นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729895

นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สาขาวิชาธุรกิจการบิน (International Airlines Business) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPUIC) เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายกว่า 50 คน เยี่ยมชมการเรียนการสอนวิชา In-flight Services ที่ห้องปฏิบัติการจำลองการบิน (Aircraft Mock-up Room) มีการสาธิตการปฏิบัติหน้าที่ของลูกเรือด้วยอุปกรณ์จริง พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730002

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.17 น.

สพม.ย้ายด่วน ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่ เผยสร้างความแตกแยก ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ

เมื่อวันที่​ 10​ พ.ค.66 ที่โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนกว่า 100  คน รวมถึง ศิษย์เก่ารวมตัวแต่งชุดดำและนักเรียนแสดงสัญลักษณ์ด้วยการผูกโบว์สีเขียวไว้ที่ผม ที่ข้อมือ ขณะที่ด้านหน้าของโรงเรียนมีการรวมตัวชูป้ายข้อความประท้วง คนตะกั่วป่าไม่ต้องการ ผอ.ปาจรีย์ หรือคำว่า ผอ.ดีมีรึจะถูกไล่ เพื่อขับไล่ ปาจรีย์ สุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล พร้อมกับเปิดเพลงมาร์ชของโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูลที่ติดตั้งบนรถแห่ จากนั้นได้รวมตัวเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกับปราศรัยโจมตีการทำงานของ ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูลเป็นระยะ         

สืบเนื่องจากการบริหารงานของผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล” นับตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งสถานศึกษาแห่งนี้ มีประเด็นความไม่เหมาะสมและเกิดความผิดพลาดต่างๆจากการบริหารงานอย่างมากมายภายในโรงเรียน ทุกภาคส่วนมีความเห็นพ้องกันว่าผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” ไม่มีความสามารถในการบริหารโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพได้ ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของนักเรียนและสถานศึกษาอย่างชัดเจน การบริหารงานสร้างความแตกแยกในองค์กร บุคลากรขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ขาดการพัฒนา ปรับปรุงอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภคที่สะอาด เหมาะสมและปลอดภัยต่อนักเรียน ในการนี้ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายผู้ปกครอง และสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล”  ได้หารือกันเป็นระยะๆตลอดมา และถึงตอนนี้ทุกภาคส่วนมีความเห็นพ้องต้องกันว่า เพื่อมิให้คุณภาพการศึกษาและภาพลักษณ์ของโรงเรียนตกต่ำไปมากกว่านี้ โรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล” ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารสถานศึกษาเท่านั้น

โดยกลุ่มผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและนักเรียนได้ยื่นหนังสือต่อนายจักรกฤษณ์ ศิริวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ที่เดินทางมารับหนังสือจากผู้ปกครอง โดยข้อเรียกร้องของผู้ปกครองและศิษย์เก่า ขอให้สำนักงานเขต ย้าย ผอ.ปาจรีย์ ออกจากโรงเรียนภายใน 24 ชั่วโมง แต่ทางด้านของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กล่าวว่าตนเองจะรับหนังสือเพื่อนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาให้พิจารณาในข้อเรียรกร้องต้องใช้เวลาในการสอบสวน 7 วัน ถึงจะทราบผล สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ปกครอง โดยกลุ่มผู้ปกครองและศิษย์เก่าของ โรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล ยืนยันว่าถ้าวันนี้ไม่มีความชัดเจนว่า ผอ.ปาจรีย์ ต้องย้ายออกจากโรงเรียน พวกตนจะไม่ยุติการชุมนุมอย่างเด็ดขาด 

จากนั้นนายจักรกฤษณ์ ศิริวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง คณะครู ผอ.ปาจรีย์ ได้ปิดห้องหารือเพื่อหาทางออก ใชเวลากว่า 1 ชั่วโมง ส่วนทางด้านนอกอาคารเรียน กลุ่มผู้ปกครองครู ศิษย์เก่า และนักเรียนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของทาง ผอ.ปาจรีย์ ก็ยังคง ปราศรัย พร้อมยืนยัน ผอ.ปาจรีย์ ต้องย้ายด่วนภายใน 24 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา  10.30น.ทางคณะของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ได้ออกมาพบกับผู้ชุมนุมพร้อมกับกล่าวว่า ทางสำนักงานเขตได้มีมติย้าย นางสาวปาจรีย์ สุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูลสุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล ไปปฎิบัติหน้าที่ราชการที่จังหวัดระนอง ให้มีผลทันทีวันนี้ โดยทางนางสาวปาจรีย์ สุวัตถิกุล.จะต้องเดินทางไปรายงานตัวในวันพรุ่งนี้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างปรบมือโห่ร้องด้วยความดีใจ.-008 
 

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729856

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.22 น.

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ หนุนสร้างการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ยึดเด็กเป็นตัวตั้ง ลดความเหลื่อมล้ำ ปรับบทบาทครูอาจารย์จากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

10 พฤษภาคม 2566 ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวในการประชุมสัมมนา “Igniting Life Learning journey : จุดประกายเส้นทางการเรียนรู้” ที่จัดโดย บริษัท ไอริส คอนซัลติ้ง จำกัด (ไบร์ทเทอร์บี) โดยระบุว่า สมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างมืออาชีพในปัจจุบัน สำหรับเด็กยุคใหม่นั้น ไม่ได้ต้องการความเก่งอย่างเดียว แต่ต้องทำงานมีความสุขด้วย โดยได้หยิบยก 3 ทักษะหลัก

ทักษะที่ 1 คือ Critical skill ซึ่งเป็นที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการทำงาน ประกอบด้วย 2 ทักษะหลักคือ Hard Skill ซึ่งต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ และ Soft Skill หรือทักษะทางสังคม ที่นักศึกษาจำเป็นต้องได้รับการเรียนรู้ และนำไปใช้ เพราะในการเรียนการสอน ถ้าให้ความสำคัญแต่วิชาการเพียงอย่างเดียว เมื่อต้องไปทำงานจริง จะอยู่ไม่ได้ ทำงานกับคนอื่นไม่ได้ และงานก็จะก้าวหน้าไม่ได้ด้วย

ทักษะที่ 2 คือ Future skill คือการทำตัวเราให้พร้อมตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเราจะสามารถรับมือได้ โดยต้องมีความรู้ทั้งด้านกว้างและด้านลึก ยกตัวอย่าง อาชีพหมอ ความรู้เชิงลึกคือการแพทย์ การรักษาคน ขณะเดียวกันเมื่อไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล ต้องอยู่กับคนทั้งอำเภอ ภาระหน้าที่ต้องทำมากกว่าหมอทั่วไป คือไม่ใช่แค่รักษาคนไข้ แต่ต้องเป็นผู้นำชุมชน ต้องมีความรู้เชิงกว้างด้วย การเตรียมพร้อมที่ปรับตัวได้เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ และคนแบบนี้จะเรียกได้ว่าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ทักษะที่ 3 Life Skill หรือ ทักษะชีวิต ถ้าเรามีทักษะชีวิตที่ดี การทำงานจะออกมาดีมาก ผลงานก็โดดเด่น มีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งการมีทักษะชีวิตคือ รู้ว่าเรามีเป้าหมายอะไร ความหมายของชีวิตเราคืออะไร เราเกิดมาเพื่ออะไร การมีทักษะชีวิตที่ดี จะรู้ว่าจะสามารถดูแลรับผิดชอบครอบครัวได้อย่างไร รู้ว่าอะไรดีไม่ดี และหากเรามีทั้ง 3 ทักษะนี้ ในสัดส่วนที่เหมาะสม งานก็จะก้าวหน้า ชีวิตก็จะมีความหมายและมีความสุข ซึ่งจะส่งผลให้คนรอบข้างเจริญตามไปด้วย

ผู้อำนวยการ สอวช. ยังได้ยกคำสอนของ ขงจื๊อ ที่จำแนกคนออกมาเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

1. สามัญชน คือคนที่ไม่ค่อยอยู่ในระเบียบวินัย ทำอะไรไปตามอำเภอใจ ไม่รู้กฎเกณฑ์สังคมว่าคืออะไร เป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาคนอื่น ทำงานได้แต่ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

2. บัณฑิต เป็นกลุ่มที่พอจะรู้หลักเหตุผล ทำงานได้ เลี้ยงตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้ แต่ยังไม่มีอะไรโดดเด่น ที่ทำให้เกิดผลกระทบคนอื่นได้ ความก้าวหน้าก็จะค่อยเป็นค่อยไป

3. ปราชญ์ สามารถทำงานที่อยู่ในทำนองคลองธรรม พูดจาน่าเชื่อถือ มีหลัก มีคุณธรรม มีอะไรที่เป็นแบบอย่างให้คนทั่วไปได้

4. วิญญูชน เป็นคนที่มีความรู้ มีความสามารถในการศึกษาเรียนรู้ บ่มเพาะคุณธรรม จริยธรรมของตัวเอง พูดจริง ทำจริง ไม่โกหก มีความสามารถที่ลึกล้ำหาคนเทียบได้ยาก

5. อริยบุคคล เป็นคนที่เก่งอย่างล้ำลึก และทำอะไรให้เกิดผลที่ยิ่งใหญ่ เกิดผลดีทั้งต่อครอบครัว องค์กร สังคม และทำผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้ก้าวหน้าและเจริญขึ้น โดยที่คนรอบข้างอาจไม่รู้ว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นแล้ว

“ถ้าเราอยากได้คนที่อยู่ในกลุ่มวิญญูชน ก็ต้องพัฒนาคนให้มีสมรรถนะที่ตอบโจทย์ ไม่สร้างผลกระทบในแง่ลบให้กับตนเอง องค์กร และประเทศชาติ เกิดเป็นวงจรคุณธรรม คือพาคนให้ก้าวหน้า พัฒนาขึ้นทั้งหมด” ดร.กิติพงค์ กล่าว

สำหรับแนวทางการสร้างสมรรถนะให้กับเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงนิเวศการเรียนรู้ที่จำเป็นต่อการเติบโตของเด็ก ๆ ในยุคนี้ ดร.กิติพงค์ กล่าวว่า การที่จะได้มาซึ่งสมรรถนะมีหลากหลายช่องทางมาก ตั้งแต่ช่องทางใหญ่ ๆ คือเรื่องการศึกษา ที่ใส่มาในหลักสูตร ต้องรู้วิธีการสอดแทรกเข้าไปผ่านกิจกรรม ที่ทำให้เกิด Learning by doing ทำให้เด็กมีทักษะ มีสมรรถนะ และมี Growth mindset ส่วนต่อมาคือ การเรียน ที่ต้องยึดเด็กเป็นตัวตั้ง ถ้าต้องการเห็นสมรรถนะอะไรในตัวเด็ก ต้องถอยกลับมามองว่าจะทำให้เกิดสมรรถนะนั้นต้องทำอย่างไร ซึ่งสิ่งที่จะช่วยได้เยอะคือ design thinking

“การ Learning by doing เป็นการเรียนโดยการลงมือลงมือปฏิบัติจริง จะเกิดผลอย่างมาก แต่ต้องมีคนคอยช่วยเป็นเมนเทอร์ เป็นโค้ช อาจารย์มีบทบาทสำคัญมาก แต่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองจากมาสเตอร์ เปลี่ยนเป็น facilitator หาวิธีสนับสนุนส่งเสริมเด็กแต่ละคนให้ไปในทิศทางที่พวกเขาสนใจ ให้ความสำคัญกับเด็กทุกคนในชั้นเรียน ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ทำให้เด็กที่มีต้นทุนไม่เท่ากัน สามารถเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ สิ่งต่อมาคือการสร้างระบบนิเวศ สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ของเด็ก ต้องไปหาให้เจอว่าองค์ประกอบของระบบนิเวศ หรือ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้นั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และองค์ประกอบเหล่านั้นต้องปรับอย่างไร อีกทั้งตัวผู้บริหาร ครู ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ฝึกการเป็น facilitator การรับฟัง มองถึงจุดแข็งของเด็ก และหาแนวทางส่งเสริมอย่างเหมาะสม” ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729850

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.16 น.

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากรทางการศึกษา วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง  

10 พ.ค.66 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ตรงกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงสัปดาห์นี้ถือเป็นโค้งสุดท้าย ดังนั้นขอย้ำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน วางตัวเป็นกลาง ในฐานะข้าราชการจะฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ รวมถึงการอนุมัติใช้สถานที่ราชการ จะต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ถ้าอนุญาตให้พรรคการเมืองใดใช้สถานที่ ก็จะต้องอนุญาตให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้สถานที่ได้ด้วยเพื่อความเป็นกลาง และสุดท้ายคือการใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นสิทธิเฉพาะตัวบุคคล ขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยที่มีชื่ออยู่ ขอเชิญชวนให้ข้าราชการครูและบุคาลกรทางการศึกษา รวมถึงประชาชนทุกคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก ๆ ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม  -009

ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์วัดป่าโนนแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729802

ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์วัดป่าโนนแพง

ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์วัดป่าโนนแพง

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.19 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยนำพุทธศาสนิกชนถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์ วัดป่าโนนแพง เพื่อน้อมรำลึกและถวายเป็นอาจาริยคุณแด่หลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร พระอริยสงฆ์แห่งวัดป่าบ้านแพง เพื่อประโยชน์ในด้านการศึกษาเรียนรู้พระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ของเยาวชนจังหวัดนครพนมสืบไป

10 พ.ค. 66) เวลา 08:39 น. ที่วัดป่าโนนแพง ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานประกอบพิธีถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์ เพื่อระลึกถึงหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าโนนแพง ซึ่งได้รับเมตตาจาก พระครูใบฎีกากฤษณ์ กิตติญาโณ (พระอาจารย์ตุ๋ย) เจ้าอาวาสวัดนิมิตโพธิญาณ อ.เพ็ญ จ. อุดรธานี เป็นประธานสงฆ์ พระสมุห์นิพนธ์ วิจิตฺโต เจ้าคณะตำบลบ้านแพง – นาทม (ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าโนนแพง อำเภอบ้านแพง นำคณะสงฆ์ประกอบพิธี โดยมี นายอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางสงวน จันทร์พร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม นางกาญจนี รุจนเสรี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกำแพงเพชร นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายจิรศักดิ์ สีหามาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายสมาน พั่วโพธิ์ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวกนกพร ไชยศล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครพนม นายอดิศักดิ์ นามวงค์ นายอำเภอบ้านแพง นายสุพรรณ โกศล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแพง นายธนากร – นางมณฑาทิพย์ วีรชาติยานุกูล ผู้บริหารศูนย์การค้ายูดีทาวน์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธี

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 06.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีปล่อยสัตว์น้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต แล้วประกอบพิธีทำบุญถวายมหาสังฆทาน และนำผู้ร่วมพิธีเดินเท้ามายังกุฏิหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร เพื่อประกอบพิธีถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์ ลั่นฆ้องชัย และร่วมปลูกต้นไม้มงคล ด้วยเจตนาที่มีความศรัทธาต่อบวรพระพุทธศาสนา เพื่อถวายเป็นอาจาริยบูชาน้อมรำลึกถึงพระคุณของหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร ผู้เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของประชาชนชาวจังหวัดนครพนม จังหวัดอุดรธานี และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า “กุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์” เป็นเสนาสนะที่พักอาศัยของหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร อดีตเจ้าวาสวัดป่าโนนแพง พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้เป็นพระอริยสงฆ์เป็นหลักชัยในการอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ โดยเน้นให้ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว ใครจะว่า จะด่าอะไรก็ให้ทนอย่าโกรธ ให้รักษาอารมณ์ไว้อย่าให้ขุ่นมัว ให้หมั่นดูจิตของตนเองตลอดเวลาให้รู้เท่าทันมัน ไม่ส่งออกไปกระทบอารมณ์ภายนอก และเน้นหนักในด้านการทำความเพียรให้หนัก เพื่อหลุดพ้นจากวัฏสงสารนี้ ท่านได้เน้นย้ำคำสอนว่า ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ถ้าตั้งใจจริง ปฏิบัติอย่างจริงจัง จะเห็นผลในไม่ช้า ไม่ต้องมากล่าวโทษว่าบุญไม่ถึง บารมีไม่ถึง มีเวรมีกรรมมากเหล่านี้ เป็นต้น

“หลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร ได้ละสังขารไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2545 จังหวัดนครพนม จึงได้ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อสารมวลชน นำโดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย บริจาคปัจจัยเป็นทุนทรัพย์ในการปฏิสังขรณ์กุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์ ซึ่งได้ประกอบพิธีบวงสรวงบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งบัดนี้การดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ตามความมุ่งมั่นตั้งใจของทางราชการและศิษยานุศิษย์ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จึงขออนุโมทนากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ภายใต้การนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม” ปลัด มท. กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนยังได้เน้นย้ำให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พัฒนาการจังหวัดนครพนม รวมถึงนายอำเภอบ้านแพง ได้ร่วมกับทีมอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และทีมตำบลบ้านแพง ในการพัฒนาพื้นที่วัดป่าโนนแพงแห่งนี้ ตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือดำเนินโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข “ระดับปฏิบัติการเชิงพื้นที่” ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม บูรณาการภาคีเครือข่ายทำให้วัดเป็นสถานที่สัปปายะ เป็นสถานที่พักแก่ผู้เข้ามาพึ่งพาบำบัดทุกข์และเสริมสร้างความสุขทั้งแก่กายและใจ อันจะนำไปสู่ความวัฒนาสถาวรของชาติและสถาบันพระพุทธศาสนา ด้วยการทำให้วัดป่าโนนแพงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ทั้งหลักธรรมคำสอนบวรพระพุทธศาสนา หลักวัตรปฏิบัติตามคำสอนของครูบาอาจารย์ มีหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร เป็นอาทิ รวมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพึ่งพาตนเอง พร้อมทั้งพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” ปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร และเป็นแหล่งเรียนรู้ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านในการหลอมรวมความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำใจ ความเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงในหลักธรรมคำสอน และถ่ายทอดสู่เด็ก เยาวชน ลูกหลานชาวบ้านแพง และชาวจังหวัดนครพนม รุ่นต่อไป สอดคล้องกับพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” อันจะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขอย่างยั่งยืน

พระสมุห์นิพนธ์ วิจิตฺโต เจ้าคณะตำบลบ้านแพง – นาทม (ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าโนนแพง กล่าวสัมโมทนียกถา ความโดยสรุปว่า ย้อนไปเมื่อปี 2545 ในปีที่หลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโรละสังขาร ท่านได้รับปากกับหลวงปู่ว่า เราจะร่วมกันสืบสานเจตนาอันบริสุทธิ์ของหลวงปู่ต่อสถาบันหลักของชาติอันได้แก่ 1) ชาติ แผ่นดินไทย 2) พระศาสนา 3) พระมหากษัตริย์ และเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 พวกเราศิษยานุศิษย์ทุกคนได้ร่วมกันถวายพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ ตามคำปรารภของหลวงปู่ ณ วัดนิมิตโพธิญาณ เป็นสัปปายะสถานและแหล่งเรียนรู้ให้กับอนุชนคนรุ่นหลังได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และในวันนี้ ด้วยศรัทธาอันแรงกล้าของโยม ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยทางจังหวัดนครพนม และศิษยานุศิษย์ทุกสาย ได้ร่วมกันสมัครสมานสามัคคีบูรณะปฏิสังขรณ์ เสนาสนะ “ขนฺติกโรอนุสรณ์” อันเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ จนเสร็จสมบูรณ์ นับเป็นมหาบุญมหากุศล ที่จะทำให้เกิดประโยชน์อันไพศาลแก่พระพุทธศาสนา และการศึกษาเรียนรู้ของอนุชนคนรุ่นหลังต่อไป ขออานิสงส์ทั้งหมดได้อุทิศให้กับลูกหลานและญาติโยมทั้งหลายที่ร่วมบุญกุศล ที่มาด้วยความศรัทธาในทิศทั้ง 8 คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกท่านทุกคน และขอให้ทุกคนตอบแทนแผ่นดินเกิดตัวเอง ทำคุณให้พ่อแม่ทำคุณให้แผ่นดินไทยของพวกเราทุกคนตลอดไป

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปิดสมัยประชุมสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548703

11 พ.ค. 2566

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปิดสมัยประชุมสภา

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯปิดสมัยประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป

พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาพ.ศ. 2566
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ไว้ ณ วันที่ 8พฤษภาคม พ.ศ.2566
เป็นปีที่ 8ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ได้มีประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2566 ตั้งแต่วันที่ 23พฤษภาคม
พ.ศ. 2566นั้น บัดนี้ สมควรที่จะให้ปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาดังกล่าว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่
24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

ราชกิจจานุเบกษา ปิดสมัยประชุมรัฐสภาราชกิจจานุเบกษา ปิดสมัยประชุมรัฐสภา

มาดามเดียร์ – องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548695

10 พ.ค. 2566

มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.

วทันยา บุนนาค ” มาดามเดียร์” ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคฯ เดินสายช่วยผู้สมัครสส.ประชาธิปัตย์ วณิชชา ม่วงศิริ ,ชยิน พึ่งสาย ที่ลงสมัครเขตฝั่งธน “องอาจ” ระบุปราศรัยใหญ่”ประชาธิปัตย์”ศุกร์นี้ อภิสิทธิ์ ร่วม

น.ส.วทันยา บุนนาค ( มาดามเดียร์) ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ย่านบางบอน ช่วย น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางบอน-จอมทอง-หนองแขม เบอร์ 9 หาเสียงเลือกตั้ง   โดยขึ้นรถแห่ไปที่ ซ.กำนันแม้น ทักทายประชาชนในหมู่บ้าน แล้วลงเดินตลาดพิบูลย์วิทย์ 6 พบปะผู้ค้า ประชาชนที่มาจับจ่าย  พร้อมฝากให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งคนทั้งพรรค

จากนั้น ไปต่อที่ซอยประชาอุทิศ 69 สมทบกับทีมของ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วย นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร เขตทุ่งครุ-ราษฎร์บูรณะ เบอร์ 7 หาเสียงเลือกตั้ง โดยย่านนี้มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งยังเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันฟุตซอลกระชับมิตร เชื่อมสัมพันธ์ 4 มัสยิด

นายองอาจ กล่าว ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้าย ซึ่งเหลืออีกเพียง 3 วัน ว่า เน้นไปทุกจุดที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สนับสนุนพรรค ก็พยายามไปกระตุ้นให้ใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด รวมทั้งชุมชนที่อาจจะยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ก็พยายามจะเข้าไปขอคะแนนเสียงให้การสนับหนุนพรรคประชาธิปัตย์ทั้งระบบเขต เบอร์ต่าง ๆ และบัญชีรายชื่อ เบอร์ 26  จะพยายามรณรงค์ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากที่สุด

ขณะเดียวกันการปราศรัยใหญ่วันศุกร์ที่ 12 พ.ค.  เป็นครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรค จะมาขึ้นเวทีปราศรัยทิ้งทวนในวันสุดท้าย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นจุดแข็งของพรรคให้มากที่สุด คือความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพรรค และเรื่องนี้ทำให้ประชาชนให้การสนับสนุนพรรคมาโดยตลอด 77 ปี อีกทั้งที่ผ่านมาประชาชนก็มีความกังวลในเรื่องของการดูดและซื้อสส. ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความไม่สุจริต รวมถึงการซื้อเสียงด้วย และระบาดไปเกือบทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการนำไปสู่การทำการเมืองที่ไม่สุจริต พรรคประชาธิปัตย์ก็พยายามจะเน้นสิ่งที่พรรคยึดถือมาโดยตลอดให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการสนับสนุนพรรค และเลือกผู้สมัครของพรรคทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ กกต. อย่างมาก จนกังวลว่าวันที่ 14 พ.ค. อาจจะมีปัญหาอีกนั้น  มองว่า การเลือกตั้งล่วงหน้ามีความบกพร่องหลายอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะ กกต. ชุดนี้ก็เคยผ่านการเลือกตั้งมาแล้วในปี 2562 ไม่ใช่ชุดที่มาใหม่ และทีมเจ้าหน้าที่ที่ทำงานก็ล้วนแต่มีประสบการณ์ในการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นข้อผิดพลาดต่าง ๆไม่ควรเกิดขึ้น

ขณะนี้ยังมีเวลาก่อนวันเลือกตั้ง เชื่อว่า กกต. เห็นข้อผิดพลาดแล้วควรรีบแก้ไข อย่าให้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้าเกิดขึ้นอีก เพราะจะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในผลการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นอันตรายมากต่อประชาธิปไตย ถ้าคนที่คุมกฎกติกาไม่สามารถรักษากติกาให้คนมีความรู้สึกเชื่อมั่นได้ ก็จะเป็นอันตรายมาก และถ้าคนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ทั้งที่พยายามรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

ด้าน น.ส.วทันยา กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงในหลายจังหวัด ว่า ประชาชนยังคงให้การตอบรับพรรคประชาธิปัตย์อย่างอบอุ่น โดยเฉพาะเวทีปราศรัยในโซนของจังหวัดภาคใต้ ถือว่ากระแสตอบรับและความเชื่อมั่นของคนใต้ต่อพรรคประชาธิปัตย์ยังคงมีอยู่สูงมาก ทั้งนี้แกนนำพรรคทุกคนก็พยายามจะเข้าไปช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ได้คนทำงานมากที่สุด
 

มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.

วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ย่านบางบอน ช่วย  วณิชชา ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางบอน-จอมทอง-หนองแขม เบอร์ 9 หาเสียงเลือกตั้ง  เช่นเดียวกับ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วย ชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร เขตทุ่งครุ-ราษฎร์บูรณะ เบอร์ 7 หาเสียง

‘เสรีพิศุทธ์’ สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548694

10 พ.ค. 2566

'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง

เวทีหาเสียงพรรคเสรีรวมไทยที่นครพนมระอุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคฯ ได้ทีถล่มยับปม ทิพานัน ศิริชนะ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ  ยิงเลเซอร์หาเสียง บนสะพานพระราม 8 สับใช้ของหลวงหาเสียงอย่างชัดเจน

ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปลาปาก จ.นครพนม  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายมังกร ยนต์ตระกูล รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคอีสาน ได้เปิดเวทีปราศรัยช่วยนายชาญชัย จำคำปา  ผู้สมัคร สส.เขต 4 จ.นครพนม โดยมีผู้ร่วมรับฟังกว่า 8,000  คน โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ปราศัยกรณี น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ  ยิงเลเซอร์หาเสียง บนสะพานพระราม 8 โดยที่ไม่มีความผิดใด ๆ เลย ทั้งที่ผิดระเบียบกกต.และเป็นการใช้ของหลวงหาเสียงอย่างชัดเจน ถือเป็นความไม่ยุติธรรมในการหาเสียง

ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องแต่พยายามแก้ต่างให้ว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต แต่ถ้า น.ส.ทิพานัน ไม่ได้เป็นรองโฆษกรัฐบาล ไม่ได้อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ จะทำได้หรือไม่  สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความไม่เสมอภาคในการหาเสียง และเป็นการใช้ช่องว่างของกฎหมาย  ขณะนี้ความผิดเกิดขึ้นแล้ว  เพราะถ้าทำได้ไม่ผิด พรรคเสรีรวมไทยก็จะขอทำบ้างจะได้หรือไม่  พรรคจะขออนุญาตยิงเลเซอร์หาเสียงตามตึกต่าง ๆ สะพานแขวนต่าง ๆ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

จะเห็นว่าตลอด 8 – 9 ปี ที่ผ่านมาในระบอบประยุทธ์ ได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาอย่างต่อเนื่อง  ถ้าเป็นคนของรัฐบาลทำอะไรก็จะไม่ผิด แต่ถ้าอยู่ฝ่ายค้านทำอะไรก็ผิด   เป้าหมายของพรรคเสรีรวมไทย  คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รื้อองค์กรอิสระที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.หรือมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด เพราะเห็นแล้วว่าตลอด 8 ปี ที่ผ่านมาองค์กรอิสระทั้งหลาย ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงกันข้ามหรือผู้เห็นต่างมากน้อยแค่ไหน


“อยากให้ตัดใจจาก ลุงตู่  หรือพรรคการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาล มาเลือกลุงเสรี เอาไว้ลุยกับแก็งค์ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย เพราะเป็นคนที่กล้าต่อสู้กับสิ่งไม่ถูกต้อง ขนาดนักการเมืองขาใหญ่ในรัฐบาล ยังกล้าจัดการให้เห็นมาแล้ว นับประสาอะไรกับพวกขบวนการค้ายาเสพติด ขบวนการทุนจีนสีเทาหรือข้าราชการกังฉินที่เกาะกินประเทศมายาวนาน รับรองว่าถ้าได้เข้าไปเป็นรัฐบาล  ฟันไม่เลี้ยงแน่เพราะสโลแกนพรรคก็บอกแล้วว่าเสรีมีไว้ลุย”  พล.ต.อ.เสรี  ระบุ

'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง
'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง
'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง
'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง
'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง

ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปลาปาก จ.นครพนม  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และมังกร ยนต์ตระกูล รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคอีสาน ได้เปิดเวทีปราศรัยช่วย ชาญชัย จำคำปา  ผู้สมัคร สส.เขต 4 จ.นครพนม 

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ ‘วีระ ลักษณวิศิษฏ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548693

10 พ.ค. 2566

'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'

ครอบครัวลักษณวิศิษฏ์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อ วีระ พร้อมกล่าวสดุดี เป็นแบบอย่างที่ดีของครอบครัว สอนให้เป็นพลเมืองดี และทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเพลิงศพ แก่ นายวีระ ลักษณวิศิษฏ์ บิดาของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ เมรุวัดเหมืองประชาราม อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โดยมี นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธี และพระเทพปัญญาโมลีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

โดย นายจุรินทร์ ในฐานะบุตรชายคนโต เป็นตัวแทนของครอบครัวลักษณวิศิษฏ์  เผยว่า ครอบครัวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้า ล้นกระหม่อม และเป็นเกียรติอันสูงสุด แก่ผู้วายชนม์และวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ แก่ นายวีระ ผู้เป็นบิดา 

พร้อมกับได้กล่าวไว้อาลัยต่อผู้เป็นบิดาเป็นครั้งสุดท้ายว่า นายวีระ เป็นผู้นำครอบครัวที่ดี มีเมตตากรุณา มีคุณธรรม ให้ความห่วงใย ดูแลและอบรมสั่งสอน บุตร-ธิดา ให้เป็นคนดี ให้การศึกษาที่ดี ทำให้ลูกทุกคน เป็นพลเมืองดีประกอบสัมมาอาชีพอันสุจริต เป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและชาติบ้านเมือง อีกทั้งยังสั่งสอนให้ลูกหลานรู้จักการเสียสละ และความกตัญญู

การสูญเสียนายวีระ ถือเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของ ครอบครัวลักษณวิศิษฏ์ แต่คุณงามความดีที่นายวีระได้ทำไว้ จนเป็นแบบอย่างของครอบครัว และจะเป็นอนุสรณ์อันงดงามที่จารึกและประทับอยู่ในใจของสมาชิกครอบครัว ลักษณวิศิษฏ์และญาติสนิท มิตรสหาย ตลอดไป

'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'

จับตา ‘รมว.มหาดไทย’ คนใหม่ หลัง ‘น้องสมศักดิ์’ หลุดปาก ‘เป็นของคนสุโขทัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548691

10 พ.ค. 2566

จับตา 'รมว.มหาดไทย' คนใหม่ หลัง 'น้องสมศักดิ์' หลุดปาก 'เป็นของคนสุโขทัย'

‘พรรณสิริ’ ปราศรัย ‘เพื่อไทย’ ชนะ ได้เห็นคนสุโขทัยเป็น ‘รมว.มหาดไทย’ ขณะที่ ‘สมศักดิ์’ ตั้งเป้าทำตามฝันกวาด สส.ยกจังหวัด 4 เขต

วันที่ 10 พ.ค. 66 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายรุ่งเรือง พิทยศิริ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้การเกษตร เทิดไท ฟาร์ม อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เพื่อปราศรัยช่วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 1 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย 

พรรคเพื่อไทยหาเสียงจังหวัดสุโขทัยพรรคเพื่อไทยหาเสียงจังหวัดสุโขทัย

น่าสนใจกับประเด็นที่นางพรรณสิริ ขึ้นปราศรัยเอ่ยปากหลังได้ยินแว่วๆว่า “ค่าพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์นอกจากมีคนสุโขทัยเข้าไปเป็น รมว.มหาดไทย”  หากเป็นเช่นนั้นจะยิ่งช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวสุโขทัยได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นขอให้ทุกคนเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้ง 2 ใบ จะได้เกิดแลนด์สไลด์  

นอกจากนี้ในเขต 1 ที่รับผิดชอบอยู่ มีทั้งหมด 21 ตำบล ตนได้ลงพื้นที่ครบแล้ว เหลือเพียงไม่กี่วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ก็ยังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะอยากพบปะกับพี่น้องชาวสุโขทัยให้ได้มากที่สุด 

นางพรรณสิริ กุลนาถศิรินางพรรณสิริ กุลนาถศิริ

ขณะที่พี่ชาย อย่างนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายอำนาจเดิมกำลังจะหมดอำนาจ ดังนั้นพวกเราต้องช่วยกัน ไม่ต่ออำนาจให้พวกเขาอีก ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ ตัดอำนาจ สว.250เสียง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนจะทำก็ตามความฝันให้สำเร็จด้วยการชนะทั้ง 4 เขตของจังหวัดสุโขทัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน