เปิดชีวิต’อ๊อฟ พงษ์พัฒน์’ หลังป่วยกว่า 5 ปี เชื่อโรคเวรกรรม เผยค่ารักษา-ซึ้งใจเมีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735448

เปิดชีวิต'อ๊อฟ พงษ์พัฒน์' หลังป่วยกว่า 5 ปี  เชื่อโรคเวรกรรม เผยค่ารักษา-ซึ้งใจเมีย

เปิดชีวิต’อ๊อฟ พงษ์พัฒน์’ หลังป่วยกว่า 5 ปี เชื่อโรคเวรกรรม เผยค่ารักษา-ซึ้งใจเมีย

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 11.01 น.

เปิดชีวิตนักแสดง ผู้กำกับและร็อคเกอร์ใจนักเลงในตำนาน อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง กับชีวิตหลังต้องฝ่ามรสุมป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบนานกว่า 5 ปี เชื่อเป็นโรคเวรกรรม พร้อมเผยความในใจสุดซึ้งถึง แดง ธัญญา ภรรยาคู่ชีวิต ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บShow Special ทางช่องOne31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร

5 ปีที่แล้วล้มป่วยเรียกว่าโรค ?

อ๊อฟ : หลอดเลือดในสมองตีบ ไม่แตก

แล้วทุกวันนี้เป็นยังไงบ้างพี่ ?

อ๊อฟ : ก็ดีขึ้น ดีขึ้น แต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ พูดยังไม่ชัดเดินพอได้

แล้วมันไม่มีทางหาย ?

อ๊อฟ : มี แล้วแต่อาการของแต่ละคน บางคนก็หายขาดเลย บางคนก็มีอาการที่เห็นภายนอก

ขอย้อนเวลากลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว 16 สิงหา ปี 61 วันนั้นเกิดอะไรขึ้น ?

อ๊อฟ : ไปทำงานตามปกติ  ไม่มีอาการอะไรบอกเลย ความคิดเราคือไม่มีสัญญาณอะไรบอกเลย แต่จริงๆแล้วมี อย่างเช่นตื่นมาแล้วเวียนหัว นี่เค้าเตือนแล้วเราก็นอนแล้วซักพักก็หาย วันที่เป็นมีอาการปวดบ่ายังบอกลูกสาวเลยว่าพ่อปวดบ่านวดให้หน่อย ตอนนั้นขับรถอยู่แล้วก็ไปทำงานตามปกติ อาการมันเหมือนคนเป็นลม เวียนหัว รู้สึกเหมือนเรานอนน้อย แต่มันก็ดีขึ้นก็คิดว่าไม่เป็นไร ก็ยืนกำกับใหม่ เจริญปุระอยู่ แล้วก็เดินมาที่หน้ามอนิเตอร์บอกลูกน้องว่าพี่มีอาการคล้ายจะเป็นลม พี่สงสัยขาดโพแทสเซียมให้กินกล้วยหอม ก็ส่งกล้วยหอมมาให้พอรับปุ๊ปมันหล่นเลย ลองลุกขึ้นยืนมาอีกแล้วทิ้งตัวลงตู้มเลย บอกลูกสาวว่าพ่อไปละ

ไปแล้วของพี่หมายความว่ายังไง ?

อ๊อฟ : ตาย (หัวเราะ) พี่เป็นคนไม่ซีเรียสเรื่องความตาย ตอนก่อนนอนพี่จะสมมติว่าตัวเองตาย เรียกว่าหัดตายแล้วก็คิดอะไรดีๆก่อนตาย เราไม่รู้ว่าเราหลับไปแล้วเราจะตื่นหรือไม่

แล้วพาพี่ส่งโรงพยาบาลเลยมั้ย ?

อ๊อฟ : ไปเลย เค้าพาอุ้มไปโรงพยาบาลไม่ถึง 5 นาที เพราะโรงพยาบาลอยู่ข้างหน้าแล้วก็ฉีดยาขยายหลอดเลือด สลายลิ่มเลือด

ตื่นมาอีกวันหลังจากเจอหมอแล้วกลัวมั้ยจะกลับมาไม่เหมือนเดิม ?

อ๊อฟ : รู้แล้วว่ามันหายไปครึ่งนึง ยกแขนไม่ได้ เดินไม่ได้

พี่คิดอะไรกับตัวเองบ้างตอนนั้น ?

อ๊อฟ : ไม่คิด พักผ่อน (หัวเราะ)

ตอนที่อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วตื่นมาเจอพี่แดง พี่แดงพูดกับพี่ว่า ?

อ๊อฟ : ไม่เป็นไร เค้าชอบพูดคำนี้อะไรก็ตาม มีเรื่องอะไรก็ตามคำแรกที่แค่พูด ไม่เป็นไร สิ่งแรกเลยที่บอกกับพี่แดงคือขอโทษเค้าที่เราไม่ดูแลตัวเองเรารู้ตัว ขอเวลาพัก 1 ปี แล้วจะทำงาน แต่พูดแบบไม่รู้เรื่อง พูดแบบเราเข้าใจเอง เพราะยังไม่พูดไม่ชัด ตอนทำงานพี่ก็ยังพูดไม่ชัดเลย แต่พี่คิดว่าการพูดไม่ชัดไม่ใช่หน้าที่เราเป็นหน้าที่ของคนฟัง(หัวเราะ)

กายภาพลำบากมั้ย ?

อ๊อฟ : ไม่ครับ ถ้าหากว่าคุณเป็นสโตรกหมอรู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง ควบคุมอาการที่มันตันอยู่ไม่ให้แตก ควบคุมความดันไม่ให้มี หลังจากนั้นเป็นเรื่องของการฟื้นฟูล้วนๆ คือเข็นรถเราไปนอนอยู่ที่ห้องกายภาพ ถ้าเรารักษามัน ดูและมัน ฟื้นฟูมัน ดีขึ้นแน่ๆ ผมดีกว่าเมื่อวาน จงเชื่อว่ามันดีขึ้น ถ้าเราปฏิบัติในการฟื้นฟูกายภาพ

ตอนแรกพี่กายภาพทุกวัน ?

อ๊อฟ : ทุกวัน แรกๆอยู่โรงพยาบาล 1 เดือนกับอีก 20 วัน ออกจากโรงพยาบาลนั่งรถเข็นเห็นทางลาด เลยคิดในใจว่าเป็นภาระ ให้เวลาเดือนนึงจะเอาออกไปให้หมด พยาบาลก็ต้องมานอนเฝ้าเรา เหมือนกันเดือนนึงไล่กลับบ้านเลย ครบ 1 เดือนพี่เอาออกหมดไล่กลับบ้าน เดินไม้เท้าได้ เราก็ไล่พยาบาลกลับแต่เป็นภาระของเมียและลูก(หัวเราะ)

หลังจากที่เราต้องหัดเดินใหม่มันเหมือนที่เค้าพูดกันมั้ยว่าก็เหมือนเด็กที่ต้องเริ่มฝึกใหม่ ?

อ๊อฟ : ไม่เหมือน พี่ยิ่งกว่าเด็ก (หัวเราะ) เด็ก 1 ปีตั้งไข่ 2 ปีเดินได้ แต่เค้าไม่รู้เรื่องว่าขาฉันเดินไม่ได้ แต่เราที่เป็นเรารู้ตัวตลอด นี่ไม่ใช่ 2 ปีนะ จะ 5 ปีแล้ว ต้องเข้าใจว่าเราจะกลับมาเดินได้มันต้องใช้เวลา อาจจะฝึกหนัก เดินเร็วหายได้เร็ว ถ้าฝึกน้อยก็หายช้าหน่อย วันนี้วิธีคิดคือฉันต้องดูแลตัวเองให้ได้ พี่ชอบเที่ยวสิ่งแรกคือขอไปเที่ยวเมืองนอกได้ ปีแรกพี่ไปญี่ปุ่นเลย

กี่เดือนจากที่ล้ม ?

อ๊อฟ : ประมาณปีนึง

เวลาพี่ไปก็ปกติเลยดูแลตัวเอง ?

อ๊อฟ : พี่ไม่ชอบเที่ยวแบบเป็นแพทเทิร์นตามตารางของทัวร์ พี่จะเช่ารถแล้วขับไปกันเอง

ตอนแรกๆที่เราขยับร่างกายไม่ได้ อารมณ์เหวี่ยงมั้ย ?

อ๊อฟ : น้อยมาก ถามว่าอารมณ์เหวี่ยงมั้ย มี เราพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนแรกเรายังค้นหาปรัชญาส่วนตัวเราไม่ได้ จะหงุดหงิดมาก มี ยอมรับแต่ว่าดึงกลับมาให้เร็ว เพราะทั้งหมดนี้เป็นทุกข์หมดเพราะถ้าเรายิ่งไปโวยวายยิ่งไปอาละวาดมันเพิ่มทุกข์ธรรมะช่วยได้เยอะ ปกติเป็นคนชอบธรรมะอยู่แล้วชอบสวดมนต์แต่เราไม่มีเวลาไปศึกษาแต่เชื่อมั้ยตั้งแต่เป็นสโตรกมีเวลาได้อ่านได้เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม ตรงนั้นเราเอามาช่วยในเรื่องของความคิด เรื่องของอารมณ์ได้ดีมากๆ

แล้วพี่แดงหมายถึงอะไรที่บอกว่าเป็นช่วงการเอาคืนของพี่อ๊อฟ ?

อ๊อฟ : พี่เป็นคนชอบสะสม ก่อนป่วยพี่ไปดูนาฬิกาที่ร้านเพื่อนไปเจอนาฬิกากุ๊กกูตัวนึงตัวใหญ่มากตัวใหญ่สุดตั้งแต่เคยเจอมา ถามราคาแสนกว่าบาท แม่ขอซื้อ เค้าก็บ่น เลยไม่ได้ซื้อ กูป่วยเลย (หัวเราะ) เมียผมก็แอบไปซื้อให้วันเกิด กันยาก็ได้แล้ว (ยิ้ม) แต่มันเป็นอาการของโรคนะ เรียกชื่อน้องสาวเป็นลูกสาว น้องสาวพี่ชื่อแอ๋ว เราเรียกแอ๋วๆ แต่เรียกลูกสาวพี่ แล้วก็เรียกไรเฟิลเรียกเป็นชื่อน้องชาย คงเป็นอาการของโรค แต่โชคดีมากเรยีกชื่อเมียไม่ผิด(หัวเราะ)

เรื่องความทรงจำพี่มีปัญหามั้ย ?

อ๊อฟ : มีแน่ๆ ตอนแรกๆพี่เป็นคนที่สวดมนต์ทุกวัน บทสวดทุกอันลืมหมดเลยพี่แดงต้องเขียนติดไว้ที่ข้างฝาแล้วพี่ก็นอนอ่าน (แล้วมันกลับมามั้ย) กลับมา ทุกวันนี้ก็สวดได้ แล้วก็มีอาการที่ประหลาดอยู่อย่างคือเวลาขับรถคอยจะระแวงไปบอกทางเค้า แต่บอกผิด เป็นช่วงแรกๆ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว

แล้วของที่เราสะสมไว้ ?

อ๊อฟ : จำได้ทุกชิ้น

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีท้อมั้ย ?

อ๊อฟ : มันมีบ้างแต่ความโชคดีของพี่คือการที่เราเข้าสู่ธรรมะหรือว่าธรรมชาติมันดึงกลับมาได้เร็วไม่ท้อ พี่ป่วยพอเดินไม้เท้าได้พี่ออกแล้ว ไม่สนใจ พี่ไปงานรับรางวัลตั้งแต่ยังพูดไม่รู้เรื่องเลย

หลายคนไม่กล้าแม้แต่เป็นคนปกติไม่ได้เป็นนักแสดงไม่มีคนรู้จัก พอเป็นปุ๊ปไม่อยากออกไปไหนแล้ว ?

อ๊อฟ : วันเวลาที่เราปกติเพราะว่าเราหล่อ เราอยากให้เค้าชื่นชมแล้วพอเราเป็นอย่างนี้ เราไม่หล่อ เราต้องไม่ออกไปเหรอ ถ้าไม่หล่อก็ออกไปได้ จะเป็นยังไงก็ช่างมัน

โรคนี้เป็นโรคของเวรกรรมพี่อ๊อฟเชื่อเรื่องนี้มั้ย ?

อ๊อฟ : เป็นโรคของเวรกรรมแน่นอน เวรกรรมในที่นี้หมายถึงกรรมในชาติที่แล้วหรือกรรมในชาตินี้ทั้งสองถูกต้อง กรรมชาติที่แล้วคือเราอาจจะไม่ทำอะไรมา ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอะไรก็แล้วแต่ กรรมในชาตินี้ก็คือนอนน้อย กินน้ำน้อย เครียดสะสม ความดันไม่ควบคุม ปัจจัยทั้งหมดมีกี่อย่างพี่ทำหมด มันคือกรรมในชาตินี้ที่พี่ทำ

กรรมจากสิ่งที่พี่ทำแต่ไม่ใช่จากละครกรงกรรมใช่มั้ย เพราะพี่กำกับกรงกรรม ?

อ๊อฟ : ไม่ๆ ในการผลิตคอนเท้นท์ทุกอัน เราทำด้วยจิตใจที่ดี เราไม่ดูถูกเพราะเรามีการบวงสรวงตลอด อย่างพี่ทำเรื่องพญานาค พี่ล้มตอนทำเรื่องนาคี 2 บางคนก็บอกว่าเป็นเพราะอะไรหรือเปล่า เราบวงสรวงใหญ่ด้วย ไม่ดูถูก ไม่ประมาท ทำเต็มที่ที่เราทำแล้ว

กายภาพก็แล้ว หาหมอก็แล้ว หมอไสยศาสตร์พี่ก็ไป ?

อ๊อฟ : ถ้าพวกคุณเป็นอยางนี้จะรู้ว่า ความเชื่อต่างๆมันเข้ามาหมด เราก็ไขว่คว้า ไปรดน้ำมนต์ก็ไป ฝังเข็มก็ไป กินสมองหมูก็ไป สมองหมูกินเยอะมากนะ ต้องฉีดเป็นสเต็มเซลล์

สมองหมูเค้าเชื่อว่าอะไร ?

อ๊อฟ : ทำจากสมองหมู เพราะสมองหมูจะคล้ายกับสมองคนมากที่สุด พี่ไปให้จนพี่จะร้องอู๊ดอู๊ดแล้ว

คร่าวๆตอนนี้รักษามาเท่าไหร่แล้ว ?

อ๊อฟ : หลักล้านแน่นอน เฉพาะตอนออกจากโรงพยาบาลก็กว่าแล้ว

ตลอด 30 ปีที่แต่งงานกันมามีทั้งสุขและทุกข์ ปลอบใจกันยังไง ?

อ๊อฟ : มันอยู่กันจนไม่ต้องพูดอะไรกันแล้ว พี่คบกันก่อนแต่งงาน 8 ปี แต่งงานกันมา 30 กว่าปี เหมือนรู้ใจกัน เราไม่ทำอะไรที่เค้าไม่ชอบ เค้าก็เหมือนกันเข้าใจในระดับหนึ่ง ส่วนจะพูดให้กำลังใจกันมั้ยก็พอมีบ้างในวันที่อ่อนแอ ก็จะพูดตามสถานการณ์อย่างเช่น ไม่ต้องฟังมาก ไม่ต้องไปคิดมาก แต่พี่แดงจะพูดว่าไม่เป็นไร

ถ้าพี่แดงดูอยู่ตอนนี้อยากจะบอกอะไรเค้า ?

อ๊อฟ : 40 กว่าปี ไม่มีวันไหนที่รักน้อยลงกว่าเมื่อวานเลย ไม่มีอะไรที่จะบอกนอกจากรักนะ รักกว่าเมื่อวานนะ ลูกก็เหมือนกัน

มีช่วงที่พี่แดงเค้าเครียดมั้ย ที่ดูแลเรา ช่วยเรา ?

อ๊อฟ : มีครับ คือเราขอบคุณเค้าอยู่แล้ว บอกเค้าเลยว่าไม่ต้องห่วงนะ ปีนึงจะทำงานให้ได้

พี่แดงเครียดจนคิดว่าจะเป็นสโตกตามพี่ ?

อ๊อฟ : เวลาเราเป็นอะไรคนไม่สบายไม่ใช่ภาระ ภาระทั้งหมดตกอยู่กับคนรอบข้าง ถ้าคุณไม่อยากเป็นภาระในครอบครัวคุณก็อย่าป่วย ต้องป้องกันปรึกษาหมอก็ได้ หาในยูทูปก็ได้ วิธีการรักาวิธีการดูแลตัวเอง วิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคสโตกในนั้นก็มีตั้งเยอะแยะ แต่อย่าเพิ่งไปเชื่อนะ ปรึกษาหมอก่อน

พี่ยังมีความหวังมั้ยว่าพี่จะหายเป็นปลิดทิ้ง ?

อ๊อฟ : ความหวังมีไว้พุ่งชนเหมือนกับเป้าหมายแต่ว่าเราจะไปได้มากเท่าไหร่เต็มที่ความสามารถขอเรา แต่สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องอยู่กับมันให้ได้ ความรักในครอบครัวสำคัญที่สุดและสวยงามที่สุดไม่ต้องไปหาที่อื่น

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘ใหม่ ดาวิกา’ทวีตลั่น’ถ้ามันหมดใจแล้วอ่ะมันหมดจริงๆ’ แฟนคลับส่งกำลังใจเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735435

'ใหม่ ดาวิกา'ทวีตลั่น'ถ้ามันหมดใจแล้วอ่ะมันหมดจริงๆ' แฟนคลับส่งกำลังใจเพียบ

‘ใหม่ ดาวิกา’ทวีตลั่น’ถ้ามันหมดใจแล้วอ่ะมันหมดจริงๆ’ แฟนคลับส่งกำลังใจเพียบ

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.50 น.

6 มิถุนายน 2566 เป็นที่สงสัยกันทั้งโลกโซเชียลเมื่อนางเอกสาวชื่อดัง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ‘@DavikaH’ ระบุข้อความว่า “ถ้ามันหมดใจแล้วอ่ะมันหมดจริงๆ” โดยหลังจากที่ใหม่ ดาวิกาได้โพสต์ข้อความดังกล่าวออกไปเหล่าแฟนคลับต่างเข้ามาให้กำลังใจสาวใหม่ กันเป็นจำนวนมาก เช่น อยู่ตรงนี้เสมอนะ , อยู่เคียงข้างคุณเสมอนะ

เสนอพระนามให้ยูเนสโก ยกย่อง‘ร.9’ ฉลองในวาระครบ100ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735665

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.30 น.

เสนอพระนามให้ยูเนสโก ยกย่อง‘ร.9’ ฉลองในวาระครบ100ปี วันพระบรมราชสมภพปี2570 ครม.ผ่านความเห็นชอบแล้ว

ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาฯเสนอพระนาม “ในหลวง ร.9” ให้องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพปี 2570

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ

เสนอพระนามพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบ 100ปี วันพระราชสมภพ ในปี 2470 ซึ่งตามกระบวนการพิจารณาต้องเสนอพระนามในปี 2567 เพื่อเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก และการประชุมสมัยสามัญขององค์การยูเนสโก ในปี2568 ทั้งนี้ เมื่อมีมติเห็นชอบ จะมีการประกาศยกย่องและจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง ในปี2570 ซึ่งเป็นปีพระบรมราชสมภพครบ100ปี

น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ศธ.จัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อยกร่างข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจฯปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมข้อมูลพระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำริด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เชื่อมโยงกับภากิจขององค์การยูเนสโกใน 4ด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์และสื่อสารมวลชน รวมทั้งรางวัลต่าง ๆที่พระองค์ท่านได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายจากองค์การสหประชาชาติและในระดับนานาชาติ เพื่อเตรียมการยกร่างข้อมูลเสนอพระนามฯ ตลอดจนขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานขอข้อมูลพระราชกรณียกิจ เพื่อเตรียมการยกร่างข้อมูลเสนอองค์การยูเนสโกในปี2567เพื่อพิจารณาต่อไป

“ที่ผ่านมา ศธ.ยื่นเรื่องเสนอ ครม.ไปแล้ว เมื่อวันที่ 15มีนาคม เพื่อพิจารณาใน 2ประเด็นคือ เห็นชอบในหลักการในการเสนอพระนาม พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอ ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในวาระ100 ปี วันพระราชสมภพในปี2570และเห็นชอบให้ศธ.ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำร่างเสนอพระนามต่อองค์การยูเนสโก” น.ส.ตรีนุช กล่าว

เรียนรู้วัฒนธรรมจากอาหาร เพิ่มค่ามรดกสำรับครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735615

เรียนรู้วัฒนธรรมจากอาหาร  เพิ่มค่ามรดกสำรับครอบครัว

เรียนรู้วัฒนธรรมจากอาหาร เพิ่มค่ามรดกสำรับครอบครัว

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมนูอาหารที่สืบทอดกันมาของครอบครัว เมื่อเวลาผ่านไปอาจกลายเป็น “ขุมทอง” สร้างรายได้ เพิ่มความมั่นคงให้กับชีวิตได้ซึ่ง ผศ.ดร.อภิลักษณ์ เกษมผลกูล อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้รับผิดชอบรายวิชา “คติชนวิทยา” (Folklore) ของสาขาวิชาภาษาไทยที่ว่าด้วยการศึกษาวัฒนธรรมจากรากเหง้า ได้ต่อยอดสู่รายวิชา “อาหารและวัฒนธรรม” ที่เปิดกว้างให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยมหิดลจากทุกคณะได้มีโอกาสลงทะเบียนเรียนร่วมกัน

เนื้อหาที่น่าสนใจของรายวิชาฯ ได้แก่ การบอกเล่าถึงที่มาของอาหารไทย ซึ่งอาจไม่ได้มาจากวัฒนธรรมไทยโดยตรง แต่เกิดจากการประยุกต์ดัดแปลงจนกลายมาเป็นอาหารไทย และเป็นที่นิยมจวบจนปัจจุบัน อาทิ ขนมที่น้อยคนนักจะทราบว่ามาจากวัฒนธรรมมลายู อย่างเช่น ขนมชั้น และขนมสังขยา เป็นต้น และการเปิดโอกาสให้นักศึกษาในชั้นเรียนรู้จักกับอาหารไทยที่มีชื่อเรียกจากการสังเกตสิ่งรอบตัว อาทิ ขนมถั่วแปบ ที่มีชื่อเรียกจากการทำให้ขนมมีรูปร่างคล้ายฝักถั่วแปบ และขนมกลีบลำดวน ที่มีชื่อและลักษณะตามดอกลำดวน เป็นต้น

เสน่ห์ของรายวิชา “อาหารและวัฒนธรรม” ที่ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้เรียนอยู่ที่ การเปิดกว้างทางความคิดโดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้กลับไปลองรวบรวมสำรับอาหารของที่บ้านมาแลกเปลี่ยน “เคล็ดลับความอร่อย” กันในชั้นเรียน รวมทั้งได้มีการเปิดมุมมองทางด้านอาหารที่เรียนรู้และเชื่อมโยงกับศาสตร์ด้านต่างๆ ตามความถนัดของนักศึกษาจากแต่ละคณะฯ

อาทิ นักศึกษาจากคณะแพทย์เชื่อมโยงกับเรื่องสุขภาวะ นักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์เชื่อมโยงกับการสร้างนวัตกรรม และนักศึกษาศาสนศึกษา เชื่อมโยงกับมุมมองทางด้านศาสนาและความเชื่อที่แตกต่างกันไปตามหลักคำสอนของแต่ละศาสนา เป็นต้น รวมทั้งการได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมนอกห้องเรียน จากการลงพื้นที่จริงสัมผัสกับครัวไทยโบราณ และทดลองทำอาหารไทยพื้นบ้านด้วยตัวเองกับปราชญ์ชุมชนโดยตรง

ทั้งหมดนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า “อาหาร” มีความเกี่ยวข้องกับ “วัฒนธรรม” หรือวิถีชีวิตของมนุษย์เพียงใด ซึ่งอาหารชนิดเดียวกัน อาจมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน แต่สามารถทำให้เกิด “ความแตกต่าง” ได้ โดยไม่จำเป็นต้องหาความเป็นมาตรฐานของรสชาติ อนึ่ง รายวิชา “อาหารและวัฒนธรรม” ในอนาคตพร้อมขยายผลสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) ให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษาด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ MUx ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ด้วยเคล็ดลับในการทำอาหารที่เป็นมรดกตกทอดกันมาของแต่ละครอบครัว อาจ “สร้างมูลค่า” ได้จากความสามารถในการสร้างสรรค์ทำให้อาหารชนิดเดียวกันมีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันตามแบบฉบับของแต่ละครอบครัว ต่อยอดสร้างเป็นธุรกิจอาหาร ลดการนำเข้าและความนิยมอาหารจากต่างประเทศ ตลอดจนลดมลพิษซึ่งเป็นผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยี โดยการหันมาทำอาหารแบบดั้งเดิมที่ไม่เบียดเบียนต่อสิ่งแวดล้อม!!!

H.E.A.T International Anti-Aging Congress 2023 ‘มธบ.’ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735614

H.E.A.T International Anti-Aging Congress 2023  ‘มธบ.’ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม

H.E.A.T International Anti-Aging Congress 2023 ‘มธบ.’ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.นพ.พัฒนา เต็งอำนวย คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (CIM) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.-DPU) เปิดเผยว่า กระแสรักสุขภาพของคนไทยนับจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้อุตสาหกรรมความงามและสุขภาพขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจอาหารเสริม สถานบริการด้านความงาม และศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในเทรนด์สุขภาพที่ว่าด้วยการป้องกันโรคเชิงรุกด้วยศาสตร์ชะลอวัย (Proactive Anti-Aging)

การดูแลสุขภาพเชิงรุกด้วยศาสตร์ชะลอวัย (Proactive Anti-Aging) เป็นแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมและเติบโต เพราะเราทุกคนไม่มีใครอยากเจ็บป่วย โดยเริ่มต้นได้จากการให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดตามศาสตร์ชะลอวัย เพื่อเห็นแนวโน้มและสามารถพยากรณ์ถึงโรคที่มีโอกาสเกิดได้ในอนาคต ซึ่งการนำผลตรวจเชิงรุกเหล่านี้มาใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ ที่แตกต่างจากที่ผ่านมา ได้แก่ การรับประทานอาหารให้ได้สัดส่วนตามหลักโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อนนอนหลับ รวมไปถึงการมีสุขภาพจิตที่ดี

จากแนวคิดดังกล่าวนำมาสู่การประชุมวิชาการระดับชาติ DPU Wellness Summit 2023 H.E.A.T International Anti-Aging Congress Proactive Anti-Aging : Anticipate Health Risks to Promote Healthspan ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 โดยมีเป้าหมายเพื่อจุดประกายแนวคิดคนในสังคมให้ลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพเชิงรุกด้วยการรู้ทันโรคก่อนเจ็บป่วย รวมถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามให้ขยายตัว

ตลอด 3 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 17-19 ส.ค. 2566 อัดแน่นไปด้วยความรู้ และประสบการณ์ใหม่ๆ ด้านสุขภาพและความงามที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค รวมทั้งความรู้ความก้าวหน้าในศาสตร์ทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพแบบ Wellness โดยมีนักวิชาการจากต่างประเทศ จำนวน 15 ท่านเข้าร่วมงาน ซึ่งหัวข้อบรรยายมีความน่าสนใจ เช่น ฮอร์โมน ความสำคัญของแร่ธาตุ วิถีชีวิต การตรวจสุขภาพเชิงรุก และการใช้เปปไทด์ในการป้องกันโรค

นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามจากต่างประเทศตอบรับเข้าร่วมงานแล้วประมาณ 100 คน ในขณะที่การตอบรับเข้างานมากถึง 400 คน มาจากในประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยวิทยากรในประเทศ เช่น ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นพ.อรรถสิทธิ์ ศักดิ์สุธาพร เจ้าของเพจ “อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ” และ Medical Director of Health Focus Clinic

ร่วมด้วย ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผศ.ดร.จุฑารพ เพชระบูรณิน ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ฟีโน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นพ.กุลธนิต วนรัตน์ ผู้อำนวยการกองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข และนางสาวชวนัสก์ สินธุเขียว ประธานสมาพันธ์สมาคม สปาแอนด์เวลเนสไทย

ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยต่างๆ ในหัวข้อ Anti-aging, Spa and Healthcare, Nutrition and Supplementation, Hospital and Medical Care, Complementary and Alternative Medicine, Thai Traditional and Herbal Medicine, Hotel and Tourism, Science and Technology, Community and Social Enterprise และ Fine Art and Culture เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของคนในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม

ผู้นำเสนอผลงานสามารถเข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัล รางวัลที่ 1 มูลค่า 8,000 บาท รางวัลที่ 2 มูลค่า 5,000 บาทและ รางวัลที่ 3 มูลค่า 3,000 บาท เปิดรับบทความฉบับสมบูรณ์ตั้งแต่วันนี้-15 มิ.ย. 2566 โดยแจ้งผลการพิจารณาบทความวิชาการ ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2566 อีกทั้งยังได้มีการออกร้านจำนวน 35 ร้านค้า อาทิ รองเท้าวิ่งและชุดออกกำลังกายจากแบรนด์ Craft Sportswear, ผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม ไอซ์แลนด์ดิก (Icelandic Glacial Sparkling Water) ซึ่งเจ้าของแบรนด์บินตรงเพื่อเข้าร่วมงานในครั้งนี้ และการออกร้านของหลักสูตรแพทย์แผนไทย มธบ.

“H.E.A.T เป็นงานประชุมวิชาการเดียวที่แบ่งปันความรู้พร้อมช้อปปิ้งสินค้าเพื่อสุขภาพ และมินิคอนเสิร์ต รวมไว้ในงานเดียว ด้วยความตั้งใจ และเป้าหมายหลักของงานในปีนี้ก็คือ ต้องการผลักดันให้เกิดการดูแลสุขภาพเชิงรุก เพื่อการรู้ทันโรคก่อนป่วย ที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว โดยไม่ต้องพึ่งแพทย์ รวมทั้งมีความเชื่อว่าความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ขณะที่ความบันเทิงก็สำคัญทางด้านสุขภาพจิตใจและส่งผลต่อการชะลอวัยได้ด้วย ซึ่งปีนี้เป็นมินิคอนเสิร์ตจาก มารีน่า-ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า และโต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ผศ.ดร.นพ.พัฒนา กล่าว

จากการขยายตัวอย่างมากของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามในไทย นี่จะเป็นอีกโอกาสสำคัญของการอัปเดตความรู้และเทรนด์ใหม่ๆ รวมทั้งค้นหาโอกาสทางธุรกิจที่มากกว่าเดิมได้จากงานประชุมวิชาการระดับชาติ DPU Wellness Summit 2023 H.E.A.T International Anti-Aging Congress Proactive Anti-Aging: Anticipate Health Risks to Promote Healthspan จัดวันที่ 17-19 ส.ค. 2566 เวลา 07.30-17.30 น. ที่ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก,อะ ลักซ์ซูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://cim.dpu.ac.th/conference-heat-congress/

‘สศร.’ใช้เทคโนโลยีช่วยพัฒนา ‘หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735613

‘สศร.’ใช้เทคโนโลยีช่วยพัฒนา  ‘หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน’

‘สศร.’ใช้เทคโนโลยีช่วยพัฒนา ‘หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน’

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า สศร. ได้พัฒนาหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์และการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยหลากหลายสาขา รวมถึงเปิดพื้นที่สำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยระดับชาติและนานาชาติ และให้ศิลปินแขนงต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อใช้พัฒนาผลงาน

ตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับประโยชน์และนำความรู้ที่ได้รับจากการจัดนิทรรศการไปใช้สร้างแรงบันดาลใจ หรือต่อยอดการทำงานได้ ซึ่งตลอดการดำนินงานในปี 2565-เดือนพ.ค. 2566 ได้ผลตอบรับจากผู้จัดกิจกรรม ศิลปิน และผู้ชมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ๆ มาช่วยในการจัดนิทรรศการ ทำให้มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้ชมมากยิ่งขึ้น

มีการประชาสัมพันธ์เนื้อหา และรูปแบบการจัดกิจกรรมหลากหลายช่องทาง ทั้งจากทางหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน เครือข่ายศิลปะร่วมสมัย และจากผู้เข้าชมที่แชร์เรื่องราวความประทับใจต่อไปยังสาธารณะ ยิ่งทำให้มีผู้เข้าชมทั้งชาวไทย และต่างชาติ ใช้บริการหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินเพิ่มมากขึ้นโดย สศร. ได้เปิดกว้างให้ผู้สนใจเข้าหารือในการใช้พื้นที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินและพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่างๆ

นายประสพ กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 11. มิ.ย. 2566 จะมีการจัดกิจกรรมการอบรม “บรรณาธิการกิจกับวัฒนธรรมหนังสือ” (open book) เวลา 09.30-16.45 น. ที่ ห้องออดิทอเรียม หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน โดยมีการบรรยายให้ความรู้ จากบุคคลชั้นนำด้านหนังสือ นิตยสาร อาทิ หัวข้อ “บรรณาธิการกิจกับวัฒนธรรมหนังสือ” โดย นายอรรถ บุนนาค บรรณาธิการสำนักพิมพ์ JLit

การเสวนา หัวข้อ “บทบาทของบรรณาธิการในโลกสมัยใหม่” โดย บรรณาธิการระดับแนวหน้าของไทยได้แก่ นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการThe Cloud นายวิไลรัตน์ เอมเอี่ยม บรรณาธิการนิตยสาร a day, นายภัทรจักร ปานสมัย บรรณาธิการหลวยสูสำนักพิมพ์ และนายอรรถ บุนนาค บรรณาธิการสำนักพิมพ์ JLit ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 7-11 มิ.ย. 2566 มีการจัดนิทรรศการ “Dystopian” จัดแสดงผลงานวิทยานิพนธ์ของมหาบัณฑิตศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบ สาขาวิชาทัศนศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ห้องนิทรรศการ 5 และห้องปฏิบัติการ 1 ชั้น 2 โดยรวบรวมงานศิลปะที่สะท้อนถึงรูปแบบความทุกข์อันหลากหลายของ 8 ศิลปิน จำนวน 16 ผลงานมาให้ได้รับชมอย่างใกล้ชิดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน โทร. 02-2248030 ต่อ 202

มหกรรมเพื่อคนรักสุขภาพ ‘ธนบุรีทุ่งสง healthcare 2566’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735616

มหกรรมเพื่อคนรักสุขภาพ  ‘ธนบุรีทุ่งสง healthcare 2566’

มหกรรมเพื่อคนรักสุขภาพ ‘ธนบุรีทุ่งสง healthcare 2566’

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลธนบุรี ทุ่งสง ปลุกกระแสคนรักสุขภาพ ด้วยการจัดมหกรรมสุขภาพ “ธนบุรีทุ่งสง healthcare 2566” ภายใต้แนวคิด “งานแฟร์เพื่อคนที่คุณแคร์” ร่วมสร้างสังคมสุขภาพดี ปลูกจิตสำนึกในการดูแลสุขภาพ และส่งเสริมให้ประชาชนมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่หลากหลาย พบกับกิจกรรมสุขภาพภายในงาน ซึ่งจะมีการให้ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขอนามัยแม่และเด็ก แนะนำการลงทุนเพื่อสุขภาพ รวมถึงการจัดแสดง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพด้วยแบ่งกิจกรรมดังนี้

1.Health Talk เสวนาสุขภาพกับแพทย์ 2.Health Market การจัดแสดง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ 3.Health Care สุขภาพดี อบอุ่นใจใกล้ๆ คุณ 4.Health Investment การลงทุนด้านสุขภาพพบกับข้อเสนอสุดพิเศษ! ตามไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพ จากที่ปรึกษา และวางแผนทางการเงิน 5.Health Food คาราวานความอร่อยทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม พร้อมกิจกรรม และรางวัลอีกมากมาย!

และ 6.Health Relax GRAND CONCERT ENGLOT #อิงล็อต by Thonburi Thungsong เวลา17.00-21.00 น. อิงฟ้าวราหะ 1st Runner-up Miss Grand International 2022 Miss Grand Thailand2022 ชาล็อต ออสติน5th runner up Miss Grand Thailand 2022 ลุ้น! รับของรางวัลพิเศษ ตลอดงาน โดยเงินสนับสนุนกิจกรรมหลังหักค่าใช้จ่ายเพื่อโครงการธนบุรีทุ่งสง ห่วงใยต้านภัยมะเร็งเต้านม จึงใคร่ขอเรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าร่วมงาน “ธนบุรี ทุ่งสง เฮลธ์แคร์ 2566” ในวันอาทิตย์ที่ 2 ก.ค. 2566 เวลา 08.00-21.00 น. ณ โรงแรมทวินโลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช

อาชีวะฯขยายโอกาสทางการศึกษา สู่การมีงานทำ ลดความเหลื่อมล้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735673

อาชีวะฯขยายโอกาสทางการศึกษา สู่การมีงานทำ ลดความเหลื่อมล้ำ

อาชีวะฯขยายโอกาสทางการศึกษา สู่การมีงานทำ ลดความเหลื่อมล้ำ

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เร่งขับเคลื่อนนโยบาย Quick Win ข้อ 10 ขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์บริหารงานการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา (ศพอ.) โดยมอบหมายให้ เรืออากาศโทสมพร ปานดำ รองเลขาธิการ กอศ.เป็นประธานพิธีเปิดโครงการบันทึกข้อลงความร่วมมือด้านการจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และกิจกรรมทำแผนอาชีพระยะสั้น Up Skill , Re Skill สำหรับคนพิการ พร้อมด้วย นายพิษณุเวท โพธิ์เพ็ชร ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา (ศพอ.) และผู้อำนวยการสถานศึกษาเข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษาภาคใต้ 1 (วิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช)

ด้าน เรืออากาศโทสมพร ปานดำ รองเลขาธิการ กอศ.เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถานการณ์คนพิการในประเทศไทย มีจำนวน 2,180,178 คน จบการศึกษาระดับประถมศึกษา เพียงร้อยละ 63.87 เนื่องจากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยอาชีวศึกษาเร่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ตอบโจทย์ชีวิต (Alternative Education) เรียนรู้สู่กำลังคนสมรรถนะสูง เรียนรู้สู่การเป็นผู้ประกอบการ และเรียนรู้สู่การเพิ่มเติมทักษะวิชาชีพ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้เรียนพิการให้เกิดความสำเร็จ อาศัย Key Success คือ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างหลักประกันทางการศึกษา พัฒนาระบบดูแล พัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับผู้เรียนพิการ และส่งเสริมโอกาสการมีงานทำให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อการจัดอาชีวศึกษาเพื่อคนพิการ ตามแนวคิด “เชื่อมร้อยเครือข่ายที่เข้มแข็ง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง ภายใต้แนวคิด All for Education เปลี่ยนความพิเศษ ให้เป็นพลัง เปิดประตูสู่โลกอาชีพ อย่างสมศักดิ์ศรี”

พร้อมกันนี้ ได้เยี่ยมชมการจัดนิทรรศการผลงานเชิงประจักษ์การดำเนินงานภายใต้โครงการอาชีวศึกษาเพื่อคนพิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยสถานศึกษาอาชีวศึกษา ได้แก่ โรงเรียนการศึกษาพิเศษ ภาคีเครือข่าย และสถานประกอบการ ที่เข้าร่วมจัดนิทรรศการการสอนอาชีพระยะสั้น Up Skill , Re Skill ผลงานการดำเนินงานของวิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช และวิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี วิทยาลัยสารพัดช่างกระบี่ วิทยาลัยการอาชีพอ่าวลึก วิทยาลัยเทคนิคสตูล วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี โรงเรียนนครศรีธรรมราชปัญญานุกูล โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ร่วมแสดงผลงานเชิงประจักษ์เพื่อแสดงศักยภาพการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะ สู่การมีงานทำ

– 006

สกสว.มุ่งขับเคลื่อนผลักดันงานวิจัย ผ่านเวทีโลกในที่ประชุมใหญ่สมาคมวิจัยโลก ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735676

สกสว.มุ่งขับเคลื่อนผลักดันงานวิจัย ผ่านเวทีโลกในที่ประชุมใหญ่สมาคมวิจัยโลก ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

สกสว.มุ่งขับเคลื่อนผลักดันงานวิจัย ผ่านเวทีโลกในที่ประชุมใหญ่สมาคมวิจัยโลก ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.49 น.

สกสว. มุ่งขับเคลื่อนการผลักดันงานวิจัยสู่ชุมชนและสังคม ผ่านเวทีโลกในที่ประชุมใหญ่สมาคมวิจัยโลก (Global Research Council) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) และคณะ ได้เข้าร่วมประชุมใหญ่ประชาคมวิจัยโลก Global Research Council (GRC) ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2566 ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 โดยมี Dutch Research Council (NWO) ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ São Paulo Research Foundation (FAPESP) ประเทศบราซิล ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ภายใต้หัวข้อหลัก “Rewards and Recognition” และ “Climate Change and Climate    Change Initiative”มีผู้นำและผู้แทนกว่า 175 คนจาก 81 หน่วยสนับสนุนทุนวิจัย จาก 63 ประเทศเข้าร่วมประชุม ในโอกาสนี้ รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วย ดร.อรกนก พรรณรักษา ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านการต่างประเทศ สกสว. เข้าร่วมการประชุม GRC 2023 ในครั้งนี้ด้วย

ในปีนี้ สกสว. ร่วมกับ National Research Council of South Africa (NRF S. Africa) เป็นเจ้าภาพหลักในการจัด Side Event ของการประชุมใหญ่ ภายใต้หัวข้อ “Leveraging Transdisciplinary Research for Community Impact: Global South Experiences”  เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 มุ่งชูโรงความสำคัญบทบาทงานวิจัยที่จำเป็นต้องได้รับส่วนร่วมจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่  ไม่ว่าจะเป็นหน่วยทุนวิจัย นักวิจัย นักวิชาการ องค์กรท้องถิ่น และชุมชน ชาวบ้าน  กิจกรรมนี้ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในการริเริ่มกิจกรรม side event ในเวทีโลก และประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 85 คนจากทุกทวีป และยังได้รับการทาบทามจากหลายหน่วยงานหลัก รวมไปถึงเจ้าภาพของปีนี้ Dutch Research Council (NWO) ในการเสนอให้ไทยช่วยผลักดันต่อโดยจะขอร่วมเป็นหน่วยสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องของ Transdisciplinary Research (TDR) ต่อไป โดยในปีนี้ สกสว.ตั้งเป้าผลักดันประเด็น TDR ต่อในการประชุมระดับผู้นำของหน่วยงานให้ทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Global Research Council Asia Pacific Regional Meeting) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18-20 ตุลาคม 2566 นี้ ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับการประชุมครั้งนี้ หน่วยงานเจ้าภาพให้ความสำคัญในสองธีมหลัก ได้แก่ “Rewards and Recognition” และ “Climate Change and Climate Change Initiative” โดยเล็งเห็นว่า เรื่องของตัวชี้วัดงานวิจัยนั้นมีการขยายไปอย่างน่าเป็นห่วง มีมิติการชี้วัดความก้าวหน้าของนักวิจัยที่ค่อนข้างจำกัด จึงเป็นหัวข้อที่ประชาคมวิจัยโลกมองว่า เราไม่ควรจำกัดอยู่ที่เรื่องของจำนวนชี้วัดอีกต่อไป แต่ควรมองบริบทรอบด้านอื่นๆ ที่ช่วยสร้างผลกระทบให้กับสังคม ในขณะที่ เรื่องของ Climate Change นั้น ที่ประชุมมุ่งเน้นถึงการสร้างความร่วมมือ การแสดงเจตจำนงทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญ การวางแผนนโยบาย ทิศทางงานและการสนับสนุนทุนวิจัย ตลอดจนการตัดสินใจประเด็นโลกร้อนก็ได้รับผลโดยตรงจากนโยบายการเมืองของแต่ละประเทศ โดยจากการประชุมในครั้งนี้ คณะผู้จัดงานได้แสดงเจตนารมณ์ภายใต้ Statement of Principles ว่า ประชาคมวิจัยโลก พร้อมในความร่วมมือและมุ่งผลักดันแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อนร่วมกันอย่างจริงจัง ซึ่งการประชุมประจำปีของประชาคมวิจัยโลกครั้งต่อไปนั้น จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2567 
ณ เมืองอินเทอร์ลาเคน สหพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์

ปวงชนชาวไทยเจริญจิตตภาวนา-บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวาย’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735643

ปวงชนชาวไทยเจริญจิตตภาวนา-บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวาย'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

ปวงชนชาวไทยเจริญจิตตภาวนา-บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวาย’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.38 น.

ประชาชนไทยทั่วประเทศร่วมประกอบพิธีทางศาสนา เจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน

วันนี้ (6 มิ.ย. 66) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในห้วงวันที่ 4-6 มิถุนายน 2566 ประชาชนไทยทั่วประเทศร่วมประกอบพิธีทางศาสนา เจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ อาทิ

1. จังหวัดสกลนคร ที่วัดศิริดำรงวนาราม บ้านท่าสองคอน หมู่ที่ 1 ตำบลบะฮี อำเภอพรรณานิคม นายยรรยง พรมศร นายอำเภอพรรณานิคม เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธี

2. จังหวัดเชียงใหม่ ที่วัดบ่อหลวง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด นายประนอม หล้าจู นายกเทศมนตรีตำบลบ่อหลวง เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธี

3. จังหวัดระยอง ที่บริเวณอ่างแก้มลิงบ้านหมอมุ่ย หมู่ที่ 4 ตำบลละหาร อำเภอปลวกแดง นายสกนธ์ กรกฎ นายอำเภอปลวกแดง เป็นประธานกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาและปลูกต้นไม้ เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บุคลากรสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปลวกแดง และเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอปลวกแดง ร่วมพิธี

4. จังหวัดชลบุรี ที่ห้องประกอบพิธี กองบัญชาการ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ นาวาเอก กิตติโชจน์ แสงใส ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา กำลังพลฐานทัพเรือสัตหีบ ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน

5. จังหวัดลำปาง ที่หอประชุมอำเภอสบปราบ นายเกษม ใจจันทร์ นายอำเภอสบปราบ คณะกรรมการ/สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอสบปราบ ร่วมกับ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปางและโรงพยาบาลลำปาง รับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมีผู้บริจาคโลหิตจำนวน 107 ราย ได้รับปริมาณโลหิต จำนวน 42,800 ซีซี และมีผู้บริจาคดวงตาและอวัยวะ จำนวน 2 ราย

6. จังหวัดศรีสะเกษ ที่ห้องประชุมอำเภอศรีรัตนะ อำเภอศรีรัตนะ นายสุรพล ศรีพนมธนากร นายอำเภอศรีรัตนะ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอศรีรัตนะ ข้าราชการตำรวจจิตอาสา สภ.ศรีรัตนะ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน

7. จังหวัดตราด ที่ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ นางชุลีพร เตรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด ร่วมกับ โรงพยาบาลตราด จัดกิจกรรม “ทำความดีบริจาคโลหิต” แก้ปัญหาภาวะโลหิตขาดแคลน เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมีผู้บริจาคโลหิตจำนวน 40 ราย ได้รับปริมาณโลหิต จำนวน 12,600 ซีซี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันประกอบกิจกรรมทางศาสนาและทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ณ ศาสนสถานและสถานที่ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัด เพื่อร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและน้อมถวายเป็นพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน

– 006