กลัวคิดสั้น! เพจดังเผยหมอลำรุ่นใหญ่ช้ำรัก ผัวหอบเงินหนี..เหลือแต่ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732638

กลัวคิดสั้น! เพจดังเผยหมอลำรุ่นใหญ่ช้ำรัก ผัวหอบเงินหนี..เหลือแต่ตัว

กลัวคิดสั้น! เพจดังเผยหมอลำรุ่นใหญ่ช้ำรัก ผัวหอบเงินหนี..เหลือแต่ตัว

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.17 น.

คนใกล้ตัวกลัวคิดสั้น! เพจดังเผย “หมอลำรุ่นใหญ่” ช้ำรัก ผัวหอบเงินหนี..เหลือแต่ตัว

ทำเอาแฟนเพลงช็อคไปตามๆกัน เมื่อเพจข่าว คนลูกทุ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า ลูกทุ่งหมอลำ รุ่นใหญ่ ช้ำรัก ผัวหอบเงินหนี เหลือแต่ตัว

” ข่าวช๊อควงการลูกทุ่ง หมอลำ เมื่อ นักร้องลูกทุ่งหมอลำ รุ่นใหญ่ ช้ำรักหนัก ถึงขนาดอาจคิดสั้น หลังสามีที่อยู่กินกันมานาน เป็นโรคหอบ หอบหมด รถ บ้าน ทรัพย์สิน เงินสดหมดบัญชี ไม่รู้ว่าสาเหตุใด สามีนาง จึงเป็นโรคนี้ขึ้นมา แต่วงในขาเผือก เม้าท์มอยกันว่า ผัวนางคงเก็บความคับแค้นในใจไว้หลายปี เพราะที่ผ่านมา นางมักข่มผัวอยู่กลายๆ เพราะถือว่าตัวเองเป็นซุปตาร์แถวหน้า ถึงขนาดมีคนเห็น ยกตีนจะถีบผัวต่อหน้าคนวงในมาแล้ว 

งานนี้ สาวหมอลำช้ำหนัก โดนเชิดทุกสิ่งไปเรียบ เพราะวางใจให้ผัวดูแล คิดว่าผัวคงจงรักภักดีประกอบกับนางมั่นหน้า มั่นโหนกว่า ชั้นดัง ยังไงผัวก็ต้องรัก 

ตอนนี้เก็บตัวเงียบ ถึงขั้นไปออกไปไหน เพื่อนฝูงในวงการก็น้อยนิด เพราะนางไม่คบใคร งานหด เงินหาย ผัวหนี ช้ำหนักขนาดนี้ คนใกล้ตัว หวั่นนางคิดสั้น !!! ” 

‘เรย์ สตีเวนสัน’นักแสดงฮอลลีวู้ด เสียชีวิตในวัย 58 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732632

‘เรย์ สตีเวนสัน’นักแสดงฮอลลีวู้ด เสียชีวิตในวัย 58 ปี

‘เรย์ สตีเวนสัน’นักแสดงฮอลลีวู้ด เสียชีวิตในวัย 58 ปี

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.53 น.

วันที่ 23 พฤษภาคม 2566 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวการเสียชีวิตของ เรย์ สตีเวนสัน (Ray Stevenson) นักแสดงรุ่นใหญ่ในแวดวงฮอลลีวู้ด โดยสำนักข่าว CNN สหรัฐอเมริกา เสนอข่าว Ray Stevenson, ‘RRR’ and ‘Thor’ actor, dead at 58 อ้างการเปิดเผยของ นิคกี ฟิออราแวนเต (Nicki Fioravante) โฆษกประจำตัว ที่ระบุว่า สตีเวนสัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2566 ในวัย 58 ปี แต่ยังไม่มีรายละเอียดของการเสียชีวิต

เรย์ สตีเวนสัน หรือชื่อจริงคือ จอร์จ เรย์มอนด์ สตีเวนสัน (George Raymond Stevenson) เกิดที่ไอร์แลนด์เหนือ ก่อนจะย้ายไปเติบโตที่อังกฤษ ผลงานโดดเด่นล่าสุดคือร่วมแสดงในภาพยนตร์อินเดียเรื่อง “RRR” ในบท บักซ์ตัน (Buxton) วายร้ายของเรื่อง โดยภาพยนตร์ดังกล่าวเพิ่งคว้ารางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม และทำรายได้สูงเป็นอันดับ 2 ในประเทศอินเดีย เมื่อปี 2565 อีกทั้งกำลังจะมีผลงานในซีรีส์มหากาพย์สงครามจักรวาลอย่าง สตาร์วอร์ เรื่อง Ahsoka ในเดือน ส.ค. 2566 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาเกี่ยวข้องกับสตาร์วอร์ในการร่วมพากย์เสียงตัวละครใน Star Wars: Rebels ปี 2559 และ Star Wars: Clone Wars ปี 2563

แม้จะเริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์มาตั้งแต่ทศวรรษ 1990s (ปี 2533-2542) แต่ผลงานที่ทำให้ เรย์ สตีเวนสัน เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือ ซีรีส์ “Rome” ที่สร้างโดยสำนักข่าว BBC ของอังกฤษ ร่วมกับเครือข่ายโทรทัศน์ HBO ในสหรัฐฯ ในบท ไททัส พุลโล (Titus Pullo) โดยซีรีส์ฉายภาพยุคสุดท้ายของอาณาจักรโรมันยุคสาธารณรัฐ โดยเพื่อนนักแสดงที่เคยร่วมงานกันอย่าง เจมส์ เพียวฟอย (James Purefoy) โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2566 ว่า เสียใจมากที่ได้ยินข่าวว่า เรย์ สตีเวนสัน หรือ พุลโล ของเราในกรุงโรมถึงแก่กรรมแล้ว นักแสดงผู้เก่งกาจ กล้าหาญ และยิ่งใหญ่กว่าชีวิตจริงซึ่งเติมเต็มทุกส่วนที่เขาแสดงจนสุดความสามารถ 

สำหรับบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์ อาทิ The Three Musketeers ปี 2554 ในบท พอร์ธอส (Porthos) หนึ่งใน 3 ทหารเสือผู้โด่งดังของฝรั่งเศส , ฮีโร่จากค่ายการ์ตูนดังอย่างมาร์เวล อย่าง Thor ปี 2554 Thor : The Dark World ปี 2556 และ Thor : Ragnarok ปี 2560 ในบท โวลสแต็กก์ (volstagg) ขุนพลสหายร่วมรบของเทพเจ้าธอร์ตัวเอกของเรื่อง , The Other Guys ปี 2553 หนังแอ็คชั่นปนตลก ที่มี 2 ดาราดังอย่าง วิล ฟาร์เรลล์ (Will Ferrell) และ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg) แสดงนำ โดยมีนักแสดงชั้นนำร่วมสมทบอีกเพียบ เป็นต้น

สำนักข่าว BBC ของอังกฤษ เสนอข่าว Ray Stevenson: Thor and Star Wars actor dies aged 58 ระบุว่า ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการเสียชีวิตของเรย์ สตีเวนสัน แต่มีรายงานว่า เขาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Cassino in Ischia ที่เกาะไอส์เชีย ประเทศอิตาลี ทั้งนี้ หากเขายังมีชีวิตอยู่ ในวันที่ 25 พ.ค. 2566 ก็จะเป็นวันคล้ายวันเกิดที่อายุ 59 ปี โดย เรย์ สตีเวนสัน เกิดเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2507 ที่ไอร์แลนด์เหนือ มีพ่อเป็นทหารในกองทัพอากาศ ก่อนจะย้ายไปอังกฤษในเวลาต่อมา

ความสนใจในอาชีพนักแสดงเริ่มต้นเมื่อเรย์ สตีเวนสัน ได้ชมการแสดงของจอห์น มัลโควิช (John Malkovich) ที่โรงละครเวสต์เอนด์ ในกรุงลอนดอน จึงตัดสินใจเข้าเรียนที่โรงเรียนการละคร บริสคอล โอ วิค เมืองบริสตอล และเริ่มมีผลงานจากละครซีรีส์ทางโทรทัศน์ในอังกฤษ กระทั่งในปี 2547 เริ่มปรากฎตัวในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของฮอลลีวู้ดอย่าง King Arthur กระทั่งผลงานล่าสุดที่เตรียมจะออกอากาศ คือซีรีส์ในแฟรนไชส์สตาร์วอร์ Ashoka ในบท Baylan Skoll

บรรดาคนในวงการที่เคยร่วมงานด้วยกันต่างแสดงความอาลัย อาทิ โรซาริโอ ดอว์สัน (Rosario Dawson) ที่เพิ่งทำงานด้วยกันในบท Ashoka จากซีรีส์สตาร์วอร์ , เจมส์ กันน์ (James Gunn) ผู้กำกับภาพยนตร์ไตรภาคกลุ่มฮีโร่มาร์เวลอย่าง Guardians of the Galaxy ซึ่งเคยในส่วนร่วมในการภาพยนตร์ Thor : The Dark World , แบร์ แม็คครีอารี (Bear McCreary) นักประพันธ์ดนตรีประกอบซีรีส์ Black Sails ซึ่ง เรย์ สตีเวนสัน รับบทโจรสลัดเคราดำ รวมถึง สก็อต แอดกินส์ (Scott Adkins) นักแสดงสายแอ็คชั่นที่มีผลงานร่วมกันในเรื่อง Accident Man

เว็บไซต์ฐานข้อมูลวงการภาพยนตร์และละครซีรีส์ทั่วโลก อย่าง IMDB ระบุว่า ครั้งหนึ่ง เรย์ สตีเวนสัน เคยแสดงเป็นตัวละครฮีโร่ค่ายมาร์เวลล์อย่าง The Punisher ในภาพยนตร์ Punisher War Zone เมื่อปี 2551 ในยุคที่สิทธิ์การสร้างภาพยนตร์และซีรีส์ยังไม่กลับไปอยู่ในสตูดิโอของมาร์เวล ขณะที่ผลงาน 2 ชิ้นสุดท้ายของเขาที่รอเข้าฉาย นอกจากซีรีส์ Ashoka ในแฟรนส์ไชส์สตาร์วอร์แล้ว ยังมีภาพยนตร์เรื่อง 1242: Gateway to the West ว่าด้วยประวัติศาสตร์ช่วงที่กองทัพมองโกลเริ่มรุกรานเข้าไปในทวีปยุโรป อีกเรื่องหนึ่ง

ขอบคุณเรื่องจาก
https://edition.cnn.com/2023/05/22/entertainment/ray-stevenson-death/index.html
https://www.bbc.com/news/uk-northern-ireland-65677440
https://www.imdb.com/name/nm0829032/

‘บิลลี่เบ้บ’ นำทีมซีรีส์ ‘ลางสังหรณ์’ลุยคิวบู๊เดือดสนั่น ยกพวกซัดกันนัวประเดิมเปิดกล้องวันแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732631

'บิลลี่เบ้บ' นำทีมซีรีส์ 'ลางสังหรณ์'ลุยคิวบู๊เดือดสนั่น ยกพวกซัดกันนัวประเดิมเปิดกล้องวันแรก

‘บิลลี่เบ้บ’ นำทีมซีรีส์ ‘ลางสังหรณ์’ลุยคิวบู๊เดือดสนั่น ยกพวกซัดกันนัวประเดิมเปิดกล้องวันแรก

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.49 น.

ได้ฤกษ์เปิดกล้องเดินเครื่องถ่ายทำเป็นที่เรียบร้อยสำหรับซีรีส์วายแนวสืบสวนสอบสวน แอคชั่นฟอร์มยักษ์ เรื่อง ลางสังหรณ์” ของค่าย ไอดอลแฟคตอรี่ (IDOLFACTORY)  ที่จะออนแอร์ให้ได้ดูกันทางช่อง 3 ปลายปีนี้  โดยวันแรกที่เปิดกล้องประเดิมด้วยฉากบู๊ ปะทะกันดุเดือด สุดมันส์  นักแสดงหนุ่มที่เข้าฉากในวันนี้ ได้แก่  “บิลลี่ – ภัทรชนน อ่อนสอาด” รับบท “พญา”, “เบ้บ – ธนทัต พรรณวิริยะกุล” รับบท “ธาร”, “แทค – พงศกร สุเกียง” รับบท “เข้ม”, “ภูม – ณัฐภาสน์ ตันติเสถียรชัย” รับบท “ธงไทย”, “แก๊ป – จักริน ภูริพัฒน์” รับบท “ใหญ่” และ “ก้าวหน้า กิตติภัทร แก้วเจริญ” รับบท “ชาติ”   ถ่ายทำวันแรกเหล่านักแสดงก็โดน ครูเอ – นัฐพงศ์ วงษ์กวีไพโรจน์”  จัดฉากหนักกันตั้งแต่เช้าตรู่  เตะ ต่อย สู้กันแบบจัดเต็ม จนเจ็บตัวกันเลยตั้งแต่วันแรก เรียกได้ว่าทั้งนักแสดง ทั้งทีมงานทุ่มเทกันแบบสุด ๆ  การันตีได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้เสิร์ฟทั้งความมันส์ ความเข้มข้น ให้ได้ลุ้นตามกันตลอดทั้งเรื่องอย่างแน่นอน  งานนี้ “บิลลี่ ภัทรชนน” เป็นตัวแทนเผยความรู้สึก


บิลลี่ เปิดใจว่า ” วันนี้เป็นคิวแรกของพวกเรานะครับ เป็นการถ่ายลองเทค (Long Take) ที่เรียกได้ว่าบู๊สนั่น และถือเป็นหนึ่งในฉากสำคัญของเรื่องครับ พวกเราต้องใส่ชุดออกปฎิบัติการแบบเต็มยศ อาวุธครบมือ  ได้เข้าฉากกับพี่ ๆ ทีมสตั๊นแมนมืออาชีพ บอกได้คำเดียวว่าเดือดมากครับ  ยิ่งครูเอเป็นผู้กำกับด้วย ทำงานละเอียดมากครับ ได้ดูตัวเองในมอนิเตอร์แล้วอึ้งเหมือนกันนะครับ ทุกคนใส่สุดตัวกันมาก แล้วตอนบ่ายมีคนเจ็บตัวด้วย ปากแตกไปเล็กน้อยครับ ยังไงก็ฝากติดตามซีรีส์ลางสังหรณ์ของพวกผมด้วยนะครับ ”  


สามารถติดตามตวามเคลื่อนไหวของนักแสดง และข้อมูลข่าวสารของซีรีส์ “ลางสังหรณ์” เพิ่มเติมได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ IDOFACTORY OFFICIAL

#ลางสังหรณ์ #ลางสังหรณ์Q1Actionเดือด #บิลลี่เบ้บ #แทคภูม 

‘lullaboy’ ศิลปินหนุ่มเจ้าของเสียงสุดละมุน ส่งซิงเกิล’cool’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732630

'lullaboy' ศิลปินหนุ่มเจ้าของเสียงสุดละมุน  ส่งซิงเกิล'cool'

‘lullaboy’ ศิลปินหนุ่มเจ้าของเสียงสุดละมุน ส่งซิงเกิล’cool’

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.48 น.

“lullaboy”ศิลปินชาวอินโดนิเซีย- สิงคโปร์ กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ล่าสุดบอกเล่าเรื่องราวของการไม่เป็นไปตามค่านิยมของสังคม ในชื่อเพลง “cool”ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 2 ของเขาในปี 2566 นี้โดย “lullaboy”ยังเป็นศิลปิน SEA-Pop ศิษย์เก่าจากสถาบัน Berklee College of Music ผู้มียอดสตรีมมิ่งต่อเดือนมากกว่า 1.6 ล้านคนต่อเดือนบน Spotify ทั้งยังได้ออกแสดงคอนเสิร์ตมาแล้วหลายประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไทย, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย) ความสำเร็จของเขาในฐานะศิลปิน SEA-Pop ดาวรุ่งได้เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยการร้องเพลงคัฟเวอร์บน YouTube ที่ทำให้เขาได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากการสนับสนุนของแฟน ๆ ผู้เป็นที่รัก

เรื่องราวการเติบโตของเพลง “cool”ถือได้ว่าเป็นจุดสูงสุดในความเชื่อและคุณค่าชีวิตของ “lullaboy”เขาได้ซ่อนเนื้อหาที่ทิ่มแทงจิตใจเอาไว้ในบทเพลง โดยนำเสนอเพลงออกมาให้ฟังง่าย สบาย ๆ ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวสำหรับผู้คนที่เบื่อหน่ายกับการวิ่งตามให้ตัวเองดีพอให้โลกต้องยอมรับซึ่ง “lullaboy”ได้อธิบายไว้ว่าเพลงนี้เป็นเนื้อเพลงที่แฝงไปด้วยความกล้าหาญที่แสดงออกมาจากการทำร้ายตนเอง, การทำให้ผู้คนพอใจ, และการถูกทำลายภาพฝันในวัยเด็ก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งตรงข้ามกับที่ต้องการ “lullaboy”จึงนำแทร็กด้วยท่วงทำนองที่ส่งพลังบวกให้กับทุก ๆ คน ที่กำลังหลงทางเพื่อให้ทุกสิ่งหลอมรวมกันจนเกิดเป็นเพลง “cool”ขึ้นมา ข้อความให้กำลังใจสำหรับคนที่กำลังคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ  เขากำลังร้องขอให้ทุกคนั้นยึดมั่นอยู่ในเส้นทางของตัวเอง ไม่หวั่นไหวไปกับแรงกดดัน และยึดมั่นในสิ่งที่ทุก ๆ คนเป็น

สามารถชม MV เพลง “cool” ได้ที่นี่:https://youtu.be/HS_MeySxDls

“lullaboy”ยังได้กล่าวไว้ว่า “ยิ่งเส้นทางในอาชีพและการเดินทางของผมพัฒนาขึ้น ผมจึงตระหนักได้ว่าไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าการทำตามเสียงของหัวใจและซื่อตรงในตัวตนของตนเอง”นอกจากนี้เพลง“cool”ได้รับการโปรดิวซ์จากโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง “Jacob Attwool”(ผู้สร้างผลงานให้กับ Dua Lipa, NCT127, TXT, Enhypen) และได้รับการเขียนเพลงร่วมกับ “Ricky Manning” (ผู้อยู่เบื้องหลังบทเพลงของ Carlie Hanson, Lennon Stella และ Why Don’t We) เพลงนี้ถือได้ว่าเป็นเครื่องเตือนใจว่าในสังคมตอนนี้ที่เราจะต้องเป็นอะไรซักอย่างนั้น เราควรจะเป็นตัวของตัวเอง โดย “lullaboy”ยังได้สรุปกับบทเพลงนี้ไว้ว่า “ในสมัยนี้วัยรุ่นจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อค้นหาตัวเอง ผมหวังว่าบทเพลงนี้จะช่วยให้ทุกคนยอมรับและรักในตัวเองได้”

ซิงเกิล“cool”ยังถือเป็นซิงเกิลที่ 3 ของ “lullaboy”ภายใต้การทำงานของ “RedRecords” หลังจากที่ประสบความสำเร็จในบทเพลง“Shortcut ToHeaven” และ“van gogh”แฟน ๆ ทุกคนสามารถดาวน์โหลดซิงเกิลของศิลปินหนุ่มคนนี้ได้ทาง iTunes และสามารถสตรีมมิ่งเพลงได้ทางเว็บไซต์ของ AppleMusic, Deezer, JOOX music, KKBox, Spotify, YouTube และ YouTube Music ได้แล้ววันนี้

เกี่ยวกับ “lullaboy”

“lullaboy”ได้ค้นพบความหลงใหลในดนตรี จากผู้สมัครข้ารับราชการทหารของสิงคโปร์สู่การศึกษาต่อใน Berklee

College of Musicลัลลาบอยสามารถสร้างยอดผู้ฟังในรายเดือนได้กว่า 1.6 ล้านสตรีมมิ่งบน Spotify และได้ออกทัวร์แสดงคอนเสิร์ตในหลากหลายประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย) ความสำเร็จของเขาในฐานะศิลปิน SEA-Pop นั้น เริ่มมาจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จากการคัฟเวอร์เพลงบน Youtube ในห้องนอนของตัวเองที่ซึ่งทำให้เขาได้พบกับแฟน ๆ อันเป็นที่รัก อีกทั้ง “lullaboy”ยังได้รับเลือกให้เป็นศิลปินชาวสิงคโปร์ยอดนิยมในปี 2565 โดย Spotify อีกด้วย

สามารถฟังเพลง “cool” ได้ที่นี่:https://lullaboyTH.lnk.to/coolPR

สามารถติดตาม “lullaboy” ใน Platform ต่างๆ ได้ที่

FACEBOOKINSTAGRAMYOUTUBETWITTER

ติดตาม Universal Music Thailand ใน Platform ต่างๆ ได้ที่

FACEBOOKINSTAGRAMTWITTER

‘ALALA’เปิดฟลอร์ความสนุกสุดแซ่บในงานIncheon Soft Power Thailand Road Show 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732628

'ALALA'เปิดฟลอร์ความสนุกสุดแซ่บในงานIncheon Soft Power Thailand Road Show 2023

‘ALALA’เปิดฟลอร์ความสนุกสุดแซ่บในงานIncheon Soft Power Thailand Road Show 2023

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.47 น.

“ALALA” (อาลาล่า)4  สาว เกิร์ลกรุ๊ปจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ประกอบด้วย คริส – ชนินทร์ทิพย์ รุ่งธนเกียรติ, อิม – พิมพ์ภัทรา เวศย์วรุตม์,  เมจิ – ณัชชา ไชยพยอม  และ มินนี่ – บุณฑริกา ชีวรุโณทัยร่วมโชว์ในงานIncheon Soft Power Thailand Road Show 2023โรดโชว์ครั้งแรกของมหานครอินชอนในประเทศไทย จัดโดย มหานครอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ร่วมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวอินชอนเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและเมืองอินชอน โดยได้รับเกียรติจากคุณลี แฮงซุก รองนายกเทศมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและสวัสดิการของเมืองอินชอน เป็นประธานเปิดงานณ  ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ 

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์และสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองอินชอน อาทิ กิจกรรมการแสดงเพลงเคป๊อปคัพเวอร์แดนซ์เพื่อสนับสนุน K-Soft Power ในประเทศไทยรวมถึงกิจกรรมที่ให้ผู้ชมในงานได้ร่วมสนุก อาทิ สตูดิโอถ่ายภาพในธีมเมืองอินชอน กิจกรรมอินชอนควิซโชว์  และอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานที่ทุกคนรอคอย คือ โชว์สุดพิเศษจาก4 สาวสุดป๊อบวง“ALALA”ที่นำเพลงฮิตมาร่วมโชว์อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น เพลง“ร้องไห้ดังๆ” (Not A Chance), “เถียงเก่ง”(Bad Mouth)และปิดท้ายด้วยโชว์คัฟเวอร์เพลง“เลือกได้ไหม”เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ที่มาให้กำลังใจในงานกันอย่างเนืองแน่น

ALALAเปิดเผยว่า “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ ค่ะ ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Incheon Soft Power Thailand Road Show 2023ขอขอบคุณผู้จัดงานที่ให้โอกาสพวกเราได้มาแสดงบนเวทีแห่งนี้ รวมถึงขอบคุณแฟนๆ ที่มาให้กำลังใจพวกเราในวันนี้ด้วยค่ะ เกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่พวกเราชื่นชอบ ทั้งอากาศดีและอาหารอร่อยสำหรับใครที่กำลังจะไปเที่ยวที่เกาหลีใต้ พวกเราแนะนำว่าต้องไม่พลาดที่เมืองอินชอนนะคะ เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย รอให้ทุกคนไปเยือนค่ะ”

ALALAปล่อยภาพลุคใหม่เตรียมปล่อยซิงเกิลลำดับที่4’เสียใจไม่เสียดาย’ ชาวBABY A อดใจรออีกนิด!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732627

ALALAปล่อยภาพลุคใหม่เตรียมปล่อยซิงเกิลลำดับที่4'เสียใจไม่เสียดาย' ชาวBABY A อดใจรออีกนิด!

ALALAปล่อยภาพลุคใหม่เตรียมปล่อยซิงเกิลลำดับที่4’เสียใจไม่เสียดาย’ ชาวBABY A อดใจรออีกนิด!

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.45 น.

ปล่อยภาพในลุคใหม่ มารอรับซิงเกิลที่ 4 สาว ALALA (อาลาล่า) เกิร์ลกรุ๊ปอายุน้อยจากบ้าน White Fox สังกัด GMM Grammy  “คริส-อิม-เมจิ-มินนี่”พร้อมมาก!!! เพลง “เสียใจไม่เสียดาย”(No Love) กับลุคที่ต่างออกไป ทั้งการผสมผสานดนตรีแนวใหม่ให้ดูโตขึ้น  และได้อัพสกิลการร้องด้วย ส่วนเรื่องท่าเต้นถ้าเห็นต้องมีร้องว้าว พวกเธอมีท่ายาก ท่าจำแบบแอบแซ่บมาฝากBABY A(เบบี้ เอ) อยู่แล้ว อดใจไว้ไม่นานได้ชมจ้า

@alala.whitefox
@whitefoxgmm
#ALALAเสียใจไม่เสียดาย
#ALALA
#ALALAWhiteFox
#WhiteFoxGMM

‘แอลลี่’ทำแตกตื่นปล่อยคลิปสั้นปริศนา เอ๊ะ! เพลงใหม่ หรือ โปรเจคอะไรนะ?!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732625

'แอลลี่'ทำแตกตื่นปล่อยคลิปสั้นปริศนา เอ๊ะ! เพลงใหม่ หรือ โปรเจคอะไรนะ?!

‘แอลลี่’ทำแตกตื่นปล่อยคลิปสั้นปริศนา เอ๊ะ! เพลงใหม่ หรือ โปรเจคอะไรนะ?!

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.44 น.

ค่ายเพลง 411 Music ของบอสกึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ทิ้งบอมลูกใหญ่ปล่อยคลิปปริศนาของนักร้องสาว แอลลี่-อชิรญา นิติพน อีกครั้ง เมื่อวันอังคารที่ 16 พฤษภาคม 2566 เวลา 18.00 น. ผ่านทาง 411ent Official Account ทำเอาแฟน ๆ หลายคนถึงกับตื่นเต้นไม่น้อย โดยเฉพาะชาว Only กลุ่มแฟนคลับของแอลลี่ทายกันสนั่นโซเชียลว่าคลิปสั้นที่แอลลี่ถือ Slate ไม้คัทซีน และคลิปกดรหัสในโทรศัพท์ ลูบขอบแก้วอยู่หน้าบาร์ พร้อมติดแฮชแท็ก #ความลับของแอลลี่ นั้นจะบอกใบ้อะไร เพลงใหม่หรือเปล่า? หรือจะเป็นผลงานการแสดงครั้งแรกของแอลลี่กันนะ? งานนี้ไม่ให้แฟนๆได้รอลุ้นนาน แอลลี่เผยด้วยตัวเองว่า “มารอลุ้นกันนะคะว่าความลับแอลลี่นี้คืออะไร เฉลย 26 พฤษภาคม นี้ เวลา 00.00 น. แน่นอนค่ะ”

Sometimes you need a code to access something…

ความลับที่ซ่อนอยู่ ใครหาเจอบ้าง?

???? https://www.youtube.com/watch?v=lqSWTYd707E

???? youtu.be/JCQM6kPw160

#ความลับของแอลลี่

#allynitibhon #ALLY #แอลลี่

#411Music #411ent

ติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินค่ายเพลง 411 Music ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ของ 411 Music ไม่ว่าจะเป็น YouTube : 411ent , Official Fan page : fouroneoneent , ทวิตเตอร์ และอินสตราแกรม @411ent  

‘แมทธิว’เปิดใจ 2 หนุ่มสแว็กแก๊ก ‘เอิร์ธ-โมสต์’เผยโลกบันเทิงเปลี่ยนชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732622

'แมทธิว'เปิดใจ 2 หนุ่มสแว็กแก๊ก 'เอิร์ธ-โมสต์'เผยโลกบันเทิงเปลี่ยนชีวิต

‘แมทธิว’เปิดใจ 2 หนุ่มสแว็กแก๊ก ‘เอิร์ธ-โมสต์’เผยโลกบันเทิงเปลี่ยนชีวิต

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.43 น.

ถึงคิวสองหนุ่มที่มีความหล่อ ฮา รั่ว ครบถ้วนสำหรับ“เอิร์ธ-อติคุณอดุลโภคาธร”และ“โมสต์-วิศรุตหิมรัตน์” สองนักแสดงหลักในเรื่อง“บักจ่อยสแว็กแก๊ก(La La Boy)” ภาพยนตร์ไทยวัยรุ่นถิ่นอีสานสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่MONOMAX(โมโนแมกซ์) ชวนพิธีกร แมทธิว ดีน จากรายการ “วัน เดย์ วิท แมทธิว หนึ่งวันมันดี ตีซี้คนดัง (One Day With Matthew)”ทางช่องMONO29ไปผจญภัยด่านวัดใจสุดมัน ณ เดอะไพน์รีสอร์ท จ.ปทุมธานี ทั้งกิจกรรมโหนสกายฮอ์ค,วิ่งลุยน้ำสกายวอร์คเกอร์วอเตอร์และยิงธนู งานนี้สนุกกันแบบแมน ๆ แบบไม่กลัวร้อนกลัวดำกันเลยทีเดียว จากนั้น เอิร์ธ เผยถึงการรับบทนำครั้งแรกให้ฟังว่า

“ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเลยครับสำหรับเรื่อง บักจ่อยสแว็กแก๊ก เพราะเรื่องอื่น ๆ บทผมคือเด็กเนิร์ดที่ไม่ได้เป็นตัวหลัก แต่ครั้งนี้เราคือพระเอกตัวเดินเรื่องและต้องพูดภาษาอีสานด้วย เลยได้โมสต์เป็นครูค่อยช่วยสอนว่าวอีสานแบบจริงจังครับ ต้องขอบคุณโมสต์และพี่ดรีมมี่มาก ๆ ที่เชื่อว่าเราทำได้ นอกจากงานแสดงคือตอนนี้มีทำแคสติ้งสายงานโฆษณา ทำให้เราเข้าใจฟิวคนที่มาแคสติ้งเลยว่าไม่ง่ายที่จะหาคาแร็คเตอร์ให้ตรงใจในงานชิ้นหนึ่งครับ”

ด้าน โมสต์-วิศรุตเผยถึงอีกด้านของการทำงานนอกจากงานแสดงว่า

“ตอนนี้ผมมีซิงเกิลที่เพิ่งปล่อยออกมาชื่อว่า ซะอย่างงี้(SCNR) เป็นซิงเกิลแรกในชีวิต เพราะเราได้เขียนเพลงเอง เอาประสบการณ์และช่วงวัยสมัยอยู่มหาวิทยาลัยมาทำครับ แต่จุดเปลี่ยนชีวิตจริง ๆ มันเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยประกวดดัชชี่บอยปี 2009ที่ปูเส้นทางให้เราฝึกฝนสายงานวงการบันเทิง จากเด็กหนองคายเดินทางมากรุงเทพตัวคนเดียวจนมีทุกวันนี้ครับ พอได้ร่วมงานเรื่องบักจ่อย ก็งัดภาษาบ้านเกิดมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็นว่าเราพูดอีสานได้ และสนุกแบบเด็กอีสานไปด้วยเลยครับ”

ติดตามความม่วนอีหลีของพวกเขาได้ในรายการ“วันเดย์วิทแมทธิวหนึ่งวันมันดีตีซี้คนดัง (One Day With Matthew)” ในวันศุกร์ที่26พฤษภาคมนี้เวลา22.30น. ทางช่องMONO29

#Mono29 #แมทธิว #Onedaywithmatthew #บักจ่อยสแว็กแก๊ก#LALABOY#เอิร์ธอติคุณ#โมสต์วิศรุต

บำบัดจิตใจผ่านเสียงเพลงกับกิจกรรม’MUSIC THERAPY by PUN THE THERAPIST’จากศิลปินมาแรง ‘PUN’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732620

บำบัดจิตใจผ่านเสียงเพลงกับกิจกรรม'MUSIC THERAPY by PUN THE THERAPIST'จากศิลปินมาแรง 'PUN'

บำบัดจิตใจผ่านเสียงเพลงกับกิจกรรม’MUSIC THERAPY by PUN THE THERAPIST’จากศิลปินมาแรง ‘PUN’

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.42 น.

หลังสัปดาห์ก่อนทางค่ายเพลง“ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (ประเทศไทย)” ประกาศเปิดตัว PUN” ในฐานะศิลปินคนล่าสุด พร้อมเปิดตัวซิงเกิล “THERAPIST (เทอราพิส)”เพลงฮีลใจ ในวันอ่อนไหว พร้อมชวนผู้คนดื่มด่ำและสัมผัสงาน Art Exhibition ถ่ายทอดมุมมองของปันผ่านไอเดีย คุณก็เป็น THERAPIST (เทอราพิส)” ให้ใครได้เสมอ!! เรียกได้ว่ากระแสตอบรับดีทั้งเพลง และงาน Art Exhibition ล่าสุดเจ้าตัวปิ๊งไอเดียเลือกใช้ดนตรีมาบำบัด เยียวยาจิตใจทุกคน เพื่อให้เล่าถึงเพลง “THERAPIST (เทอราพิส)”แบบลงลึก ผ่านกิจกรรม MUSIC THERAPY by PUN THE THERAPIST”

โดยมีคุณพิมพ์พญา อ่วมศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดด้วยเสียงเพลง เข้ามาให้ความรู้ คำแนะนำในการทำกิจกรรมดังกล่าว โดยกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกเปิดด้วยการให้ทุกคนละลายพฤติกรรมผ่านการแนะนำชื่อของตัวเอง และเมนูอาหารที่ตัวเองชื่นชอบ ก่อนจะสลับกันทายว่าใครชื่ออะไร และชอบเมนูอะไร เพื่อเป็นการฝึกสมาธิ และทบทวนความจำ ต่อด้วยกิจกรรมช่วงที่สอง กับการส่งต่อเชคเกอร์ไปหาทุกคนจนกว่าจะครบตามจำนวน กิจกรรมนี้เป็นการฝึกจิตของทุกคนให้อยู่ในปัจจุบันขณะ โฟกัส และไม่วอกแวกต่อสิ่งเร้ารอบข้าง เรียกได้ว่าทำเอาแฟนเพลงผู้โชคดีจำนวน 20 คนตื่นเต้น เพราะศิลปินนักเทอราพิสอย่าง “PUN”โดดมาร่วมฝึกจิตไปด้วยกันแบบเป็นกันเอง

เดินทางมาถึงกิจกรรมช่วงที่สาม กับการ Improvisation สืบเนื่องจากการที่ทุกคนได้มีเชคเกอร์อยู่ในมือ ซี่งผู้เชี่ยวชาญให้ทุกคนเคาะ และเขย่าเชคเกอร์ พร้อมๆ กับการตีกลองของ “PUN”การบำบัดในกิจกรรมที่สามนี้ เป็นการให้ทุกคนได้สร้างเครื่องดนตรี และเสียงเพลงในสไตล์ของตัวเอง แบบด้นสดตามมู้ดแอนด์โทนของอารมณ์ในช่วงนั้น เพื่อเป็นการปลดปล่อยความคิดที่อยู่ภายในจิตใจของเรานั่นเอง แม้จะเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น แต่บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง เมื่อทุกคนมีดนตรีในหัวใจเหมือนกัน

สามารถชมมิวสิควิดีโอเพลง “THERAPIST” ได้ที่นี่: https://youtu.be/f0aYZXsvdBQ
สามารถฟังเพลง “THERAPIST” ได้ที่นี่: https://PUN.lnk.to/TherapistPRติดตาม Universal Music Thailand ใน Platform ต่างๆ ได้ที่
FACEBOOK| INSTAGRAM| TWITTER|  TIKTOKติดตามความเคลื่อนไหวของ PUN”ได้ที่FACEBOOK | INSTAGRAM | TIKTOK | YOUTUBE

‘พื้นที่ออนไลน์’สมรภูมิการเมือง ‘เลือกตั้ง’66’ผ่านพ้นแต่ยังมีเรื่องน่าคิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732691

‘พื้นที่ออนไลน์’สมรภูมิการเมือง ‘เลือกตั้ง’66’ผ่านพ้นแต่ยังมีเรื่องน่าคิด

‘พื้นที่ออนไลน์’สมรภูมิการเมือง ‘เลือกตั้ง’66’ผ่านพ้นแต่ยังมีเรื่องน่าคิด

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.

แม้จะผ่านพ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 แต่ประเด็นหนึ่งที่ยังถูกพูดถึงอย่างมากคือ “สื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย- Social Media) กับการหาเสียง (หรือสร้างกระแส) ทางการเมือง” ถึงขนาดที่มีอดีตนักการเมืองใหญ่บางท่านยังเปรยๆ หลังวันเลือกตั้งเพียง 1-2 วันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองที่ตนให้กำลังใจพ่ายแพ้อีกพรรคหนึ่งเพราะสู้ไม่ได้ในเรื่องกลยุทธ์บนสื่อใหม่ดังกล่าว

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ยังมีการพูดถึง “รายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปในโซเชียลมีเดียไทย (ระหว่างวันที่ 1-17 เมษายน 2566)” ที่จัดทำโดย Digital Election Analytic Lab (DEAL) เผยแพร่ครั้งแรกทางเว็บไซต์ของ We Watch เครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการสังเกตการณ์เลือกตั้ง เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2566 หรือ 2 วันก่อนหน้าวันเลือกตั้งจริง และยังถูกกล่าวถึงต่อเนื่องหลังวันเลือกตั้ง อาทิ ในวงเสวนา “ทำไมต้องมีการตรวจสอบข้อมูล ทั้ง ก่อน-ระหว่าง-หลัง การเลือกตั้งทั่วไป 2566” จัดโดยภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) วันที่ 18 พ.ค. 2566 รวมถึงสำนักข่าวไอทีอย่าง Blognone วันที่ 19 พ.ค. 2566

รายงานดังกล่าวระบุว่า ปรากฏการณ์การใช้โซเชียลมีเดียในสมรภูมิการเลือกตั้งได้รับความสนใจในโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พรรคการเมืองทั้งหน้าใหม่และเก่าสร้างบัญชีทางการของพรรค ขณะเดียวกันผู้สนับสนุนพรรคทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการต่างก็สื่อสารนโยบายพรรค ความชื่นชอบ (และไม่ชื่นชอบ) ในตัวบุคคล รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อมวลชนที่เริ่มหันจากการผลิตข่าวในโลกออฟไลน์มาเป็นโลกออนไลน์มากขึ้น

ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ หลายฝ่ายกังวลว่าสมรภูมิการเลือกตั้งในโซเชียลมีเดียที่ดุเดือดมากขึ้นอาจนำไปสู่การเผยแพร่ข่าวลวงหรือข่าวบิดเบือนการจงใจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง การระดมมวลชนในโลกออนไลน์ที่อาจกลายเป็นการคุกคามในโลกออฟไลน์ต่อพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือกลุ่มภาคประชาสังคมที่จับตามองการเลือกตั้ง กระทั่งความพยายามส่งอิทธิพลต่อความเห็นผู้เลือกตั้ง ที่อาจกระทบต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย

ในไทยเอง อาจกล่าวได้ว่าสมรภูมิเลือกตั้งในโซเชียลมีเดียทวีความเข้มข้นขึ้นตั้งแต่การเลือกตั้งในปี 2562 โดยแปรผันตามความนิยมเสพสื่อออนไลน์ของประชากรไทย เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ในโลกที่กล่าวไปข้างต้น การใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียในการหาเสียงมิใช่เรื่องผิดปกติ ทว่าสิ่งที่อาจกระทบกับความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้งคือการฉวยใช้พื้นที่ดังกล่าวและเทคโนโลยีในการโจมตีคู่แข่งในการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ เช่น เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ลดทอนคุณค่าเชิงอัตลักษณ์ (Discrimination of Identity)

ยั่วยุปลุกปั่นที่มุ่งร้ายให้เกิดความรุนแรงต่อผู้อื่น (Dangerous Speech and Incitement of Violence) รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อหวังผลต่อคะแนนเสียงของผู้สมัครที่ถูกมุ่งเป้า (Doxxing) และการใช้เครือข่ายบัญชีผู้ใช้งานปลอม (Network of Coordinated Accounts) ตลอดจนวิธีการหลากหลายเพื่อลดหรือเพิ่มแนวโน้มที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจะเห็นข้อความของผู้สมัครคนหนึ่งหรือพรรคหนึ่งๆในหน้าฟีดของตน

ปฏิบัติการเช่นนี้มีพัฒนาการที่ซับซ้อนมากขึ้นในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการจัดการ ระดมสรรพกำลังพลและการออกแบบข้อความที่เป็นระบบ โดยมีทั้งตัวละครที่เป็นทางการและไม่ทางการ (คือมีลักษณะจิตอาสา) ซึ่ง Digital Election Analytic Lab (DEAL) มุ่งติดตามพฤติกรรมข้างต้นในโซเชียลมีเดียที่อาจส่งผลต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง และพลวัตความขัดแย้งทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง

โดยในรายงานฉบับแรกนี้เป็นบทวิเคราะห์เครือข่ายสังคม (Social Network Analysis) ของบัญชีทางการของพรรคการเมือง บัญชีทางการของผู้สมัครรับเลือกตั้ง และครอบคลุมถึงบัญชีเครือข่ายในแพลตฟอร์มอันเป็นพื้นที่สนทนาทางการเมืองที่สำคัญของไทยในขณะนี้อย่างทวิตเตอร์ (Twitter) ซึ่งบัญชีเหล่านี้ใช้โซเชียลมีเดียในสมรภูมิการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ และสะท้อนพฤติกรรมที่น่าสนใจเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ข้ามพรรคและผู้สนับสนุนพรรคนั้นๆ รวมถึงสื่อมวลชน

ทีมงานตั้งข้อสังเกตด้านล่างเกี่ยวกับพฤติกรรมอันน่าสงสัยของบางบัญชี อันจะเป็นฐานให้ทีมได้วิเคราะห์แนวโน้มของบัญชีเหล่านี้ในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้งต่อไป สำหรับข้อสังเกตเบื้องต้นต่อพฤติกรรมของเครือข่ายบัญชี จากรูปข้างต้น (รูปที่ 1) ตีความได้ว่ากลุ่มบัญชีที่เกี่ยวข้องกับพรรค A และพรรค C โต้ตอบกันไปมาข้ามชุมชนอย่างคึกคัก เมื่อเทียบกับกลุ่มบัญชีที่เกี่ยวข้องกับพรรค B ซึ่งดูเหมือนคุยกันภายในกลุ่ม และมีลักษณะแยกตัวออกจากเครือข่ายบัญชีของพรรค A และพรรค C

ซึ่งเมื่อเทียบกับพรรค B แล้วดูเหมือนพรรค A และพรรค C ใช้ทวิตเตอร์ในการสื่อสารอย่างมาก โดยบัญชีทวิตเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก เป็นบัญชีทางการของพรรคและบัญชีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรค A รองลงพรรคคือบัญชีทางการของพรรค C ซึ่งข้อมูลนี้ตีความได้หลายทิศทาง เช่น หากผู้ใช้ทวิตเตอร์ส่วนใหญ่ในไทยคือประชากรอายุราว 20-35 ปี อาจแสดงว่าฐานเสียงของพรรค A คือประชากรกลุ่มนี้ ซึ่งใช้ทวิตเตอร์เพื่อสื่อสารกับพรรค

ทีมตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นว่าบัญชีในเครือข่ายของพรรค A อย่างน้อยสามบัญชีใหญ่ (ให้สังเกตดีๆ ที่จุดสีเทาในวงกลมสีฟ้าข้างต้น) มีพฤติกรรมที่ผิดปกติจากการใช้งานทวิตเตอร์ของผู้ใช้ที่เป็นบุคคลทั่วไป คือมีลักษณะเป็นบัญชีที่ไม่พักผ่อน ตื่นตัวตลอดเวลาทั้งการโพสต์ รีโพสต์และการตอบกลับ บางบัญชีโพสต์แบบไม่มีช่วงพักตลอด 24 ชั่วโมง มากกว่า 300 โพสต์ เฉลี่ย 5 โพสต์ใน 1 นาที

ทีมจึงตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นบัญชีของคนทั่วไป จะมีช่วงที่นอนหรือพักบ้างต่อให้เสพติดโซเชียลมีเดียแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ บัญชีต้องสงสัยของพรรค A มักแห่แหนกันตอบข้อความที่มาจากบัญชีทางการของพรรค A โดยมากข้อความเหล่านี้ให้กำลังใจและสนับสนุนพรรค เช่น ใช้การแสดงสัญลักษณ์ การสนับสนุนด้วยอิโมจิอย่างเดียวเท่านั้นและโพสต์ค่อนข้างถี่ทั้งนี้อาจตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นไปเพื่อต้องการเพิ่มยอดการมองเห็น (visibility) หรือไม่

ในทางกลับกัน พรรค B มีเครือข่ายชุมชนในทวิตเตอร์ที่เล็กและหนาแน่นน้อยกว่าอีก 2 พรรค และแต่ละบัญชีค่อนข้างกระจายตัว อาจแปลได้ว่าผู้ใช้ทวิตเตอร์ส่วนใหญ่ในไทยมิใช่กลุ่มลูกค้าหลักของพรรค B หรือหากมีกลุ่มลูกค้าหลักอยู่บ้าง ดูเหมือนพฤติกรรมของผู้ใช้บัญชีในเครือข่ายพรรค B ในช่วงแรกของการหาเสียงมีความเฉื่อยในการสื่อสาร ซึ่งต่างจากธรรมชาติของทวิตเตอร์อันเป็นพื้นที่หลักของคนรุ่นใหม่ซึ่งมักโต้ตอบไปมา จนสร้างบรรยากาศการสนทนาทางการเมืองที่ร้อนแรงในบางครั้ง

แม้จะเล็กและเฉื่อย แต่การที่พรรค B ยังคงปรากฏตัวบนเครือข่ายบัญชีในทวิตเตอร์อยู่ พาให้ตั้งข้อสงสัยต่อเหตุจูงใจประการอื่น เช่น อาจจะบัญชีเหล่านี้มุ่งบ่มเพาะชุดความคิดผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่อาจมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับพรรคแม้จะเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กก็ตาม หรือพยายามจุดกระแสในบางประเด็นเพื่อให้ผู้สนับสนุนพรรคกลุ่มเล็กๆในทวิตเตอร์ ขยายประเด็นนี้ต่อในพื้นที่โซเชียลมีเดียอื่น เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook)ไลน์ (Line) หรือ ติ๊กต็อก (TikTok) ซึ่งผู้สนับสนุนพรรค B ส่วนใหญ่อาจนิยมใช้มากกว่า

นอกจากนี้บัญชีต้องสงสัยในเครือข่ายของพรรค B มีอย่างน้อยสี่บัญชีใหญ่ (ให้สังเกตดีๆ ที่จุดสีม่วงเข้มในวงกลมสีม่วงข้างต้น) และแสดงพฤติกรรมบางประการที่ผิดปกติจากบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่เป็นบุคคล เช่น บางบัญชีไม่โพสต์อะไรเลยตลอดทั้งวัน ในทางตรงข้ามบางครั้งก็โพสต์ถี่ๆ แบบไม่มีช่วงพัก ตลอด 24 ชั่วโมง บางบัญชีก็โพสต์มากกว่า 300 โพสต์ โดยบัญชีที่ขยันที่สุดมีจังหวะพักเพียง 23 วินาที โดยเนื้อหาของโพสต์จำนวนมากมักโจมตีพรรค A และ C และถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายผู้สนับสนุน พรรค B อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันบางบัญชีที่ต้องสงสัยก็มุ่งโพสต์แต่ข้อความอวยพรรค B

เห็นได้ชัดว่า พรรค A มีผู้สนับสนุนจำนวนมาก โดยเอกลักษณ์ประการหนึ่งของบัญชีเหล่านี้คือ การเน้นรีทวิต (Retweet) ไลค์ (Like) ตอบกลับ ในทางหนึ่งเราหลายคนก็มีพฤติกรรมเช่นนี้เวลาใช้โซเชียลมีเดีย แต่บัญชีของบุคคลทั่วไปมักจะมีรูปแบบของพฤติกรรมที่หลากหลาย เช่น มีการโพสต์เนื้อหา รีทวิต และตอบกลับข้อความคนอื่น แต่บัญชีผู้สนับสนุนของพรรค A หลายบัญชีมีพฤติกรรมเชิงเดี่ยวมากกว่ามีพลวัต แง่นี้จึงต่างจากพฤติกรรมของผู้สนับสนุนพรรค B และ พรรค C

ทำความเข้าใจเครือข่ายบัญชี “ขนาดก้อนกลม” ก้อนกลมแต่ละก้อนหมายถึงบัญชีผู้ใช้งานทวิตเตอร์ ได้แก่ พรรคการเมือง ผู้ลงรับสมัครเลือกตั้ง และบัญชีบุคคลที่มีการโต้ตอบกับบัญชีเหล่านั้นในช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล โดยขนาดของแต่ละวงกลมสะท้อนระดับความมีอิทธิพลของบัญชีนั้นๆ ภายในเครือข่ายที่ตนมีปฏิสัมพันธ์ด้วย เช่น ก้อนกลมขนาดใหญ่หมายถึงบัญชีที่มีศักยภาพส่งต่อข้อมูลภายในเครือข่ายตนได้มากกว่าบัญชีที่เป็นก้อนกลมขนาดเล็ก

“สี” ก้อนกลมสีต่างๆ แทนบัญชีที่ดูเหมือนว่าอยู่ในชุมชนเดียวกันเพราะโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์ในประเด็นที่ใกล้เคียงกัน ทว่าแม้บัญชีหนึ่งๆ ดูเหมือนเป็นสมาชิกของชุมชนหนึ่ง (มีสีเดียวกันกับบัญชีอื่นที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วย) แต่ก็สื่อสารข้ามสีหรือข้ามชุมชนได้ เช่นที่เห็นในภาพข้างต้น บัญชีสีฟ้าและสีชมพูบางส่วนดูจะโต้ตอบกัน เมื่อลากเส้นวงกลมรอบชุมนุม จึงเห็นว่ามีส่วนที่ชุมชนบัญชีสีฟ้าและสีชมพูทับซ้อนกัน (คือคุยกันนั่นเอง)

“เส้นเชื่อมระหว่างก้อนกลม” เส้นสีเทาที่เชื่อมแต่ละก้อนกลมชี้ว่าแต่ละบัญชีสัมพันธ์กันอย่างไร และช่วยให้เราเข้าใจค่าความเป็นศูนย์กลางของเครือข่าย (Network Centrality Measures) นั่นคือหากบัญชีใดมีเส้นสีเทาวิ่งผ่านมาก บัญชีนั้นมีความสำคัญเพราะสามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกับบัญชีอื่นได้มาก ในทางกลับกัน หากบัญชีมีเส้นสีเทาวิ่งผ่านน้อย อยู่ห่างจากบัญชีศูนย์กลางของเครือข่ายมากหรืออยู่รอบนอกของชุมชนจะมีความเป็นศูนย์กลางน้อยกว่า

(หมายเหตุ : รายงานฉบับนี้ทีมงานผู้ศึกษายังไม่เปิดเผยชื่อของพรรคการเมือง โดยจะแทน 3 พรรคการเมืองที่ทำการศึกษาด้วยตัวอักษร A, B และ C เท่านั้น)