6 โรงแรม เนรมิตฝันวันวิวาห์สุดหรู 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729534

6 โรงแรม เนรมิตฝันวันวิวาห์สุดหรู 2023

6 โรงแรม เนรมิตฝันวันวิวาห์สุดหรู 2023

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.10 น.

ในหนึ่งช่วงชีวิตของเราคงจะมีเพียงไม่กี่ช่วงเวลาสำคัญ ที่เราต้องการทำให้เป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและจดจำไปตลอด ช่วงเวลาหนึ่งนั้นก็คือ “การแต่งงาน” ถือเป็นการเริ่มต้นการใช้ชีวิตกับคนที่รัก ซึ่งหลายคนต่างวาดฝันงานแต่งงานขอตนเองให้ออกมาดีที่สุด วันนี้ “เอ็น.ซี.ซี.” ผู้จัดงาน Wedding Fair ได้รวบรวม 6 โรงแรมหรู สำหรับเนรมิตงานวิวาห์ในฝัน ที่น่าสนใจของปี 2023 นี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงาน

1. โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กทม.

โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สามารถจัดได้ทั้งงานหมั้นและงานแต่งงาน ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิวาห์ของโรงแรมฯ โดยเฉพาะ เดินทางสะดวกอยู่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดงและรถไฟฟ้าใต้ดินสามย่าน เข้าออกได้ทั้งจากถนนสุรวงศ์ และถนนพระรามสี่ สำหรับพื้นที่จัดเลี้ยงมีให้เลือกห้องราชมณเฑียร แกรนด์ บอลรูม ที่ทันสมัย สามารถรับรองแขกได้สูงสุด 600 คน คุมโทนด้วยสีเบจให้ความหรูหรา มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำทั้งภาพและเสียง อาทิ SAMSUNG Video Wall & Columns และเฉดไฟปรับสีได้ตามธีม เพื่องานเลี้ยงฉลองสมรสที่ยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ห้องราชมณเฑียรสามารถแบ่งเป็นห้องย่อยได้มากถึง 4 ห้อง

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับจัดพิธีหมั้นและงานเลี้ยงแบบไทย โดยมีห้องมณเฑียรทิพย์ที่มีความสวยงามราวกับพระราชวัง ด้วยสถาปัตยกรรมไทยแท้ รับรองแขกได้สูงสุด 80 คน และยังมีห้อง Multi Purpose สำหรับท่านที่ต้องการแสงธรรมชาติ

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://montienbangkok.com/

2. Amari Watergate 

โรงแรมดังย่านประตูน้ำ สามารถรองรับได้ทุกความต้องการ ได้แก่

1. ห้องวอเตอร์เกท บอลรูม เป็นห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่สไตล์เรียบหรูแบบโมเดิร์น เน้นโทนสีแบบเอิร์ธโทน มีพื้นที่โอ่โถงและเพดานสูง สามารถจัดงานแต่งงานได้อย่างหลากหลาย รองรับแขกได้สูงสุดถึง 1000 คน และสามารถแบ่งห้องวอเตอร์เกท บอลรูม ออกเป็นห้องย่อยได้อีก 3 ห้อง รองรับจำนวนแขกได้สูงสุดห้องละ 250 – 280 ท่าน

2. Rooftop Garden พื้นที่สวนขนาดย่อมแบบ Outdoor ตั้งอยู่บนชั้น 8 ของโรงแรมฯ เหมาะสำหรับการจัดงานแต่งงานแบบปาร์ตี้ เน้นพบปะสังสรรค์กับเพื่อน ๆ หรืองานเลี้ยงที่ไม่ได้เป็นพิธีการ มากนัก สามารถรองรับแขกได้สูงสุดถึง 300 – 350 ท่าน

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://th.amari.com/

3. Chatrium Hotel Riverside Bangkok

โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพระดับ 5 ดาว โดดเด่นด้วยที่ตั้งริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เห็นทิวทัศน์แม่น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม ซึ่งโรงแรมมีห้องบอลรูมที่สามารถเนรมิตงานแต่งงานในฝันได้อย่างสมบูรณ์ รองรับแขกได้ตั้งแต่ 10 – 700 คน มีบริการจัดเลี้ยงและเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งไทย จีน และนานาชาติ และเทคโนโลยีขั้นสูงไว้รองรับ อาทิ โปรเจกเตอร์แบบ full HD จำนวน 3 เครื่อง จอภาพ LED ระบบแสง สี เสียง ห้องจัดเลี้ยงขนาดต่าง ๆ อีก 7 ห้อง อีกทั้งยังมีบริการจัดตกแต่งสถานที่ให้ตามธีมที่กำหนดได้อีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.chatrium.com/

4. Grand Fortune Hotel Bangkok

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งโรงแรมหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่มีความน่าสนใจในการจัดงานแต่งงาน ได้ทุกขนาด โดยมีห้องแกรนด์ บอลรูม จำนวน 2 ห้อง สามารถเชื่อมต่อกันได้ทำให้มีพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ถึง 2,000 ตร.ม. ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา และยังมีห้องซิลเวอร์ที่ทันสมัย สามารถตกแต่งห้องได้อย่างหลากหลายความความต้องการ นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีบริการจัดเลี้ยงโดยทีมงานมืออาชีพ ด้านระบบมัลติมีเดียก็มีรองรับอย่างเพียงพอ อาทิ จอ LED ความคมชัดสูงขนาดใหญ่ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ได้มาตรฐาน

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.grandfortunebangkok.com/

5. Ibis Styles Bangkok Ratchada

โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา เป็นโรงแรมที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี ในย่านรัชดา-ห้วยขวาง จุดเด่นของโรงแรมนี้คือการเดินทางสะดวกเนื่องจากอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT ห้วยขวาง มีห้องจัดเลี้ยงที่หลากหลาย รองรับแขกได้ตั้งแต่ 20 – 150 คน  อีกทั้งยังมีพื้นที่จัดเลี้ยงภายนอกอาคารสำหรับผู้ที่ต้องการจัดงานในสวนสัมผัสบรรยายกาศ ธรรมชาติ สามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ อีกทั้งยังมีทีมงานด้านการจัดเลี้ยงมืออาชีพคอยให้คำปรึกษา และยังมีอาหารหลากหลายให้บริการ อาทิ ไทย จีน นานาชาติ

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://ibisstylesbangkokratchada.com/

6. W1@Bangkoknoi Hotel

โรงแรมสุดเก๋ ริมคลองบางกอกน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานสุดโรแมนติก โดดเด่นด้วย บรรยากาศริมคลองบางกอกน้อยและสวนที่งดงาม สถานที่รับจัดงานแต่งงาน สามารถรองรับแขกได้ไม่เกิน 50 คน ให้ความรู้สึกส่วนตัว ในแบบวิถีไทยๆ พร้อม Signature ที่เป็นเอกลักษณ์ คือการแห่ขันหมากทางเรือสร้างความทรงจำที่สุดพิเศษที่หาจากที่ไหนไม่ได้แล้ว และยังมีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ริมคลองบางกอกน้อย เหมาะสำหรับบ่าวสาวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และมีคุณค่าทางจริงใจ

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://w1bangkoknoihotel.com/

สำหรับผู้ที่สนใจหรือกำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงาน หรือ แพ็กเกจงานแต่งงาน สามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าด้านงานวิวาห์ที่ครบวงจรที่สุด Wedding Fair 2023 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 21 พ.ค. 2566 เวลา 11.00 – 21.00 น. ฮอลล์ 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

มะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่ พบมากอันดับที่ 6 ของโรคมะเร็งในผู้หญิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729381

มะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่ พบมากอันดับที่ 6 ของโรคมะเร็งในผู้หญิง

มะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่ พบมากอันดับที่ 6 ของโรคมะเร็งในผู้หญิง

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.30 น.

เนื่องในวันที่ 8 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันมะเร็งรังไข่สากล” World Ovarian Cancer Day เพื่อร่วมรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เป็นเสมือนเกราะป้องกันภัยและวิธีป้องกันดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากมะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่ แพทย์หญิงศันสนีย์ อังสถาพร สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลนวเวชได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นสาระความรู้พร้อมคำอธิบายที่เข้าใจได้ง่ายเกี่ยวกับมะเร็งรังไข่ที่เกิดจากเยื่อบุผิว ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคุณผู้หญิงทุกคน

จากข้อมูลของ WHO ในปี 2020 พบว่าในประเทศไทย มะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับที่ 6ของโรคมะเร็งในผู้หญิงทั้งหมด และโดยทั่วไปโอกาสการเกิดมะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่ตลอดชีพ อยู่ที่ประมาณ 1% ซึ่งพบบ่อยในช่วงอายุ 55-65 ปี มะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่ เกิดจากเซลล์ของรังไข่ที่เป็นมะเร็งเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่ ได้แก่ 1.ไม่มีบุตร 2.เริ่มมีประจำเดือนมาเร็ว หรือประจำเดือนหมดช้า 3.มีน้ำหนักตัวมาก 4.ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนจากภายนอกโดยไม่ได้รับโปรเจสเตอโรน 5.มีพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่ เช่น BRCA1/2 mutation, Lynch syndrome 6.ใช้สาร talc

อาการของมะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่ ผู้ป่วยที่วินิจฉัยเป็นโรคมะเร็งรังไข่อาจไม่มีอาการนำมาก่อนในระยะแรก หรือในกลุ่มที่มีอาการ อาจมาด้วยอาการ ปวดท้องน้อย คลำก้อนได้ที่ท้องน้อย ท้องโตมีน้ำในช่องท้องแน่นท้อง ท้องอืด เบื่ออาหาร อ่อนเพลียปวดหลัง หรือขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระผิดปกติไปจากเดิม

ในปัจจุบันยังไม่มีการตรวจคัดกรองที่ได้ผลแม่นยำและยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ เเต่ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่สามารถลดลงได้ในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้ที่ตัดท่อนำไข่ ผู้ที่มีบุตร 1 คน ความเสี่ยงลดลง 30-40% ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด มากกว่าหรือเท่ากับ 5 ปี ความเสี่ยงลดลง 50% ผู้ที่ทราบว่าครอบครัวมีประวัติโรคมะเร็งรังไข่, มะเร็งเต้านม หรือมียีนที่เพิ่มความเสี่ยง หากเข้ารับการตรวจทางพันธุกรรมก่อนที่จะเกิดโรค อาจมีเเนวทางในการป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ได้ แม้จะไม่มีวัคซีนป้องกันโรค หรือการตรวจคัดกรองที่เฉพาะเจาะจง แต่ในทางการแพทย์เองก็ยังแนะนำให้ผู้หญิงเข้ารับการตรวจคัดกรองทางนรีเวชด้วยการคลำมดลูกและรังไข่ และ/หรือมีการ Ultrasound ร่วมด้วย ในทุกๆ ปี เพื่อที่จะสามารถวินิจฉัยความผิดปกติได้ตั้งเเต่ระยะต้นและเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว

การวินิจฉัยมะเร็งชนิดเยื่อบุผิวรังไข่ ประกอบด้วยกันหลายอย่างทั้งอาการนำของผู้ป่วย การตรวจร่างกายเบื้องต้น เเละตรวจภายใน ลักษณะและตำแหน่งของก้อนที่พบในอัลตราซาวนด์ หากตรวจเเล้วพบว่าอาการและผลการตรวจเข้าได้กับโรคมะเร็งรังไข่ ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น การส่งตรวจค่ามะเร็ง การทำเอกซเรย์ปอด และการตรวจรังสีวินิจฉัยที่ละเอียดขึ้นต่อไป เช่น CT, MRI หากมีข้อสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สุขภาพผู้หญิง โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02-4839999 I Line : @navavej I http://www.navavej.com

แพทย์หญิงศันสนีย์ อังสถาพร

แพทย์หญิงศันสนีย์ อังสถาพร

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729380

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy)

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy)

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกแบบ Bell เป็นโรคที่มีการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ในภาวะปกติเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 จะมาเลี้ยงกล้ามเนื้อของใบหน้าทั้งด้านบนและด้านล่าง ดังนั้นเมื่อเวลามีความผิดปกติของเส้นประสาทสมองนี้ จะทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงก่อให้เกิดอาการ หลับตาไม่สนิท แสบตายักคิ้วไม่ได้ มุมปากตก เวลาดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกจากมุมปาก โดยมักเป็นข้างเดียว หรือคนไข้อาจจะได้ยินเสียงดังกว่าปกติจากหูข้างนั้น เนื่องจากเส้นประสาทนี้ยังไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ช่วยลดความดังของเสียงที่จะเข้ามาในหูข้างนั้นด้วย

ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เกิดได้จากหลายสาเหตุ คือไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน อาจจะเป็นจากอุบัติเหตุหรือจากเนื้องอกหรือจากสาเหตุอื่นๆ สิ่งที่ตรวจพบคือมีการอักเสบของตัวเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7โดยมีการบวมของเส้นประสาท สมมุติฐานที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบันคือเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยไวรัสที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องคือไวรัสเริม ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก ไวรัสที่ทำให้เกิดคางทูม หรือหัด หรือแม้กระทั่งไวรัสไข้หวัดใหญ่

ปัจจัยอะไรที่ทำให้กลายเป็นโรค

สำหรับปัจจัยเสี่ยง มักพบในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะอายุครรภ์ในไตรมาสที่ 3 หรือ 1 สัปดาห์ในช่วงคลอดกลุ่มที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง หรือมีน้ำหนักตัวมาก

หน้าเบี้ยวครึ่งซีกเกิดจากโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดหรือไม่?

เมื่อมีอาการสิ่งที่ผู้ป่วยหรือญาติมักกังวลคืออาการหน้าเบี้ยวนั้นจะเป็นจากโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดหรือไม่ ซึ่งโรค Bell’s palsy มีความผิดปกติอยู่ที่เส้นประสาทสมองจึงมักมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าทั้งซีก ทั้งด้านบนและด้านล่าง ในขณะที่โรคหลอดเลือดสมองซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่เนื้อสมองด้านบนมักทำให้เกิดอาการอ่อนแรงของใบหน้าครึ่งล่าง ดังนั้นผู้ป่วยจะสามารถหลับตาได้สนิทยักคิ้วได้อย่างไรก็ตาม หากมีรอยโรคของหลอดเลือดสมองที่ก้านสมองอาจมีอาการอ่อนแรกของใบหน้าครึ่งซีกได้เช่นเดียวกัน แต่มักพบความผิดปกติอื่นร่วม เช่น อ่อนแรงแขนขา ชาแขนขาหรือใบหน้า หรือมีอาการเวียนศีรษะ ดังนั้นแพทย์ มักทำการตรวจผู้ป่วยเพื่อยืนยันว่ามีอาการผิดปกติจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เท่านั้น หรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย

การรักษา

โดยมากโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกมักหายเองได้ ถึง 90% ใน 6 เดือนมีเพียงส่วนน้อยที่อาจมีอาการอ่อนแรงของใบหน้า การรักษาปัจจุบันพบว่าการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ (steroid)ติดต่อกัน 7-10 วัน สามารถลดการบวมและอักเสบของเส้นประสาททำให้หายเร็วขึ้น แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสร่วมด้วยในบางราย

สำหรับภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ มีอาการอ่อนแรงหลงเหลือ หรือมีการเจริญของเส้นประสาทที่ผิดปกติทำให้เกิดการเคลื่อนไหวร่วมกันของกล้ามเนื้อหลายมัดในใบหน้าเมื่อถูกกระตุ้น (Synkinesis) เช่น หากผู้ป่วยยิ้มอาจทำให้มีการหยีตาของข้างนั้นร่วมด้วยนอกจากนี้ปัญหาจาการหลับตาได้ไม่สนิทอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อกระจกตาเช่น อาการแสบตา กระจกตาเป็นแผล และอาจส่งผลต่อการมองเห็นของตาข้างนั้นดังนั้นในระหว่างการรักษา แพทย์อาจพิจารณาสั่งน้ำตาเทียมหรือแนะนำให้ใช้ที่ปกปิดดวงตาเพื่อป้องการภาวะแทรกซ้อน

Credit ภาพ : Blumenfeld H.Neuroanatomy Through Clinical Cases. Wiley-Blackwell ; 2010

บทความโดย พ.ท.นพ.ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สูง

แผนกประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729415

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll งานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก King Charles ที่ 3 ยิ่งใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว Arcbishop แห่งแคนเทอร์เบอรี เป็นผู้นำจัดพิธีที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ช่วงสำคัญของพิธี เป็นพิธีเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ …น้ำมันศักดิ์สิทธิ์นี้ทำขึ้นใหม่จากน้ำมันมะกอก ดอกไม้ป่า ฯลฯ ไม่ใช่ทำมาจากสัตว์บางชนิดแบบครั้งในพิธีแต่ก่อน และฉากบังตาตอนเจิมน้ำมันทำมาใหม่เช่นกันเพราะ King Charles เป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ช่วงถวายการสวมพระมหามงกุฎ (ซึ่งหนักมากหลายกิโลกรัม) นายกรัฐมนตรี Richi Sunak มาอ่านพระคัมภีร์ เน้น Faith …ผู้รับชมพระราชพิธีครั้งนี้ต่างชื่นชมเพลงปิดท้ายพิธี “Make a joyful noise” ประพันธ์โดย Andrew Royce Pepper…

ll ยิ่งเรื่องเลือกตั้งทั่วไปครั้งสำคัญใกล้เข้ามา ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านกล่าวยกย่องอดีตประธาน ส.ส.ร. อุทัย พิมพ์ใจชน ที่มี VISION กล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาด โอเวอร์ รูล คำวินิจฉัยของ ส.ส.ร. ดร.อมร รักษาสัตย์ที่ปฏิเสธการนำหลักการการลงคะแนนเสียงของคนไทยนอกราชอาณาจักรบรรจุลงในการร่างรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 ยังผลให้รัฐธรรมนูญกำหนดให้คนไทยนอกราชอาณาจักรมีสิทธิ์ความเป็นคนไทยลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้เรื่อยมา ถึงวันนี้เราเห็น ท่านเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ธานี แสงรัตน์ จัดให้คนไทยในวอชิงตัน-แอลเอ ทยอยกันมาลงคะแนนเสียงล่วงหน้าด้วยหน้าตาสดใส โดยให้สัมภาษณ์สรุปได้ว่ามีทั้งไม่เหนื่อยที่จะเดินทางมาลงคะแนนเสียง;ต้องการโหวต สส.เพื่อให้ได้นายกฯ ที่ประชาชนต้องการ; ภูมิใจที่มีสิทธิ์ลงคะแนนในฐานะคนไทย…ทั้งนี้อย่าลืมว่า “โหวต” นอกราชอาณาจักรคือโซ่ใจที่คล้องคนไทยรุ่นใหม่ไว้ให้มีความจงรักภักดีต่อชาติและสถาบันฯอย่างมั่นคง…

ll ELECTION FEVER ที่มาแรง ได้ยินเสียงผู้คนร่ำร้องอยากได้นายกฯใหม่ที่เป็นอินเตอร์ ทั้งวิชั่น, บุคลิกและคอมมานด์ภาษาอังกฤษเพื่อรองรับศตวรรษ 21 ที่โลกกลายเป็นโลกาภิวัตน์ไปแล้ว นั่นคือรูปแบบโดยทั่วไปยังไม่เห็นตัวจริงว่าเป็นอย่างไร จึงลองเสนอตัวอย่างจริงตามแนวทางดังกล่าวข้างต้นว่าพอใช้เป็นแบบอย่างได้ไหม…เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอก ยอล เดินทางไปเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 6 วัน ระหว่างการเจรจาอย่างมีกำหนดการแน่นมาก ถ้าเป็นเรื่องพิธีการท่านยุนก็จะรักษารูปแบบโดยใช้ภาษาเกาหลีและล่ามแปล แต่ในห้องเจรจาตรงกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้สบาย จนถึงค่ำวันเลี้ยงเป็นเกียรติแก่คณะที่ทำเนียบขาว ช่วงหนึ่งท่านประธานาธิบดีไบเดนได้เชิญให้ ท่านยุน ขึ้นร้องเพลงเป็นเกียรติแก่บรรดาแขกประกอบด้วยทั้ง สว.และ สส.สหรัฐฯ ท่านยุนรับไมค์มาก็ครวญเพลงสุดยอดฮิตในยุค 70 ของอเมริกันชน “AMERICAN PIE” ได้ผลจริง บรรดาแขกผู้มีเกียรติต่างปรบมือและโยกตัวตามเพลงส่วนประธานาธิบดีไบเดนไม่ต้องห่วง ลุกขึ้นเต้นตามจังหวะเพลงเลยด้วยซ้ำไป…

ll สุวิชญ์ รัศมิภูติ เพิ่งเสร็จงานประชุมเพลิงภรรยา เนื้อทิพย์ ที่วัดลาดพร้าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

ll ปภา เผือกสำลี เกิดอุบัติเหตุ ขณะไปรับหลานสาวที่โรงเรียนแล้ว ลอดศีรษะไม่พ้น ทำให้วัสดุแหลมแทงเฉียดศีรษะ เลือดไหลโกรก เจ้าตัวกัดฟันขับรถเองไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลกับหลานสาวตัวน้อย…เก่งจริงๆ…

ll ดร.รวีวรรณ ภูริเดช นำทีมข้าราชการสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติ อาทิ ดร.ศุภวรรณ วงษ์ประยูร ฯลฯ ไปทริป กัวลาลัมเปอร์, มะละกา ข่าวว่า งานนี้ทุกคนออกค่าใช้จ่ายเอง แบบเที่ยวเอง จ่ายเอง นักเลงพอ…ไม่ได้เบียดบังงบหลวงสักบาท !!…ll

บารอนเนส

ลัช จับมือ อนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังเปิดตัวคอลเลคชั่น‘LUSH×ONE PIECE’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729387

ลัช จับมือ อนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังเปิดตัวคอลเลคชั่น‘LUSH×ONE PIECE’

ลัช จับมือ อนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังเปิดตัวคอลเลคชั่น‘LUSH×ONE PIECE’

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

LUSH ประเทศไทย เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “LUSH x ONE PIECE” ซึ่งเป็นการร่วมมือกับอนิเมะญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่าง ONE PIECE (วีนพีซ) นับว่าเป็นการยกระดับสีสันความสนุกสนานในการอาบน้ำเป็นครั้งแรกของ LUSH ในการร่วมมือในคอลเลคชั่นพิเศษของเราในตอนนี้เป็นเวลาครบ 1 ปีแล้ว หลังจากที่ LUSH ได้ประกาศนโยบาย Anti-Social Policy ออกไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2021 การจับมือกันครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าและแฟนคลับของทั้ง LUSH และ ONE PIECE ผ่านการร่วมมือแบบถูกลิขสิทธิ์

แนวคิดภายใต้คอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำพูดที่มีชื่อเสียงของ Monkey D. Luffy ตัวละครหลักในวันพีซที่มีความฝันจะเป็น “ราชาโจรสลัด” : “ฉันได้กลิ่นแห่งการผจญภัย!!!” ผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่นพิเศษนี้มีด้วยกัน 6 รายการ ด้วยกัน ซึ่งมีบาธบอมบ์จำนวน 4 รูปแบบ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Devil Fruit” หรือ “ผลไม้ปิศาจ” ซึ่งเป็นผลไม้พิเศษที่ให้พลังลึกลับกับผู้ที่ได้กินเข้าไป นอกจากนี้ ยังมีบับเบิ้ลบาร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมวกฟางของลูฟี่ และ Knot Wrap (ผ้าห่อของขวัญที่ใช้ซ้ำได้) ลายธงโจรสลัด สัญลักษณ์ของกลุ่มหมวกฟาง เราขอเชิญชวนคุณเข้าสู่โลกของโจรสลัด มาตามล่าหาวันพีซไปพร้อมๆ กัน เราจะช่วยคุณแต่งเติมจินตนาการ พาล่องเรือออกทะเลไปด้วยกันกับกลุ่มหมวกฟาง คุณพร้อมหรือยังที่จะเป็น “ราชาโจรสลัด” แล้วหรือยัง? กลิ่นแห่งการผจญภัย อยู่ใกล้แค่เอื้อม!!

LUSH (ลัช) แบรนด์เครื่องสำอางที่ส่งตรงมาจากประเทศอังกฤษ เปิดตัวที่ประเทศไทยครั้งแรกในปี 2559 โดยบอกเล่าเรื่องราวน่ารักๆ พร้อม Values ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่บ่งบอกถึงความตั้งใจของ LUSH (ลัช) อีกทั้ง บรรจุภัณฑ์ยังทำมาจากวัสดุรีไซเคิล 100% ผลิตภัณฑ์ของลัช มีครบวงจรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผลิตจากธรรมชาติและไม่มีการทดลองกับสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่นำเสนอผ่านการไร้บรรจุภัณฑ์ เช่น บาธบอมบ์และบับเบิ้ลบาร์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา มีสาขาทั้งหมด 9 สาขาที่เปิดให้บริการอยู่ที่ สยาม เซ็นเตอร์ (ชั้น G), เมกาบางนา (ชั้น 1), ไอคอนสยาม (ชั้น 2), เทอร์มินอล 21 อโศก (ชั้น 3), เทอร์มินอล 21 พัทยา (ชั้น G), เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า (ชั้น 1), เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ (ชั้น 2), เทอร์มินอล 21 พระราม 3 (ชั้น G), เซ็นทรัล เวสต์เกต (ชั้น G) และมีการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งทางเว็บไซต์ th.lush.com และช่องทาง Line Official: @lushthailand

‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ สนับสนุนโปรแกรมโภชนาการ ประยุกต์ใช้ศาสตร์จากกรดอะมิโน เสริมสมรรถภาพทีมนักแบดไทย พร้อมสู้ศึกการแข่งขันระดับโลกตลอดปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729392

‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ สนับสนุนโปรแกรมโภชนาการ ประยุกต์ใช้ศาสตร์จากกรดอะมิโน เสริมสมรรถภาพทีมนักแบดไทย พร้อมสู้ศึกการแข่งขันระดับโลกตลอดปี

‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ สนับสนุนโปรแกรมโภชนาการ ประยุกต์ใช้ศาสตร์จากกรดอะมิโน เสริมสมรรถภาพทีมนักแบดไทย พร้อมสู้ศึกการแข่งขันระดับโลกตลอดปี

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และ นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมลงนามสัญญาการให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ประจำปี 2566ภายใต้โครงการ “Thailand Victory Project” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยได้รับประทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักโภชนาการ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและได้รับพลังงานที่เพียงพอ ผ่านโปรแกรมโภชนาการอาหาร คาจิเมชิ หรือ ที่เรียกว่า มื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Meal) นอกจากนี้ ยังได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ “อะมิโน ไวทัล®” และสนับสนุน ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ด้านโภชนาการและการประยุกต์ใช้พลังของกรดอะมิโน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพระดับสูงสุดให้กับทัพนักกีฬาในช่วงเตรียมพร้อมร่างกายและฝึกซ้อม รวมถึงในระหว่างการแข่งขัน

“อายิโนะโมะโต๊ะ” เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตอาหารคุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกรดอะมิโนรายใหญ่ของโลก ซึ่งได้ทุ่มเทในด้านอาหาร สุขภาพและโภชนาการของผู้คน ผ่านการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านกรดอะมิโน อันเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัทฯ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา บริษัทได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาวงการกีฬา ผ่านโครงการ วิคตอรี่ โปรเจค ด้วยการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพระดับสูงสุดให้กับทัพนักกีฬาญี่ปุ่น ผ่านกิจกรรมโภชนาการสำหรับนักกีฬา ซึ่งนำพลังของกรดอะมิโนเข้ามาประยุกต์ใช้ อาทิ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ด้านกรดอะมิโนของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงการส่งเสริมโปรแกรมอาหารเพื่อเสริมสร้างโภชนาการ คาจิเมชิ หรือ ที่เรียกว่า “มื้ออาหารแห่งชัยชนะ” (Winning Meal) ให้กับนักกีฬา และตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา บริษัทได้ขยายการดำเนินโครงการฯ ไปยัง 7 บริษัทลูกในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้โครงการ อาเซียน วิคตอรี่โปรเจค เพื่อร่วมสนับสนุนกับองค์กรกีฬา นักกีฬา และโรงเรียนกีฬาต่างๆ ในกลุ่มประเทศดังกล่าว ซึ่งในการร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักระดับสูงสุดในครั้งนี้ กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ จะใช้โอกาสนี้ในการส่งมอบการสนับสนุนต่างๆ ผ่านกลุ่มบริษัทลูกของเราต่อไป สำหรับในประเทศไทย โครงการดังกล่าวได้เริ่มขึ้นในปี 2561 ด้วยการร่วมสนับสนุนโปรแกรมโภชนาการสำหรับนักกีฬา รวมถึงองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์ด้านกรดอะมิโนให้กับสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยและด้วยผลลัพธ์ที่ดี จึงทำให้บริษัทได้ขยายการสนับสนุนให้กับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา

มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กว่า 63 ปี ที่ก่อตั้งบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ ในประเทศไทย เรามีปณิธานที่จะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคน สังคมที่เราอาศัยอยู่ และโลกใบนี้ ผ่านศาสตร์แห่งกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์และความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ กรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในร่างกายของสิ่งมีชีวิต โดยกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ เรามีเป้าหมายที่จะส่งเสริมในความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนทั่วโลกด้วยการปลดล็อกพลังของกรดอะมิโนที่เป็นเทคโนโลยีหลักของเรา เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย โดยมี “เป้าหมายเดียวกัน” ในการร่วมกันดึงศักยภาพของนักกีฬาออกมาให้ถึงขีดสุดพร้อมกับความสำเร็จครั้งใหม่ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ข้อตกลงการสนับสนุนในวันนี้จะเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งที่จะทำให้ความฝันของเราเป็นจริง”

ด้าน คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กล่าวว่า “สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ขอขอบคุณ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ เป็นอย่างดีมาตลอดระยะเวลา ตั้งแต่ปี 2020 จนถึงปัจจุบัน ปีนี้ทาง บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้ให้การสนับสนุนพิเศษให้กับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ โดยดูแลและติดตามเป็นพิเศษ สำหรับนักกีฬาความหวังของสมาคม ทั้งในเรื่องการการควบคุมดรรชนีมวลกาย การติดตามเรื่องโภชนาการ และการให้คำปรึกษาด้านที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องขอขอบคุณ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้กรุณาสนับสนุน จัดตั้งครัวเพื่อการสนับสนุนอาหารให้กับนักกีฬาไทย ในการแข่งขัน โธมัส & อูเบอร์ คัพ ไฟนอลส์ 2022 (Thomas & Uber Cup Finals 2022) ประเภททีมชาย ทีมหญิง ชิงแชมป์โลก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ “อายิโนะโมะโต๊ะ” เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักระดับสูงสุดอย่างเป็นทางการ ตลอดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศกัมพูชา ในเดือนพฤษภาคม 2566 ตอบรับกับเจตนารมณ์ของเราในการมุ่งมั่นทุ่มเทในการสร้าง “คุณค่าร่วมให้กับสังคม” ผ่านการดำเนินการส่งเสริม “สุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน” ควบคู่ไปกับการลด “ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม” ในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ ภายใต้ปณิธาณ “การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม” หรือ “The Ajinomoto Group Creating Shared Value: ASV” อย่างยั่งยืนของบริษัท

มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กก.ผจญ.บจ.อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) และ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กก.คณะ กก.โอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ร่วมลงนามสัญญาการให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ประจำปี 2566 ภายใต้โครงการ “Thailand Victory Project”

มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กก.ผจญ.บจ.อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) และ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กก.คณะ กก.โอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ร่วมลงนามสัญญาการให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ประจำปี 2566 ภายใต้โครงการ “Thailand Victory Project”

มร.อิชิโระ ซะกะกุระ, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล พร้อมด้วย แคโรไลน่า ซานเชส กก.บจ.อายิโนะโมะโต๊ะ และ พล.อ.อ.ถาวร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

มร.อิชิโระ ซะกะกุระ, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล พร้อมด้วย แคโรไลน่า ซานเชส กก.บจ.อายิโนะโมะโต๊ะ และ พล.อ.อ.ถาวร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกหลังพิธีลงนามสัญญาการให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ประจำปี 2566 ภายใต้โครงการ “Thailand Victory Project”

ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกหลังพิธีลงนามสัญญาการให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ประจำปี 2566 ภายใต้โครงการ “Thailand Victory Project”

ชวนมาสโลว์ไลฟ์ในงาน‘sacit Craft Fair’ประจำปี 2566’ ซึมซับงานคราฟต์ที่สร้างสรรค์บันดาลใจสู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729375

ชวนมาสโลว์ไลฟ์ในงาน‘sacit Craft Fair’ประจำปี 2566’ ซึมซับงานคราฟต์ที่สร้างสรรค์บันดาลใจสู่ความยั่งยืน

ชวนมาสโลว์ไลฟ์ในงาน‘sacit Craft Fair’ประจำปี 2566’ ซึมซับงานคราฟต์ที่สร้างสรรค์บันดาลใจสู่ความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผอ.สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย

ปรับสปีดชีวิตให้ช้าลง แล้วมาซึมซับงานคราฟต์บันดาลใจ ดีไซน์ร่วมสมัยกว่า 45 ร้านค้า ในงาน “sacit Craft Fair”ประจำปี 2566 พบกัน พฤษภาคม-สิงหาคม จัด 4 ครั้ง ณ เซ็นทรัล พระราม 9,เดอะมอลล์ ท่าพระ และเดอะมอลล์ โคราชมาสโลว์แฟชั่น แล้ว Go Green ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

นายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยกล่าวว่า สศท. หรือ sacit ในฐานะหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้นำ BCG Model มาอัปสกิลผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค และเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไป โดยขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายประการ อาทิ Climate Change, Global Warming, Carbon Neutrality

sacit มีบทบาทในการสืบสานสร้างสรรค์และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งงานอนุรักษ์แบบดั้งเดิมและร่วมสมัยให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดมา รวมทั้ง การสนับสนุนสินค้าแฟชั่นที่ไม่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นแบบยั่งยืน หรือ Sustainable Fashion โดยสนับสนุนสินค้าประเภท Slow Fashion ซึ่งมีกระบวนการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นสินค้าที่ถูกสร้างและผลิตขึ้นเพื่อนำไปสู่โลกที่สมดุลมากกว่าเดิมในทางกลับกัน โลกที่หมุนเร็วขึ้นแต่ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจสินค้าแนว Eco Trend และสนับสนุนสินค้าแบบ Slow Fashion มากขึ้น เพราะมีคุณภาพดี ผลิตอย่างใส่ใจ ไม่ต้องวิ่งตามกระแสมีความคุ้มค่า อายุการใช้งานยาวนานช่วยลดปริมาณขยะ

sacit จึงได้เตรียมจัดงาน “sacit Craft Fair” ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “Sustainspiration” ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง Sustainability + Inspiration เมื่อแรงบันดาลใจถูกเจียระไนผ่านกาลเวลา ผ่านภูมิปัญญาทักษะแบบดั้งเดิม จนกระทั่งโลกได้เดินทางสู่เทรนด์แบบสมัยนิยม ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนเป็นผลงาน “คราฟต์บันดาลใจสู่ความยั่งยืน” งานคราฟต์เหล่านี้ จึงไม่เพียงแต่ยกระดับ สร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ยังสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน และโลกได้ถึงขีดสุด

“sacit Craft Fair คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ ทายาทช่างศิลป์ฯและสมาชิกผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมไทยอันทรงคุณค่าได้นำผลงานคราฟต์ร่วมสมัยมาจัดจำหน่ายและประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักเป็นคอมมูนิตี้สำหรับแลกเปลี่ยนมุมมองต่อยอดทางความคิดในการประกอบอาชีพกลุ่มผู้ซื้อที่ชื่นชอบงานคราฟต์ มีพื้นที่จับจ่ายใช้สอย โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงแหล่งผลิตต้นทางเป็นการอุดหนุนชุมชนเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งถือเป็นการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน”

การจัดงาน sacit Craft Fair ประจำปี 2566 ในครั้งนี้ จึงเป็นการชวนสายคราฟต์มาสโลว์ไลฟ์ สโลว์ใจ ปรับสปีดชีวิตให้ช้าลง เพื่อซึมซับงานคราฟต์ตามวิถี Eco Trend พร้อมสอดแทรกสาระด้าน BCG ภายในงานอีกด้วย โดยงานจัดทั้งหมด 4 ครั้งครั้งละ 7 วัน ได้แก่ ครั้งที่ 1 วันที่ 10-16 พฤษภาคม 2566 เซ็นทรัล พระราม 9, ครั้งที่ 2 วันที่ 22-28 มิถุนายน 2566 เดอะมอลล์ ท่าพระ, ครั้งที่ 3 วันที่ 4-10 กรกฎาคม 2566 เซ็นทรัล พระราม 9 และครั้งที่ 4 วันที่ 17-23 สิงหาคม 2566 เดอะมอลล์ โคราชโดยมีร้านค้าผลิตภัณฑ์งานคราฟต์ร่วมสมัย กว่า180 ร้านค้า อาทิ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้านที่มีดีไซน์ มีนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และสามารถนำไปใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ เมื่อซื้อสินค้าภายในงานตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ สิทธิในการจับรางวัลพิเศษ เช่น แก้ว Limited Edition ของที่ระลึกจาก sacit shop หรือคูปองส่วนลด, กิจกรรม “sacit แจกที่พักฟรี” เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์จาก sacit shop มูลค่า5,000 บาทขึ้นไป ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีท้ายงานและกิจกรรม “ถุงโชคดี” เพียงนำถุงผ้ามาช้อปปิ้งภายในงาน แสดงใบเสร็จจากร้านค้ารับของที่ระลึกทันที

ร่วมด้วยกิจกรรมความบันเทิงครบรส สร้างบรรยากาศด้วยวงดนตรีสดทุกวัน วันละ 3 รอบโชว์พิเศษจากศิลปิน ดารา พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับ Sustainspiration “คราฟต์บันดาลใจสู่ความยั่งยืน” เชื่อมโยงกับเรื่อง BCG และ Soft Power รวมถึงสาระดีๆ จากช่วง Craft Talk การพูดคุยเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมในส่วนของศิลปินดาราที่มา ร่วมงาน อาทิ Miss Grand Thailand ประจำปี 2023, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, รถเมล์-คะนึงนิจ, วง PiXXiE, พีท พล, พริม-พริมา, ว่าน วันวาน, ปิงปอง ธงชัย, จีน่า เดอะเฟซ, แบมแบม- นีวิรินทน์, บอย Your Mood, นัท- นิสามณี, ลูกหว้า-พิจิกา, ทิกเกอร์ เทริโอ, JIXGO, ฝ้าย-สุภาพร, ซีน-ภัสธรากรณ์, ไข่มุก-รุ่งรัตน์, เต๋า-ภูศิลป์, ปอ-อรรณพ, ลีโอ-อธิป โสดา แชมป์ไมค์หมดหนี้เสี่ยงโชค 139 สมัย

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1289 หรือ http://www.facebook.com/sacitofficial

ผู้ผลิตงานศิลป์ร่วมงาน

ผู้ผลิตงานศิลป์ร่วมงาน

เนรมิตงานวิวาห์สุดโรแมนติกแบบครบครัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729378

เนรมิตงานวิวาห์สุดโรแมนติกแบบครบครัน

เนรมิตงานวิวาห์สุดโรแมนติกแบบครบครัน

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพื่อตอบโจทย์งานแต่งอย่างมืออาชีพแบบครบวงจร มณีนาฎ ทวีแสงศิริ ผู้บริหารทายาทรุ่นที่ 2 แห่งโพธาลัยแบงค็อก อาณาจักรเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบหนึ่งเดียวในกรุงเทพฯ จัดงาน Phothalai Wedding Fair 2023 ยิ่งใหญ่แห่งปี จำลองบรรยากาศงานแต่งงานดั่งฝันในคอนเซ็ปต์ “Ring the Bells” ไม่ว่าจะเป็น Garden of E-Den, ซุ้ม Amor Sempvternus รวมไปถึงจุดสำคัญที่เป็นไฮไลท์อย่างน้ำพุและระฆัง ที่สร้างสรรค์มาเพื่อให้บ่าว-สาวได้สัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติก พร้อมดื่มด่ำไปกับดนตรี และบริการอาหารเครื่องดื่ม โดยมี ธีรเทพ วิโนทัย และ อภิสรารัชต์จิรเดชพงศ์ มาร่วมงาน  โดยงานจะจัดให้มีขึ้น ระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ที่ห้องจัดเลี้ยง บาซิลิกา (Basilica) โพธาลัย แบงค็อก

ภายในงานตกแต่งให้เป็นบรรยากาศอบอุ่นและสดใสในโทนสีพาสเทล ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ขนาดโอเวอร์ไซส์ ที่โอบล้อมบริเวณห้องจัดงานให้อิ่มเอมไปด้วยกลิ่นอายของความรักที่หอมหวาน ซึ่งธีมงานในปีนี้ คือ “Ring the Bells” สื่อถึงหอระฆังอันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของการจัดงานที่โพธาลัย เปรียบเสมือนการลั่นระฆังก่อนเริ่มต้นพิธีวิวาห์ ที่เป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีมายาวนานจากชาวคริสต์ฝั่งยุโรป ที่เชื่อกันว่าจะช่วยให้บ่าวสาวครองรักกันอย่างราบรื่นตลอดไป พร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และบริการอาหารเครื่องดื่มตลอดงาน จัดขึ้นที่ห้องรับรอง บาซิลิกา หรือเรือนกลาสเฮาส์ ห้องกระจกใสสไตล์ยุโรป ที่สามารถรองรับผู้ร่วมงานได้มากกว่า 1,000 คนพร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำด้านการจัดงานวิวาห์แบบครบวงจร อาทิ ชุดแต่งงาน การตกแต่ง ของชำร่วย เวดดิ้งแพลนเนอร์ รวมไปถึงเมนูอาหารเลิศรสสำหรับการจัดงานเลี้ยงในรูปแบบต่างๆ แบบครบจบในที่เดียว

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ https://shorturl.asia/043Xj

CC DOUBLE O เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นเสื้อผ้าสุดคูล คอลเลคชั่น‘Sustainable’แฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729394

CC DOUBLE O เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นเสื้อผ้าสุดคูล คอลเลคชั่น‘Sustainable’แฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

CC DOUBLE O เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นเสื้อผ้าสุดคูล คอลเลคชั่น‘Sustainable’แฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

CC DOUBLE O (ซีซี ดับเบิลโอ) เพิ่มทางเลือกสินค้าแฟชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ห่วงใยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นอเมริกันแคชชวล ที่เน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบายและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างลงตัว โดยได้จัดทำคอลเลคชั่นพิเศษ “Sustainable” ซึ่งผลิตจากเส้นใยวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้ง Recycle Fabric การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่ และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตจากกระบวนการ Recycle ขวดพลาสติก ออกมาเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สีสันสดใส ใส่ได้ในทุกโอกาส

คอลเลคชั่น “Sustainable” ของแบรนด์ CC DOUBLE O ในครั้งนี้ ได้จัดทำขึ้นตามแนวคิด “The Power of Sustainability” ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความยั่งยืนของ ยัสปาล กรุ๊ป (บริษัทยัสปาล จำกัด) ที่เชื่อมั่นในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินงานธุรกิจเพื่อให้องค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตและพัฒนาร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ในคอลเลคชั่นนี้ CC DOUBLE O ได้ใช้วัตถุดิบรีไซเคิลถึง 2 ประเภท คือ เส้นใย Recycle Fabric การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่เป็นผ้า French Terry ที่มีความนุ่มฟู ในโทนสีพาสเทล สะท้อนความสดใสสำหรับช่วงซัมเมอร์นี้ และ เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตมาจากกระบวนการ Recycle ขวดพลาสติก ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณขยะขวดพลาสติก ซึ่งขวดพลาสติก 8 ขวด สามารถรีไซเคิลให้เส้นใยโพลีเอสเตอร์นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อยืดได้ 1 ตัวโดยเสื้อยืดที่ได้จะเป็นเนื้อผิวสัมผัสแบบคอตตอนที่สวมใส่สบาย

สำหรับคอลเลคชั่น “Sustainable” ครอบคลุมสินค้าถึง 48 รายการตอบโจทย์ทั้งสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายให้ได้ช้อปกันตั้งแต่ T-Shirt, Pullover, Hoodie, Tank, กางเกงขาสั้นและกางเกงยีนส์ ด้วยการออกแบบและกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจึงออกมาเป็นคอลเลคชั่นแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินค้ามีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน CC DOUBLE O ทุกสาขาและทางออนไลน์ www.ccdoubleo.com

เปิดมุมมองการเลือกตั้ง’66 จาก‘เจ้าสัว-ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ’ กระทุ้งปัญหา‘การศึกษา’โจทย์ใหญ่ที่จะแก้ปัญหาความยากจนอย่างแท้จริง ชวนคนไทยใช้สิทธิ์ลงเสียง สามัคคีปรองดอง และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729418

เปิดมุมมองการเลือกตั้ง’66 จาก‘เจ้าสัว-ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ’ กระทุ้งปัญหา‘การศึกษา’โจทย์ใหญ่ที่จะแก้ปัญหาความยากจนอย่างแท้จริง ชวนคนไทยใช้สิทธิ์ลงเสียง สามัคคีปรองดอง และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ

เปิดมุมมองการเลือกตั้ง’66 จาก‘เจ้าสัว-ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ’ กระทุ้งปัญหา‘การศึกษา’โจทย์ใหญ่ที่จะแก้ปัญหาความยากจนอย่างแท้จริง ชวนคนไทยใช้สิทธิ์ลงเสียง สามัคคีปรองดอง และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นับเป็นโค้งสุดท้ายอีกเพียงไม่กี่วัน ก่อนประเทศไทยจะเข้าสู่ “การเลือกตั้ง’66” ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคมนี้ ท่ามกลางบรรยากาศ การเรียกคะแนนเสียงของทุกพรรค ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลนโยบายเพื่อนำเสนอให้ประชาชนได้เลือกสรรมากมาย ซึ่งอีกหนึ่งมุมมองที่น่ารับฟังจากตัวแทนภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่าง คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ หรือ เจ้าสัวประจักษ์ แห่งอาณาจักร TOA นับว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สมัครและผู้ใช้สิทธิ์เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ

คุณประจักษ์ เล่าย้อนถึงประสบการณ์จากการก่อตั้ง “มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ” ขึ้นมาเป็นเวลากว่า 15 ปี ในฐานะองค์กร สาธารณกุศล ที่นำเงินทุกบาททุกสตางค์กลับไปแบ่งปันช่วยเหลือสังคมแบบ 100% บนเจตนารมณ์ความตั้งใจ เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์บูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ที่ได้ทรงเสียสละสร้างชาติบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นปึกแผ่น จนทำให้ประชาชนคนไทย รวมถึงครอบครัว ตั้งคารวคุณ ได้มีโอกาสทำมาหากินใต้ร่มพระบารมี ทำให้สร้างธุรกิจเติบโตจนแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จได้ถึงปัจจุบัน

ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของ คุณประจักษ์ ในการเป็นสะพานบุญ เจือจุนคนยากไร้ ช่วยเหลือสังคม และมุ่งมั่นให้โอกาสด้าน “การศึกษา” โดยเฉพาะการมอบทุนการศึกษาที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทุนนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท เพื่อกลับไปเป็นแพทย์ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ภูมิลำเนาบ้านเกิด และทุนในสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข รวมกว่า 60 ทุนทุนนักเรียนยากไร้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทุกระดับชั้น ทั้งเรียนดี และเรียนปานกลาง แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ยังได้มอบทุนการศึกษาและค่าครองชีพ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษาแพทย์ที่พ่อแม่ประสบปัญหา ทำให้ต้องหยุดเรียนกลางคัน ซึ่งเป็นทุนแบบให้เปล่า โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ รวมทั้งยังได้ มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ ติดต่อกัน 3 ปีแล้ว

แน่นอนว่าผลจากการลงมือทำ จึงทำให้ คุณประจักษ์ ได้ “ประจักษ์” กับข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือ

“ปัญหาด้านการศึกษา” ซึ่งพบว่า ปัจจุบันยังมีเยาวชนไทยที่ขาดโอกาสทางการศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเยาวชนที่ครอบครัว มีฐานะยากจน มีชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก ส่งผลให้ไม่ได้เรียนหนังสือ บ้างก็ต้องออกจากการเรียนกลางคัน เพราะไม่มีเงินไปโรงเรียน ต้องออกมาช่วยที่บ้านทำมาหากิน จนทำให้ขาดโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในระบบไปอย่างอัตโนมัติ ปัญหาดังกล่าวยังทำให้เกิดผลพวงตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสังคม การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาอาชญากรรม คดีปล้นฆ่าชิงทรัพย์ ตลอดจนปัญหายาเสพติด ทั้งหมดล้วนเป็นตัวฉุดถ่วงให้ประชาชนขาดคุณภาพ ความยากจนเพิ่มสูงขึ้น จนเป็นโดมิโน่ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจและสังคมประเทศโดยรวมไม่พัฒนา

ดังนั้นข้อเรียกร้องของ คุณประจักษ์ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง จึงส่งเสียงไปถึงภาคการเมือง ให้มุ่งแก้ไขไปที่ต้นเหตุของปัญหา นั่นคือเรื่อง “การศึกษา” ซึ่งจะเป็นแนวทางป้องกันและจัดการอุปสรรคต่างๆ ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้

“สิ่งที่ผมอยากเสนอถึงทุกพรรคที่ลงสมัคร ไม่ว่าจะคุณจะสังกัดพรรคใดก็ตาม หากมีโอกาสได้เข้าไปนั่งในสภา บริหารประเทศ นั่นถือว่า คุณคือผู้ที่จะต้องเสียสละ ทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมให้กับพี่น้องประชาชน และควรเร่งแก้ไขระบบการศึกษาไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะหากเยาวชนไทยได้รับการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ นำพาตนเองไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน สร้างฐานะ สร้างครอบครัวให้มีความร่ำรวย มีคู่ครองชีวิตที่ดี ถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ฐานรากในระดับครอบครัว เพราะเมื่อครอบครัวดี สังคมดีก็จะส่งผลให้คนในประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ถือเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างแท้จริง” คุณประจักษ์ ให้มุมมอง

คุณประจักษ์ ยังเน้นย้ำว่าประเทศชาติจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หากประชาชนไม่ออกไปใช้สิทธิ์ ลงเสียง กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศด้วยมือของตน พร้อมฝากแนวคิดถึงการใช้สิทธิ์อย่างมีสติ คิดรอบคอบ ภายใต้ความสามัคคี ปรองดอง ไม่เกิดการแตกแยก หรือทะเลาะ เบาะแว้งด้วยเรื่องการเมือง

ขณะเดียวกันยังฝากถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่จะต้องไม่หลงลืมคุณแผ่นดินไทยที่เราเกิด รัก เคารพ และเทิดทูนในสถาบันหลักของชาติ อันมี “ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์”ที่ทำให้พวกเราประชาชนได้มีกิน มีใช้ และอยู่อย่างเป็นสุขมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเชื่อว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญ อันนำไปสู่การมีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ มาจากเสียงข้างมากของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย เข้าไปทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง บริหารประเทศ เพื่อเดินหน้าไปสู่อนาคตที่สดใสของคนไทยทุกคน