวว่า นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 แม้ประชาชนจะได้รับประชาธิปไตย แต่ก็เกิดการแย่งชิงอำนาจไปตลอดเวลา ถูกจำกัดกรอบกระทั่งรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอำนาจไปโดยปริยาย จึงฝากความหวังไว้ได้เพียงกลุ่มบุคคลใดกลุ่มหนึ่งจากการเลือกตั้ง แต่มาในยุคนี้เห็นได้ชัดเจนว่าประชาชนเริ่มมองอย่างตรงไปตรงมา สนับสนุนใครจากการวิเคราะห์นโยบาย ความเป็นไปได้ ความชัดเจน ความหวัง และความฝัน ดังนั้นนโยบายที่เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เช่น รัฐสวัสดิการ ปฏิรูปกองทัพ ฯลฯ จึงได้เสียงตอบรับจากคนส่วนใหญ่ และหากพรรคการเมืองยังเสนอนโยบายไม่ถูกใจ ภาคประชาชนก็สามารถเสนอเองได้ อย่างมาตรา 112 ที่ถูกนำออกมาพูดในพื้นที่สาธารณะได้ ก็เกิดจากการที่ประชาชนส่งเสียงสะท้อนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหานั่นเอง

อาชีวะอุบลฯปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ รับเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730189

อาชีวะอุบลฯปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ รับเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้

อาชีวะอุบลฯปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ รับเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.58 น.

อาชีวะอุบลฯ ประชุมผู้ปกครองและปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566 พร้อมขานรับนโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รับเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้

วันที่ 11 พ.ค.66 นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ปฐมนิเทศนักเรียน นักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566” และการประชุมผู้ปกครอง ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส.1 ประจำปีการศึกษา 2566 ณ หอประชุมราชธานีศรีวนาไล วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี

ทั้งนี้กิจกรรมการปฐมนิเทศนักศึกษาและประชุมผู้ปกครองในวันนี้ ประกอบด้วย การรับทราบนโยบายในการจัดการเรียนการสอนจากคณะผู้บริหาร ประธานชมรมครูผู้ปกครอง และงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำนักศึกษาและผู้ปกครองพบปะกับครูที่ปรึกษาและครูในสาขาวิชาในชั้นเรียน เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับครู ห้องเรียนและสภาพแวดล้อมภายในวิทยาลัยฯ

จากนั้นในช่วงบ่ายนักศึกษารับฟังการบรรยาย “คุณธรรมนำความรู้สู่สายวิชาชีพ” โดยพระอาจารย์สุจินต์ จารุวรรโณ (พระสอนศีลธรรม) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามด้วยกิจกรรมเข้าฐานท่องเที่ยวภายในสถานศึกษา เพื่อเรียนรู้ สร้างความเข้าใจและสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆได้อย่างดี มีความพร้อมในการเรียนอย่างเต็มที่ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับตนเอง และนำแนวทางการปฏิบัติตนมาประยุกต์ใช้สู่การใช้ชีวิตในรั้ววิทยาลัยฯ รับเปิดเทอมใหม่ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ โดยขานรับนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษา ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ป้องกันภัยยาเสพติดทุกชนิด รวมไปถึงเฝ้าระวังการก่อเหตุทะเลาะวิวาท ตามหลัก 3 ป. ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม 

ในส่วนด้านวิชาการกำชับให้ครูในสถานศึกษานำการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning มาช่วยให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข สนุกกับการเรียน มีทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ตามนโยบายของว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงศ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำหรับการประชุมผู้ปกครอง และนักเรียนใหม่ ในระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.1) ประจำปีการศึกษา 2566 จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ 12 พฤษภาคม 2566

กกต.นครนายกติวเข้มลูกเสือ กกต.เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730161

กกต.นครนายกติวเข้มลูกเสือ กกต.เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

กกต.นครนายกติวเข้มลูกเสือ กกต.เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.06 น.

กกต.นครนายก จัดอบรมลูกเสือ กกต.เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการปลูกจิตสำนึกให้ลูกเสือ

วันที่ 11 พ.ค.66 ที่ห้องประชุมระฆังเงิน ชลพฤกษ์ รีสอร์ท ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นายอุดมพร ทิพย์โพธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการ ความร่วมมือของทุกภาคส่วน กิจกรรมลูกเสืออาสา กกต.เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย รณรงค์ และช่วยเหลือการเลือกตั้ง ส.ส. กิจกรรมอำนวย ความสะดวกผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้ง และปฏิบัติงานหน้าหน่วยเลือกตั้ง 

ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกเสืออาสา กกต. และ ร.ด.จิตอาสาร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตย ได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เสริมสร้างความเป็น พลเมือง มีส่วนร่วม ทางการเมืองและขั้นตอนการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกให้ลูกเสือ อาสา กกต.เห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติ จากนางสาวจุฑารัตน์ ศรีนวลปาน ศึกษาธิการจังหวัดนครนายก และผู้ตรวจการ กกต.และลูกเสือ ร.ด.ที่เข้าร่วมอบรม จำนวน 123 คน คาดว่าลูกเสืออาสาและ ร.ด.จิตอาสาจะได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติ และมีส่วนร่วมในการรณรงค์ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ การเลือกคนดีให้มาปกครองบ้านเมือง การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม ให้แก่เพื่อนๆ และเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือและให้ บริการประชาชน ที่มาเลือกตั้งหน้าหน่วยเลือกตั้งให้ได้รับบริการเป็นอย่างดี  

แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729897

แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จัดงานประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ “Raising the Bar in Management of Heavy Menstrual Bleeding” โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการดูแลรักษาภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูตินรีเวชกว่า 100เข้าร่วมงาน

การที่ประจำเดือนมากผิดปกติ ว่าเป็นสัญญาณอันตราย สถิติหญิงไทยจำนวนหนึ่งเกิดภาวะประจำเดือนมากผิดปกติ เตือนอาจเป็นสัญญาณ
โรคร้าย แนะวิธีสังเกตประจำเดือนเป็นลิ่มใช้ผ้าอนามัยเต็มชุ่ม 3 แผ่นขึ้นไปในช่วงกลางวัน หรือต้องลุกเปลี่ยนในช่วงกลางคืน ย้ำรีบพบแพทย์ก่อนเข้าสู่ภาวะโลหิตจาง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเนื้องอก มะเร็ง พร้อมให้ข้อมูลทางเลือกการรักษาหลายรูปแบบ ตั้งแต่การใช้ยาปรับฮอร์โมนนวัตกรรม จนถึงการผ่าตัดรักษาเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้หญิง

ส่วนสาเหตุของภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติที่พบบ่อย เกิดจากเนื้องอกมดลูก เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ในกล้ามเนื้อมดลูก การทำงานผิดปกติของรังไข่ มีผลทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หากไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช เพื่อตรวจหาสาเหตุ หากเกิดจากเนื้องอก หรือมะเร็ง ก็จะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป หรือบางรายอาจเกิดจากมีเลือดออกมามากจากกลไกการมีประจำเดือน ทำให้เลือดออกไม่หยุด ก็สามารถให้ยารักษาได้

สำหรับการรักษา แพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกาย ตรวจภายใน อัลตราซาวนด์ โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ในบางรายอาจต้องตรวจชิ้นเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกด้วย เพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ส่วนแนวทางการรักษานั้น มีทั้งการผ่าตัดหากคนไข้เป็นเนื้องอกก้อนใหญ่ อายุไม่มาก และยังไม่ถึงวัยใกล้หมดประจำเดือน หากเป็นรายที่มีอายุใกล้ถึงวัยหมดประจำเดือนจะทำการรักษาด้วยยา เพื่อรอเวลาให้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ในรายที่ไม่มีพยาธิสภาพ พยาธิสภาพไม่มาก หรือก้อนเนื้อเล็ก ก็ให้การรักษาด้วยยาก่อน โดยแพทย์จะพิจารณาคนไข้แต่ละรายว่ามีข้อห้ามในการใช้ยาตัวไหนบ้างหรือไม่ หากไม่มีเลยจะให้ข้อมูลคนไข้ถึงทางเลือกในการรักษาทั้งหมด และให้คนไข้มีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการรักษา ซึ่งปัจจุบันนวัตกรรมของยาพัฒนาไปมากเพื่อลดอาการข้างเคียงของยา ลดขนาดยาลง ใช้ฮอร์โมนธรรมชาติมากขึ้น และเลือกฮอร์โมนตัวใหม่ๆ ที่มีผลข้างเคียงน้อยมาใช้

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729892

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสาวอนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัล “JGAB Young Designer Competition 2023” ให้นักศึกษาผู้ชนะการประกวดสุดยอดนักออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับ ใน Concept “อาเซียนร่วมสมัย”เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729896

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม  ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำ 20 นวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ ปี 2019-2022” รวม 4 ปีพร้อมด้วยครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ 7 คน ร่วมทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเสริมสร้างทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้

โดยทั้งหมดได้เข้าเยี่ยมชม อาทิ ฮอนด้า เวลคัม พลาซ่า อาโอยามะ (Honda Welcome Plaza Aoyama) ซึ่งตั้งอยู่ในบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น โดยภายในจัดแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์หลากหลายรุ่น รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ของฮอนด้าที่ตอบโจทย์เป้าหมายในปี 2593 (Honda Target 2050) ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของฮอนด้าทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality)และสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Zero TrafficCollision Fatalities) และท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโตเกียวอีกหลายแห่ง

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729894

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี  ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (OOE SPU) ต้อนรับ ดร.องอาจ เทียบเกาะ รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและบุคลากร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการบริหารการจัดการเรียนการสอนแบบ e-Learning รวมถึงการผลิตสื่อดิจิทัล โดยมีดร.วรสรวง ดวงจินดา ผู้อำนวยการสำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ และทีมงาน OOE SPU ร่วมถ่ายทอดความรู้พร้อมการบรรยายสรุปในเรื่องความสำคัญในการบริหารจัดการการศึกษาด้านระบบ e-learning

นอกจากนี้ ยังได้ดูงานรูปแบบการดำเนินการ e-learning ในปัจจุบัน และการผลิตสื่อดิจิทัล ตลอดจนปัญหาต่างๆ รวมถึงแนวทางการแก้ไขในการดำเนินงานอีกทั้งให้ข้อมูลในการนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของ BUB ต่อไป อีกทั้งเพื่อเป็นการยกระดับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม.(บางเขน) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023 ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729900

นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023  ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023 ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ Head of Research Unit in Finance and Sustainability in Disruption Era สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ได้นำเสนอหัวข้อเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้สูงวัยก้าวข้ามอุปสรรคทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมในการจ้างงาน บนเวที TED 2023 : Possibility “Leaping Boldly into New Global Realities” ที่ Vancouver ประเทศแคนาดา เมื่อเร็วๆ นี้

รศ.ดร.ปิยะชาติได้สื่อสารออกไปในมุมตรงกันข้ามกับสังคมที่มีต่อผู้สูงวัย How to unlock ที่เห็นว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาเป็นข้อจำกัดในการทำงานผู้สูงวัยได้ จากความเชื่อของคนทั่วโลกที่ว่าผู้สูงวัยไม่มีศักยภาพเพียงพอในการทำงาน หรือค่าจ้างสูงกว่าคนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็นการปิดโอกาสผู้สูงวัยในการทำงาน ในปีค.ศ.2050 จะมีผู้สูงวัย สองพันล้านคน และ 80% ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา ผู้สูงวัยจำนวนมากจะไม่มีรายได้ และโดยส่วนตัวมีความเสียดายประสบการณ์ องค์ความรู้ในการทำงานที่สะสมมายาวนาน ด้วยคิดว่าบางลักษณะงานต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้สูงวัย เพื่อสนับสนุนการทำงานให้เป็นไปได้ด้วยดี โดยเสนอว่าควรนำ Senior Employment Technology มาทำให้ผู้สูงวัย transform กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคนในประเทศนั้นๆ ที่ราคาไม่แพงเข้าถึงง่าย เพื่อขจัดอุปสรรคของผู้สูงวัย

อุปสรรคทางด้านร่างกายที่ไม่เอื้อการทำงาน หรือยกของหนัก รศ.ดร.ปิยะชาติได้เสนอให้ใช้เทคโนโลยีช่วย และใช้ระบบ Remote Working การทำงานที่บ้านโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ช่วยลดอุปสรรคด้านการเดินทาง สำหรับอุปสรรคทางสมอง ทางความจำ เสนอให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจำหรือช่วยไกด์วิธีการใช้งานหรือบางงานใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานบางอย่างรวดเร็วขึ้น เพื่อให้ผู้สูงวัย ใช้ทักษะ ประสบการณ์ทางด้านอื่นๆ ในการทำงานได้ สิ่งที่ขาดคือเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งถ้าสิ่งเหล่านี้จุดประกายให้หลายๆ ภาคส่วนเข้ามาร่วมมือกันเพื่อเกิดการพัฒนาในส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงวัยกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อม เช่น เรื่องซอฟต์แวร์ เอ็นจิเนียริ่ง นักวิศวกร ร่วมมือกับนักลงทุน และเชื่อว่าการพัฒนาในส่วนนี้จะมีตลาดรองรับ และตลาดจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ผู้สูงวัยที่ต้องการทำงาน อาจจะเป็นเรื่องของการเงิน หรือบางส่วนอาจเป็นเรื่องของคุณค่าในตัวเอง ในอนาคตผู้สูงวัยทั่วโลกจะมีจำนวนมหาศาล และยังมีส่วนขับเคลื่อนการทำงานเศรษฐกิจและสังคมได้ โดยเป็นทรัพยากรที่มีความรู้ มีประสบการณ์ มีค่ากับประเทศ เพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจและสังคม และไม่เป็นภาระกับประเทศอย่างที่คิดกัน และยังช่วยลดภาระทางการเงินของประเทศได้อย่างมาก

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729899

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐานสากล IDDSI ครบคุณค่าโภชนาการ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะเคี้ยวและกลืนลำบากและกลุ่มผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทและสมอง โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ที่มีอาการข้างเคียงจากการรักษา เช่น เยื่อบุในช่องปากอักเสบ มีแผลบวมแดงร้อนภายในปาก และกินอาหารได้เฉพาะอาหารที่บดละเอียดและมีความนิ่มเท่านั้น

อาหารฝึกกลืนเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมายังไม่มีมาตรฐานอาหารฝึกกลืนมาก่อน หนังสือ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI นับเป็นเมนูอาหารเล่มแรกที่ทำเกี่ยวกับอาหารฝึกกลืนให้ได้มาตรฐานสากล IDDSI” ผู้จัดทำหนังสือมีความมุ่งหวังให้หนังสือเล่มนี้ช่วยผู้ดูแลหรือญาติให้สามารถจัดเตรียมและทำอาหารที่เหมาะสมให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยได้เองที่บ้าน โดยในหนังสือมีเนื้อหาให้ความรู้ด้านอาหารโภชนาการและโภชนบำบัด ประกอบด้วยเมนูอาหารคาว อาหารหวาน และเมนูเครื่องดื่มตามมาตรฐาน IDDSI ในระดับต่างๆ ที่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย รวมถึงผู้ดูแล สามารถเลือกทำได้หลากหลายเพื่อช่วยให้ผู้ที่มีภาวะเคี้ยวและกลืนลำบากบริโภคได้ดีขึ้น ลดการเกิดภาวะทุพโภชนาการและภาวะแทรกซ้อนของโรค

เมนูอาหารทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ได้แนวคิดและคำแนะนำผ่านการสำรวจความเห็นจากบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยมาแล้ว ทีมวิจัยได้นำร่องให้นักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร และนักกิจกรรมบำบัด นำเมนูอาหารจากหนังสือ “46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI” ไปทดสอบกับผู้ป่วยในโรงพยาบาลแล้วหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดและจะมีการต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบาก นอกจากเมนูอาหารที่ญาติและผู้ดูแลสามารถนำไปใช้ในการปรุงอาหารให้ผู้สูงอายุได้เองแล้ว ในอนาคต การวิจัยนี้สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูปและอาหารหวานโปรตีนสูง เช่น พุดดิ้งกลิ่นส้ม กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก กินง่ายขึ้น เจริญอาหาร ได้รับสารอาหารที่เหมาะกับร่างกาย และมีสุขภาวะที่ดีขึ้น

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด “หนังสือ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI” ได้ในรูปแบบE-book ที่เว็บไซต์ของสมาคมนักกำหนด
อาหารแห่งประเทศไทย https://www.thaidietetics.org/?p=9032หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.080-3387443