‘หนิง-ปณิตา’พักกายพักใจเที่ยว‘สวิส-ฝรั่งเศส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735046

‘หนิง-ปณิตา’พักกายพักใจเที่ยว‘สวิส-ฝรั่งเศส’

‘หนิง-ปณิตา’พักกายพักใจเที่ยว‘สวิส-ฝรั่งเศส’

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พักกายพักใจ เหินฟ้าบินไปทำงานไกลถึงต่างแดน สำหรับนางร้ายสุดแซ่บในตำนาน “หนิง-ปณิตา” ที่หอบเพื่อนซี้พาร์ทเนอร์ธุรกิจความสวยความงาน เพื่อนสาว
“วุ้นเส้น-วิริฒิพา” พาตัวแทนครอบครัว SEWA โสมดำไปฉลอง 9 เดือน 4 แสนขวด พาเที่ยวสวิส-ฝรั่งเศส งานนี้ยังมีประเด็นร้อนรอปะทุอีกมากมาย ทั้งเรื่องฮอตที่น่าจับตามองอย่างข้อความแฮชแท็กสุดเศร้า ขึ้นแท่นนางเอกเอ็มวีเจ้าน้ำตา และข่าวคราวเรื่องที่หลายคนสงสัยอย่างสถานะครอบครัว การหย่าร้างบทสรุปของความรักนางร้ายตัวแม่จะจบลงที่ทิศทางไหน ล่าสุด “สาวหนิง” พร้อมเปิดใจเคลียร์ด่วนกับผู้สื่อข่าวส่งตรงจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แบบหมดเปลือก

โพสต์ล่าสุดเกี่ยวกับแฮชแท็ก #การมีอยู่ของฉัน สื่อถึงอะไร?

“อันนั้นต้องบอกว่ามันเป็นมิวสิกวีดีโอที่หนึ่งมีโอกาสไปร่วมเล่นกับน้องที เจสเซสเตอร์ ซึ่งหลายคนก็งงว่ารู้จักกันได้ยังไง ต้องบอกว่าก่อนหน้านั้นที่เราเป็นผู้จัดละครเพลงทุกเพลง น้องจะให้คำแนะนำเรามาตลอด เพราะเราขอความช่วยเหลือเขามาตลอด จนเค้าเขียนเพลงนี้ขึ้นมาจริงๆ เค้าลงไปแล้วมีมิวสิกวีดีโอตัวแรกของเค้าออกไปแล้ว และบังเอิญมันตรงกับเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตเรา เค้าก็เลยอยากจะให้เราไปเป็นส่วนหนึ่งในพาร์ทหนึ่ง ซึ่งเพลง การมีอยู่ของฉัน มันไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแค่เรื่องความรักของสามีภรรยา เค้าเขียนเพลงนี้เพื่อเป็นเรื่องเล่าของคนในครอบครัว แล้วก็เป็นเรื่องราวของสังคมสมัยนี้ที่มันเกิดขึ้นว่าเวลาเราหวังดีกับใครสักคน และถ้าเค้าไม่ได้เห็นความหวังดีของเรา เราก็แค่อยู่ด้วยตัวเองให้ได้ สักวันนึงถ้าเขาได้มองย้อนกลับมาและถ้าเค้าเห็นก็ดี แต่ถ้าเค้าไม่เห็นเราก็เป็นคนหนึ่งที่หวังดีต่อกันแค่นั้นเอง ก็คือได้มีโอกาสไปร่วมทำงานตรงนั้น”

หลายคนมองว่าภาพขาว-ดำ และกระแสที่หลายคนสงสัยมันตรงกับชีวิตเรา?

“มันมีบางอย่างที่ตรงกับอินเนอร์ในความรู้สึกเรา และพอถ่ายมิวสิกวีดีโอเสร็จ เราเองก็ร้องเพลงนี้ไปด้วย แล้วก็พูดขำๆ ว่าสิ่งเดียวในชีวิตเลยที่หนิงทำไม่ได้ในวงการบันเทิง ใครให้ทำนะถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หรือจะต้องตอบแทนพระคุณ เราจะไม่ทำ ก็คือการร้องเพลง แล้วก็รู้สึกว่าในชีวิตอยากมีเพลงเป็นของตัวเองสักเพลง แต่ร้องไม่ได้ เค้าเองก็เลยบอกให้ร้องเพลงนี้เลย ก็เดี๋ยวจะมีเวอร์ชั่นของเราอีกหนึ่งเวอร์ชั่น เช่นเดียวกัน”

พอลงอะไรเศร้าบ่อยๆ หลายคนเลยเป็นห่วงส่งกำลังใจให้เยอะเลย?

“คือจริงๆ เวลามันมีเรื่องมีราวเข้ามาในชีวิต สิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นต้องทำอะไร ไม่ปฏิเสธว่าทุกวันนี้บางคนก็บอกว่าบางทีก็เห็นเรายิ้มแล้ว บางทีก็เห็นเราเศร้า มันก็เป็นไปตามอารมณ์แบบนั้นจริงๆ แต่ความโชคดีของเราคือมีเพื่อนที่อยู่รอบตัวที่ดีมากๆ พร้อมที่จะซัพพอร์ตเอนเตอร์เทน และเราก็โชคดีว่า ณ วันนี้เรามีงานที่ดีนอกจากจะต้องทำละครเรื่องใหม่แล้ว ก็ยังมีธุรกิจในส่วนของเซวา ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าพาตัวแทนไปเที่ยว จริงๆ ทั้งหมดทั้งมวลสิ่งเหล่านี้ธุรกิจมันเป็นตัวสร้างพลังกลับมาให้เรา ตัวแทน เป็นคนสร้างพลังให้กับเราหลายๆ อย่างกลับมาให้เรา เพราะที่เขาขายของไม่ได้เค้าอยากได้พลังกับเรา เราเป็นพลังให้เขาทำงานได้ แต่พอวันที่เราล้มเชื่อไหมว่าคนที่ไม่รู้จักกันแค่เป็นตัวแทนขายของ แต่พลังที่เค้าให้กลับมามันเป็นพลังที่ทำให้เราทำงานได้ แล้วมันก็ทำให้เรามีความสุขในแต่ละวัน หนิงรู้สึกว่าชีวิตคนเราในแต่ละวันมันเจออะไรแย่ๆ มันต้องหันกลับมามองตัวเอง แล้วว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต ณ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตคือลูก สำคัญที่สุดจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเป็นแม่คน ความมั่นคงของลูกในอนาคตจะเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง มันก็เลยเป็นแรงผลักดันให้เราพยายามทำงาน

ปัญหาครอบครัวที่มีข่าวก่อนหน้านี้ ตอนเป็นยังไงบ้างสถานการณ์ดีขึ้นหรือยัง?

“คือตอนนี้ทั้งหมดทั้งมวลที่มันจะเป็นข่าวอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะยังไงก็ให้มันเป็นเวของใครจะเข้าใจแบบไหนแต่สำหรับเราเราทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว และเราก็โอเคที่สุด”

หลายคนยังสงสัยเรื่องการหย่า?

“อันนั้นเราให้มันเป็นไปตามเวลาของมัน คำตอบมันไม่สามารถพูดอะไรได้นอกจากเวลามันจะเป็นตัวคำตอบของมันเอง ซึ่งมันก็มีบทสรุปที่เป็นทางออกชัดเจนแล้วของเราสองคน แต่วันนี้สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดก็คือทำหน้าที่พ่อกับแม่ของน้องณิรินให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องความสัมพันธ์สามีภรรยาเราว่าไม่ต้องไปคิดถึงตรงนั้นแล้ว ทุกวันนี้ทำแค่พ่อกับแม่ให้ดีที่สุดจบ และการที่เราจะทำหน้าที่แม่ให้ดี ณ วันนี้เราก็ต้องทำให้ตัวเราแข็งแรงด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นวันนี้ทุกคนก็จะเห็นภาพของเราในแง่การทำธุรกิจให้มากขึ้น”

ทริปล่าสุดเที่ยวสวิส-ฝรั่งเศสถือว่าพักกายพักใจไหม?

“เรียกว่ามาทำงาน เป็นทริปที่มาทำงานแต่โคตรสนุกเพราะตัวแทนของเราที่มาคือบางคนมาจากไม่มีอะไรเลย แล้วก็ได้พลังจากทีมเรา จากทีมบริหารเซวาทุกคน แล้วเค้าก็ทำกลับมา แล้ววันนี้เชื่อไหมเราก็มารับพลังจากพวกเขา แล้วก็กลับไปลุยงานกันใหม่เพื่อให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จ พักใจด้วยสนุกมาก ได้ไปในหลายๆ ที่ ที่ฝันว่าอยากจะไป ไปในหลายสถานที่ที่ไม่มีโอกาสจะไป และดันไปกับคนรู้ใจมันเป็นทริปที่ดีมากๆ จริงๆ ส่วนเรื่องปัญหาอื่นๆ เราว่าเอาเป็นวันต่อวัน เพราะที่ผ่านมาบางทีเราไปโฟกัสว่าพรุ่งนี้มันจะยังไงแต่เราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าอนาคตพรุ่งนี้มันจะเป็นยังไง ฉะนั้นเอาแค่วินาทีต่อวินาที วันต่อวันให้ดีที่สุด

ส่วนข้อตกลงเงื่อนไขการหย่ามันจบกันไปหรือยัง?

“ถามว่าจบไหม เราขออนุญาตตอบแบบนี้ว่าวันนี้เราก็ทำหน้าที่พ่อกับแม่ให้กับลูกให้ดีที่สุดแค่นั้น ในส่วนเรื่องของการฟ้องร้อง มันก็ยังยืนยันคำเดิมว่าให้กฎหมายเป็นตัวดำเนินการจัดการดีกว่า ซึ่งเรื่องแบบนี้เราไม่ยุ่งแล้ว แต่ ณ วันนี้ศาลรับฟ้องแล้วก็ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งศาลรับฟ้องแล้วจะมีการเรียกวันไหนอะไรยังไงที่เราได้ฟ้องในเรื่องของมือที่ 3 ไป”

มั่นใจในพยานหลักฐานที่เรามีแค่ไหน?

“มันก็ชัดเจนอยู่แล้วเพราะเราไม่ใช่คนผิด ถ้าเราไม่ใช่คนผิด เราเชื่อว่าความยุติธรรมมันก็ต้องมีเรื่องของเราไม่ใช่เป็นการฟ้องหย่า เพราะบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเราฟ้องหย่า จริงๆ ไม่ใช่ฟ้องหย่า แต่เป็นการฟ้องบุคคลที่ 3ที่กระทำให้เกิดปัญหา แล้วถ้าสมมุติเราพูดประโยคนี้ แปลว่าเราฟ้องบุคคลที่ 2 ที่กระทำให้เกิดปัญหา ก็จะมีคำพูดตามมาในคอมเมนต์ต่างๆ ว่าแล้วทำไมถึงไม่จัดการคนที่อยู่ใกล้ตัวเราเอง ซึ่งอันนี้คือวิธีการจัดการคนที่อยู่ใกล้ตัวเราเองนั่นแหละ

‘แจ็ค แบล็คแจ็ค’เป็นคุณพ่อป้ายแดง ลูกสาวคนแรกมาแล้ว ตั้งชื่อ’น้องลูน่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735083

'แจ็ค แบล็คแจ็ค'เป็นคุณพ่อป้ายแดง ลูกสาวคนแรกมาแล้ว ตั้งชื่อ'น้องลูน่า'

‘แจ็ค แบล็คแจ็ค’เป็นคุณพ่อป้ายแดง ลูกสาวคนแรกมาแล้ว ตั้งชื่อ’น้องลูน่า’

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.22 น.

แจ็ค แบล็คแจ็ค ปลื้มปริ่ม ภรรยาคนสวยให้กำเนิดลูกสาวคนแรกแล้ว ตั้งชื่อ น้องลูน่า

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 เป็นคุณพ่อป้ายแดงแล้ว สำหรับ แจ็ค จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม หรือ แจ็ค แบล็คแจ็ค ที่โพสต์ภาพสุดอบอุ่นหลังจากที่ภรรยา ‘ปราย’ ให้กำเนิดลูกสาวคนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งชื่อว่า ‘น้องลูน่า’ 

โดยคุณพ่อป้ายแดง โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ” Luna is in the orbit. 2nd of June, “One small step for a man, one giant leap for mankind” – Neil Armstrong. May she has and be all the love in the world. #babyluna ” 

แนวหน้าออนไลน์ขอแสดงความด้วยนะคะ

เปิดวาร์ป นักแสดงดาวรุ่งซีรี่ส์วาย2023 ‘แสงส่องรัก – Series the Luminous Solution’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735062

เปิดวาร์ป นักแสดงดาวรุ่งซีรี่ส์วาย2023  ‘แสงส่องรัก - Series the Luminous Solution’

เปิดวาร์ป นักแสดงดาวรุ่งซีรี่ส์วาย2023 ‘แสงส่องรัก – Series the Luminous Solution’

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.04 น.

“แสงส่องรัก-Series the Luminous Solution” ซีรี่ส์วายที่น่าจับตามองของปี 2023 เลยก็ว่าได้ ด้วยกระแสมาแรงของการเปิดตัวตอนแรกก็สร้างกระแสฮือฮาในหมู่วงการซีรี่ส์ที่หลายคนบอกว่า น่าดู น่าติดตาม และถือเป็นซีรี่ส์วายน้ำใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยคอนเซ็ปต์ดราม่าแฟนตาซี ที่ดูแปลกใหม่ในวงการซีรี่ส์วาย แถมยังได้นักแสดงนำสายวายที่มี FC แน่นๆ อย่าง กัน-ณภัทร ณ ระนอง ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแม่ตัวพ่อของวงการซีรี่ส์วายก็คงไม่ผิดนัก!!ไม่เพียงแค่นั้นยังยกทัพ “นักแสดงดาวรุ่ง” หน้าใหม่ฝีมือไม่ธรรมดา มาสร้างความสนุกและสีสันของเรื่องนี้อีกด้วย!!! วันนี้เราจะมาเปิดวาร์ป 5 นักแสดงดาวรุ่งของ “แสงส่องรัก-Series the Luminous Solution” ภายใต้การผลิตของ บริษัท พีทีจี เอ็นเตอร์เทนเมนท์จำกัด ที่บรรจงสร้างสรรค์นักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่มาประดับวงการบันเทิง ที่ขอบอกว่าแต่ละคนนั้น ออร่าพุ่งมากๆ 

เริ่มต้นที่พระเอกหน้าใหม่ของเรื่อง มิก-ธีรภัทร โปร่งอรุณ อดีตนักวิ่งทีมชาติ และเจ้าของตำแหน่ง Mister Grand UniverseThailand 2019 ควบตำแหน่ง ดีเจแห่งคลื่น FMONE103.5 ที่ต้องมารับบท “ธนา” หนุ่มออฟฟิศที่โชคไม่เข้าข้าง เพราะกำลังถูก layoff ออกจากงาน แถมความรักที่บ่มเพาะมากับแฟนมา 9 ปีกับ “ภาทิศ” หมอหนุ่มอนาคตไกล กำลังจะมอดดับลง ถึงจุดนี้ชีวิตของ ธนา จะเป็นอย่างไร และคำอธิษฐานของเขาจากร้านกาแฟเวทมนตร์จะช่วยเขาได้หรือเปล่า คงต้องไปลุ้นกัน!!!

“ตัวละคร ธนา มีคาแร็กเตอร์ที่เอาจริงเอาจังในเรื่องความรักและชีวิตครับ เป็นซีรี่ส์เรื่องแรกของผม ทำให้ผมต้องทำการบ้านหนักมาก แต่ก็โชคดีที่ทริกจากผู้กำกับฯ (กิตติ์ บทศรี)และแอ๊กติ้งโค้ช ตอนแรกก็หนักใจ ก็มีถามกันบ้างว่า เล่น OK ยัง ดีมั้ย ยังมีต้องมีแก้ไขอะไรหรือเปล่าก็ถามคนรอบข้าง ด้วยความที่เป็นดราม่าด้วยมีร้องไห้ด้วย ก็แอบมีเครียด แต่ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นเพราะการ workshop ที่เยอะมาก ถูกเทรนอย่างดีในเรื่องการแสดงครับ แต่อาจจะมีประหม่าบ้างเป็นบางช่วงไม่ขอให้คะแนนตัวเอง แต่ฝากคนดูติดตามด้วยครับ” 

ด้านพระเอก-นายเอกคู่สองก็ไม่ธรรมดา ภู-ภูดิส วิเศษจิตร แม้จะเคยผ่านซีรี่ส์เรื่อง“นิติแมน แฟนวิศวะ” มาแล้ว แต่ก็มีความท้าทายอยู่ในตัว เพราะต้องมาประกบคู่กับนักแสดงรุ่นน้องอย่าง เบล-รัชตะ คุ้มทรัพย์ ซึ่งทั้งคู่ต้องรับบท“นักเรียน ม.ปลาย” ที่ต้องลดอายุกว่า 10 ปี 

โดย หนุ่มภู เผยคาแร็กเตอร์และการตีโจทย์ของตัวละครที่ได้รับว่า 

“ไม้ เป็นเด็กนักเรียน ม.ปลายที่ ต้องเปลี่ยนที่เรียนอยู่บ่อยๆ ทำให้ต้องปรับตัวอยู่เสมอเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่กำลังค้นหาว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ การทำการบ้าน อันดับแรกต้องทำความเข้าใจในสิ่งที่ตัวละครเป็น เมื่อเราเข้าใจแล้ว เราจะรู้จักตัวละครดี จนรู้ว่าเมื่อไม้เจอเหตุการณ์นี้ไม้ จะมีวิธีการแสดงออกอย่างไร ส่วนไหนที่ไม่เข้าใจก็จะปรึกษาแอ๊กติ้งโค้ชครับ ซึ่งจริงๆ แล้ว บท ไม้ ผมไม่ถือว่ามันยากหรือง่ายนะครับ เพราะตอนที่แสดงคือเราเป็นตัวละครนั้นๆ อยู่ แต่ที่แน่ๆ เราทำการบ้านกันหนักมาก มีการ workshop ลองเล่นซีนต่างๆ ก่อนที่จะมีการถ่ายทำจริงๆ กันหลายรอบ เพื่อความสมบูรณ์ของการถ่ายทำ แต่พอถ่ายทำจริงๆ มันมีองค์ประกอบหลายอย่างมาก ทำให้การเล่นแต่ละครั้งรู้สึกไม่เหมือนกันเลย ขอบคุณสำหรับโอกาสดีๆ ที่ได้มารับบทไม้นะครับ”  

ส่วน หนุ่มเบล นั้น รับบท “เรียว” เป็นเด็กเรียนและยังเป็นที่รักของเพื่อนในกลุ่มจนกระทั่ง “ไม้” ย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนเดียวกันห้องเดียวกัน แถมต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกันอีก แต่ทว่าการเจอกันครั้งแรกของทั้งคู่ก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก มาลุ้นกันว่าคู่นี้เขาจะมาจิ้นกันได้อย่างไร โดย หนุ่มเบล เผยถึงการทำงานในเรื่องนี้ว่า “เรียวเป็นนักเรียน ม.ปลาย ที่ตั้งใจเรียน รักเพื่อน สดใสและอ่อนโยนมากครับ เขาจะเป็นห่วงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอเลย เบลทำการบ้านเยอะมาก อ่านบททำความเข้าใจการแสดงออกจากสเตจในบทหลายรอบพอสมควรครับถึงได้ตีบทออกมาประมาณนี้ ซึ่งเวลามีอะไรสงสัยเบลจะคอยปรึกษาครูแซนด์ กับพี่เจน (ผู้กำกับฯ) รวมถึงพี่ภู (ภูดิส)ด้วยตลอด ทั้งในเวลา workshop และนอกเวลาก็ต้องขอบคุณพี่ๆ ครับที่คอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ แม้ว่าบทที่เบลได้รับอาจจะไม่ได้ดูยากอะไร แต่ด้วยความที่สิ่งนี้มันใหม่กับเบลมาก เพราะเป็นซีรี่ส์เรื่องแรกของเบล เบลเลยค่อนข้างเครียดและให้เวลากับมันมากพอสมควร ทำการบ้านหนักทั้งในคลาส workshop และการใช้ชีวิตเลย เบลห่างจากวัยมัธยมมาในระดับหนึ่ง อาจจะหลงลืมบางความรู้สึกไปบ้าง เบลเลยย้อนความรู้สึกโดยการกลับไปอ่านหนังสือ ม.ปลาย กลับไปนั่งเล่นที่โรงเรียนมัธยมใกล้ๆ ดูบรรยากาศต่างๆ ครับ เบลว่าช่วยเราได้ค่อนข้างมากเลยครับ”

ทั้ง ภู และ เบล โคจรมาพบกันเรื่องแรกแต่ทั้งคู่ก็แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ดูเนียนดูน่ารัก รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่ง “คู่จิ้นสายวาย”ที่ชาวด้อมทั้งหลายต้องเทใจให้อย่างแน่นอน!!! ฟากสาวคนเก่งอย่าง เดน่า-ชนิษฐา วอน เดอ ลูวนักแสดงสาวดาวรุ่งพุ่งแรง ลูกครึ่งไทย-สวิสที่เคยผ่านผลงานด้านการแสดงมาบ้างอย่าง“กั๊กนักรักซะเลย” ละครแนวโรแมนติกคอเมดี้ ออกอากาศทาง PPTV HD ช่อง 36ผู้รับบท “เดน่า” สาวน้อยวัยสิบห้า ผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่ม เธอเป็นสาวลูกครึ่งที่ขี้เล่น อัธยาศัยดี เป็นที่รักของเพื่อน มั่นใจในตัวเอง มีความเป็นผู้นำ เดน่าจึงเป็นศูนย์กลางของกลุ่มเพื่อน จนกระทั่งวันที่ ไม้ (ภู-ภูดิส) เข้ามาอยู่ในกลุ่ม!!!

“คาแร็กเตอร์ตัวละคร เดน่า จะเป็นคนที่คอยช่วยเหลือและ support คนอื่นตลอดเวลาค่ะเวลามีใครต้องการอะไร เดน่าก็จะเป็นคนช่วยตลอด แต่จะมีความห้วนๆ ห้าวๆ นิดนึง อาจเป็นเพราะว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเพื่อนค่ะ ก่อนเริ่มแสดงเรื่องนี้ เราไป workshop กันก่อนค่ะ เดน่าน่าจะไปประมาณ 3-4 ครั้งค่ะ ใน workshop เราก็จะanalyze ตัวละคร เริ่มจากว่าตัวละครคนนี้คือใครมี background story แบบไหน และทำไมถึงทำให้เขาทำสิ่งต่างๆ ในเรื่อง นอกจากนี้เราก็พูดถึงpriorities ของตัวละครด้วยค่ะ อย่างเช่น ตัวละครเดน่าอาจจะให้ลำดับความสำคัญของเพื่อนให้สูงกว่าครอบครัว ซึ่งลำดับความสำคัญพวกนี้จะเป็นตัวผลักดันให้ตัวละครทำสิ่งต่างๆ ค่ะ ซึ่งตัวละครเดน่า ก็มีความเหมือนกับตัวเดน่าเองในระดับหนึ่ง แต่ก็จะไม่เหมือนเลยในเรื่องของความห้าว เพราะฉะนั้นก็ยากพอสมควรค่ะ เดน่าต้องทำการบ้านให้รู้จักตัวละครนี้ให้ดี เพื่อที่จะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่เกิดจากตัวละครได้ค่ะ” 

ส่วนหนุ่มน้อยน้องนุชคนสุดท้องอย่างตู้เซฟ ทองสะพัก  ผู้รับ “แน๊ก” หนุ่มนักบาสทีมโรงเรียน เขาคือเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของ เรียว เขาแอบชอบเรียว ตั้งแต่แรกเห็น และความรักของเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง “คือตัวแน๊กจะมีความผูกพันกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม เรียว (เบล-รัชตะ) และ เดน่าซึ่งทั้งสามคนก็เป็นเพื่อนกันมาหลายปี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ดูแลกันและกัน พอ ไม้ (ภู-ภูดิส)เข้ามาอยู่ในกลุ่ม ทำให้ แน๊ก อารมณ์จะหงุดหงิดมากขึ้น เรื่องการทำการบ้าน เซฟก็ความเข้าใจที่มาและแบ๊กกราวนด์ตัวละครครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากๆเพราะว่าเป็นเรื่องแรกของเซฟ แต่ก็ยังมีหลายๆ อย่างที่ เซฟ กับ แน็ก มีความคล้ายกัน เช่น อยู่วัยใกล้เคียงกัน หรือบุคลิกบางอย่างครับ สิ่งแรกเลยก็ทำความเข้าใจกับบท ถ้าไม่เข้าใจก็ถามผู้กำกับฯ กับโค้ชแอ๊กติ้ง การ workshop ช่วยได้มากครับ เวลาเล่นทำให้เราไม่รู้สึกเขิน ก็อยากจะฝากซีรี่ส์เรื่องแรกของ เซฟ ด้วยนะครับ เรื่องนี้ เซฟ ได้ร้องเพลงประกอบด้วย อยากให้ติดตามและเป็นกำลังใจให้ เซฟ ด้วยนะครับ” 

แต่ละคนเรียกได้ว่า “ไม่ธรรมดา” เพราะมีของกันมาอยู่แล้ว  ถือได้ว่าเป็น “นักแสดงดาวรุ่ง”ที่น่าจับตามอง เพราะแค่เรื่องแรกยังทำได้ขนาดนี้ คาดว่าในอนาคตข้างหน้า พวกเขาและเธอทั้ง 5 จะพัฒนาตัวเอง และสามารถพาตัวเองไปสู่คำว่า “นักแสดงคุณภาพ” ของวงการบันเทิงได้ไม่ยาก!!!ไปพิสูจน์ความสามารถด้านการแสดงของพวกเขาและเธอได้ที่ซีรี่ส์ “แสงส่องรัก-Series the Luminous Solution” ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 22.30 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 และอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวและรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : PTGEntertainment เวลา 23.30 น. https://youtube.com/@ptg_entertainment Facebook & Twitter& IG & Tiktok : @Luminous.series.official@ptgentertainment.th

นายกฯ-ภริยา นำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735122

นายกฯ-ภริยา นำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

นายกฯ-ภริยา นำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 21.09 น.

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่มและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า วันนี้ (3 มิถุนายน 2566) เวลา 20.09 น. ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นเป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 โดยมีประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมคู่สมรส คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงพิธีท้องสนามหลวง ขึ้นสู่เวที นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ทำวันทยหัตถ์หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี แล้ววางพุ่มทอง พุ่มเงิน นายกรัฐมนตรีถวายธูปเทียนแพ ทำวันทยหัตถ์ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ ความว่า
 
ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท

เนื่องในศุภวาระแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ในวันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งที่ได้มาพร้อมกันอยู่ ณ บริเวณมณฑลพิธีแห่งนี้ และที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนทั่วโลก ต่างมีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในวันนี้ 
ข้าพระพุทธเจ้าต่างประจักษ์แจ้งว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ ทั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปในการพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ และการทรงงานสนองและสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลากหลายสาขา ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อการพัฒนาต่อยอด และอำนวยประโยชน์สุขแก่ราษฎร ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ และน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา นำมาซึ่งความผาสุกร่มเย็นของปวงประชา และความเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพรของประเทศชาติสืบไป ในวาระอันเป็นมิ่งมงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชานุญาต นำพสกนิกรทั้งหลายถวายพระพรชัยมงคล ดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความจงรักภักดี ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย อานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนิรันดร์”

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

จบแล้วดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรีและภริยารับมอบโคมเทียน และร่วมร้องเพลงสดุดีจอมราชา แล้วนายกรัฐมนตรีกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เสร็จพิธี

‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา’พระราชินี’ และพระราชพิธีวิสาขบูชา 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735114

'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา'พระราชินี' และพระราชพิธีวิสาขบูชา 2566

‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา’พระราชินี’ และพระราชพิธีวิสาขบูชา 2566

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.46 น.

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา “พระราชินี”  และพระราชพิธีวิสาขบูชา พ.ศ.2566

3  มิถุนายน 2566 เวลา 17.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2566 และพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช 2566 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จฯ ถึงชานหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม บรรพชิตจีนและญวนถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จากนั้น เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคล 1  คู่ ที่ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางกระทงดอกไม้บนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย  จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา เสร็จแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงจุดเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดานพเคราะห์บนแท่นซึ่งตั้งอยู่ตรงพระทวารกลาง และพระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ ต่อจากนั้น เสด็จออกจากพระอุโบสถ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เมื่อเสด็จฯถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาสน์ จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙ และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล พระสงฆ์ 46 รูป เจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบพระกริ่งอุบาเก็ง ทรงประเคนพระครอบพระกริ่งอุบาเก็งแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ จนครบ 46 รูป 

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่เครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  เสด็จขึ้นชานหน้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนรุ่งบูชาพระรัตนตรัย  จากนั้น พลอากาศโท ภักดี  แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายเทียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วพระราชทานเพื่อเชิญไปถวายเจ้าอาวาส จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัยตามพระอารามหลวงที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้ จากนั้น รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายเทียนชนวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วทรงถือเทียนนั้นไว้ เจ้าพนักงานศุภรัตนำโคมเทียนมาขอพระราชทานจุดไฟ สำหรับทรงถือเมื่อเวลาเสด็จพระราชดำเนินเวียนเทียนประทักษิณพระอุโบสถ จากนั้น พระราชวงศ์ และข้าราชการ เฝ้าฯ ขอพระราชทานต่อเทียนที่ทรงถืออยู่นั้น แล้วพระราชทานเทียนชนวนนั้นให้เจ้าพนักงานสนมพลเรือนรับไป ทรงกราบที่พระแท่น แล้วทรงนำสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย จบแล้ว ทรงรับโคมเทียนจากเจ้าพนักงานศุภรัต ทรงพระดำเนินเลี้ยวขวาเวียนรอบพระอุโบสถ 

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเวียนรอบพระอุโบสถครบ 3 รอบแล้ว เสด็จขึ้นชานหน้าพระอุโบสถ ทรงกราบที่พระแท่น แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

วธ.เผยผลโพล’วิสาขบูชา 66′ เยาวชนไทยตั้งใจทำบุญ-เวียนเทียน เข้าวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735110

วธ.เผยผลโพล'วิสาขบูชา 66' เยาวชนไทยตั้งใจทำบุญ-เวียนเทียน เข้าวัด

วธ.เผยผลโพล’วิสาขบูชา 66′ เยาวชนไทยตั้งใจทำบุญ-เวียนเทียน เข้าวัด

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.31 น.

วธ.เผยผลโพลวิสาขบูชา 66 เยาวชนไทยตั้งใจทำบุญ เวียนเทียน เข้าวัดปฏิบัติธรรม

3 มิถุนายน 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชน และประชาชน ที่มีต่อ “วันวิสาขบูชา” ประจำปี พ.ศ. 2566 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ   8,450 คน ครอบคลุมทุกอาชีพและทุกภูมิภาค สรุปได้พอสังเขป ดังนี้

1. เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.44 คิดว่าวันวิสาขบูชา มีความสำคัญ คือ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ รองลงมา ร้อยละ 65.21 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ร้อยละ 62.26 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธสู่ปรินิพพาน ร้อยละ 45.61 เป็นวันสำคัญสากลของโลก (Vesak Day) ตามลำดับ

2. เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.21 ทราบว่าหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ในวันวิสาขบูชา คือ อริยสัจ 4  

3. เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.89 ทราบว่า มีการจัดกิจกรรมงานส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา พุทธศักราช 2566  โดยทราบการจัดกิจกรรมจากสื่อ 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 เฟซบุ๊ก อันดับ 2 ไลน์ อันดับ 3 โทรทัศน์ อันดับ 4 เว็บไซต์ และอันดับ 5 หนังสือราชการ/หน่วยงานราชการ ตามลำดับ 

4. เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.53 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชาในปีนี้ รองลงมา คือ ร้อยละ 41.05 ไม่แน่ใจแล้วแต่โอกาส และร้อยละ 9.42 ไม่เข้าร่วม  โดยกิจกรรมที่สนใจเข้าร่วม 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 ทำบุญ ถวายสังฆทาน ร้อยละ 61.84 อันดับ 2 เวียนเทียน ร้อยละ 58.78 อันดับ 3 เข้าวัดปฏิบัติธรรม ร้อยละ 51.92 

5. ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนจะนำหลักธรรมข้อใดมายึดถือปฏิบัติและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน  อันดับ 1 ความกตัญญู ร้อยละ 63.69  อันดับ 2 สติ ร้อยละ 59.34 อันดับ 3 ศีล 5 ร้อยละ 57.08   

6.เด็ก เยาวชน และประชาชนต้องการให้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 ไหว้พระ ทำบุญ ตักบาตร ร้อยละ 71.91 อันดับ 2 ฟังเทศน์ ฟังธรรม ร้อยละ 40.02 อันดับ 3 เวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ/วัด/สถานที่ปฏิบัติธรรม  ร้อยละ 39.28  7.วิธีการที่จะจูงใจหรือเชิญชวนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา 3 อันดับแรก คือ

อันดับ 1 การรณรงค์ให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ร้อยละ 56.09 อันดับ 2 จัดกิจกรรมที่เด็ก เยาวชน ประชาชนให้ความสนใจ โดยสอดแทรกองค์ความรู้และกิจกรรม  ทางศาสนาร่วมด้วย เช่น กิจกรรมธรรมะ เดลิเวอรี่  กิจกรรมสวดมนต์ ASEAN ข้ามคืนวันวิสาขบูชา  กิจกรรม เดิน – วิ่ง กิจกรรม 3 ว วันวิสาขบูชา แวะ (ชมวัด) ไหว้ (ไหว้พระ ขอพร) เวียน (เวียนเทียน) ร้อยละ 51.59 อันดับ 3 จัดนิทรรศการโดยใช้สื่อมัลติมีเดียสามมิติ ที่แสดงถึงพุทธประวัติ ความเป็นมา และความสำคัญของวันวิสาขบูชา ร้อยละ 38.00 

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ได้เสนอให้ วธ. สืบสาน รักษาประเพณีทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป ประกอบด้วย 1. ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีท้องถิ่นเกี่ยวกับตำนานการขอฝนจากองค์พญาแถน เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ของคนในชุมชน ตามประเพณีฮีตสิบสองของชาวอีสาน  2.ประเพณีกวนข้าวทิพย์ ชาวบ้านจะมีการจัดเตรียมวัสดุต่าง ๆ ได้แก่ พืชตระกูลถั่วทุกชนิด ใส่รวมกันลงไป กวนให้สุกจนเหนียว แล้วนําข้าวทิพย์ ที่ได้จากการกวนตักใส่ไว้ในถาดเพื่อเตรียมไว้สําหรับถวายพระภิกษุสงฆ์ภายในวัด  สร้างความสามัคคีปรองดองให้กับชุมชน

3. ประเพณีเวียนเทียนกลางน้ำ พุทธศาสนิกชนพากันนำดอกไม้ธูปเทียนบูชา ล่องเรือไปเวียนเทียนที่วัดกลางน้ำ ด้วยการนั่งในเรือวนรอบวัด ในแต่ละปีจะมีการเวียนเทียน 3 ครั้ง ส่งเสริมให้ประชาชนได้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนา และ 4.ประเพณีวันอัฏฐมีบูชา หรือวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระจำลองขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่ง วธ. ได้นำข้อเสนอต่างๆ มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันสืบสาน รักษา ต่อยอดงานเทศกาลประเพณีทางพระพุทธศาสนาต่อไป รวมทั้งส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความสามัคคีในชุมชนอีกด้วย
 

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดอบรมหลักสูตร ผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง รุ่นที่ 15

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735109

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดอบรมหลักสูตร ผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง รุ่นที่ 15

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดอบรมหลักสูตร ผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง รุ่นที่ 15

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.27 น.

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดอบรมหลักสูตร ผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง รุ่นที่ 15 

3 มิถุนายน 2566 ที่หอประชุม​วิทยาลัย​ป้องกัน​ราช​อาณาจักร​ สถาบัน​วิชาการ​ป้องกัน​ประเทศ​พลเรือเอก​ สุทธิ​นันท์​ สมานรักษ์​ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด​ (ทร.)​ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรผู้นำ​พอเพียง​เพื่อ​ความมั่นคง​ รุ่นที่​ 15 ซึ่งในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก​ พล​เอก​ นรินทร์​ แทบ​ประสิทธิ์​ ประธาน​มูลนิธิคลังสมอง​ วปอ.​ เพื่อ​สังคม​ ตลอดจน​ กรรมการมูลนิธิ​ฯ​ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยหลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง ดำเนินการ​โดย​ มูลนิธิ​คลังสมอง​ วปอ.​ เพื่อ​สังคม​ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นผู้นำที่มีคุณภาพ​ มีความรู้​ ความเข้าใจ​ สามารถประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต​ ครอบครัว​ สังคม​ องค์กร​ ภายใต้บริบทของสถานการณ์ความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยนักศึกษาจะได้เสริมสร้างทักษะในการเป็นผู้นำพอเพียงภายใต้หลักคุณธรรม​ จริยธรรม ในสภาวะการณ์​ความมั่นคงยุคใหม่และการพัฒนาประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำของประเทศ​ และได้เครือข่ายผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง​

ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก​ พลอากาศเอก​ ชลิต​ พุกผาสุข​ องคมนตรี ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษ​ หัวข้อ​ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับความอยู่รอดในยุคโลกาภิวัตน์” ด้วย

‘3 เหล่าทัพ’ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระราชินี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735036

‘3 เหล่าทัพ’ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระราชินี’

‘3 เหล่าทัพ’ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระราชินี’

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.06 น.

3 เหล่าทัพ  ยิงสลุตหลวง 21 นัดเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิ.ย. 2566

3 มิถุนายน 2565 เวลา 12.00 น. บริเวณท้องสนามหลวง กองทัพบก โดย กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ยิงสลุต 21 นัด เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 45 พรรษา 3 มิถุนายน 2566 

กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
ส่วน กองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการยิงสลุตหลวง ด้วยปืนใหญ่ขนาด 76/40 มิลลิเมตร จำนวน 21 นัด  ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

สำหรับ การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ โดยคำว่า “สลุต” นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน

ในประเทศไทย การยิงสลุตครั้งแรกเกิดขึ้นที่ ป้อมวิไชยเยนทร์ หรือ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน กองบัญชาการกองทัพเรือพระราชวังเดิม ในปัจจุบัน ซึ่งในขณนั้นตรงกับรัชสมัยของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากบันทึกของจดหมายเหตุฝรั่งเศสกล่าวถึงเรือรบฝรั่งเศสชื่อ เลอโวตูร์ ที่ได้เดินทางเข้ามาถึงป้อมวิไชยเยนทร์ มองซิเออร์คอนูแอล กัปตันเรือได้มีใบบอกเข้าไปถามทางราชสำนักอยุธยาว่า จะขอยิงสลุตให้เป็นเกียรติแก่ชาติสยาม ทางราชสำนักจะขัดข้องไหม สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงมีรับสั่งให้ออกพระศักดิ์สงคราม (มองซิเออร์คอม เดอร์ ฟอร์แบงก์ นายทหารชาวฝรั่งเศส) ผู้รักษาป้อมในขณะนั้น อนุญาตให้ฝรั่งเศสยิงสลุตได้ ต่อมาเมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์แล้ว พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่คือ สมเด็จพระเพทราชา ทรงไม่โปรดปรานฝรั่งเศส จึงทำให้ธรรมเนียมการยิงสลุตได้ถูกยกเลิกไป

 ธรรมเนียมการยิงสลุตได้เริ่มกลับมารื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวที่ต้อนรับ เซอร์จอห์น เบาวริ่ง ราชทูตอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2398 ต่อมาในปี พ.ศ.2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการตราข้อบังคับว่าด้วยการยิงสลุต ร.ศ.125 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การยิงสลุตหลวง และการยิงสลุตเป็นเกียรติแก่ข้าราชการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชกำหนดการยิงสลุตขึ้นใหม่ คือ การยิงสลุต ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท คือ สลุตหลวง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สลุตหลวงธรรมดา มีจำนวน 21 นัด และสลุตหลวงพิเศษ มีจำนวน 101 นัด สลุตข้าราชการ สลุตนานาชาติ พระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131 ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2483 จนกระทั่งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ทางราชการจึงรื้อฟื้นประเพณียิงสลุตขึ้นมาใหม่ เริ่มเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2491 เนื่องในพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกำหนดข้อบังคับ

ไว้โดยสรุปดังนี้
 
– กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก มีขนาดลำกล้องไม่เกิน 120 มิลลิเมตร

– ห้ามยิงตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ตกไปแล้วจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น

 แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท เช่นเดียวกับพระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131

ส่วนหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินี หรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์หรือประมุขแห่งรัฐ ยิงสลุตจำนวน 21 นัด ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากัน ยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9 นัด
 

‘นายกฯ-ภริยา’คณะรัฐมนตรี-ประชาชนทั่วไป พร้อมใจลงนามถวายพระพร’พระราชินี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735020

'นายกฯ-ภริยา'คณะรัฐมนตรี-ประชาชนทั่วไป พร้อมใจลงนามถวายพระพร'พระราชินี'

‘นายกฯ-ภริยา’คณะรัฐมนตรี-ประชาชนทั่วไป พร้อมใจลงนามถวายพระพร’พระราชินี’

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 11.13 น.

นายกฯ-ภริยา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป พร้อมใจลงนามถวายพระพร “พระราชินี” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.2566 

วันที่ 3 มิถุนายน 2566 สำนักพระราชวังเปิดให้สมาชิกราชสกุล องคมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้นำศาสนา นายกรัฐมนตรี ภริยา  คณะรัฐมนตรี และคู่สมรส องค์กรอิสระ ผู้นำเหล่าทัพ บุคคลสำคัญ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 พร้อมลงนามถวายพระพร ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904  ศาลาสหทัยสมาคม และสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น. อาทิ  องคมนตรี, ราชสกุลทุกมหาสาขา, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภริยา พร้อมคณะรัฐมนตรี และคู่สมรส,  ประธานรัฐสภา,  ประธานวุฒิสภา,  ประธานศาลฎีกา, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก,  ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการกองทัพไทย, ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์

นำโดย พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, สมาคมแม่บ้านมหาดไทย, สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, ผู้บริหารอาวุโส บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์​, เดอะมอลล์ กรุ๊ป, ธนาคารกรุงเทพ, บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, ผู้ริหารวชิราวุธวิทยาลัย และสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธ, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงาน กสทช. , พรรคไทยสร้างไทย , คณะผู้บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์, กรุงเทพมหานคร เป็นต้น 

ขณะที่ ประชาชนจากทุกสารทิศ ต่างนำแจกันดอกไม้ และตระกร้าสิ่งของ เดินทางมาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อย่างไม่ขาดสาย 

 ทั้งนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ได้ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัดด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้จัดสถานที่ลงนามถวายพระพร 6 แห่ง ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง, พระราชวังบางปะอิน, วังไกลกังวล, พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์, พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์, พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. 
 

‘พรรคไทยสร้างไทย’ ดัน 7 นโยบายเพศเท่าเทียม ชี้กฎหมายยังล้าหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550312

03 มิ.ย. 2566

'พรรคไทยสร้างไทย' ดัน 7 นโยบายเพศเท่าเทียม ชี้กฎหมายยังล้าหลัง

‘พรรคไทยสร้างไทย’ เตรียมผลักดัน 7 นโยบายเพศเท่าเทียม เผยประเทศไทยสวรรค์กลุ่มLGBTQ+ แต่กฎหมายยังล้าหลัง พร้อมเชิญชวนร่วมงาน ‘บางกอกไพรด์ 2023’ แสดงจุดยืนหนุนความหลากหลายทางเพศแ หยุดเเลือกปฏิบัติ

พรรคไทยสร้างไทยสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ นำโดยทวีชัย วงศ์ไพโรจน์กุล รองโฆษกพรรคและคณะทำงานด้านความหลากหลายทางเพศ มุ่งมั่นต่อสู้เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคม

ตามหลักการใหญ่ของพรรคที่ว่าด้วยการ Liberate & Empower เพื่อไม่ให้ Pride Month ในสังคมไทยเป็นเพียงอุตสาหกรรมสีรุ้งที่ไร้การเหลียวแลอย่างจริงจังต่อไป คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย มีแนวคิดที่จะผลักดันงานไพรด์ให้ไปสู่งานระดับโลก World Pride  

สำหรับนโยบายพรรคไทยสร้างไทย ประกอบด้วย 

1.พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม 

2.พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ

3.พ.ร.บ.ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล 

4.สวัสดิการด้านฮอร์โมน เพิ่มวันลาและสิทธิการผ่าตัดข้ามเพศ 

5.ปรับหลักสูตรการศึกษาให้เป็น Gender inclusive เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาเรื่องเพศที่สนับสนุนความเท่าเทียม และเสริมความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจในครอบครัว ลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับ LGBT ในครอบครัว 

6.Sex toy ถูกกฎหมาย

7.Sex Worker ไม่ผิดกฎหมาย เป็นแรงงานที่ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ 

ทวีชัย เชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกเพศทุกวัยที่รักความเท่าเทียม รักสิทธิเสรีภาพ สนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย ในกิจกรรม “บางกอกไพรด์2023” ที่จะจัดขึ้น วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2566 โดยขบวนของพรรค จะเริ่มตั้งที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เพื่อแสดงจุดยืนว่า เราเคารพและสนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศ และขอรณรงค์ให้ยุติความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติจากเพศสภาพ เพื่อให้สังคมได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยต่อทุกคนอย่างแท้จริง 

ทวีชัย กล่าวว่า ทุกวันนี้ แม้สังคมจะแง้มประตูโอบรับความแตกต่างหลากหลายบ้าง แต่ยังคงไม่มากพอที่จะโอบรับในทุกมิติ ตามที่หลายคนเรียกประเทศไทยของเราว่า เป็น สวรรค์ของชาว LGBTQ+ หลายองค์กรหลายหน่วยงานหันมาโบกสะบัดธงรุ้งในเดือนแห่งความภาคภูมิใจนี้ แต่ในตัวบทกฎหมายสำคัญหลายมาตรา ยังไม่ก้าวหน้าไปไหน และยังไม่ได้ยอมรับความเท่าเทียมอย่างแท้จริง เช่น สมรสเท่าเทียมยังคงต้องถูกพิจารณาในวาระถัดไป