CUVE ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ เปิดตัว 8 สตาร์ทอัพ ผลักดันนวัตกรรมนักวิจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729386

CUVE ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ เปิดตัว 8 สตาร์ทอัพ ผลักดันนวัตกรรมนักวิจัย

CUVE ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ เปิดตัว 8 สตาร์ทอัพ ผลักดันนวัตกรรมนักวิจัย

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซียู เวท เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (ซียูวีอี) บริษัท โฮลดิ้ง คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ภายใต้บริษัท ซียู เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (CU Enterprise, CUE) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ สัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย CUVC 2023 ปีที่ 22 เพื่อนำงานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ ของอาจารย์ในคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มาเผยแพร่ให้กับสัตวแพทย์ นักวิจัย หรือบุคคลที่สนใจได้ศึกษา ซึ่งปีนี้ได้เปิดกว้างนำเสนองานวิจัยจากหลากหลายสถาบันทั่วประเทศ อีกทั้ง ซียูวีอี ยังได้เปิดตัว 8 สตาร์ทอัพที่จะเข้ามาช่วยผลักดันนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ช่วยเกษตรกรและชุมชน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สพ.ญ.สุนทรี ศรีวานิชภูมิ กรรมการ บริษัท ซียู เวท เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด กล่าวว่าซียูวีอี เป็น บริษัทโฮลดิ้ง คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ภายใต้บริษัทซียู เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (CU Enterprise, CUE) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รูปแบบที่มหาวิทยาลัยมี Holding Company หรือนิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุน เป็นรูปแบบสากลที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกนิยมทำกันในปัจจุบัน ผลงานของนักวิจัยบุคลากร หรือคณาจารย์ สามารถต่อยอดทางธุรกิจได้จริง โดยการสปินออฟ (Spin off) ออกมาตั้งบริษัทสตาร์ทอัพ (Start up) มีการเปิดเป็นบริษัทร่วมทุน ระหว่างหน่วยงานเจ้าของโครงการ และภาคเอกชน ดังนั้นผลประโยชน์ในธุรกิจที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรม จะถูกจัดสรรอย่างถูกต้องให้ทุกๆ ฝ่าย (Stakeholders) รวมถึงหน่วยงานเจ้าของโครงการ คือคณะหรือมหาวิทยาลัย นักวิจัย บุคลากร คณาจารย์

ซียูวีอี มีพันธกิจสำคัญ คือสนับสนุนการนำองค์ความรู้ งานวิจัย ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ไปสร้างเป็นธุรกิจนวัตกรรม ในรูปแบบสปินออฟหรือสตาร์ทอัพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นิสิต บัณฑิต ศิษย์เก่าและบุคลากรในคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กิจกรรมหลักของซียูวีอี คือสร้างระบบบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสำหรับ Startup สร้างผู้ประกอบการใหม่โดยจัดกิจกรรมบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการรายใหม่ (Business Incubator/ Accelerator Program) โดยร่วมมือกับ CU Innovation Hub และศูนย์เทคโนโลยีแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UTC) สร้าง Co-Working Space เพื่อบริการพื้นที่การทำงานในแบบครบวงจรให้กับบริษัทสตาร์ทอัพ อย่างไรก็ตาม รูปแบบการร่วมก่อตั้งเกิดบริษัท ไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคลากรของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่สามารถการก่อตั้งและร่วมลงทุนกับบุคคลภายนอกด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากผู้ที่สนใจที่จะต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ก็สามารถร่วมจัดตั้งกับทีมวิจัยได้ โดยจะมีบริษัท ซียู เวท เอ็นเทอร์ไพรส์จำกัด ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ประกอบการและทีมนักวิจัย

ปัจจุบันมีจำนวน 15 บริษัท อยู่ภายใต้โครงการเพาะบ่มเพาะธุรกิจ CUVE และมีตัวแทนธุรกิจนวัตกรรมที่น่าสนใจจำนวน 8 บริษัท ถูกนำมาจัดแสดงเพื่อหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ในงานCUVC 2023 ในครั้งนี้ คือ 1.บริษัทนาโนเนสท์ จำกัด (NANONEST)วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรน์ดคอลฟอร์ท (Colfort) เป็นผลิตภัณฑ์คอลลาเจนไทพ์ทู (CollagenType 2) ที่มีนวัตกรรมการใช้นาโนพาร์ทิเคิล (Nanoparticle) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคข้อต่อข้อเสื่อม ผู้ที่ออกกำลังกายมากผู้สูงอายุ 2.บริษัท เพ็ทเฟรนลี่คอมมูนิตี้ จำกัด (PET-FRIENDLY COMMUNIY) เป็นกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise(SE) ในคอนเซ็ปต์ “หมารวยช่วยหมาจน”มีรูปแบบการสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พรีเมียมสำหรับสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์Pawsitive Plus นำกำไรจากผลประกอบการไปช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัดโดยใช้แพลตฟอร์ม Petitude Plus ที่ช่วยบริหารจัดการการดูแลสุนัขและแมวจรจัดในศูนย์พักพิงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

3.บริษัท พิก มี จำกัด (PIG ME) วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อแปรสภาพของเหลือจากกิจกรรมด้านปศุสัตว์ ให้กลายเป็นวัตถุดิบมูลค่าสูงที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอาง โดยเป้าหมายการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์มีมาจากแนวคิดของเสียจากกิจกรรมด้านปศุสัตว์เหลือศูนย์ สร้างความยั่งยืน (Sustainability) ให้ธุรกิจปศุสัตว์ 4.บริษัท สะมะดุลไลฟ์ (SAMADOL LIVE) เป็นบริษัทที่มีความตั้งใจที่เปลี่ยนแปลงวิถีการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อสัตว์และผู้บริโภค มีเป้าหมายในการใช้ทดแทนยาปฎิชีวนะในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์และสารถนอมอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

5.บริษัท วีมาร์ค เว็นเจอร์ จำกัด (VMARC VENTURE) มีสินค้าและบริการสำหรับสัตว์น้ำสวยงาม พัฒนาผลิตภัณฑ์จากความรู้ทางวิชาการงานวิจัย ประสบการณ์ด้านสุขภาพสัตว์น้ำ 6.บริษัท ซียูเว็ท เบส โมเดล (CUVET BEST MODEL) พัฒนาและผลิตสื่อการสอนกายวิภาคทางสัตวแพทย์เสมือนจริง โดยใช้วัสดุเหลือใช้ เช่น กระดาษและยางพารามาแปลงร่างใหม่ให้กลายเป็น encyclopediaที่สามารถเข้าใจกายวิภาคของตัวสัตว์ได้โดยไม่ต้องใช้เนื้อเยื่อจริงจากสัตว์เหมือนในอดีต

7.บริษัท วีบีซี คิท เทค จำกัด (VBC KITTECH) คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากประสบการณ์ตรงของนักวิจัยกว่า 20 ปี ผลิตภัณฑ์มีชุดวัดคุณภาพน้ำที่สามารถตรวจคุณภาพน้ำในการเลี้ยงปลาสวยงาม และฟาร์มสัตว์น้ำได้อย่างรวดเร็วแม่นยำง่ายดาย ตรวจได้มากถึง 14 พารามิเตอร์ ทำให้สามารถประเมินสถานการณ์ของฟาร์มได้อย่างรวดเร็วและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที 8.บริษัท อะควาอินโนแวค (AQUA INNOVAC) วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับโรคติดเชื้อของปลา พัฒนาเทคนิค วิธีการและชุดตรวจสอบวินิจฉัยโรคติดเชื้อของปลา และพัฒนานวัตกรรมวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อของปลา ลดการสูญเสียจากการติดเชื้อได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุนที่สนใจในนวัตกรรมต่างๆ ของบริษัทร่วมทุนกับซียูวีอี สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vet.chula.ac.th/ie_relevant_detail/13 หรือติดต่อชนาธิปอังสนันท์สุข Startup Relationship Manager บริษัท ซียู เวท เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โทร.02-2189549 email cuvetenterprise@gmail.com

สพ.ญ.สุนทรี ศรีวานิชภูมิ

สพ.ญ.สุนทรี ศรีวานิชภูมิ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ รับมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729416

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ รับมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ รับมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุพัตรา เหลืองประเสริฐ ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม พร้อมคณะ มอบเงิน 200,000 บาทสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล และ พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล เป็นผู้รับมอบ

ชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรมนำโดย สุพัตรา เหลืองประเสริฐ ประธานชมรมฯ และคณะ เข้ามอบเงินจากการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 จำนวน 200,000 บาทเพื่อสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ,วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุลและ พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ สำนักงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ถนนเพชรบุรี

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรมที่ได้มอบเงินสมทบทุนมูลนิธิฯ ในวันนี้ ชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม ถือว่าเป็นเครือข่ายหนึ่งของมูลนิธิฯ ที่ได้ช่วยในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการระดมทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งมูลนิธิฯ มีภารกิจหลัก 3 ด้าน คือ การป้องกัน บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟู โดยในแต่ละปีมูลนิธิฯ ใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาทในภารกิจต่างๆ โดยงบประมาณเหล่านี้ได้มาจากการระดมทุนผู้มีจิตศรัทธา และรายได้จากร้าน PAfé ในการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ดังนั้นงานระดมทุนการได้รับเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา รวมถึงการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากร้านพึ่งพา ร้าน PAfé ล้วนมีส่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสิ้น

“ในการดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 28 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาองค์ประธานมูลนิธิฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ ทรงให้ความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงทีและเกิดความยั่งยืน เช่น การมอบถุงยังชีพหลังเกิดอุทกภัยเพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถดำรงชีพได้โดยการคัดสรรข้าวของอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นและมีคุณภาพ ซึ่งสิ่งของที่บรรจุในถุงยังชีพนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงคัดเลือกด้วยพระองค์เอง อีกทั้งองค์ประธานมูลนิธิฯ มีพระนโยบายให้ยกระดับการทำงานของมูลนิธิในการเป็นศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์และการจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยสามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติได้อย่างยั่งยืน”

สุพัตรา เหลืองประเสริฐ ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม กล่าวว่า “วันนี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำคณะสมาชิกชมรมมามอบเงินสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ซึ่งเงินที่นำมามอบในวันนี้ เป็นรายได้จากการที่ชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรมได้ร่วมออกร้านในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 เมื่อวันที่ 2-11 ธันวาคม 2565 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ผ่านมา โดยได้นำผลิตภัณฑ์จากโครงการร้อยใจรักษ์มาจำหน่ายภายในงานโดยรายได้เพื่อสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ต่อไปซึ่งการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนนับเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของชมรม การมีส่วนร่วมกับมูลนิธิฯ จึงนับเป็นเกียรติของสมาชิกชมรมทุกคนที่ได้ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กระแสรายวัน ชื่อบัญชี “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” เลขที่บัญชี 020-3-04545-1 สามารถขอรับใบเสร็จเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยส่งสำเนาหลักฐานการโอนเงิน พร้อมชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อที่อยู่สำหรับออกใบเสร็จ ส่งมาที่อีเมล donation@friendsofpa.or.th หรือโทรสาร 02-0546544หรือบริจาคได้ด้วยตนเองที่ สำนักงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ เลขที่ 131 ถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-0546546 หรือ 084-9048785

สุพัตรา เหลืองประเสริฐ, ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ

สุพัตรา เหลืองประเสริฐ, ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ต้อนรับ คณะชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม นำโดย สุพัตรา เหลืองประเสริฐ ประธานชมรมฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ต้อนรับ คณะชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม นำโดย สุพัตรา เหลืองประเสริฐ ประธานชมรมฯ

พิธีมหามงคล 5ศาสนา เฉลิมฉลองวาระ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงบราธิวาสราชนครินทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729499

พิธีมหามงคล 5ศาสนา เฉลิมฉลองวาระ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงบราธิวาสราชนครินทร์

พิธีมหามงคล 5ศาสนา เฉลิมฉลองวาระ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงบราธิวาสราชนครินทร์

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 22.16 น.

รัฐบาลจัดพิธีทางศาสนามหามงคล 5ศาสนา ภายใต้การจัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงบราธิวาสราชนครินทร์ อย่างสมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมกลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รัฐบาลน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกรชาวไทยอย่างอเนกอนันต์ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกกลุ่ม ซึ่งผลงานพระกรณียกิจหลากหลายเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

8 พฤษภาคม 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.25.) ผู้แทนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทางศาสนามหามงคล 5ศาสนา ภายใต้การจัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โตยมีข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนองค์กรการกุศลในพระอุปถัมภ์* ผู้แทนองค์การศาสนา 5 ศาสนา และประชาชนกว่า 600 คน เข้าร่วมพิธี ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

รมว.วธ. เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทำอะไรให้เมืองไทย ทรงยึมั่นในคุณค่าของมนุษย์ และศักยภาพของการพัฒนาจึงทรงงาน และทรงอุปถัมภ์กิจการทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การแพทย์และการสาธารณสุข ด้านสังคมสงเคราะห์ ต้านสัมพันธ์ไมตรี การสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ด้านการศาสนาธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและพสกนิกรชาวไทย

จากการประชุมสมัยสามัญขององค์กรองค์การยูเนสโก ครั้งที่ 41 ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 9 – 24 พฤศจิกายน 2564 ได้มีมติรับรองการร่วมเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลกในปี 2565 – 2566 จำนวนทั้งสิ้น 67 รายการ ในจำนวนดังกล่าวเป็นรายพระนามของประเทศไทย ได้แก่ การเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (100th anniversary of the birth of Her Royal Highness Princess Galyani Vadhana Krom Luang Naradhiwas Rajanagarindra) ด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ซึ่งจะครบรอบในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 งานเฉลิมฉลองในครั้งนี้จึงมีความสำคัญในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนา พร้อมทั้งผู้แทนองค์การศาสนา 5ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ยินดู และศาสนาชิกข์ ล้วนมีความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นล้นพ้นในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สำนึกในพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ จากพระกรณียกิจนานัปการที่ได้ทรงบำเพ็ญด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ ตรากตรำพระวรกาย เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของพสกนิกรชาวไทย ด้วยน้ำพระทัยที่เปียมด้วยพระเมตตา ทรงเป็นแบบอย่างแก่พสกนิกรในการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางศาสนา เป็นที่ซาบซึ้งและประทับอยู่ในดวงใจของพสกนิกรไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในการศาสนาอย่างยิ่ง ทั้งทรงส่งเสริมการศึกษา ซึ่งทรงส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาสำหรับคนยากจนคนขายขอบและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาบนภูเขาและเกาะที่ห่างไกล ตลอดจนในพื้นที่ชายแดนและชุมชนแออัด

ทรงรับองค์กรการกุศลไว้ในพระอุปถัมภ์หลายองค์กร และทรงเป็นอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสในหลายมหาวิทยาลัย ทรงสงเคราะห์ด้านการแพทย์ การสาธารณสุข ทรงรับกองทุน มูลนิธิ และสมาคมทางการศึกษาศิลปะวัฒนธรรมดนตรี การสังคมสงเคราะห์ไว้ในพระอุปถัมภ์เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างใหญ่หลวง ทรงพระนิพนธ์และรวบรวมเรียบเรียงหนังสืออันทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์และด้านอื่นๆ ไว้จำนวนมาก และด้านวัฒนธรรม ทรงรับสั่งได้หลายภาษา ทำให้ทรงมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทรงเป็นนักอ่าน นักเขียน โดยได้แปลและเรียบเรียงหนังสือในหลากหลายประเภท ทั้งภาษาไทยและภาษาฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ยังทรงให้การสนับสนุนวงดนตรีและการแสดงของไทยในท้องถิ่น เช่น คณะหุ่นกระบอกโจหลุยส์ ทรงจัดตั้งกองทุนเพื่อการส่งเสริมดนตรีคลาสสิก ให้การสนับสนุนนักดนตรีไทยในการศึกษาต่อ และส่งเสริมการแข่งชันและคอนเสิร์ตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สนับสนุนวงดุริยางค์ชิมโฟนีกรุงเทพ และวงชิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้อุปถัมภ์ของโรงละครโอเปร่ากรุงเทพ รวมทั้ง สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พระเกียรติคุณดังกล่าว เป็นที่ประจักษ์เด่นชัดแก่ชาวไทยและชาวโลก ทรงได้รับการเทิดทูนพระเกียรติจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)

เนื่องในโอกาสวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทรั รัฐบาล ขอเชิญชวน พสกนิกรชาวไทย ผู้แทนองค์การศาสนา 5ศาสนา ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกรอย่างอเนกอนันต์ อันเป็นคุณงามความดีจะสถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบชั่วกาลนาน

-(016)

อว.เดินหน้าแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัย เร่งพัฒนาความเป็นเลิศและผลิตกำลังคนระดับสูงให้ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729410

อว.เดินหน้าแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัย เร่งพัฒนาความเป็นเลิศและผลิตกำลังคนระดับสูงให้ประเทศ

อว.เดินหน้าแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัย เร่งพัฒนาความเป็นเลิศและผลิตกำลังคนระดับสูงให้ประเทศ

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.05 น.

8 พฤษภาคม 2566 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย เป็นประธานในการประชุมชี้แจงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศ และผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ร่วมกับ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) จัดขึ้น โดยมี ศ.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย รศ.รัฐชาติ มงคลนาวิน อนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผอ.กองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กขค.) สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จำนวน 54 แห่ง เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน และผ่านระบบออนไลน์

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า นับตั้งแต่กระทรวง อว. ได้เริ่มต้นแบ่งกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก 2.กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม 3.กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น 4.กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา และ 5.กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ ตามกฎกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 25 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวแรกในการเดินหน้า “การพลิกโฉมมหาวิทยาลัย” (Reinventing University) อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายในการพุ่งเป้าไปที่การพัฒนากำลังคนขั้นสูงให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และการส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาสร้างความเป็นเลิศ ตามการแบ่งกลุ่มที่ชัดเจน โดยในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ปัจจุบันมีจำนวน 19 แห่ง ที่ได้รับประกาศให้สังกัดกลุ่ม การประชุมชี้แจงในครั้งนี้จึงเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศ และผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ พร้อมหารือร่วมกันในประเด็นสำคัญต่างๆ อาทิ กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา แนวทางการเขียนโครงการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การสนับสนุนงบประมาณการประเมินคุณภาพจากองค์กรรับรองระดับสากล และฐานข้อมูลสถาบันอุดมศึกษากับการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นต้น

ด้าน นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับการประกาศให้สังกัดกลุ่ม จำนวน 19 แห่ง มีดังนี้ กลุ่มที่ 1 กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก จำนวน 1 แห่ง กลุ่มที่ 2 กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม จำนวน 1 แห่ง กลุ่มที่ 3 กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น จำนวน 8 แห่ง กลุ่มที่ 4 กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา (ไม่มี) และกลุ่มที่ 5 กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ จำนวน 9 แห่ง การประชุมชี้แจงในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศและผลิตกำลังคนระดับสูงฯ แล้ว ยังเป็นการปรับแนวทางมุมมองให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูประบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

-(016)

ฉลองครบรอบ 2 ปี ‘โรงพยาบาลนวเวช’ ดึง ‘ป้อง ณวัฒน์’ ร่วมส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีมากกว่าการรักษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729408

ฉลองครบรอบ 2 ปี ‘โรงพยาบาลนวเวช’ ดึง ‘ป้อง ณวัฒน์’ ร่วมส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีมากกว่าการรักษา

ฉลองครบรอบ 2 ปี ‘โรงพยาบาลนวเวช’ ดึง ‘ป้อง ณวัฒน์’ ร่วมส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีมากกว่าการรักษา

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.59 น.

นับเป็นโรงพยาบาลย่านเกษตรนวมินทร์ที่พร้อมมอบการดูแลรักษาและบริการอย่างครบครันสำหรับ โรงพยาบาลนวเวช ที่ล่าสุดได้“ ฉลองครบรอบ 2 ปี ไปอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งเปิดตัว พระเอกหนุ่มชื่อดัง คุณป้อง – ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ที่มารับตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์คนแรกอีกด้วย

โดยในงาน ฉลองครบรอบ 2 ปี รพ.นวเวช คุณป้อง ณวัฒน์ ได้นำเค้กวันเกิดมาร่วมฉลองพร้อมร้องเพลง Happy Birthday กับทีมแพทย์ พยาบาล ผู้บริหาร และบุคลากร และยังได้รับเกียรติจาก พอฤทัย ณรงค์เดช กรรมการ บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บรรเลงเปียโน ท่ามกลางรอยยิ้มแห่งความสุขในครั้งนี้

จากนั้น ป้อง ณวัฒน์ ได้ร่วมถ่ายภาพกับครอบครัวนวเวช พร้อมปิดท้ายด้วยการแสดงพลังแปรอักษรจากครอบครัวนวเวชที่พร้อมดูแลคุณด้วยความเข้าใจ และร่วมใจกันส่งมอบบริการที่มากกว่าการรักษา แต่คือคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน 

-(016)

TEDFund หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘NaNo-k จากการสกัดขมิ้นชัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729403

TEDFund หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘NaNo-k จากการสกัดขมิ้นชัน’

TEDFund หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘NaNo-k จากการสกัดขมิ้นชัน’

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.53 น.

เทคฟันด์ หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “NaNo-k ผลิตภัณฑ์นาโนสเปรย์จากการสกัดขมิ้นชัน ”  แก้ปัญหา “โรคลัมปีสกิน -ปากเท้าเปื่อย” ในโคนมและโคเนื้อ หลังเกิดการระบาดใหญ่ ทดลองใช้ที่สหกรณ์โคนมไชยปราการ สหกรณ์โคนมแม่วาง จ.เชียงใหม่ และสหกรณ์โคนมนครลำปาง จ.ลำปาง แล้ว พบมีประสิทธิภาพในการสมานแผลและสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อได้

8 พฤษภาคม 2566 รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ เทคฟันด์ ลงพื้นที่จักราวุธฟาร์ม จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามโครงการ“NaNo-k ผลิตภัณฑ์นาโนสเปรย์จากสารสกัดขมิ้นชันเพื่อส่งเสริมการหดตัวของแผลในปศุสัตว์” ของบริษัท วันเฮลท์อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากเทคฟันด์ ในการแก้ปัญหาโรคลัมปีสกินและโรคปากเท้าเปื่อยอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของประเทศไทย โดยมีสัตวแพทย์หญิงดวงหทัย สายปินตา กรรมการ บริษัท วันเฮล์ทอินโนเวชั่น จำกัด ให้การต้อนรับ

รศ.ดร.พาสิทธิ์ เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมหรือเทคฟันด์ให้ทุนสนับสนุนผู้ประกอบการบริษัท วันเฮลท์อินโนเวชั่น จำกัด ทำโครงการ NaNo-K: ผลิตภัณฑ์นาโนสเปรย์จากสารสกัดขมิ้นชันเพื่อส่งเสริมการหดตัวของแผลในปศุสัตว์โดยมีอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) ดูแลและบ่มเพาะโครงการเพื่อแก้ปัญหาโรคลัมปีสกินปศุสัตว์ในอุตสาหกรรมเลี้ยงโคนมและโคเนื้อ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศไทย

โดยในปี 2562 มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมถึง 18,850 ครัวเรือน และมีจำนวนโคนมอยู่กว่า 632,187 ตัว  และมีปริมาณโคเนื้อถึงกว่า 5 ล้านตัว ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ประมาณ  800,000 ล้านบาท ต่อมาปี 2654 ได้เกิดการระบาดใหญ่ของโรคลัมปีสกินโดยกระจายทั่วทุกภาคของประเทศ รวมทั้งการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย โดยมีอัตราการติดโรคสูงถึง 100% ทั้งสองโรคนี้ทำให้เกิดแผลที่ผิวหนังในลักษณะหลุมลึกอย่างรุนแรง โรคลัมปีสกินมีอัตราการป่วยอยู่ที่ 5 – 45% ซึ่งระยะเวลาในการฟื้นตัวจากโรคทั้งสองโรคขึ้นอยู่กับการหายของแผล ทำให้การเจริญเติบโตลดลง ปริมาณน้ำนมลดลง สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมาก รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200-1,000 ล้านบาทต่อปี และหากมีการควบคุมและการรักษาโรคที่เหมาะสมอาจลดความสูญเสียลงเหลือเพียงแค่ 50% เท่านั้น หรือไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทต่อปี

สัตวแพทย์หญิงดวงหทัย กล่าวว่า การรักษาโรคลัมปีสกินและโรคปากเท้าเปื่อยในปศุสัตว์นั้น มักมุ่งเน้นไปที่การใช้ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ เช่น ทิงเจอร์ไอโอดีน เจนเชี่ยนไวโอเล็ต และ แบคตาซิน ที่มีราคาถูกเท่านั้น โดยไม่มีการใช้ยาเรียกเนื้อชนิดต่างๆ ซึ่งมีราคาแพง จึงทำให้การรักษาแผลในโรคทั้งสองใช้เวลานานมากกว่าปกติ

นอกจากนี้การใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมีบางชนิดอาจทำให้เกิดสารตกค้างในผลิตภัณฑ์สัตว์และไม่สามารถบริโภคได้ จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้รักษาแผลในปากทาง ทีมวิจัยของบริษัท วันเฮลท์อินโนเวชั่น จำกัด จึงได้นำเสนอ NaNo-K: ผลิตภัณฑ์นาโนสเปรย์จากสารสกัดขมิ้นชัน โดยการประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตครีมรักษาแผลในปศุสัตว์ที่มีส่วนประกอบสำคัญเป็นสารสกัดจากขมิ้นชัน ตลอดจนการใช้สารห่อหุ้มสารสำคัญด้วย cyclodextrin เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของสารสกัดขมิ้นโดยเพิ่มการละลายและเพิ่มความคงตัวของสารออกฤทธิ์โดยการห่อหุ้มทำให้ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดียิ่งขึ้น สำหรับการนำมารักษาแผลทั้งสองชนิดในปศุสัตว์ และสามารถเร่งการหายของแผลโดยการฆ่าเชื้อและเร่งสร้างเนื้อเยื่อ โดยมีราคาถูกกว่ายาสมานแผลที่มีขายในท้องตลาดเพื่อให้นำมาใช้ในทางปศุสัตว์

“ผลิตภัณฑ์ NaNo-K: ผลิตภัณฑ์นาโนสเปรย์จากสารสกัดขมิ้นชันฯ ได้มีการทดลองใช้ที่สหกรณ์โคนมไชยปราการ สหกรณ์โคนมแม่วาง (จ.เชียงใหม่) และสหกรณ์โคนมนครลำปาง (จ.ลำปาง) และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีและจะมีการพัฒนาครีมสมานแผลสมุนไพร NaNo-K ที่มีประสิทธิภาพในการสมานแผลและสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อได้ รวมทั้งผลิตครีมสมานแผล NaNo-K และจดทะเบียนครีมสมุนไพรเพื่อใช้ในทางปศุสัตว์ ที่สำคัญจะพัฒนาเพื่อนำไปสู่การจำหน่ายในตลาดเพื่อทดแทนการใช้สินค้าจากต่างประเทศ ส่งเสริมนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมทั้งการนำไปสู่การส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย”สัตวแพทย์หญิงดวงหทัย กล่าว

-(016)

‘รุ้ง ปอ แพร’แท็กทีมคนบันเทิง แชร์มุมมองดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ปลื้ม APEX Wellness อโศก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729367

'รุ้ง ปอ แพร'แท็กทีมคนบันเทิง แชร์มุมมองดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ปลื้ม APEX Wellness อโศก

‘รุ้ง ปอ แพร’แท็กทีมคนบันเทิง แชร์มุมมองดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ปลื้ม APEX Wellness อโศก

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.29 น.

 “รุ้ง  รุ้งลาวัลย์  – ปอ ณฐมน -แพร อาภัสสรา”  3 สาวเพื่อนสนิท ร่วมอัพเดทแลนด์มาร์กสุขภาพองค์รวมแห่งใหม่  “APEX  Wellness -เอเพ็กซ์ เวลเนส”   ภายใต้บริษัท เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดสาขาน้องใหม่  “อโศก”  ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพชะลอวัยและดูแลรูปร่างครบวงจร  เสิร์ฟเทคโนโลยีชะลอวัยที่ดีที่สุดเพื่อทุกวัยที่ใส่ใจสุขภาพ – ชูจุดเด่นศัลยแพทย์เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกและข้อโดยไม่ต้องผ่าตัด ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสุดล้ำไม่หยุดนิ่งจากทั่วทุกมุมโลก

รุ้งลาวัลย์  โทนะหงษา นักแสดงและพิธีกร มากความสามารถ  เปิดเผยว่า “ ด้วยอาชีพนักแสดงพักผ่อนไม่ค่อยเป็นเวลา แต่ก็ต้องหาวิธีดูแลสุขภาพ  หลังสถานการณ์ไวรัสโควิด -19 จะเห็นว่าทุกคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน  เมื่อ APEX Wellness เป็นแห่งที่ 3 เปิดให้บริการ ดีใจมากเพราะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและมากประสบการณ์ด้านศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ โดดเด่นด้านนวัตกรรมการชะลอวัย  ตนเองไว้วางใจและสนใจบริการโปรแกรม เป็นการสแกนร่างกาย ครอบคลุม 9 ระบบ 37 อวัยวะ ในระยะเวลาเพียง 5 นาที โดยไม่ต้องเจาะเลือด ไม่ต้องงดน้ำ-งดอาหาร จุดเด่นทำให้ทราบความเสี่ยงของโรคได้ก่อนเกิดขึ้น และยังสามารถนำไปสู่การดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งทีมแพทย์ก็แนะนำเพื่อให้เราดูแลสุขภาพร่างกายของเราได้อย่างถูกต้อง ยุคนี้ง่ายและการนำเทคโนโลยีที่สุดล้ำต่อยอดเช่นนี้ดีต่อทุกคน ชาร์จสุขภาพดีและไปถ่ายทำละครรอจ่อในปีนี้ ประมาณ 3-4 เรื่อง ละครเวที และพิธีกรคอนเสิร์ตคะ  ”

ด้านปอ ณฐมน ภูวะปัจฉิม นักแสดงและนักร้อง กล่าวว่า  “ดีใจกับคนไทยที่ APEX Medical Center  แตกไลน์ศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพครบวงจร ภายใต้ชื่อ APEX Wellness ยุคปัจจุบันมีโรคใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะมากจากมลภาวะเป็นพิษ ตนเองก็มีลูกสาวในฐานะคุณแม่และทำหลากหลายบทบาท ทำให้ต้องดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวที่มีความหลากหลาย GEN อยู่รวมกัน ด้วยขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว การที่มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพคือสิ่งที่ทุกคนล้วนต้องเริ่มวางแผนการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืนตั้งแต่วันนี้คะ  ในยุคปัจจุบันการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาผสมผสานในการดูแลสุขภาพก่อนการเกิดโรค  สำหรับตนเองใส่ใจสุขภาพและความงาม Premium IV Nutrition Drip จึงตอบโจทย์ อีกทั้งคุณแม่ที่เลี้ยงลูกเองมีอาการเหนื่อยล้า เลือกวิธีการด้วยเทคนิค Dry Needling โดยแพทย์ผู้ชำนาญการคะ ผลงานวงการบันเทิงตอนนี้ยังไม่มีเนื่องจากทุ่มเทเวลาให้ครอบครัว แต่สามารถรับงานพิธีกร การแสดงบ้าง รอติดตามกันนะคะเร็วๆนี้ ”

ปิดท้ายสาวสวย  แพร – อาภัสสรา อินทร์ตลาดชุม นักแสดงและพิธีกร กล่าวปิดท้ายว่า “ ตนเองเป็นคนรักษาสุขภาพและศาสตร์ชะลอวัยและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เป็นแนวทางการดูแลตัวเองแบบยั่งยืนใส่ใจตนเองตลอดระยะเวลา  5  ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการป้องกันก่อโรคใหม่  ยิ่งในยุคปัจจุบันปัญหามลภาวะฝุ่นควันอากาศเป็นพิษสูง  ทำให้ต้องดูแลตัวเองอย่างหนัก  สิ่งที่สุดว้าวคือเทคโนโลยีศาสตร์ชะลอวัยปัจจุบันก้าวไปมากทำให้ช่วยยืดอายุให้เรามีอายุยืนมากขึ้น อ่อนเยาว์และ ปลอดภัยสูง  ซึ่งเทรนด์การดูแลสุขภาพได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

ครั้งนี้ APEX Wellness เปิดสาขา อโศก มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี  อาทิ การตรวจสแกนร่างกายด้วยเครื่อง Electro Interstitial Scan (EIS) ,  เทคโนโลยี Endolaser  ,  Brain Booster Laser, Hyperbaric Oxygen Therapy , Ozone Therapy Colon Hydrotherapy เป็นต้น นำทีมโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อรวมถึงรวบรวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้ที่ APEX Wellness   นอกจากนี้ยังมีวิธีการในการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดด้วยเทคโนโลยี 448 WAVE  , Local laser Therapy , PRP Pain Relief  แม้กระทั่งการใช้เทคนิค Dry Needling หรือฝังเข็มตะวันตก ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เพื่อดูแลปัญหาที่มาจากการนั่งทำงานผิดท่า การใช้กล้ามเนื้อหนักเกินไป รวมไปถึงศูนย์ลดน้ำหนักภายใต้การดูแลโดยแพทย์ 

สำหรับแพร  เพิ่มความสดชื่นด้วย IV Drip  เกรดพรีเมี่ยมพัฒนาสูตรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Anti-Aging ที่ APEX Wellness ในปีนี้ผลงานละครเพิ่งจบไป ละคร สร้อยนาคี และปัจจุบันพิธีกร รายการตี่ลี่ ฮวงจุ้ย รวมถึงธุรกิจเสื้อผ้า เป็นต้น”

 สามสาวคนวงการบันเทิง คอนเฟิร์ม #สุขภาพดีที่APEX  #APEXWellness  สามารถสอบถามข้อมูลและนัดหมายโทรศัพท์ 065-950-0799    ติดตามกิจกรรมและโปรโมชั่นดีดี ผ่าน Facebook :  APEX Wellness

ยืนหนึ่งเรื่องเส้นผม ต้อง ‘Dr.Orn Medical Hair Center’ ผู้อยู่เบื้องหลังความมั่นใจของเหล่าดารา-เซเลป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729363

ยืนหนึ่งเรื่องเส้นผม ต้อง 'Dr.Orn Medical Hair Center' ผู้อยู่เบื้องหลังความมั่นใจของเหล่าดารา-เซเลป

ยืนหนึ่งเรื่องเส้นผม ต้อง ‘Dr.Orn Medical Hair Center’ ผู้อยู่เบื้องหลังความมั่นใจของเหล่าดารา-เซเลป

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.18 น.

ตัวท้อปเรื่องเส้นผมอันดับ 1 ต้อง “หมออร Dr.Orn Medical Hair Center” ผู้อยู่เบื้องหลังความมั่นใจของเหล่าดารา เซเลปทั่วฟ้าเมืองไทย

ยืนหนึ่งในเรื่องของการดูแลเส้นผมครบวงจร สำหรับ Dr.Orn Medical Hair Center สถาบันดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรที่โดนเด่นด้านผลลัพธ์ในการรักษาว่าเห็นผลจริง!! และเมื่อเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์คนดังจาก 3 วงการ อาทิ ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช, เซเลบริตี้รุ่นใหญ่ เป๊ก-สัณณ์ชัย เองตระกูล และนักแสดงสาว แอริณ ยุกตะทัต ออกมาการันตีถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการดูแลปัญหาเส้นผม พร้อมบอกเล่าถึงความประทับใจที่ทำให้แต่ละคนลุกขึ้นสู้กับปัญหาเส้นผม เพื่อ “ลุค” ที่ดีกว่าเดิม ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จของ Dr.Orn Medical Hair Center ที่ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าคนดังอย่างต่อเนื่อง

จากความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องปัญหาเส้นผมมาอย่างยาวนานถึง 12 ปี มีประสบการณ์มากกว่า 70,000 เคส และเทคนิคเฉพาะของ ‘คุณหมออร-พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์’ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง Dr.Orn Medical Hair Center ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การรักษาปัญหาเส้นผมได้เห็นผลที่สุด รวมทั้งในเรื่องของการบริการที่ดูแล ใส่ใจ ตลอดจนการติดตามผลทางการรักษาอย่างสม่ำสมอ และคุณหมออร ยังได้รับการันตีจาก American Board Of Hair Restoration Surgery สมาคมปลูกผมโลกที่สามารถการันตีความเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีแพทย์ปลูกผมไม่กี่ท่านที่ได้ และด้วยเหตุผลเหล่านี้เองที่ทำให้ทั้งเหล่าดารา เซเลบริตี้มากมายต่างมั่นใจให้  Dr.Orn ดูแล ไม่ว่าจะเป็น โดม-ปกรณ์ ลัม, ซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว, เต-ตะวัน วิหครัตน์,โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์, จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย, โม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน, ก้อง-อรรฆรัตน์ นิติพน, ป้อม วินิจ, หวานเจี๊ยบ, บี้ เดอะสกา, เหว่ง เทพลีลา และ แจ๊ค ไรเดอร์ ฯลฯ เป็นต้น

Dr.Orn Medical Hair Center โดดเด่นเรื่องการปลูกผมถาวร ด้วยเทคนิคเฉพาะชื่อว่า DOHT เป็นการปลูกผมแบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด พักฟื้นสั้น ได้ผลลัพธ์ธรรมชาติ อยู่ถาวรสามารถการันตีอัตราการขึ้นของเส้นผมสูงถึง 98% และยังมีโปรแกรมบำรุงผมที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยมีการออกแบบวิธีการรักษาแบบ Personalized Medicine เฉพาะรายบุคคล นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมระดับ Medical Grade ในชื่อ Dr.Orn Cosmez ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยแพทย์ปลูกผมโลก รักษาผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมัน อักเสบ รังแค เห็นผลลัพธ์ทางการรักษาจริง และยังมีรางวัลผลงานการวิจัยมากมาย

ผู้สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับบริการเรื่องเส้นผม สอบถามข้อมูลได้ที่ Dr.Orn Medical Hair Center ทุกสาขา สาขาพหลโยธิน 22, สาขาชิดลม [The Mercury Ville @ Chidlom ชั้น 4], และสาขาราชพฤกษ์ [The Crystal SB Ratchapruek ชั้น 2] โทร.02-108-8500 หรือ LINE @drornclinic และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวจาก Dr.Orn Medical Hair Center ได้ที่ FB:dr.ornmedicalhairclinic

-(016)

ไอคอนสยาม จัดงาน ‘ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 2’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729361

ไอคอนสยาม จัดงาน 'ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 2'

ไอคอนสยาม จัดงาน ‘ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 2’

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.14 น.

ไอคอนสยาม จัดงาน ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 2 ปรากฏการณ์งานเต้นสุดยิ่งใหญ่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขนทัพนักเต้นทุกแขนงโชว์คัฟเวอร์แดนช์ ที่มีผู้ร่วมเต้นมากที่สุดในไทย เฟ้นหาสุดยอดนักเต้น K-Pop Cover Dance ชิงรางวัลกว่า 300,000 บาท สูงสุดในไทย และสุดยอดนักเต้น Random Dance Survival

  • ไอคอนสยาม ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และพันธมิตรจัดงาน ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 2  รวมพลคนรักการเต้นสุดยิ่งใหญ่ เฟ้นหาสุดยอดนักเต้น K- POP Cover Dance ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท สูงสุดในประเทศไทย และค้นหาสุดยอดนักเต้น Random Dance Survival ที่ยืดหยัดจนคนสุดท้าย ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท
  • ขนทัพนักเต้นทุกรูปแบบ ทั้งแอโรบิคHipHopCheerleadingK-Pop Cover Dance รวมถึงทีมแชมป์ ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION 2022 และนักแสดงสาวชื่อดัง “มิน พีชญา” โชว์เสต็ปการเต้นคัฟเวอร์แดนช์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีผู้ร่วมเต้นมากที่สุดในไทย
  • พบกิจกรรมความสนุก และชมลีลาการเต้นหลากหลากหลายแขนงได้ระหว่างวันที่ 5-7 พ.ค. และ 12-14 พ.ค. 2566 ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น ไอคอนสยาม

(กรุงเทพฯ 5 พฤษภาคม 2566): ไอคอนสยาม ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย (KCC) สมาคมกีฬาเชียร์แห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย, สถาบันบางกอกแดนซ์, THE INNER STUDIO, THE KNIVERSE และ Lotus’s Privé จัดโครงการประกวดเฟ้นหาสุดยอดนักเต้นบนเวทีการแข่งขัน ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 2 เปิดรับสมัครนักเต้น K-POP Cover Dance ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท และค้นหาสุดยอดนักเต้น Random Dance Survival ผ่านกติกาสุดเข้มข้น เต้นได้ทุกเพลงยืนหยัดจนคนสุดท้าย ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท และยังมีกิจกรรมการแสดงจากนักเต้นระดับประเทศ และแชมป์ระดับโลก มาแสดงความสามารถทางการเต้นให้ทุกคนได้ชมเสต็ปแดนซ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นงานที่รวมพลคนรักการเต้นมากที่สุด ทุกรูปแบบ ทั้ง ยิมนาสติกแอโรบิก, HipHop, Cheerleading และ K-Pop Cover Dance และ J-POP

คุณสุมา วงษ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยามได้ร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนจัดงานนี้ขึ้นเป็นปีที่ 2 ด้วยแนวคิดหลักที่ต้องการสร้างคอมมิวนิตี้ใหม่ที่รวบรวมผู้ที่มีใจรักในเรื่องเดียวกัน ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ร่วมกัน โดยไอคอนสยามได้สร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ ที่สามารถสนับสนุน ส่งเสริมเยาวชน ได้มีเวทีแสดงทักษะและความสามารถพิเศษในด้านต่างๆ ตลอดจนสามารถต่อยอดไปสู่เวทีระดับโลกได้ โดยที่ผ่านมาไอคอนสยามได้จัดกิจกรรมสำหรับให้เยาวชนได้มาแสดงความสามารถอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ICONSIAM DANCETOPIA COMPETITION SEASON 2 เป็นการรวมนักเต้นหลากหลายรูปแบบจากแชมป์ระดับโลกและประเทศไทย มาแสดงความสามารถ พร้อมกิจกรรมเฟ้นหานักเต้น K – POP Cover Dance เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่า 300,000 บาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในไทย รวมถึงการรวมตัวของนักเต้น Random Dance ที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย นับเป็นปรากฏการณ์แห่งการรวมนักเต้นที่หลากหลายที่สุด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

สำหรับพิธีเปิดงานในวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 ไอคอนสยามได้จัดพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติคุณสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมการแสดงการเต้นจากแชมป์ระดับประเทศและระดับโลกที่หลากหลายแขนงมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ การแสดงเชียร์ลีดดิ้ง โดยนักกีฬาเชียร์ทีมชาติไทย ประเภททีมเชียร์ลีดดิ้ง แชมป์โลก รุ่น Junior Coed Advanced ปี 2019, 2021 และรองแชมป์โลก รุ่น Junior Coed Elite ปี 2022 ของสหพันธ์กีฬาเชียร์นานาชาติ International Cheer Union ที่โอลิมปิกให้การรับรอง ปัจจุบันสังกัดโรงเรียนดรุณา จ.ราชบุรี และการแสดงเชียร์ลีดดิ้งปอมคู่ โดยนักกีฬาเชียร์ทีมชาติไทย ประเภทปอมคู่ อันดับที่ 5 ของโลก รายการ ICU International Cheerleading Cup และอันดับที่ 8 ของรายการชิงแชมป์โลกของสหพันธ์กีฬาเชียร์นานาชาติ International Cheer Union ที่โอลิมปิกให้การรับรองปัจจุบันสังกัด Point Studio การแสดงจากแชมป์ยิมนาสติกแอโรบิก ยิมนาสติกลีลา และยิมนาสติกศิลป์ จากสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย การแสดงของแชมป์นักเต้น จากเวทีการแข่งขันศิลปะการเต้น  “CSTD Thailand Dance Grand Prix ครั้งที่ 10” โดยสถาบันบางกอกแดนซ์ การแสดงจาก  LEVI.R (cover Blackpink) แชมป์ ICONSIAM DANCETOPIA 2022  การแสดงจากศิลปิน T-Pop จาก RK 2023 และการแสดงจาก THE INNER STUDIO

ปิดท้ายการแสดงจาก ICONSIAM X THE KNIVERSE The Biggest Random Dance การโชว์เต้นคัฟเวอร์แดนช์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีผู้ร่วมเต้นจากแชมป์ระดับประเทศและระดับโลกทุกสายแดนซ์รวมตัวมากที่สุดในประเทศไทย นำโดยซุปเปอร์สตาร์สาวมากความสามารถ มิน พีชญา วัฒนามนตรี ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์การเต้นสุดยิ่งใหญ่ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคน

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 พฤษภาคม และ 12-14 พฤษภาคม 2566 ไอคอนสยามได้จัดเตรียมความบันเทิงเอาใจสาวกสายแดนซ์ไว้มากมาย ร่วมลุ้นและส่งแรงเชียร์นักเต้น K-POP Cover Dance รอบออดิชั่น  การเฟ้นหานักเต้นยืนหนึ่งที่เต้นได้ทุกท่าทุกแขนงกับกิจกรรม ICONSIAM X THE KNIVERSE Dancetopia Random Dance Survival ตลอดจนการโชว์ลีลานักเต้นจากนักเต้นมืออาชีพ และพบความสดใสน่ารักจากศิลปินไอดอลรุ่นใหม่ทั้ง J-POP และเหล่าศิลปิน IDOL มากมาย และความพิเศษมากยิ่งขึ้นสำหรับปีนี้คือการได้รับเกียรติจากศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย (KCC) ที่จะมาร่วมชมงาน นักเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ที่ไอคอนสยามในปีนี้ด้วย สำหรับรายละเอียดกิจกรรม มีดังนี้

วันที่ 6-7 พ.ค. 66 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป พลาดไม่ได้กับการประกวดเต้น K-Pop Cover Dance และกิจกรรม ICONSIAM X KNIVERSE Dancetopia Random Dance Survival เฟ้นหานักเต้นยืนหนึ่งที่เต้นได้ทุกท่าทุกเพลง รอบออดิชั่น

วันที่ 12 พ.ค. 66 เวลา 16.30 น.เป็นต้นไป ระเบิดความมันไปกับนักเต้นมืออาชีพ สถาบันบางกอกแดนซ์ และ THE INNER STUDIO รวมถึงยังมีการแสดงพิเศษจาก The Kniverse Show, Rookies Showcase, Blow Your Mind, Club After Class, FILP

และพบกับ “เจ็ส” เอกรินทร์ เอี่ยมศิริอารีรัตน์ และ “เจอาร์” ปิยะ วันสุข นักกีฬาเชียร์ทีมชาติไทย ชุด World Championships, USA รองแชมป์โลก ฮิปฮอปคู่ การแข่งขัน 2023 ICU WORLD CHEERLEADING CHAMPIONSHIPS และ แชมป์ ฮิปฮอปคู่ การแข่งขัน 2023 ICU INTERNATIONAL CHEERLEADING CUP จัดโดย สหพันธ์กีฬาเชียร์นานาชาติ International Cheer Union ที่โอลิมปิกให้การรับรองที่ ESPN WIDE WORLD OF SPORTS COMPLEX ORLANDO เมื่อ 19-24  เมษายน 66 ที่ผ่านมา

วันที่ 13 พ.ค. 66 เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป พบความน่ารักสดใสจากศิลปินไอดอลรุ่นใหม่ และศิลปิน J-POP และ Cheki กับเหล่า IDOL อาทิ วง REBiRTH DARUMA, Fuyubi, AKIRA-KURØ, Terasu Danshi, Euphonie, Sumomo, Stellagrima

วันที่ 14 พ.ค. 66 เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป มาร่วมส่งแรงเชียร์ให้กับผู้เข้าประกวดรอบสุดท้าย ที่จะมาโชว์ฝีเท้าและเสต็ปแด๊นซ์อย่างสุดความสามารถ เพื่อคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน  ICONSIAM Dancetopia K-Pop Cover Dance 2023 ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทยกว่า 300,000 บาท และการแข่งขัน ICONSIAM x THE KNIVERSE Dancetopia Random Dance Survival เฟ้นหาสุดยอดนักเต้น Random Dance ผู้ที่สามารถฝ่ากติกาสุดเข้มข้น เต้นได้ทุกเพลงยืดหยัดจนคนสุดท้าย ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท

ร่วมเชียร์ และเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าประกวดในงาน  “ICONSIAM DANCETOPIA COMPITITION SEASON 2”  ระหว่างวันที่ 5-7 พ.ค. และ 12-14 พ.ค. 2566 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม โดยสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีทอง ลงสถานีเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ICONSIAM หรือโทร.1338

#ICONSIAM #ICONSIAMDancetopiaCompetitionSeason2 #Dance

-(016)

‘มาดามหยก’ประธานพรรครวมแผ่นดิน เบอร์ 47 Change Together…เปลี่ยนไปด้วยกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729325

'มาดามหยก'ประธานพรรครวมแผ่นดิน เบอร์ 47 Change Together...เปลี่ยนไปด้วยกัน

‘มาดามหยก’ประธานพรรครวมแผ่นดิน เบอร์ 47 Change Together…เปลี่ยนไปด้วยกัน

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.35 น.

มาดามหยก หรือ นางสาวกชพร เวโรจน์ พรรครวมแผ่นดิน เบอร์ 47 ประธานที่ปรึกษาพรรครวมแผ่นดิน เบอร์ 47 เราคนไทย มาร่วมเปลี่ยน…ไปด้วยกัน Change Togetherพวกเรามองว่าเพียงพอรึยังกับนโยบายแบบประชานิยม ผลักดันให้ประชาชนรอคอยความช่วยเหลือ โดยสุดท้ายผู้แบกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น จากการกู้ยืมเงินมาแจก คือประชาชนทุกคนในประเทศ

ถึงเวลารึยังที่พวกเราจะหันมาสร้างรายได้เข้าประเทศ หันมามองนโยบายรัฐสวัสดิการ ที่ทำให้คนไทยทุกคนสามารถทำงานและพึ่งพาตนเอง จนนำพาไปสู่เศรษฐกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน ภายใต้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล ช่วยอำนวยความสะดวกให้ในด้านสถานที่ประกอบการ สถานที่ทำกิน ที่ดินทำกิน เปรียบเสมือนมอบเบ็ดให้ผู้คนไปหาปลามาทานกันเอง ยั่งยืนมั่นคงกว่าการแบมือขอปลา รออาหารจากผู้อื่นมอบให้

ในวันนี้…”มาดามหยก”  ประธานที่ปรึกษาพรรครวมแผ่นดิน อยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ ขอเชิญชวนคนไทย รวมใจกัน นำความรู้ความสามารถ นำเทคโนโลยีที่ทุกฝ่ายมี ไม่ว่าท่านจะอยู่ในช่วงวัยใด อาชีพไหน และเพศอะไร ทุกคนมีสิทธิที่เท่าเทียม และเป็นกำลังสำคัญที่จะมาร่วมกำหนดอนาคตประเทศไทย ขอเชิญมาร่วม สร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน โดยต้องคำนึงถึง ชาติ ศาสนา สถาบันฯ และนำศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี อันดีงาม มีประวัติศาสตร์ยาวนานของประเทศไทย ที่นานาประเทศกล่าวถึงตลอดนั้น มาเป็นจุดแข็ง ส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศ ขอให้ตระหนักว่า

มีอดีต จึง มีปัจจุบัน มีเรา และอนาคต ดังนั้น ทุกอย่างเมื่อหลอมรวมกันจะก่อให้เกิดความสามัคคี ปรองดอง ในแผ่นดินไทย

สุดท้าย การพัฒนาประเทศ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การขับเคลื่อนทุกมิติเพื่อความเจริญต่อไปของประเทศไทยจะทำได้โดยง่าย หากทุกคนเปิดใจร่วมมือร่วมใจ ลดละความขัดแย้ง

เปลี่ยน…ความขัดแย้ง เป็นความสามัคคี

เปลี่ยน…ช่องว่างระหว่างแต่ละเจเนอเรชั่น เป็นความเคารพคนรอบข้างอย่างเข้าใจ

เปลี่ยน…การขัดขวางเป็นความร่วมมือ

เปลี่ยน…อคติ เป็น สติ ปัญญา

เปลี่ยน…ความไม่เข้าใจ เป็นการหันหน้าปรึกษาพูดคุยกัน

ถึงเวลาแล้ว ที่เราคนไทย มาร่วมเปลี่ยน…ไปด้วยกัน Change Together …