มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738834

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่  โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต

มูลนิธิรามาธิบดีฯ นำโดย ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี และ พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของประสบการณ์จริงสู่ “นาทีชีวิต” พร้อมแถลงการณ์ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี

ในงานจะมีทีมนักแสดงจิตอาสาจากละครเรื่อง “รักสุดใจยัยตัวแสบ” ทางช่อง 3 นำโดย ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์, พีพี-ปุญญ์ปรีดี
คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์, กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง และ เบส-ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ มาร่วมจำหน่ายเสื้อยืดสุขใจ เพื่อระดมเงินบริจาคให้กับโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี พร้อมเต็มอิ่มไปด้วยความสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจาก 8 ศิลปิน The Star ค้นฟ้าคว้าดาว รุ่นปี 2022 ในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ณ ลาน Central Court บริเวณข้างลิฟต์แก้ว ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 13.30-18.00 น.

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ

โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี ริเริ่มโดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี วางเป้าหมายเน้นการเพิ่มศักยภาพ และคุณภาพของการให้บริการทางการแพทย์เพื่อให้มีมาตรฐานทางการแพทย์ให้พร้อมรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโรคในปัจจุบัน และในอนาคตโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาโรคที่ซับซ้อนเป็นต้นแบบของการรักษา อาคารแห่งใหม่นี้สามารถรองรับผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพของอาคารเดิม แต่มีประสิทธิภาพมากกว่า อีกทั้งให้ความสำคัญกับแนวคิดการทำงานแบบบูรณาการสหสาขาวิชาชีพของทุกภาควิชา และการคิดถึงใจผู้ป่วยว่าต้องการอะไร ตามแนวคิด “เข้าใจเขา เข้าใจเรา เข้าใจทุก(ข์)คน” เพื่อให้บริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุด

ขณะนี้ อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่ สูง 25 ชั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการเตรียมก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2571 ซึ่งทางภาครัฐให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังขาดงบในส่วนค่าก่อสร้างอาคารอีกประมาณ 3,000 ล้านบาท และยังมีอุปกรณ์การแพทย์ที่มีมูลค่าสูงเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการให้การบริการในการรองรับผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนได้อย่างเหมาะสมนั้นจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ทางการแพทย์เหล่านี้ซึ่งขาดงบประมาณอีกกว่า 6,000 ล้านบาท ดังนั้น คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงต้องจัดหางบประมาณเพิ่มเติมผ่านการให้บริการทางการแพทย์ในคลินิกต่างๆ และการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคกับมูลนิธิรามาธิบดีฯ

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ จัด‘โครงการสีสันวรรณกรรม’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปีที่ 100

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738835

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ จัด‘โครงการสีสันวรรณกรรม’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปีที่ 100

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ จัด‘โครงการสีสันวรรณกรรม’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปีที่ 100

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯจัด “โครงการสีสันวรรณกรรม” สืบสาน เผยแพร่ ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรมมรดก ในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปีที่ 100

เนื่องในวาระครบรอบปีที่ 100 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และการที่องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)ประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก คณะกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงมีพระเมตตารับเป็นประธานในการจัดสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี พ.ศ.2549 ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายน 2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระเมตตาทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์เป็นวัดในพระองค์วัดแรกและวัดเดียวจึงได้จัดโครงการสืบสาน เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรมมรดกเพื่อเฉลิมพระเกียรติขึ้น ชื่อ “โครงการสีสันวรรณกรรม” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณในการได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก และเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้ง เพื่อเผยแพร่ความรู้ในเรื่องวรรณคดีและวรรณกรรมมรดกให้แก่บุคคลทั่วไป

พระพรหมวชิรากร (สุนทร สุนทราโภ) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม และคณะสงฆ์พระครูปลัดสุวัฒนวิริยคุณ (ถิรจิตฺโต),พระครูวิศาลสรกิจ (ภูมิกิตฺติโก),พระพล.ต.ธัชวิญ (ธมฺมพโล), พระอภิณัฐ (อภิณฏฺโฐ) ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เทพนพเคราะห์ เพื่อเป็นสิริมงคล

โครงการสีสันวรรณกรรมนี้เป็นผลงานของ บริษัท สิทธิบดีโปรดักชั่น จำกัด โดย อัจฉรา ชัยนาม ได้จัดทำขึ้นและได้รับรางวัลเมขลา ประเภทส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมดีเด่นเมื่อปี พ.ศ.2536 สถานีโทรทัศน์ช่อง 9อสมท ในโอกาสอันเป็นมงคลที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้รับเกียรติยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในครั้งนี้อัจฉรา ชัยนาม จึงได้มอบลิขสิทธิ์โครงการสีสันวรรณกรรมให้วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ ทำโครงการสืบสาน เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรมมรดก เพื่อเฉลิมพระเกียรติให้ปรากฏต่อไป โดยเนื้อหาของโครงการสีสันวรรณกรรมมี 8 ชุด ดังนี้ ทศชาติ, วรรณคดีน่ารู้,วรรณคดีชาวบ้านสำนวนโวหาร, เกร็ดวรรณคดี, สุนทรภู่ครูกวี, วรรณกรรมศักดิ์สิทธิ์ และนารายณ์อวตาร

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯตระหนักในความสำคัญ ของวรรณคดีและวรรณกรรมมรดกของชาติ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับราชสำนักชั้นสูงว่าเปรียบเป็นดังรากของมนุษยชาติที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกอณู ของความเป็นไทยที่ละทิ้งไม่ได้ แต่จะต้องช่วยกันสืบสานและรักษารากนี้ให้มั่นคง แข็งแรงสืบต่อไป

พระพรหมวชิรากร (สุนทร สุนทราโภ) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม และคณะสงฆ์ พร้อมด้วย ดร.ประพิณ-สุมนาอภินรเศรษฐ์,พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์,พลเอกเถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ, พัชรา มาดล, นิตย์ นาครัตน์, พันเอกหญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, เพิ่มศักดิ์ ธเนศอนันต์, ศุภากร ธนามหกุลธร, วิศิษฐ์-มลวิภา เตชาวัฒนากูล, ปาริชาต สิงหศิวานนท์, รัศมี นนทะสินธุ์, มนทิรา ดิลกวรพัทธ์

โดยเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566คณะกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ ได้จัดพิธีบวงสรวงเทพยดาเทวสักการ เพื่อเปิดโครงการสืบสาน เผยแพร่ ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรมมรดกเฉลิมพระเกียรติ โดยมี สุมนาอภินรเศรษฐ์ รองประธานกรรมการ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯเป็นประธานในพิธี ณ หมู่บ้านปัญญาถ.พัฒนาการ 30 เขตคลองตัน กรุงเทพมหานคร เมื่อเสร็จพิธีบวงสรวง พระพรหมวชิรากร (สุนทร สุนทราโภ) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม และคณะสงฆ์ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เทพนพเคราะห์ เพื่อเป็นสิริมงคล และยังความสำเร็จในการดำเนินงานของโครงการเฉลิมพระเกียรติสืบต่อไป

โครงการสีสันวรรณกรรมทั้ง 8 ชุดนี้ ทาง บริษัท ไอ.ที.โซลูชั่น คอมพิวเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดย วิศิษฐ์-มลวิภา เตชาวัฒนากูลจะดำเนินการจัดทำเนื้อหาทั้งหมดให้สมบูรณ์และนำเสนอรายการนี้ทางเพจ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯในวันที่ 2 ส.ค. 2566 ตรงกับวันเข้าพรรษาต่อไป

สุมนา อภินรเศรษฐ์ เป็นประธานจุดธูปเทียนบวงสรวงเทพยดาเทวสักการ โดยมี
คณะพราหมณ์ ประกอบพิธี นิตย์ นาครัตน์, เพิ่มศักดิ์ ธเนศอนันต์, พันเอกหญิง
อุษากรณ์ จันทรวงศ์

สุมนา อภินรเศรษฐ์ เป็นประธานจุดธูปเทียนบวงสรวงเทพยดาเทวสักการ โดยมี คณะพราหมณ์ ประกอบพิธี นิตย์ นาครัตน์, เพิ่มศักดิ์ ธเนศอนันต์, พันเอกหญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์

ดร.ประพิณ-สุมนา อภินรเศรษฐ์, พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์, พลเอกเถลิงศักดิ์
พูลสุวรรณ กับ พณัสศิริคเณศร์ ไชยวงค์ รัชดาวรรณ วิริยะพงศ์ ในนาม
นาฏยะคู่บารมี

ดร.ประพิณ-สุมนา อภินรเศรษฐ์, พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์, พลเอกเถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ กับ พณัสศิริคเณศร์ ไชยวงค์ รัชดาวรรณ วิริยะพงศ์ ในนาม นาฏยะคู่บารมี

นาฏลีลา ปูชนียสักการะมหาเทพ โดย พณัสศิริคเณศร์ ไชยวงค์ และ รัชดาวรรณ
วิริยะพงศ์

นาฏลีลา ปูชนียสักการะมหาเทพ โดย พณัสศิริคเณศร์ ไชยวงค์ และ รัชดาวรรณ วิริยะพงศ์

รางวัลเมขลา รายการสีสันวรรณกรรม ปี 2536

รางวัลเมขลา รายการสีสันวรรณกรรม ปี 2536

ฉลอง 90 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ชวนชมศิลปะการแสดงพื้นบ้านของไทย ลิเกโรงใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738778

ฉลอง 90 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง  ชวนชมศิลปะการแสดงพื้นบ้านของไทย ลิเกโรงใหญ่

ฉลอง 90 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ชวนชมศิลปะการแสดงพื้นบ้านของไทย ลิเกโรงใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง พร้อมด้วย พงษ์ศักดิ์ สวนศรี และ 2 พระเอก-นางเอกลิเก ต้อม-นิรันดร์, ภิสา สวนศรี (ซาย KPN) ร่วมแถลงข่าวภายในงาน

2 กรกฎาคม 2566 เฉลิมฉลอง 90 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงพบกับการแสดงชุดพิเศษ “ลิเกโรงใหญ่คณะพงษ์ศักดิ์ สวนศรี”ร่วมด้วย “ระบำอัศวลีลา” จากวิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง ที่สร้างสรรค์ขึ้นพิเศษ เรียงร้อยกระบวนท่ารำขี่ม้าที่หาชมได้ยากยิ่ง และเป็นครั้งแรกที่นำมาแสดงร่วมกับคณะลิเกพงษ์ศักดิ์ สวนศรี เรื่อง “เพื่อนแก้ว เมียขวัญ” จัดแสดงในวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม2566 รอบ 14.00 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

นฤมล ล้อมทอง กับ ซาย-ภิสา และ ต้อม-นิรันดร์

เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลาเฉลิมกรุง จัดงานแถลงข่าว “เฉลิมฉลอง 90 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง” โดย นฤมล ล้อมทองกรรมการผู้จัดการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาและการจัดกิจกรรมที่ผ่านมาของศาลาเฉลิมกรุง รวมถึงการจัดแสดงลิเกร่วมกับ อ.พงษ์ศักดิ์ สวนศรีหัวหน้าคณะลิเกและผู้กำกับการแสดงลิเก เสนอเรื่อง “เพื่อนแก้ว เมียขวัญ” ซึ่งเป็นผลงานลิเกเรื่องเอกของ อ.หอมหวลนาคศิริ ที่โด่งดังและแสดงต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 100 ปี นำเสนอเรื่องราวที่สนุกสนานเข้าใจได้ง่าย บอกเล่าเรื่องราวสมัยอโยธยาราชธานีรุ่งเรืองที่สื่อถึงความรักชาติ บ้านเมืองรักเพื่อน รักครอบครัว ปกป้องผืนแผ่นดินอโยธยาราชธานี ถ่ายทอดความบันเทิงครบทุกอรรถรส เรียบเรียงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย โดยมี โกมุท คงเทศ ร่วมเป็นพิธีกร

2 พระเอก-นางเอกลิเก ซาย-ภิสา และ ต้อม-นิรันดร์

งานนี้ 2 พระเอก-นางเอกลิเก ต้อม-นิรันดร์ และ ภิสา สวนศรี (ซาย KPN) ร่วมแสดงตัวอย่างการแสดงลิเกอุ่นเครื่องให้สื่อมวลชนรับชมได้อย่าง
มีเสน่ห์ ต่อด้วยการแสดง “ระบำอัศวลีลานาฏดนตรี” แสดงโดยนักศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง ผลงานการสร้างสรรค์ของ ดร.สุขสันติแวงวรรณ ที่เรียงร้อยกระบวนท่ารำขี่ม้าของศิลปินลิเกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ได้อย่างสวยงาม สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้ชมและสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน นอกจากนี้ ในงานยังรวมพระเอก-นางเอกลิเกโรงใหญ่ เปิดตัว แอ๊ค-โชคชัย (The Golden Song)ในบทบาทพระเอกลิเกครั้งแรก โตโต้-ธนเดช (The Golden song), อ๊อฟ-ศุภณัฐ (AF), แอม ปริญญา, นพรัตน์ ไม้หอม, เอกรัก รุ่งเจริญรัตน์, ต้อม-นิรันดร์, เทพบัญชา นาคศิริ, เอ-ธงชัย, นัฐ-ชัยอนันต์, อ้อม-มาลัยนาค, ธิลาวรรณโปเต้, วิชาญน้อย ลูกธนบุรี, อนุชา สวนศรี,โตโต้ แด๊นซ์ สนุกสนานไปกับตลกชื่อดัง จอย ชวนชื่น, โอมมี่ ยอดรัก,ออม มิล่า, สุริยา ยอดรัก, เบนซ์ แสนรัก ฯลฯ ร่วมด้วยนักแสดงสมทบจากวิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง
บัตรราคา 1,000 บาท และ 1,200 บาทจำหน่ายบัตรที่ศาลาเฉลิมกรุงโทร.02-2258757-8 และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร.02-2623456 www.thaiticketmajor.com

ระบำอัศวลีลานาฏดนตรี จาก วนศ.อ่างทอง

ระบำอัศวลีลานาฏดนตรี จาก วนศ.อ่างทอง

แพทย์เผยแนวโน้มผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มมากขึ้น พบเด็กมีอัตราป่วยสูงสุด ส่วนภาวะอ้วนเสี่ยงเสียชีวิตได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738809

แพทย์เผยแนวโน้มผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มมากขึ้น    พบเด็กมีอัตราป่วยสูงสุด ส่วนภาวะอ้วนเสี่ยงเสียชีวิตได้

แพทย์เผยแนวโน้มผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มมากขึ้น พบเด็กมีอัตราป่วยสูงสุด ส่วนภาวะอ้วนเสี่ยงเสียชีวิตได้

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดกิจกรรม

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผนึกพลังเครือข่ายพร้อมใจหยุดภัยไข้เลือดออกเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในช่วงนี้ มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ระยะนี้มีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้เกิดน้ำขังค้างในภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย เผยกลุ่มเด็กพบอัตราป่วยสูงสุดส่วนกลุ่มเสี่ยงผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีน้ำหนักเกิน หากติดเชื้ออาจเสียชีวิตได้ พร้อมจับมือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำงาน อสม.เข้มแข็ง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูแลประชาชนและองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำกับงานสาธารณสุขพื้นฐานในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ เน้นพื้นที่ “บ้าน วัด โรงเรียน” ซึ่งเป็นสถานที่สำรวจแล้วพบลูกน้ำยุงลายสูงสุด

ล่าสุด นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นประธานเปิดกิจกรรมพัฒนาความร่วมมือและเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายสาธารณสุขด้านการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยมีนายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายศิริพันธ์ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสาวพัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และคณะผู้บริหารกรมควบคุมโรค เข้าร่วม

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าในปี 2566 ประเทศไทยจะพบการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้นตามวงรอบของปีที่จะระบาดโดยในปีนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-7 มิถุนายน 2566 พบรายงานผู้ป่วยจำนวน 19,503 ราย เสียชีวิต17 ราย และจำนวนผู้ป่วยปี 2566 มากกว่า ปี 2565 ณ ช่วงเวลาเดียวกันถึง 3.8 เท่า กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงที่สุด ได้แก่ อายุ 5-14 ปี รองลงมา15-24 ปี ซึ่งประเมินความเสี่ยงพบมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกภาค ส่วนปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยที่เสียชีวิตคือไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าเกินไปมีภาวะอ้วน ได้รับยากลุ่ม NSAIDs มาก่อน และมีโรคประจำตัว

กรมควบคุมโรคจึงร่วมกับจังหวัดปทุมธานี และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จัดให้มีการรณรงค์ “บ้าน วัด โรงเรียน” พร้อมใจ หยุดภัยไข้เลือดออก สืบเนื่องจากมีการสำรวจลูกน้ำยุงลายโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ล่าสุดโดยใช้แอปพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ สำรวจใน 7 สถานที่เสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกพบลูกน้ำยุงลายที่วัด โรงเรียน และสถานที่ราชการ มีค่าดัชนีความหนาแน่นสูงสุด จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ถูกต้อง อาทิ วัดเป็นแหล่งที่ผู้คนเข้า-ออกทำบุญอย่างต่อเนื่อง โดยพระสงฆ์ไม่สามารถกำจัดลูกน้ำและยุงลายได้ด้วยตัวเองจึงต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าเข้าวัดอย่าสร้างขยะ เช่น แก้วพลาสติก กล่องโฟมใส่อาหาร ที่อาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ รวมทั้งควรมีจิตอาสาที่จะช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมในวัดไม่ให้มีแหล่งน้ำขังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงส่วนโรงเรียนต้องมีมาตรการเข้มข้นในการฝึกทักษะนักเรียนให้สามารถจัดการกับปัญหายุงลายได้ เช่น จัดเวรดูแลอ่างบัว แจกันพลูด่าง ปล่อยปลาหางนกยูงเพื่อกินลูกน้ำ เป็นต้น และต้องมีมาตรการป้องกันมิให้ยุงกัดนักเรียน

นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า งานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกถือเป็นงานสำคัญในบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่มีอยู่กว่าล้านคนทั่วประเทศ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นกรมที่กำกับดูแล อสม.เหล่านี้ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานไปในทิศทางที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาผลงานดังกล่าวมีคุณภาพเป็นที่ประจักษ์ต่อคนไทย และนานาชาติให้การชื่นชมเป็นอย่างมาก อสม. มีหน้าที่ดูแลสำรวจลูกน้ำยุงลายร่วมกับเจ้าของบ้านในกลุ่มบ้านที่รับผิดชอบ รวมทั้งร่วมรณรงค์ป้องกันควบคุมโรคต่างๆ หลากหลายกิจกรรมเป็นที่น่าชื่นชม ถือเป็นงานจิตอาสาอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดโดยการทายากันยุงหรือนอนในมุ้งและหากประชาชนมีอาการไข้สูงลอย ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา หรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัวและแขน ขาไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโครฟีแนก แอสไพริน รวมถึงยาชุดซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในช่องทางเดินอาหารและยากต่อการรักษาเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหากมีไข้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน จะได้รับการรักษาที่เหมาะสม และช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

คุณแหน : 22 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738832

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศการถวายพระราชสมัญญา “พระอัครราชูปถัมภิกาการจดหมายเหตุไทย” แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม มีมติถวายพระราชสมัญญา“พระอัครราชูปถัมภิกาการจดหมายเหตุไทย”ผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์การจดหมายเหตุไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการจดหมายเหตุไทย จนเป็นที่ประจักษ์มาอย่างยาวนานอันแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพเชิงสร้างสรรค์ด้านการจดหมายเหตุอย่างแท้จริง..

●● คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าถวายเครื่องสักการะและลงนามถวายสักการะหน้าพระรูปเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 19-25 มิ.ย. เวลา 09.00-16.00 น…

●● ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร 30 มิ.ย.09.30 น..

●● ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย เอ็มดี DMT ผุดไอเดียศึกษาเปรียบเทียบการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และการปล่อยมลพิษระหว่างการเลือกใช้ทางยกระดับและถนนพื้นราบในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยให้ทีมเก็บข้อมูลการประหยัดเวลาการเดินทาง, การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และการปล่อยมลพิษ ซึ่งผลการวิจัยนี้นำเสนอและได้รับการรับรองจากที่ประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติครั้งที่ 28 จัดที่จ.ภูเก็ต ว่าการใช้โทลล์เวย์ทำให้ประหยัดทุกทาง ที่สำคัญคือช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเชิงเศรษฐศาสตร์ถึง 1,284 ล้านบาทต่อปี..

●● คริสปี้ ครีม โดนัทคอลเลปส์ครั้งแรก กับชาสัญชาติอังกฤษ ทไวนิงส์ เป็นคอลเลคชั่น คริสปี้ครีม ทไวนิงส์ โดนัท 3 รสชาติ ออเร้นจ์เอิร์ล เกรย์,ซูพีเรีย เลมอน ที ยกเวันสตรอว์เบอร์รี บลอสซั่ม ชิ้นละ 35 บาท ถึง 16 ก.ค. ที่ร้าน คริสปี้ ครีม ทุกสาขา ยกเว้นสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง www.krispykreme.co.th..

●● สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯเชิญชมรายการโทรทัศน์การกุศล “วันรวมใจประชา เมตตาปัญญาอ่อน” ถ่ายทอดสดทางททบ.5 (HD1) 16 ก.ค. 14.30 น. ร่วมบริจาคโทร.02-2150781-5..

●● โสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เชิญเที่ยวเทศกาลดอกกระเจียวบาน 2566 ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ แวะไปกันได้เริ่ม 1 ก.ค…

●● ยินดีกับ ณมน เอี่ยมอมรพันธ์ ลูกสาวคนเก่งของ ธนพ-ณวิภา เอี่ยมอมรพันธ์ประสบความสำเร็จในความมุ่งมั่นทุ่มเท ได้เป็นแชมป์เยาวชนเป้าบินแห่งประเทศไทยคนใหม่..●●

น้อง

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ แถลงผลปี’65 เดินหน้า‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738779

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ แถลงผลปี’65  เดินหน้า‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป’

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ แถลงผลปี’65 เดินหน้า‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย วิเชียรเตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ จัดงานแถลง “ผลการดำเนินงานประจำปี 2565 และเป้าหมายช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิตของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในปี 2566” ภายในงานมีการออกหน่วยให้บริการรักษาโรคทั่วไปแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายพร้อมจัดแสดงอุปกรณ์ สาธิตการกู้ชีพ กู้ภัย และสาธิตการฝึกอบรมของแผนกฝึกอบรม โดยมีผู้มีอุปการคุณและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566

วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหากำไร มุ่งมั่นช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และบำรุงสุขโดยไม่เลือกชนชั้น วรรณะ และศาสนาอย่างครบวงจรชีวิต ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิตรักษาชีวิต สร้างชีวิต” เดินหน้าพัฒนาการปฏิบัติภารกิจทำงานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งมูลนิธิฯ มีหน่วยงานในเครือที่ได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อให้ปณิธานฯ บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลที่ทันสมัยตามคุณภาพมาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) และเป็นศูนย์ไตเทียมขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูง คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ที่พัฒนาระบบการให้บริการการรักษาโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ได้รับมาตรฐานในระดับสากล และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติที่มุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพของการศึกษานำไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อสร้างสรรค์บัณฑิตที่รู้จริง ปฏิบัติงานได้จริง และเป็นผู้ประกอบด้วย “ความรู้”ควบคู่ “คุณธรรม” ภายใต้ปณิธาน “เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม”

ในปี 2565 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ดำเนินการช่วยเหลือสังคมไทยทั้งในด้านบรรเทาสาธารณภัย และสังคมสงเคราะห์ จำแนกได้ดังนี้
ด้านการช่วยชีวิต มีหน่วยบรรเทาสาธารณภัยและฌาปนกิจสุสานที่คอยช่วยเหลือประชาชนในงาน กู้ชีพกู้ภัย สนับสนุนงานนิติเวช และงานฌาปนกิจให้บริการช่วยเหลือประชาชนในการรับแจ้งเหตุผ่านสายด่วนและแอปพลิเคชั่น ป่อเต็กตึ๊ง 1418ในรอบปี 2565 ได้รับสายแจ้งเหตุกว่า 120,000 สาย และได้ออกปฏิบัติการช่วยเหลือทั้งด้านอุบัติเหตุจราจรช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้เสียชีวิตจากเหตุต่างๆจำนวนกว่า 70,000 ราย มีอาสาสมัครกว่า 4,000 คน มีแผนกฝึกอบรมให้การเผยแพร่องค์ความรู้ รวมถึงลดการสูญเสียด้านการกู้ชีพและบรรเทาสาธารณภัย การให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินแก่หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชนทั่วไปทั้งในระบบออนไซต์ (On-site)และออนไลน์ (Online) รวมงบประมาณในด้านการ “ช่วยชีวิต” ผ่านงานบรรเทาสาธารณภัยฯ กว่า 54 ล้านบาทนอกจากนี้ ยังมีภารกิจช่วยชีวิตผ่านงานสังคมสงเคราะห์ อีกทั้งยังมีสุสานฝากฝังศพไร้ญาติ จำนวน 7,000 หลุม ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านแพ้วจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีการเก็บบันทึกข้อมูลศพไร้ญาติไว้อย่างเป็นระบบ จัดให้มีการเซ่นไหว้ดวงวิญญาณตามประเพณี รวมงบประมาณในด้านการ “ช่วยชีวิต” ผ่านงานสังคมสงเคราะห์กว่า 50 ล้านบาท

ปัจจุบัน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ร่วมหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผนึกกําลังทั้งทางด้านวิชาการและการปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยให้สามารถบริหารจัดการและปฏิบัติตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการรักษาชีวิต มีหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน
ออกบริการประชาชน ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงถิ่นทุรกันดาร ตลอดปี 2565 ให้บริการประชาชน กว่า 25,000 คน ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รวมงบประมาณกว่า 4 ล้านบาท โครงการสนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลน รวมงบประมาณกว่า 79 ล้านบาท นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยรายได้น้อย ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยประกันสังคมที่ต้องรักษาด้วยยานอกบัญชี การสงเคราะห์อื่นๆ ผ่านโรงพยาบาลหัวเฉียว รวมงบประมาณกว่า 20ล้านบาท คลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวและยังมี “ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรจีนแบบครบวงจร” ในส่วนของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติในปี 2565 จัดกิจกรรมเพื่อสังคมด้านการสร้างชีวิต ช่วยเหลือสังคมไทย เพื่อให้คนไทยได้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งด้านการศึกษาการประกอบอาชีพ และการดำรงชีพผ่านโครงการต่างๆ กว่า 10 โครงการและโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิฯกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมกิจการสตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนับสนุนรถเข็นวีลแชร์แก่คนพิการ มอบวิกผมสังเคราะห์ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง ผ่านสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ล่าสุด มูลนิธิฯ จัดโครงการป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชนต่างๆโดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานเปิดงาน โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขตรวมงบประมาณในด้านการ “สร้างชีวิต” และ การดำเนินการอื่นๆ ของมูลนิธิฯ รวมงบประมาณกว่า 200ล้านบาท

วิเชียรกล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นภารกิจหลัก ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือสังคมไทย ขอให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มั่นใจว่า “ทุกบาท ทุกสตางค์ที่ท่านบริจาค สามารถร่วมช่วยชีวิต รักษาชีวิตสร้างชีวิตให้แก่ผู้คนนับล้านชีวิต”ทั้งนี้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนไปไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านคน รวมงบประมาณดำเนินการกว่า 400 ล้านบาท สำหรับในปี 2566 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข แก่ทุกชีวิตที่ตกทุกข์ได้ยาก รวมถึงมุ่งมั่นพัฒนาและขยายขอบข่ายการดำเนินงานเพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ให้ความช่วยเหลือสังคมและเป็นที่พึ่งของประชาชน อย่างครบวงจรชีวิต ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ภายใต้ปณิธาน“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ต่อไป

แอกซ่าประเทศไทย จัดกิจกรรม ‘Week for Good’ ภายใต้แนวคิด ‘Women Protection & Empowerment’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738811

แอกซ่าประเทศไทย จัดกิจกรรม ‘Week for Good’  ภายใต้แนวคิด ‘Women Protection & Empowerment’

แอกซ่าประเทศไทย จัดกิจกรรม ‘Week for Good’ ภายใต้แนวคิด ‘Women Protection & Empowerment’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กิจกรรม เย็บเต้านมเทียมและผ้าโพกศีรษะ

แอกซ่าประกันภัย เดินหน้าสานต่อพันธกิจมุ่งส่งเสริมการสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนให้แก่สังคม โดยปีนี้ร่วมฉลองสัปดาห์แห่งการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้สังคม(AXA Week for Good 2023)ที่จัดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2566ภายใต้แนวคิด “Women Protection & Empowerment” การปกป้องและเสริมสร้างศักยภาพและพลังของผู้หญิง ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จัดในปีนี้ ได้แก่ การเย็บเต้านมเทียมและผ้าโพกศีรษะ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มอาสา “เพื่อนทอฝัน” มาร่วมสาธิตการทำ และการส่งมอบชุดสิ่งของจำเป็น(Hygiene kits) เพื่อช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงที่ขาดแคลน

กิจกรรมดังกล่าวนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างพนักงานแอกซ่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสังคม โดยได้รับความร่วมมือจากเหล่าอาสาสมัคร ผู้บริหาร และพนักงานแอกซ่า รวมกว่า 100 คน ที่มาร่วมแบ่งปันความสุขสู่สังคม นำโดยกิจกรรม “เย็บเต้านมเทียมและผ้าโพกศีรษะ” ที่อาสาสมัครได้ร่วมแรงร่วมใจทำเต้านมเทียมและผ้าโพกศีรษะ จำนวน 200 ชิ้นเพื่อเตรียมส่งมอบให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นอกจากนี้ แอกซ่ายังได้ส่งมอบชุดสุขอนามัย หรือ Hygiene kits จำนวน 100 ชุด ซึ่งประกอบด้วยสิ่งของและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำเป็นต่อสุขอนามัยและการดูแลสุขภาพเด็กและผู้หญิงให้แก่มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

จากกิจกรรมเพื่อสังคมนี้ กลุ่มแอกซ่ามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมและสร้างเครือข่ายแห่งการให้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือในรูปแบบของครอบครัวทดแทนถาวรระยะยาว (Family Like Care Principle) เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมของเราให้ดีมากยิ่งขึ้น

เคทีซีส่งมอบเงินบริจาคสมทบทุนศิริราชมูลนิธิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738810

เคทีซีส่งมอบเงินบริจาคสมทบทุนศิริราชมูลนิธิ

เคทีซีส่งมอบเงินบริจาคสมทบทุนศิริราชมูลนิธิ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เคทีซี เป็นสื่อกลางสมาชิกส่งมอบเงินกว่า 31 ล้านบาท สมทบทุนศิริราชมูลนิธิ เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาสและโรงพยาบาล

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิชผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนมอบเงินจำนวน 31,771,132 บาท ให้กับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัยวัฒน์ โมกขะเวส กรรมการเหรัญญิก ศิริราชมูลนิธิ ซึ่งสมาชิกร่วมกันบริจาคสมทบทุนผ่านบัตรเครดิตเคทีซี และใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน แทนเงินบริจาค 100 บาท ณ ศิริราชมูลนิธิ เมื่อเร็วๆ นี้

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช กล่าวว่า “เคทีซีได้ดำเนินการช่วยเหลือสังคมในหลากหลายรูปแบบทั้งการร่วมเป็นจิตอาสา และการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์กับสมาชิกและชุมชน รวมทั้งการสนับสนุนมูลนิธิต่างๆ ซึ่งตลอด 18 ปีที่ผ่านมา เคทีซีได้เป็นสื่อกลางในการเปิดช่องทางรับบริจาคผ่านบัตรเครดิต เพื่อส่งต่อให้กับมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลต่างๆ กว่า 60 แห่ง โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ มียอดบริจาคเข้าองค์กรการกุศลต่างๆ รวมแล้ว 93,653,029 บาท”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัยวัฒน์ โมกขะเวส กล่าวว่า “ศิริราชมูลนิธิ เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่เปิดรับบริจาคเงินและทุนทรัพย์ เพื่อจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยเหลือการรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ (ค่ายาและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการวินิจฉัยและรักษา) และสนับสนุนการสร้างหรือปรับปรุงหอบริการผู้ป่วย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งเคทีซีนับเป็นช่องทางที่ส่งมอบเงินบริจาคจำนวนมากในลำดับต้นๆ และให้ความร่วมมือกับทางศิริราชมูลนิธิด้วยดีมาตลอด”

เอไอเอฯ มอบรางวัล ‘AIA Healthiest Schools’ สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738798

เอไอเอฯ มอบรางวัล 'AIA Healthiest Schools' สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี

เอไอเอฯ มอบรางวัล ‘AIA Healthiest Schools’ สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.52 น.

เอไอเอ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัล “AIA Healthiest Schools – สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี” เชิดชูโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษา ที่โดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียน พร้อมเดินหน้าโครงการปีที่ ตามคำมั่นสัญญา “เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น” อย่างยั่งยืน

เอไอเอ ประเทศไทย ผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ พร้อมความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนผู้คนกว่าพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” เดินหน้าส่งมอบสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนไทยผ่านโครงการ “AIA Healthiest Schools – สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี” ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2565 โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อเสริมสร้างและปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพของนักเรียนอายุระหว่าง 5 – 16 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจากโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 260 โรงเรียนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเอไอเอ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมกันคัดเลือกโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา รวมถึงโรงเรียนที่ได้รับรางวัลดีเด่นรวมทั้งสิ้น 34 โรงเรียน และเพื่อเชิดชูเกียรติโรงเรียนที่ถือเป็นแบบอย่างด้านการส่งเสริมด้านสุขภาพของนักเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียน เอไอเอ จึงได้จัดพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี” (AIA Healthiest Schools Awards Ceremony 2023) ขึ้น ณ เอไอเอ ลีดเดอร์ชิป เซ็นเตอร์ (AIA Leadership Centre) อาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์

ในงานได้รับเกียรติจาก ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 ท่าน ได้แก่  ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ รศ.ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคมหานคร ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และอดีตคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และนางสาววัชรี สิริขจรเดชสกุล ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาบุคลากร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เอไอเอ ประเทศไทย ได้ให้เกียรติมาร่วมมอบรางวัลแก่โรงเรียนที่ชนะ ร่วมด้วยผู้บริหารกลุ่มบริษัทเอไอเอ นายสจ๊วต วูล์ฟอร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์ และคณะผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด พร้อมด้วย นายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ บริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “ทางกระทรวงศึกษาธิการต้องขอขอบคุณกลุ่มบริษัทเอไอเอ และเอไอเอ ประเทศไทย ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องสุขภาพของเยาวชน และริเริ่มโครงการ “AIA Healthiest Schools – สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี” ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นในการสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขภาพและโภชนาการ เพื่อเป็นก้าวสำคัญไปสู่การยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเยาวชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างเอไอเอและกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างสังคมที่เข้มแข็งด้วยสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการขยายนโยบายของกระทรวงฯ ไปสู่โรงเรียนทั่วประเทศได้อย่างตรงจุด โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดีในครั้งนี้ จึงไม่ได้จบลงเพียงการได้รับรางวัลเท่านั้น แต่การปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ชีวิตจากสื่อการเรียนการสอนที่นักเรียนและบุคลากรได้รับการถ่ายทอดยังสามารถนำไปใช้ต่อในครอบครัวได้อีกด้วย สำหรับในวันนี้ขอแสดงความยินดีกับทุกโรงเรียนที่ได้รับรางวัล และหวังว่ารางวัลในวันนี้จะเป็นกำลังใจให้ทุกโรงเรียนมุ่งมั่นที่จะสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้กับสังคมต่อไป”

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “ในนามของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเอไอเอ ในการสนับสนุนโครงการ “AIA Healthiest Schools – สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี” ซึ่งนับเป็นโครงการแรกๆ ของประเทศ ที่มุ่งสนับสนุนสุขภาพเด็กไทยแบบองค์รวม ปลูกฝังเรื่องการดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยเด็ก ตลอดจนส่งเสริมให้ครอบครัวและโรงเรียนเป็นรากฐานที่สำคัญของสังคมสุขภาพดี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน ในขณะที่ depa ก็มีวิสัยทัศน์ในการทำงานเพื่ออนาคตของคนไทย และพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้อยู่ในระดับชั้นนำของโลก ซึ่ง depa ตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช้เพียงให้ความสำคัญเฉพาะการศึกษา แต่การมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องจำเป็นและส่งเสริมต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เมื่อเอไอเอจัดโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้นเป็นปีแรก depa จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจในการจัดทำโครงการเพื่อสังคมที่ชุมชนสามารถนำไปต่อยอดได้จริง depa ขอแสดงความยินดีกับทุกโรงเรียนที่ได้รับรางวัล และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือกับเอไอเอ ในการสนับสนุนโครงการ AIA Healthiest Schools ในปีต่อๆ ไป”

นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ ประเทศไทย    ขอแสดงความยินดีกับทุกโรงเรียนที่ได้รับรางวัล “AIA Healthiest Schools – สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี” ในครั้งนี้ ซึ่งเราได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของทุกโรงเรียนที่ได้ร่วมส่งกิจกรรมเข้ามาประกวด อีกทั้งเรายังรู้สึกภูมิใจที่แต่ละโรงเรียนได้นำสื่อการเรียนการสอนของโครงการนี้ไปใช้จริง จึงนับว่าโครงการนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนให้กับนักเรียนและเยาวชนไทย สอดคล้องตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ ซึ่งเป็นพันธกิจที่เอไอเอมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมในการยกระดับด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตคนไทย โดยโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี มีเป้าหมายให้เยาวชนมีสุขภาพที่ดีและมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตเชิงบวกทั้งต่อสุขภาพตนเองและต่อสังคมที่เราอยู่ โดยเน้นหลักสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง การมีสุขภาพใจที่ดี และการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน เพราะเอไอเอเชื่อว่าการส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก และคาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับเด็กไทย ตลอดจนชุมชนและสังคมไทย” 

ทั้งนี้ สำหรับโรงเรียนที่ชนะเลิศทั้งในระดับประถมและมัธยมศึกษา จะได้ไปร่วมเวทีการแข่งขันในระดับนานาชาติ กับโรงเรียนที่ชนะเลิศจากประเทศออสเตรเลีย เวียดนาม และฮ่องกง ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคม นี้ ที่ประเทศมาเลเซีย ผมขอส่งกำลังใจให้กับโรงเรียนของไทย ให้สามารถคว้าชัยกลับมาได้เป็นผลสำเร็จ และอยากเชิญชวนโรงเรียนทั่วประเทศ ให้เข้าร่วมโครงการ AIA Healthiest Schools ปีที่ 2 ซึ่งจะเริ่มเปิดรับสมัครปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อมาร่วมสร้างโรงเรียนสุขภาพดีให้กับเยาวไทยด้วยกันนะครับ” นายนิคฮิล กล่าวทิ้งท้าย

            สำหรับรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับรางวัล AIA Healthiest Schools – สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี ได้แก่

โรงเรียนดรุณวิทยา เทศบาลเมืองน่าน (บ้านสวนตาล) ชนะเลิศการแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools ในระดับประถมศึกษา โดยได้จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพมากมายผ่านโครงการ “โรงเรียนสร้างสุข” เช่น ปลูกผักอินทรีย์ โภชนาการปลอดภัย เก็บขยะ ออกกำลังกาย สวดมนต์ และธนาคารความดี ส่งเสริมการเรียนการสอนและพฤติกรรมเชิงบวกให้กับนักเรียน และนำเทคโนโลยีมาใช้สื่อสารระหว่างทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันส่งเสริมสุขภาพที่ดีของนักเรียน และความมั่นใจในการดำเนินโครงการในระยะยาว

            โรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร จังหวัดตาก ชนะเลิศการแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools ในระดับมัธยมศึกษา โดยนำสื่อการสอนจากโครงการฯ เพื่อพัฒนากิจกรรมสำหรับนักเรียน และจัดสำรวจความคิดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง เช่น โครงการ Good Food Good Mood Project เป็นโครงการที่มุ่งเน้นเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ตรวจสารปนเปื้อนในน้ำดื่ม ส่งเสริมการออกกำลังกาย จัดสถานที่พักผ่อนสำหรับนักเรียน นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรม “คลินิกเพื่อนใจวัยรุ่น” เพื่อคอยรับฟัง ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

  • รางวัลดีเด่นระดับชั้นประถมศึกษา รับรางวัลมูลค่า 180,000 บาท ต่อโรงเรียน

1.โรงเรียนบ้านกาดฮาว จังหวัดเชียงใหม่

            โรงเรียนบ้านกาดฮาวได้ดำเนินโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ได้แก่ โครงการศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ โครงการกินอยู่อย่างรู้ค่านำพาให้ชีวิตมีสุข โครงการเด็กยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ โครงการต้นแบบเด็กไทยสุขภาพดี และโครงการวงล้อเพิ่มทักษะชีวิต นอกจากนี้ ยังจัดแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการจัดอาหารกลางวันที่มีมาตรฐานแก่นักเรียนอีกด้วย

2.โรงเรียนบ้านพร้อมบุญ จังหวัดขอนแก่น

            โรงเรียนบ้านพร้อมบุญจัดกิจกรรม Happy Time Happy Life ที่รวบรวมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น Happy Dancing (ฝึกออกกำลังกาย) Happy Brain, Happy Time (ฝึกสมาธิ) Happy Talking (สุขภาพใจ) Happy Meal and Happy Drinking (กินอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำให้เพียงพอ) ให้แก่นักเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีสุขภาพใจที่ดี โดยส่งเสริมให้นักเรียนสามารถปฏิบัติจนเป็นกิจวัตรประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน

3.โรงเรียนบ้านศาลา จังหวัดเชียงใหม่

            โรงเรียนบ้านศาลาได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพหลากหลายด้านมาอย่างต่อเนื่องซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 หลักพื้นฐานของโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools โดยมีจุดเด่นที่มุ่งเน้นให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการปลูกผักปลอดสารพิษ ปลูกผักอินทรีย์ โภชนาการปลอดภัย รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับด้านโภชนาการ 

  • รางวัลดีเด่นระดับมัธยมศึกษา รับรางวัลมูลค่า 180,000 บาท ต่อโรงเรียน

1.โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช

            โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษาได้เริ่มโครงการ “เปลี่ยนท่าศาลาประสิทธิ์ฯ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เป็นกิจกรรมที่มีนักเรียนเป็นแกนนำและมีส่วนร่วมในการออกแบบโครงการร่วมกับอาจารย์ของโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools โดยมี 6 กิจกรรมย่อย ได้แก่ Healthy Heroes, BMI… Be New You, Healthy Food Good Body, Club EOB, What are your heart rate? และ DMT OLAV U ซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 หลักพื้นฐานของโครงการ

2.โรงเรียนพานพิทยาคม จังหวัดเชียงราย

            โรงเรียนพานพิทยาคม พัฒนาโครงการ “โรงเรียนเสริมสร้างสุขภาวะ” เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพของนักเรียน เพื่อสร้างสุขภาวะให้กับนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน ทั้งด้านสุขภาพกาย เช่น การขยับร่างกาย โภชนาการที่ดี การตรวจสุขภาพประจำปี กีฬา คีตะมวยไทย และสุขภาพใจ ผ่านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้า เป็นต้น 

3.โรงเรียนเทศบาล 2 คลองจิหลาด จังหวัดกระบี่

            โรงเรียนเทศบาล 2 คลองจิหลาดจัดโครงการ “โรงเรียนส่งเสริมสร้างสุขภาพ” ที่เน้นให้นักเรียนเข้าใจความสำคัญของการอ่านฉลากโภชนาการ อาหาร ยา และเครื่องสำอาง เพื่อป้องกันโรค NCDs โดยเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้ปกครองและชุมชนผ่านกิจกรรมประชาสัมพันธ์และการเดินรณรงค์ภายนอกโรงเรียน และลงพื้นที่ร่วมกับ      อย.น้อย หรือกลุ่มเยาวชนที่มีส่วนร่วมในภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยสุ่มตรวจฉลากจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคม เช่น วัด และชุมชน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมการรับประทานอาหารและผลไม้ที่มีประโยชน์ การเก็บตัวอย่างน้ำดื่มและแหล่งน้ำในโรงเรียน การออกกำลังกาย การกำจัดขยะ การใช้ถุงผ้า การปลูกผัก การเลี้ยงปลา การปฐมพยาบาล และอื่นๆ อีกมากมาย

  • รางวัลดีเด่นในแต่ละด้าน รับรางวัลมูลค่า 50,000 บาท ต่อโรงเรียน

            รางวัลดีเด่นด้านการกินอาหารที่มีประโยชน์

  • โรงเรียนราชวินิตประถมบางแค กรุงเทพมหานคร

            รางวัลดีเด่นด้านการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง

  • โรงเรียนนานาชาติฮีทฟิลด์ กรุงเทพมหานคร

            รางวัลดีเด่นด้านการมีสุขภาพใจที่ดี

  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส สาทร กรุงเทพมหานคร

            รางวัลดีเด่นด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน

  • โรงเรียนบ้านท่าข้าม จังหวัดปัตตานี
  • รางวัลชมเชยโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี รับรางวัลมูลค่า 36,000 บาท ต่อโรงเรียน

ระดับประถมศึกษา

  • โรงเรียนวัดดอนทรายแก้ว จังหวัดชุมพร
  • โรงเรียนชุมชนบ้านนากัน จังหวัดสงขลา
  • โรงเรียนบ้านโคกจำเริญ จังหวัดสุรินทร์
  • โรงเรียนบ้านดอนผอุง จังหวัดอุบลราชธานี
  • โรงเรียนวัดอู่ตะเภา จังหวัดสุพรรณบุรี
  • โรงเรียนบ้านโกตาบารู จังหวัดยะลา
  • โรงเรียนบ้านจันทัย จังหวัดอุบลราชธานี
  • โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง จังหวัดบุรีรัมย์
  • โรงเรียนบ้านผือพอก จังหวัดศรีสะเกษ
  • โรงเรียนบ้านป่าไม้สหกรณ์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • โรงเรียนชุมชนบ้านตากแว้ง จังหวัดตราด
  • โรงเรียนบ้านนาห้วยแดงดงสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
  • โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต จังหวัดปทุมธานี
  • โรงเรียนบ้านบางแสม จังหวัดชลบุรี
  • โรงเรียนวัดประชาบำรุงกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • ระดับมัธยมศึกษา
  • โรงเรียนศรัทธาศิลาเพชรรังสรรค์ จังหวัดน่าน
  • โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ กรุงเทพมหานคร
  • โรงเรียนแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
  • โรงเรียนศรีนคร จังหวัดสุโขทัย
  • โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี
  • โรงเรียนศรีวิไลวิทยา จังหวัดบึงกาฬ
  • โรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติ จังหวัดสมุทรปราการ

            สำหรับโรงเรียนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ “AIA Healthiest Schools – สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี” ปีที่ 2 สามารถดูรายละเอียดพร้อมดาวน์โหลดสื่อการเรียนการสอนได้ที่เว็บไซต์  ahs.aia.com/th/th/ โดยโรงเรียนสามารถส่งโครงการเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป

-(016)

สสส.มอบหนังสือเด็กตามช่วงวัย หยุดวิกฤต Learning Loss

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738765

สสส.มอบหนังสือเด็กตามช่วงวัย หยุดวิกฤต Learning Loss

สสส.มอบหนังสือเด็กตามช่วงวัย หยุดวิกฤต Learning Loss

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.47 น.

แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. จับมือ สำนักพิมพ์พาสเอ็ดดูเคชั่น มอบหนังสือเด็กตามช่วงวัย หยุดวิกฤต Learning Loss เด็กไทยหลังโควิดทำการเรียนรู้ถดถอยทุกด้าน หวังรัฐบาลใหม่ เดินหน้าสวัสดิการหนังสือเด็กเล็กฟรี ต่อยอดถึงเด็กโต หากหวังได้ประชากรไทยคุณภาพ ระบุ 3 องค์กรระดับโลก ศึกษาย้ำชัดช่วยก้าวพ้นความจนได้

แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเขตหนองแขม และ สำนักพิมพ์พาสเอ็ดดูเคชั่น ร่วมกันจัดกิจกรรม 20 ปี พาสเอ็ดดูเคชั่น มอบหนังสือเครือข่ายอ่านยกกำลังสุข “ร่วมพัฒนาศักยภาพเด็กไทย หยุดวิกฤติ Learning Loss”ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนผลิตน้ำดี เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร

นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า การระบาดของโรคโควิด 19 กลุ่มเด็กเล็กได้รับผลกระทบมากที่สุด ขาดพัฒนาการทุกด้าน ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ โดยเฉพาะพัฒนาการด้านภาษา ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก และองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เรียกร้องให้รัฐบาลนานาประเทศจัดส่งหนังสือถึงบ้านเด็ก เพื่อหยุดภาวะ Learning loss หรือภาวะถดถอยในการเรียนรู้ สร้างโอกาสการก้าวข้ามความยากจน ที่ผ่านมาแผนงานฯ จึงรณรงค์ให้เด็กมีหนังสืออ่าน และเรียกร้องให้รัฐจัดสวัสดิการหนังสือเด็กแรกเกิด และเด็ก 0-6 ปี ต้องมีหนังสือในบ้าน อย่างน้อย 3 เล่ม ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย และ กทม.ขานรับแล้ว และรอรัฐบาลใหม่มาผลักดันให้สำเร็จ รวมถึงต่อยอดการจัดหาหนังสือที่เหมาะสมกับเด็กโตเพิ่มเติมเพื่อให้สอดรับกับการส่งเสริมให้การอ่านเป็นวัฒนธรรมของคนไทยต่อไป 

ทั้งนี้ ในระหว่างที่สวัสดิการหนังสือฯ ยังไม่เกิดขึ้น สิ่งที่จะหยุดวิกฤติ หรือประคองสถานการณ์ Learning loss ได้ คือ การพัฒนาศักยภาพครูและแกนนำชุมชนให้มีความรู้ความเข้าใจ ถึงการใช้หนังสือและการอ่านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในศูนย์ดูแลเด็กของกทม.มีเพียงประมาณ 40 แห่ง ที่ยังไม่ได้ร่วมโครงการ และเริ่มมีหนังสือหมุนเวียนให้บริการเกิดขึ้นแล้ว หวังให้สำนักงานเขตต่างๆ นำไปขยายผล ขณะที่การต่อยอดให้มีหนังสือสำหรับเด็กโตนั้น อยู่ระหว่างศึกษานำร่อง คาดว่าจะทราบผลและนำเสนอปลายปี 2566 เพื่อทำให้เห็นว่าการอ่านที่สอดคล้องตามช่วงวัย สร้างความหมาย สร้างคุณค่าในการพัฒนาเด็กได้ เชื่อว่าวิธีการนี้น่าจะเป็นการปลดล็อควิกฤตครั้งใหญ่และสร้างกรอบความคิด (Mindset) ใหม่ให้กับสังคมไทยว่า หากประสงค์ให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ มีวิจารณญาณนั้นสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ปฐมวัย เพราะการลงทุนในเด็ก มีความคุ้มค่าและคืนทุนได้ มากกว่า 7-12 เท่า

“การอ่าน กับการเล่าเรื่องนั้นมีความแตกต่างกัน การอ่านตามตัวอักษรจะทำให้เด็กค่อยๆ ถอดรหัสได้ และยังเปิดพื้นที่ว่างทางความคิดให้กับเด็ก เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเด็กตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งตัวทรัพยากรสื่อ หนังสือ กิจกรรม หรือคุณภาพของครูที่จะส่งต่อ ดังนั้นสิ่งที่เราทำนี้ถือเป็นการปลดล็อคปัญหา วางรากฐานวางอิฐก้อนใหม่ให้แข็งแรง หรือจะเรียกว่าเรากำลังลงเสาเข็มด้านการศึกษา การสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยกัน” นางสุดใจ กล่าว 

นางสุชาดา สหัสสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทพาสเอ็นดูเคชั่น จำกัด กล่าวว่า การลงทุนในเด็กเล็กช่วงปฐมวัย เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งพาสเอ็นดูเคชั่น และหน่วยงานเอกชนร่วมทำกันมานานแล้วในการรณรงค์ส่งเสริมการอ่าน โดยจัดกลุ่มหนังสือให้ชัดเจนตั้งแต่กระบวนการพิมพ์ ว่าหนังสือเล่มไหนเหมาะกับช่วงวัยไหน เพื่อช่วยพ่อแม่เลือกหนังสือได้เหมาะสมกับวัยของลูกๆ เพราะเคยพบวารสาร หนังสือพิมพ์สุดสัปดาห์ หนังสือวิชาการต่างๆ แต่ไม่มีหนังสือสำหรับเด็กในศูนย์เด็กเล็ก ทำให้เด็กไม่อยากอ่าน แต่พอเรานำหนังสือนิทานไปให้ กลับพบว่าเด็กๆ สนใจมาก ดังนั้น การที่บอกว่าเด็กไทยไม่อ่านหนังสือ อาจจะต้องถามกลับว่า เป็นเพราะไม่มีหนังสือเด็กให้อ่านหรือไม่ ทั้งนี้เราเชื่อว่าการส่งเสริมให้เด็กอ่านหนังสือจะทำให้เด็กโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ในทางกลับกันหากเราไม่ส่งเสริม ก็จะไม่มีเด็กคุณภาพ และไม่มีผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต ดังนั้นจึงอยากจะฝากผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและรัฐบาลต่อไป ให้ช่วยกันส่งเสริมเรื่องการอ่าน ถือเป็นการสร้างเสริมสติปัญญา นำไปสู่คุณภาพของคนไทยที่ดี เช่นเดียวกับงานศึกษาที่พบว่า การอ่านจะทำให้ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งปัญหายาเสพติด และท้องในวัยเรียน เพราะหนังสือช่วยให้มีปัญญา มีวุฒิภาวะในการดูแลตัวเอง และโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

“หนังสือต่อให้ดีแค่ไหนถ้าไม่ผ่านมือเด็ก ไม่ผ่านการใช้ที่ถูกต้อง ก็ไม่เกิดประโยชน์ หนังสือต้องทำให้เด็กสามารถจับต้องได้ เข้าถึงได้ จริงๆ ถึงจะทำให้เกิดนิสัยรักการอ่าน ซึ่งพาสเอ็นดูเคชั่น ยินดีสนับสนุนเท่าที่เราทำได้ และทุกคนก็ทำได้ แต่ไม่อยากให้ใช้คำว่าบริจาค เพราะจะเหมือนกับการเอาขยะของบ้านออกมาเท ซึ่งไม่ใช่หนังสือที่เด็กต้องการหรือว่าเหมาะสมกับช่วงวัย ฉะนั้นจึงต้องใช้คำว่าจัดหนังสือ จัดสวัสดิการหนังสือที่เหมาะสมกับช่วงวัยจริงๆ ถึงจะเกิดคุณภาพ ส่วนที่เรานำมาสนับสนุนในวันนี้ คิดว่าคงไม่พอ เพราะการอ่าน การเรียนรู้ทำได้ตลอดชีวิต ดังนั้นการที่เราสนับสนุนจึงแค่จุดประกาย ในบางพื้นที่ และถึงเวลาที่ภาครัฐก็ต้องเข้ามาโอบอุ้มต่อ” นางสุชาดา กล่าว

ขณะที่ นายสุชาติ รักซื่อ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหนองแขม กล่าวว่า หนองแขมมีศูนย์ พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 11 แห่ง ในนามสำนักงานเขตหนองแขม ขอบคุณสำนักพิมพ์พาสเอ็นดูเคชั่น ที่ให้การสนับสนุนหนังสือให้กับเด็กในพื้นที่นำร่องศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนผลิตน้ำดี (หทัยรัก) เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ด้านต่างๆ นำสู่การพัฒนาศักยภาพของตัวเด็กต่อไป ในส่วนของเขตฯ ก็จะเน้นการเพิ่มศักยภาพครูพี่เลี้ยงในการพัฒนาเด็กๆ ด้วยการอ่านตามลำดับขั้นตอน ตามช่วงวัย เพื่อปลูกฝังให้เด็กรักในการอ่านหนังสือ และจะมีคณะทำงาน, ครูพี่เลี้ยงติดตามประเมินผลต่อไป.

-(016)