สุดอบอุ่น!’น้องเพียร์ซ-ภีมเดช หิมะทองคำ’ลูกชายคนโต ‘ปู มัณฑนา’ร่วมให้กำลังใจ’ดร.ภักดีหาญส์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/729294

สุดอบอุ่น!'น้องเพียร์ซ-ภีมเดช หิมะทองคำ'ลูกชายคนโต 'ปู มัณฑนา'ร่วมให้กำลังใจ'ดร.ภักดีหาญส์'

สุดอบอุ่น!’น้องเพียร์ซ-ภีมเดช หิมะทองคำ’ลูกชายคนโต ‘ปู มัณฑนา’ร่วมให้กำลังใจ’ดร.ภักดีหาญส์’

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.26 น.

เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอีกครอบครัวหนึ่งของวงการบันเทิงเลยทีเดียว สำหรับครอบครัว “หิมะทองคำ” เมื่อ น้องเพียร์ซ-ภีมเดช หิมะทองคำ ลูกชายคนโตของนักแสดงสาวมากความสามารถ ปู-มัณฑนา หิมะทองคำ โดย น้องเพียร์ซ  จับมือ คุณแม่ปู ร่วมกันส่งกำลังใจให้กับคุณพ่อคนเก่ง ดร.ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 ลาดพร้าว บึงกุ่ม หมายเลข 8 พรรคพลังประชารัฐ ในงานปราศรัยย่อย โซนกรุงเทพกลางและตะวันออก ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

พรรคพลังประชารัฐ เปิดเวทีปราศรัยย่อย โซนกรุงเทพกลางและตะวันออก ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมี คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, คุณสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหาร และหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ  พร้อมผู้สมัคร ส.ส. ได้แก่ ดร.สฤษดิ์ โพธทอง เขต 1 เบอร์ 11, พณิชย์ วิทยาภัทร์ เขต 2 เบอร์ 11, กานต์ กิตติอำพล เขต 5 เบอร์ ดร.ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ เขต 13 เบอร์ 8, ร.อ.รชฎ พิศิษฐบรรณกร เขต 6 เบอร์ 10, นฤมล รัตนาภิบาล เบต 14 เบอร์ 5, บุญรุ่ง เต็งจงดี เขต 20 เบอร์ 1, ณิรินทร์ เงินยวง เขต 15 เบอร์ 8, พีระพงษ์ รัสมิ เขต 18 เบอร์ 4, กิติภูมิ นีละไพจิตร์ เขต 16 เบอร์ 12, นาถยา แดงบุหงา เขต 19 เบอร์ 10 เข้าร่วมการปราศรัยในครั้งนี้!!! 

เปิดเวทีปราศรัยย่อย เริ่มเปิดในเวลา 17.00 น. โดยมีการแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 12 คน 12 เขต เปิดนโยบายหลักของ พรรคพลังประชารัฐ ให้พ่อแม่พี่น้องได้ฟังกันอย่างเต็มอิ่มสามชั่วโมงเต็ม!! โดยในงานนี้มีบรรดาแฟนคลับ และผู้สนับสนุน ดร.ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 ลาดพร้าว บึงกุ่ม หมายเลข 8 พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น พร้อมชูป้ายไฟ “หาญส์ 8”  “FC หาญส์” และส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน และที่ขาดไม่ได้คือภรรยาคนเก่ง ปู-มัณฑนา และ น้องเพียร์ซ ก็มาให้กำลังใจ ดร.ภักดีหาญส์ ถึงขอบเวที 

ด้าน น้องเพียร์ซ ก็เรตติ้งดี๊ดี….ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา ทำให้มีคนมาขอถ่ายรูป และเซลฟี่กันเป็นจำนวนมาก โดย น้องเพียร์ซ ก็ไม่พลาดที่จะอ้อนขอคะแนนเสียงให้คุณพ่อด้วยนะ น่ารักจริงๆ เชียว ทำเอาคุณพ่อหาญส์ ถึงกับยิ้มแก้มปริ และภูมิใจในตัวของลูกชายคนโตเป็นอย่างมาก 

ได้กำลังใจดีๆ แบบนี้นี่เอง คุณพ่อหาญส์ถึงกับหายเหนื่อย พร้อมลงพื้นที่ขออาสารับใช้ประชาชน เลือก ดร.ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 ลาดพร้าว บึงกุ่ม เบอร์พรรค บัตรสีเขียว เบอร์ 37 บัตรสีม่วง เบอร์ 8 นะจ้ะ!!

มทร.ธัญบุรี คว้า 9 รางวัล จาก 7 งานวิจัยเวทีระดับนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729427

มทร.ธัญบุรี คว้า 9 รางวัล จาก 7 งานวิจัยเวทีระดับนานาชาติ

มทร.ธัญบุรี คว้า 9 รางวัล จาก 7 งานวิจัยเวทีระดับนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรีเปิดเผยว่า ในการประกวดผลงานและสิ่งประดิษฐ์ “The 48th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ ครั้งที่ 48 ซึ่งเป็นเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ ที่มีผลงานเข้าร่วมประกวดมากกว่า 1,000 ผลงาน จาก 42 ประเทศทั่วโลก แบ่งการจัดประกวดทั้งหมด 22 กลุ่ม มทร.ธัญบุรี ได้ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดพร้อมแสดงนิทรรศการ เนื่องจากเป็นงานประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของ มทร.ธัญบุรี และก็ได้รับรางวัลจากเวทีนี้มากถึง 7 ผลงาน

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่าผลงานที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วยผลงานนวัตกรรมเซลล์โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก ร่วมกับโซลาร์เซลล์ สำหรับการบำบัดน้ำเสียและระบบผลิตน้ำสะอาด ของ รศ.ดร.ฉัตรชัย พลเชี่ยว คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับรางวัล on-stage special prize จากประเทศโปแลนด์ และรางวัล Gold Medal,ผลงานผลึกนาโนเซลลูโลสจากผักตบชวา ของ นายพฤติพงศ์ พันธมนัสโสภา และ รศ.ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ (อาจารย์ที่ปรึกษา) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับรางวัล Gold Medal และรางวัลพิเศษจากประเทศเวียดนาม, ผลงานอนุภาคพอลิเมอร์ชีวภาพฉลาด : พอลิเมอร์ที่ตอบสนองต่อพีเอชกลิ่นหอม และสารลดแรงตึงผิวชนิดอนุภาค ต้านเชื้อจุลชีพ ของ รศ.ดร.อมร ไชยสัตย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับรางวัล Silver Medal, ผลงานผลิตภัณฑ์เนื้ออบแห้งจากพืชต้นแบบจากการทดแทนด้วยเปลือกกล้วยของ ดร.อัฏฐพล อิสสระ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับรางวัล Silver Medal, ผลงานนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชะลอวัยนาโนอิมัลชันจากตำรับสมุนไพรไทยออร์แกนิกในรูปแบบแคปซูลนิ่มจากธรรมชาติภายใต้โครงการ Bio-Circular- Green Economy เพื่อยกระดับการแพทย์แผนไทยระดับโลก ของ รศ.ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์คณะการแพทย์บูรณาการ ได้รับรางวัล Bronze Medal, ผลงานเฟอร์นิเจอร์สนามที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่ใช้งานแล้ว : ซูชิคอลเลคชั่นของ รศ.ดร.อนินท์ มีมนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับรางวัล Bronze Medal, ผลงานเครื่องอัดอิฐบล็อกปูพื้นกึ่งอัตโนมัติต้นทุนต่ำด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชน ของ ผศ.ดร.ประชุมคำพุฒ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับรางวัล Bronze Medal

ม.สวนดุสิตจัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729428

ม.สวนดุสิตจัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10

ม.สวนดุสิตจัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี ได้จัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธี รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอหัวหน้าส่วนราชการ และดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษาเข้าร่วมพิธี โดยจัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2566

ต้นรวงผึ้งเป็นต้นไม้ประจำพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 10 การปลูกต้นรวงผึ้งนอกจากจะเพื่อเป็นสิริมงคลกับมหาวิทยาลัยแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการในจังหวัดถึงการอนุรักษ์และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ของตนเอง โดยเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับนักศึกษาและชุมชนในการร่วมมือกันในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของทุกคนในสังคม โดยจะมีผลกระทบต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและการลดโลกร้อนในอนาคต

ม.นเรศวร ส่งมอบเสื้อเกราะกันกระสุนจากขยะพลาสติกรักษ์โลกให้กองทัพภาคที่ 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729377

ม.นเรศวร ส่งมอบเสื้อเกราะกันกระสุนจากขยะพลาสติกรักษ์โลกให้กองทัพภาคที่ 3

ม.นเรศวร ส่งมอบเสื้อเกราะกันกระสุนจากขยะพลาสติกรักษ์โลกให้กองทัพภาคที่ 3

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.37 น.

มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ วช.ทดสอบเสื้อเกาะกันกระสุนที่ผลิตจากพลาสติกโดยเฉพาะโคมไฟหน้ารถและพลาสติกจากการฟอกไต รองเท้ายางและขยะจากท้องทะเล รักษ์โลก พร้อมส่งมอบให้กับทหารกองทัพภาคที่ 3 เพื่อนำไปใช้ได้จริง

วันที่ 8 พ.ค.66 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 และมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรมเสื้อเกราะกันกระสุนจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นผลงานภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมจากขยะพลาสติกในชุมชนภาคเหนือตอนล่าง ประเทศไทย” ที่ วช.ให้ทุนสนับสนุนแก่ รองศาสตราจารย์ ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินโครงการฯ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้ส่งมอบนวัตกรรมดังกล่าว แก่กองทัพภาคที่ 3 โดยมี พล.ต.ประสาน แสงศิริรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้รับมอบ 

พร้อมนี้ ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมพิธีส่งมอบนวัตกรรมดังกล่าวด้วย ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก โดยก่อนรับมอบเสื้อเกาะกันกระสุนนั้น ได้มีการทดสอบ โดยทหารหน่วยกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.และ 11 มม.ทดสอบยิง 3 ระยะ คือที่ระยะ 7 เมตร ระยะ 10 เมตร และที่ 15 เมตร ซึ่งผลการยิงไม่ทะลุ ชุดเกาะแต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทดสอบที่ ระยะ 25 เมตร ก็ยังไม่ทะลุชุดเกาะเช่นกัน

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า ม.นเรศวร ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. ในการดำเนินโครงการ “การมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมจากขยะพลาสติกในชุมชนภาคเหนือตอนล่าง ประเทศไทย” มีความสอดคล้องกับแนวทางที่สหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ให้ประเทศต่าง ๆ ภายใต้ทิศทางการพัฒนาประเทศ พ.ศ. 2558 –2573 ในเป้าหมายที่ 12 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การสร้างสรรค์นวัตกรรมจากขยะพลาสติกยังตอบสนองยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพอีกด้วย 

โดยคณะนักวิจัยมีแนวคิดในการนำเอาขยะเหลือใช้กลับมาทำให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ให้ชุมชน จากการกำจัดขยะมูลฝอยในปี 2562 พบว่าจังหวัดพิษณุโลก ติดอันดับ 1 ใน 6 จังหวัดที่มีการนำขยะกลับมาใช้ใหม่มากที่สุด โดยจำนวนขยะมูลฝอยที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ในจังหวัดพิษณุโลก มีปริมาณ 465.7 ตันต่อวัน โดยนวัตกรรมเสื้อเกราะกันกระสุนถือเป็นผลสำเร็จของโครงการฯ จนได้ผลงานสร้างสรรค์ยกระดับขยะพลาสติกที่มีจำนวนมาก จากกระบวนการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่าง ๆ และชุมชน จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความมั่นคงและความปลอดภัย ให้กับกองทัพ โดยมีทหารเป็นกำลังสำคัญในการรักษาอธิปไตยของชาติ

สำหรับนวัตกรรมเสื้อเกราะกันกระสุนจากขยะพลาสติก นี้ มีส่วนประกอบ คือ โคมไฟหน้ารถยนต์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่เป็นเหยื่อป้องกันกระสุนได้ รองเท้ายาง  พลาสติกจากการฟอกไต และขยะจากท้องทะเล ซึ่งถือว่าเป็นเศษสิ่งเหลือใช้ที่นับวันจะสะสมมากขึ้น ทำให้หลายคนไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะสามารถนำมารีไซเคิล ทำเสื้อเกาะให้แก่ทหาร ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง  และที่สำคัญราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป ซึ่งต้นทุนในการผลิตเพียงหมื่นกว่าบาทเท่านั้น หากนำเข้าจากต่างประเทศก็จะมีราคาแพงกว่าถึง  3-5 เท่าตัว

นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.ภายใต้กระทรวง อว. เป็นองค์กรหลักด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญด้านการขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินโครงการวิจัยขนาดใหญ่ ที่มีความท้าทายและมีเป้าหมายชัดเจน รวมถึงการส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ตลอดจนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม ไปสู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาและสามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม 

งานวิจัยนวัตกรรมเสื้อเกราะกันกระสุนเป็นผลสำเร็จของการสนับสนุนนักวิจัยที่ได้รับทุนจาก วช. จนได้ผลงานสร้างสรรค์ยกระดับขยะพลาสติกที่มีจำนวนมาก จากกระบวนการมีส่วนร่วม ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความปลอดภัยให้กับทหารของประเทศและจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมรายได้ให้กับคนในชุมชนจากการนำเอาขยะจากท้องทะเลมารวมกับผ้าทอมือ อันเป็นสิ่งแทนใจของความรักและความผูกพันของคนในครอบครัว ชุมขนเป็นเกราะป้องกันทหารของประเทศอีกทั้งความสำเร็จของการพัฒนานวัตกรรมสื่อเชิงเนื้อหาระหว่าง นักวิจัย ทหารและนักประพันธ์เพลง เป็น soft power ที่แสดงให้เห็นบทบาทสำคัญของทหาร ผลผลิตและต้นแบบอันเกิดจากการวิจัยครั้งนี้จะก่อให้เกิดการจัดการขยะพลาสติกและการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศไทยได้ต่อไป

พล.ต.ประสาน แสงศิริรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า สำนักการวิจัยแห่งชาติและมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เล็งเห็นความสำคัญในงานวิจัยนวัตกรรมเสื้อเกราะกันกระสุน ซึ่งถือว่าเป็นคุณประโยชน์ให้กับกำลังพลของกองทัพบกเป็นอย่างดี รายการที่จะนำไปใช้ในพื้นที่เสี่ยง ให้เกิดความปลอดภัยรวมทั้งผลผลิตดังกล่าวจะเป็นต้นแบบในการลดขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่จะนำไปสู่การจัดการขยะอย่างยั่งยืนแบบบูรณาการ สำหรับเสื้อกันกระสุนนี้ ได้จัดทำตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ในแนวทางที่ว่า น้ำหนักเบา ผลิตภัณฑ์เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนและเข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพอลิคาร์บอเนต ที่ได้จากไฟหน้ารถ ถุงน้ำยาล้างไต ยางจากรองเท้าแตะเป็นต้น ซึ่งหลังจากรับมอบ ก็จะนำไปมอบให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน ซึ่งจากตรวจสอบพบว่าเสื้อเกาะดังกล่าวมีคุณสมบัติเบา และป้องกันกระสุนจากปืนพกสั้น ซึ่งอนาคตอยากให้พัฒนาคุณภาพที่สามารถป้องกันอาวุธปืนสงครามได้ต่อไป – 003

ฟัง ‘อดีต กกต.’ ชี้ชัด ป้ายไฟหาเสียงกลางพระราม8 ‘ผิดกม.เลือกตั้งไหม?’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548533

09 พ.ค. 2566

ฟัง 'อดีต กกต.' ชี้ชัด ป้ายไฟหาเสียงกลางพระราม8 'ผิดกม.เลือกตั้งไหม?'

เลือกตั้ง66 : อดีตกกต. ‘สมชัย  ศรีสุทธิยากร’ ชี้ชัด 4 ประเด็น หลังโซเชียลแห่แชร์ไฟฟาเสียงกลางสะพานพระราม 8 ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาแสดงความเห็นกรณีที่มีการแชร์ป้ายไฟหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กลางสะพานพระราม 8 ว่า อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ฟัง 'อดีต กกต.' ชี้ชัด ป้ายไฟหาเสียงกลางพระราม8 'ผิดกม.เลือกตั้งไหม?'


โดยป้ายไฟหาเสียงดังกล่าว ถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Eve Purida จำนวน 3 ภาพ ซึ่งในภาพระบุเป็นภาพป้ายหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ลักษณะเป็นป้ายไฟในช่วงเวลากลางคืน ปรากฏข้อความหาเสียงกลางเสาสะพานพระราม 8 พร้อมกันนี้ผู้โพสต์ยังระบุข้อความตั้งคำถามว่า “เค้าสามารถใช้สะพานพระราม8  ในการหาเสียงได้ด้วยหรอคะ ???” จากนั้นโพสต์นี้ก็ถูกแชร์และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก  

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fpanumaseve%2Fposts%2Fpfbid034aeP4Gkhu9gRUFSPmpEpLTRDaNc3AQNKS9hion88VYR9RFyTx1hgKPFg63yxfz3fl&show_text=true&width=500

แต่ทั้งนี้ในโพสต์ไม่ได้ระบุว่าภาพดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า ภาพที่ถ่ายนั้นถ่ายในช่วงวันที่เท่าไร เวลาเท่าไร

หลังโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมแท็กหาเพจกกต.เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีผู้มาแสดงความคิดต่างว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นภาพจริงหรือภาพตัดต่อหรือไม่

ล่าสุด นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมภาพข้อความหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติบนสะพานพระราม8 ระบุ มีคนส่งภาพมาถามว่า ผิดกติกาเลือกตั้งหรือไม่

ฟัง 'อดีต กกต.' ชี้ชัด ป้ายไฟหาเสียงกลางพระราม8 'ผิดกม.เลือกตั้งไหม?'
ฟัง 'อดีต กกต.' ชี้ชัด ป้ายไฟหาเสียงกลางพระราม8 'ผิดกม.เลือกตั้งไหม?'

นายสมชัย ระบุว่า ถ้าภาพนี้เป็นจริง  ผิดครับ

1. ขนาดป้ายใหญ่เกินกว่าขนาดที่ กกต. กำหนด  โดยขนาดป้ายหาเสียงใหญ่สุด คือ 1.30 x 2.45 เมตร

2. สะพานพระราม 8 เป็นทรัพย์สินของราชการ มีหน่วยงานราชการดูแล หากมีคำขอที่ผิดกฎหมาย หน่วยราชการไม่สามารถอนุมัติได้ และ อาจเข้าข่ายการวางตัวไม่เป็นกลาง และการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อสนับสนุนพรรคการเมือง

3. หากเป็นการกระทำโดยพลการของเอกชน  หน่วยราชการที่ดูแล ต้องแจ้งความดำเนินคดีฐานบุกรุก

4. หาก กกต. เห็น แล้วไม่จัดการใด ๆ ถือว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ใครเดือดร้อนล่ะ งานนี้

ฟัง 'อดีต กกต.' ชี้ชัด ป้ายไฟหาเสียงกลางพระราม8 'ผิดกม.เลือกตั้งไหม?'

คมชัดลึก ตรวจสอบข้อมูลกฎหมายเลือกตั้งที่เกี่ยวข้อง พบว่ามี “ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และสถานที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566”

โดยประกาศดังกล่าว แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนของประกาศ และ ป้าย ดังนี้ 

การจัดทำประกาศ
 

  • ให้จัดทำประกาศโดยกำหนดเป็นแนวตั้งมีขนาดความกว้างไม่เกิน 30 เซนติเมตร และขนาดความสูงไม่เกิน 42 เซนติเมตร พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวนและวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่เห็นได้ชัดเจนของประกาศ
  • ให้ผู้สมัครจัดทำประกาศได้ไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
  • ให้พรรคการเมืองจัดทำประกาศได้ไม่เกิน 2 เท่าของจจำนวนหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนั้น
  • ให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองปิดประกาศตามที่ทำการพรรคการเมืองหรือสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง ได้สถานที่ละ 1 แผ่น
  • วิธีการปิดประกาศให้เป็นไปตามที่หัวหน้าหน่วยงานกำหนด ทั้งนี้ การปิดประกาศจะต้องไม่ปิดทับซ้อนกับประกาศของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองอื่น 

การจัดทำประกาศ สามารถระบุ

  • ชื่อ
  • รูปถ่าย
  • หมายเลขประจำของตัวผู้สมัคร
  • ชื่อของพรรคการเมือง
  • สัญลักษณ์ของพรรคการเมือง
  • นโยบายของพรรคการเมือง
  • คติพจน์ คำขวัญ
  • ข้อมูลประวัติเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือคิวอาร์โค้ด เป็นต้น
  • นอกจากภาพของผู้สมัครแล้วสามารถใส่ภาพของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองได้เท่านั้น
     

การกำหนดสถานที่และจัดสถานที่ปิดประกาศ

  • ให้นายอำเภอกำหนดสถานที่และจัดสถานที่ปิดประกาศให้แก่ผู้สมัครทุกคนในเขตเลือกตั้งและพรรคการเมืองทุกพรรค ณ ที่ว่าการอำเภอ
  • ให้ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดสถานที่และจัดสถานที่ปิดประกาศให้แก่ผู้สมัครทุกคนในเขตเลือกตั้งและพรรคการเมืองทุกพรรค ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเขต แขวงหมู่บ้าน หรือชุมชน
  • ให้หัวหน้าหน่วยงานกำหนดสถานที่และจัดสถานที่ปิดประกาศให้แก่ผู้สมัครทุกคนในเขตเลือกตั้งและพรรคการเมืองทุกพรรค ณ ที่ตั้งของหน่วยงานตามความเหมาะสม
     

การจัดทำแผ่นป้ายให้ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง

  • ให้จัดทำแผ่นป้ายที่มีขนาดความกว้างไม่เกิน 130 เซนติเมตร และขนาดความยาวไม่เกิน 245 เซนติเมตร พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่เห็นได้ชัดเจนของแผ่นป้าย
  • ให้ผู้สมัครจัดทำแผ่นป้ายได้ไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
  • ให้พรรคการเมืองจัดทำแผ่นป้ายได้ไม่เกิน 1 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนั้น
  • ให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองติดแผ่นป้ายตามสถานที่ที่กำหนด
  • การติดแผ่นป้ายจะต้องไม่ติดทับซ้อนหรือปิดบังแผ่นป้ายของผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองอื่น
     

สถานที่ที่จะติดแผ่นป้าย

  • ต้องเป็นบริเวณพื้นที่อันเป็นสาธารณสถาน เช่น บริเวณถนนสาธารณะ ที่สาธารณะ หรือสาธารณสถานอื่นของรัฐที่เห็นสมควรเพื่อติดแผ่นป้ายให้พอเพียงและเท่าเทียมกัน
  • คำนึงถึงความเหมาะสม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด ความปลอดภัย ความมั่นคง แข็งแรง
  • ไม่บดบังทัศนียภาพและทัศนวิสัยที่ดีไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน หรือยานพาหน
  • จะต้องไม่เป็นการกีดขวางทางสัญจร หรือการจราจร รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการหรือทรัพย์สินของประชาชน เช่น ตอกหรือยึดแผ่นป้ายหรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้เกิดความเสียหายหรือน่าจะเป็นอันตรายแก่ต้นไม้หรือทรัพย์สินอื่นใด  
  • ผู้สมัครและพรรคการเมืองอาจติดตั้งแผ่นป้ายได้ ณ ที่ทำการพรรคการเมืองหรือสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งได้เขตเลือกตั้งละ 1 แผ่น  ให้มีขนาดความกว้างไม่เกิน 400 เซนติเมตร และขนาดความยาวไม่เกิน 750 เซนติเมตร
     

บทลงโทษเมื่อติดปิดประกาศ-แผ่นป้ายไม่ถูกต้อง

  • กรณีผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองติดปิดประกาศและแผ่นป้ายไม่ถูกต้องหรือเกินขอบเขตที่กำหนดตามประกาศนี้ให้หัวหน้าหน่วยงานมีอำนาจสั่งผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และแจ้งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบโดยเร็ว
  • ในกรณีผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่ดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดเวลาให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีอำนาจรื้อถอน หรือปลดออก หรือสั่งให้หน่วยงานอื่นดำเนินการโดยให้คิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองนั้น และรายงานให้คณะกรรมการทราบ 
  • ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจนำมาเป็นเหตุในการสืบสวนหรือไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาดได้

‘เศรษฐา’ ลั่น ไม่ยกตำแหน่ง ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548522

08 พ.ค. 2566

'เศรษฐา' ลั่น ไม่ยกตำแหน่ง 'นายกรัฐมนตรี' ให้ใคร

‘เศรษฐา’ เผยสาเหตุไม่ยกตำแหน่ง ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ใครนอกจาก ‘เพื่อไทย’ ขณะเดียวกันจับตาร่วมมือ ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล หลัง ‘อุ๊งอิ๊ง’ เปรย ‘เกิดขึ้นได้’

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เปิดเผยในไลฟ์สดผ่าน Tiktok และ อินสตาแกรม “หมดเปลือกเพื่อไทย” โดยมี “มดดำ คชาภา” ดำเนินรายการ ถึงประเด็นการจับมือกับ 2 ป. ที่ประชาชนกังวล เลือกแล้วก็ยังไปจับมืออยู่ดี ยืนยัน ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอา 2 ป.แน่นอน

ด้านน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า เรามีเกณฑ์ของพรรคคนที่จะจับมือ ต้องเห็นด้วยกับนโยบายเรา นายกรัฐมนตรีต้องมาจากเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสำคัญต้องมาจากเพื่อไทย และเชื่อว่าที่มีกระแสข่าวออกมาตลอด เป็น 1 ในกิจกรรมทางการเมือง หาเรื่องดิสเครดิต ซึ่งพูดชัดเจนแล้ว คิดว่าควรเลิกตอบแล้ว เรามีกฎว่า จะร่วมกับใคร ตอนนี้รอแค่ผลการเลือกตั้ง และเพื่อไทยกับก้าวไกล เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เพราะเป็นพรรคฝ่ายค้านมาด้วยกัน ไม่เคยมีปัญหากัน สุดท้ายต้องรอผลการเลือกตั้ง 
 

ขณะที่นายเศรษฐา ชี้แจงถึงสาเหตุไม่ยกตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้ใครว่า รายชื่อของพรรคที่เสนอมา ก็ไม่ได้เป็นที่ปลาบปลื้มของประชาชนหากตนทำเช่นนั้น ก็ไม่มีที่ยืนในสังคม ตนพูดได้เต็มปาก ว่า เราผ่านการประชุม ทำงานหนัก ประชุมทุกวัน ถกดถียงกัน อยู่ดีๆ ยกให้คนอื่น “ไม่ได้”

ส่วนหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี 
อุ๊งอิ๊ง กล่าวว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนพร้อมเป็น เราเคยถูกยุบพรรค 2 รอบ เคยถูกรัฐประหาร ขอให้กลับไปดูเส้นทางการเมือง 20 ปีที่ผ่านมา เสนอคนเดียวไม่ได้ ซึ่งพรรคไหนที่เสนอ 1 คน ก็จะไม่มีสิทธิ์เสนอชื่ออีก ทั้งนี้คุยตลอดกับนายเศรษฐาและนายชัยเกษม นิติสิริ เพราะเป้นงานใหญ่ ซ่อมทั้งประเทศ ไม่สามารถทำคนเดียวได้ คนอื่นอาจจะแย่งกัน แต่เราเชื่อมั่นและให้เกียรติซึ่งกันและกัน 
นายเศรษฐา กล่าวว่า หากใคร accident ขึ้นมา อย่างน้อยก็ยังรับประกันว่ามีตัวแทนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนก็ยินดีหรือหากอุ๊งอิ๊งเป็นนายกตนก็ยังเป็นที่ปรึกษา ในช่วงนี้นายเศรษฐาพูดติดตลกว่า คิดว่าคงไม่ปลดตนไปไหน และคนที่เพื่อไทยดูแลตนอย่างดี เชื่อว่าอุ๊งอิ๊งจะ support และเป็นพี่น้องที่คุยได้ทุกเรื่อง
'เศรษฐา' ลั่น ไม่ยกตำแหน่ง 'นายกรัฐมนตรี' ให้ใคร

ส่วนกระแสทำไมแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ไม่ขึ้นเวทีดีเบต 
นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของกล้าไม่กล้า ขี้ขลาดไม่ขี้ขลาด การเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเรามีวิธีแสดงวิสัยทัศน์ในวิธีแตกต่างกันไป ตนเป็นคนหน้าใหม่และนโยบายมีความซับซ้อน ต้องทำความเข้าใจมีหลากหลายมิติ ต้องดูแลคนทุกชั้น ทุกกลุ่ม ทุกภาค เพราะฉะนั้นการออกไปพบปะพี่น้องประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ได้ลงไปปราศรัยและพบปะประชาชน ที่สำคัญพบปะผู้นำทางด้านความคิด หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมต่างๆมีการพูดคุย ถกเถียงปัญหากันเยอะมาก หากให้ตนไปเถียงกับแคนดิเดตนายกอีกพรรคนึง เขาไม่ได้อะไรจากผม จึงต้องเจอพื้นที่จริงๆ ไปถกในเวทีดีเบตไม่ได้ช่วยกันแก้ปัญหาให้ประชาชน

หมอทศพร เตรียมร้อง กกต. รับผิดชอบ เลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548521

08 พ.ค. 2566

หมอทศพร เตรียมร้อง กกต. รับผิดชอบ เลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด

หมอทศพร เตรียมหยุดหาเสียง เข้ากรุงเทพฯ พามวลชน บุกร้องเรียน กกต. เหตุทำผิดพลาดในการจัดเลือกตั้งล่วงหน้า ชี้ ต้องมีการรับผิดชอบ


เตรียมบุก กกต. จ.แพร่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัครสส. จังหวัดแพร่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย จัดขบวนคาราวาน ในต.น้ำซำ อ.เมืองพร้อมด้วยสมาชิกครอบครัวเพื่อไทยครอบครัวหมอทศ เคาะประตูบ้านขอคะแนนเสียง ถ้าไม่เลือกเรา ลุงมาแน่ อย่าให้ประเทศไทยต้องบอบช้ำ 8 ปีมาแล้วที่ประเทศย่ำอยู่กับที่ไม่พัฒนาไปไหน หมอทศพรขอเข้ามาดูแล

นพ.ทศพร เสรีรักษ์นพ.ทศพร เสรีรักษ์

และเสนอเสียงสะท้อนจากพี่น้องชาวแพร่สู่สภาผู้แทนราษฎร จากพิษเศรษฐกิจ จากรัฐบาลที่แล้วที่บริหารประเทศทำให้ประชาชนอดอยาก ปากท้องประชาชนต้องมาก่อนความเป็นอยู่ของพี่น้องที่เดือดร้อนไม่ว่าพิษเศรษฐกิจ ปัญหาคอรัปชั่น ปัญหายาเสพติด PM 2.5 และการศึกษา โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมให้ดีมากกว่าเก่า 
หมอทศพร เตรียมร้อง กกต. รับผิดชอบ เลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด

นอกจากนี้ นพ.ทศพร ยังได้กล่าวถึงปัญหาเกี่ยวกับการจัดการการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีปัญหาในหลายพื้นที่ จนทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นรับผิดชอบ โดย นพ.ทศพร กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ ( 9 พ.ค.) ตนจะหยุดหาเสียงชั่วคราว เพื่อเดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานคร และจะไปที่สำนัก กกต. เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ราชการ อาคาร บี ถนนแจ้งวัฒนะ พร้อมกับมวลชนที่ไม่พอใจการทำงานของ กกต. โดยมีประเด็นหลักในการไปกกต. คือ 1. ให้กกต.แก้ไขความผิดพลาด 2. ให้กกต.แสดงความรับผิดชอบ

นพ.ทศพร เสรีรักษ์นพ.ทศพร เสรีรักษ์

การเลือกตั้ง 2566 มีความสำคัญต่อประชาชนอย่างมาก เพราะเป็นการเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน หรือ การสิ้นสุดของอำนาจรัฐบาลเก่า และ อำนาจทหาร ประชาชนตื่นตัว และเตรียมพร้อมที่จะใช้อำนาจของตนอย่างมีความหวัง เพื่อให้สิ่งที่เสียไปในช่วงเวลา 8 ปี ได้เปลี่ยนแปลง แต่การที่ กกต.ดำเนินการผิดพราด ส่อที่จะทำให้คะแนนเสียงของประชาชนไม่บริสุทธิ์ ทั้งๆที่ เวลาก่อนถึงการเลือกตั้ง กกต.มีเวลาทำงานเพียงพอ แต่ไม่ว่าจะการเขียนตัวเลข กล่องใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่เหมาะสม และอีกหลายๆเรื่องร้องที่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงต้องเดินทางไปเรียกร้องความรับผิดชอบ

จุดยืน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่ยกเลิก ม.112 ‘กษัตริย์’ ต้องมีกฎหมายคุ้มครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548519

08 พ.ค. 2566

จุดยืน 'อุ๊งอิ๊ง' ไม่ยกเลิก ม.112 'กษัตริย์' ต้องมีกฎหมายคุ้มครอง

‘อุ๊งอิ๊ง’ ยืนยัน ไม่ยกเลิก ม.112 เตรียมถกใน ‘สภา’ ใครมีอำนาจฟ้อง ‘กษัตริย์’ ต้องมีกฎหมายคุ้มครอง แต่ไม่เห็นด้วยประชาชนใช้เป็นเกมการเมือง

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พูดคุยในไลฟ์สดผ่าน Tiktok และ อินสตาแกรม “หมดเปลือกเพื่อไทย” โดยมี “มดดำ คชาภา” ดำเนินรายการ บางช่วงมดดำถามถึงจุดยืน มาตรา 112 ของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไร 
 

อุ๊งอิ๊ง ยืนยันว่า ไม่ยกเลิกมาตรา112 แน่นอน แต่ต้องนำไปคุยกันในสภา เพราะเป็นเรื่องละเอียด่ออน และทันทีที่เป็นรัฐบาล จะขอความเมตตาจากศาลกรณีมีเยาวชนติดคุกอยู่ มองว่า ตอนนี้นำมาเป็นเกมการเมือง ซึ่งเราไม่สนับสนุนจุดนี้ บ้านเมืองเรามีกษัตริย์ ต้องมีกฎหมายคุ้มครองท่าน แต่ไม่ใช่ประชาชนสามารถเอาไปฟ้องได้ ต้องเป็นสำนักพระราชวังดำเนินการหรือไม่

ด้านนายเศรษฐา กล่าวเสริมว่า เราต้องดูเรื่องการประกันตัวให้เกิดความเป็นธรรม น้องๆจะได้ไม่เสียการเรียน คนรุ่นใหม่กังวลในมาตรา112 แต่เชื่อว่านโยบายของพรรคเพื่อไทย เรื่องสิทธิ เรื่องสมรสเท่าเทียม การเกณฑ์ทหาร การเลือกเพศสภาพ การเข้าถึงการศึกษา ถ้าปัญหาเหล่านี้ถูกนำมาแก้ไขได้ ตนคิดว่า ปัญหามาตรา 112 จะลดลงได้ แต่ต้องอยู่บนความถูกต้อง สุภาพ ไม่ก้าวร้าว 

ส่วนกรณีที่มีคนบอกว่าเพื่อไทยอาศัยนามสกุล “ชินวัตร” อุ๊งอิ๊ง ตอบว่า พรรคเพื่อไทยมีวันนี้ก็เพราะประชาชน และตระกูลชินวัตรก็มาพร้อมประชาชน ไม่ได้มีการซื้อชินวัตรมา แม้พรรคเพื่อไทยโดนยุบไป 2 รอบ คือ ไทยรักไทย และ พรรคพลังประชาชน แต่เรากลับมาได้เพราะประชาชนเลือก ดังนั้น ชินวัตรหรือไม่ ถ้าประชาชนไม่เลือก ก็ไม่มีสิทธิ์

‘ต้องคิดพิจารณาใช้สิทธิอย่างรอบคอบ’ ผบ.ทบ. ตอบสั้นๆถึงการเลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548517

08 พ.ค. 2566

'ต้องคิดพิจารณาใช้สิทธิอย่างรอบคอบ' ผบ.ทบ. ตอบสั้นๆถึงการเลือกตั้ง66

‘พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.’ ประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรง ชี้ เลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ ‘ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ’ 

จับคีย์เวิร์ดสั้นๆจาก “พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้”  ตอบคำถามนักข่าวหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ถึงการเลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้ว่านี้มีความสำคัญ ‘ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ’ 

พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ที่กองบัญชาการกองทัพบก หลังเป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก พร้อมกับกล่าวสั้นๆถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 

ผบ.ทบ. กล่าวว่า ที่ผ่านมากำลังพลก็ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตในหลายพื้นที่ด้วยความเรียบร้อย ในสัปดาห์นี้การปฏิบัติตนของกำลังพลและหน่วยทหารยังคงต้องเป็นไปตามข้อกฎหมายและแนวทางที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด 

พร้อมกันนี้ผบ.ทบ. แสดงทัศนะว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อประชาชน ต่อประเทศชาติและสำคัญต่อกำลังพลรวมถึงครอบครัว จึงต้องคิดพิจารณาใช้สิทธิอย่างรอบคอบ บนพื้นฐานของข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับทั้งตนเอง ครอบครัว เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา”

'ต้องคิดพิจารณาใช้สิทธิอย่างรอบคอบ' ผบ.ทบ. ตอบสั้นๆถึงการเลือกตั้ง66

‘พรรคเพื่อชาติ’ แสดงจุดยืน ‘ไม่ร่วมกับพรรคขั้วอำนาจเดิม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548515

08 พ.ค. 2566

'พรรคเพื่อชาติ' แสดงจุดยืน 'ไม่ร่วมกับพรรคขั้วอำนาจเดิม'

‘พรรคเพื่อชาติ’ แสดงจุดยืนชัด ไม่ร่วมกับพรรคขั้วอำนาจเดิม ค้านตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เหตุต้องการเปลี่ยนประเทศให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พรรคเพื่อชาติ จัดแถลงข่าวเพื่อแสดงจุดยืนของพรรคเพื่อชาติเกี่ยวกับกระแสข่าวแผนการรวมเสียงข้างน้อยจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายผู้ถือดุลอำนาจ โดยมี นพ.เรวัต วิศรุตเวช  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อชาติ

นพ.เรวัต กล่าวถึง กรณีผู้ถือดุลอำนาจกับความพยายามที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งมองว่าความพยายามนี้หมายถึงความอยากจะอยู่ต่อทั้งที่ทุกคนรู้ดีว่าถ้าให้อยู่ต่อก็จะก่อปัญหาใหม่ และที่สำคัญคือคุณไม่ใช่กัปตันเครื่องบินอีกต่อไป แต่ยังมีความพยายามที่อยากจะขับเครื่องบินต่อ ซึ่งจะทำให้พากันตายทั้งลำ

ส่วนตัวต้องการจัดส่งสารข้อความนี้ไปยังคนที่พยายามจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะพรรคเพื่อชาติเห็นว่าการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยไม่ฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นการข่มขืนมติของมหาชน

'พรรคเพื่อชาติ' แสดงจุดยืน 'ไม่ร่วมกับพรรคขั้วอำนาจเดิม'

ซึ่งส่วนตัวก็เป็นกังวลว่าอาจจะทำให้เกิดวิกฤตครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะว่าที่ผ่านมาประชาชนต้องอดทน อดกลั้นมาอย่างยาวนานและตอนนี้ประชาชนก็ต้องการความเปลี่ยนแปลงแล้ว เนื่องจากประชาชนทนไม่ไหว เพราะที่ผ่านมาลำบากยากจน กลุ่มที่ควบคุมอำนาจอยู่ตอนนี้ไม่เคยได้ยินเสียงเรียกร้องของประชาชนเลยเพราะฉะนั้น พรรคเพื่อชาติในฐานะที่เรามีจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตยเราจึงต้องการแสดงจุดยืนและต้องการส่งเสียงดังๆไปพร้อมๆกับเสียงของพี่น้องประชาชน 

การลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งนี้ทุกท่านคงทราบดีว่ามี 2 ฝ่ายก็คือฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ ในกรณีที่มีการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะมีการเรียกพรรคเล็กพรรคน้อยไปต่อรองแบบเดิมๆแล้วข่มขู่หวังใช้กกต.เป็นเครื่องมือ จึงเหมือนเป็นการยิ่งสุมไฟให้แรงขึ้นและก็จะเป็นปัญหาความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในอนาคต สำหรับพรรคเพื่อชาติต้องการชี้แจงว่าเรามีประสบการณ์กับเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้กลไกอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งพรรคเพื่อชาติจะต่อสู้กับการข่มขืนใจประชาชนในทุกรูปแบบเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพี่น้องประชาชนสามารถมารวมตัวกันที่ life policy center ในวันประกาศผลเลือกตั้งด้วยกัน 

'พรรคเพื่อชาติ' แสดงจุดยืน 'ไม่ร่วมกับพรรคขั้วอำนาจเดิม'

ในที่นี้หมายถึงกรณีที่เราได้ประมาณการว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งก็แน่นอนว่าจะต้องเป็นกลุ่มอำนาจเดิม ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าเป็นการรวมตัวของผู้ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ ส่วนตัวมองว่าที่มีข่าวนี้ออกมาเพราะเห็นกระแสแล้วว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะและจะชนะแบบขาดลอยด้วยเพราะฉะนั้นจึงมีความพยายามที่จะอยู่ต่อ  เแม้ว่าผลงานที่ผ่านมาจะทำให้พี่น้องลำบากยากจน ค่าครองชีพก็ปรับตัวสูงขึ้น แรงงานก็ต่ำ รายได้ก็ไม่มี

ส่วนเรื่องที่มีคำถามว่ามีฝ่ายใดติดต่อเข้ามาทางพรรคเพื่อชาติเพื่อขอให้เข้าร่วมกับฝั่งไหนหรือไม่นั้น นพ.เรวัติ บอกว่า ยืนยันว่าไม่มีการติดต่อทาบทามหรือดีลรับอะไรทั้งนั้นและส่วนตัวก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเพราะว่ากลุ่มที่ร่วมรัฐบาลอยู่ในปัจจุบันเป็นที่รู้กันดีว่าอยู่ตรงข้ามกับฝ่ายประชาธิปไตยเพราะฉะนั้นจุดยืนของพรรคเพื่อชาติในเรื่องประชาธิปไตยชัดเจน

จึงไม่คิดว่าจะมีฝ่ายไหนติดต่อเข้ามาเพราะไม่ว่าอย่างไรพรรคเพื่อชาติเพื่อจะไม่เปลี่ยนจุดยืน พร้อมกับยืนยันด้วยว่าแม้ว่าจะผ่านการเลือกตั้งไปแล้วพรรคเพื่อชาติก็จะไม่มีทางเข้าไปร่วมกับขั้วฝ่ายอำนาจเดิมหรือที่เรียกกันว่าพรรคของสองลุงอย่างแน่นอน 

สุดท้ายของการเลือกตั้งนี้ที่ผ่านมาทุกคนในพรรคเพื่อชาติทำงานหนักมากถึงแม้ว่าเราจะเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กและมีสมาชิกน้อยแต่ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แต่ปัญหาของเราก็คือว่าปัญหาหลักที่เป็นหัวใจของการหาเสียงเลือกตั้งเราไม่สามารถจะออกจากคลองที่ถูกปิดกั้นโดยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้เพราะวันนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือต้องระเบิดให้เรือของพรรคเพื่อชาติออกไปชี้แจงนโยบายกับพี่น้องประชาชนให้ได้