หิมะถล่มภาคเหนือปากีสถาน เสียชีวิต 11 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697398

หิมะถล่มภาคเหนือปากีสถาน เสียชีวิต 11 ศพ

28 พ.ค. 2566 07:25 น.

หิมะถล่มภาคเหนือปากีสถาน เสียชีวิต 11 ศพ

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ศพ รวมทั้งเด็กชายวัย 4 ขวบ ในเหตุหิมะถล่มทางตอนเหนือของปากีสถาน หลังเกิดหิมะตกหนักขณะที่กลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนเดินทางข้ามพื้นที่ภูเขา ในเขตช่องเขาชาวน์เตอร์กับฝูงแพะ นอกจากนั้น ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 25 คน และทางการกำลังดำเนินการช่วยเหลืออยู่

ด้านนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน กล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และกล่าวว่าเหตุการณ์ต่างๆ เช่น หิมะถล่มกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

เหตุหิมะถล่มดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ ในส่วนของช่องเขาที่เชื่อมระหว่างเขตอัสโตร์ ของภูมิภาคกิลกิต บัลทิสสถาน กับอาซาดแคชเมียร์ ที่อยู่ใกล้เคียง ในเขตแคชเมียร์ของปากีสถาน

สำนักข่าวเอพี อ้างคำพูดของ นายเซียรัต อาลี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโส ว่ามีผู้หญิง 4 คน และเด็กชายวัย 4 ขวบ 1 คนอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต ขณะที่ทีมกู้ภัยต้องเผชิญกับความท้าทายในการเข้าถึงพื้นที่ เนื่องจากจุดเกิดเหตุตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลและภูมิประเทศที่ยากลำบาก

กองทัพปากีสถานได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าเหลือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในปฏิบัติการกู้ภัย รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ทหาร 2 ลำ นอกจากนั้น ชาวบ้านในท้องถิ่นยังได้เข้าร่วมในการช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ใต้หิมะด้วย

นายกรัฐมนตรีชารีฟ กล่าวในทวิตเตอร์ว่า ภัยพิบัติดังกล่าวทำให้เกิดความโศกเศร้าและการสูญเสียชีวิตอันมีค่า “เนื่องจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเพิ่มขึ้นในปากีสถาน ทั่วโลกต้องแสดงความรับผิดชอบในการปกป้องประเทศกำลังพัฒนา เช่น ปากีสถาน จากผลกระทบที่เป็นอันตรายเหล่านี้”

พื้นที่ทางตอนเหนือของปากีสถานมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประสบกับเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงบ่อยครั้ง พื้นที่ดังกล่าวบางครั้งถูกเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ขั้วโลกที่สาม” เนื่องจากมีธารน้ำแข็งมากกว่าที่ใดในโลก นอกเหนือจากบริเวณขั้วโลก

ธารน้ำแข็งขนาดมหึมาเหล่านี้บางส่วนละลายไปแล้ว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทำให้เกิดทะเลสาบมากกว่า 3,000 แห่ง และเมื่อปีที่แล้ว ปากีสถานประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,700 ศพ.

ม็อบเนเธอร์แลนด์ปิดมอเตอร์เวย์ในกรุงเฮก ตร.ไล่สลาย จับได้ 1,500 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697393

ม็อบเนเธอร์แลนด์ปิดมอเตอร์เวย์ในกรุงเฮก ตร.ไล่สลาย จับได้ 1,500 คน

28 พ.ค. 2566 05:20 น.

ม็อบเนเธอร์แลนด์ปิดมอเตอร์เวย์ในกรุงเฮก ตร.ไล่สลาย จับได้ 1,500 คน

ตำรวจเนเธอร์แลนด์จับกุมผู้ชุมนุมกว่า 1,500 คน ที่ออกมาร่วมประท้วงเรียกร้องแก้ปัญหาสภาพอากาศ และก่อเหตุปิดถนนมอเตอร์เวย์ในกรุงเฮก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 27 พ.ค. 2566 กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งออกมาเคลื่อนไหวตามการเรียกร้องของกลุ่ม ‘Extinction Rebellion’ ร่วมกันปิดถนนหลวงหมายเลข A12 ในกรุงเฮก และเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงฟอสซิล ก่อนที่ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุม โดยยิงปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่

กลุ่ม Extinction Rebellion กล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่า ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่พวกเขาหลังจากเริ่มการปิดถนนได้เพียง 15 นาทีเท่านั้น ขณะที่ฝ่ายตำรวจบอกว่า พวกเขาขอให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ และให้เวลาดำเนินการเพียงพอแล้ว ก่อนจะเริ่มสลายการชุมนุม โดยมีผู้ชุมนุมที่ไม่ยอมกลับไปถูกจับถึง 1,579 คน

การประท้วงเมื่อวันเสาร์มีดาราคนดังในเนเธอร์แลนด์มาร่วมด้วยหลายคน รวมถึง คาริซ ฟาน เฮาเตน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในบทบาทของ ‘เมลิซานเดร’ จากซีรีส์ยอดนิยมเรื่อง ‘Game of Thrones’ โดยเธอเป็นหนึ่งในผู้ถูกจับกุมด้วย แต่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา

จนถึงตอนนี้ผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวเกือบทั้งหมดแล้ว แต่มีประมาณ 40 รายที่ตำรวจระบุว่าอาจถูกดำเนินคดี เนื่องจากถูกจับกุมในข้อหาอาชญากรรมต่างๆ เช่น ทำลายทรัพย์สิน, ขัดขืนการจับกุมจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ เป็นต้น

ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งที่ 7 แล้วที่กลุ่มผู้ชุมนุมของกลุ่ม Extinction Rebellion ปิดถนน A13 แม้ว่านายกเทศมนตรีกรุงเฮก จะออกฎหมายใหม่ห้ามชุมนุมบนถนนสายนี้แล้วก็ตาม

ที่มา : bbc

ชาวตุรกีออกไปใช้สิทธิ์ เลือกตั้งรอบ 2 ชี้ชะตาประธานาธิบดีคนต่อไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697391

ชาวตุรกีออกไปใช้สิทธิ์ เลือกตั้งรอบ 2 ชี้ชะตาประธานาธิบดีคนต่อไป

28 พ.ค. 2566 04:45 น.

ชาวตุรกีออกไปใช้สิทธิ์ เลือกตั้งรอบ 2 ชี้ชะตาประธานาธิบดีคนต่อไป

ชาวตุรกีออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งรอบ 2 ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อตัดสินประธานาธิบดี เอร์โดอัน จะได้เป็นผู้นำประเทศต่อไปอีก 5 ปีหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2 ของประเทศตุรกี เริ่มขึ้นในเวลา 08.00 น. วันอาทิตย์ที่ 28 พ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น และจะปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน ในขณะที่การลงคะแนนเสียงของชาวตุรกีในต่างประเทศทั่วโลก เสร็จสิ้นไปแล้วก่อนหน้านี้

การเลือกตั้งรอบ 2 จะเป็นการชี้ชะตาว่า นายเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน จะได้เป็นประธานาธิบดีต่อไปอีก 5 ปี หลังจากปกครองประเทศมากว่า 20 ปีแล้วหรือไม่ หรือนายเคมาล คิลิกดาโรกลู ตัวแทนจากกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้าน จะเป็นผู้คว้าชัยชนะ

นายเอร์โดอัน ซึ่งเป็นตัวเก็งในการเลือกตั้งครั้งนี้ สัญญาว่าจะนำพายุคสมัยใหม่มาสู่ประเทศ ซึ่งกำลังจะครบรอบ 100 ปีหลังประกาศตัวเป็นสาธารณรัฐ ท่ามกลางปัญหาใหญ่เรื่องอัตราเงินเฟ้อกับค่าครองชีพเพิ่มสูง

ขณะที่นายคิลิกดาโรกลู ให้คำมั่นว่าจะนำนโยบายเศรษฐกิจตามแบบแผนกลับมา รวมถึงปรับอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสม สวนทางกับเอร์โดอันที่ยังคงดอกเบี้ยต่ำ แม้เงินเฟ้อพุ่งสูง

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งครั้งแรก มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ถึง 88% โดยนายเอร์โดอันมีคะแนนนำอยู่ที่ 2.5 ล้านเสียง ทำให้ผู้ท้าชิงทั้ง 2 คนต่างหวังดึงคะแนนจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอีก 8 ล้านคนที่ไม่ได้มาใช้สิทธิ์ในรอบแรก แต่อาจตัดสินใจออกมาในรอบนี้

ก่อนการเลือกตั้งรอบแรก นายคิลิกดาโรกลู กล่าวหาฝ่ายรัฐบาลว่า เล่นสกปรกด้วยการปิดกั้นไม่ให้ข้อความของเขาส่งถึงผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง แต่ข้อความของประธานาธิบดีเอร์โดอันกลับกระจายไปทั่ว นอกจากนั้น

ด้านผู้สังเกตการณ์จากนานาชาติ ระบุว่า มีความไม่เท่าเทียมกันเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งที่ 1 แต่พวกเขาไม่พบความผิดปกติในการลงคะแนนเสียงที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของการเลือกตั้งแต่อย่างใด

ที่มา : bbc

สนามบินทั่ว UK ปั่นป่วน ประตู e-gate เสียข้ามวัน กระทบเดินทางวันหยุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697390

สนามบินทั่ว UK ปั่นป่วน ประตู e-gate เสียข้ามวัน กระทบเดินทางวันหยุด

28 พ.ค. 2566 02:59 น.

สนามบินทั่ว UK ปั่นป่วน ประตู e-gate เสียข้ามวัน กระทบเดินทางวันหยุด

เกิดความปั่นป่วนขึ้นที่สนามบินหลายแห่งในสหราชอาณาจักร เนื่องจากระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ หรือ e-gate เสีย ทำให้ผู้โดยสารขาเข้าต้องเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อรอเจ้าหน้าที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ระบบตรวจหนังสือเดือนทางอัตโนมัติ หรือ e-gate ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่สนามบินต่างๆ ในสหราชอาณาจักรเกิดการขัดข้องทางเทคนิค ตั้งแต่เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 26 พ.ค. 2566 กระทบต่อผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาก่อนจะถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งจะชนกับวันหยุดธนาคารและวันหยุดกลางภาคเรียนพอดี

เหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นหมายความว่า นักเดินทางจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจหนังสือเดินทางด้วยมือ แทนที่ระบบอัตโนมัติ ซึ่งปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วินาทีเท่านั้น ทำให้ผู้โดยสารในหลายสนามบินทั้ง ฮีทโธรว์, แมนเชสเตอร์ และ แกตวิกค์ ต้องต่อคิวเป็นเวลานาน จนหลายคนเกิดความไม่พอใจ

แหล่งข่าวในกระทรวงมหาดไทยของสหราขอาณาจักร บอกกับนักข่าวบีบีซี ว่า ระบบ e-gate เริ่มกลับมาใช้งานได้อีกครั้งในช่วงค่ำวันอาทิตย์ หลังจากเจ้าหน้าที่แก้ปัญหาได้แล้ว โดยจะเริ่มทยอยเปิดใช้ในสนามบินที่มีผู้คนมากที่สุดก่อน เนื่องจากสนามบินทุกแห่งที่ใช้ระบบนี้ต่างได้รับผลกระทบกันหมด

นายมาร์ก บาเรต หนึ่งในผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ เผยว่า กำลังเดินทางจากเมืองชิคาโกไปเมืองแมนเชสเตอร์ ผ่านสนามบินฮีทโธรว์ แต่เขาต้องเปลี่ยนแผนและต้องเข้าคิวที่ฮีทโธรว์นานกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว “มันเป็นความโกลาหลอย่างสิ้นเชิงในการตรวจพาสปอร์ต หลายคนเริ่มหมดความอดทน บางคนพยายามลัดคิวจนตำรวจต้องเข้ามาห้าม ผู้โดยสารคนหนึ่งถึงกับเป็นลมดด้วย”

ด้านผู้โดยสารอีกคนซึ่งเปิดเผยเพียงชื่อว่า สตีเวน เปิดยว่า เขารออยู่ที่สนามบินบริสตอลนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งแล้วตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเสาร์ โดยไม่สามารถหาน้ำดื่มได้ “อากาศมันร้อนมาก มีโอกาสเติมน้ำแค่ครั้งเดียวที่โถงทางเดินผู้โดยสารขาเข้า” “แต่ผมไม่มีขวดน้ำ จึงได้แต่ทนคอแห้งหลังจากนั้น”

อนึ่ง จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุของความขัดข้องคืออะไร แต่โฆษกของกระทรวงมหาดไทยระบุว่า เป็นเรื่องอ่อนไหวเกินกว่าจะอธิบาย

ที่มา : bbc

ไทเประทึก จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง ล่องผ่านช่องแคบไต้หวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697389

ไทเประทึก จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง ล่องผ่านช่องแคบไต้หวัน

28 พ.ค. 2566 02:17 น.

ไทเประทึก จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง ล่องผ่านช่องแคบไต้หวัน

จีนส่งกองเรือรบ 3 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง ล่องผ่านช่องแคบไต้หวัน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 พ.ค. 2566 กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุในแถลงการณ์ว่า กองเรือรบขนาดเล็กของกองทัพเรือจีนจำนวน 3 ลำ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันในเวลาประมาณเที่ยงวันเสาร์ โดยล่องอยู่ฝั่งตะวันตกของเส้นกึ่งกลาง หรือ median line และมุ่งหน้าขึ้นเหนือ

ทั้งนี้ จีนยกระดับความเคลื่อนไหวทางทหารใกล้เกาะไต้หวันมากขึ้น นับตั้งแต่นาง แนนซี เพโลซี อดีตประธานรัฐสภาสหรัฐฯ เยือนไต้หวันเมื่อปีก่อน และยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลไทเปตรวจพบเรือของจีนแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันแทบทุกวัน แต่นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินมาด้วย

กองทัพไต้หวัน ระบุว่า พวกเขาสั่งประจำการเครื่องบินลาดตระเวน, ยานพาหนะของกองทัพเรือ และระบบมิสไซล์ภาคพื้น เพื่อตอบสองต่อการส่งกองเรือแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันครั้งนี้ “เรากำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และจะตอบสนองตามความเหมาะสม”

ด้าน นายสตีฟ จาง ผู้อำนวยการสถาบัน SOAS China Institute ในกรุงลอนดอน กล่าวว่า การส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันครั้งนี้ เป็นเรื่องไม่ปกติมากๆ แม้จะตรงกับรูปแบบความเคลื่อนไหวของจีนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แต่มาแสดงออกถึงการขาดความเข้าใจในการทำการสู้รบสมัยใหม่

“การรบยุคสมัยใหม่ที่มีมิสไซล์ต่อต้านเรือรบทรงอานุภาพ ทำไมคุณถึงส่งเรือใหญ่ขนาดนั้นเข้าสู่ช่องแคบที่ทำให้การเคลื่อนไหวถูกจำกัด?” นายจาง กล่าว และว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนเป็นการส่งข้อความถึงไต้หวัน

ที่มา : cna

คุยกัน 7 วันหน : รอน ดิแซนทิส ผู้ว่าฟลอริดา ประกาศชิงตัวแทนรีพับลิกันในศึกเลือกตั้ง ปธน. 2024

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733552

คุยกัน 7 วันหน : รอน ดิแซนทิส ผู้ว่าฟลอริดา  ประกาศชิงตัวแทนรีพับลิกันในศึกเลือกตั้ง ปธน. 2024

คุยกัน 7 วันหน : รอน ดิแซนทิส ผู้ว่าฟลอริดา ประกาศชิงตัวแทนรีพับลิกันในศึกเลือกตั้ง ปธน. 2024

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รอน ดิแซนทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ประกาศลงชิงตัวแทนพรรครีพับลิกัน เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในปีหน้า ผ่านทางแพลตฟอร์ม Twitter Spaces ที่เขาจัดร่วมกับ อิลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของทวิตเตอร์ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการประกาศลงชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ แม้ในช่วงแรก ความตั้งใจประกาศตัวอย่างเป็นทางการแบบเท่ ๆ จะเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่สวยงามนัก เมื่อการออกอากาศสดผ่านทวิตเตอร์เกิดขัดข้อง ทำให้เสียงหายเป็นช่วง ๆ และผู้ใช้บางคนไม่สามารถเข้าร่วมการพูดคุยได้หรือหลุดไปจากการเชื่อมต่อก็ตาม การประกาศตัวของผู้ว่าการรัฐฟลอริดาครั้งนี้ ทำให้เขาจะต้องประลองกำลังกับ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี ที่เคยเป็นมิตรกัน และสร้างแรงสั่นสะเทือนในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีระดับภายในพรรครีพับลิกัน

ที่ผ่านมา ดิแซนทิสถูกมองทันทีว่า เป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดของทรัมป์ ด้วยวัยเพียง 44 ปี เป็นดาวรุ่งในพรรครีพับลิกัน เป็นผู้นำของกลุ่มแกนนำคนรุ่นใหม่ของพรรค และคาดกันว่าเขามีเงินทุนหนาสนับสนุนด้วย

คาดว่าจุดแข็งที่ดิแซนทิสจะชูขึ้นมาว่าเหนือทรัมป์คือ เขาเป็นผู้เสนอตัวเป็นตัวแทนรีพับลิกันชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียงคนเดียว ที่สามารถจะล้มประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้ ในการให้สัมภาษณ์สดที่ส่งมาแต่เสียงกับ อีลอน มัสก์ผ่านทวิตเตอร์ ดิแซนทิสประกาศว่า พรรครีพับลิกันจะต้องหยุดวัฒนธรรมแห่งการพ่ายแพ้ จากนั้น เขาได้ให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์นิวส์ในวันเดียวกัน ระบุว่า หากเขาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาจะสั่งธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ให้สนใจแต่การรักษาค่าเงินดอลลาร์ให้มีเสถียรภาพเท่านั้น อย่าทำตัวเป็นผู้วางแผนเศรษฐกิจของประเทศ และจะปลดผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ ด้วย

หลังการประกาศตัวของดิแซนทิสแล้ว บรรดาผู้สนับสนุนเขาและผู้บริจาคเงินทุนสนับสนุนทางการเมืองแก่เขา คาดหวังว่า จะได้เห็นดิแซนทิสเริ่มต่อสู้กับทรัมป์อย่างจริงจัง หลังจากที่ปล่อยให้ทรัมป์กล่าวโจมตีกระแนะกระแหนเขามานานอย่างไม่หยุดหย่อน โดยที่ดิแซนทิสแทบไม่ตอบโต้ สร้างความผิดหวังให้แก่พันธมิตรของดิแซนทิส ที่ต้องการให้เขาตอบโต้ทรัมป์อย่างดุเดือดกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความนิยมของประชาชนที่นิยมพรรครีพับลิกัน ยังคงพบว่าทรัมป์นำหน้าดิแซนทิสถึง 2 ต่อ 1 และการที่ทรัมป์ประกาศตัวไปก่อนนานแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทำให้ทรัมป์นำไปก่อนในการเริ่มเดินสายหาเสียงในรัฐสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ขณะที่ ทรัมป์ ระบุผ่าน แพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล กลังดิแซนทิสประกาศตัวว่า ตัวเขา แข็งแกร่งกว่า ดีกว่า และทำงานจริง  ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของทรัมป์ ทวีตแฮชแท็ก #Desaster หมายถึง ‘หายนะ’ ล้อเลียนนามสกุลของดิแซนทิสด้วย

ด้านดิแซนทิสยังมิได้ออกมาตอบโต้ทรัมป์มากนัก โดยเขามักอวดผลงานของตนเองในการบริหารรัฐฟลอริดา รวมถึงการต่อสู้กับนโยบายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ว่าด้วยการควบคุมการระบาดของโควิด-19

แต่บรรดาผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันยังต้องจับตามองว่า ดิแซนทิสจะสามารถกู้ภาพลักษณ์ของตนในด้านนโยบายต่างประเทศได้อย่างไร โดยเฉพาะการที่เขาลังเลที่จะสนับสนุนความช่วยเหลือด้านการทหารของสหรัฐฯ ให้แก่ยูเครนเพื่อทำสงครามกับรัสเซีย นอกจากนี้ เขายังถูกมองว่ามีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง จากการสนับสนุนมาตรการจำกัดการทำแท้งในรัฐฟลอริดา การอนุญาตให้พลเมืองรัฐนี้พกปืนอย่างเปิดเผยได้ง่ายขึ้น และยกเลิกเงินทุนสำหรับโครงการเพื่อความหลากหลายด้านเชื้อชาติในมหาวิทยาลัยของรัฐ เป็นต้น

ตอนนี้ มาว่ากันถึงเรื่อง Twitter Spaces กันบ้าง ว่ามันคืออะไร?

Twitter Space เป็นฟีเจอร์หนึ่งในทวิตเตอร์ที่ผู้ใช้งานสามารถร่วมสนทนาสดผ่านเสียงได้ ผ่านการเข้าร่วม ฟัง และพูดในห้องสนทนาที่เรียกว่า Space ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 600 คนขึ้นไป สามารถเปิดห้อง Space ได้ โดยผู้ใช้งานสามารถพูดคุยใน Space ได้มากที่สุดครั้งละไม่เกิน 13 คนพร้อมกัน รวมถึงผู้จัดห้อง Space หนึ่งคนและผู้ร่วมจัดอีกสองคน พื้นที่ Space ถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ทุกคนสามารถเข้าฟังได้

ก่อนหน้านี้ มัสก์เคยใช้งาน Space เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับผลงานของทวิตเตอร์ แผนของเทสลา บริษัทผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของเขา ไปจนถึงประเด็นเศรษฐกิจโลก และที่ผ่านมา มัสก์ ผู้เรียกตนเองว่าเป็น ‘ผู้เชื่อในเสรีภาพในการพูดอย่างที่สุด’ เคยกล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า เขาจะสนับสนุนดิแซนทิสในการเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า หากดิแซนทิสลงชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

มัสก์เคยกล่าวว่า เขาเคยสนับสนุนพรรคเดโมแครตและลงคะแนนให้ประธานนาธิบดี โจ ไบเดน อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนพฤศจิกายน มัสก์เชิญชวนให้ผู้ติดตามทวิตเตอร์ลงคะแนนให้พรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอม

ทั้งนี้ มัสก์มักวิจารณ์รัฐบาลไบเดนเกี่ยวกับนโยบายเก็บภาษีเศรษฐี และการให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมกับสหภาพแรงงาน ขณะที่หลังจากมัสก์เข้าซื้อทวิตเตอร์เมื่อปีที่แล้ว ทวิตเตอร์ได้กู้บัญชีของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน โดยก่อนหน้านี้ บัญชีของทรัมป์เคยถูกแบนด้วยเหตุผลว่า เขายั่วยุปลุกปั่นความรุนแรงจากเหตุบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อปี 2021

เชื่อว่าหลังจากนี้ ทวิตเตอร์จะได้ประโยชน์จาก Space เป็นเหมือนพื้นที่เปิดกลางเมือง โดยทวิตเตอร์เล็งหารายได้จากโฆษณาการเมือง หลังบริษัทหลายเจ้าเลิกลงโฆษณากับทวิตเตอร์นับตั้งแต่มัสก์เข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนตุลาคม

โดย ดาโน โทนาลี

โซไซตี้ : ส่งมอบ‘โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี’ ปักหมุดสร้างแลนด์มาร์คใหม่ใช้เป็นสาธารณประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733538

โซไซตี้ : ส่งมอบ‘โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี’  ปักหมุดสร้างแลนด์มาร์คใหม่ใช้เป็นสาธารณประโยชน์

โซไซตี้ : ส่งมอบ‘โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี’ ปักหมุดสร้างแลนด์มาร์คใหม่ใช้เป็นสาธารณประโยชน์

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส และบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สุรพงษ์ ปิยะโชติ นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดกาญจนบุรี จัดพิธีส่งมอบ “โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี”ณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี ร.ท.ทศพลไชยโกมินทร์ ผวจ.กาญจนบุรี, คณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทบีทีเอส และ บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) อาทิ สุรพงษ์ เลาหะอัญญา,คง ชิ เคือง, ชัยวัฒน์ อัศวินทรางกูร, สรญา เสฐียรโกเศศ และคณะผู้บริหารจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี อาทิ อรรถวิท รักจำรูญ, พิสิษฐ์ กาญจนภิญพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี, จรันต์ ยิ่งภิญโญ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี, อนันท์ ดิษฐศิริ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมในงาน ซึ่งโครงการนี้ บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในเครือกลุ่มบริษัทบีทีเอสได้ดำเนินการเข้าซื้อโรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี และมอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีใช้เป็นสาธารณประโยชน์และพิพิธภัณฑ์เพื่อประชาชน รวมถึงเป็นอาคารอนุรักษ์เพื่อสังคมของจังหวัด ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

การดำเนินงานในครั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มบริษัทบีทีเอสได้ตระหนักถึงความสำคัญของคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรม จึงต้องการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม อาคารโบราณสถานต่างๆ ไว้เพื่อสืบสานและส่งต่อเป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติไทยไปยังคนรุ่นหลัง อีกทั้งก่อนหน้านี้ ได้ใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท ในการเข้าบูรณะอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ถึง 3 แห่ง ได้แก่ “โครงการศุลกสถาน (โรงภาษีร้อยชักสาม)”ซึ่งเป็นอาคารที่มีอายุกว่า 130 ปี ได้ทำการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารโบราณสถาน เพื่อเป็นโรงแรมระดับไม่ต่ำกว่า 5 ดาว ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่อยู่คู่กับชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างยาวนาน รวมถึงได้ใช้งบประมาณดังกล่าว เข้าลงทุน“โรงแรม ยูเชียงใหม่” ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น 2552 จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ โดยได้ทำการคงโครงสร้างอาคารจวนผู้ว่าการเชียงใหม่หลังเก่าไว้ภายในโรงแรม และทำการปรับปรุงเป็นเรสซิเดนซ์ เลานจ์ คงไว้ซึ่งความงดงามของศิลปวัฒนธรรมชาวล้านนา แต่เพิ่มการตกแต่งภายในที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังได้ลงทุนซื้ออาคารสถาปัตยกรรมSino-Portuguese “คฤหาสน์พระอร่ามสาครเขตร” อาคารโบราณสไตล์ชิโน-โปรตุกีส อายุกว่า 100 ปี ย่านใจกลางเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ต เพื่ออนุรักษ์อาคารโบราณสถานตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งปณิธานไว้ นอกเหนือจากการเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจในด้านต่างๆ ผ่านการดำเนินการในกลุ่มธุรกิจ Move Mix และ Match แล้ว กลุ่มบริษัทบีทีเอสยังเล็งเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมประเทศไทย อีกด้วย

โรงงานกระดาษไทยเป็นสถาปัตยกรรมสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2481 โดยวิศวกรและนายช่างจากประเทศเยอรมนีและเป็นสถาปัตยกรรมขนาดมหึมาท่ามกลางโบราณสถานกำแพงเมืองเก่า ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2475 คณะราษฎรต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรอุตสาหกรรมจึงสร้างโรงงานกระดาษนี้ขึ้นเป็นแห่งที่ 2 ต่อเนื่องจากที่สามเสนในกรุงเทพมหานครแต่เป็นแห่งแรกที่มีการผลิตครบวงจรและใหญ่ที่สุดในเอเชีย ณ ขณะนั้น นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปโบราณที่หาชมได้ยากที่ใครต่างขนานนามให้เป็น “มิวเซียมอุตสาหกรรมแห่งแรกของไทยและเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงสังคมจากเกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรมของกาญจนบุรี” เป็นแหล่งชุมชนที่มีเรื่องราวและอิทธิพลต่อสังคมในเมืองกาญจนบุรี ณ สมัยนั้นซึ่งปัจจุบันสภาพทุกอย่างของโรงงานยังคงเหมือนเดิม ทั้งตัวโครงสร้างปล่องควัน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเครื่องจักรผลิตกระดาษซึ่งเหลือเป็นชิ้นสุดท้ายของโลกที่ประเทศไทยอีกด้วย

Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733551

Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฟรานซิส คริคก์ นักอณูชีววิทยาชาวอังกฤษได้ค้นพบไวรัสโบราณที่หลบซ่อนอยู่ภายในพันธุกรรมของมนุษย์ ซึ่งมักเปิดเผยตัวตนออกมาขณะที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปทั่วจนร่างกายไม่สามารถควบคุมได้เท่านั้น โดยไวรัสนี้จะช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค้นหาและช่วยโจมตีเซลล์มะเร็ง กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จึงต้องการที่จะควบคุมและใช้ประโยชน์ไวรัสนี้ในการสร้าง “วัคซีน” ที่ช่วยรักษาหรือป้องกันเซลล์มะเร็ง พวกเขายังได้พบว่ามีระบบภูมิคุ้มกันส่วนหนึ่งที่สามารถรอดพ้นจากเซลล์มะเร็งในปอดได้ดีกว่าภูมิคุ้มกันส่วนอื่น ๆ ผ่านการสร้างแอนติบอดี (Antibody) เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อของร่างกาย ซึ่งภูมิคุ้มกันกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า “บีเซลล์” (B-Cells)

พันธุกรรมของมนุษย์ที่พวกเราต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีนั้น มีองค์ประกอบของไวรัสชนิดนี้มากกว่า 8% การศึกษาวิจัยยังพบว่าไวรัสโบราณบางชนิดก็ติดมากับรหัสพันธุกรรมของเราตั้งแต่เมื่อประมาณสิบล้านปีที่แล้ว และได้ร่วมวิวัฒนาการมากับพวกเราตั้งแต่สมัยยุคที่บรรพบุรุษของมนุษย์ยังคงอยู่ในวงศ์ลิงใหญ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเซลล์มะเร็งนั้นเติบโตลุกลามมากขึ้นจนถึงระยะท้ายเกินกว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะสามารถรับมือได้ ไวรัสชนิดนี้ก็หายไปจากร่างกายของมนุษย์ ซึ่งผลการสังเกตนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่าไวรัสนี้สามารถช่วยต่อต้านการติดเชื้อจากไวรัสอื่น ๆ ที่ร่างกายรับเข้ามาได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ดี นักวิจัยโรคมะเร็งในสหราชอาณาจักรอย่าง ดร. แคลร์ บรูมเลย์ กล่าวเอาไว้ว่างานวิจัยชิ้นนี้ ต้องการการค้นคว้ามากกว่านี้ ภายในอนาคตเธอเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถค้นพบวิธีรักษามะเร็งให้เป็นจริงได้ด้วยนวัตกรรมจากไวรัสชนิดนี้

หนังสือเด่น : ภารกิจตามหาเจ้าหญิงซาอุดิอารเบีย หมากสำคัญของเกมการเมืองระหว่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733549

หนังสือเด่น : ภารกิจตามหาเจ้าหญิงซาอุดิอารเบีย  หมากสำคัญของเกมการเมืองระหว่างประเทศ

หนังสือเด่น : ภารกิจตามหาเจ้าหญิงซาอุดิอารเบีย หมากสำคัญของเกมการเมืองระหว่างประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้อ่านท่านใดที่เคยติดตามนวนิยายสายลับสืบสวนชุด เกเบรียล อัลลอน มาหลายเล่มย่อมรู้ดีว่า แดเนียล ซิลวา ผู้เขียนหนังสือชุดนี้มีความสามารถอย่างหาตัวจับยากในการนำ “เรื่องจริง”มาผสมผสานกับ “เรื่องแต่ง” เมื่อบวกกับลีลาภาษาที่ราบรื่น คมคาย แฝงอารมณ์ขัน ผลงานของเขาก็กลายเป็นนวนิยายสายลับที่ไม่เพียงอ่านสนุกจนวางไม่ลง แต่ยังสอดแทรกสาระและแง่คิดไว้อย่างแนบเนียน…นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้แฟน ๆ ทั่วโลกติดตามอ่านมาเล่มแล้วเล่มเล่า

 “The New Girl ซ้อนแผนล่า” ผู้เขียน Daniel Silva (แดเนียล ซิลวา) แปลโดย ขจรจันทร์  เป็นเรื่องราวที่    “เกเบรียล อัลลอน” ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองอิสราเอล ได้รับคำขอจากพ่อคือ มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย  ให้ช่วยตามหาลูกสาวเจ้าหญิงวัย 12 ปีถูกลักพาตัวไป  พวกโจรเรียกร้องให้เจ้าชายผู้เป็นพ่อสละตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ไม่เช่นนั้นจะฆ่าเด็กสาวเสีย  เจ้าชายจึงหันมาขอความช่วยเหลือจากเกเบรียล อัลลอน ทั้งที่อิสราเอลถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของซาอุดีอาระเบีย  และเกเบรียลก็รู้ดีว่าถ้าเจ้าชายนักปฏิรูปองค์นี้ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ก็จะช่วยพัฒนาตะวันออกกลางและทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคลดลง เขาจึงยอมตกลงช่วยหาตัวเจ้าหญิง  แต่เมื่อภารกิจใกล้สำเร็จ เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงอย่างไม่คาดคิด  เกเบรียลพบว่าผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดคือรัสเซีย  ซึ่งไม่ต้องการให้เกิดการปฏิรูปในซาอุดีอาระเบีย  เกเบรียลกับทีมสายลับและมกุฎราชกุมารต้องร่วมมือกันวางแผนซ้อนแผน เพื่อขัดขวางไม่ให้คนที่พวกรัสเซียวางตัวไว้ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ตามที่รัสเซียคาดหวังได้

ภารกิจครั้งใหม่ของเกเบรียล อัลลอนและทีมสายลับอิสราเอลเล่มนี้ ไม่เพียงพาผู้อ่านเดินทางข้ามทวีปไปทั่วโลกเหมือนเช่นเคย แต่ยังจะได้เดินทางข้ามเวลา ย้อนไปในอดีต ค้นพบความลับอันน่าตื่นตะลึงที่ซุกซ่อนอยู่ และเป็นความลับที่จะสั่นสะเทือนวงการข่าวกรองอย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง  เกเบรียล จะทำให้ประเทศร่ำรวยน้ำมันที่สุดประเทศหนึ่งกลายเป็นศัตรูหรือมิตรของอิสราเอลก็ได้ เดิมพันครั้งนี้มีมากกว่าแค่ชีวิตเด็กผู้บริสุทธิ์ ปฏิบัติการอันยอกย้อนซับซ้อนจึงต้องเกิดขึ้นพร้อมแผนเหนือชั้นที่จะพลิกเกมการเมืองได้อย่างแยบยล

นวนิยายสายลับสืบสวนเล่มนี้ถือเป็นหนังสือ  Best Seller ที่แปลมากกว่า 30 ภาษา และเป็นเล่มล่าสุดในชุดเกเบรียล อัลลอน  ที่เนื้อหาสนุกตื่นเต้น เหมาะสำหรับทั้งนักอ่านทั่วไปและนักอ่านที่ชอบแนวนิยายแนวสายลับ สืบสวนสอบสวน ตลอดจนแฟนนวนิยายของ แดเนียล ซิลวา สำนักพิมพ์ต้นฉบับคือ HarperCollins Publishers  จัดทำเล่มภาษาไทยโดย สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์ จำหน่ายราคาเล่มละ 495 บาท

รู้จักต้นไม้ที่น่าสนใจ 80ชนิดรอบโลก

ประวัติศาสตร์ ตำนาน เรื่องเล่า ที่น่าสนใจ

“80 ต้นไม้รอบโลก Around the World in 80 Trees” ผู้เขียน Jonathan Drori (โจนาธาน โดรรี) ผู้แปล พลอยแสง เอกญาติ “ต้นไม้” คือสิ่งมีชีวิตที่ชวนพิศวงที่เริ่มต้นจากเมล็ดพันธุ์เล็กๆ งอกเงยเติบใหญ่ผ่านร้อนหนาวด้วยกลไกมหัศจรรย์ที่ซุกซ่อนไว้ตามกิ่งใบดอกผล หยั่งรากความสัมพันธ์กับมนุษย์รวมถึงสรรพสัตว์ และยืนหยัดหล่อเลี้ยงโลกใบนี้มาเนิ่นนาน ในเล่มจะพานำผู้อ่านสำรวจเรื่องราวอัศจรรย์ของต้นไม้และถิ่นที่อยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ไม้ออลเดอร์อันเป็นรากฐานรองรับเมืองเวนิสทั้งเมือง โพธิ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งอินเดียที่รวมใจทั้งชาวพุทธและฮินดู ไม้ก๊อกที่ใช้หุ้มถังเชื้อเพลิงบนกระสวยอวกาศของนาซา ป่าเรดวูดที่ซ่อนความลับของต้นไม้สูงเสียดฟ้าไว้ในน้ำหยดเล็กๆ ต้นรักจีนกับตำนานชวนขนลุกเรื่องมัมมี่นักบวช หรือการทิ้งใบของเชสต์นัตที่มอบความหวังแก่แอนน์ แฟรงก์ ว่าฤดูใบไม้ผลิจะมาถึงในสักวัน มาร่วมลัดเลาะผ่านกิ่งก้านแห่งประวัติศาสตร์ พฤกษศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ตั้งแต่เรื่องโรแมนติกชวนฝันสู่โศกนาฏกรรมเศร้าตรม ภาพประกอบและเนื้อหาที่น่าสนใจ ในการเดินทางอันแสนร่มรื่นและรื่นรมย์ที่คนรักธรรมชาติไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง หนังสือราคา 495 บาท

เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด

ด้วยวิธีง่ายๆใช้เวลาเพียง15 นาที

“แค่ 15 นาที เปลี่ยนวันนี้ให้เป็นวันสุข” ผู้เขียน Richard Nicholls (ริชาร์ด นิโคลส์) ผู้แปล ณิชาภา ชิวะสุจินต์ “ริชาร์ด นิโคลล์ส” เป็นนักจิตบำบัดและนักสะกดจิตบำบัดที่มีประสบการณ์ในการเยียวยาจิตใจและเปลี่ยนชีวิตคนมากว่า 20 ปี และเป็นเจ้าของพอดแคสต์ที่มียอดดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง   ในเล่มจะนำเสนอแบบฝึกหัดง่าย ๆ ที่จะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง และมีความสุขมากยิ่งขึ้น โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้น และเปลี่ยนทุกคนให้เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง วิธีของริชาร์ดได้รับการยืนยันจากผลการวิจัยกว่าหลายทศวรรษแล้วว่าได้ผลจริงในการช่วยให้มีความสุขขึ้นในทุกแง่มุมของชีวิต และสามารถรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่เจอในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิดด้านลบ การจัดการกับความเครียด ความมั่นใจและการเห็นคุณค่าของตนเอง นิสัยการใช้เงิน การยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ และสุขภาพกาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลโดยตรงต่อความสุขของเราทั้งสิ้น ด้วยงานเขียนที่เป็นกันเองและให้กำลังใจราวกับมีเพื่อนอยู่เคียงข้าง หนังสือเล่มนี้จะช่วยยืนยันกับเราว่า ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ ขอเพียงแค่เราลงมือทำด้วยตัวเอง ด้วยวิธีการง่าย ๆ ในเวลาเพียง 15 นาที  หนังสือราคาเล่มละ 319 บาท  

สร้างพอร์ตลงทุนอสังหา ให้เช่าง่ายๆ

ด้วยแนวคิดเกมเศรษฐี และเกม CASHFLOW

“เกมเศรษฐี ลงทุนให้รวย ด้วยอสังหาริมทรัพย์” ผู้เขียน จักรพงษ์ เมษพันธุ์ (โค้ชหนุ่ม) มาเรียนรู้วิธีสร้างพอร์ตการลงทุนบ้านและคอนโดมิเนียมให้เช่า ด้วยแผนการง่าย ๆ ที่ใครๆก็ทำได้ ให้มีทรัพย์สินที่สร้าง “Passive Income” อย่างยั่งยืน สร้างรายได้ต่อเนื่อง แม้ในช่วงเวลาที่เป็นวิกฤติทางการเงิน  โดยผู้เขียนได้แนะนำ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า โดยใช้แนวคิด เกมเศรษฐี (Monopoly) และ เกม Cashflowได้แก่วิธีสร้างการลงทุนตั้งแต่เริ่มวางแผน เลือกทำเล ประเมินราคา การกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน ไปจนถึงครอบครองทรัพย์สินที่สร้าง Passive Income ในเล่มยังมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เช่น คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองพิษณุโลก คอนโดมิเนียมพร้อมธุรกิจเครื่องซักผ้าและตู้น้ำหยอดเหรียญ : ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นต้น ตัวอย่างการคำนวณ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการลงทุนได้ทันที แนวทางการลงทุนที่จะทำให้หลับสบาย ไร้กังวล และมั่งคั่งอย่างยั่งยืน และหลักการง่าย ๆ อย่างบ้านสีเขียว 4 หลัง เปลี่ยนเป็นโรงสีแดง ทำให้คนมีอิสรภาพทางการเงินมาเยอะแล้ว หนังสือราคาเล่มละ 295 บาท

เคล็ดลับการสร้างอารมณ์ขัน

ที่เปลี่ยนศัตรูกลายเป็นมิตรได้ชั่วพริบตา

“วิชาอารมณ์ขัน: ฝึกลับคมอารมณ์ขันแบบจริงจัง เติมอาวุธลับในโลกธุรกิจและชีวิตส่วนตัว” ผู้เขียน Jennifer Aaker (เจนนิเฟอร์ อาเคอร์), Naomi Bagdonas (นาโอมิ แบ็กโดนัส) ผู้แปลไอริสา ชั้นศิริ  อารมณ์ขันคือพลังวิเศษที่สามารถเปลี่ยนอารมณ์บนโต๊ะอาหารเย็น เปลี่ยนบรรยากาศการประชุม เปลี่ยนภาพลักษณ์รัฐบาล เปลี่ยนการโต้เถียงเป็นความร่วมมือ หรือเปลี่ยนความสัมพันธ์วิกฤตสู่มิตรสหายได้ในชั่วพริบตา ผู้เขียนทั้งสองคนเป็นอาจารย์ผู้รังสรรค์คอร์ส “Humor: Serious Business” จากหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในเล่มได้ให้ผู้อ่านถอดรหัสสกัดวิชาอารมณ์ขันจากเวทีเดี่ยวไมโครโฟน โต๊ะเจรจาธุรกิจ ทำเนียบขาว จนถึงสตูดิโอพิกซาร์ ผสานงานวิจัยเชิงพฤติกรรมศาสตร์และประสบการณ์ในฐานะที่ปรึกษาผู้นำทางธุรกิจหลากหลายแวดวง เพื่อตอบคำถามว่าอารมณ์ขันทำงานอย่างไร ความตลกฝึกกันได้หรือไม่ เล่นมุกอย่างไรไม่ให้ล้ำเส้น และเราจะสร้างวัฒนธรรมขี้เล่นในองค์กรได้อย่างไร “อารมณ์ขัน” คือเครื่องปรุงชีวิตที่ทำให้ความเป็นมนุษย์งอกงามและความสำเร็จงอกเงย  หนังสือจะมอบอาวุธลับแบบยิงมุกนัดเดียวได้ผลหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความประทับใจแรกพบ สื่อสารคำวิจารณ์ที่ยากจะพูด บ่มเพาะวัฒนธรรมความเชื่อใจในองค์กร หรือสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโต หนังสือราคาเล่มละ 350 บาท

แหวกฟ้าหาฝัน : เจ้าพ่อบัลเลต์ in Kunsthaus Zurich

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733524

แหวกฟ้าหาฝัน : เจ้าพ่อบัลเลต์ in Kunsthaus Zurich

แหวกฟ้าหาฝัน : เจ้าพ่อบัลเลต์ in Kunsthaus Zurich

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Ludovic Lepid and his Daughters 1871

ใน Kunsthaus Zurich นอกจากจะมีผลงานแนว Impressionism ของศิลปินดังๆ อาทิ Pierre Auguste Renoir, Alfred Sisley และ Camille Pissarro แล้ว ที่นี่ยังมีงานของเจ้าพ่อบัลเลต์ หรือ Edgar Degas อีกเป็นจำนวนมาก เขาเกิดในกรุงปารีสในครอบครัวนายธนาคารโดยเป็นบุตรชายคนโตของพี่น้อง 5 คน เขาเข้าเรียนที่ Lycee Louis-Le-Grand เมื่ออายุ 11 ขวบ หลังมารดาเสียชีวิตเมื่อเขาอายุได้เพียง 13 ปีเขาก็เริ่มหัดวาดภาพระหว่างเรียนหนังสือเขาลงทะเบียนเป็นนักลอกแบบของ Louvre Museum หลังจบการศึกษาด้านวรรณคดีในปี 1853 เมื่ออายุได้ 18 ปี เขาก็เปลี่ยนห้องนอนของตัวเองเป็นห้องภาพ แม้เขาจะชอบศิลปะมากกว่า แต่เขาก็ยอมเข้าเรียนที่คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปารีสตามความต้องการของบิดา แต่กลับไม่ใส่ใจในการเรียนมากนัก

ในปี 1855 เขาได้รู้จัก Jean-Auguste-Dominique Ingres ศิลปินดังชาวฝรั่งเศสที่สอนให้เขาหมั่นฝึกฝนและวาดเส้นจากความทรงจำซึ่งเขาจดจำได้ตลอดชีวิต ในเดือนเมษายนเขาสามารถเข้าเรียนที่ Ecole des Beaux-Arts และเรียนภาพร่างกับ LouisLamothe ปีรุ่งขึ้นเขาเดินทางไปอิตาลีเพื่อฝึกฝนคัดลอกงานของ Michelangelo,Raphael และ Titan และอาศัยอยู่กับน้าที่เนเปิลอยู่ 3 ปี ซึ่งเขาสามารถสร้างสรรค์งานระดับmasterpiece ชิ้นแรกที่ชื่อ The Bellelli Familyได้ที่นั่น เขาย้ายกลับมาอยู่ปารีสในปี 1859และเริ่มสร้างสรรค์งานอีกหลากหลายแนวในปี 1865 เขาเดินทางไปนอร์มังดี ฝรั่งเศสเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับม้าส่งผลให้เขาสามารถสร้างสรรค์งานเกี่ยวกับสงครามได้ดีเสียจนกระทั่งสามารถส่งงาน Scene of War in theMiddle Ages เข้าจัดแสดงนิทรรศการได้เป็นครั้งแรก นับจากนั้นเขาก็สามารถส่งงานเข้าจัดแสดงได้ทุกปีติดกันถึง 5 ปี โดยแต่ละปีจะมีผลงานต่างแนวกันโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินที่ต่างกัน อาทิ Edouard Manet และ Velazquez

After the Bath 1896

ในช่วงสงคราม Franco-Prussia ปี 1870 เขาสมัครเข้าเป็นทหารจึงไม่มีเวลาที่จะวาดภาพ หลังสงคราม เขาย้ายไปอยู่ NewOrleans ร่วมกับญาติๆ อีกหลายคน และได้สร้างสรรค์งานจิตรกรรมดังๆ ออกมาหลายชิ้น หลังเขากลับไปอยู่ปารีสในปี 1873 เนื่องจากบิดาของเขาเสียชีวิต และพี่ชายของเขาก็ติดหนี้สินเป็นจำนวนมาก เขาจึงตัดสินใจขายบ้านและงานศิลปะที่ได้รับมรดกเพื่อใช้หนี้และรักษาชื่อเสียงของครอบครัว นับจากนั้นมาเขาก็ต้องยังชีพจากการขายผลงานเท่านั้น เขาจึงเน้นไปที่การเขียนภาพที่เกี่ยวเนื่องกับบัลเลต์ เพราะเขาขายได้จำนวนมากถึงกระนั้นก็ตาม เขากลับปฏิเสธที่จะส่งงานไปจัดนิทรรศการกับ Salon ซึ่งเน้นศิลปะที่เป็นแบบแผน แต่กลับเข้าร่วมกลุ่มกับศิลปินรุ่นเยาว์แนว Impressionism

ระหว่างปี 1874-86 กลุ่มศิลปินแนวImpressionist ได้จัดนิทรรศการถึง 8 ครั้งโดยเขาได้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานและเป็นผู้นำของกลุ่ม แม้นักวิจารณ์ศิลป์บางคนเห็นว่าเขาเป็นกลุ่มต่อต้าน Impressionism เพราะเขาจะไม่เน้นงานกลางแจ้ง เฉกเช่นงานของศิลปินแนว Impressionism คนอื่นๆ เมื่อเขาสามารถขายงานจิตรกรรมของตัวเองได้จากการส่งผลงานไปจัดแสดงร่วมกับกลุ่ม Impressionismเขาก็เริ่มมีฐานะดีขึ้นและเริ่มสะสมงานของศิลปินอื่นๆ อาทิ El Greco, Manet, Pissarro,Cezanne ฯลฯ ในทศวรรษที่ 1880 เขาเริ่มหันมาสนใจการถ่ายภาพด้วยโดยเริ่มต้นจากการถ่ายภาพเพื่อนและคนรอบตัวก่อน

Little Dancer 1881

ยิ่งอายุมากขึ้นเขาเริ่มแยกตัวกับเพื่อนฝูง สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเขามีแนวคิดรังเกียจชาวยิวซึ่งทำให้เพื่อนฝูงชาวยิวหนีหาย และเพื่อนคนอื่นๆ ก็พลอยอึดอัดกับความเห็นของเขาไปด้วย นับจากปี 1890 เป็นต้นมา สายตาของเขาย่ำแย่ลงมากจนเป็นอุปสรรคกับการสร้างงานจิตรกรรม เขาจึงหันมาทำงานประติมากรรมแทนจวบจนปี 1912 เมื่อเขาถูกไล่ออกจากบ้านและต้องไปเร่ร่อนบนถนนในกรุงปารีสและเสียชีวิตในเวลาที่เกือบจะตาบอดสนิทในเดือนกันยายนปี 1917

นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับผลงานของเขาจะทราบดีว่า แม้ผลงานของเขาซึ่งมักเป็นรูปคนเต้นบัลเลต์ เรื่องเกี่ยวกับบัลเลต์ และเรื่องราวในห้องแคบๆ เล็กๆ จะมีเนื้อหาแตกต่างจากสิ้นเชิงกับศิลปินแนว Impressionism อื่นส่วนใหญ่ที่เน้นการสร้างงานกลางแจ้งก็ตามแต่ลักษณะการเน้นในเรื่องฝีแปรงที่คมชัดการเล่นกับแสงและเงา ก็เป็นแนวทางศิลปะแบบ Impressionism อย่างไม่ต้องสงสัยนอกจากนี้เขายังสร้างงานได้อย่างมีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครชนิดที่เห็นแค่หลังของผู้หญิง หรือองค์ประกอบของภาพเท่านั้น ก็สามารถที่จะยืนยันได้เลยว่าเป็นผลงานของ Degas ใน KunsthausZurich ก็มีผลงานที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์ของเขา ไม่ว่าจะเป็นบัลเลต์ม้า หรือเรื่องราวในห้องแคบๆ อยู่อย่างครบถ้วน เขาแทบจะเป็นศิลปินคนเดียวในโลกก็ว่าได้ที่ผูกขาดการสร้างงานทั้งจิตรกรรม และประติมากรรมเกี่ยวกับบัลเลต์จึงคู่ควรกับสมญานามเจ้าพ่อบัลเลต์เลยทีเดียว

Before the Start 1880

Dancers in the Foyer 1889