Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732033

Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิเวก เมอร์ธี นายแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ กล่าวในการแถลงเกี่ยวกับโรคระบาดใหญ่ครั้งล่าสุดว่า ความอ้างว้างโดดเดี่ยวที่แพร่หลายในสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายอย่าง หลังจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกันซึ่งมีส่วนร่วมกับสถานประกอบพิธีการทางศาสนา องค์กรชุมชนต่างๆ และแม้แต่กับสมาชิกในครอบครัวของตนกันน้อยลง

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ได้รายงานว่ามีความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนครอบครัวแบบเดี่ยวเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา แต่วิกฤตนี้ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงเรียนและที่ทำงานต้องปิดลง และชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องแยกตัวจากญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงของตน ชาวอเมริกันใช้เวลากับเพื่อนๆ ประมาณวันละ 20 นาทีในปี 2020 ลดลงจากวันละ 60 นาทีเมื่อเกือบสองทศวรรษก่อนหน้า นอกจากนี้ ความเหงากำลังระบาดหนักโดยเฉพาะในหมู่เยาวชนอายุ 15-24 ปี ซึ่งมีรายงานว่ากลุ่มคนอายุนี้ใช้เวลากับเพื่อนลดลง 70% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ความอ้างว้างโดดเดี่ยวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเกือบ 30% โดยรายงานเปิดเผยว่ากลุ่มคนที่เข้าสังคมไม่ได้มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ พอๆ กับการสูบบุหรี่ถึงวันละ 12 มวน นอกจากนี้ ความโดดเดี่ยวยังทำให้มีโอกาสประสบภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และภาวะสมองเสื่อมอีกด้วย เป็นเหตุให้อุตสาหกรรมด้านสุขภาพเสียหายปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

‘SYS’ รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ ตอกย้ำภารกิจส่งเสริมด้านการศึกษาของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732039

‘SYS’ รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์  ตอกย้ำภารกิจส่งเสริมด้านการศึกษาของไทย

‘SYS’ รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ ตอกย้ำภารกิจส่งเสริมด้านการศึกษาของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

SYS รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ

บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ มานานกว่า 25 ปี ดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล และมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาทั้งในและนอกพื้นที่โรงงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมนั้น เป็นหนึ่งในสามนโยบายการดำเนินงานตามแนวคิด 3E Concept ของ SYS ที่สนับสนุนทั้งด้านการศึกษา การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และด้านชุมชนนิเวศ อันเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ SYS ให้ความสำคัญมาโดยตลอด

ที่ผ่านมา SYS มุ่งขยายโอกาสทางการศึกษาในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การให้ทุนการศึกษา มีทั้งแบบต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จนจบปริญญาตรี ภายใต้โครงการ SYS Education Fund โดยเป็นการมอบทุนให้นักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจนในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการให้ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถม ในพื้นที่จังหวัดระยอง การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนพยาบาล รวมถึงการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อปูรากฐานสู่อนาคตในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ การจัดทำ “ห้องเรียนอัจฉริยะ SYS SMART ROOM” ให้แก่โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยองเพื่อให้การเรียนการสอนสามารถดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่พัฒนามาโดยเฉพาะ ช่วยยกระดับการเรียนรู้และสร้างโอกาสการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวไกลทันโลกในยุคโลกไร้พรมแดน, การสนับสนุนเงินช่วยเหลือปรับปรุงซ่อมแซมโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

จากความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาดังกล่าวส่งผลให้ SYS เป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำที่ได้รับ “รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ” ประจำปี 2566 โดยมี ฉัตรภพ พรธรรม ผู้จัดการฝ่ายบริหารความยั่งยืน บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (SYS) เป็นตัวแทนบริษัทเข้ารับมอบเข็ม “เสมาคุณูปการ” และประกาศเกียรติคุณบัตร จาก ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา

มอบทุนนักศึกษาแก่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ

มอบทุนนักศึกษาแก่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ

มอบทุนการศึกษาในโครงการทุนการศึกษาระดับประถมศึกษา

มอบทุนการศึกษาในโครงการทุนการศึกษาระดับประถมศึกษา

มอบห้องเรียนอัจฉริยะ

มอบห้องเรียนอัจฉริยะ

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘หอศิลป์แห่งชาติ วธ.’ภูมิเรียนรู้ศลปวัฒนธรรมแห่งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732009

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หอศิลป์แห่งชาติ วธ.’ภูมิเรียนรู้ศลปวัฒนธรรมแห่งใหม่

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หอศิลป์แห่งชาติ วธ.’ภูมิเรียนรู้ศลปวัฒนธรรมแห่งใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

ด้วยบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมด้านสร้างแหล่งเรียนรู้เพื่อแลกเปลี่ยนงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยทั้งในและต่างประเทศนั้น นอกจากได้สร้างศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยแล้วยังได้สร้างหอศิลปะแห่งชาติแห่งใหม่ขึ้น เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยจัดให้เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมงานศิลปะร่วมสมัยระดับชาติและนานาชาติ โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้มีแผนพัฒนาปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ ในการเปิดพื้นที่จัดนิทรรศการผลงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายรูปแบบของศิลปินไทยและนานาชาติ พร้อมกับเร่งพัฒนาภัณฑรักษ์ให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชน แม้จะมีวิกฤตทางโควิดก็ไม่หยุดการดำเนินการและจัดกิจกรรมตามโอกาส 

นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้รายละเอียดในการพัฒนาว่าได้เดิมมีโครงการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติว่าได้เริ่มกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๕๐ถึงปัจจุบัน จนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การสร้างสรรค์และการแลกเปลี่ยนศิลปะวัฒนธรรม ตลอดจนเปิดพื้นที่สำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยระดับชาติและนานาชาติ เป็นแหล่งนัดพบระหว่างศิลปินแขนงต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศได้เข้ามาใช้พื้นที่จัดแสดงผลงานและเป็นพื้นที่สำหรับสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยหลากหลายรูปแบบ มีการฝึกสอนเยาวชนให้มีความสามารถในด้านต่างๆจนไปสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศ ในระยะแรกได้มีการ การก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงวัฒนธรรม และอาคารหอศิลป์แห่งชาติขึ้นใหม่ ต่อมาได้สร้างโรงละคร Super Theatre โรงละครแบบ Black Box Theatre ห้องประชุมย่อย และห้อง Workshop ด้านวัฒนธรรม ห้องฉายภาพยนตร์ ห้องประชุมสัมมนา และศูนย์ข้อมูลวัฒนธรรมและลานวัฒนธรรมกลางแจ้งเชื่อมกับลานภายในหอศิลป์แห่งชาติ         

จัดประชุมสัมนานา

สำหรับหอศิลป์แห่งชาตินั้นสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๖๓ ตัวอาคาร ๓ ชั้น โดยตั้งต่อเชื่อมกับบริเวณของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ ๑๙,๐๐๐ ตารางเมตรอาคารเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นตามแบบเอกลักษณ์ไทย ภายในอาคารได้ใช้พื้นที่ในส่วนการบริหารจัดการ และการจัดแสดงซึ่งมีครุภัณฑ์ประจำอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน โดยมีการศึกษารูปแบบและแนวทางการบริหารงานหอศิลป์แห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจนสามารถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้เมื่อพฤษภาคมพ.ศ.๒๕๖๔ พร้อมกันได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ทั้งภายในและภายนอกอาคารให้เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์จน พ.ศ.๒๕๖๕ จึงจัดใช้พื้นที่จัดกิจกรรมด้านศิลปะหลากหลายรูปแบบ อาทิ กิจกรรม “ดื่มกาแฟแลงานศิลป์” เพื่อสร้างการรับรู้ในเรื่องพื้นที่กิจกรรมและการเข้าถึงของประชาชนในพื้นที่หอศิลป์แห่งชาติ โดยเชิญศิลปินร่วมสมัย คือ นายวศินบุรีสุพานิชวรภาชน์ ผู้สร้างสรรค์ประติมากรรม “ไอ้จุด” และ น.ส.ลูกปลิว จันทร์พุดซา ศิลปินผู้สร้างสรรค์ประติมากรรม “เรือรักของแม่” มาแสดงณ ลานกลางแจ้ง กิจกรรมจัด “นิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ของผลงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย”ผลงานสะสมปี พ.ศ.๒๕๖๕ (2022 AcquisitionsOffice of Contemporary Art and Culture)ณ ห้องนิทรรศการ ๔ ชั้น ๑ จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า ๗๙ ชิ้นจาก ๒๐ ชุดผลงาน ที่ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปินร่วมสมัยและเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ ๑๖ คน และจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับหอศิลป์แห่งชาติ ณ ลานวัฒนธรรมสร้างสุข กิจกรรมตลาดนัดวันพุธ เทศกาลดนตรี Ministry of CultureMusic Festival : Summer Hit Songs และกิจกรรมเรียนรู้ดูหอศิลป์ของกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยซึ่งกระทรววัฒนธรรมและ ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้มีนโยบายในการทำให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่ทันสมัยในอนาคต

เด็กเยาวชนเรียนรู้ดูหอศิลป์

ตลาดนัดวัฒนธรรมทุกวันพุธ

ปฎิมากรรมเรือรักของแม่

ประติมากรรมเรือรักของแม่

เปิดลานวัฒนธรรมสร้างสุข

ผลงานชิ้นเอกของศิลปิน

พื้นที่แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม

ภาพไตรภูมิในอาคาร.วธ.

แสดงผลงานศิลปของศิลปืนฯ

แสดงผลงานศิลปะไทยและนานาชาติ

ตะลอนเที่ยว : จิตรกรรมฝาผนัง วัดพระแก้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732006

ตะลอนเที่ยว : จิตรกรรมฝาผนัง วัดพระแก้ว

ตะลอนเที่ยว : จิตรกรรมฝาผนัง วัดพระแก้ว

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขอสารภาพตามตรงว่า ทุกครั้งเมื่อมีเวลาว่าง Mr.Flower จะไปวัดพระแก้ว(วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) เพราะไปทุกครั้งก็ได้พบกับความชื่นบานสราญใจทุกครั้ง เนื่องจากอิ่มอกอิ่มใจมากมายจนเกินบรรยายกับความวิจิตรบรรจงของโบราณสถานและพุทธสถานแห่งนี้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางใด ก็จะพบกับความงดงาม ความอลังการ แล้วทำให้เกิดความภาคภูมิใจกับการที่ได้เกิดเป็นคนไทย ภาคภูมิใจกับการมีบรรพบุรุษที่สร้างสรรค์ของดีของงามให้กับบ้านเมืองของเรา

ทุกครั้งเมื่อไปวัดพระแก้ว สิ่งที่ต้องกระทำอันดับแรกคือ เข้าไปกราบนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) แล้วสิ่งที่ต้องทำตามมาทุกครั้งคือ ไปชมจิตรกรรมฝาผนังที่พระระเบียงคด ทุกครั้งที่ได้ชมก็ตื่นเต้นกับเรื่องราวของมหากาพย์ รามเกียรติ์ ตื่นเต้นไปกับตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะหนุมาน ทหารเอกของพระราม แล้วก็มีความสุขเมื่อได้เห็นภาพแห่งจินตนาการของจิตรกรผู้รังสรรค์ภาพอันแสนงดงาม บ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน และแสนสมบูรณ์

คุณทราบแล้วใช่ไหมว่า ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระระเบียงคดนั้น เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ยาวที่สุดในโลกของเรา ปฐมบทของภาพจิตรกรรมนี้เกิดขึ้นในครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เนื้อหาและภาพจิตรกรรมฝาผนังนำมาจากบทพระราชนิพนธ์ รามเกียรติ์ ในรัชกาลที่ 1 เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางภาพที่เป็นบทพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 2 บ้าง

ภาพจิตรกรรมฝาผนังมีทั้งหมด 178 ห้องภาพ โดยห้องภาพแรกอยู่ที่ด้านหน้าพระวิหารยอด แล้วห้องภาพต่อไปจะอยู่ด้านขวา เวียนไปตามทักษิณาวรรต

ห้องภาพแรกคือพระชนกฤๅษีทำพิธีบวงสรวงไถ แล้วได้นางสีดา ส่วนห้องภาพสุดท้ายคือเรื่องพระพรต พระสัตรุด พระมงกุฎ และพระลบ กลับมาเข้าเฝ้าพระรามที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อเล่าเรื่องการทำศึก และเรื่องที่ท้าวไกยเกษผู้สูงวัยปรารภขอฝากผีฝากไข้ให้พระรามทราบ พระรามจึงสั่งให้พระพรต พระสัตรุดกลับไปครองกรุงไกยเกษ แล้วปูนบำเหน็จให้โดยทั่วหน้าส่วนพระรามก็ปกครองกรุงศรีอยุธยาให้ไพร่ฟ้าอยู่เย็นเป็นสุขสืบมา

อยากชวนคุณๆ ไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังด้วยกัน และหากเป็นไปได้แล้ว อยากให้คุณๆ ชวนลูกหลานที่ยังเป็นเด็กไปชมด้วย เพราะนอกจากจะปลูกฝังให้ลูกหลานของคุณได้ซึมซับกับความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังแล้ว ยังทำให้ได้เรียนรู้เรื่องรามเกียรติ์ และได้ภาคภูมิใจกับการเกิดเป็นคนไทย

เริ่มพาลูกหลานของคุณไปชมจิตรกรรมฝาผนังวัดพระแก้ว แล้วเล่าเรื่องราวต่างๆ ของรามเกียรติ์ให้เขาฟัง พร้อมกับปลูกฝังให้เขารักการอ่านรามเกียรติ์ไปทีละน้อย รับรองว่าลูกหลานของคุณจะรักและหวงแหนสมบัติของชาติไทย และเขาจะภาคภูมิใจที่เขาเกิดเป็นคนไทย และรักประเทศไทย

โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เผยผลสำเร็จ การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์หนังปักกิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732042

โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เผยผลสำเร็จ  การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์หนังปักกิ่ง

โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เผยผลสำเร็จ การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์หนังปักกิ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมการท่องเที่ยวเปิดเผยผลสำเร็จจากการเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงปักกิ่ง ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 21-27 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา สามารถประชาสัมพันธ์เชิญชวนคณะผู้สร้างภาพยนตร์จีนให้เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยได้หลายราย คาดผลสำเร็จครั้งนี้จะทำให้ผู้สร้างจีนเลือกโลเกชั่นไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ มีเม็ดเงินลงทุนในไทยกว่า 750 ล้านบาท

จาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยถึงการเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงปักกิ่ง ครั้งที่ 13ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็วๆ นี้ว่า “กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (Thailand FilmOffice) ได้เข้าร่วมออกคูหานิทรรศการในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงปักกิ่ง เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของจีน ภายในงานนอกจากมีการประกาศรางวัลภาพยนตร์สาขาต่างๆ แล้ว ยังมีการเจรจาธุรกิจซื้อขายภาพยนตร์ จัดแสดงอุปกรณ์การถ่ายทำ และการประชาสัมพันธ์สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์โดยมีประเทศต่างๆ ร่วมออกคูหา อาทิ สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศมาเลเซีย ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน เป็นต้น การเดินทางมาปักกิ่งครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการประชาสัมพันธ์สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น”

กรมการท่องเที่ยวได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงปักกิ่งในครั้งนี้ สามารถเชิญชวนและสร้างความสนใจให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์จากจีนพิจารณาเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยได้กว่า 7 ราย ประเมินเม็ดเงินลงทุนในไทยกว่า 750 ล้านบาท ซึ่งกรมการท่องเที่ยวเตรียมสานต่อความสำเร็จนี้อย่างต่อเนื่อง ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะเจรจาดึงผู้สร้างภาพยนตร์ทั่วโลกมาถ่ายทำในไทยได้อย่างดียิ่ง

เทคนิคการใช้เสียงและการสอนเสียงแบบอคูสติกครั้งแรกในประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732065

เทคนิคการใช้เสียงและการสอนเสียงแบบอคูสติกครั้งแรกในประเทศไทย

เทคนิคการใช้เสียงและการสอนเสียงแบบอคูสติกครั้งแรกในประเทศไทย

วันเสาร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.08 น.

เสียงที่เราได้ยินจากการพูดหรือร้องเพลง เกิดขึ้นในลำคอ ซึ่งมีส่วนที่เรียกว่า “หลอดเสียง” ที่สั่นและสร้างคลื่นเสียงขึ้นมา และคลื่นเสียงเหล่านี้จะเดินทางผ่านปากของเราแล้วออกมาในอากาศเป็นเสียงที่เราได้ยิน

การศึกษา และ เห็นสีของเสียงของเราด้วยตาของเราเองจะช่วยให้เราเข้าใจวิธีการทำงานของคลื่นเสียงเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเดา จินตานาการ หรือลองผิดลองถูก นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสามารถใช้เสียงของเราให้เป็นเอกลักษณ์และมีเสน่ห์เวลาที่เราพูดหรือร้องเพลง และยังใชัเสียงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมั่นใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

งานสัมมนาระดับนานาชาติ: เทคนิคการใช้เสียงและการสอนเสียงแบบอคูสติกครั้งแรกในประเทศไทย

((แปลสดโดยครูเจ))

การร่วม Public Workshop จะได้รับ ใบ Certificate

Introduction to Voice Acoustics

หลายๆ คนอาจจะเคยสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นได้อย่างไรกับเสียงเรา?

1. ความ เข้ม และ สว่าง ของเสียง

2. ความ ดัง และ เบา ของเสียง

3. เอกลักษณ์ หรือ เสน่ห์ ของเสียง

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ จินตนาการครับ แต่จับต้องได้ และเราเรียกมันว่า อะคูสติกส์ ของเสียงนั่นเอง (Voice Acoustics) มันเหมือนเทคนิคเวทมนตร์ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายเรา แต่ จริงๆแล้วไม่ใช่เลยนะครับ มันคือ วิทยาศาสตร์ ที่เราสามารถ มาทำความเข้าใจกับมันได้อย่างง่ายๆ เลยครับ

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดกำเนิดของเสียง วิธีการทำงานของคลื่นเสียง และการได้ เห็นสีของเสียงด้วยตาของเราเอง จะช่วยให้เราไม่เพียง สร้างเสน่ห์ หรือ Style ของเสียงได้อย่างรวดเร็วโดยมิต้องนั่งเดา จินตานาการ หรือ ลองผิดลองถูก อีกต่อไป อีกกระทั่ง ยังเพิ่มระยะเวลาการใช้งานเสียงเราได้อีกด้วย (Longevity)

ประโยชน์ของ อะคูสติกส์เสียง (Voice Acoustics)

1. ปรับปรุงคุณภาพเสียง ในการบันทึกเสียง หรือการ ใช้เสียงสด (Quality)

2. เข้าใจวิธีการเลือกใช้อุปกรณ์ เช่นไมค์ ให้เหมาะสมกับเสียงของเรา (Technology)

3. ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เสียง ด้วยการเลือกใช้โทนเสียงที่เหมาะสมกับการพูด แสดง หรือ ร้องเพลง (Application)

4. ทำความเข้าใจกับโทนเสียง เข้ม และ สว่าง เพื่อสร้างอารมณ์ในการแสดง โดยการใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ (Style)

Register>>  https://forms.gle/5f7MurDsqgY845dt5

**Private Lesson 1 ชั่วโมง มีจำนวนจำกัด**

Line OA @Jstudio

Facebook J-Studio

โทรสอบถาม K เหมียว 098-646-6509

Thank you our Sponsor

Vintage Studio

Fuzion Far East

KruRodj

DDance Thailand

#thefutureofvoicetraining #MTJay #Scienceinformedvoicespecialist #science #informed #voice #specialist #Krujay #voicespecialist

‘มาสุ’ช็อตฟีลแรงมากพ่อ 2 เรื่อง ลุคต่างสุดโต่ง!! เจอ 5 วันติด! แฟนบอกรัก ‘ทองแท้’ แต่อยากหยุมหัว ‘ทัชชา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732019

‘มาสุ’ช็อตฟีลแรงมากพ่อ 2 เรื่อง ลุคต่างสุดโต่ง!! เจอ 5 วันติด! แฟนบอกรัก ‘ทองแท้’ แต่อยากหยุมหัว ‘ทัชชา’

‘มาสุ’ช็อตฟีลแรงมากพ่อ 2 เรื่อง ลุคต่างสุดโต่ง!! เจอ 5 วันติด! แฟนบอกรัก ‘ทองแท้’ แต่อยากหยุมหัว ‘ทัชชา’

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฮอตยิ่งกว่าอากาศประเทศไทยตอนนี้ก็ต้องยกให้หนุ่ม “มาสุ จรรยางค์ดีกุล” ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ผลงานของเขาล่าสุดกับเรื่อง “หมอหลวง” และ “ชายแพศยา” ที่กำลังออนแอร์ทางช่อง 3 ติดต่อกัน 5 วันรวดทำเอาแฟนคลับยิ้มฉ่ำหายคิดถึงกันเลยแต่ก็มีเรื่องช็อตฟีลคนดูมากพ่อ! เพราะคาแร็กเตอร์ที่ต่างกันสุดโต่งของ “มาสุ” กับบทหมอยุค ร.3 ชื่อว่า “ทองแท้” คาแร็กเตอร์อบอุ่นละมุนใจไมโครเวฟยังเรียกพี่จ๋าตัดภาพมาที่ “ชายแพศยา” ทำคนดูอยากหยุมหัวกับ “ทัชชา” ลุคแบดบอยเจ้าเล่ห์และจอมวางแผนตัวพ่อ เรียกได้ว่ายกให้เป็นปีที่ “มาสุ” ได้ปล่อยของด้านการแสดงของจริงครับจารย์

แต่กว่าจะออกมาเป็นผลงานที่ทำให้ทุกคนอินตาม “มาสุ” ต้องผ่านอะไรมาบ้าง เริ่มจากละคร “หมอหลวง” เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นการรับละครพีเรียดครั้งแรก เขาเล่าว่า

“ไม่เคยเล่นละครพีเรียดมาก่อนเลยไม่เคยพูดภาษาไทยแบบโบราณเลยต้องมีการไปเวิร์กช็อปการพูดแบบไทยโบราณนิดนึง เรียนการแพทย์แผนไทยการใช้สมุนไพร การรักษาแบบเบสิก เพราะเราต้องรับบทเป็นหมอหลวงและพี่ชุเขาจะใส่ใจมากๆ แม้กระทั่งแววตา เพราะคนที่เล่นเป็นหมอไม่ได้แค่รับบทหมอเข้ามาจับยาจับตัวผู้ไข้หรือคนไข้ก็คือแววตาต้องเป็นแววตาของหมอไม่ใช่แววตาของใครที่มาเล่นเป็นหมอผมได้รู้อะไรหลายอย่างจากละครเรื่องนี้เยอะมากซึ่งเป็นคาแร็กเตอร์ที่ไม่ซ้ำกับเรื่องไหนที่ผมเคยเล่นมาก่อนและพอเห็นฟีดแบ๊กละครหมอหลวง ออกมาดีก็รู้สึกชื่นใจมาก ปรบมือให้ทีมงานด้วยครับเพราะว่าเราก็เป็นแค่เบื้องหน้า แต่ทุกอย่างมันต้องมีเบื้องหลังต้องใช้ความละเอียดใช้การหาข้อมูลเพราะฉะนั้นขอยกความดีความชอบทั้งหมดไปให้ทีมงานเลยละกันครับ”

ไม่เพียงแค่ “หมอทองแท้” เท่านั้นที่ได้การตอบรับสุดปังจากแฟนๆ แต่ในบทของ “ทัชชา”ที่มีออร่าความร้ายกาจเจ้าเล่ห์สูง ก็ทำให้ทุกคนอินจัดจนอยากเห็นจุดจบของละคร “ชายแพศยา” เต็มทีหนุ่ม “มาสุ” ก็ได้ออกมาเผยว่า

“เรื่องนี้ผมว่าความแพศยาหลายคนอาจจะเอาไปเปรียบเทียบกับบทของโจ้ ในละคร ลับลวงใจเมื่อ 3 ปีก่อน แต่เรื่องนี้คือยิ่งกว่า สุดกว่า เดือดกว่าแล้วก็ทำงานยาก เวลาเล่นบทแบบนี้ในความรู้สึกส่วนตัวของผมการทำการบ้านมันจะคูณสอง มันเหมือนเล่น 2 เรื่องเลยเพราะเราต้องใช้พลัง เหนื่อยด้วยครับเวลารับบทแบบนี้เราต้องใช้พลังงานสูงมากเลย”

จะเป็นบทบาทไหน “มาสุ” ก็เอาอยู่แต่งานนี้เจ้าตัวแอบเปรยให้ว่า “ผมยังไม่เคยเล่นละคร หรือภาพยนตร์ที่เป็นคอเมดี้แบบจัดเต็มเลยถ้ามีโอกาสก็คงอยากจะลองเล่นอะไรแบบนี้ดูครับ” ได้ยินแบบนี้วอนผู้จัดใจดีทุกท่านฝากเอ็นดูพ่อหนุ่มคนนี้ด้วยนะจ๊ะก่อนจะปิดท้ายหนุ่ม“มาสุ” เลยขออ้อนแฟนๆละครอีกนิดว่า “ผมขอฝากละคร หมอหลวง และ ชายแพศยา ตามชมกัน 5 วันรวดทั้งศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ต่อด้วยจันทร์ อังคารเลยนะครับ 2 เรื่อง 2 แบบมีคาแร็กเตอร์ต่างกันสุดขั้ว เรียกว่าช็อตฟีลคนดูแน่นอน ก็อยากให้ติดตามกันไปยาวๆ ปรับอารมณ์ให้ทันกันด้วยนะครับ (ยิ้ม)”

ทั้งหล่อเก่งแถมการแสดงยังเลิศ งานนี้สาวๆ ห้ามพลาดเตรียมเฝ้าหน้าจอรอชมฝีมือทั้ง 2 เรื่องของหนุ่ม “มาสุ” ได้ในละคร “หมอหลวง”ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. และ “ชายแพศยา” ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น.ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

‘G’NEST x YG’ เซอร์ไพรส์แฟนๆ ดึง ‘อีซึงฮุน-PERSES-TIGGER’ ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732048

‘G’NEST x YG’ เซอร์ไพรส์แฟนๆ  ดึง ‘อีซึงฮุน-PERSES-TIGGER’ ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

‘G’NEST x YG’ เซอร์ไพรส์แฟนๆ ดึง ‘อีซึงฮุน-PERSES-TIGGER’ ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขยันสร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ สำหรับค่าย G’NEST (จีเนส) ในเครือ GMM Grammy (จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่) ที่ก่อนหน้านี้ปล่อยคลิปแดนซ์ชาเลนจ์ ระหว่างศิลปินในสังกัด อย่าง 5 หนุ่ม PERSES (เพอร์เซส) และ TIGGER(ทิกเกอร์) ร่วมเฟรมเดียวกันกับ อีซึงฮุน แห่งวง WINNER (วินเนอร์)ศิลปินฝั่ง YG Entertainment (วายจี เอนเตอร์เทนเมนต์)จากประเทศเกาหลีใต้ เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาแฟนคลับต่างพากันตั้งตารอว่าจะมีอะไรพิเศษมาให้ติดตาม และในที่สุดก็ถึงเวลาที่จีเนสสร้างเซอร์ไพรส์แฟนๆ อีกครั้ง ด้วยการปล่อยคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟออกมาให้ได้ชมกับรายการใหม่ที่มีชื่อว่า G’NEST ON TOUR รายการที่ศิลปินในค่ายจีเนสจะพาทุกคนไปทัวร์ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งประเดิมทัวร์แรกด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษ อีซึงฮุน มาในชื่อตอน G’NESTON TOUR X HOONY

G’NEST ON TOUR X HOONY EP.1 ที่เพิ่งปล่อยมาเมื่อวันก่อน เป็น EP แรก ในจำนวน 3EP เป็นคลิปที่จะพาทุกคนไปตามติดชีวิตและทำกิจกรรมออนทัวร์ 1 วันกับ อีซึงฮุน แบบใกล้ชิด ซึ่งทั้ง 6 หนุ่มค่ายจีเนส นำทีมโดยจั๋ง-วิกร, เน-ณรัณ, กฤติน, ปาล์ม-พีรวิชญ์ ปลั๊กกี้-ธรากร(5 สมาชิกวง PERSES) และน้องเล็กสุด ทิกเกอร์-อชิระทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านคอยต้อนรับ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่แต่ละคนเคยเป็นศิลปินฝึกหัด ทั้งในGMM Academy และ YG พร้อมพา “พี่ฮุน” ทัวร์ทั่วตึกแกรมมี่เดินชมห้องอัดเสียง ห้องเรียนร้องเพลง รวมไปถึงห้องซ้อมเต้นที่เมื่อพี่ฮุนได้เห็นห้องซ้อมเต้นแล้วถึงกับออกปากชมว่า “เป็นห้องซ้อมเต้นที่มีวิวสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา” แถมยังให้น้องๆ จำลองสถานการณ์การฝึกซ้อมจริงๆ ให้ดูอีกด้วย งานนี้พี่ฮุนเลยขอสวมบทเป็นศิษย์พี่ ชวนศิษย์น้องทิกเกอร์ นั่งดูวิธีการซ้อมเต้นของเหล่าเพอร์เซส น้องๆ จะออกอาการยังไงกันบ้าง สามารถติดตามชมได้ที่ Youtube : gnest_official G’NEST on Tour x HOONY/EP.1 Welcome to GMM Grammy! Link : https://youtu.be/wYaKzgilumU

ถ้าอยากรู้ว่า “เพอร์เซส” และ “ทิกเกอร์” จะพา“อีซึงฮุน” ไปทัวร์ที่ไหนกันต่อ ต้องรอดู G’NEST ON TOUR X HOONY EP.2 และ EP.3 นะจ๊ะ แอบสปอยให้ก็ได้ว่ามีพาไปลิ้มลองอาหารไทยตำหรับชาววัง และท้าให้เรียนมวยไทย ศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัวของไทยด้วย รับรองว่าสนุกแน่นอน เด็กจีเนสกับวายจีจะแลกหมัดกันหนุบหนับขนาดไหน ตามดูได้ในวันเสาร์ที่ 20 และ 27 พฤษภาคมนี้ เวลา 18.00 น.ทาง Youtube : gnest_official

‘ชู ซอง-ฮุน’จาก Physical 100 ร้อยแกร่งแข่งอึดฉายเดี่ยวเที่ยว‘ฮ่องกง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732046

‘ชู ซอง-ฮุน’จาก Physical 100 ร้อยแกร่งแข่งอึดฉายเดี่ยวเที่ยว‘ฮ่องกง’

‘ชู ซอง-ฮุน’จาก Physical 100 ร้อยแกร่งแข่งอึดฉายเดี่ยวเที่ยว‘ฮ่องกง’

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานชาวเกาหลี ชู ซอง-ฮุน (Choo Sung-hoon) ผู้เข้าแข่งขันผู้โด่งดังจากรายการเรียลิตี้เน็ตฟลิกซ์ Physical 100 ร้อยแกร่งแข่งอึด ที่เลือกมาใช้เวลาหนึ่งวัน ฉายเดี่ยวเที่ยวรอบเกาะฮ่องกง เริ่มด้วยการนั่งรถรางชมเมืองแบบมีระดับในช่วงกลางวัน ลิ้มลองติ่มซำที่ Woo Cheong Tea House ในหว่านไจ๋ และไปสั่งตัดชุดสูทฝีมือประณีตที่ ร้าน Loa Hai Shing ซึ่งเป็นร้านตัดเสื้อที่เปิดกิจการมานานกว่าร้อยปี และหลังจากได้เพลิดเพลินกับช่วง Happy Hour ที่บาร์บนชั้นดาดฟ้าของเรือสำราญใน North Point แล้ว ชู ซอง-ฮุน ก็ปิดทริปแบบฉบับคนฮ่องกงอย่างแท้จริง ด้วยมื้อค่ำหม้อไฟรสชาติจัดจ้านใน Tin Hauโดย ชู ซอง-ฮุน เล่าให้ฟังว่า

ครั้งสุดท้ายที่มาฮ่องกงคือเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว แต่รอบนี้เขาก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กัน “ผมก็ไม่ต่างอะไรกับชาวเกาหลีคนอื่นๆ เราคิดถึงฮ่องกงมาก โดยเฉพาะอาหารกับสถานที่ท่องเที่ยว ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์และสามารถเที่ยวได้แบบไม่มีวันเบื่อ เพราะมีอะไรใหม่ๆ ให้ทำอยู่เสมอ ภรรยาและซารังลูกสาวของผมเดินทางมาฮ่องกงกับผมด้วย ทั้งสองคนตรงไปเที่ยวอีเว้นท์จัดแสดงงานศิลปะระดับโลกต่างๆ ในเมือง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Art Basel ส่วนผมก็อิ่มหนำและได้ใช้เวลาส่วนตัว รายล้อมไปด้วยอาหารเลิศรสและทิวทัศน์ที่งดงาม จะมีอะไรที่ดีไปกว่านี้กันล่ะ ตอนนี้ผมใช้เวลาในฮ่องกงไปประมาณ 100 ชั่วโมงแล้ว แล้วก็รู้สึกว่าท้าทายพอๆ กับตอนแข่งรายการ 100 Physical เลย เพราะตอนนี้ผมกำลังสำรวจเมืองที่มีสิ่งน่าสนใจมากมาย ซึ่งต่อให้มีเวลามากเท่าไหร่ก็ใช้ไม่พอสิ่งที่ผมประทับใจที่สุดก็คือ TramOramic Tour Tram รถรางอายุร่วมหนึ่งร้อยปี ซึ่งแล่นผ่านมหานครแห่งนี้ มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเมืองที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่เข้ากับสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ผมยังรู้สึกสนุกไปกับ Happy Hour ที่ร้านอาหารและบาร์บนเรือสำราญที่ North Point การได้ดื่มเครื่องดื่มสักแก้วพร้อมชมวิวระดับโลกอย่างอ่าววิคตอเรียที่กว้างสุดลูกหูลูกตา คือความสุขอย่างแท้จริง” ชู ซอง-ฮุน ปิดท้ายทริปด้วยอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษ หม้อไฟสไตล์ฮ่องกงแท้ๆ ที่ร้าน Tin Hau

ทำความรู้จัก !! ‘ลี-อัสรี’ หนุ่มหน้าคม ดาเมจแรง หนึ่งใน 12 นักแสดงนำ Pit Babe TheSeries

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732018

ทำความรู้จัก !! ‘ลี-อัสรี’ หนุ่มหน้าคม ดาเมจแรง  หนึ่งใน 12 นักแสดงนำ Pit Babe TheSeries

ทำความรู้จัก !! ‘ลี-อัสรี’ หนุ่มหน้าคม ดาเมจแรง หนึ่งใน 12 นักแสดงนำ Pit Babe TheSeries

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถึงหน้าจะคมเข้มแต่ความอ่อนโยนช่างละมุนหัวใจเหลือเกินสำหรับ ลี-อัสรี วัฒนายากุล 1 ใน 12 นักแสดงนำ Pit Babe The Series นิยายออนไลน์ที่มีผู้อ่านกว่า 700 ล้านครั้ง ภายใต้โปรเจกท์ CHANGE2561 ORIGINAL ที่ล่าสุดได้ ร่วมกับเพื่อนๆ ทำภารกิจที่สำคัญผ่าน Boys Journey ภารกิจพิชิตใจ EP.9 https://youtu.be/c0vQNAfzih4 ซึ่งในโจทย์นี้พวกเขาต้องพิชิตหัวใจของน้องๆ (พี่ฝากใส่ชื่อ โรงเรียนให้ด้วยนะคะ) ด้วยการโชว์เสน่ห์ปลายจวักมัดใจ โดยแต่ละคนต่างก็ใช้ใจทำอย่างละเมียดละมัยพิถีพิถัด ในทุกขั้นตอนเพื่อน้องๆ จะได้ทานอาหารที่พิเศษที่สุด ซึ่งงานนี้ หนุ่มลี ได้เป็นลูกทีมของ หนุ่มเบนซ์อเลิ๊ต เจ้าตัวก็ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองเต็มร้อยจนสะดุดตาต้องใจแฟนๆร้องขอทำความรู้จัก ซึ่งประวัติของ “ลี” หนุ่มหน้าคมแต่หัวใจละมุนต้องบอกเลยว่าน่าค้นหาเอามากๆ

ชื่อ อัสรี วัฒนายากุล (ลี)

วันเกิด 10 ตุลาคม 2544

อายุ 21 ปี

น้ำหนัก 64 กก.

ส่วนสูง 178 ซม.

การศึกษา กำลังศึกษาปริญญาตรี วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล เอกการแสดงและกำกับการแสดงภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

งานอดิเรก ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ วิ่ง เดินสวนสาธารณะ ขับรถ ฟังเพลงยุค 90ชมภาพยนตร์ ชอบแมว กระต่าย

ความสามารถพิเศษ ยิงปืน, ถ่ายภาพ

ติดตามชม Boys Journey ภารกิจพิชิตใจ ดูได้ที่นี่เท่านั้น! Facebook : Pit Babe The Series, YouTube : CHANGE2561