เวอร์จิน กาแล็กติก ทดสอบบินครั้งสุดท้ายสำเร็จ เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697058

เวอร์จิน กาแล็กติก ทดสอบบินครั้งสุดท้ายสำเร็จ เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์

26 พ.ค. 2566 12:36 น.

เวอร์จิน กาแล็กติก ทดสอบบินครั้งสุดท้ายสำเร็จ เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์

เวอร์จิน กาแล็กติกประสบความสำเร็จในการทดสอบเที่ยวบินท่องอวกาศครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว หลังจากเริ่มทดสอบการบินครั้งแรกเมื่อปี 2561 เตรียมพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าเร็วๆ นี้

การทดสอบบินครั้งสุดท้ายของเวอร์จิน กาแล็กติก มีการใช้พนักงานของทางบริษัท 6 คน ในจำนวนนี้เป็นนักบิน 2 คน ขึ้นไปทดสอบการเดินทางท่องอวกาศ โดยทั้งหมดเดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย ที่ฐานจอดยาน สเปซพอร์ต อเมริกา ทางตอนใต้ของนิวเม็กซิโก

การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง นับตั้งแต่ยานแม่ได้บรรทุกยานท่องอวกาศขึ้นไปยังความสูง 44,500 ฟุต ก่อนที่จะปล่อยจรวดมอเตอร์ เพื่อทำการส่งยานออกสู่อวกาศครั้งสุดท้ายจนทำให้การเดินทางประสบความสำเร็จด้วยดี โดยยานเดินทางไปแตะขอบอวกาศ ทำให้คนในยานได้สัมผัสกับสภาวะไร้น้ำหนัก ก่อนเดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย นับเป็นการประกาศความพร้อมที่จะเปิดให้บริการท่องอวกาศแก่คนทั่วไปอย่างเป็นทางการ

เที่ยวบินท่องอวกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่มหาเศรษฐีอย่างริชาร์ด แบรนสัน สามารถเอาชนะ เจฟฟ์ เบซอสผู้ก่อตั้งแอมะซอนในการทำทริปท่องอวกาศได้เกือบ 2 ปี โดยเที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวแรกจะเป็นภารกิจทางด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกับกองทัพอากาศของอิตาลี จากนั้นจะเปิดให้เศรษฐีกระเป๋าหนักที่มีความฝันอยากท่องเที่ยวอวกาศได้จองตั๋วกันตามอิสระ หลังจากรอคอยทริปนี้มานานหลายปี.

ที่มา : เอบีซีนิวส์

ดับแล้ว 4 ศพ เหตุลูกชายประธานสภาเมืองยิงตำรวจ-แทงคนในญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697057

ดับแล้ว 4 ศพ เหตุลูกชายประธานสภาเมืองยิงตำรวจ-แทงคนในญี่ปุ่น

26 พ.ค. 2566 12:02 น.

ดับแล้ว 4 ศพ เหตุลูกชายประธานสภาเมืองยิงตำรวจ-แทงคนในญี่ปุ่น

บุตรชายของประธานสภาประจำเมืองทางตอนกลางของญี่ปุ่นถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ ในข้อหาสังหารตำรวจจากเหตุไล่แทงและยิง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ศพ

ตำรวจท้องที่ระบุผู้ต้องสงสัยคือ นายมาซาโนริ อาโอกิ วัย 31 ปี เชื่อว่าเป็นลูกชายคนโตของนายมาซามิชิ อาโอกิ ประธานสภาเมืองนากาโน ในจังหวัดนากาโน

ตามการระบุของตำรวจ เขาถูกจับกุมในข้อหายิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนขังตัวเองอยู่ในบ้านของบิดา เขาหลบอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว หลังถูกกล่าวหาว่าแทงผู้หญิงคนหนึ่งจนเสียชีวิต และยิงตำรวจ 2 นายด้วยปืนไรเฟิลสำหรับล่าสัตว์ในบริเวณใกล้เคียงจนเสียชีวิต ขณะที่ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุรวมถึงรายละเอียดอื่นๆ 

โคอิจิ ทานิ หัวหน้าคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะแห่งชาติ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ชายคนนี้ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะของจังหวัดให้มีปืนล่าสัตว์และปืนลม

ตำรวจยังกล่าวอีกว่าพบหญิงสูงอายุคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บและหมดสติอยู่นอกบ้าน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแจ้งก่อนหน้านี้ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกปล่อยทิ้งไว้ใกล้ที่พักโดยไม่มีใครดูแล ส่วนผู้หญิงอีกสองคน รวมทั้งแม่ของผู้ต้องสงสัย หนีออกจากบ้าน และประธานสภาเมืองวัย 57 ปี ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย

เบื้องต้นตำรวจได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลาประมาณ 16.25 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดี ว่าชายคนหนึ่งแทงผู้หญิงคนหนึ่งในเมืองซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเอกของจังหวัดนากาโน

ด้านพยานผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งกำลังทำงานในทุ่งนา กล่าวว่าเขาเห็นผู้ก่อเหตุไล่ตามผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังตะโกนขอความช่วยเหลือเวลาประมาณ 16.00 น. โดยผู้ต้องสงสัยสวมชุดลายพราง หมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัย จากนั้นคว้าแขนผู้หญิงคนดังกล่าวก่อนจะแทงเธอด้านหลังด้วยมีดที่ดูเหมือนยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เขาแทงเธออีกครั้งที่หน้าอกขณะที่เธอนอนหงาย

ผู้ต้องสงสัยกล่าวเมื่อผู้เห็นเหตุการณ์ถามว่าทำไมเขาถึงทำสิ่งนี้ “ผมฆ่าเธอเพราะผมต้องการฆ่า” ผู้หญิงคนดังกล่าวถูกระบุว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยระบุว่าคือ ยูกิเอะ มูราคามิ วัย 66 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับสถานที่ดังกล่าว ตำรวจระบุ

ขณะที่ชายคนดังกล่าวเดินออกไป ชายชราวัย 72 ปี รีบวิ่งไปที่บ้านของเขาซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร โทรหาตำรวจและพาเจ้าหน้าที่ไปยังบริเวณที่จอดรถที่มีการแทงกัน จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ปรากฏตัวอีกครั้ง ในขณะที่รถตำรวจกำลังจอดรถและยิงเข้าที่ด้านคนขับทันที พยานตกใจกลัวเสียงวิ่งหนีไป เขาบอกว่าเขาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น แต่กลัวเกินกว่าจะหันกลับไปมอง จากนั้นผู้ต้องสงสัยได้เข้าไปในบ้านพักของบิดา

เสียงไซเรนของตำรวจส่งเสียงดังไปทั่วพื้นที่ที่ปกติเงียบสงบ เต็มไปด้วยบ้านเรือนและนาข้าว โดยผู้อยู่อาศัยในรัศมี 300 เมตรจากที่เกิดเหตุถูกร้องขอให้อพยพ โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานีรถไฟชินชุนากาโนะไปทางตะวันตกประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรว 2 นายที่เสียชีวิตถูกระบุชื่อคือ โยชิกิ ทามาอิ อายุ 46 ปี และ ทากุโอะ เอเคเอุชิ อายุ 61 ปี

‘อธิบดีกรมการข้าว’ย้ำงานวันข้าวฯ 66 จัดเต็มองค์ความรู้ด้านข้าว เพื่อพี่น้องชาวนาไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733420

'อธิบดีกรมการข้าว'ย้ำงานวันข้าวฯ 66 จัดเต็มองค์ความรู้ด้านข้าว เพื่อพี่น้องชาวนาไทย

‘อธิบดีกรมการข้าว’ย้ำงานวันข้าวฯ 66 จัดเต็มองค์ความรู้ด้านข้าว เพื่อพี่น้องชาวนาไทย

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.00 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ออกอากาศสด รายการ เคลียร์ คัด ชัดเจน ในประเด็น การจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยมีคุณนันทิญา จิตตโสภาวดี ทำหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ณ Studio สถาวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรุงเทพมหานคร

สำหรับงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี2566 จัดขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลางนั้น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2566 ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายใต้ชื่องาน “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน”  และในส่วนภูมิภาคอีก 2 แห่ง ซึ่งจัดใหญ่ไม่แพ้กัน คือ จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นที่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก  ในวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2566 และจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นที่ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2566

“การจัดงานทั้ง 3 แห่งนั้น จะขนขบวนนิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ชาวนา ผู้ที่สนใจ ได้รับความรู้ในเรื่องคาร์บอนเครดิต ซึ่งสามารถขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง โดยกรมการข้าวจะเปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขายคาร์บอนเครดิต นอกจากนั้นยังมีการประกวด แข่งขัน สาธิตอีกมากมาย แล้วพบกันในงานนะครับ” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

– 006

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : อาหารอร่อยต้อนรับฝนโปรยปราย พร้อม ‘จิบน้ำชายามบ่าย’ สไตล์ผู้ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733386

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : อาหารอร่อยต้อนรับฝนโปรยปราย  พร้อม ‘จิบน้ำชายามบ่าย’ สไตล์ผู้ดี

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : อาหารอร่อยต้อนรับฝนโปรยปราย พร้อม ‘จิบน้ำชายามบ่าย’ สไตล์ผู้ดี

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.10 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์“แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่คอยสรรหาเมนูเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในโอกาสเข้าสู่ฤดูฝนของไทยในช่วงสัปดาห์นี้มีโปรโมชั่นพิเศษใน 8 โรงแรมชั้นนำ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์นำเสนอ “แชมเปญบรั้นช์” อร่อยกับอาหารสไตล์สเปนพร้อมซีฟู้ดคุณภาพ อาทิ ก้ามปูเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือ หอยนางรมสดหลากหลายสายพันธุ์รวมทั้งเมนูสุดพรีเมียม ไข่ปลาคาเวียร์ ซาชิมิล็อบสเตอร์ เนื้อโกเบซาชิมิ ฯลฯ พร้อมแชมเปญจี เอช มุมม์ กอร์ดอง รูจ ขนาดจุ 1.5 ลิตร หรือสองเท่าของขวดแชมเปญปกติ รวมไวน์รสเลิศจากทั่วโลก และเครื่องดื่มพรีเมียมอื่นๆ แบบไม่อั้นท่านละ 4,555 บาท++ บริการทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน วันอาทิตย์ที่ 4 มิ.ย. เวลา 11.30-14.30 น. ที่ ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โทร.02-1006255

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ“บุฟเฟต์ข้าวต้มมื้อเย็น” หลากหลายเมนูสลับสับเปลี่ยนทุกวัน อาทิ ข้าวต้มมัน ข้าวต้มเผือกหมูพะโล้ ยำไข่เค็ม ต้มหน่อไม้จีนกระดูกหมู กุยช่ายขาวผัดหมูสับ ผัดคะน้าปลาเค็ม หมูผัดหนำเลี้ยบ และผลไม้ ระหว่างเวลา 17.00-21.00 น. ท่านละ290 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ โทร.02-1595888

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ“บุฟเฟต์นานาชาติ” อาทิ ซุปครีมเห็ด สปาเกตตี้พาสต้า ซาชิมิ ซูชิ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ขนมจีนน้ำยาบาร์บีคิว เมี่ยงคำ เค้ก ขนมหวาน และไอศกรีมมื้อกลางวัน 550 บาทถ้วน และ มื้อเย็น 650 บาทถ้วนที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส นำเสนอซีฟู้ดบุฟเฟต์มื้อเย็น “Thai Twist Buffet Dinner” อาทิ หอยนางรมอบชีส ซีฟู้ดซอสนิวออลีนเนื้อออสเตรเลีย ซี่โครงแกะ หมูแดง หมูกรอบ ซูชิ ซาชิมิ สลัดบาร์ ชีส เมนูอาหารนานาชาติ ส้มตำ ข้าวซอย แซลมอนดอง และของหวาน รวมซอฟต์ดริงก์และน้ำดื่ม พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม“มา 4 จ่าย 3” ท่านละ 1,250 บาท และมา 4 ท่านรับไวน์ฟรี 1 ขวด ถึง 30 มิ.ย. ให้บริการทุกคืนวันศุกร์และเสาร์ ที่ ห้องอาหารซิตี้ บิสโทร โทร.02-2163700

โรงแรมดิ โอกุระ

โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ นำเสนอความสดใสและผลิบาน รื่นรมย์ไปกับ ชุดน้ำชายามบ่าย“ซากุระ” อาทิ ทาร์ตบีทรูทครีมชีส แซนด์วิชแซลมอนรมควัน พายกรอบไส้สลัดปูอัดและไข่กุ้งไก่ทอดรสเผ็ดสไตล์ญี่ปุ่น รวมขนมซิกเนเจอร์ประจำฤดูกาล “สโคนซากุระ” เสิร์ฟคู่กับคลอตเต็ดครีมและแยมผลไม้ไดฟูกุถั่วแดงและสตรอว์เบอร์รี่ พร้อมไฮไลท์ที่ไม่เหมือนใคร คือ “มาการองซากุระ”ให้บริการทุกวัน เวลา 14.00-17.00 น. ราคาเริ่มต้นชุดละ 1,950 บาท++ รวมชาหรือกาแฟสำหรับ 2 ท่านที่ ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ โทร.02-6879000

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอ “ชุดน้ำชายามบ่าย” เมนูใหม่ทั้งคาว-หวาน อาหารนานาชาติทั้ง ไทย ญี่ปุ่น เบเกอรี่ เช่น ถุงทอง ไก่สะเต๊ะ ทอดมันกุ้งแคลิฟอร์เนียมากิ แซนด์วิชทูน่า มาการอง ครัวซองต์แฮม เค้ก สโคน และทาร์ตผลไม้ ฯลฯ พร้อมเสิร์ฟระหว่างเวลา 10.00-16.00 น. ทุกวัน ราคาชุดละ599 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน พร้อมชาหรือกาแฟ ที่ เค้กช็อป โทร.02-2764567

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์นำเสนอ “ชุดนํ้าชายามบ่ายสไตล์ไทย”ที่รังสรรค์ขนมไทยยอดนิยม อาทิ ขนมปังสังขยา ทองหยอด ลูกชุบ กลีบลำดวน ถุงทองหมี่กรอบทรงเครื่อง ข้าวตังหน้าตั้ง และข้าวเหนียวมะม่วง เสิร์ฟพร้อมน้ำชาและกาแฟ ราคา750 บาทถ้วน สำหรับ 2 ท่าน เปิดบริการทุกวัน11.00-18.00 น. ที่ ล็อบบี้ โทร.02-3099999

โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่

โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ นำเสนอ “Summer Purple Afternoon Tea” ชุดน้ำชายามบ่ายสีม่วงเริ่มต้นความอร่อยด้วยอาหารคาวแบบสเปน ฮัมมูสสีม่วงสดใสประดับดอกอัญชันทอดกรอบ มันฝรั่งบดผสมไส้กรอกทอดและปลาหมึกราดซอสไอโอลี่มินิแซนด์วิชไก่ และอะโวคาโด มูสลาเวนเดอร์มองบลังค์มันม่วงเนื้อนุ่ม ชูโรสทอดกรอบกับซอสบลูเบอร์รี และไวท์ช็อกโกแลต พร้อมปิดท้ายความอร่อยด้วยไอศกรีมแท่งสีม่วงดอกอัญชันเย็นชื่นใจบริการเวลา 14.00-17.00 น. ราคาพิเศษชุดละ 999 บาทถ้วน รวมเครื่องดื่มชาหรือกาแฟสำหรับ 2 ท่าน ถึง 30 มิ.ย. ที่ เรือนแก้ว เลานจ์ โทร.052-090602

อิ่มอร่อย อุ่นสบายคลายร้อน ต้อนรับ
หยาดฝนพร่างพรมพลิ้วมา ชวน “จิบชายามบ่าย”
ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

โครงการ eisa ร่วมกับชุมนุม SIFE จุฬาฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาร้าแปรรูป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733370

โครงการ eisa ร่วมกับชุมนุม SIFE จุฬาฯ  พัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาร้าแปรรูป

โครงการ eisa ร่วมกับชุมนุม SIFE จุฬาฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาร้าแปรรูป

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โครงการ eisa (Education Institute Support Activity) ภายใต้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน) หนึ่งในโครงการที่สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและกิจกรรมในสถาบันการศึกษาร่วมมือกับชุมนุม(SIFE)Students in Free Enterprise คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาร้าแปรรูป ในด้านการพัฒนาโลโก้- แพ็กเกจสินค้าและวางแผนการตลาด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มยอดการขายให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน โดยทางคณะอาจารย์และนิสิตได้ดำเนินการวางแผนการทำงานร่วมกันประกอบกับกรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐนครนายก ได้มอบโจทย์แก่นิสิตในชั้นเรียนเพื่อเก็บข้อมูลและแก้ปัญหาพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน

ชุมนุม SIFE (Students in Free Enterprise) เป็นองค์กรอิสระก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1975 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก SIFE สนับสนุนมหาวิทยาลัยในประเทศสมาชิกให้จัดตั้งทีมนักศึกษาขึ้นเพื่อพัฒนาธุรกิจในชุมชน โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาดูแลการทำโครงการอย่างใกล้ชิด SIFE จะมีเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการ 5 ประการคือ เศรษฐศาสตร์การตลาด (Market Economics),ทักษะแห่งความสำเร็จ (Success Skills , ความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship), ความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน (Financial Literacy), จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics)

ล่าสุดวันที่ 9 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา โครงการ eisa และชุมนุม (SIFE) จุฬาฯได้ลงพื้นที่จริงเพื่อนำเสนอการออกแบบผ่านทางนวัตกรรมด้าน Logo & Packaging ของนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ รวมถึงการวางแผนการตลาด Online marketing เน้นการ Promote ช่องทางขายออนไลน์ผ่านทาง Line officialร่วมกับชุมชน ณ กลุ่มวิสาหกิจปลาร้าแปรรูป ตำบลทองหลาง จังหวัดนครนายก

รำพึง ใจบุญ กับ Packaging ที่ปรับปรุงให้น่าจับต้อง

รำพึง ใจบุญ ผู้นำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและปราชญ์ชาวบ้าน ผู้มีภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรและการทำมาหากินในด้านอาหารและโภชนาการ ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรมและใช้บ้านของตนเองเป็นศูนย์เรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมอาชีพ เช่น
ทำปลาแดดเดียว ปลาร้า ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงเป็ดไก่ ปลาดุก เปิดใจถึงการนำองค์ความรู้ การปรับปรุงสินค้าเดิมให้สอดคล้องกับยุคสมัยของน้องๆ นิสิตจุฬาฯว่า “ปลื้มใจที่น้องๆ มาช่วยแบ่งเบาช่วยแก้ปัญหาปรับเปลี่ยนโลโก้สินค้า และช่วยขยายการตลาดทดลองการขายจริงมีการปรับปรุงวัสดุให้น่าจับต้องมากขึ้น มีการสนทนาผ่านทางระบบ Zoom ทำให้เกิดมุมมองรวมถึงสถานการณ์การผลิตปลาร้าที่มีการปรับปรุงแต่งสี กลิ่น รส เพิ่มจากภูมิปัญญาเดิม พ่อบ้านแม่บ้านหลายครัวเรือนที่เข้าร่วมทดสอบต่างยอมรับการพัฒนาที่ดีขึ้น รวมถึงได้ความรู้และข้อมูลต่างๆ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่”

อรกัญญา นิลบุตร

อรกัญญา นิลบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีนครนายก (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผู้ซึ่งดำเนินการประสานงานโครงการระดับท้องถิ่นกับโครงการ eisa เห็นน้องๆมาช่วยชุมชน ผลิตภัณฑ์ปลาร้าแปรรูปมีมาตรฐานที่ดีขึ้น ชุมชนมีโลโก้เป็นของตัวเอง มีบรรจุภัณฑ์
ที่สวยงามน่าจับต้อง ส่งผลที่ดีต่อด้านการตลาดให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการพัฒนาด้านการตลาดออนไลน์ทำให้ชุมชนขายสินค้าได้หลายช่องทางอีกทั้งยังเป็นการกระ ตุ้นให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าของชุมชนกว้างขึ้นค่ะ ”

ธีร์ พงศ์พลไพรวัน

ธีร์ พงศ์พลไพรวัน หลักสูตร BBA-Accounting คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาฯ กล่าวในฐานะผู้นำทีมนิสิตในการบริหารการทำงานครั้งนี้ว่า เราเน้นเรื่องการตลาดเป็นส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลโก้ เรื่องสโลแกนรวมถึงแพ็กเกจจิ้ง เรามีโลโก้ 18 แบบให้ชุมชนได้เลือก มีการ Work Shop มีการลงพื้นที่ทดลองขายจริง สิ่งที่เราคาดไม่ถึงคือเราวางขายสินค้ารูปแบบใหม่ในที่สาธารณะจำนวน 2 จุด คือตลาดเกียรติบำรุงและตลาดเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเกินคาดมากได้ผลตอบรับที่ดีนักท่องเที่ยวและคนในชุมชนสนใจมาอุดหนุนซื้อปราร้าแปรรูปและน้ำพริกขายหมดไวมากทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจกับการทุ่มเทครั้งนี้ครับ”

อาจารย์ ดร.สาวิตรี บุญพัชรนนท์

ด้านอาจารย์ที่ปรึกษาชุมนุม SIFE อาจารย์ ดร.สาวิตรี บุญพัชรนนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาสถิติ จุฬาฯ แสดงความคิดเห็นว่า วันนี้นอกจากหน้าบ้านที่เรานำแบบโลโก้และ Packaging มาให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นพร้อมเลือกแบบตามความชอบรวมถึงการทำการตลาดออนไลน์ เราก็จะมาทำหลังบ้านด้วยเรามองว่าธุรกิจจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต เราคิดว่าหน้าบ้านการตลาดออนไลน์ไม่เพียงพอ นิสิตก็จะมาแนะนำเรื่องการคิดต้นทุนซึ่งต้องดูว่าวันนี้สิ่งที่ชุมชนขายตั้งราคาไว้เหมาะสมแล้วหรือยัง ถ้าเราปรับ Packaging เรามีสินค้าตัวใหม่ๆ ออกไปเราจะต้องปรับเรื่องต้นทุนไหมเพื่อที่จะให้ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อๆ ไป”

สินค้าหลักของชุมชนบ้านทองหลาง

สินค้าหลักของชุมชนบ้านทองหลาง


การถนอมอาหารให้อยู่นาน

การถนอมอาหารให้อยู่นาน

การทำ Marketing On Line

การทำ Marketing On Line

น้องๆ ทำโลโก้แบบใหม่ให้ชุมชนเลือก

น้องๆ ทำโลโก้แบบใหม่ให้ชุมชนเลือก

สถาบันผลิตผลเกษตรฯ ม.เกษตรศาสตร์ ผลักดันและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733371

สถาบันผลิตผลเกษตรฯ ม.เกษตรศาสตร์  ผลักดันและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สถาบันผลิตผลเกษตรฯ ม.เกษตรศาสตร์ ผลักดันและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันผลิตผลเกษตรฯ ม.เกษตรศาสตร์ สานต่อเจตนารมณ์จัดเวทีการประกวดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Thailand Green Design Awards 2023 (TGDA) ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 พร้อมผลักดันและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกแขนง ควบคู่กับการสนับสนุนและให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ การพัฒนา ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมการวิจัยอย่างแท้จริง พร้อมยกระดับความนิยมด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ตลอดจนการใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เล็งเห็นถึงความสำคัญขับเคลื่อนต่อยอดแนวคิดไปจนถึงการมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างยั่งยืนต่อไป

ประเภทการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ชนะเลิศ TRI-LUX

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า “ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาสำคัญอันดับต้นและต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการประกาศสนับสนุนนโยบายลดโลกร้อนของประเทศ “KU Goes Green and Carbon Neutrality” แก้ไขปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis)ของประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG : Sustainable Development Goals) โดยต่อยอดจากมหาวิทยาลัยสีเขียว(Green University) สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน(Carbon Neutrality) อย่างเป็นรูปธรรมภายในปี ค.ศ. 2035 ตลอดจนการส่งเสริมและผลักดันเรื่องผลงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการสนับสนุนสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร จัดโครงการประกวดฯ อย่างต่อเนื่องสู่ปีที่ 9

ประเภทการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ชนะเลิศ Cargo Ship ณัฐธิดา สัตยาภิรมย์

ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการตัดสิน TGDA กล่าวว่า “TGDA 2023 ได้รับความสนใจจากผู้ส่งผลงานเข้าประกวดในประเภทต่างๆ รวมกว่า 120 ผลงาน ผลงานประเภทประหยัดพลังงาน (Energy Saving – E) มีจำนวน 9 ผลงานผลงานประเภทการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Resources Efficiency – R) จำนวน 88 ผลงานและผลงานประเภทยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต (Life Enhancement – L) จำนวน 24 ผลงาน แสดงให้เห็นว่าผลงานส่วนใหญ่จะเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตรงกับการออกแบบตามหลัก BCG model และผลงานการยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ถือเป็นการตอบรับการแก้ปัญหาในสังคมปัจจุบัน

ประเภทประหยัดพลังงาน ชนะเลิศ Popular Vote TGDA 2023

ด้าน เข็มอัปสร สิริสุขะ ทูตและกรรมการตัดสิน TGDA กล่าวว่า “ปัจจุบันทั่วโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากภัยธรรมชาติหลายๆ ด้าน และได้ส่งผลถึงปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพของโลกลดลง ปัจจุบันมีการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในหลายพื้นที่ปัญหาของฝุ่น PM2.5 รวมไปถึงปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดการสะสมไมโคร พลาสติกในดิน น้ำ อากาศ และการกำจัดขยะพลาสติก พวกบรรจุภัณฑ์อาหารจากผลกระทบของการเกิดโรคระบาด COVID-19 และปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อโลกเป็นอย่างมากคือ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”หรือภาวะโลกร้อนซึ่งกระทบทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

ประเภทที่ช่วยยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต ชนะเลิศ Dominocean และ พระสติ

การจัดสรรประเภทรางวัล แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ รางวัลผลงานประเภทประหยัดพลังงาน (Energy Saving) รางวัลผลงานประเภท
การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Resource Efficiency) รางวัลผลงานประเภทที่ช่วยยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต (Life Enhancement) และ รางวัลเกียรติยศ Green Honorary Awards

TGDA ได้ตั้งเป้าส่งเสริมและผลักดันผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ระดับประเทศและระดับสากลต่อไปตามลำดับ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี พร้อมๆ กับการมีส่วนร่วมและตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมเป็นส่วนผลักดันการประกวดให้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับในระดับประเทศ รวมไปถึงในระดับสากลต่อไป” ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

ประเภทการใช้ทรัพยากรฯ รองชนะเลิศ
ธเนศภณ ณธนาพงศ์

ประเภทการใช้ทรัพยากรฯ รองชนะเลิศ ธเนศภณ ณธนาพงศ์

ประเภทการใช้ทรัพยากรฯ รองชนะเลิศ
อันดับ 2 ชุดป้องกันภัยส่วนบุคคล PPE แบบซักใช้ซ้ำได้

ประเภทการใช้ทรัพยากรฯ รองชนะเลิศ อันดับ 2 ชุดป้องกันภัยส่วนบุคคล PPE แบบซักใช้ซ้ำได้

รางวัลเกียรติยศ โครงการ Siam Piwat 360

รางวัลเกียรติยศ โครงการ Siam Piwat 360

รางวัลเกียรติยศ โครงการพัฒนาดอยตุง

รางวัลเกียรติยศ โครงการพัฒนาดอยตุง

รางวัลเกียรติยศ โครงการวน (WON
Project )

รางวัลเกียรติยศ โครงการวน (WON Project )

รางวัลเกียรติยศ โครงการ Traffy Fondue

รางวัลเกียรติยศ โครงการ Traffy Fondue

สังคมคนมีปัญญาไม่ละทิ้งการอ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733379

สังคมคนมีปัญญาไม่ละทิ้งการอ่าน

สังคมคนมีปัญญาไม่ละทิ้งการอ่าน

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การอ่านหนังสือคือการช่วยเพิ่มพูนสติปัญญาให้กับมนุษย์ และมนุษย์จะรักการอ่านได้ ก็ต้องมีปัจจัยต่างๆ เช่น พ่อแม่ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้ลูกเพื่อนๆ ในโรงเรียนสร้างบรรยากาศการรักการอ่าน และสังคมต้องมีหนังสือดีๆ ให้อ่าน 

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณไปคุยกับบรรดาหนอนหนังสือรุ่นต่างๆ ที่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสยามสแควร์

สุคนธา โอภาสเสถียร

วรกัญญา โอภาสเสถียร (เจ่เจ้) อายุ 6 ขวบ

l ตามปกติคุณแม่พาลูกไปซื้อหนังสือในร้านหนังสือบ่อยไหมครับ เฉลี่ยเดือนหนึ่งกี่ครั้งครับ แล้วใช้วิธีปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านอย่างไรครับ 

คุณสุคนธา : โดยเฉลี่ยอาทิตย์ละ 1 ครั้งค่ะ แต่บางอาทิตย์ก็ไปเกินหนึ่งครั้ง ขึ้นกับว่ามีหนังสือเล่มไหนที่อยากหามาอ่านหรือไม่ค่ะ ทุกครั้งที่ไปร้านหนังสือ หากลูกสาวไม่ได้ไปโรงเรียน ก็จะนำเขาไปเลือกหาซื้อหนังสือด้วยทุกครั้งค่ะ อยากให้เขาได้เห็นว่ามีหนังสือมากมาย เขาสนใจหนังสือแบบไหนก็จะให้เขาเลือกด้วยตัวเอง เนื่องจากเขายังเด็ก ก็จึงคิดว่าการพาเขาไปร้านหนังสือด้วย น่าจะทำให้เขาค่อยๆ ซึมซับและรักการอ่านไปเรื่อยๆ โดยสิ่งที่ทำก็คือเป็นต้นแบบให้ลูกเห็นว่าเราอ่านหนังสือทุกวัน เขาก็จะค่อยๆ ทำตามไปค่ะ

l น้องเจ่เจ้ชอบอ่านหนังสือมากไหม ชอบอ่านหนังสืออะไรครับ ชอบอ่านการ์ตูนไหมครับ

น้องเจ่เจ้ : หนูชอบดูหนังสือการ์ตูนค่ะ สนุกดี มีภาพสวยๆ แล้วคุณแม่ก็เล่าเรื่องในการ์ตูนให้หนูฟังค่ะ หนูชอบอ่านหนังสือกับคุณแม่ค่ะ

l ระหว่างหนังสือเล่มๆ กับ E-Book ชอบอ่านแบบไหนมากกว่ากันครับ

คุณสุคนธา : ถ้าอยู่บ้านก็อ่านหนังสือเล่มๆ ค่ะแต่หากเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็ใช้ E-Book ค่ะ เพราะสะดวก ไม่ต้องแบกหนังสือไป คืออ่านได้ทั้งสองชนิดค่ะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ค่ะ ไม่ได้ปฏิเสธ E-Book แต่ก็จะบอกลูกตลอดเวลาว่า หนูยังเด็กหนูยังไม่ควรใช้ Social Media มากเกินไป แต่ควรอ่านจากหนังสือเล่มๆ ก่อน 

l ปกติหนูอ่านหนังสือช่วงเวลาไหนครับ เช้าหรือเย็นครับ อ่านนานแค่ไหนครับ

น้องเจ่เจ้ : บางวันก็อ่านช่วงกลางคืน แต่วันไหนไม่ต้องไปโรงเรียน หนูก็อ่านตอนเช้าค่ะ  อ่านไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหิวข้าว หรือง่วงนอน ก็เลิกอ่านค่ะ 

l หนูชอบเรียนวิชาอะไรมากที่สุดครับ

น้องเจ่เจ้ : หนูชอบวิชาคณิตศาสตร์ค่ะ สนุกดี คิดเลขแล้วสนุกค่ะ

l การที่น้องชอบอ่านหนังสือ แสดงว่าที่บ้านต้องเป็นครอบครัวรักการอ่าน ใช่ไหมครับ

คุณสุคนธา : ก็ชอบอ่านหนังสือนะคะ สามีก็อ่านหนังสือด้วยเหมือนกันค่ะ เราทุกคนในบ้านจะมีหนังสือที่แต่ละคนชอบ ถึงเวลาก็แยกย้ายไปอ่านหนังสือ ลูกๆ เห็นเราอ่านหนังสือก็เลยซึมซับค่ะ คิดว่าเป็นแบบนั้นนะคะ 

l เวลาอ่านหนังสือกับลูก ตอนที่ลูกยังเล็ก สอนอะไรเขาบ้างครับ

คุณสุคนธา : สมัยที่ลูกยังอ่านหนังสือไม่เป็น เราก็จะให้เขาดูรูป แล้วเล่าเรื่องให้เขาฟัง แล้วก็สอนเรื่องต่างๆ นานา ให้เขาไปพร้อมๆ กัน ชวนลูกคุยไปด้วย บางทีก็ตั้งคำถามง่ายๆ ให้ลูกตอบ เมื่อเขาอ่านหนังสือเป็นแล้วเราก็บอกให้ลูกอ่านให้เราฟังบ้าง หรือให้เขาอ่านจบแล้วมาเล่าให้ฟังว่าเขาอ่านแล้วชอบไหม ชอบตรงไหนมากที่สุด เวลาเราอ่านหนังสือกับลูก เป็นเวลาที่เราได้ใกล้ชิดกันมาก ได้คุยกันด้วย และได้บอกได้สอนกันด้วย

l เวลาพาลูกไปร้านหนังสือ มีข้อกำหนดไหมครับ เช่น ห้ามซื้อหนังสืออะไร

คุณสุคนธา : ปล่อยให้ลูกเลือกได้ตามความชอบค่ะแต่ก็มีบางครั้งที่ลูกหยิบหนังสือบางเล่มมาให้ดู ก่อน เราก็ถามเขาว่าทำไมชอบเรื่องนี้ ชอบเพราะอะไร แต่ไม่เคยปฏิเสธหนังสือที่ลูกเลือกเลยค่ะ ซื้อให้ตามที่เขาอยากได้ แต่มักจะถามเขาก่อนว่าเลือกเพราะอะไร

l ตอนที่ลูกอ่านหนังสือให้เราฟัง เราต้องสอนหรือบอกอะไรเขาไหมครับ

คุณสุคนธา : ก็ดูเขาออกเสียงว่าออกเสียงถูกต้องไหม และดูว่าเขาอ่านออกไหม แรกๆ เราก็จะให้ลูกอ่านดังๆ เพื่อฝึกการอ่าน และการสะกดคำ เมื่อเขาอ่านเป็นและเก่งมากขึ้น เราก็ให้เขาอ่านจบบท แล้วมาคุยกัน แล้วก็สรุปให้เขาฟังว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไร มีข้อคิดอย่างไร อะไรควรเอาเป็นตัวอย่าง หรืออะไรที่ไม่ควรทำตาม เพราะเป็นอันตราย  

l ในขณะที่น้องกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เราแนะนำหนังสืออะไรเป็นพิเศษไหมครับ โดยเฉพาะหนังสือที่ช่วยเรื่องการเรียนในโรงเรียนให้เรียนได้ดีขึ้น

คุณสุคนธา : ตอนนี้ก็เน้นหนังสือการ์ตูนที่สอดแทรกความรู้ เช่น นักวิทยาศาสตร์น้อย นักคณิตศาสตร์น้อย นักประดิษฐ์น้อย โดยเน้นเรื่องที่นำเสนอผ่านการ์ตูน แต่เป็นการเล่าเรื่องการทดลองวิทยาศาสตร์ผ่านภาพการ์ตูน เพราะเด็กดูแล้วไม่เบื่อ แต่สนุกกับการเล่าเรื่องผ่านตัวการ์ตูน เช่น การ์ตูนเรื่องกาลิเลโอ และเซอร์ไอแซคนิวตัน เป็นต้น แต่ล่าสุดพยายามแนะนำเรื่องภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ไปด้วย ค่อยๆ บอกเขาไปเรื่อยๆ เพื่อให้เขาสนใจ หนังสือสำหรับเด็กนั้น เราจะเน้นการมีรูปภาพสวยๆ และมีเรื่องราวที่อ่านเข้าใจง่าย เหมาะกับวัยของเขาเมื่อเขารักการอ่านแล้ว เขาจะอ่านไปเรื่อยๆ ค่ะ 

นางสาวอคิณภ์ภิชษา ไตรโลกา (ปิ๊ง)

นางสาวไรวินทร์ อังกุรสวัสดิ์ (โกญ่า)

l ในฐานะคนรุ่นใหม่ คิดเห็นอย่างไรกับคำว่า หนังสือเล่มๆ หนังสือกระดาษมันตายไปแล้ว เพราะยุคนี้คือยุค E-Book

น้องปิ๊ง : หนูคิดว่าไม่จริงค่ะ เพราะทั้งสองชนิดมันก็สำคัญไม่น้อยกว่ากันค่ะ สำหรับหนู หนูยังอ่านหนังสือเล่มๆ ทุกวัน แต่เวลาอยู่ในบางสถานที่ ก็อ่าน E-Book บ้างแต่หากเลือกได้หนูเลือกหนังสือเล่ม เพราะอ่านง่ายกว่า แล้วที่สำคัญคือเวลาอ่านแล้วได้ feeling กว่า เพราะได้สัมผัสเนื้อกระดาษ ได้กลิ่นหมึกด้วย หนูว่ามันคลาสสิกมากค่ะ ชอบค่ะ

l คำถามเดียวกันครับ น้องโกญ่าคิดว่าอย่างไร

น้องโกญ่า : หนูชอบอ่านหนังสือกระดาษมากกว่าการอ่านจากไอแพดค่ะ เพราะว่าอ่านจากกระดาษแล้วไม่ปวดตา อ่านง่าย take note บนกระดาษก็ได้ หนูชอบอ่านหนังสือเล่มๆ ที่เป็นกระดาษค่ะ

l ปกติอ่านหนังสือต่างๆ นานา เฉลี่ยวันละกี่ชั่วโมงครับ 

น้องปิ๊ง : ประมาณวันละ 3 ชั่วโมงค่ะ แบ่งเป็นช่วงๆ แล้วแต่ว่าอ่านวิชาอะไร แล้วก็ต้องดูด้วยว่าอ่านช่วงไหนแล้วเข้าสมองมากที่สุด แต่หนูไม่อ่านติดต่อกันนานๆ เพราะสมองล้า แล้วเพลีย ก็จึงอ่านไปเรื่อยๆ เมื่อเริ่มเพลีย ก็จะหยุดอ่านแล้วไปทำอย่างอื่นค่ะ แต่วันหนึ่งต้องอ่านให้ได้ 3 ชั่วโมงค่ะ

น้องโกญ่า : หนูจะพยายามเฉลี่ยทั้งการติว ทั้งการอ่านรวมๆ กันวันละอย่างน้อยประมาณ 2-3 ชั่วโมงค่ะแต่ถ้าช่วงสอบก็อ่านมากกว่าสามชั่วโมงค่ะ เพราะต้องอ่านมากขึ้น เพื่อให้ทำข้อสอบได้ชัวร์ๆ ค่ะ แต่หนูจะไม่บังคับตัวเองมากนัก เพียงบอกตัวเองว่า ต้องอ่านหนังสือทุกวันเท่านั้น วันไหนเที่ยวมากหน่อย ก็อ่านน้อยลงแล้วไปอ่านชดเชยในวันข้างหน้า

l น้องสองคนอยู่ในกลุ่มคนรักการอ่านไหม ประเมินตัวเองอย่างไรครับ คิดว่าการรักการอ่านเกิดมาจากอะไรครับ

น้องปิ๊ง : (ยิ้ม) ไม่กล้าตอบว่าเป็นคนรักการอ่านแต่หนูอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นคุณแม่อ่าน ก็อ่านกับคุณแม่ พออ่านหนังสือเป็น ก็อ่านให้แม่ฟังบ้าง เพราะตอนเด็กๆ คุณแม่อ่านให้ฟังตลอด (หัวเราะ) อาจจะมีคุณแม่เป็นต้นแบบการอ่านนะคะ แม่เคยบอกว่า ตอนหนูเล็กๆ เคยอ่านหนังสือเล่มโน่นนี่นั่นให้ฟังตลอด ก็เลยอาจจะชอบอ่านตั้งแต่นั้นมาค่ะ

น้องโกญ่า : ส่วนตัวหนู หนูคงไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือมากนัก แต่หนูมีเป้าหมายว่าในแต่ละวันต้องอ่านอะไรบ้าง อ่านกี่ชั่วโมง ต้องพยายามอ่านเพื่อให้เรียนหนังสือให้รู้เรื่องมากขึ้น แต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ ก็ชอบนะคะ แล้วก็อ่านไปเรื่อยๆ ไม่รู้สึกว่ากดดัน ก็เลยไม่แน่ใจว่ารักการอ่านไหม แต่อ่านหนังสือที่ชอบแล้วสนุกสนานค่ะ อ่านได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ เช่น วิชาชีววิทยา ชอบอ่านมากที่สุดค่ะ อ่านแล้วเหมือนอ่านนิยายสนุกๆ อ่านแล้วไม่เบื่อด้วย  

l น้องๆ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ผ่านจอโทรศัพท์มือถือบ้างไหมครับ แบ่งเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันอย่างไร ให้ลงตัวครับ

น้องปิ๊ง : ก็เล่นเกมบ้าง แต่ไม่มาก ไม่ติดเกมค่ะ แต่หนูรู้สึกว่าหนูยังจัดการแบ่งเวลาสำหรับการอ่านไม่ดีพอ บางวันก็ทำอย่างอื่นมากกว่าอ่านหนังสือ (หัวเราะ) ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือให้มากกว่าเดิม แล้วก็แบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย เช่น ทำงานบ้านบ้าง ออกกำลังกายบ้าง เล่นเกมคอมพิวเตอร์บ้าง แต่สารภาพว่าตอนนี้ยังแบ่งเวลาไม่ดีพอค่ะ

น้องโกญ่า : หนูไม่ได้ปฏิเสธการเล่มเกมคอมพิวเตอร์ค่ะแต่เพียงบอกตัวเองว่า เล่นได้ แต่ไม่เล่นนานเกินไป แล้วเอาเวลาไปอ่านหนังสือเรียน ไปติว ไปทำกิจกรรมอื่นบ้าง เช่น บอกตัวเองว่าวันนี้ต้องอ่านหนังสือให้จบสี่บท ก็ต้องทำให้ได้ค่ะ แล้วที่่เหลือก็ทำอะไรที่เราอยากทำได้ค่ะ ตั้งเป้าไว้ที่อ่านให้ได้สี่บท แล้วก็จบค่ะ 

l วางแผนว่าอนาคตอยากเรียนคณะอะไรครับ

น้องโกญ่า : อยากเรียนแพทย์ค่ะ คิดว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก สามารถช่วยรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ประกอบกับได้ดูภาพยนตร์ซีรี่ส์หลายเรื่อง พูดถึงอาชีพแพทย์ไว้น่าสนใจมากค่ะ ก็เลยสนใจคณะแพทยศาสตร์

น้องปิ๊ง : สนใจคณะแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ค่ะ 

l มีผู้วิจารณ์คนไทยว่าอ่านหนังสือน้อย อ่านปีละ 6-8 บรรทัด เชื่อไหมครับ

น้องปิ๊ง : ไม่เชื่อค่ะ แต่ก็เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมอ่านหนังสือ แต่มั่นใจว่าอ่านเกินปีละ 8 บรรทัดแน่นอนค่ะ หนูว่าแล้วแต่อาชีพนะคะ แต่ก็เห็นว่าคนไทยอ่านหนังสือไม่น้อย เพราะหลายคนก็อ่านจากอินเตอร์เนต แต่ถ้าเป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษา ก็ต้องอ่านหนังสือค่ะ ไม่อย่างนั้นจะเรียนจบได้อย่างไร หนูว่าคนในวัยเรียนยังต้องอ่านหนังสือค่ะ แล้วหนูก็เห็นว่าผู้ใหญ่ในบ้านเราก็ยังอ่านหนังสือนะคะ

น้องโกญ่า : หนูมองว่าเดี๋ยวนี้มีสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น อาจทำให้คนสมาธิสั้นลง นี่น่าจะเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของสังคมยุคใหม่ แต่ก็ไม่เชื่อว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัดเท่านั้น แต่ก็สังเกตเห็นว่าคนไทยไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ ก็ต้องมาช่วยกันรณรงค์ให้รักการอ่านมากขึ้น 

l การอ่านหนังสือเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้คนพัฒนาได้เร็วที่สุดในบรรดากระบวนการต่างๆ หนูมีวิธีการกระตุ้นให้คนอยากอ่านหนังสืออย่างไรบ้างครับ

น้องโกญ่า : อันดับแรกคือลองอ่านก่อนนะคะ หาหนังสือที่อยากอ่านมาสักเล่มแล้วอ่านไปก่อน อย่ามองว่าการอ่านหนังสือมันน่าเบื่อ ลองอ่านก่อนนะคะ รับรองว่าต้องมีหนังสือสักเล่มที่คุณอ่านแล้วจะชอบ หามันให้เจอนะคะ แล้วจะรักการอ่านในที่สุด หนูรู้ว่าหนังสือไม่ได้น่าอ่านไปเสียทุกเล่มสำหรับคนบางคน เพราะฉะนั้น อย่าไปอ่านหนังสือที่เราไม่สนใจ หาเล่มที่เราสนใจให้พบก่อนนะคะ แล้วจะอ่านจนจบ แล้วหาเล่มอื่นๆ มาอ่านไปเรื่อยๆ 

น้องปิ๊ง : หนูก็มองเหมือนกัน หนูรู้สึกว่ามันเริ่มจากสิ่งที่เราสนใจก่อน หรือว่าสิ่งที่เราอยากก่อน เมื่ออ่านเล่มที่เราสนใจ แล้วเราจะอ่านไปเรื่อยๆ ค่ะ ลองเปิดใจอ่านดูสักครั้ง แล้วเราอาจจะชอบก็ได้ หนูรู้สึกว่าถ้าเราได้เริ่มลองก้าวเข้าไปก่อน แล้วมันจะพัฒนาไปเรื่อยๆ ค่ะ

l จะฝากอะไรถึงคนทุกๆ กลุ่มในสังคมไทยถึงการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านครับ

น้องปิ๊ง : ข้อแรกคือ อย่ามองว่าหนังสือกระดาษล้าสมัย ตกยุค เพราะหนังสือยังมีความสำคัญกับเราทุกคน แม้เราจะมีโลกอินเตอร์เนต มี E-Book แต่เราก็ต้องไม่ทิ้งหนังสือเล่มๆ การอ่านหนังสือเล่มช่วยเพิ่มสมาธิให้ตัวเองได้ดี หนังสือเล่มไม่น่าเบื่อเลย ลองอ่านแล้วจะรู้ว่าสนุกมาก

น้องโกญ่า : หนูก็อยากจะฝากทุกๆ คนให้เปิดใจแล้วหันไปอ่านหนังสือค่ะ จริงๆ มันไม่ได้น่าเบื่อเลย ส่วนตัวหนูนั้นจริงๆ ไม่ได้เป็นคนชอบอ่านหนังสือเลยค่ะ แต่ว่าเมื่อได้อ่านแล้ว กลับทำให้หนูรู้ว่าหนังสือมีประโยชน์มากกับตัวหนูเอง อ่านไปเรื่อยๆ ก็ชอบมากขึ้น ขอให้เริ่มอ่านก่อนนะคะ อย่าปฏิเสธการอ่าน

นายธนบดี ผลชอบ (เปรม)

นายอริยกรณ์ เทวกร (ตะวัน)

นายสุกฤษฎิ์ ไม้สุวรรณ (ต้นกล้า)

l สวัสดีทั้งสามคนครับ วันนี้มาซื้อหนังสือประเภทไหนจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ ครับ หนังสือเรียนหรือหนังสืออ่านประกอบการเรียน หรืออื่นๆ แล้วคิดเห็นอย่างไรกับคำพูดที่ว่า หนังสือเล่มๆ มันตายไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้เขาอ่าน E-Book กันหมดแล้ว

น้องเปรม : ส่วนตัวผม ผมชอบอ่านเล่มมากกว่าอ่าน E-Book ครับ ผมชอบสัมผัสกระดาษ อ่านแล้วได้อรรถรสมากกว่าอ่านจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมชอบอ่านไปแล้ว Note ลงไปบนกระดาษครับ ผมไม่เชื่อว่าหนังสือกระดาษตายครับ เขายังอยู่ และจะยังอยู่อีกยาวนานเลยครับ ตราบเท่าที่ยังมีคนอ่านหนังสือ

น้องตะวัน : ผมก็ชอบอ่านจากหนังสือเล่มๆ ครับ ชอบความรู้สึกตอนกดปากกาแล้วเขียนลงไปบนกระดาษ และผมเห็นว่ากลิ่นหนังสือ กลิ่นกระดาษ กลิ่นหมึกมันมีเสน่ห์นะครับ ยิ่งตอนที่เราพลิกหน้ากระดาษ แล้วมีเสียงกระดาษกำลังพลิก มันมีความน่าสนใจมากครับ ผมชอบครับ และผมคอนเฟิร์มว่า หนังสือกระดาษไม่ตายครับ 

น้องต้นกล้า : ผมก็ชอบอ่านหนังสือแบบเล่มๆ ครับ เพราะหนังสือเล่มนั้นสามารถอ่านได้ทุกที่ แล้วผมว่าการอ่านหนังสือจากกระดาษไม่ทำให้เสียสายตาเหมือนการอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจากจอโทรศัพท์มือถือ ผมไม่เชื่อว่าหนังสือกระดาษจะตายไปจากโลกมนุษย์ เพราะผมเชื่อว่ามนุษย์ยังต้องอ่านหนังสือต่อไปครับ ผมเห็นว่าอ่านหนังสือจากกระดาษอ่านได้ง่ายกว่าอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ครับ  

l ส่วนใหญ่น้องๆ ใช้เวลาช่วงไหนอ่านหนังสือในแต่ละวันครับ 

น้องเปรม : ช่วงหลังเลิกเรียน เมื่อกลับบ้านกินข้าวเรียบร้อยแล้ว ก็จะอ่านหนังสือ อ่านประมาณ 2 ชั่วโมงก็เข้านอนครับ

น้องตะวัน : อ่านช่วงหัวค่ำครับ เมื่อกลับถึงบ้านแล้วอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว และกินข้าวเสร็จ ก็ต้องอ่านหนังสือครับ ผมชอบอ่านช่วงค่ำ เพราะอ่านเสร็จก็นอนได้เลยครับ 

l น้องคนไหนตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือช่วงตีห้าบ้างครับ มีไหมครับ

น้องต้นกล้า : ตอนเช้าเมื่อตื่นมาก็ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนครับ ไม่มีเวลาอ่านครับ เพราะออกจากบ้านช้า ก็ต้องติดอยู่บนถนนนานมากกว่าจะไปถึงโรงเรียน 

น้องเปรม : ช่วงเช้าไม่ค่อยได้อ่านหนังสือครับ เพราะต้องรีบไปโรงเรียน

l ปกติในหนึ่งเดือน ซื้อหนังสือเฉลี่ยแล้วประมาณกี่เล่มครับ

น้องเปรม : ประมาณ 1-2 เล่มครับ แต่กว่าจะซื้อในแต่ละครั้งก็ต้องดูราคาก่อน เพราะหนังสือบางเล่มก็ราคาแพงพอสมควรครับ ถ้าแพงมากๆ ก็ยังไม่ซื้อครับ

น้องตะวัน : 1 เล่มครับ แต่บางเดือนก็ไม่ได้ซื้อขึ้นอยู่กับว่ามีหนังสือที่อยากอ่านหรือไม่ ถ้าอยากอ่านก็ซื้อครับ

น้องต้นกล้า : เฉลี่ยซื้อเดือนละ 1-2 เล่มครับส่วนมากซื้อหนังสืออ่านประกอบการเรียนครับ แต่บางเดือนก็ซื้อหลายเล่มครับ เคยซื้อ 20 เล่มด้วยครับ เช่นซื้อการ์ตูนชุด (หัวเราะ) พวกการ์ตูนของญี่ปุ่น ที่ทำเป็นชุดครับ ชอบอ่านครับ

l นิสัยรักการอ่านที่น้องๆ มีอยู่ เกิดมาจากอะไรครับ พ่อแม่ปลูกฝังให้รักการอ่าน หรือเกิดมาจากโรงเรียนปลูกฝังให้รักการอ่าน ได้ต้นแบบจากไหนครับ

น้องเปรม : สำหรับผม การที่ผมอ่านหนังสือเพราะว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรักการอ่าน เช่นที่โรงเรียน (สวนกุหลาบฯ) ผมว่าหากเราอยู่ในกลุ่มคนอ่านหนังสือ แล้วเราไม่อ่าน เราจะคุยกับเพื่อนๆ ไม่รู้เรื่อง เรียนก็ไม่รู้เรื่อง ผมว่าสภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญมากครับ ถ้าเพื่อนทุกคนอ่านหนังสือ แต่เราไม่อ่านอยู่คนเดียว เราก็ประหลาด ใช่ไหมครับ

น้องตะวัน : การที่ต้องแข่งขันด้านการเรียนกับเพื่อนๆ ต้องทำคะแนนสอบแข่งกัน ทำให้ผมต้องอ่านหนังสือมากๆ เพื่อไม่ให้ได้คะแนนน้อยกว่าเพื่อน แต่เมื่อเราอ่านไปบ่อยๆ อ่านทุกวัน ก็กลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือครับ อ่านแล้วสนุก ได้ความรู้ และทำคะแนนได้ดีก็เลยอ่านไปเรื่อยๆ ครับ

น้องต้นกล้า : ผมได้นิสัยรักการอ่านมาจากพี่ครับพี่ๆ ผมอ่านหนังสือ ผมเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ชอบอ่านหนังสือกับพี่ๆ ครับ อ่านไปทุกๆ วัน ก็เลยรักการอ่านครับ

l เวลาอ่านหนังสือ ได้รับอะไรจากการอ่านบ้างครับ เช่น มีความสุข มีสมาธิดี อ่านแล้วเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว อ่านแล้วได้ความรู้ ได้คะแนนดี น้องๆ อยู่ในกลุ่มไหนครับ

น้องเปรม : มันก็แล้วแต่วิชาที่เราอ่านครับ ถ้าเป็นวิชาที่ชอบมากๆ ก็อ่านได้นาน อ่านได้ทุกวัน เพราะมันสนุก อ่านแล้วเข้าใจดี ก็ยิ่งอ่านไปเรื่อยๆ อ่านจนบางครั้งลืมเวลานอน หรือลืมกินข้าว (หัวเราะ) แต่ถ้าวิชาไหนที่ไม่ค่อยชอบ อ่านไปสักเดี๋ยวเดียวก็เบื่อ แล้วง่วงนอนครับ

น้องตะวัน : สิ่งที่ได้จากการอ่านคือ อ่านแล้วรู้เรื่องนั้นๆ มากขึ้น ยิ่งอ่านหนังสือวิชาที่เราชอบยิ่งอ่านได้นานมาก อ่านแล้วมีความสุขครับ แล้วถ้าทำคะแนนได้ดีในวิชาที่เราขยันอ่าน ก็จะยิ่งมีความสุขครับ

l น้องๆ มองว่า คนไทยส่วนใหญ่อ่านหนังสือน้อยไหมครับ มีผู้วิจารณ์ว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยกว่าคนยุโรป น้องมองเรื่องนี้อย่างไรครับ

น้องเปรม : ผมเห็นว่าก็ไม่น้อยนะครับ ดูตัวอย่างจากนักเรียนในโรงเรียนที่ผมเรียนอยู่ เพื่อนๆ อ่านหนังสือกันทุกคนครับ แค่เรียนหนังสือก็วันละหลายชั่วโมงแล้ว ตอนเรียนก็ต้องอ่านหนังสือทุกคนครับ แต่หากคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือก็อาจจะไม่ได้อ่านหนังสือเรียน แต่ก็น่าจะอ่านหนังสืออื่นๆ นะครับ เช่น หนังสือกีฬา หนังสือการ์ตูน

น้องตะวัน : น่าจะแล้วแต่สังคมด้วยครับ ถ้าในสังคมที่ผมอยู่ ผมว่าก็กลางๆ ครับ คืออ่านบ้าง แต่อาจจะอ่านไม่เยอะนัก แต่ก็ยังอ่านครับ เพื่อนที่โรงเรียนก็ยังอ่านหนังสือครับ 

น้องต้นกล้า : ผมว่ามันเป็นช่วงๆ มากกว่าครับ เช่น ช่วงเตรียมสอบ ก็อ่านมากครับ แต่หลังจากสอบเสร็จก็อ่านน้อยลง ผมว่าอยู่ที่ช่วงเวลาครับ 

l มีข้อเสนอแนะอย่างไรให้คนไทยส่วนใหญ่รักการอ่านให้มากขึ้นครับ 

น้องเปรม : อย่างแรกต้องรู้ว่าเราชอบอ่านหนังสือประเภทไหน ก็อ่านแบบนั้นก่อนครับ เวลาเราอ่านไปแล้ว เราจะค่อยๆ สะสมนิสัยรักการอ่านไปเรื่อยๆ ครับ ขอให้หาให้เจอว่าชอบอ่านหนังสือจำพวกไหน แล้วอ่านเลยครับ อย่าเพิ่งไปอ่านหนังสือที่เราไม่ชอบ หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ เพราะทำให้เราไม่อยากอ่านต่อครับ

น้องตะวัน : พยายามอ่านไปเรื่อยๆ อ่านไปทุกๆ วันแรกๆ อ่านไปทีละเล็กละน้อยก่อนครับ ค่อยๆ อ่านไปทุกวัน อ่านไปเรื่อยๆ แล้วเราจะมีนิสัยรักการอ่านในที่สุดครับแล้วหากวันไหนไม่ได้อ่านหนังสือ ก็จะเหมือนว่าขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง

น้องต้นกล้า : เราต้องอ่านไปเรื่อยๆ ครับ อ่านไปจนกว่าเราจะเจอหนังสือที่เราชอบมากๆ แล้วเมื่อเราได้เจอหนังสือที่เราชอบ เราจะรักการอ่านไปตลอดชีวิตครับ

หมายเหตุ ขอบคุณศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำรายการทีวี

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่YouTube ไลฟ์ วาไรตี

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 27 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733384

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 27 พฤษภาคม 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 27 พฤษภาคม 2566

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ชวนชิมเมนูพิเศษ “Choco Ovaltine Flake” และ “Mocha Ovatine” ราคาแก้วละ 110 บาทพร้อมรับโดนัท คริสปี้ ครีม ออริจินัลเกลซ 2 ชิ้น ถึง 13 มิ.ย. ที่ ร้านคริสปี้ ครีม ทุกสาขา

ชวนชิม อาหารไทยฟิวชั่นที่จับคู่กับไวน์ วันที่ 9-10 มิ.ย.ท่านละ 2,000 บาท 4 ท่าน ราคาพิเศษ 7,200 บาท ที่ ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์สาขา โครงการเวลา หลังสวน โทร.02-1642500

ชวนชิม ข้าวมาบุญครอง 3 ผลิตภัณฑ์ขายดีกับโปรราคาสุดพิเศษช่วยลดค่าครองชีพผู้บริโภค ถึง 30 พ.ค. สั่งซื้อทาง Line OA@mahboonkrongrice

ชวนชิม

ดอยตุง ชวนชิมอาหารและช็อปสินค้าจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงรายในงาน “กาดกลางกรุง #1ปี 2566” ถึง 4 มิ.ย. ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯถนนพระราม 4 (MRT สถานีลุมพินี ทางออกที่ 3)

ชวนชิม “All Love พรีเมียมช็อกโกแลตบาร์” Limited Edition จำหน่าย 1-30 มิ.ย. ราคา 290 บาท ที่ ร้าน Mocha & Muffin โรงแรม
อนันตราสยาม กรุงเทพฯโทร.02-1268866

ชวนชิม “กิฟฟารีน แคลซีน ไฮท์ พลัส”เม็ดอม ชนิดเคี้ยว รสนมและช็อกโก 2 รสชาติ เพื่อเด็กๆ เติบโตแข็งแรงสมวัย บริการเดลิเวอรี่1101 ส่งทุกที่ ฟรีทั่วไทย

ชวนช็อป

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ชวนช็อป “Cash voucher สุดคุ้ม เพิ่มมูลค่า 50%” จำหน่ายถึง 31 พ.ค. และใช้บริการของ
โรงแรมได้ถึง 30 ธ.ค. โทร.02-5755599

ชวนช็อปแคมเปญ “Mid Year Sale #ช้อปกันมันส์ยันมืด” ถึง 23 ก.ค. ที่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21, ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และ ศูนย์การค้าเดอะพรอมานาด

ชวนช็อปและปล่อยของทั้งในงาน “The Nine Neighborhood Market” ถึง 28 พ.ค.ที่หน้าร้านนายอินทร์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 โทร.1285

ชวนใช้

ชวนร่วมงาน “130 ปี สภากาชาดไทย องค์กรด้านมนุษยธรรม” ชมนิทรรศการประวัติความเป็นมาของสภากาชาดไทย ช็อปร้านค้าจากเครือข่ายเหล่ากาชาด ฯลฯ ถึง 28 พ.ค. ที่ ชั้น 8 ไอคอนสยาม

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนร่วมกิจกรรม “OCEAN LIFE LOVE (Virtual) Run 4 Regions ทุกก้าว เท่ากับให้”โดยร่วมสมทบทุน “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” สอบถาม โทร.02-2078888

อาศัย กรุงเทพฯ สาทร ชวนร่วมงาน The Hamlet Block Party สนุกสนานกับอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี ศิลปะ และชุมชนสร้างสรรค์ในย่านสาทร 27-28 พ.ค.ที่ ซอยสาทร 10 และ 12 โทร.02-2008999

ชวนชม

ชวนชมนกริมน้ำฟรี! พร้อมมินิคอนเสิร์ตภายหลังจบการแข่งขันในงาน เดิน-วิ่ง Night Run “Change The Future 2023” วันเสาร์ที่ 27 พ.ค. ที่ ริเวอร์เดล มารีน่า ท่าเรือระดับA-Class ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วิทยาลัยเพาะช่าง ชวนชมการแสดงผลงาน Installation Art โลกใต้ท้องทะเล พร้อมการประกวดร้องเพลงในงาน “Song of the Sea” ถึง 31 พ.ค. ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์โทร.1285

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “นัก(บรรเลง)ระนาด” ในวันเสาร์ที่ 3 มิ.ย. เวลา 16.15-16.30 น. และสารคดี “ร้อยเรื่อง
เมืองไทย” ตอน “ป่าในกรุง” ในวันอาทิตย์ที่ 4 มิ.ย. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

คุณแหน : 27 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733369

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ข่าวน่ายินดี เมื่อ UNESCO ประกาศ เมื่อ 17 พ.ค. 2566 ให้จ.นครราชสีมา เป็นเมืองมรดกโลกในด้านธรณีวิทยา ส่งผลให้ นครราชสีมาเป็นเมืองสามมงกุฎ (Tripple Crown) ที่ UNESCO รับรอง คือ 1.เขาใหญ่ เป็นมรดกโลกด้านอุทยานป่าไม้ที่มีความหลากหลายของพืชและสัตว์, 2.ป่าสะแกราช อ.ปักธงชัย เป็นพื้นที่สงวนของชีวะมณฑล และ 3.เป็นอุทยานธรณีโลก เรียกว่าเป็นเมืองสามมงกุฎ (Tripple Crown) ซึ่งมีเพียง 4 เมืองในโลก ที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวนี้ ได้แก่ เมืองในอิตาลี จีน เกาหลี และไทย…น่าภูมิใจแท้…

ll ขอเชิญลูกช้าง มช.ร่วมกิจกรรม “รับน้องรถไฟ 2566” 2 มิ.ย.13.00 น. ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง กทม. …ชวนรุ่นพี่มาร่วมกันส่งลูกช้างน้องใหม่ ขึ้นรถไฟไป มช.กัน…

ll ขอร่วมแสดงความยินดีกับ นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรและได้รับอนุมัติบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต รุ่นที่ 1 (Preventive Medicine Lifestye Medical Council of Thailand) เป็นสาขาการแพทย์ที่ช่วยประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และวิถีการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพ เพื่อป้องกันโรคร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างสังคมไทยสุขภาพดีไปด้วยกัน…

ll ปู่เป็นหมอ พ่อกะแม่ ก็เป็นหมอ DNA ถ่ายทอดถึง รุ่นหลาน เตยหอม อุดมศักดิ์ สอบเข้าเป็นเฟรชชี่ คณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ปีการศึกษาใหม่นี้…ย่าๆ ยินดีด้วย…

ll เพื่อนธรรมศาสตร์ รุ่น 2513 ยังรักกันเหนียวแน่น อาทิ คู่ของ ภาวินี อมาตย์ทัศน์ กับ พรพิมลอ่อนสำอางค์ เรียนคณะสังคมฯด้วยกันมา เมื่อห้าสิบปีก่อน ตอนนี้ก็ยังรักกันเสมอ…

ll สภาพอากาศที่วิลลี่ปาร์ค ซิดนีย์ อุณหภูมิขึ้นเลขตัวเดียวทุกวัน บางวันมีฝนแทรก…แต่ครอบครัวของ มุมีนาลูกสาวคนสวยของ ศรีเรือน เหมาวาด ซึ่งมาทำงานที่ออสเตรเลียเกือบ 2 ปีแล้ว กลับอบอุ่นมากเพราะมีพ่อแม่มาอยู่เป็นเพื่อน โดยเฉพาะ ศรีเรือนมารดา ทำอาหารอร่อยๆ ที่ลูกอยากกินทุกมื้อ…ทั้งอาหารไทย และอาหารเทศ อร่อยเป็นพิเศษ ด้วยรสมือแม่…แบบนี้เป็นลาภปากให้แก่เพื่อนๆ ของลูกได้พลอยอิ่มอร่อยไปด้วย…

ll ลูกกตัญญู พัชลดา แก้วสีปลาด พาคุณแม่ อ.ส่องศิริ ไปสูดโอโซนที่สัตหีบ หลังจากคุณแม่เกิดอุบัติเหตุหกล้ม ต้องเข้าผ่าตัดมาครบปีแล้ว โชคดีได้นักกายภาพบำบัดจากศิริราชมาฝึกเดินที่บ้านย่านอ่อนนุช จนแข็งแรงขึ้นทุกวัน…

ll ข่าวจาก กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยฝนคาดการณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และพื้นที่ชุมชนเมือง ที่เคยเกิดน้ำนอง ไม่สามารถระบายได้ทัน ในช่วง 27 พ.ค.-1 มิ.ย. …เตือน 17 จังหวัดระวัง…

ll มีเรื่องจริงที่น่าอัศจรรย์ใจ เป็นข่าวจาก การบินไทย แจ้งว่าผู้โดยสารการบินไทย ที่ได้ยื่นเรื่องขอคืนเงินค่าบัตรโดยสาร (Refund) ก่อน 14 ก.ย. 2563 พร้อมเอกสารหลักฐานที่สมบูรณ์ ผ่านช่องทางต่างๆ ของการบินไทยจะได้รับเงินคืนภายใน 31 ต.ค. 2566 นี้…ดีใจด้วยกับลูกค้าทุกคนที่ได้รับเงินคืนในครั้งนี้ด้วย !!…ll

บารอนเนส

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ พาน้องๆ บ้านโสสะฯ กว่า 800 ชีวิต ทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733325

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ พาน้องๆ บ้านโสสะฯ กว่า 800 ชีวิต ทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ พาน้องๆ บ้านโสสะฯ กว่า 800 ชีวิต ทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน

วันเสาร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ร่วมกับมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดย ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ ผู้ก่อตั้งเคป แอนด์ แคนทารีโฮเทลส์ / กรรมการบริหาร บริษัท เกษมกิจ จำกัด และรองประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ เปิดโลกการเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้กับเด็กและครอบครัวโสสะกว่า 800 ชีวิต จากทั้งหมด 5 หมู่บ้านทั่วประเทศ ได้แก่ หมู่บ้านเด็กโสสะบางปู หาดใหญ่ หนองคาย เชียงราย และภูเก็ต จัดกิจกรรมท่องเที่ยวและทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งห้องพักโรงแรมฯ อาหาร การเดินทาง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12

ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า “เราเห็นความสำคัญของการสร้างประสบการณ์และความทรงจำที่ดีให้กับเด็กๆ ซึ่งเขาคืออนาคตของชาติในวันข้างหน้า ผมอยากให้กำลังใจเด็กทุกคน โดยการจัดทัศนศึกษานอกสถานที่อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อให้พวกเขามีโอกาสในช่วงวันหยุดภาคฤดูร้อนพักผ่อนท่องเที่ยวใช้ชีวิตร่วมกันแบบครอบครัวที่อบอุ่นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขาในวันนี้จะเป็นความทรงจำที่สวยงาม อีกทั้ง เป็นกำลังใจและแรงผลักดันสำคัญให้พวกเขาเมื่อเติบโตขึ้นจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในสังคมโดยเราได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและกิจกรรมทัศนศึกษาทั้งหมด รวมทั้งอาหารและที่พักโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี เพื่อให้เด็กจากแต่ละหมู่บ้านของมูลนิธิเด็กโสสะฯ ได้เที่ยวพักผ่อนอย่างสบายใจและมีความสุข เราตั้งใจทำเพื่อเด็กๆ ทุกคนอย่างจริงใจ”

กิจกรรมทัศนศึกษาและท่องเที่ยวประจำปี 2566 ครั้งแรกวันที่ 19-21 เมษายน 2566 หมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ (148 คน) เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารีเบย์ ระยอง ครั้งที่ 2 วันที่ 19-21 เมษายน 2566 หมู่บ้านเด็กโสสะเชียงราย (192 คน) เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ ครั้งที่ 3 วันที่ 21-23 เมษายน 2566 หมู่บ้านเด็กโสสะภูเก็ต (148 คน) เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก จ.พังงา ครั้งที่ 4 วันที่ 26-28 เมษายน 2566 หมู่บ้านเด็กโสสะหนองคาย (157 คน) เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี โคราช จ.นครราชสีมา และครั้งที่ 5 วันที่ 3-5 พฤษภาคม 2566หมู่บ้านเด็กโสสะหาดใหญ่ จ.สงขลา (176 คน) เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก จ.พังงา

นอกจากนี้ ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ พร้อมด้วย พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ ยังได้มอบเงินบริจาคเพิ่มเติมในนามกลุ่มโรงแรม เคป แอนด์ แคนทารี ประจำปี 2566 จำนวน 300,000 บาท ให้แก่ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ เพื่อสนับสนุนทางด้านการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่เด็กและเยาวชน โดยมี พล.ต.ท.ดร.นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย ตัวแทนคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, วิทยา เนติวิวัฒน์, กุลเวช เจนวัฒนวิทย์,รมณีย์ เธียรประสิทธิ์, ดวงใจ ตั้งสง่า, รศ.ดร.นวลศิริ เปาโรหิตย์และ ภวิณ เจริญรัชต์ภาคย์

ทั้งนี้ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ให้การเลี้ยงดูเด็กที่สูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตร โดยเด็กจะได้รับการเลี้ยงดูจากแม่โสสะด้วยความรักความอบอุ่นในครอบครัวโสสะซึ่งเป็นครอบครัวทดแทนถาวร เด็กยังได้เติบโตขึ้นท่ามกลางสายสัมพันธ์ของพี่น้องชายหญิงในบ้าน และอยู่ร่วมกันในชุมชนหมู่บ้านเด็ก 5 แห่งทั่วประเทศที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน อีกทั้งเด็กยังได้รับการศึกษาสูงสุดตามความสามารถ ปัจจุบันมีเด็กจำนวนมากที่ได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัวโสสะจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ออกไปประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและอยู่ร่วมกับสังคมอย่างมีความสุข