แผ่นดินไหว 6.2 เขย่าชานกรุงโตเกียว และจังหวัดใกล้เคียง ไม่มีคำเตือนสึนามิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697242

แผ่นดินไหว 6.2 เขย่าชานกรุงโตเกียว และจังหวัดใกล้เคียง ไม่มีคำเตือนสึนามิ

27 พ.ค. 2566 11:04 น.

แผ่นดินไหว 6.2 เขย่าชานกรุงโตเกียว และจังหวัดใกล้เคียง ไม่มีคำเตือนสึนามิ

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 นอกชายฝั่งจังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของญี่ปุ่น ประชาชนพากันลงจากอาคารสูง ขณะที่ทางการญี่ปุ่นระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่มีความเสี่ยงเกิดสึนามิ

สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 พ.ค. 2566 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ที่จังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว โดยไม่มีประกาศเตือนความเสี่ยงเกิดคลื่นสึนามิ ขณะที่ประชาชนในกรุงโตเกียวและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงต่างรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ทำให้ต้องพากันลงจากอาคารสูงและหาที่กำบังเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม นับว่าเคราะห์ดี ไม่มีรายงานความเสียหาย หรือตัวเลขผู้เสียชีวิตบาดเจ็บ แต่อย่างใด

สำนักงานธรณีวิทยาของญี่ปุ่น รายงานว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้ อยู่ในทะเลนอกชายฝั่งทางตะวันออกจากจังหวัดชิบะ ความลึกประมาณ 50 กิโลเมตร โดยสามารถวัดแรงสั่นสะเทือนขนาดประมาณ 1-4 แมกนิจูด บริเวณทั่วกรุงโตเกียว ตลอดจนภูมิภาคคันโต โคชิน และโทโฮขุ.

อีกแล้ว จักรยานไฟฟ้าระเบิดไฟลุกในอังกฤษ เจ้าของหวิดถูกย่างสด (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697247

อีกแล้ว จักรยานไฟฟ้าระเบิดไฟลุกในอังกฤษ เจ้าของหวิดถูกย่างสด (คลิป)

27 พ.ค. 2566 09:17 น.

อีกแล้ว จักรยานไฟฟ้าระเบิดไฟลุกในอังกฤษ เจ้าของหวิดถูกย่างสด (คลิป)

เกิดเหตุรถจักรยานไฟฟ้าระเบิดไฟลุกอีกครั้งในประเทศอังกฤษ เคราะห์ดีที่เจ้าของรถไหวตัวทัน ทำให้รอดจากการถูกย่างสดไปในเสี้ยววินาที

หน่วยดับเพลิงในลอนดอนเผยคลิปเหตุการณ์ขณะจักรยานไฟฟ้าระเบิดไฟลุก จนเกือบจะย่างสดเจ้าของรถ เพื่อเตือนภัยผู้ใช้งานให้ระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการชาร์จไฟในที่พักอาศัย โดยจากคลิปที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลจะเห็นรถจักรยานจอดพิงกำแพงหน้าลิฟต์ของแฟลตแห่งหนึ่งอยู่ ก่อนที่นายเอวิเจ้าของรถวัย 29 ปีจะเดินเข้าไปตรวจสอบดูเนื่องจากได้กลิ่นแปลกๆ แต่ในจังหวะนั้นก็เริ่มเกิดควันลอยคลุ้งขึ้นมา จากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีก็เกิดการระเบิดขึ้นจนมีไฟลุกไหม้ตามมา เคราะห์ดีที่เจ้าของรถวิ่งหลบเข้าไปในห้องพักได้ทันเลยไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครได้รับอันตราย

ดูคลิป ที่นี่ 

นายเอวิเจ้าของรถเล่าว่า เขาใช้จักรยานไฟฟ้าคันนี้เดินทางไปทำงานเสมอ แต่วันเกิดเหตุเขาได้กลิ่นฉุนบางอย่าง ทำให้เขาตัดสินใจเอาจักรยานไปไว้นอกห้องพัก ไม่อย่างนั้นเขาและน้องสาวอาจจะตายไปแล้ว

นับเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดไฟไหม้กับรถจักรยานไฟฟ้า รวมทั้งรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาในอังกฤษ ทำให้หลายฝ่ายแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้งาน โดยสาเหตุของเพลิงไหม้ส่วนใหญ่มาจากตัวแบตเตอรี่ลิเธียมที่ใช้กับรถทั้ง 2 ประเภท โดยนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หน่วยดับเพลิงของอังกฤษ ได้รับรายงานเรื่องจักรยานไฟฟ้าไฟไหม้แล้ว 52 ครั้ง และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไฟไหม้อีก 12 ครั้ง โดยในจำนวนนี้มี 1เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตด้วย.

ที่มา : เมโทร

ช็อก ผู้เฒ่ากัมพูชา โดนจระเข้กว่า 40 ตัวในบ่อเลี้ยง รุมทึ้งจนตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697232

ช็อก ผู้เฒ่ากัมพูชา โดนจระเข้กว่า 40 ตัวในบ่อเลี้ยง รุมทึ้งจนตาย

27 พ.ค. 2566 05:45 น.

ช็อก ผู้เฒ่ากัมพูชา โดนจระเข้กว่า 40 ตัวในบ่อเลี้ยง รุมทึ้งจนตาย

ผู้เฒ่าคนเลี้ยงจระเข้ในภาคเหนือของกัมพูชา พลัดตกลงไปในบ่อเลี้ยง ก่อนถูกจระเข้กว่า 40 ตัวรุมทึ้งเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจเมืองเสียมเรียบ ทางเหนือของประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่า เมื่อ 26 พ.ค. 2566 นายลวน นัม (Luan Nam) เกษตรกรเลี้ยงจระเข้วัย 72 ปี พยายามใช้อุปกรณ์ลักษณะเป็นท่อนไม้ยาว ขนย้ายไข่ของจระเข้ในบ่อเลี้ยง แต่โดยไม่คาดคิด จระเข้ตัวหนึ่งงับไม้แล้วกระชากนำตัวเขาลงไปในบ่อ

ตำรวจบอกอีกว่า จากนั้นจระเข้กว่า 40 ตัวก็เข้ารุมทึ้งนายนัมซึ่งเป็นประธานสมาคมผู้เลี้ยงจระเข้ท้องถิ่น จนเขาเสียชีวิต ร่างของนายนัมถูกพบในสภาพเต็มไปด้วยรอยเขี้ยว และแขน 1 ข้างหายไป

ทั้งนี้ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมเลี้ยงจระเข้เอาไว้เพื่อเอาเนื้อ. หนัง หรือไข่ของมัน และนานๆ ครั้งจะเกิดอุบัติเหตุในสถานที่เลี้ยงจระเข้ขึ้น เช่น ในปี 2562 มีเด็กอายุเพียง 2 ขวบ ถูกจระเข้สังหารและกินเข้าไปที่ฟาร์มอีกแห่ง ในเมืองเสียมเรียบเช่นเดียว

ที่มา : bbc

จนท.อินเดียถูกพักงาน หลังสั่งสูบน้ำออกจากเขื่อนเพื่องมหามือถือที่ทำตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697250

จนท.อินเดียถูกพักงาน หลังสั่งสูบน้ำออกจากเขื่อนเพื่องมหามือถือที่ทำตก

27 พ.ค. 2566 10:00 น.

จนท.อินเดียถูกพักงาน หลังสั่งสูบน้ำออกจากเขื่อนเพื่องมหามือถือที่ทำตก

เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลอินเดียถูกลงโทษทางวินัยด้วยการพักงาน หลังสั่งระบายน้ำหลายล้านลิตรออกจากอ่างเก็บน้ำ เพื่อที่จะงมหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ทำตกลงไปขณะเซลฟี่

กลายเป็นเรื่องฮือฮาในอินเดีย หลังจากที่นายราเชษฐ วิศวะ เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายตรวจสอบอาหารของอินเดียใช้อำนาจในทางมิชอบ ในการสั่งให้ระบายน้ำออกจากเขื่อนในรัฐฉัตติสครห์ทั้งหมด เพื่อจะค้นหาโทรศัพท์มือถือที่ตัวเองทำตกลงไปในเขื่อน ขณะที่ตัวเองกำลังถ่ายเซลฟี่ โดยต้องใช้เวลา 3 วัน ในการเร่งสูบน้ำปริมาณราว 2ล้านลิตรออกจากเขื่อนจนกระทั่งเจอโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงมูลค่าราว 41,000 บาท ของเขา ซึ่งใช้การไม่ได้แล้ว โดยมีรายงานว่าปริมาณน้ำที่เขาระบายออกจากเขื่อนอย่างสูญเปล่าในครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ในระบบชลประทานให้แก่พื้นที่ทางการเกษตรได้มากถึง 3,750 ไร่เลยทีเดียว

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในตอนแรก นายวิศวะ ได้ให้นักดำน้ำดำลงไปค้นหาโทรศัพท์ให้เขา แต่ก็ค้นหาไม่เจอ เขาจึงจ้างให้คนมาสูบน้ำออกจากเขื่อน โดยระบุว่าเขาได้รับอนุญาตทางวาจาจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่งให้ระบายน้ำจากเขื่อนลงไปยังคลองที่อยู่ใกล้เคียงได้เพื่อจะได้ช่วยเกษตรกรให้มีน้ำใช้มากขึ้นด้วย

โดยนายวิศวะ อ้างว่าในโทรศัพท์มือถือของเขามีข้อมูลสำคัญของรัฐบาลอยู่ จึงจำเป็นต้องเก็บกู้เครื่องขึ้นมา แต่เหตุผลดังกล่าวดูจะฟังไม่ขึ้น ทำให้เขาถูกสั่งลงโทษทางวินัยด้วยการพักงาน ในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ.

ที่มา : บีบีซี

ทำไปได้ จนท.อินเดียโดนพักงาน ระบายน้ำจากเขื่อนเพื่องมโทรศัพท์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697230

ทำไปได้ จนท.อินเดียโดนพักงาน ระบายน้ำจากเขื่อนเพื่องมโทรศัพท์

27 พ.ค. 2566 04:35 น.

ทำไปได้ จนท.อินเดียโดนพักงาน ระบายน้ำจากเขื่อนเพื่องมโทรศัพท์

(ภาพจาก twitter/@RAMANMANN1974)

เจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดียถูกพักงานรอการสืบสวน หลังก่อเหตุสั่งระบายน้ำนับล้านลิตรออกจากเขื่อน เพื่อหาโทรศัพท์ที่เขาเผลอทำตกลงไปขณะถ่ายรูปเซลฟี่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 26 พ.ค. 2566 ว่า นายราเชศ วิศวัส เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารของรัฐบาลอินเดีย พลาดทำสมาร์ทโฟนตกลงไปในเขื่อนเคอร์คัตตา (Kherkatta) ใน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 พ.ค.) ในขณะที่เขาพยายามถ่ายรูปเซลฟี่

หลังจากนักประดาน้ำท้องถิ่นงมหาโทรศัพท์ไม่เจอ นายวิศวัสก็จ่ายเงินจ้างคนนำเครื่องปั๊มน้ำพลังงานดีเซลเข้ามา โดยอ้างว่า ได้รับคำอนุญาตปากเปล่าจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแล้วว่า ให้สูบน้ำจำนวนหนึ่งลงคลองใกล้เคียงได้ และอ้างอีกว่า เจ้าหน้าที่รายนี้บอกว่าการสูบน้ำออกจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรที่กำลังต้องการน้ำ

อย่างไรก็ตาม การปั๊มน้ำดำเนินไปนานหลายวัน มีน้ำถูกสูบออกไปมากถึง 2 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอจัดสรรให้เรือกสวนไร่นากว้างถึง 6 ตารางกิโลเมตร และงมหาโทรศัพท์จนเจอ แต่เครื่องเสียหายจนใช้การไม่ได้แล้ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่อีกคน จากสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำจะเข้ามาสั่งให้หยุดการสูบน้ำ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน

“เขาถูกพักงานจนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญ และไม่ควรมาใช้เสียเปล่าแบบนี้” นายปริยานกา ชุคลา เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต คันเคอร์ (Kanker) ในรัฐฉัตติสครห์บอกกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

ด้านนายวิศวัสปฏิเสธเรื่องการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ผิด อ้างว่าโทรศัพท์เครื่องนี้มีข้อมูลอ่อนไหวของรัฐบาลอยู่และจำเป็นต้องเก็บกู้กลับมา เขาอ้างอีกว่า เขาให้สูบน้ำออกจากส่วนที่เป็นทางน้ำล้นของเขื่อน ไม่ใช่น้ำจากส่วนใช้งาน

อย่างไรก็ตาม การกระทำของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากบรรดานักการเมือง รวมถึงจากรองประธานพรรคฝ่ายค้าน BJP ซึ่งทวีตข้อความว่า “ในขณะที่ประชาชนต้องพึ่งพาแท็งก์เก็บน้ำเพื่อใช้ท่ามกลางฤดูร้อนอันแสนระอุ เจ้าหน้าที่คนนี้กลับสูบน้ำออกไป 4.1 ล้านลิตร ที่ควรถูกจัดสรรให้แก่พื้นที่ 1,500 เอเคอร์”

2 วัยรุ่นออสเตรเลียมอบตัว เอี่ยวเหตุไฟไหม้อาคารกลางซิดนีย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697227

2 วัยรุ่นออสเตรเลียมอบตัว เอี่ยวเหตุไฟไหม้อาคารกลางซิดนีย์

27 พ.ค. 2566 03:33 น.

2 วัยรุ่นออสเตรเลียมอบตัว เอี่ยวเหตุไฟไหม้อาคารกลางซิดนีย์

วัยรุ่นอายุเพียง 13 ปี 2 คนมอบตัวกับตำรวจออสเตรเลีย ยอมรับมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุไฟไหม้รุนแรงที่อาคารเก่าหลังหนึ่งในนครซิดนีย์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เด็กชายอายุ 13 ปี 2 คนมอบตัวกับตำรวจออสเตรเลียในวันศุกร์ที่ 26 พ.ค. 2566 โดยยอมรับว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่อาคารสูง 7 ชั้นในนครซิดนีย์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จนอาคารถล่มลงมาบางส่วน

ตำรวจยืนยันว่า เด็กทั้ง 2 คนเข้ามอบตัวและกำลังช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการสืบสวน แต่พวกเขาเชื่อว่ามีวัยรุ่นคนอื่นเกี่ยวข้องด้วย และเรียกร้องให้คนกลุ่มนี้ออกมามอบตัว

เหตุไฟไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยไฟไหม้รุนแรงจนหน่วยดับเพลิงรัฐนิวเซาท์เวลส์ ต้องประกาศเตือนระดับ 10 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด และใช้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงว่า 100 คน จึงควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียงได้สำเร็จ

อาคารดังกล่าวเป็นเคยเป็นที่ตั้งของโรงงานบริษัท เฮนเดอร์สัน แฮต (Henderson Hat) ปัจจุบันร้างมาหลายปีแล้ว แต่กำลังมีการวางแผนปรับปรุงอาคารให้เป็นโรงแรม โดยในเวลาเกิดเหตุ มีผู้เข้าไปอาศัยหลับนอนในตึก 15 คน ตอนนี้พบตัวแล้ว 13 คน ส่วนอีก 2 คนยังคงหาไม่พบ

เหตุไฟไหม้ยังทำให้ประชาชนอย่างน้อย 70 คนที่อาศัยอยู่ใกล้กับอาคารหลังนี้ต้องอพยพออกจากบ้าน เนื่องจากทางการประกาศให้เป็นเขตควบคุม โดยคาดว่าคำสั่งจะอยู่เป็นเวลา 7 วัน

ที่มา : bbc

เศร้า ลูกเสือชีตาห์เกิดใหม่ในอินเดีย ตายแล้ว 3 อีกตัวอาการวิกฤติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697224

เศร้า ลูกเสือชีตาห์เกิดใหม่ในอินเดีย ตายแล้ว 3 อีกตัวอาการวิกฤติ

27 พ.ค. 2566 00:59 น.

เศร้า ลูกเสือชีตาห์เกิดใหม่ในอินเดีย ตายแล้ว 3 อีกตัวอาการวิกฤติ

ลูกเสือชีตาห์ที่เพิ่งเกิดใหม่ในอินเดียเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 70 ปี ตายไปแล้ว 3 ตัว ขณะที่ตัวสุดท้ายอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ คาดอากาศร้อนเป็นเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ลูกเสือชีตาห์เกิดใหม่ในอุทยานแห่งชาติ ‘คุโน’ (Kuno) ในรัฐมัธยประเทศ ตอนกลางของอินเดีย ตายเพิ่มอีก 2 ตัวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ค. 2566 หลังจากมี 1 ตัวตายไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นอกจากนั้น ลูกเสือตัวที่ 4 ยังมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติอีกด้วย

ลูกเสือทั้ง 4 ตัวเป็นลูกเสือชีตาห์กลุ่มแรกที่เกิดในอินเดียในรอบกว่า 70 ปี หลังจากเสือชนิดนี้ถูกประกาศว่าสูญพันธุ์ไปจากแดนภารตะแล้ว จนกระทั่งมีการส่งแม่เสือชีตาห์เข้ามาจากนามิเบียเมื่อปีก่อน และให้กำเนิดลูกเสือทั้ง 4 ตัวเมื่อเดือนมีนาคม และอยู่ภายใต้การสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่อินเดีย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อุณหภูมิภายในอุทยานแห่งชาติพุ่งขึ้นเกือบแตะ 47 องศาเซลเซียส และเจ้าหน้าที่พบว่าลูกเสือมีอาการผิดปกติ พวกมันมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง, น้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน และร่างกายอ่อนแอ ลูกเสือตายไป 1 ตัวในวันอังคาร และอีก 2 ตัวในวันพฤหัสบดี แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพวกมัน

ตอนนี้ลูกเสือตัวสุดท้ายในครอกมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ และกำลังอยู่ระหว่างการรักษาเยียวยา

ทั้งนี้ เสือชีตาห์ได้รับการประกาศว่าสูญพันธุ์ไปจากประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการในปี 2495 โดยสาเหตุหลักมาจาก การล่าสัตว์, การสูญเสียที่อยู่อาศัย และการมีเหยื่อให้ล่าเป็นอาหารไม่เพียงพอ

แต่เมื่อเดือนกันยายน 2565 อินเดียนำเข้าเสือชีตาห์ 8 ตัวจากประเทศนามิเบีย ตามแผนฟื้นฟูที่เรียกว่า ‘Project Cheetah’ ก่อนจะนำเข้าเสือชีตาห์จากแอฟริกาใต้มาเพิ่มอีก 12 ตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เสือชีตาห์ที่นำเข้ามาตายไปแล้ว 3 ตัว หนึ่งในนั้นตายด้วยภาวะไตล้มเหลว ขณะที่อีกตัวตายเพราะอาการบาดเจ็บระหว่างการผสมพันธุ์ และเมื่อรวมกับลูกเสือที่ตายล่าสุดอีก 3 ตัว ทำให้ตอนนี้เสือชีตาห์ในอินเดียตายไปแล้วถึง 6 ตัวภายในระยะเวลาสั้นๆ

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ศาลสูงสุดของอินเดียแสดงความกังวลต่อการตายอย่างต่อเนื่องของเสือชีตาห์ และขอให้รัฐบาลกลางพิจารณาส่งย้ายพวกมันไปอาศัยอยู่ที่อื่นก่อน

ที่มา : bbc

มิสไซล์รัสเซียโดนโรงพยาบาลในเมืองยูเครนพังยับ ตาย 2 เจ็บ 23 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697222

มิสไซล์รัสเซียโดนโรงพยาบาลในเมืองยูเครนพังยับ ตาย 2 เจ็บ 23 ราย

26 พ.ค. 2566 23:38 น.

มิสไซล์รัสเซียโดนโรงพยาบาลในเมืองยูเครนพังยับ ตาย 2 เจ็บ 23 ราย

รัสเซียส่งโดรนและยิงมิสไซล์โจมตีเมืองดนีโปร ของยูเครน กระสุนไปถูกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พ.ค. 2566 นายเซอร์ฮีย์ ไลซาก ผู้ว่าการแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ โอบลาสต์ ทางตะวันออกของยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียยิงมิสไซล์เข้าสู่เมืองดนีโปรเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ถูกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งจนเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ บาดเจ็บอีก 23 ราย โดย 3 รายในจำนวนนี้มีอาการสาหัส

การโจมตีของรัสเซียรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่ฝ่ายยูเครนจะเริ่มการโจมตีตอบโต้ซึ่งคาดกันว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี โพสต์คลิปวิดีโอความเสียหายของโรงพยาบาล แสดงให้เห็นภาพนักดับเพลิงในที่เกิดเหตุ และกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาจากอาคาร “เป็นอีกครั้งแล้ว ที่ผู้ก่อการร้ายชาวรัสเซียยืนยันสถานะของตัวเอง ในฐานะนักสู้ผู้ต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นมนุษยธรรมและความยุติธรรม” เซเลนสกีกล่าว

รัสเซียส่งโดรนหลายลำโจมตีและยิงมิสไซล์เข้าใส่เป้าหมายหลายจุดในเมืองดนีโปร และเมืองคาร์คิฟ ทางตะวันออก รวมถึงคลังน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ของยูเครนระบุว่า พวกเขายิงสกัดมิสไซล์ที่ถูกยิงมาในช่วงข้ามคืนได้ 17 ลูก และทำลายโดรนได้อีก 31 ลำ

นอกจากนั้น กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนก็ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีล่าสุด เศษซากโดรนที่ถูกยิงทำลายหลายลำตกใส่หลังคาของศูนย์การค้า, บ้านเรือน และรถยนต์หลายคันจนได้รับความเสียหาย

ส่วนในรัสเซีย เกิดเหตุระเบิดที่อาคารที่อยู่อาศัยกับอาคารสำนักงานในเมือง ครัสโนดาร์ ทางตะวันออกของแคว้นไครเมียที่มอสโกเข้ายึดครอง โดยนายเวเนียมิน คอนดราตีเยฟ ผู้ว่าการแคว้น กล่าวว่า สาเหตุของการระเบิดเกิดจากโดรน 2 ลำที่ยูเครนส่งมา สร้างความเสียหายให้อาคารหลายแห่ง แต่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่ได้รับความเสียหาย และไม่มีผู้บาดเจ็บ

ที่มา : bbc

ฉลามดุ นศ.สาวชาวอเมริกันถูกกัดจนเท้าขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697083

ฉลามดุ นศ.สาวชาวอเมริกันถูกกัดจนเท้าขาด

26 พ.ค. 2566 16:01 น.

ฉลามดุ นศ.สาวชาวอเมริกันถูกกัดจนเท้าขาด

นักศึกษาสาวชาวอเมริกันเคราะห์ร้ายถูกฉลามกัดจนเท้าขาด ขณะเดินทางไปพักผ่อนฉลองจบปริญญาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่หมู่เกาะเติร์กส์และเคคอส

นักศึกษาสาวชาวอเมริกันวัย 22 ปี ต้องกลายเป็นคนพิการ หลังถูกถลามกัดจนเท้าข้างซ้ายขาด ขณะกำลังดำน้ำตื้นที่หมู่เกาะเติร์กส์และเคคอส ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วโดยกัปตันเรือ แต่เนื่องจากใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินนานถึง 6 ชั่วโมงกว่าจะส่งต่อจากโรงพยาบาลในพื้นที่ถึงโรงพยาบาลในไมอามี ทำให้แพทย์ไม่สามารถที่จะเย็บต่อเท้าให้เธอได้ทันเวลา

มีรายงานว่าเหยื่อสาวจากคอนเนคติกัตรายนี้ เดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อฉลองจบปริญญาจากมหาวิทยาลัยเยล พร้อมกับเพื่อนของเธอที่หมู่เกาะดังกล่าว โดยได้เช่าเรือส่วนตัวเพื่อพาไปดำน้ำรอบๆ เกรซ เบย์ บีช แต่ในขณะที่เธอลงดำน้ำสน็อกเกิล ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดนี้ขึ้น โดยคาดว่าฉลามที่ทำร้ายเธอน่าจะเป็นฉลามแนวปะการังแคริบเบียน เคราะห์ดีที่กัปตันเรือมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเรื่องห้ามเลือด และประสานทางฝั่งในการเตรียมพร้อมช่วยชีวิตเธออย่างรวดเร็ว ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้

ด้านคนในพื้นที่ที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยในช่วง 14 ปีที่ผ่านมามีเพียงครั้งเดียวที่มีคนถูกฉลามกัด แต่ไม่มีอะไรถูกฉีกขาด โดยในขณะที่เกิดเหตุทะเลค่อนข้างสงบและน้ำใส

ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการถูกฉลามทำร้ายของมหาวิทยาลัยฟลอริดา พบว่า เหตุที่มนุษย์ถูกฉลามทำร้ายเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก โดยเมื่อปีที่แล้วมีเหตุฉลามทำร้ายมนุษย์เพียง 57 ครั้งทั่วโลก ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยการเข้าโจมตีของฉลามมักจะเกิดจากความเข้าใจผิดคิดว่ามนุษย์เป็นเหยื่อของมัน โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าฉลามเสือเป็นฉลามที่อันตรายที่สุดเป็นอันดับสองรองจากฉลามขาว พร้อมเตือนให้ประชาชนว่ายน้ำใกล้ๆ ฝั่ง และควรมีเพื่อนอยู่ด้วยกันเพื่อช่วยกันระวังหลัง นอกจากนี้ไม่ควรสวมเครื่องประดับที่สะท้อนแสงแวววาว เพราะมันจะยิ่งดึงดูดฉลามได้ง่าย.

ที่มา : เดลีเมล์

อย.สหรัฐฯ ไฟเขียว “นิวรัลลิงก์” ของอีลอน มัสก์ ทดสอบฝังชิปในสมองมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697067

อย.สหรัฐฯ ไฟเขียว "นิวรัลลิงก์" ของอีลอน มัสก์ ทดสอบฝังชิปในสมองมนุษย์

26 พ.ค. 2566 13:43 น.

อย.สหรัฐฯ ไฟเขียว “นิวรัลลิงก์” ของอีลอน มัสก์ ทดสอบฝังชิปในสมองมนุษย์

บริษัทนิวรัลลิงก์ ของนายอีลอน มัสก์ ประกาศว่า ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ ให้สามารถเริ่มทดลองฝังไมโครชิปในสมองมนุษย์ได้เป็นครั้งแรก

บริษัท นิวรัลลิงก์ ของนายอีลอน มัสก์ ผู้ผลิตชิปสำหรับฝังในสมอง กล่าวว่าได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ เอฟดีเอ ให้ดำเนินการทดสอบกับมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายในการช่วยฟื้นฟูการมองเห็นและการเคลื่อนไหวของผู้คนด้วยการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทกล่าวว่าไม่มีแผนที่จะเริ่มรับสมัครผู้เข้าร่วมทันที ด้านเอฟดีเอยังคงไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ

ตามรายงานของรอยเตอร์ในเดือนมีนาคม ที่อ้างถึงพนักงานปัจจุบันและอดีตหลายคน การเสนอการทดลองก่อนหน้านี้ของนิวรัลลิงก์ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติจากเอฟดีเอ ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

นิวรัลลิงก์หวังที่จะใช้ไมโครชิปเพื่อรักษาอาการต่างๆ เช่น อัมพาตและตาบอด และช่วยให้ผู้พิการสามารถใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ โดยชิปที่เคยทำการทดสอบในลิง ได้รับการออกแบบมาเพื่อตีความสัญญาณที่ผลิตในสมองและถ่ายทอดข้อมูลไปยังอุปกรณ์ผ่านบลูทูธ

ก่อนหน้านี้ มัสก์เคยเสนอว่าเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับมนุษย์ที่อาจถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์

นิวรัลลิงก์ กล่าวในทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี ถึงเทคโนโลยีนี้ว่า “ขั้นตอนแรกที่สำคัญซึ่งวันหนึ่งจะช่วยให้เทคโนโลยีของเราสามารถช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากได้” การอนุมัติดังกล่าวเป็น “ผลงานอันน่าทึ่งของทีมนิวรัลลิงก์ โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ เอฟดีเอ”

บริษัทยังกล่าวว่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม “เร็วๆ นี้” เกี่ยวกับแผนการสมัครเข้าร่วมการทดลอง ด้านเว็บไซต์ของบริษัทให้คำมั่นว่า “ความปลอดภัย ความสามารถในการเข้าถึง และความน่าเชื่อถือ” เป็นสิ่งที่มีความสำคัญทั้งหมดในระหว่างกระบวนการทางวิศวกรรม

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการปลูกถ่ายสมองของนิวรัลลิงก์ จะต้องมีการทดสอบอย่างครอบคลุมเพื่อเอาชนะความท้าทายด้านเทคนิคและจริยธรรม หากต้องการให้มีการนำไปใช้ในวงกว้าง

ที่ผ่านมา นิวรัลลิงก์เคยประเมินว่าบริษัทจะสามารถเริ่มดำเนินการปลูกถ่ายชิปมาแล้วหลายครั้ง เป้าหมายแรกเริ่มคือการเริ่มปลูกชิปในสมองมนุษย์ในปี 2563 เพื่อทำตามการประกาศที่เคยให้ไว้เมื่อปีก่อนหน้า ต่อมาบริษัทได้ประกาศว่าจะเริ่มโครงการนี้ในปี 2565

บริษัทประสบกับความล้มเหลวอีกครั้งในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หลังจากมีรายงานว่ากำลังถูกสอบสวนเกี่ยวกับการละเมิดสวัสดิภาพสัตว์ในระหว่างการทดลอง โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่คล้ายคลึงกัน

การประกาศความคืบหน้าของนิวรัลลิงก์ มีขึ้นหลังจากข่าวล่าสุดเกี่ยวกับความก้าวหน้าที่คล้ายคลึงกันซึ่งเกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายสมองโดยนักวิจัยชาวสวิส หลังชายที่เป็นอัมพาตจากเนเธอร์แลนด์สามารถเดินได้ ผ่านการสั่งการจากสมอง ด้วยระบบการปลูกถ่ายที่ส่งความคิดของเขาไปยังขาและเท้าแบบไร้สาย.