ตะลอนเที่ยว : สรชังหรือสีชัง แหล่งสถานแห่งความรักอันใหญ่ยิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733519

ตะลอนเที่ยว : สรชังหรือสีชัง แหล่งสถานแห่งความรักอันใหญ่ยิ่ง

ตะลอนเที่ยว : สรชังหรือสีชัง แหล่งสถานแห่งความรักอันใหญ่ยิ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 Mr.Flower เพิ่งพาสมาชิก 45 คน นั่งเรือจากปากน้ำสมุทรปราการไปเที่ยวเกาะสีชัง หลายคนเบิกบานชื่นมื่น แต่บางคนก็เมาเรือเมาคลื่นจนยืนแทบไม่อยู่

การนั่งเรือจากปากน้ำไปถึงเกาะสีชังเป็นเรื่องใหม่สุดวิเศษสำหรับคนที่นั่งเรือนานๆ แล้วไม่มีอาการเมาเรือ เพราะได้เห็นบ้านเมืองจากเขตปากน้ำ แล้วก็ได้เห็นสภาพของท้องทะเลในเขตอ่าวไทย ได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ ได้เห็นเรือสินค้านานาชนิดทั้งใหญ่และน้อยลอยล่องในท้องนที หลายคนเพลิดเพลินกับการนั่งโต้ลมบนเรือที่โต้ไปบนคลื่นขนาดเล็กๆ 

เราใช้เวลาแล่นเรือประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า(เกือบ 4 ชั่วโมง) ก็เดินทางถึงเกาะสีชัง ระหว่างอยู่บนเรือก็พูดคุยสรวลเสเฮฮาประสาทะกันสารพัดเรื่องราว ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ สังคม การบ้านการเมือง ศิลปวัฒนธรรม บทเพลงต่างๆ ทั้งไทยและเทศ รวมถึงพูดคุยถึงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ แล้วนำเรื่องอาหารการกินสารพัดสารพันมาเล่าสู่กันฟัง 

ครั้งแรกตั้งใจไว้ว่าเมื่อเรือออกจากฝั่งได้สัก 1 ชั่วโมง หลังจากสมาชิกได้รับประทานอาหารเช้า ขนมนมเนย ของกินประดามีจนอิ่มหนำสำราญเบิกบานอุราแล้ว ก็จะชวนกันรำวง ฟ้อนรำ และเริงระบำบนเรือ แต่ปรากฏว่าเรือเกิดอาการโคลงเคลงพอประมาณ ยามต้องโต้ลมและคลื่น ก็เลยจำต้องงดการเริงระบำรำฟ้อน เพราะเกรงว่าหากมีผู้ใดพลาดพลั้งเสียหลัก หกคะเมนตีลังกาขึ้นมา จะเกิดความโกลาหลในบัดดล ก็เลยใช้การเปิดเพลง แล้วเล่าเรื่องต่างๆ ผสมผสานกันไป 

นั่งฟังเพลง ฟังเรื่องราวที่ชวนคุยสารพัดเรื่อง สมาชิกก็กินกันไปตลอดทาง จนเรือไปถึงเกาะสีชัง ก็พาไปกินข้าวเที่ยง (แต่มีบทเรียนเรื่องกินข้าวเที่ยงบนเกาะสีชัง เพราะแต่ละคนสั่งคนละแบบ เมื่อสั่งกันมากมายเช่นนี้ ก็ทำให้ต้องเสียเวลารออาหารจานเฉพาะของแต่ละคนเป็นเวลานานมาก แต่ก็ดีตรงที่ว่าได้กินของที่อยากกินจริงๆ แต่ปัญหาคือมันก็กินเวลาเที่ยวไปด้วย)  

กินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปชมพระจุฑาธุชราชฐาน (พระราชวังเกาะสีชัง) ไปตำหนักหรือเรือนที่ยังหลงเหลืออยู่ เช่น เรือนวัฒนาเรือนเสาวภา เรือนอภิรมย์ แล้วก็ไปชมเรือนเขียวแล้วก็พาสมาชิกที่ยังมีแรงเดินไปชมวัดอัษฎางคนิมิตรวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น วัดนี้มีความพิเศษคือมีพระอุโบสถเล็กกะทัดรัดพระอุโบสถมีหลังคาคือพระเจดีย์สีขาว เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา

และเมื่อใครก็ตามที่ไปถึงพระจุฑาธุชราชฐาน ก็ต้องไปชักภาพกับสะพานอัษฎางค์ ด้วยกันทุกคน เพราะเป็นจุดที่เด่นที่สุดของพระราชฐาน เป็นสะพานทอดยาวลงไปในทะเล ศิลปะการก่อสร้างแบบหลังคาปั้นหยา มีแนวรั้วกันคนตกน้ำแบบโปร่งๆ ทั้งหมดทาด้วยสีขาว จึงตัดกับสีครามของน้ำทะเลได้อย่างงดงาม

หลายคนสงสัยว่าทำไมจึงพระราชทานนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน ตอบว่า เพราะเกาะสีชังคือสถานที่ประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย 

กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย เคยทรงรับราชการเป็นพระอาจารย์สอนหนังสือที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ระยะเวลาหนึ่ง

เกาะสีชังคือเกาะเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีพระที่นั่ง และพระตำหนักก่อสร้าง ด้วยเหตุที่เกาะอยู่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ มากจนเกินไปนัก จึงทรงเลือกเกาะนี้
เป็นสถานที่ใช้สำหรับทรงพักฟื้นพระวรกายหลังจากทรงหายอาการพระประชวร 

(ขอบคุณภาพสวยๆ จากสมาชิกร่วมทริปสีชัง)

กรมการท่องเที่ยวบุกเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ดึงผู้สร้างจากยุโรปถ่ายทำหนังในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733536

กรมการท่องเที่ยวบุกเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์  ดึงผู้สร้างจากยุโรปถ่ายทำหนังในไทย

กรมการท่องเที่ยวบุกเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ดึงผู้สร้างจากยุโรปถ่ายทำหนังในไทย

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมการท่องเที่ยว บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงพาณิชย์ ออกคูหานิทรรศการประเทศไทยในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 76 นำเสนอสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ของไทยที่มีศักยภาพและมีความพร้อมต้อนรับกองถ่ายต่างประเทศ พร้อมประชาสัมพันธ์มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย คาดมีผู้เข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการประเทศไทย จำนวนกว่า 750 ราย นำรายได้เข้าสู่ประเทศไทยกว่า 1,200 ล้านบาท

อารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย จาตุรนต์ ภักดีวานิชอธิบดีกรมการท่องเที่ยว และ อุดม มัตสยะวนิชกูลผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองคานส์ (Cannes Film Festival2023) ครั้งที่ 76 ระหว่างวันที่ 16-27 พฤษภาคม 2566 ซึ่งงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์เป็นงานเทศกาลภาพยนตร์ลำดับต้นๆ ของโลกที่มีผู้สนใจและเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้าง ผู้ผลิตภาพยนตร์ในทวีปยุโรปซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่มีกำลังซื้อสูง จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะเน้นย้ำศักยภาพและความพร้อมในการรองรับคณะถ่ายทำจากต่างประเทศ โดยกรมการท่องเที่ยวได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศไทยในตลาดโลก ออกคูหานิทรรศการในนามประเทศไทย(Thailand Pavilion) เพื่อประชาสัมพันธ์ความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้กับบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยมาร่วมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ประกอบการจากประเทศต่าง ๆ

ทั้งนี้ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่าการออกคูหานิทรรศการประเทศไทยณ International Village ครั้งนี้ ประเทศไทยได้นำเสนอสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมต้อนรับกองถ่ายต่างประเทศ ความสามารถของทีมงานชาวไทย ผลงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย โรงแรมที่พักที่พร้อมรองรับกองถ่ายทำการเดินทางที่สะดวกสบาย อุปกรณ์การถ่ายทำที่ทันสมัย การพักผ่อนท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังการถ่ายทำ รวมทั้งประชาสัมพันธ์มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย แก่ผู้ผลิตภาพยนตร์ในทวีปยุโรป นอกจากนี้ยังได้มีการแถลงความสำเร็จในการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกของประเทศไทยในวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 และงานเลี้ยงผู้ผลิตภาพยนตร์ (Thailand Happy Hour) รวมทั้งการเสวนาของผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศกับผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยเพื่อแนะนำเชิญชวนให้คณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศให้เดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

โดยจากสถิติปี 2565 พบว่า มีผู้สร้างภาพยนตร์จากทวีปยุโรปเดินทางเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 95 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 828 ล้านบาท และมีผู้สร้างภาพยนตร์จากสาธารณรัฐฝรั่งเศส เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยจำนวน 19 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 193 ล้านบาทสูงสุดเป็นอันดับที่ 6 ของประเทศที่สร้างรายได้ จากการถ่ายทำภาพยนตร์มากที่สุดในปี 2565 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565)

กรมการท่องเที่ยวคาดว่า การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ (Cannes Film Festival) ครั้งนี้ จะมีผู้เข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการของประเทศไทย จำนวนกว่า 750 ราย และนำรายได้เข้าสู่ประเทศไทยกว่า 1,200 ล้านบาท อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยในภาพรวม ทั้งการจ้างงานและกระจายรายได้สู่บุคลากรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและผู้ประกอบการไทยให้มีความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนยกระดับคุณภาพ การให้บริการของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยสู่ระดับสากล พร้อมกันนี้ เมื่อภาพความสวยงามและเสน่ห์ของประเทศไทยได้ปรากฏสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกผ่านสื่อภาพยนตร์แล้ว จะเกิดการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์นำรายได้สู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคตต่อไป

คุณแหน : 28 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733533

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ท่ามกลางความโกลาหล ยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นประธานสภาฯ นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรมว.กลาโหม คงจะต้องทำหน้าที่รักษาการต่อไป เพื่อเกิดความสงบสุขเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่อง แม้กระทั่งเกิดพายุหมุน จ.พิจิตร ท่านลงไปให้กำลังใจแก่ชาวบ้านและนักเรียน..

ll เป็นที่ถกเถียงเรื่องค่าแรง ๔๕๐ บาท รองประธานอีคอนไทยธนิต โสรัตน์ ต้องการให้รัฐบาลใหม่พิจารณาอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ ๔๕๐ บาทต่อวันทันที จะเกิดภาพที่ซ้ำรอยในอดีตที่ปรับขึ้นค่าแรง ๓๐๐ บาทต่อวัน..

ll ประธาน กอ.(อัยการสูงสุด)คนใหม่นาม เรวัตร จันทร์ประเสริฐ ผู้ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ใจดี รับการยอมรับจากทุกระดับชั้นและเป็นที่รักชื่นชอบของน้องๆ อัยการ ท่านเคยเป็นอธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ จนถึงอัยการสูงสุด..

ll อ่านเรื่องของ ป.ปฏิปัก นำมาเผยแพร่สักวาล้มแดงแรงอิทธิฤทธิ์ รุกประชิดชัยในสยาม เกิดตระหนกวิตกจริต ทั่วเขตต์คามต่างทวงถามจะนำไทยไปหนใด จะถอนรากล้มเจ้าเอาฝรั่ง รวมพลังฝรั่งแยงกี้สักเพียงไหน ใครจะได้เลี้ยงหลานสถานใดขอเทพไทยสยามประเทศเมตตาเอย..

llสว. นพ.พลเดช ปิ่นประทีป“สส.ก้าวไกล ๑๕๑ คน ต้องทบทวนและปรับบุคลิกภาพบางอย่างให้สมเป็นผู้ชนะไม่เหยียบย่ำคนแพ้ ไม่เย่อหยิ่ง ทะนงตน แต่ต้องเคารพจุดยืนของคนอื่น หลักคิดของคนอื่น และประนีประนอมเข้าหากันจะวิน-วินให้สังคมและประเทศชาติ”..

llศ.นพ.วิจารณ์ พานิช“วิเคราะห์ระบบการศึกษา ๕ ประเทศ วงการศึกษาควรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและพลิกผันของโลกและสังคม เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน และสามารถจัดการกับระบบการศึกษาได้ในอนาคต”แล้วท่านจะทำอย่างไรในฐานะนายกสถาบันพระบรมราชชนก..

ll “อย่าได้เป็นอย่างคนบางจำพวกที่อยากบำเพ็ญประโยชน์ แต่ไม่แสวงหากัลยาณมิตรแต่ต้องการเดินทางทุรกันดาร ไม่แสวงหาความรู้ แต่อยากพูดแถลงข้อความในที่ประชุมชน ไม่แสวงหาอาวุธและกำลังแต่อุตริอยากปกครองป้องกันประเทศซึ่งเป็นความผิดเพี้ยนที่ไม่สามารถสานฝันให้ก้าวไปให้ถึงจุดมุ่งหมายได้เลย โดยพระอาจารย์วังโส..

ll คงไม่ได้ยินเสียงจริงของราชินีร็อกแอนด์โลว์ ทีน่าเทอร์เนอร์ แล้ว เสียชีวิตอย่างสงบในวัย ๘๓ ปี เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์’ภูมิหนังไทยสู่เวทีโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733527

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์’ภูมิหนังไทยสู่เวทีโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์’ภูมิหนังไทยสู่เวทีโลก

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วธ และปลัด วธ. บนพรมแดง

เทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ในวันนี้นับเป็นเวทีของงานภาพยนตร์ระดับโลกที่ยิ่งใหญ่หากย้อนกลับเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑ หลายคนรู้จักแต่เทศกาลหนังเมืองเวนิส ที่จัดมาแล้ว ๖ ปีแต่ด้วยการประกวดภาพยนตร์ที่เวนิสนั้น เกิดปัญหาที่ Olympia ภาพยนตร์เยอรมันได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งปีนั้นภาพยนตร์อเมริกามีแนวโน้มได้รางวัลกลับไม่ได้เพราะแรงกดดันจากฮิตเลอร์ จึงทำให้สหรัฐอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศส ประกาศออกจากเทศกาลนั้นและยืนยันว่าไม่เข้าร่วมอีก จน Philippe Erlanger นักประวัติศาสตร์ด้านศิลปะภาพยนตร์ได้เริ่มต้นจัดเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ขึ้น ในช่วงกลางปี พ.ศ.๒๔๘๒ โดยมีจุดยืนของงานว่าเป็น“เทศกาลภาพยนตร์ที่ไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง” ได้ซึ่งทำให้ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากกลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์จาก ๙ ประเทศมหาอำนาจด้านภาพยนตร์ในขณะนั้น โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑-๒๐ กันยายน ที่ MunicipalCasino ใจกลางเมืองคานส์ แต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขึ้น จึงเหลือเพียงการฉายเรื่อง TheHunchback of Notre-Dame แบบส่วนตัวเรื่องเดียวเท่านั้น ต่อมาระยะหลังงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์นั้นได้พัฒนาและได้รับความร่วมมือจากหลายประเทศมากขึ้นจนเป็นเวทีภาพยนตร์ระดับโลกในที่สุด

คณะจากประเทศไทย

ในปีนี้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ซึ่งมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย และขยายตลาดภาพยนตร์ไทยไปสู่ระดับนานาชาติ และผลักดันต้นทุนวัฒนธรรมสร้างความเป็นไทย ให้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้และเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีให้เป็นที่รู้จักของนานาชาตินั้น ได้มีแผนงานอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม 5F ได้แก่ อาหาร (Food) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์(Film) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น(Fashion) มวยไทย (Fighting) และเทศกาลประเพณี (Festival) สู่ระดับโลก ดังนั้น งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖-๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ที่ผ่านมานั้น นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เดินทางเป็นประธานพิธีเปิดคูหาประเทศไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้สัญลักษณ์Content Thailand เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคมพ.ศ.๒๕๖๖ โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางยุถิกาอิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ผู้บริหารจากกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และผู้ประกอบการภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศจากภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ร่วมกิจกรรมในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ คานส์ ฟิล์ม เฟสติวัล 2023 (Village International Cannes Film Festival 2023) เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ดังกล่าว

โปสเตอร์เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้้งแรก-วาดโดย Jean-Gabriel Domergue

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นเรื่องน่ายินดี ว่ามีภาคเอกชนเข้าร่วมงาน ๑๒ บริษัท อาทิ Benetone Films, BrandThink, Film Frame Productions, GDH 559, Halo Productions, KantanaMotion Pictures, M Pictures, Right Beyond,Sahamongkolfilm International YggdrazilGroup เนรมิตหนังฟิล์ม และเวลา ฟิล์ม โดยให้ความร่วมมือสร้างกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านภาพยนตร์ไทยหลากหลายกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมตลาดซื้อ-ขายภาพยนตร์ นิทรรศการคูหาประเทศไทย (Thailand Pavilion) โดยเฉพาะการจัดกิจกรรม Thai Film Pitching Project 2023นำเสนอโครงการการสร้างภาพยนตร์เพื่อการร่วมลงทุน ๒ เรื่อง ได้แก่ ทองหล่อคิดส์ โดยอาทิตย์ อัสสรัตน์ และ เจ้าหงิญ โดย เอมอัยย์พลพิทักษ์ ซึ่งมี ๔๓ บริษัท ให้ความสนใจในการร่วมลงทุน ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทนอกจากนี้ ยังได้นำอาหารไทยที่เป็นเอกลักษณ์ให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักท่องเที่ยว ได้รู้รสชาติของอาหารไทยยอดนิยม ได้แก่ ส้มตำ ข้าวผัดกุ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง และอื่นๆ รวมทั้งการนำดาราไทยยอดนิยมไปร่วมเดินพรมแดงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ ซึ่งทำให้เกิดการนำไปสู่รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศแล้ว ยังส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศในอนาคตอีกด้วย

ชิมอาหารไทย ส้มตำ ข้าวเหนียวมะม่วง

ชิมอาหารไทย ส้มตำ ข้าวเหนียวมะม่วง

เอกสารแนะนำประเทศไทย

เอกสารแนะนำประเทศไทย

ผู้ประกอบการภาพยนตร์

ผู้ประกอบการภาพยนตร์

อาคารแสดงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

อาคารแสดงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาพยนตร์

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาพยนตร์

พิธีเปิดคูหาประเทศไทย

พิธีเปิดคูหาประเทศไทย

นักลงทุนต่างชาติและผู้สนใจประเทศไทย

นักลงทุนต่างชาติและผู้สนใจประเทศไทย

ภาพยนตร์เรื่อง ทองหล่อคิดส์

ภาพยนตร์เรื่อง ทองหล่อคิดส์

ภาพยนตร์เรื่องเจ้าหงิญ

ภาพยนตร์เรื่องเจ้าหงิญ

รมว.วธ.อิทธิพล คุณปลื้ม-ปลัด วธ.ยุพา ทวีวัฒนกิจบวร

รมว.วธ.อิทธิพล คุณปลื้ม-ปลัด วธ.ยุพา ทวีวัฒนกิจบวร

ชุดไทยจาก มาดามแป้ง

ชุดไทยจาก มาดามแป้ง

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733521

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ส่องฐานผลิต‘ถุงเท้า’ในเจ้อเจียง ใหญ่สุดในโลก

ถนนต้าถัง เมืองจูจี้ มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ถือเป็นฐานการผลิตถุงเท้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ละปีสามารถผลิตถุงเท้า 2.5 หมื่นล้านคู่
ครองสัดส่วนกว่าร้อยละ 70 ของผลผลิตถุงเท้าทั้งหมดในประเทศ รวมถึงหนึ่งในสามของโลกสมฉายา “เมืองหลวงแห่งถุงเท้า” ระดับนานาชาติ

มูลค่าผลผลิตถุงเท้าของเหล่าผู้ประกอบการบนถนนต้าถัง ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน รวมอยู่ที่ 3.54 พันล้านหยวน (ราว 1.73 หมื่นล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นมูลค่าผลผลิตของผลิตภัณฑ์ใหม่ 1.17 พันล้านหยวน (ราว 5.72 พันล้านบาท)เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 เมื่อเทียบปีต่อปี

ภาพโดยสำนักข่าวซินหัว

เครือเจริญโภคภัณฑ์-ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งมอบเงินบริจาค โครงการ‘Let Them See Love 2022’แก่สภากาชาดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733537

เครือเจริญโภคภัณฑ์-ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งมอบเงินบริจาค  โครงการ‘Let Them See Love 2022’แก่สภากาชาดไทย

เครือเจริญโภคภัณฑ์-ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งมอบเงินบริจาค โครงการ‘Let Them See Love 2022’แก่สภากาชาดไทย

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภากาชาดไทย โดย เตช บุนนาค เลขาธิการ พร้อมด้วยศูนย์รับบริจาคอวัยวะ โดย นพ.วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการ และศูนย์ดวงตา โดย ผศ.พญ.ลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการ รับมอบเงินบริจาคจากลูกค้ากลุ่มทรูผ่าน SMS ระบบทรูมูฟ เอช รวมถึงแอปพลิเคชั่นทรูมันนี่ วอลเล็ท และการโอนเงินบริจาคให้กับบัญชีธนาคารของทางศูนย์ จำนวน 6,689,333 บาท ในโครงการ“Let Them See Love 2022” จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น โดย รุ่งฟ้า เกียรติพจน์ หัวหน้าสายงานสื่อสารแบรนด์ และผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อสมทบทุนเป็นค่าใช้จ่ายในกระบวนการบริจาคอวัยวะและดวงตา ณ อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์และทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมกับศูนย์ดวงตาและศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ดำเนินโครงการ “Let Them See Love” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยจัดทำวีดีโอชุด “ต่อการให้ไม่สิ้นสุด”เพื่อรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่และประชาชนในวงกว้างเห็นความสำคัญของการให้อวัยวะและดวงตาแก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังรอคอยการบริจาครวมกว่า 23,138 ราย และตระหนักถึงความสำคัญของการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ ว่าทุกชีวิตที่จบลงสามารถส่งต่อคุณค่าได้มากมายแก่อีกหลายชีวิตที่จะได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เป็นการส่งต่อการให้ที่ไม่สิ้นสุด รวมถึงยังเชิญชาวลูกค้ากลุ่มทรูร่วมบริจาคทุนทรัพย์ได้ตลอดทั้งปีผ่าน SMS ระบบทรูมูฟ เอช โดยพิมพ์ 10 เพื่อบริจาค 10 บาท* หรือพิมพ์ 100 เพื่อบริจาค 100 บาท* ส่งไปที่หมายเลข 91255 (*ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูมันนี่ วอลเล็ท เพียงระบุจำนวนเงินที่ต้องการได้โดยไม่ถูกหักค่าใช้จ่ายใดๆ หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ “ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย” เลขที่บัญชี 045-231390-2 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย” เลขที่บัญชี 023-1-25888-7 ธนาคารกรุงไทยสาขาสุรวงศ์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.letthemseelove.com และเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/True2gether ลิงค์วีดีโอที่ https://fb.watch/isDmydLhIp/และ https://fb.watch/kHibLPKYpr/?mibextid=v7YzmG

Science Update : วัดแรงสั่นสะเทือนหาที่ตั้งสำรวจดาวอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733550

Science Update : วัดแรงสั่นสะเทือนหาที่ตั้งสำรวจดาวอังคาร

Science Update : วัดแรงสั่นสะเทือนหาที่ตั้งสำรวจดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันเทคโนโลยีสวิส ซือริช ในสวิตเซอร์แลนด์ กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวโดยใช้สัญญาณคลื่นเสียงของการเกิดแผ่นดินไหวบนดาวอังคาร ขนาด 4.6 ที่วัดได้โดยโครงการสำรวจอินไซท์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศหรือนาซ่าของสหรัฐฯ เพื่อกำหนดหาโครงสร้างของแผ่นเปลือกโลกของดาวอังคารรวมทั้งความหนาแน่นของแผ่นเปลือกโลกดาวอังคาร

นอกจากนี้ ยังวัดอัตราความเร็วของการเคลื่อนที่ของคลื่นพื้นผิวที่เกิดจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวบนดาวอังคาร เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของดาวอังคาร  จนกระทั่งสามารถคำนวณได้ว่าพื้นผิวเปลือกโลกของดาวอังคารมีความหนากว่าพื้นผิวเปลือกโลก หรือ พื้นผิวของดวงจันทร์ โดยเฉลี่ยระหว่าง 42-56กิโลเมตร รวมทั้งช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างพื้นที่ทางเหนือและใต้ของดาวอังคาร โดยข้อมูลที่ได้จะช่วยในการตัดสินใจหาพื้นที่ตั้งฐานเพื่อส่งมนุษย์สำรวจดาวอังคารในอนาคต

นอกจากใช้ข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังใช้ข้อมูลที่ได้จากการวัดและตรวจสอบแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นหลังอุกกาบาตพุ่งตกใส่ดาวอังคาร ประกอบการศึกษาด้วย และนั่น ทำให้รู้ว่า ภารกิจสำรวจดาวอังคารในอนาคต ควรจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวรวมอยู่ในทีมด้วย เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของดาวอังคาร

กสศ. จัด ‘Thank You Teacher’ แนวร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733532

กสศ. จัด ‘Thank You Teacher’ แนวร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

กสศ. จัด ‘Thank You Teacher’ แนวร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.03 น.

เมื่อเร็วๆนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดกิจกรรม ‘Thank You Teacher ขอบคุณครูทุนเสมอภาค’ ภายใต้ธีมงาน สานพลังทีม เสริมพลังใจ สร้างสรรค์โอกาส เพื่อแสดงความขอบคุณ คุณครูจากทุกหน่วยงานต้นสังกัดการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งเข้ามาดูแลนักเรียนในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือ ทุนเสมอภาค จนได้ข้อมูลเด็กนักเรียนในพื้นที่เพื่อนำมาขับเคลื่อนนโยบายการทำงานของ กสศ. ตลอด 5 ปีของการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยกิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี หลังจากจัดไปแล้ว 2 ครั้ง ที่เวทีภาคเหนือ ณ โรงแรม เซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ จังหวัดเชียงใหม่ และ โรงแรมหรรษา เจ บี จังหวัดสงขลา

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  กล่าวว่า บุคลากรของ กสศ. ทำงานด้วยความระลึกถึงคุณครูอยู่เสมอว่าคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างจุดเปลี่ยนของระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เพราะทุกครั้งที่คุณครูออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ไม่ใช่เพียงการค้นพบเด็ก ๆ ที่เผชิญวิกฤตทางการศึกษา แต่คุณครูได้ดูแลช่วยเหลือเฉพาะหน้า และส่งข้อมูลที่ได้ให้ กสศ. สร้างโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องร่วมกัน

การจัดกิจกรรม Thank you Teacher จึงเป็นความตั้งใจของ กสศ. และภาคีเครือข่ายที่อยากให้เกิดพื้นที่ขอบคุณครูทุนเสมอภาคที่ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านกิจกรรมสร้างสัมพันธ์เครือข่าย แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาและต่อยอดการทำงานร่วมกัน ตระหนักว่าคุณครูทั่วประเทศคือกำลังสำคัญในภารกิจลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทย

 “ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ภารกิจนี้มีคุณครูจากโรงเรียนในสังกัดต่าง ๆ ทั่วประเทศถึง 342,749 คน ร่วมทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน บันทึกข้อมูลลงระบบสารสนเทศคัดกรองนักเรียนทุนเสมอภาคที่นำไปสู่ความช่วยเหลือ และการดูแลติดตามนักเรียนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่าง ๆ ถึง 31,175  โรงเรียน ปัจจุบันมีนักเรียนที่เผชิญภาวะวิกฤตทางการศึกษาได้รับการสนับสนุนด้วยทุนเสมอภาคมากกว่า 1.3 ล้านคน”

ดร.ไกรยส กล่าวต่อไปว่า การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนของคุณครู เป็นด่านหน้าสำคัญที่ช่วยสะท้อนปัญหาจากการเข้าไปเห็นชีวิตความเป็นอยู่จริงของเด็ก ๆ ในแต่ละแห่งพื้นที่ ทำให้ กสศ. มีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับนำมากำหนดแนวทางการช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ยังขาดแคลนปัจจัยในการศึกษา โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่รวบรวมมาจากคุณครูซึ่งช่วยกันส่งต่อเข้ามายัง กสศ. ได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่น ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทราบว่าพื้นที่ใด นักเรียนคนไหนไม่มีไฟฟ้าและอุปกรณ์ใช้สำหรับการเรียนออนไลน์ จุดใดไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือกระทั่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ทำให้ได้รับความช่วยเหลือในเบื้องต้น

นอกจากนี้ ข้อมูลที่ครูรวบรวมมา ยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคส่วนต่าง ๆ เช่นการระดมทุนช่วยเหลือจากภาคเอกชน เกิดการช่วยเหลือนักเรียนแบบมีส่วนร่วมและทำให้นักเรียนมีหลักประกันว่าจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพ รวมทั้งจัดทำข้อเสนอการปรับอัตราเงินอุดหนุนทุนเสมอภาคที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ

“กสศ. ขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณคุณครูทุนเสมอภาคทุกท่าน ที่ร่วมกันสนับสนุนและขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับการช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาคอย่างดีเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณครูทุกท่านจะได้รับความรู้ ความเข้าใจ และความสุขจากกิจกรรมขอบคุณของเรา” ดร.ไกรยส กล่าว

จีรศักดิ์ กาสรศิริ  หัวหน้าฝ่ายพัฒนาภาคีเครือข่าย สำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ. กล่าวว่า กิจกรรม Thank You Teacher เป็นกิจกรรมขอบคุณครูซึ่งจะจัดให้ครบทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อแสดงความขอบคุณที่เป็นกำลังสำคัญในรวบรวมข้อมูลมาสร้างความก้าวหน้าในการทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตลอด 5 ปีของการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ข้อมูลนี้ได้ถูกนำไปสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบภาวะวิกฤตทางการศึกษา ให้อยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง และกำลังพยายามใช้ข้อมูลเพื่อทดลองนำร่องขยายผลการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในมิติต่าง ๆ ครอบคลุมเด็กเยาวชนทุกคนด้วย

 “งานที่จัดขึ้นยังเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานของครูในแต่ละพื้นที่ ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมที่ทำให้เห็นภาพการทำงานของเครือข่ายต่าง ๆ ระหว่างครูทุนเสมอภาคจากทุกหน่วยงานต้นสังกัดการศึกษาทั่วประเทศ สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในพื้นที่ภาคกลาง มีครูในสังกัดกรุงเทพมหานครซึ่งดำเนินงานทุนเสมอภาคเป็นปีแรกมาเข้าร่วมด้วย โดยครูแต่ละท่านจะนำประสบการณ์จากกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ ว่าได้ไปพบเจออะไรบ้าง มีประสบการณ์อะไรบ้างที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง มีอะไรที่เป็นเรื่องราวน่าประทับใจระหว่างที่ลงไปเยี่ยมบ้านเด็กแต่ละคนในพื้นที่ และมีกิจกรรมที่ทำให้เห็นความสำคัญของการเก็บข้อมูลเด็กระหว่างเยี่ยมบ้าน กิจกรรมในส่วนนี้จะแสดงให้เห็นว่าการเก็บข้อมูลนักเรียนอย่างมีคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของ กสศ. ข้อมูลที่ได้มาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์จะถูกนำไปกำหนดนโยบายในการทำงานได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ข้อมูลที่ได้ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่าจะออกแบบการช่วยเหลือเด็กที่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียนในพื้นที่ได้อย่างไรบ้าง”

หัวหน้าฝ่ายพัฒนาภาคีเครือข่าย สำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ.  กล่าวต่อไปว่า การลงพื้นที่บันทึกข้อมูลลงระบบสารสนเทศคัดกรองนักเรียนทุนเสมอภาคในพื้นที่ภาคกลาง พบความแตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆ เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่อาศัยในชุมชนเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากปัญหาความยากจนมักพบปัญหาสังคมอื่น ๆ ควบคู่ด้วย เช่น ปัญหายาเสพติดในชุมชนแออัด ฉะนั้นการเก็บข้อมูลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กิจกรรม Thank You Teacher ขอบคุณครูทุนเสมอภาค เปิดโอกาสให้คุณครูแสดงความคิดเห็น และเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะแนวทางในการเก็บข้อมูลเพื่อ กสศ. นำมาปรับปรุงให้คุณครูทำงานได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น และมีกิจกรรมที่ให้ช่วยให้ครูทราบว่า แม้นักเรียนที่ครูได้ไปสำรวจมาจากพื้นที่ต่าง ๆ จะไม่ได้รับทุนเสมอภาค แต่ก็ยังมีทางเลือกอื่น ๆ หรือทุนอื่น ๆ ให้สามารถดำเนินการขอความช่วยเหลือ โดยภายในงานจะมีข้อมูลที่บอกแนวทางในการดำเนินการอย่างละเอียด เพื่อหาทางออกให้กับนักเรียนที่ยังขาดปัจจัยในการเรียนให้ได้มากที่สุด ประสบการณ์ของครูที่มาร่วมงานนี้ จะถูกรวบรวมเพื่อนำไปสังเคราะห์  พัฒนาและขยายผลกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและหาแนวทางลดความเหลื่อมล้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป โดยกิจกรรมจะจัดครั้งต่อไปเป็นภูมิภาคสุดท้ายที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น  ณ โรงแรม le cassia ระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2566

-(016)

TCL เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อขยายจินตนาการและจุดประกายความหลงใหล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733530

TCL เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อขยายจินตนาการและจุดประกายความหลงใหล

TCL เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อขยายจินตนาการและจุดประกายความหลงใหล

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.56 น.

TCL เผยความคืบหน้าทางธุรกิจและกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ประกอบด้วยทีวี Mini LED QLED ซาวด์บาร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

TCL (ทีซีแอล) แบรนด์ทีวีอันดับสองของโลก และแบรนด์ทีวี 98 นิ้วอันดับหนึ่งของโลก เผยโฉมหลากหลายผลิตภัณฑ์ล่าสุดสำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในงานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย ทีวี Mini LED ซีรี่ส์ C และ QLED ของปี 2023 มอบประสบการณ์การชมภาพที่น่าทึ่ง พร้อมด้วยเครื่องปรับอากาศเทคโนโลยี FreshIN+ และขบวนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่อัพเกรดมาเพื่อไลฟสไตล์ที่สะดวกสบายและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น ตอกย้ำพันธะสัญญาในการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาสู่ผู้บริโภคในภูมิภาค

TCL ขึ้นแท่นแบรนด์ทีวีอันดับ 2 ฉลองความสำเร็จทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ในฐานะแบรนด์ทีวีอันดับ 2 ของโลก ตามรายงานด้านตลาดทีวีทั่วโลกของออมเดีย (OMDIA) บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำ TCL เดินหน้าปักหมุดความสำเร็จทั่วทุกมุมโลก โดยเน้นภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และภาคภูมิใจที่ได้ขึ้นแท่นแบรนด์ทีวีอันดับ 1 ในออสเตรเลียและฟิลิปปินส์ รวมถึงเป็นอันดับ 2 ในเมียนม่าร์และอินโดนีเซีย สำหรับตลาดสำคัญอื่นๆ อาทิ ประเทศไทย TCL มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งมั่นมอบนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่คู่ควรให้กับผู้บริโภคหลายล้านรายในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

ขยายจินตนาการผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีจอแสดงผล – เปิดตัว TCL Mini LED ซีรี่ส์ C รุ่นล่าสุดประจำปี 2023

TCL ผู้บุกเบิกและผู้นำเทคโนโลยี Mini LED ภูมิใจเสนอเทคโนโลยีล่าสุดให้กับผู้บริโภคในเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยผลิตภัณฑ์ C845 ทีวี Mini LED รุ่นล่าสุด ซึ่งมาพร้อมโซนหรี่แสงเฉพาะจุดที่เพิ่มขึ้น (local dimming zones) มอบมิติลึกคมชัดจากค่าคอนทราสต์ที่มากขึ้น (infinite contrast) มอบประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น มุมส่องสว่างที่กว้างขึ้น (wide luminous angle) โดยสว่างสูงสูดถึง HDR 2000 นิตส์ ในทีวีขนาด 55 นิ้ว 65 นิ้ว 75 นิ้ว และ 85 นิ้ว หนุนด้วยพลังหน่วยประมวลผล AiPQ Processor 3.0 ทีวี TCL C845 จึงอัดแน่นด้วยคุณภาพของภาพที่โดดเด่น ควบคู่คุณภาพเสียงไร้ที่ติด้วยระบบ Dolby Vision IQ และ Dolby Atmos

สีสันตระการตา และความบันเทิงไร้ขีดจำกัด ที่มากับทีวี QLED รุ่น C745 และ 645 รุ่นใหม่

สำหรับเหล่าเกมเมอร์ TCL ขอแนะนำทีวีรุ่นใหม่ C745 ซึ่งรวมเทคโนโลยี QLED กับเทคโนโลยี Full Array Local Dimming รองรับโซนหรี่แสงเฉพาะจุด ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ของภาพ พร้อมด้วยเทคโนโลยีระดับ 4K HDR และอัตรารีเฟรช สูงถึง 144Hz VRR รวมถึง 240Hz Game Accelerator สำหรับการเล่นเกมที่ลื่นไหลและคุณภาพของภาพระดับ HDR ที่ให้รายละเอียดคมชัด สบายตา นอกจากนี้ ยังเปิดตัว TCL C645 มาพร้อมเทคโนโลยี TCL QLED แสดงสีสันโดดเด่นบนหน้าจอ รวมถึงเทคโนโลยี Dolby Vison และ Dolby Atmos อีกทั้ง Game Accelerator 120 Hz ทำให้เป็นทางเลือกสุดคุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านแบบอินเตอร์แอคทีฟคุณภาพสูง

นอกจากนี้ TCL ยังเปิดตัวเครื่องเสียง ซีรี่ส์ S64 ซึ่งเป็นซาวด์บาร์ที่ได้รับรางวัลเรดดอท (Red Dot) มาพร้อมระบบดอลบี้ ออดิโอ โดยสามารถจับคู่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบกับทีวีของ TCL เพื่อระบบเสียงนุ่มนวล พร้อมโทนเสียงเบสที่ลุ่มลึก แม้จะเร่งเสียงให้ดังขึ้น

เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่พัฒนาเพื่อไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบายและสุขภาพที่ดีขึ้น

TCL เปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรุ่นใหม่ ตอบสนองการใช้ชีวิตที่ราบรื่น เชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น และมีสุขภาพดียิ่งขึ้น

ทางแบรนด์ได้พัฒนาเครื่องปรับอากาศ ด้วยนวัตกรรม Gentle Cool Series มาในดีไซน์ ทันสมัยเรียบง่าย อีกทั้งง่ายต่อการทำความสะอาด พร้อม FreshIn+ ซีรี่ส์ใหม่ ที่มาพร้อมระบบทดแทนอากาศแบบสองทิศทาง เครื่องแรกในอุตสาหกรรม ซึ่งไม่เพียงแต่นำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาเท่านั้น และผลักดันอากาศไม่ดีออกสู่ภายนอก เพื่อสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่ดีต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ TCL ยังเปิดตัวตู้เย็นและเครื่องซักผ้ารุ่นล่าสุด เพื่อให้คนเอเชียได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น

พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนสำหรับผู้คนและผืนโลก: พันธะสัญญาของ TCL

ในฐานะบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อผู้บริโภค TCL ทุ่มเทให้กับเทคโนโลยีที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย พร้อมพัฒนากระบวนการผลิตในแนวทางที่ยั่งยืนที่สุด

ตามรายงานด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัท TCL ได้ปฏิญาณลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568 โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 18 ลดการใช้น้ำร้อยละ 27 ลดการใช้ไฟฟ้าร้อยละ 14 ลดการใช้ก๊าซธรรมชาติร้อยละ 70 และลดการใช้โฟม EPS ร้อยละ 10 รวมถึงลดการใช้วัสดุหีบห่อร้อยละ 6 เพื่อปกป้องอนาคตโลกของเรา

จุดประกายความหลงใหลในกีฬา TCL เน้นสนับสนุนกีฬาในเอเชีย-แปซิฟิก

TCL เป็นผู้นำในด้านการกีฬามาต่อเนื่อง ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและอิทธิพลของแบรนด์ในระดับโลก สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก TCL ประกาศสนับสนุนทีมและรายการกีฬาชั้นนำทั่วภูมิภาค

TCL ภาคภูมิใจที่ได้นำการแข่งขันบาสเก็ตบอลชิงแชมป์โลก FIBA Basketball World Cup 2023 ซึ่งเป็นการแข่งขันบาสเก็ตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลกมายังฟิลิปปินส์ ที่มีเจ้าภาพร่วมมากกว่าหนึ่งประเทศในเอเชียและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

นอกจากบาสเก็ตบอลแล้ว TCL ยังได้เป็นพันธมิตรกับทีมฟุตบอลชั้นนำ ได้แก่ ทีมชาติสเปน ทีมชาติอิตาลี และอาร์เซนอล สโมสรฟุตบอลระดับตำนาน ซึ่งมีฐานแฟนขนาดใหญ่ในเอเชีย สำหรับแฟนกีฬาชาวออสเตรเลีย TCL ภูมิใจที่ได้เป็นสปอนเซอร์ลีกฟุตบอลออสเตรเลีย (Australian Football League) และทีมคลิกเก็ต เมลเบิร์น เรเนเกดส์ (Melbourne Renegades)

ความตั้งใจในการเป็นผู้สนับสนุนทีมและรายการกีฬาเหล่านี้ แสดงถึงความทุ่มเทของ TCL ที่มีต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมอบการเข้าถึงนวัตกรรมล่าสุดและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคนี้

-(016)

มาดามตวงท้าให้ลอง ไอศกรีม Soft Serve รสซอสปรุงรสและน้ำจิ้มสุกี้ งาน THAIFEX

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733525

มาดามตวงท้าให้ลอง ไอศกรีม Soft Serve รสซอสปรุงรสและน้ำจิ้มสุกี้ งาน THAIFEX

มาดามตวงท้าให้ลอง ไอศกรีม Soft Serve รสซอสปรุงรสและน้ำจิ้มสุกี้ งาน THAIFEX

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.46 น.

THAIFEX-Anuga Asia 2023 : ครั้งแรกในโลก มาดามตวง อุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ เซเลบริตี้เชฟแถวหน้าของประเทศไทย กูรูนักชิม และ นักพัฒนาสูตรอาหาร เปิดตัวไอศกรีม Soft Serve สองรสชาติ  จากซอสปรุงรส และ น้ำจิ้มสุกี้ แบรนด์มาดามตวง ของเธอเอง ในงานแสดงสินค้าด้านอาหารชั้นนำของภูมิภาค “THAIFEX-Anuga Asia 2023” เป็นความแปลกใหม่ที่ผู้เข้าชมงานเข้าคิวรอชิมกันที่บูธ ง่วนเชียง Hall 10 HH 37 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม นี้

มาดามตวง อุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ เล่าว่า เธอได้เปิดตัว ซอสคู่ครัว มาดามตวง ไปเมื่อไม่นานมานี้  เพราะเธอมั่นใจว่าอาหารไทย-จีน ความอร่อยรสชาติดีอยู่ที่ซอสเครื่องปรุง และกว่าจะมาเป็นซอสที่อร่อยลงตัว เหมาะสำหรับใช้ จิ้ม หมัก และปรุงอาหาร แบรนด์มาดามตวง ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเธอวางใจให้ง่วนเชียงเป็นผู้ผลิต จากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการผลิตซีอิ๊วเครื่องปรุงรสมากว่า 100 ปี

จากความตั้งใจที่ว่า นอกจากผลิตซอสรสชาติที่ดีแล้ว สำคัญที่ต้องมีประโยชน์ด้วย ดังนั้น ซอสเครื่องปรุง จึงเป็นสูตรพรีเมี่ยมที่เกิดจากการพัฒนาสูตรร่วมกันกับง่วนเชียง  เป็นเซ็ทซอสคู่ครัวที่เน้นความอร่อยและประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

“ซีอิ๊วขาว  เพิ่มสารสกัดจากงาดำ Sesamine ใช้เวลาหมักนานกว่า 12 เดือน โปรตีนสูงกว่าซีอิ๊วอื่นๆในประเทศไทย รสชาติกลมกล่อมแบบอูมามิ  โดยไม่ใส่ผงชูรส ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่มีน้ำตาล ไม่เจือสีหรือแต่งกลิ่นสังเคราะห์  ส่วนซอสปรุงรส  เพิ่มวิตามิน B โปรตีนสูง ไม่ใส่ผงชูรส ไม่เจอสีแต่งกลิ่นสังเคราะห์ ไม่มีสารกันบูด กลิ่นหอมแบบธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม  และ น้ำมันหอย  กับความหอมน้ำมันหอยแท้ๆ ที่คุณสัมผัสได้ เพิ่มแร่ธาตุสังกะสี zinc ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่ผงชูรส ไม่เจือสีและแต่งกลิ่นสังเคราะห์ นอกจากนี้ ก็ยังมีน้ำจิ้มสุกี้ และ ซอสหมักหมูแดง ที่หมักธรรมชาติ ใช้เกลือหิมาลัย เป็น Keto friendly”

กับไอเดียทำไอศกรีม Soft Serve สองรสชาติจากซอสปรุงรสและน้ำจิ้มสุกี้  มาดามตวง เล่าว่า เป็นกิมมิคที่เธอคิดขึ้นมาสำหรับการร่วมออกบูธกับง่วนเชียง ในงาน “THAIFEX-Anuga Asia 2023”  และอยากให้มาลองชิม ความอร่อยชื่นใจของไอศกรีมที่เต็มไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพ  รสชาติซอสปรุงรสและน้ำจิ้มสุกี้  ที่มาดามตวง กล้าทำมาให้ลอง

“THAIFEX-Anuga Asia 2023” เป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมด้านอาหาร ที่กระทรวงพาณิชย์ จับมือกับภาคเอกชนจัดขึ้น ปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 2,000 ราย จากกว่า 120 ประเทศ ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ และ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน ฮอลล์ 5-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ยกเว้นในวันสุดท้าย จะเปิดให้บริการถึง 20.00 น.

-(016)