‘มาดามแป้ง’ประกาศตัวรณรงค์เพื่อผลักดันสิทธิเด็ก หลังรับตำแหน่งที่ปรึกษายูนิเซฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735840

‘มาดามแป้ง’ประกาศตัวรณรงค์เพื่อผลักดันสิทธิเด็ก หลังรับตำแหน่งที่ปรึกษายูนิเซฟ

‘มาดามแป้ง’ประกาศตัวรณรงค์เพื่อผลักดันสิทธิเด็ก หลังรับตำแหน่งที่ปรึกษายูนิเซฟ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ลํ่าซำ

หลังดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษายูนิเซฟ ประจำประเทศไทย อย่างเป็นทางการ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัยจำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิมาดามแป้งประกาศความพร้อมในการร่วมดำเนินกิจกรรมรณรงค์เพื่อผลักดันสิทธิเด็กและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กและเยาวชน “แป้งจะขอใช้ทักษะความรู้และความเชี่ยวชาญทั้งหมดที่มี ร่วมผลักดันงานด้านเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของยูนิเซฟ ตั้งแต่การสร้างสังคมที่มีคุณภาพ ส่งเสริมด้านการศึกษาทุกระดับชั้นให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่ รวมทั้งนำศาสตร์ทางด้านกีฬาเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะเชื่อว่า กีฬาเป็นสิ่งที่จะช่วยหล่อหลอมสุขภาพกายและใจที่ดีได้เสมอ จนสามารถกลายเป็นพลังสร้างสรรค์ แก่เด็กและเยาวชนจนนำไปสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพได้ในอนาคต”

ทำ MOU เพื่อมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบต่อสุขภาพคนทำงานในเขต EEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735823

ทำ MOU เพื่อมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ผลกระทบต่อสุขภาพคนทำงานในเขต EEC

ทำ MOU เพื่อมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบต่อสุขภาพคนทำงานในเขต EEC

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บมจ.ทีคิวเอ็ม อัลฟา โดย บริษัททีคิวซี จำกัด (TQC) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยบูรพา ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงานและความสุข ภายใต้แนวคิด Quality Of Working Life And Happiness เพราะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงร่วมกันทำ MOU เพื่อทำมาตรการรับมือผลกระทบต่อสุขภาพ และลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีเป้าหมายให้คนทำงานในประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข

มหาวิทยาลัยบูรพา โดย รศ.ดร.ยุวดีรอดจากภัย คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์และ ผศ.ดร.โกวิท สุวรรณหงษ์ รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและนวัตกรรม คณะสาธารณสุขศาสตร์ และบริษัท ทีคิวซีจำกัด โดย ดร.วุชธิตา คงดี ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โครงการศึกษาและพัฒนาด้านนวัตกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงานและความสุข ภายใต้แนวคิด Quality Of Working Life And Happiness

ผศ.ดร.โกวิท สุวรรณหงษ์ และ ดร.วุชธิตา คงดี กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “จากปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงในปัจจุบัน เช่น ปัญหามลพิษในอากาศ ปัญหาฝุ่น PM2.5ภาวะเรือนกระจก ส่งผลกระทบด้านสุขภาพของคนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ผู้ร่วม MOU ทั้งสองฝ่ายได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงตกลงร่วมกัน เพื่อทำมาตรการ แนวทางรับมือผลกระทบต่อสุขภาพ และลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันนานัปการ”

นอกจากนั้นทางสองฝ่ายยังกล่าวว่า“สุขภาพ” คือ สิ่งที่สำคัญ การพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงานและความสุข รวมถึงอาชีวอนามัยและความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ดี และส่งผลให้องค์กร สังคมมีความมั่นคง เพราะพนักงานที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและมีความสุข ย่อมมีกำลังทำประโยชน์ สร้างสรรค์องค์กร สร้างสรรค์เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเต็มที่ เมื่อทุกคนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ย่อมนำมาซึ่งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)” ได้แก่มิติเศรฐกิจ มิติสังคม มิติสิ่งแวดล้อม มิติการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันเพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม ทำมาตรการ โครงการอบรมทางวิชาการ เพื่อมุ่งเน้นผลลัพธ์ให้คนทำงานในประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570)

กอล์ฟการกุศลสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735835

กอล์ฟการกุศลสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

กอล์ฟการกุศลสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กอล์ฟการกุศลสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชิงถ้วยเกียรติยศของนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เหล่านักกอล์ฟที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ ถ่ายภาพร่วมกันพร้อมการแสดงความยินดีจากคณะกรรมการสมาคมธรรมศาสตร์ฯ นำโดย พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมฯ, ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายก, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อุปนายก, ผาณิต พูนศิริวงศ์ อุปนายก, ดารณี วัธนเวคิน เลขาธิการ, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ กก., จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์ ประธานชมรมกอล์ฟธรรมศาสตร์, เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล กก.

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ชิงถ้วยเกียรติยศของนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เพื่อนำรายได้มอบให้สมาคมธรรมศาสตร์ฯ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ การพัฒนาสังคมในด้านการศึกษา กีฬา และอื่นๆ ณ สนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ แบงคอก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 โดยมีทีมกิตติมศักดิ์ และทีมทั่วไปเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ประเภททีม ชนะเลิศและรองชนะเลิศ ถ้วยรางวัลเกียรติยศของนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ประเภทบุคคล ไฟลท์ A ถ้วยรางวัลเกียรติยศอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ, ไฟลท์ B ถ้วยรางวัลเกียรติยศที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธรรมศาสตร์ฯ พิชัย ชุณหวชิร,ไฟลท์ C ถ้วยรางวัลเกียรติยศที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธรรมศาสตร์ สมชาย พูลสวัสดิ์

พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมฯ

ในนามกรรมการสมาคมและคณะกรรมการจัดงานขอแสดงความยินดีกับนักกอล์ฟที่ได้รับรางวัล และขอบพระคุณนักกอล์ฟที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมไปถึงหน่วยงาน องค์กร บริษัทห้างร้านต่างๆ ที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมของสมาคมในครั้งนี้ด้วย

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ กับ สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์
และนักกอล์ฟจากทีม กฟผ.

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ กับ สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ และนักกอล์ฟจากทีม กฟผ.

สังสรรค์หลังแข่งขันเสร็จ ดารณี วัธนเวคิน, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พิชัย ชุณหวชิร, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ,
จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล, ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ และ กฤติญา เรืองเวช

สังสรรค์หลังแข่งขันเสร็จ ดารณี วัธนเวคิน, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พิชัย ชุณหวชิร, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล, ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ และ กฤติญา เรืองเวช

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ กับ สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์
และนักกอล์ฟจากทีม กฟผ.

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ กับ สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ และนักกอล์ฟจากทีม กฟผ.

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ วิเชียร ชวลิต

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ วิเชียร ชวลิต

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, พิชัย ชุณหวชิร, ดารณี วัธนเวคิน และ วิชิต บัณฑุวงศ์

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, พิชัย ชุณหวชิร, ดารณี วัธนเวคิน และ วิชิต บัณฑุวงศ์

จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์ ประธานชมรมกอล์ฟธรรมศาสตร์ กับนายกสมาคมฯ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ดารณี วัธนเวคิน, สถิตย์ ไม้งิ้ว,
กฤติญา เรืองเวช

จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์ ประธานชมรมกอล์ฟธรรมศาสตร์ กับนายกสมาคมฯ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ดารณี วัธนเวคิน, สถิตย์ ไม้งิ้ว, กฤติญา เรืองเวช

ดารณี วัธนเวคิน กับ ว่องไว วิฑูรชาติ และ สุนทร บุญสาย

ดารณี วัธนเวคิน กับ ว่องไว วิฑูรชาติ และ สุนทร บุญสาย

รวมพลนักกอล์ฟก่อนลงสนาม ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษาสมาคมฯ, เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล, สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์, คุณแฟรงค์,
ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, ดารณี วัธนเวคิน, อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

รวมพลนักกอล์ฟก่อนลงสนาม ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษาสมาคมฯ, เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล, สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์, คุณแฟรงค์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, ดารณี วัธนเวคิน, อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

ยศักดิ์ อังค์สุวรรณ มอบถ้วยไฟลท์ C ชนะเลิศเนทสกอร์ ทีมไทยเบฟเวอเรจ คุณสันต์

ยศักดิ์ อังค์สุวรรณ มอบถ้วยไฟลท์ C ชนะเลิศเนทสกอร์ ทีมไทยเบฟเวอเรจ คุณสันต์

ไฟลท์ C รองชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม สนง.บริหารทรัพย์สินและกีฬา มธ. ปสันน์ เทพารักษ์

ไฟลท์ C รองชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม สนง.บริหารทรัพย์สินและกีฬา มธ. ปสันน์ เทพารักษ์

ไฟลท์ B ชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม สพบธ. ธนากร ฝักใฝ่ผล

ไฟลท์ B ชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม สพบธ. ธนากร ฝักใฝ่ผล

ไฟลท์ B รองชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม Richy
สันติ สายัณห์

ไฟลท์ B รองชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม Richy สันติ สายัณห์

พิชัย ชุณหวชิร มอบถ้วยไฟลท์ B ชนะเลิศ
กรอสสกอร์ ทีมไทยเบฟเวอเรจ คุณมงคล

พิชัย ชุณหวชิร มอบถ้วยไฟลท์ B ชนะเลิศ กรอสสกอร์ ทีมไทยเบฟเวอเรจ คุณมงคล

ไฟลท์ A รองชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม EGAT พูนลาภ บุญนันที

ไฟลท์ A รองชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม EGAT พูนลาภ บุญนันที

ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ มอบถ้วยรางวัลทีมชนะเลิศ ได้แก่ทีม นมธ. (นักศึกษาระดับสูง มธ.)

ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ มอบถ้วยรางวัลทีมชนะเลิศ ได้แก่ทีม นมธ. (นักศึกษาระดับสูง มธ.)

ไฟลท์ A ชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม นมธ. ชิษณุพงศ์ ตรงดี

ไฟลท์ A ชนะเลิศเนทสกอร์ ทีม นมธ. ชิษณุพงศ์ ตรงดี

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ มอบถ้วยไฟลท์ A ชนะเลิศ กรอสสกอร์ ทีม PTT TANK ณัฏฐวุฒิ เครือประดับ

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ มอบถ้วยไฟลท์ A ชนะเลิศ กรอสสกอร์ ทีม PTT TANK ณัฏฐวุฒิ เครือประดับ

ทีมรองชนะเลิศ ทีม Richy

ทีมรองชนะเลิศ ทีม Richy

เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล มอบรางวัลบู้บี้ ชนิดา วงษ์ช่างหล่อ

เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล มอบรางวัลบู้บี้ ชนิดา วงษ์ช่างหล่อ

ดารณี วัธนเวคิน มอบรางวัลตีใกล้ธงให้กับเหล่านักกอล์ฟ

ดารณี วัธนเวคิน มอบรางวัลตีใกล้ธงให้กับเหล่านักกอล์ฟ

ดารณี วัธนเวคิน มอบรางวัลตีใกล้ธงให้กับเหล่านักกอล์ฟ

ดารณี วัธนเวคิน มอบรางวัลตีใกล้ธงให้กับเหล่านักกอล์ฟ

ดารณี วัธนเวคิน มอบรางวัลตีใกล้ธงให้กับเหล่านักกอล์ฟ

ดารณี วัธนเวคิน มอบรางวัลตีใกล้ธงให้กับเหล่านักกอล์ฟ

ดารณี วัธนเวคิน มอบรางวัลตีใกล้ธงให้กับเหล่านักกอล์ฟ

ดารณี วัธนเวคิน มอบรางวัลตีใกล้ธงให้กับเหล่านักกอล์ฟ

ไฟลท์ C ชนะเลิศกรอสสกอร์ ทีมรัฐศาสตร์ ณัฐ เกาะไพบูลย์

ไฟลท์ C ชนะเลิศกรอสสกอร์ ทีมรัฐศาสตร์ ณัฐ เกาะไพบูลย์

จับรางวัลมากมายให้กับเหล่านักกอล์ฟผู้โชคดี มีทั้งสร้อยคอทองคำ
ไอแพดมินิ ร่ม ฯลฯ

จับรางวัลมากมายให้กับเหล่านักกอล์ฟผู้โชคดี มีทั้งสร้อยคอทองคำ ไอแพดมินิ ร่ม ฯลฯ

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรฯ มอบทุนการศึกษาเยาวชนเรียนดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735805

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรฯ  มอบทุนการศึกษาเยาวชนเรียนดี

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรฯ มอบทุนการศึกษาเยาวชนเรียนดี

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กองทุนเพื่อการศึกษา “ทุนวชิรญาณสังวร” มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี 2566มีความประสงค์มอบทุนการศึกษา“ทุนวชิรญาณสังวร” เพื่อเป็นการเชิดชูพระเกียรติคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร จำนวน 73 ทุนดังนี้

1.ทุนการศึกษานี้เป็นทุนต่อเนื่องที่ติดตัวผู้รับทุนจนกว่าจะจบการศึกษาสูงสุดปริญญาตรี เท่าที่ความสามารถจะพึงมี มิได้เป็นทุนประจำสถานศึกษาใดสถานศึกษาหนึ่ง หากผู้รับทุนจบการศึกษาหรือลาออกจากสถานศึกษาเดิม ทุนการศึกษานี้จะติดตามผู้รับทุนไปยังสถานศึกษาใหม่2.ทุนการศึกษานี้ เป็นทุนให้เปล่าไม่มีข้อผูกมัดใดๆ 3.หากผู้รับทุนสละสิทธิ์ ทุนนี้จะหมดสิทธิ์ไม่มีผู้ใดได้รับแทน มูลนิธิฯ สามารถยกเลิกทุนได้ทุกเมื่อ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า หากผู้รับทุนประพฤติตัวไม่เหมาะสม หรือให้ข้อมูลประกอบขอรับทุนที่เป็นเท็จ 4.จำนวนทุนการศึกษาแต่ละระดับ มีดังนี้

ระดับประถมศึกษา จะได้รับทุนปีละ 5,000 บาท, ระดับมัธยมศึกษาจะได้รับทุนปีละ 10,000 บาท, ระดับประโยควิชาชีพ จะได้รับทุนปีละ 12,000 บาท, ระดับประโยควิชาชีพชั้นสูง จะได้รับทุนปีละ 15,000 บาท, ระดับอุดมศึกษา จะได้รับทุนปีละ 25,000 บาท

คุณสมบัติของผู้สมัคร นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา จนถึงระดับปริญญาตรี มีสัญชาติไทย หรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทย มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 1.50 ครอบครัวยากจน ขัดสนทุนทรัพย์ มีความประพฤติดี ตั้งใจเรียน ช่วยเหลือครอบครัว ชุมชน สังคมตามกำลังและโอกาส

กำหนดการรับสมัคร วันนี้-15 มิถุนายน พ.ศ.2566 ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาสอบถาม โชติรส สังขะทรัพย์ Email:YSS.scholarship@gmail.com หรือโทร.080-7767799

มทร.รัตนโกสินทร์พัฒนา ‘CWIE’ เร่งผลิตบัณฑิตทำงานในโลกยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735802

มทร.รัตนโกสินทร์พัฒนา ‘CWIE’  เร่งผลิตบัณฑิตทำงานในโลกยุคใหม่

มทร.รัตนโกสินทร์พัฒนา ‘CWIE’ เร่งผลิตบัณฑิตทำงานในโลกยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.) ร่วมกับ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย และ ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดี มหาวิทยาลัยสยามและประธานเครือข่าย CWIE ภาคกลางตอนล่าง ร่วมเปิดงานวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ 13 ประจำปี พ.ศ.2566 ณ โถงอาคารอุดมศึกษา 2 สป.อว. (ถนนศรีอยุธยา) กรุงเทพมหานคร

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ โดยได้พัฒนาทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัยให้บูรณาการการเรียนกับการทำงานร่วมกับสถานประกอบการ (ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน) ทั้งในและต่างประเทศ หรือที่เรียกว่าหลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work Integrated Education Program หรือ CWIE) เพื่อให้บัณฑิตพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงานจริงได้ทันที มีความพร้อมทั้งทักษะความรู้ ทักษะตามสาขาวิชาชีพ และทักษะชีวิตก่อนเข้าสู่ภาคตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นการเตรียมคนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 และแผนด้านการอุดมศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ.2564-2570

“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มีการส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเลือกปฏิบัติงานร่วมกับสถานประกอบการ ณ ต่างประเทศ เพื่อให้มีประสบการณ์ตรงในการปฏิบัติงานกับสถานประกอบการดังกล่าว ทำให้นักศึกษาได้ฝึกฝนการใช้ภาษาต่างประเทศ การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่าง สังคมและแนวคิดใหม่ๆ ตลอดจนเทคโนโลยีที่ทันสมัยอีกด้วย” รศ.ดร.อุดมวิทย์ กล่าว

จุฬาฯ ครองอันดับที่ 17 ของโลก และอันดับ 1 ของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735808

จุฬาฯ ครองอันดับที่ 17 ของโลก และอันดับ 1 ของไทย

จุฬาฯ ครองอันดับที่ 17 ของโลก และอันดับ 1 ของไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครองอันดับ 17 ของโลก และอันดับ 1 ของประเทศไทยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันจาก THE Impact Rankings 2023 การจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างผลกระทบสูงต่อสังคมโดยประเมินจากบทบาทของมหาวิทยาลัยทั้งในด้านงานวิจัยการบริหารหน่วยงาน งานบริการวิชาการและการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ(Sustainable Development Goals : SDGs)

นอกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งครองอันดับที่ 17 ของโลก ในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษาไทยอีก 3 สถาบันที่ติดอันดับ Top 100 ของโลกได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 38 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 74และมหาวิทยาลัยขอนแก่นอันดับที่ 97

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย THE Impact Rankings 2023 มีสถาบันอุดมศึกษาทั่วโลกเข้าร่วมการจัดอันดับทั้งสิ้น 1,591 แห่ง จาก 112 ประเทศ และมีสถาบันอุดมศึกษาไทยเข้ารับการจัดอันดับทั้งสิ้น 65 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ซึ่งมีจำนวน 52 แห่ง โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยติดอันดับ Top 100 ของโลกรวม 9 ด้านดังนี้

SDG3-Good Health and Well-being (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) อันดับที่ 11 ของโลกจาก 1,218 สถาบัน

SDG4-Quality Education (การศึกษาที่มีคุณภาพ) อันดับที่ 78 ของโลก จาก 1,304 สถาบัน

SDG8-Decent Work and Economic Growth (งานที่ดีและเศรษฐกิจที่เติบโต) อันดับที่ 61ของโลก จาก 960 สถาบัน

SDG9-Industry Innovation and Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม) อันดับที่ 24 ของโลก จาก 873 สถาบัน

SDG11-Sustainable Cities and Communities (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) อันดับที่ 52 ของโลกจาก 860 สถาบัน

SDG12-Responsible Consumption and Production(บริโภคและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ) อันดับที่ 75 ของโลก จาก674 สถาบัน

SDG14-Life below Water (ชีวิตในน้ำ) อันดับที่ 55 ของโลกจาก 504 สถาบัน

SDG15-Life on Land (ระบบนิเวศบนบก) อันดับที่ 47 ของโลกจาก 586 สถาบัน

SDG17-Partnership for the Goals (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) อันดับที่ 16 ของโลก จาก 1,625 สถาบัน

Netflix เฟ้นหาคนรุ่นใหม่ร่วมงาน กับพันธมิตรการผลิตของ Netflix

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735801

Netflix เฟ้นหาคนรุ่นใหม่ร่วมงาน  กับพันธมิตรการผลิตของ Netflix

Netflix เฟ้นหาคนรุ่นใหม่ร่วมงาน กับพันธมิตรการผลิตของ Netflix

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Netflix รับสมัครบุคคลอายุ 20-26 ปี สัญชาติไทย ไม่จำกัดวุฒิการศึกษาและสาขาการศึกษาจากทั่วประเทศไทย จำนวน 50 คน เพื่อเข้าร่วมโครงการ REEL LIFE โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5-วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2566 ที่กรุงเทพมหานคร ผู้ที่ผ่านการเวิร์กช็อปตลอด 2 วัน 1 คืน และจะมีการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมให้ร่วมฝึกงานแบบ On the Job Training กับ พันธมิตรด้านการผลิตของ Netflix เป็นระยะเวลา 5-10 เดือน

โครงการ REEL LIFE เป็นส่วนหนึ่งของ Netflix Fund for Creative Equity หรือ กองทุน Netflixเพื่อโอกาสแห่งการสร้างสรรค์ ซึ่งก่อตั้งในปี 2564 ด้วยความมุ่งมั่นของ Netflix ที่จะลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อพัฒนาบุคลากรฝ่ายสร้างสรรค์จากทั่วโลก จากกองทุนนี้ Netflix ได้ต่อยอดเป็นโครงการต่างๆ กว่า 100 โครงการในหลากหลายประเทศทั่วโลก สร้างโอกาสให้คนมากมายได้ก้าวเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิง และในปีนี้ โครงการนี้ได้ขยายโอกาสมายังคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยที่มีความสนใจในเบื้องหลังการผลิตภาพยนตร์และซีรี่ส์ ให้ได้เข้ามาค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตนเองในสายงาน Assistant Director,Post Production Supervisor, Script Supervisor, Production และ Production Accountant รวมถึงโอกาสในการทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตภาพยนตร์และซีรี่ส์ชั้นนำของ Netflix โดยจะได้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากทีมงานที่มากด้วยประสบการณ์ในแต่ละสายงานอย่างใกล้ชิด และได้ร่วมเวิร์กช็อปทดลองทำงานจริง

รับสมัครวันนี้-30 มิถุนายน 2566 ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.reellife.camp

มมส จัด‘อบรมสร้างมัคคุเทศก์น้อยฯ ให้บริการด้านการท่องเที่ยว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735804

มมส จัด‘อบรมสร้างมัคคุเทศก์น้อยฯ  ให้บริการด้านการท่องเที่ยว’

มมส จัด‘อบรมสร้างมัคคุเทศก์น้อยฯ ให้บริการด้านการท่องเที่ยว’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับ กองส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการสร้างมัคคุเทศก์น้อย/เยาวชนในการให้บริการด้านการท่องเที่ยว” โดยมี นายศุภชัย ศรีหาใต้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 เป็นประธานเปิดงาน พร้อมนำคณะครู และนักเรียนเข้าร่วมโครงการ ณ โรงเรียนบ้านเขวาสะดืออีสาน ตำบลเหล่า อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

ดร.อัจฉรี จันทมูล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หัวหน้าโครงการกล่าวว่าการอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการสร้างมัคคุเทศก์น้อย/เยาวชนในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้การทำงานในโครงการ การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเตรียมเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานการท่องเที่ยว CBT Thailand โดยมีชุมชนบ้านหนองยาง ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ต้นแบบโดยมุ่งหวังให้นักเรียน เยาวชน ได้มีบทบาทในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีและได้ฝึกเทคนิคของการเป็นมัคคุเทศก์น้อย การเป็นนักเล่าเรื่องท้องถิ่นที่ดี การเลือกพื้นที่โรงเรียนบ้านเขวาสะดืออีสาน เพราะใกล้กับอนุสรณ์สถานสะดืออีสาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยว สุขภาพดีเกษตรอินทรีย์ สะดืออีสาน ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมกับชุมชนบ้านหนองยาง และชุมชนใกล้เคียง ได้สร้างเส้นทางท่องเที่ยวขึ้นเมื่อปี 2565 และ ในปี 2566 จะพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวของอำเภอโกสุมพิสัยให้เชื่อมร้อยไปกับเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยชุมชน ด้วยแนวคิด BCG และโมเดลอารมณ์ดีของจังหวัดมหาสารคาม ในพื้นที่ของอำเภอนาดูน อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอแกดำ

กิจกรรมในวันนี้ อาจารย์ ดร.ภัทรวิทย์ ธีรภัคสิริ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ คุณครูวรยุทธ จันทมูล ครูวิทยะฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ จากโรงเรียนผดุงนารีมหาสารคาม มาเป็นวิทยากร และมีนักเรียนเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียนศรีโกสุมวิทยามิตรภาพที่ 209, โรงเรียนบ้านหนองกุงวันดีประชาสรรค์, โรงเรียนบ้านดอนกลอยหนองยาง,โรงเรียนบ้านแพงหนองเหนือ, โรงเรียนบ้านทันดู่เหนือ, โรงเรียนบ้านแก้งขิงแคง, โรงเรียนบ้านเหล่าหนองแคน, โรงเรียนบ้านหมากมายโพธิ์ทอง, โรงเรียนบ้านโนนสูงวังขอนจิก,โรงเรียนบ้านแท่นโนนหนองคู,เยาวชนจากชุมชนบ้านหนองยาง, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่า, เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ, ตัวแทนชุมชนใกล้เคียง และผู้สนใจ รวมกว่า 80 คน

ขอ‘สุนทรียสนทนา’เป็นวาระแห่งชาติ ทางออกคลายปัญหาสังคมไทยขัดแย้งต่างรุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735883

ขอ‘สุนทรียสนทนา’เป็นวาระแห่งชาติ ทางออกคลายปัญหาสังคมไทยขัดแย้งต่างรุ่น

ขอ‘สุนทรียสนทนา’เป็นวาระแห่งชาติ ทางออกคลายปัญหาสังคมไทยขัดแย้งต่างรุ่น

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.11 น.

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม จัดเสวนาหัวข้อ “เชื่อมคน เชื่อมโลก ด้วยพลังการสื่อสาร” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรมฯ เป็นประธานเปิดงาน ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า ตนเคยได้รับเชิญไปหารือในรัฐสภา ในประเด็นความขัดแย้งจากทัศนคติที่ไม่ตรงกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ และได้รับคำถามมาว่าจะมิวิธีจัดการอย่างไรบ้าง

ซึ่งตนก็ตอบไปว่า ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงและไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีการสั่งการได้ จากนั้นได้ตั้งคำถามย้อนกลับไปว่าเมื่อไรจะทำให้ “สุนทรียสนทนา (Dialogue)” เป็นวาระแห่งชาติ เพราะที่ผ่านมาเวลาจะยกอะไรเป็นวาระแห่งชาติก็มักจะยกสิ่งที่เป็นปัญหา เช่น เด็กติดเกม ความรุนแรง คำถามคือเหตุไดไม่นำประเด็นเชิงบวกมาเป็นวาระแห่งชาติบ้าง โดยสุนทรียสนทนาหมายถึงการสนทนาเชิงบวก ไม่ใช่สนทนาแบบพร้อมบวก

รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวต่อไปว่า วิธีการสร้างสุนทรียสนทนา ประกอบด้วย 1.ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยของทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 2.เป็นผู้ฟังที่ดีต่อกัน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ตนเป็นแพทย์ดูแลสุขภาพเด็กและวัยรุ่น เคยมีกรณีคนไข้วัยรุ่นหญิงมาปรึกษา ไม่อยากให้พี่เลี้ยงที่บ้านที่ดูแลมาตั้งแต่เกิดลาออกไป โดยบอกว่าชีวิตที่บ้านไม่มีความสุข เว้นก็แต่สิ่งดีๆ ที่มีอยู่บ้างคือพี่เลี้ยงคนนี้ ที่พอคนไข้เล่าให้ฟังแล้วตนก็ทึ่ง เพราะแม้พี่เลี้ยงจะเป็นชาวเมียนมาและไม่ได้มีการศึกษาสูง แต่กลับมีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยม หนึ่งในนั้นคือการเป็นผู้ฟังที่ดี และมีการสะท้อนความรู้สึกที่ดี

3.กำหนดกติการ่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำหนดเพราะมีอำนาจเหนือกว่า 4.ควบคุมบรรยากาศในการพูดคุยกัน เมื่อบรรยากาศเริ่มตึงเครียดก็ต้องพัก หากพักชั่วคราวในวันเดียวไม่ได้ก็ต้องให้แยกย้ายไปก่อนแล้วค่อยมาคุยกันวันหลังเพื่อให้อารมณ์เย็นลง และ 5.ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตัดเรื่องอายุออกไป ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ใช้อารมณ์ ไม่ใช่อคติตัดสิน หากทำได้ทั้งหมดนี้ก็จะทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการพูดคุยกัน

“อันหนึ่งที่หมอเสนอเขาไว้ก็คือ สุนทรียสนทนาถ้าเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อม เช่น อยู่ที่บ้าน บนโต๊ะอาหาร หรืออาจจะเป็นตรงจุดไหนก็ได้ที่แบบสบายๆ มีการกำหนดแล้วก็คุยกัน หรืออาจจะเกิดขึ้นในรั้วโรงเรียน สถาบันการศึกษา จะเป็น ผอ. กับครู หรือครูกับนักเรียน แล้วมีการคุยร่วมกัน หรือถ้าสามารถเกิดขึ้นในชุมชนได้ด้วย บ้าน ชุมชน โรงเรียน เกิดลักษณะของสุนทรียสนทนา แล้วเกิดขึ้นทั้งประเทศ กระบวนการสุนทรียสนทนาจะช่วยทำให้รับฟังซึ่งกันและกัน หาข้อสรุปร่วม และสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยสันติวิธี” รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว

รศ.นพ.สุริยเดว ยังได้ขยายความเรื่องพี่เลี้ยงชาวเมียนมา ที่คนไข้วัยรุ่นหญิงมองว่าเป็นสิ่งดีๆ เพียงไม่กี่อย่างในบ้านและไม่อยากให้ลาออกไปไว้ว่า หลังได้มีโอกาสพูดคุยกันกับพี่เลี้ยงคนดังกล่าว สามารถเรียกได้ว่าเป็น “พี่เลี้ยง 5 ดาว” ด้วยคุณสมบัติ 5 ประการ คือ 1.ใช้ใจในการเลี้ยง เป็นคุณสมบัติที่สำคัญข้อแรก 2.เป็นผู้ฟังที่ดี รับฟังในทุกเรื่องที่คนไข้วัยรุ่นหญิงรายนี้ ซึ่งพี่เลี้ยงเรียกว่าหลานมาเล่าให้ฟัง

3.สะท้อนความรู้สึกที่ดี บางครั้งเมื่อฟังเรื่องไม่สบายใจแล้วก็หันไปตบไหล่คนไข้เบาๆ แล้วบอกว่าเดี๋ยวเวลาผ่านไปก็ดีขึ้น 4.ไม่ด่วนตัดสิน มีบางครั้งที่ได้ยินว่าคนไข้วัยรุ่นหญิงรายดังกล่าวไปแกล้งคนอื่น แต่ตนก็ยังไม่ได้ตัดสินในทันทีว่าใครผิด-ใครถูก เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ และ 5.สะท้อนความคิด แม้จะไมไดตำหนิโดยตรง แต่ใช้วิธีตั้งคำถามชวนคิด เช่น เมื่อเราไปแกล้งผู้อื่น หากลองคิดย้อนกลับบ้างว่ามีผู้อื่นมาแกล้งเราแล้วเราจะรู้สึกอย่างไร การทำแบบนี้จะกระตุ้นให้ผู้ฟังเกิดการเหลาความคิดขึ้นมา

อินโดนีเซีย-มูลนิธิธรรมกาย จัดงานวิสาขบูชาอินโดนีเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735862

อินโดนีเซีย-มูลนิธิธรรมกาย จัดงานวิสาขบูชาอินโดนีเซีย

อินโดนีเซีย-มูลนิธิธรรมกาย จัดงานวิสาขบูชาอินโดนีเซีย

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.25 น.

อินโดนีเซีย-มูลนิธิธรรมกาย จัดงานวิสาขบูชาอินโดนีเซีย

การเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาของประเทศอินโดนีเซียนั้นถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ประจำปีที่รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยประกาศยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดประจำชาติ (Waisak National Holiday) ซึ่งในปีนี้รัฐบาลอินโดนีเซียนำโดยประธานาธิบดี โจโก วิโดโด , รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย มีนโยบายจัดงานเฉลิมฉลองวิสาขบูชาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อให้พระมหาเจดีย์เจดีย์บุโรพุทโธ (Borobudur) เป็นศูนย์รวมใจ ของชาวพุทธและนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมอบหมายให้สมาคมชาวพุทธแห่งอินโดนีเซียหรือ วาลูบี (WALUBI) สหภาพพระธรรมทูตไทยในอินโดนีเซีย-แอฟริกา มูลนิธิธรรมกาย และสมาคมพุทธศาสนามหานิกาย แห่งประเทศอินโดนีเซีย หรือ MBMI รับหน้าที่ดูแลการจุดประทีปลอยโคมถวายเป็นพุทธบูชา

งานวันวิสาขบูชาของประเทศอินโดนีเซียเริ่มต้นขึ้นที่วัดเมินดุด ซึ่งอยู่ห่างจากพระมหาเจดีย์เจดีย์บรมพุทโธ (Borobudur-โบโรบูดูร์ ) ราว 5 กิโลเมตร เริ่มต้นด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ร่วมกันของคณะสงฆ์จำนวนกว่า 300 รูป จากทุกนิกายทั่วประเทศอินโดนีเซีย จากนั้นผู้นำองค์กรพุทธนานาชาติที่เดินทางมาจากประเทศทั่วโลก  ได้นำคณะสงฆ์ทุกนิกายเดินธรรมยาตราจากวัดเมินดุด ต่อด้วยขบวนรถบุปผชาติ อัญเชิญ น้ำและไฟศักดิ์สิทธิ เคลื่อนขบวนไปยังพระมหาเจดีย์เจดีย์บุโรพุทโธ เพื่อน้อมรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งตลอดระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร เนืองแน่นไปด้วยประชาชนชาวเมืองยอกยากาตาร์ พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นจำนวนมากเปล่งเสียงสาธุการชื่นชมขบวนธรรมยาตรา บ้างก็พนมมือไหว้พุทธบุตรที่เดินผ่านไปด้วยความเลื่อมใส ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าชาวอินโดนีเซียมีส่วนร่วมและยินดีกับกับการเฉลิมฉลองวิสาขบูชานานาชาติครั้งนี้ สร้างความประทับใจให้กับคณะสงฆ์และชาวพุทธจากนานาชาติเป็นอย่างยิ่ง

เวลา 19.00 น. รอบพระมหาเจดีย์เจดีย์บุโรพุทโธ ฯพณฯ โจโก วีโดโด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวต้อนรับและแสดงสุนทรพจน์ให้กับคณะทูตานุทูต และผู้แทนองค์กรพุทธนานาชาติ การแสดงสุนทรพจน์ของ ฯพณฯ โจโก วีโดโด ในค่ำคืนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซียที่เคารพในเสรีภาพการนับถือศาสนา และส่งเสริมการจัดกิจกรรมของพุทธศาสนิกชนชาวอินโดนีเซียได้อย่างชัดเจนที่สุด

จากนั้นผู้แทนสหภาพพระธรรมทูตไทยในอินโดนีเซีย-แอฟริกา สมาคมชาวพุทธแห่งอินโดนีเซีย ได้นำแขกผู้มีเกียรติ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนาหยุดใจ ทำสมาธิภาวนาเพื่อสันติภาพพร้อมกัน และอธิษฐานให้โลกมีความสงบสุข ปลอดภัยจากโรคระบาดและ ภัยพิบัติทั้งปวง จากนั้นจึงเข้าสู่พิธีจุดประทีป ลอยโคม ด้านหน้าพระมหาเจดีย์เจดีย์บุโรพุทโธ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ท่ามกลางผู้ร่วมงานทั้งชาวพุทธและมุสลิมหลายหมื่นคน พิธีกรรมทั้งหมดดำเนินไปอย่างสงบศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้สื่อมวลชนอินโดนีเซียเข้าร่วมบันทึกภาพและถ่ายทอดสดตลอดงาน

พระครูสมุห์ สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส เปิดเผยว่าการจัดงานวิสาขบูชาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่และความปรารถนาสันติภาพร่วมกันของคนทุกเชื้อชาติทุกศาสนาทั่วโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาพของงานบุญใหญ่ครั้งนี้จะสร้างแรงบันดาลให้กับชาวโลกที่จะร่วมกันสร้างสันติภาพภายนอก โดยเริ่มต้นจากสันติสุขภายในของทุกคน World Peace through inner peace ให้เกิดเป็นจริง