‘ชมพู่ อารยา’สวมชุดซีทรูแดงขับผิว ในเทศกาลหนังเมืองคานส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/731839

'ชมพู่ อารยา'สวมชุดซีทรูแดงขับผิว ในเทศกาลหนังเมืองคานส์

‘ชมพู่ อารยา’สวมชุดซีทรูแดงขับผิว ในเทศกาลหนังเมืองคานส์

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.22 น.

19 พ.ค.66 เป็นการเดินพรมแดงวันที่ 3 แล้ว สำหรับซุปตาร์สาว “ชมพู่ อารยา เอ.ฮาร์เก็ต” โดยวันที่ 3 นี้ สาวชมพู่มาในลุคสุดเซ็กซี่กับชุดซีทรูกูตูร์สีแดงเพลิงชมพู่ อารยาปรากฎตัวในฐานะ Friend of Nespresso โดยเธออยู่ในชุดกูตูร์สีแดงเผยผิว

ซึ่งชุดนี้ออกแบบโดย Glenn Martens จาก Jean Paul Gaultier ในคอลเลกชั่น SS23 พร้อมเลือกสวมใส่เครื่องประดับชั้นสูงจากแบรนด์ Bulgari เป็นการปิดท้ายพรมแดงในครั้งนี้ของชมพู่ ต้องบอกเลยว่า ชุดไม่แดง ไม่มีแรงเดินเลยจริงๆ

.-011

‘มายด์ ณภศศิ’ปล่อยทีเด็ด อวดหุ่นสวยในชุดบิกินี่สดใส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/731802

'มายด์ ณภศศิ'ปล่อยทีเด็ด อวดหุ่นสวยในชุดบิกินี่สดใส

‘มายด์ ณภศศิ’ปล่อยทีเด็ด อวดหุ่นสวยในชุดบิกินี่สดใส

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.06 น.

19 พ.ค.66 เรียกว่าร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศในตอนนี้จริงๆ สำหรับ “มายด์ ณภศศิ” หรือ “มายด์ อุทัยทิพย์” ที่ล่าสุดทำเอาริมชายหาดแทบลุกเป็นไฟ เมื่อเจ้าตัวได้หยิบบิกินีตัวจิ๋วสีม่วงพาสเทลมาใส่ อวดหุ่นแซ่บแบบไม่ยั้ง แถมหน้าท้องแบนราบ เอวคอด บั้นท้ายเด้ง เรียกว่าท้าแดดกันเลยทีเดียว

.-011

เปิดผลวิจัยดุษฏีบัณฑิต‘มจร.’ ชี้‘อนาคตเผยแผ่พุทธศาสนา’เน้นโอวาทปาฏิโมกข์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731984

เปิดผลวิจัยดุษฏีบัณฑิต‘มจร.’ ชี้‘อนาคตเผยแผ่พุทธศาสนา’เน้นโอวาทปาฏิโมกข์

เปิดผลวิจัยดุษฏีบัณฑิต‘มจร.’ ชี้‘อนาคตเผยแผ่พุทธศาสนา’เน้นโอวาทปาฏิโมกข์

วันเสาร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 10.03 น.

เปิดผลวิจัยดุษฏีบัณฑิต‘มจร.’ ชี้‘อนาคตเผยแผ่พุทธศาสนา’เน้นโอวาทปาฏิโมกข์

ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารเรียน มจร. วังน้อย อยุธยา วันที่ 19 พฤษภาคม 2566 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา นำเสนอผลงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์ หัวข้อ “อนาคตภาพการขับเคลื่อนเครือข่ายองค์กรพุทธนานาชาติเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน” (THE SCENARIO OF INTERNATIONAL BUDDHIST ORGANIZATION NETWORK’S MOTION FOR THE SUSTAINABLE PROPAGATION OF BUDDHISM) โดยมี พระเดชพระคุณพระธรรมวัชรบัณฑิต, ศ. ดร. เป็นประธานกรรมการ และ ผศ. ดร.ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์ เป็นกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ และมีกรรมการคุมสอบป้องกันดุษฏีนิพนธ์ มีพระเดชพระคุณพระเมธาวินัยรส, รศ.ดร. เป็นประธานกรรมการ, ศ.ร.ท.ดร.บรรณจบ บรรณรุจิ และ แม่ชี ดร.นฤมล  จิวัฒนาสุข เป็นกรรมการสอบ

ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพบริบท ปัญหาและปัจจัยที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาขององค์กรพุทธนานาชาติ ใน 10 ปี ข้างหน้า (พ.ศ. 2566-2575) และแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา 2) เพื่อวิเคราะห์หลักพุทธสันติวิธีที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาขององค์กรพุทธนานาชาติ และ3) เพื่อนำเสนออนาคตภาพการขับเคลื่อนเครือข่ายองค์กรพุทธนานาชาติเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน ใช้เทคนิคการวิจัยอนาคตแบบ EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) เป็นเทคนิควิจัยเชิงอนาคต กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้เชี่ยวชาญองค์กรพุทธนานาชาติ ในประเทศไทย 6 ท่าน องค์กรพุทธนานาชาติ ในต่างประเทศ 12 ท่าน และคณะกรรมการมหาเถรสมาคมแต่ละประเทศ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา 7 รูป/คน รวมผู้เชี่ยวชาญที่ให้ข้อมูล จำนวน 25 รูป/คน

ผลการศึกษาพบว่า  การขับเคลื่อนเครือข่ายองค์กรพุทธนานาชาติ เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืนในอนาคตนั้น  มีองค์ประกอบ 8 ฉากทัศน์ 40 แนวโน้ม ได้แก่ 1.กำหนดวิสัยทัศน์เผยแผ่เชิงรุก (Vision & Mission), 2.ใช้หลักธรรมเพื่อเผยแผ่เชิงรุก (Dhamma Cultivation), 3.เผยแผ่สอดคล้องบริบททางสังคม (Engage Buddhism), 4.พัฒนาสันติภายใน (Inner Peace), 5.พัฒนาจิตสำนึกและศักยภาพบุคลากร (Soul Development), 6.นวัตกรรมสื่อสารและเทคโนโลยี (Innovation & Communication), 7.ความร่วมมือเครือข่ายองค์กรพุทธ (Network Collaboration), และ 8.พัฒนาองค์กรเครือข่าย (Organization Development) โดยสรุปเป็นองค์ความรู้จากการวิจัยได้เป็น “Visioned of Buddhist Scenario”

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าวว่า “ขอกราบขอบพระคุณคณะกรรมการบริหารงานวัดพระธรรมกาย ที่อนุมัติให้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอก และขอกราบขอบพระคุณหลักสูตรสันติศึกษา มจร. ที่เปิดรับให้เข้ามาศึกษาดังกล่าว ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำผลงานวิจัย ทั้งนี้ได้มีโอกาสศึกษาสภาพการณ์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในปัจจุบัน พบว่าจำนวนพระภิกษุสามเณร ลดลงจาก 3.3 แสน ในปี 2561 เหลือ 2.5 แสน ในปี 2563 ประกอบกับภัยศาสนาที่เจอทั้งข่าวร้าย (Bad News) และข่าวเท็จ (Fake News) รวมทั้งสถานการณ์โลกที่ต้องเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บ ภัยสงคราม” ภัยธรรมชาติ ส่งผลทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ กระทบต่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งโลก ให้ชะลอตัว หรือหยุดชะงัก” และในอนาคตองค์กรพุทธของแต่ละประเทศ จะทำงานเผยแผ่เชิงรุกมีแนวโน้มเป็นอย่างไร”

“จากการสัมภาษณ์เชิงลึกและเก็บข้อมูล กับผู้เชี่ยวชาญพระพุทธศาสนาและผู้บริหารองค์กรพุทธ ทั้งมหายาน วัชรยาน และเถรวาท จำนวน 25 รูป/คน จาก 13 ประเทศ โดยใช้เทคนิควิจัยเชิงอนาคต EDFR พบว่า องค์กรพุทธฯต้องมีวิสัยทัศน์ในการเผยแผ่เชิงรุกร่วมกัน ดำเนินตามหลักโอวาทปาติโมกข์ อปริหานิยธรรม เมตตา กรุณา ให้อภัย สามัคคีทำงานเครือข่ายเป็นทีม เรียกว่า “ทีมพระพุทธศาสนา” โดยคำนึงบริบททางสังคม “รู้ร้อนรู้หนาวกับโลก” ใช้ธรรมะแก้ปัญหาชีวิตประจำวันได้ พูดภาษาเดียวกับเขา และพัฒนาบุคคลากร ทั้งศึกษาและปฏิบัติ พัฒนาศักยภาพด้านภาษา เทคโนโลยี IT ใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมในการเผยแผ่ เพื่อให้ตนเองเกิดสันติภายใน และสามารถนำธรรมะของพระพุทธเจ้าไปสู่ใจชาวโลก สอดคล้องกับคำขวัญที่ว่า “สันติภาพภายนอก เริ่มต้นจากสันติสุขภายใน” หรือ World Peace through Inner Peace นั่นเอง ถ้าเป็นเช่นนี้ พระพุทธศาสนาก็ยังคงที่พึ่งให้กับชาวโลกต่อไปได้”

พระเดชพระคุณพระเมธาวินัยรส กรรมการคุมสอบกล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยทุ่มเทตั้งใจในการทำอย่างดี ขอชื่นชมและขอเชิดชูผลงานนี้เป็นประโยชน์กับพระพุทธศาสนา ด้าน ศ.ร.ท.ดร.บรรณจบ บรรณรุจิ กรรมการคุมสอบดุษฏีนิพนธ์ กล่าวชื่นชมงานดุษฎีนิพนธ์นี้ว่า ทำด้วยความวิริยะอุตสาหะ ตัวผู้วิจัยถือว่าเป็นจุดแข็งในการวิจัยสามารถประสานเครือข่ายต่างๆ ได้ ผลวิจัยสามารถทำให้องค์กรพุทธสามารถทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย ทั้งในและต่างประเทศ และจะเป็นแรงบันดาลให้วัดต่างๆ ทำงานเผยแผ่เชิงรุกเช่นเดียวกัน และ ผศ. ดร.ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์ กรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ กล่าวว่า งานดุษฎีนิพนธ์นี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของหลักสูตร เนื่องจากพระครูสมุห์สนิทวงศ์ เป็นนิสิตตั้งแต่ปริญญาโทของสันติศึกษา และมาต่อยอดศึกษาในระดับปริญญาเอก เป็นนิสิตที่สามารถปรับตัวและขยายโลกทัศน์ของตนเอง เพื่อรองรับสิ่งใหม่ๆ สำหรับดุษฎีนิพนธ์ หัวข้อ อนาคตภาพการเผยแผ่ฯ ถือเป็นแนวโน้มและแนวทางความร่วมมือของเครือข่ายองค์กรที่ทำงานเชิงรุกเพื่องานเผยแผ่อย่างมีนัยสำคัญต่อวงการพระพุทธศาสนา

กมว.อนุมัติการออก-ต่ออายุ ตั๋วครูให้ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีลักษณะต้องห้าม รวม 8,474 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731833

กมว.อนุมัติการออก-ต่ออายุ ตั๋วครูให้ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีลักษณะต้องห้าม รวม 8,474 ราย

กมว.อนุมัติการออก-ต่ออายุ ตั๋วครูให้ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีลักษณะต้องห้าม รวม 8,474 ราย

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.14 น.

“กมว.” อนุมัติการออก-ต่ออายุ ตั๋วครูให้ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม รวม 8,474 ราย  ยืนยันออกใบรับรองให้ผู้ยื่นสอบครูผู้ช่วยทันแน่ 

วันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ที่ห้องประชุมมาลากุล ชั้น 3 อาคาร 1 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  นายศิริเดช สุชีวะ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ  กมว. ครั้งที่ 6 /2566 ว่า คณะกรรมการ กมว. ได้อนุมัติการออกและต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตและขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้   ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 3,412 ราย  แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน 3,089  ราย  ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน   267 ราย  ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา จำนวน  18  ราย  ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ จำนวน  38  ราย

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 5,062 ราย แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน  4,460 ราย  ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน  502  ราย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา จำนวน  41  ราย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ จำนวน  59  ราย

“สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในปีนี้ และต้องการใบรับรองอนุญาตประกอบวิชาชีพ ฯ เพื่อใช้ในการสมัครสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ที่จะเปิดรับสมัคร ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน 2566 นี้นั้น ทางคุรุสภา ก็จะดำเนินการเร่งรัดการออกใบรับรองเพื่อให้ผู้สมัครนำไปยื่นสมัครสอบครูผู้ช่วยได้ทันอย่างแน่นอน  แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่ติดขัดนั้น เนื่องจากบางสถาบันที่ผู้เรียนยังไม่ผ่านการอนุมัติผู้สำเร็จการศึกษาจากสภามหาวิทยาลัย เพราะถ้าผู้จบไม่มีใบอนุมัติสำเร็จการศึกษามายื่นให้คุรุสภา ทางคุรุสภาก็ไม่สามารถออกใบอนุญาติประกอบวิชาชีพ หรือใบรับรองสอบให้ได้” นายศิริเดช กล่าว 

นายศิริเดช  กล่าวด้วยว่า กมว.จะจัดสัมนากรรมการ กมว. เพื่อพิจารณาประเด็นเชิงรุก ในการยกระดับมาตรฐานจรรยาบรรณประกอบวิชาชีพครู อย่างไรได้บ้าง เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นักเรียน ผู้เรียนที่เปลี่ยนไป และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น บทบาทและหน้าที่ของครูจะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะหากครูไม่ปรับตัวและบทบาทหน้าที่ใหม่ที่ควรจะเป็น ครูก็จะมีที่ยืนในระบบการศึกษาได้ยาก  เพราะนักเรียนอาจจะไม่จำเป็นต้องพึ่งครูมากแล้วในวันหน้า 

“ครูมีบทบาทและหน้าที่ในสังคมใหม่ภายใต้เทคโนโลยีที่ก้าวไปไวมาก ผู้เรียนก็มีบทบาทหน้าที่ใหม่  เดิมนักเรียนอาจจะต้องรับการถ่ายทอดความรู้จากครู แต่ขณะนี้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงความรู้ได้ด้วยตนเองได้แทบทุกคนหากสนใจหาแหล่งเรียนรู้สาธารณะหรือจากอินเทอเน็ตได้ ซึ่งตรงนี้สามารถลดความเหลื่อมล้ำลงได้มาก  แต่ครูก็ถือว่ายังมีบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่ต้องทำบางอย่างภายใต้ยุคใหม่ที่ยังคงสถานภาพของการมีคุณค่าของการศึกษาได้ ดังนั้น ในยุคสังคมใหม่เราก็ต้องมาดูกันว่านักเรียนมีสิทธิและหน้าที่อะไรที่ควรจะได้รับการพิจารณา และครูเองก็ต้องเข้าใจตรงกันในเรื่องเหล่านี้  คงไม่ใช่สังคมอำนาจแบบเดิม ไม่ใช้เพราะกระแสพรรคการเมืองที่สนใจเรื่องการศึกษา แต่แนวโนมก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างนั้น ที่ทุกคนจะมีสถานภาพใกล้เคียงกันมากขึ้นไปเลื่อย ๆ ความเป็นมนุษย์เท่ากัน ทำอย่างไรจึงจะอยู่ร่วมกันได้ ทุกคนมีบทบาทและมีหน้าที่ที่จะช่วยกันสร้างสรรสังคมไปด้วยดี มากกว่าที่จะขัดแย้งกัน“  นายศิริเดช กล่าว

ประธาน กมว. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ กมว.ได้เร่งเคลียร์คดีที่ค้างไปได้เยอะแล้ว จากที่เหลืออยู่ประมาณ 800 คดี ก็จะเร่งสะสรางให้หมดในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง  ทราบว่าคณะอนุกรรมการได้เร่งปิดคดีไปได้พอสมควรแล้ว เรื่องใดที่ความผิดชัดแจ้งและมีข้อมูลชัดเจนก็ดำเนินการได้รวดเร็ว  แต่บางเรื่องที่ช้าเพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจึงต้องหาข้อมูลชัดเจนมากที่สุดก่อน ไม่ได้ทำประเด็นที่สังคมสนใจจึงดำเนินการเสร็จไว้ แต่ทุกคดีต้องมีข้อมูลชัดเจนจึงจะสามารถสรุปได้อย่างรวดเร็ว
            

รู้จักมือดีล ‘ชาติพัฒนากล้า’ ‘พิจารณ์’ เชาวพัฒนวงศ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549360

20 พ.ค. 2566

รู้จักมือดีล 'ชาติพัฒนากล้า' 'พิจารณ์' เชาวพัฒนวงศ์

ทำความรู้จัก ‘พิจารณ์’ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล มือดีลพรรค ‘ชาติพัฒนากล้า’ เข้าร่วมรัฐบาล จนเกิดเสียงวิจารณ์และจบลงด้วยการยกเลิกดีล

ข้อมูลจากพรรคก้าวไกลระบุว่า รองหัวหน้าพรรคคนนี้สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า โทรคมนาคม จากสถาบันนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เขาเริ่มต้นด้วยการทำธุรกิจของครอบครัวเกี่ยวกับการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าด้านเครื่องมือช่างสำหรับงานก่อสร้างและงานอุตสาหกรรม

พิจารณ์ เริ่มพัฒนาธุรกิจครอบครัวขนาดกลางให้  Pumpkin กลายเป็นธุรกิจที่มีระดับรายได้ระดับพันล้านต่อปีด้วยเวลาไม่นาน จนปัจจุบันขยายธุรกิจไปที่ประเทศจีน เพื่อใช้เป็นฐานการส่งออกเครื่องมือช่างแบรนด์คนไทยไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกนอกจากนี้ เขายังทำธุรกิจผลิตและส่งออกน้ำผลไม้กระป๋อง

มีแนวคิดในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านการยืนยันตัวตนด้วยระบบดิจิทัล (Single Digital ID) ให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด เช่น ข้อมูลการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย ที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างรวดเร็ว

ไม่ต้องเสียเวลาในการตรวจหรือเช็คประวัติกันใหม่ ซึ่งต้องควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่รัฐ มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริการประชาชนให้ดี  ในฐานะที่มีฐานข้อมูลมากที่สุด

พิจารณ์มองว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Inteligence) จะมีบทบาทสำคัญในทศวรรษที่จะมาถึง ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมปรับตัวและรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึง

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 45 ในวันที่ 21 ก.ค. 2565 เขาได้เปิดโปงการใช้สปายแวร์ เพกาซัส ในการสอดแนมประชาชนผู้เห็นต่าง ทำให้ผู้คนจดจำ ในฐานะ ตัวจี๊ดในสภาฯ อภิปรายจัดเต็มเกี่ยวกับกองทัพมาโดยตลอด

‘ศิธา ทิวารี’ ขอบคุณก้าวไกล ยอมรับความผิดพลาด ดีล ‘ชาติพัฒนากล้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549358

20 พ.ค. 2566

'ศิธา ทิวารี' ขอบคุณก้าวไกล ยอมรับความผิดพลาด ดีล 'ชาติพัฒนากล้า'

ก้าวไกลยกเลิกดีล ‘ชาติพัฒนากล้า’ ถือว่าฟังเสียงประชาชน ‘ศิธา ทิวารี’ ขอบคุณ แก้เกมส์ #มีกรณ์ไม่มีกู อยู่บนพื้นฐานการเมืองที่ดี

น.อ.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ทวิตข้อความสถานการณ์ #มีกรณ์ไม่มีกู สอนให้เรารู้ว่า การเมืองในรูปแบบกองเชียร์กีฬา ที่มองว่าทีมที่ตัวเองเชียร์ ทำอะไรก็ถูกไปหมด คู่แข่งทำอะไรก็ผิดไปหมด กำลังจะหายไปจากการเมืองไทย



ปรากฏการณ์ #มีกรณ์ไม่มีกู คือการแทงสวนของประชาชน กรณีดีล ชาติพัฒนากล้า เข้าร่วมรัฐบาล

มองในแง่ดีการล่มดีลชาติพัฒนากล้า พิสูจน์ให้เห็นถึง การเติบโตของพรรคการเมือง ว่ามาจาก user generated content (UGC) อันทรงพลังอย่างแท้จริง หรือโตมาจากการจัดตั้ง IO ในการปั่นสร้างกระแส แบบไม่จีรังยังยืน

ประสบการณ์ #มีกรณ์ไม่มีกู คือบทเรียนให้เรารู้ว่า

พรรคการเมืองที่ข้ามไปถึง UGCไม่ได้  ยังสู้กันอยู่ในกะลา IO จ่ายมากได้น้อย หาได้แค่ไข่ต้ม ไข่พะโล้กินไปวันๆ จะค่อยๆล้มหายตายจาก พรรคเล็กลงไปเรื่อยๆเรื่อยๆ

ขอบคุณพรรคก้าวไกล แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล สำหรับการออกมา Reactอย่างทันท่วงที กรณีชาติพัฒนากล้า ด้วยการยกเลิกดีล, เอ่ยคำขอโทษ พร้อมกับวรรคทอง

พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค

ขณะนี้เรามาถึงจุดที่วงการการเมืองไทย กำลังจะก้าวกระโดดครั้งใหญ่ ถ้าเราข้ามจุดนี้ไปได้ ประเทศไทยก็จะพัฒนาก้าวหน้าไปไกลกว่านี้ สามารถยืนแข่งขันบนเวทีโลกได้อีกครั้ง

กลับมาโฟกัส ใช้สมาธิ ร่วมกันเดินหน้าทำความเข้าใจกับ สว.ให้ร่วมกับประชาชนในการจัดตั้ง Dream Team สร้างรัฐบาลในฝัน และเตรียมสูด กลิ่นความเจริญ ไปด้วยกัน

‘วัน อยู่บำรุง’ ตัดพ้อหลังแพ้เลือกตั้งย้ำ ‘คนล้มอย่าข้าม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549353

20 พ.ค. 2566

'วัน อยู่บำรุง' ตัดพ้อหลังแพ้เลือกตั้งย้ำ 'คนล้อมอย่าข้าม'

อดีตส.ส.บ้านใหญ่ ‘วัน อยู่บำรุง’ พ่ายแพ้ ส.ส.หน้าใหม่ ‘ไอซ์ รักชนก’ คุยผ่่านเฟสบุ๊คคนล้มอย่าข้ามพี่น้องคงลืมสิ่งที่เคยทำมา

วัน อยู่บำรุง อดีต ส.ส.บ้านใหญ่ย่านบางบอน ของพรรคเพื่อไทยเลือกตั้งครั้งนี้ต้องพ่ายให้กับ ว่าที่ ส.ส. ไอซ์ รักชนก พรรคก้าวไกล ต้องออกมาโพสต์เฟชบุ๊ก บอกคนล้มอย่าข้ามเพราะที่ผ่านมาช่วยเหลือชวบางบอนอย่างเต็ม  ที่ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้งไม่ใช่ลงหาเสียงเฉพาะช่วงเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนผู้สมัคร ส.ส.บางคนของพรรคก้าวไกลลงพื้นที่เฉพาะช่วงหาเสียงเท่านั้นก่อนตบท้ายบอกว่าที่ ส.ส.ไฮซ์ รักชนกอยากได้ข้อมูลอะไรบอกได้ ส่วนเรื่องสะพานประสานงานกับเขตแล้วก่อนหน้านี้

พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ‘ก้าวไกล’ ล้มดีล ชาติพัฒนากล้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549348

20 พ.ค. 2566

พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค 'ก้าวไกล' ล้มดีล ชาติพัฒนากล้า

แนวคิดรัฐบาล 316 เสียง จาก 10 พรรค ด้วยการดึง “ชาติพัฒนากล้า” ที่มี 2 เสียง เข้าร่วม กลายเป็นหนังสั้น “ก้าวไกล” ออกแถลงการณ์ระงับความร่วมมือจากที่เจรจาไว้ เปลี่ยนแผนหันไปดึงเสียงจากสว. เข้ามาค้ำยัน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โพสต์ขอโทษตาสว่าง พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค

เป้าหมายของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรค “ก้าวไกล”  ที่จะรวมเสียง สส. ให้ได้ 316  เสียง จาก 10 พรรคการเมือง โดยการเจรจาที่ดำเนินการของพรรคก้าวไกล คือการดึงพรรค “ชาติพัฒนากล้า”  ที่มีเสียงสส. 2  ที่นั่ง เข้ามาโหวตสนับสนุนรัฐบาล  รวมทั้งการเข้าร่วมเป็นรัฐบาล ที่ประกอบด้วย 10 พรรคการเมือง ล่าสุดแนวคิดดังกล่าว มีอันต้องยกเลิกไปในที่สุด ทั้งนี้พรรคก้าวไกล ได้ออกแถลงการณ์ของพรรคผ่านพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ในทุกช่องทาง โดยสาระสำคัญคือ  การไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคชาติพัฒนากล้า และการตัดสินใจที่จะเดินหน้าเพื่อขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา ให้ได้เสียงพอในการโหวตนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาล

ความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาล  ทำให้พรรค “ชาติพัฒนากล้า” กลายเป็นพรรคการเมืองที่ถูกเชื่อมโยงว่า เป็นพรรคที่   10 ที่จะเข้าร่วมรัฐบาล โดยการเจรจาเรื่องนี้ในฝั่งของพรรค  “ก้าวไกล” มาจากนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล   ที่อ้างถึงการทำหน้าที่เจรจากับพรรคชาติพัฒนากล้า  ที่มีแกนหลักสำคัญของพรรคคือ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ  ประธานที่ปรึกษา และ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค    อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตลอดวานนี้ ( ศุกร์ที่ 19 ) มีอันจบลงภายในคืนวันเดียวกัน โดยพรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ไล่เลี่ยว่าด้วยกรณีพรรคชาติพัฒนากล้า โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

[ พรรคก้าวไกลแถลงขอโทษปมพรรคชาติพัฒนากล้า ยืนยันฟังเสียงประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลชาติพัฒนากล้า ]

สืบเนื่องจากกรณีที่พรรคก้าวไกล ได้เจรจากับพรรคชาติพัฒนากล้า เพื่อตกลงโหวตให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี และเข้าร่วมรัฐบาล กรณีดังกล่าว ได้ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวางจากประชาชน เจ้าหน้าที่พรรค คณะทำงานจังหวัด และสมาชิกพรรค ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าไม่สามารถยอมรับการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคชาติพัฒนากล้าได้ นอกจากนี้ ในที่ประชุมร่วมของว่าที่ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ก็มีมติสอดคล้องกับประชาชนว่าไม่สามารถยอมรับได้เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ กรรมการบริหารพรรค จึงน้อมรับมติดังกล่าวมาปฏิบัติ เราจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคชาติพัฒนากล้า และจะเดินหน้าพูดคุยและทำความเข้าใจเพื่อขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ได้เสียงพอในการโหวตนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด พรรคก้าวไกลขอน้อมรับคำวิจารณ์ทั้งหมด และกราบขออภัยประชาชน ที่ทำให้ทุกท่านผิดหวัง พรรคก้าวไกลยืนยันว่าการจัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล จะทำบนพื้นฐานจุดยืนทางการเมือง นโยบายหลักของพรรคตามที่ได้เคยหาเสียงไว้

รวมถึงขอโทษพรรคชาติพัฒนากล้า ที่ต้องยุติการเจรจาครั้งนี้ และสุดท้ายนี้ ขอบคุณพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่พรรค และว่าที่ผู้แทนราษฎรก้าวไกลทุกคน ที่คอยตรวจสอบ ท้วงติงการทำงานของผู้บริหารพรรค เพื่อให้พรรคยืนหยัดในจุดยืน อุดมการณ์เดิมอย่างมั่นคง พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค

( แถลงการณ์ 2 )

ก่อนหน้านี้แถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลระบุว่า

พรรคก้าวไกลขอน้อมรับคำวิจารณ์จากทุกท่าน ที่กังวลถึงการที่เราจะมีพรรคชาติพัฒนากล้ามาร่วมรัฐบาล พรรคขอชี้แจงว่าการพูดคุยกับพรรคชาติพัฒนากล้า เป็นไปบนหลักการว่าพรรคชาติพัฒนากล้าจะโหวตให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลตามฉันทามติของประชาชนได้ ส่วนการร่วมรัฐบาล จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อตกลงร่วม หรือ MOU ซึ่งนโยบายและจุดยืนของพรรคก้าวไกลจะเป็นเงื่อนไขหลักในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล   ( แถลงการณ์ 1 )

ด้านความเคลื่อนไหวกรณีของดีลพรรคชาติพัฒนากล้า เข้าร่วมกับพรรคก้าวไกล ได้ทำให้ทวิตเตอร์  พื้นที่สื่อสารบนสังคมออนไลน์ มีการใช้ แฮชแท็ก # ดังนี้   #มีกรณ์ไม่มีกู  #ทุกอย่างเป็นไปได้ #ชาติพัฒนากล้า #พรรคก้าวไกล     ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวที่มาจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ “ขอโทษครับ ผมจะระลึกไว้เสมอ  พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค” 

ก่อนหน้าพรรคก้าวไกลจะมีแถลงการณ์ออกมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้สื่อสารบนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ ต่อประเด็นนี้เช่นกัน  ” ผมออกจะไม่เห็นด้วยกับการให้พรรคชาติพัฒนากล้ามาร่วมรัฐบาล  “ได้ไม่คุ้มเสีย”  เพราะพรรคนี้มีบุคคลสำคัญตามป้ายหาเสียง เป็นแกนนำ คือ นายกรณ์ จาติกวณิช ที่ร่วมเป่านกหวีด และโหวตให้บิ๊กตู่เป็นนายกฯ ได้มาแค่ 2 เสียง อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ” นายชูวิทย์ ระบุ

พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค 'ก้าวไกล' ล้มดีล ชาติพัฒนากล้า

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โพสต์ข้อความ ภายหลังพรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ระงับความร่วมมือกับพรรคชาติพัฒนากล้า

พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค 'ก้าวไกล' ล้มดีล ชาติพัฒนากล้า

ส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว ที่มีต่อประเด็นดึงพรรคชาติพัฒนากล้าเข้าร่วมรัฐบาลภายใต้พรรคก้าวไกล ก่อนที่ความร่วมมือดังกล่าวจะยุติไปในที่สุด

.

ขอขอบคุณภาพจาก พรรคก้าวไกล 

‘ก้าวไกล’ แจงปม ‘ชาติพัฒนากล้า’ ร่วมรัฐบาล ยันตามหลักการ โหวต ‘พิธา’ นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549347

19 พ.ค. 2566

'ก้าวไกล' แจงปม 'ชาติพัฒนากล้า' ร่วมรัฐบาล ยันตามหลักการ โหวต 'พิธา' นายกฯ

‘ก้าวไกล’ ทวิตแจงด่วน! ปมเชิญ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เผยเป็นไปบนหลักการให้โหวตหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ส่วนจะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ รอดู MOU

เมื่อวันที่19 พ.ค. 2566 พรรคก้าวไกลทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ถึงการเชิญพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.)ร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่าขอน้อมรับคำวิจารณ์จากทุกท่านที่กังวลถึงการที่เราจะมีพรรคชาติพัฒนากล้ามาร่วมรัฐบาลพรรคขอชี้แจงว่าการพูดคุยกับพรรคชาติพัฒนากล้าเป็นไปบนหลักการว่าพรรคชาติพัฒนากล้าจะโหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลตามฉันทามติของประชาชนได้

ส่วนการร่วมรัฐบาลจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อตกลงร่วมหรือ MOU ซึ่งนโยบายและจุดยืนของพรรคก้าวไกลจะเป็นเงื่อนไขหลักในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

'ก้าวไกล' แจงปม 'ชาติพัฒนากล้า' ร่วมรัฐบาล ยันตามหลักการ โหวต 'พิธา' นายกฯ

ทั้งนี้ ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นคนดีลกับพรรคชาติพัฒนากล้าโดยยืนยันเข้าร่วมรัฐบาลด้วย

ส่วนรายละเอียดจะต้องมีการส่ง MOU ไปให้พิจารณาโดยนัดหมายตอบรับปรับแก้เนื้อหาให้ตรงกันภายในวันที่ 21 พ.ค.นี้ ก่อนจะแถลงและลงนามข้อตกลงร่วมกันในวันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 2566

‘พิจารณ์’ ยืนยัน ‘ชาติพัฒนากล้า’ พรรคที่ 10 ร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549342

19 พ.ค. 2566

'พิจารณ์' ยืนยัน 'ชาติพัฒนากล้า' พรรคที่ 10 ร่วม 'จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล'

‘พิจารณ์’ ยืนยัน ‘รัฐบาลก้าวไกล’ ได้เพิ่มอีก 2 เสียง จากพรรค ‘ชาติพัฒนากล้า’ รวม 316 เสียงจาก 10 พรรคการเมือง เตรียมส่ง MOU ปรับแก้เนื้อหาก่อน แถลง 22 พ.ค. 66

จับกระแสการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง2566 ยังมีความพยายามของแกนนำพรรคก้าวไกลในการประสานพรรคการเมืองให้มาเข้าร่วมการ “จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล”

ล่าสุดหลังมีกระแสข่าวพรรคชาติพัฒนากล้า เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรก้าวไกล อีก 2 เสียง โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 พ.ค. 2566 ได้รับการยืนยันจาก นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่า พรรคชาติพัฒนากล้าเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลแล้วจริงๆ

10 พรรค 316 เสียง จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล

ส่วนรายละเอียดจะต้องมีการส่ง MOU ไปให้พิจารณา โดยนัดหมายตอบรับ-ปรับแก้เนื้อหาให้ตรงกันภายในวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. 2566 ก่อนจะแถลงและเซ็นข้อตกลงร่วมกันในวันจันทร์ ที่ 22 พ.ค. 2566

โดยนายพิจารณ์ ยังบอกด้วยว่า อาจจะมีพรรคอื่นมาร่วมด้วย แต่ยังตกลงไม่ได้ ขอให้รอเวลาก่อน ทำให้ตอนนี้มีเสียงร่วม“จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล” กับพรรคก้าวไกลรวมทั้งหมด 10 พรรคการเมือง จำนวน 316 เสียง