‘Sam Smith’ ดึงราชินีเพลงป๊อป ‘Madonna’ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่สุดเฟียซ ‘VULGAR’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/737752

‘Sam Smith’ ดึงราชินีเพลงป๊อป ‘Madonna’  ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่สุดเฟียซ ‘VULGAR’

‘Sam Smith’ ดึงราชินีเพลงป๊อป ‘Madonna’ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่สุดเฟียซ ‘VULGAR’

วันเสาร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราชินีแห่งวงการเพลงป๊อป “Madonna”รับหน้าที่กล่าวแนะนำโชว์ของ “SamSmith”และ“Kim Petras” ที่งานประกาศรางวัลแกรมมี่ว่า “ถ้าพวกเขาเรียกคุณว่า “ตัวประหลาด” “ฉาวโฉ่” “เจ้าปัญหา” “ยั่วยวน” หรือ “ตัวอันตราย” นั่นแปลว่าคุณมีเป้าหมายบางอย่าง เเละนั่นคือการที่คุณส่งเสียงออกมา” หลังจากวันประกาศรางวัล Grammy สองซูเปอร์สตาร์ “Sam Smith”เเละ “Madonna” ก็ได้มุ่งไปที่สตูดิโอเผื่ออัดเพลงใหม่ร่วมกันทันทีผลลัพธ์นั้นก็คือเพลงล่าสุด “VULGAR”

เพลงนี้ถูกเเต่งโดย ILYA for MXM Productions, Cirkut, Ryan Tedder, Omer Fedi, Jimmy Napes รวมถึงผู้ควบคุมการร้องของ Sam และMadonna อย่าง LaurenD’eli ก่อกำเนิด “VULGAR”เพลงแดนซ์ดุดันไม่เกรงใจใครสะท้อนเเละรวบรวมทุกคำพูดที่ “Madonna”ได้พูดไว้ในคืนวันประกาศรางวัล Grammyที่ผ่านมา “VULGAR” เป็นซิงเกิ้ลที่ทั้งสองศิลปินตั้งใจถ่ายทอดด้วยความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขอบเขตอลังการการใช้เสียงของดนตรีสายตะวันออกอันเป็นเอกลักษณ์ควบคู่กับเบสสุดทุ้มอันทรงพลังทำให้คนฟังต้องยอมรับและเคารพกับเสียงดนตรีที่พวกเค้าได้บรรเลงออกมา “VULGAR” ได้เริ่มต้นแล้วและรับรองว่าแฟนเพลงทั่วโลกจะต้องชื่นชอบในความแซ่บเฟียซแบบดับเบิ้ลอย่างแน่นอน

‘เจเจ-ต้าเหนิง’ ควงคู่ถ่ายทอดประสบการณ์คู่รักนักเดินทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/737818

‘เจเจ-ต้าเหนิง’ ควงคู่ถ่ายทอดประสบการณ์คู่รักนักเดินทาง

‘เจเจ-ต้าเหนิง’ ควงคู่ถ่ายทอดประสบการณ์คู่รักนักเดินทาง

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.29 น.

เจเจ-ต้าเหนิง ควงคู่ส่งมอบประสบการณ์คู่รักนักเดินทางที่สดใสน่ารักระดับเต็ม 10 พร้อมมาบอกเล่าสิทธิประโยชน์ที่ เป็น ไป ได้ ไม่สิ้นสุด ผ่าน KING POWER MEMBERSHIP : EXPERIENCE TO ALL POSSIBILITIES ที่มอบสิทธิประโยชน์เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางกับ 5 สิทธิพิเศษ TRAVEL ESSENTIAL, GASTRONOME, WELLNESS, STAY & PLAY และ ENTERTAINMENT

ติดตามความน่ารักของคู่รักสุดฮอต เจเจ-ต้าเหนิง ในทุกช่องทางออนไลน์ ของ คิง เพาเวอร์ พร้อมกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สมัครสมาชิกพร้อมรับสิทธิประโยชน์จาก คิง เพาเวอร์ และ พันธมิตรชั้นนำ ได้ที่ LINE Official Account : @KINGPOWER หรือ ที่ คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จเป็นองค์ปธ.พิธีรับประทานผ้าไตร โครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737817

'สมเด็จพระสังฆราช'เสด็จเป็นองค์ปธ.พิธีรับประทานผ้าไตร โครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จเป็นองค์ปธ.พิธีรับประทานผ้าไตร โครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.27 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีรับประทานผ้าไตรและขอประทานพระโอวาทในโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566

วันนี้ (16 มิ.ย. 66) เวลา 13.00 น.ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีรับประทานผ้าไตรและขอประทานพระโอวาทในโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 โดยมี นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กราบทูลถวายรายงาน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้แทนส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมโครงการอุปสมบท ฯ ร่วมพิธี

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระโอวาทความตอนหนึ่งว่า “การบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะก่อนจะเข้ามาเป็นพระภิกษุในพระธรรมวินัย ผู้ขอบวชต้องตั้งจิตไว้ที่ “ศรัทธา” อันแน่วแน่มั่นคงต่อพระรัตนตรัย เล็งเห็นประโยชน์ของการสละบ้านเรือน ออกมาครองเพศบรรพชิต ผู้มีวิถีปฏิบัติในทางขัดเกลากิเลส จึงขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจในเจตนารมณ์ของบรรพชาอุปสมบท ให้ถ่องแท้ กระทั่งซาบซึ้งแน่วแน่ถึงคุณประโยชน์ของการออกจากกาม ที่เรียกว่าการบำเพ็ญ “เนกขัมมะ” ว่าเป็นการปลดเปลื้องตนออกจากโลกียวิสัย ไปสู่การศึกษาขัดเกลาทางพระพุทธศาสนา อันจัดเป็นความดีอย่างแท้จริง สมด้วยพระพุทธอุทาน ในวันที่ทรงอธิษฐานเพศบรรพชิต ก่อนเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ว่า “สาธุ โข ปพฺพชฺชา” ซึ่งแปลว่า “การบวชดีนักแล” อาตมภาพได้ทราบว่าโครงการนี้จะได้จัดให้ท่านจะ “บวชเรียน” คือ บวชแล้วมีการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย  ตลอดจนวิชาความรู้ต่าง ๆ ซึ่งช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องรับประกันว่า ท่านจะไม่เสียเวลาเปล่า หากแต่จะได้สติปัญญา เป็นสมบัติล้ำค่าประดับตนไว้ตลอดไป เพราะฉะนั้น ขอให้ผู้ขอบวชจงตั้งใจพากเพียรประพฤติตนอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ตลอดเวลาที่อยู่ในสมณเพศ ถึงแม้บวชอยู่เพียงชั่วระยะเวลาอันสั้น แต่บุญกุศลก็ย่อมบังเกิดขึ้นได้อย่างมหาศาล และนั่นย่อมเป็นของขวัญอันล้ำค่าสูงสุด ที่อาตมภาพขออนุโมทนาสาธุการอย่างจริงใจ

อนึ่ง เมื่อเวลา 08.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะผู้บริหาร พร้อมครอบครัวผู้ร่วมโครงการ ฯ ร่วมอนุโมทนาในพิธีปลงผมตามโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 ด้วยความปลาบปลื้มตื้นตันใจของผู้เข้าร่วมโครงการและครอบครัว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 ขึ้นระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 97 คน จากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนภาคเอกชน นักศึกษา และประชาชน โดยกำหนดจัดพิธีบรรพชาอุปสมบท ในวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2566 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดบุรณศิริมาตยาราม และวัดพระยายัง โดยกำหนดลาสิกขา ในวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2566

“สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา ในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ซึ่งเพื่อเป็นการฉลองพระเดชพระคุณที่ทรงมีต่อพระบวรพุทธศาสนา คณะสงฆ์ ประเทศชาติ และประชาชน ให้สมพระเกียรติ จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสมหามงคลดังกล่าว และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้มีส่วนร่วมในโครงการ รวมทั้งศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติสมณธรรม เรียนรู้หลักการตามพระพุทธศาสนา ในการนำมาใช้เป็นหลักประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และการปฏิบัติงานอันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสืบไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในโอกาสสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา 26 มิถุนายน 2566 กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ได้ร่วมกันน้อมจิตน้อมใจปฏิบัติบูชา ด้วยการทำความดี เจริญด้วยศีล สมาธิ ปัญญา เข้าวัดทำบุญตักบาตรร่วมกับครอบครัว เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชน เพื่อเป็นการร่วมกันน้อมถวายเป็นพระกุศล แด่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในวาระอันเป็นมงคลดังกล่าว ตลอดเดือนมิถุนายน 2566 โดยพร้อมเพรียงกัน

– 006

ผู้แทน UN Thailand ชื่นชมสุดยอดหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาไทย ในนิทรรศการ’สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737812

ผู้แทน UN Thailand ชื่นชมสุดยอดหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาไทย ในนิทรรศการ'สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ'

ผู้แทน UN Thailand ชื่นชมสุดยอดหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาไทย ในนิทรรศการ’สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ’

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.03 น.

ผู้แทน UN Thailand ชื่นชมสุดยอดหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาไทย ในนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” พร้อมเน้นย้ำ ร่วมขับเคลื่อนงานกับชาวมหาดไทยเพื่อส่งเสริมต่อยอดภูมิปัญญาไทยตามพระดำริฯ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนตามเป้าหมาย SDGs

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย (United Nations Thailand) อาทิ นางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา (Ms. Armida Salsiah Alisjahbana) เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UN ESCAP) นางกีต้า ซับบระวาล (Ms. Gita Sabharwal) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย Ms. Banashri Sinha ผู้เชี่ยวชาญประจำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (UNFCCC) Mr. David Mclachlan-Karr ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDCO) ประจำภูมิภาค Ms. Siriluck Chiengwong หัวหน้าสำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) Ms. Kyungsun Kim ผู้แทนกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เป็นต้น เข้าชมนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยได้รับเกียรติจาก คุณรติรส จุลชาต ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บก.นิตยสารโว้กไทยแลนด์ นายศิริชัย ทหรานนท์ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์เธียเตอร์ (THEATRE) นางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเยี่ยมชม โดยมี นางปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และคณะ ให้การต้อนรับและนำชม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภาระในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณีกิจในด้านการส่งเสริมงานหัตถศิลป์หัตถกรรมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการปฏิบัติภารกิจงานด้านศิลปาชีพและดูแลการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ซึ่งได้ทรงนำความรู้ด้านผ้าและเครื่องแต่งกาย ตลอดจนประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นมาพัฒนาการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์ผ้า ฯ รวมถึงการจัดทำนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” (Decades of Style: The Royal Wardrobe of Her Majesty Queen Sirikit) ซึ่งเป็นนิทรรศการแรกในฐานะที่ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาและหัวหน้าภัณฑารักษ์ โดยทรงเอาพระทัยใส่รายละเอียดในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ด้วยทรงพระดำริที่จะจัดนิทรรศการนี้ให้ออกมางดงามสมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมากที่สุด

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำความรู้ด้านผ้าไทยและเครื่องแต่งกายจากฝีมือคนไทยที่ทรงมีความสนพระทัยตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์และทรงซึมซับจากการตามเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในภูมิภาคต่าง ๆ กระทั่งทรงเข้าศึกษาในคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อด้านแฟชั่นในต่างประเทศ โดยเมื่อทรงสำเร็จการศึกษา ก็ได้ทรงนำองค์ความรู้จากการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และทดลอง ตลอดจนประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นมาส่งเสริมถ่ายทอดให้กับประชาชนคนไทยในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่างทอผ้าและผู้ประกอบการผ้าที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงพระราชทานพระราชดำริ “ขาดทุนคือกำไร” ทำให้เกิดการฟื้นคืนชีวิตช่างทอผ้าเมื่อ 50 ปีก่อนเกิดเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกที่บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม และนับเป็นความโชคดีของคนไทยที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมาต่อยอดพระราชกรณียกิจทั้งปวง โดยพระราชทานพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อพัฒนาศักยภาพและแนวความคิดตลอดจนกรรมวิถีผลิตผืนผ้าของช่างทอผ้าทั่วประเทศไทยที่แต่เดิมมักจะคุ้นชินกับการถักทอผ้าตามลวดลายแบบดั้งเดิมของบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดตกทอดมา ให้ได้มีการปรับเปลี่ยนขนาด ลวดลาย และเทคนิคต่าง ๆ รวมทั้งทรงส่งเสริมในด้านแฟชั่นแห่งความยั่งยืน (Sustainable Fashion) ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง ให้ประชาชนได้ปลูกพืชพันธุ์ต้นไม้ให้สี เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม” นายสุทธิพงษ์ ฯ กล่าว

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า นิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” (Decades of Style: The Royal Wardrobe of Her Majesty Queen Sirikit) จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยเป็นการจัดแสดงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจผ่านฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในช่วงเวลาต่าง ๆ ตามยุคสมัย ทำให้ได้เห็นถึงความงดงามของฉลองพระองค์ที่ล้วนออกแบบและตัดเย็บด้วยผ้าจากฝีมือของคนไทยเป็นส่วนใหญ่ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้นำการเผยแพร่ความงดงามของผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยพระองค์เองผ่านการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำผลงานช่างฝีมือของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ฯ ไปจัดแสดงทุกครั้งที่เสด็จ ฯ เพื่อส่งเสริมให้ผ้าทอและงานศิลปหัตถกรรมไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระดำริและทรงทุ่มเทพระวรกายอย่างหนักในการรังสรรค์นิทรรศการนี้ให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบและสมพระเกียรติ เพื่อสะท้อนถึงพระราชกรณียกิจอันใหญ่หลวงของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระวิริยอุตสาหะด้วยการทรงอุทิศพระองค์ในการส่งเสริมงานหัตถกรรมการทอผ้าพื้นเมืองเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยในทุกภูมิภาค ด้วยทรงเล็งเห็นว่าภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นงานหัตถศิลป์หัตถกรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศชาติที่ควรค่าแห่งการอนุรักษ์และสงวนรักษาไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบสานให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป โดยนำเสนอผ่านฉลองพระองค์ต่าง ๆ ตามยุคสมัย ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ที่มีเอกลักษณ์ของผ้าทอท้องถิ่นไทย อาทิ การเสด็จ ฯ เยือนต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) ทรงเยือนทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศและทำให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากขึ้นผ่านฉลองพระองค์ที่งดงามเหมาะสมกับโอกาสต่าง ๆ โดยทรงพระราชทานพระดำริให้ช่างตัดเย็บได้ตัดเย็บในรูปแบบสากลเพื่อให้เกียรติประเทศเจ้าภาพที่เสด็จ ฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฉลองพระองค์ที่ทรงในเวลากลางวันและใช้ผ้าโทนสีสุภาพ ต่อมาในปี 2513 (ค.ศ. 1970) พระองค์เสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยทรงสังเกตว่าหญิงชาวบ้านที่มารอเฝ้ารับเสด็จล้วนแต่งกายด้วยผ้าซิ่นผ้าทอพื้นเมืองสีสันสวยงาม จึงมีพระราชดำริว่าควรจะส่งเสริมให้ราษฎรทอผ้าไหมมัดหมี่ไว้เป็นอาชีพเสริมและได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ชาวบ้านเริ่มทอผ้าส่งไปถวายโดยตรง ทรงรับซื้อไว้เองก่อน นำมาซึ่งพระราชดำริ “ขาดทุนคือกำไร” และในปี พ.ศ.2519 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อช่วยราษฎรในถิ่นทุรกันดารจากทุกภูมิภาคของไทยให้มีรายได้เสริมจากผ้าทอ รวมทั้งหัตถกรรมประเภทอื่น ๆ อีกด้วย และยังมีนิทรรศการในช่วงปี 1980 1990 และ 2000 สะท้อนถึงพระราชดำริด้านการส่งเสริมหัตถศิลป์หัตถกรรมตามยุคสมัยอันล้าค่าอีกเป็นจำนวนมาก โดยนิทรรศการที่ถือเป็นไฮไลต์ของการจัดแสดง คือ “สุวรรณพัสตรา” ที่สะท้อน “สีทอง” สีแห่งพลังอำนาจและความสำคัญตามความนิยมที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งได้จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยส่วนใหญ่ ที่จะเป็นสีทองและประดับด้วยวัสดุสีทอง และยังทรงนำผ้ายกทองจากลำพูนมาใช้ตัดเย็บฉลองพระองค์ชุดไทยในช่วงแรก และต่อมาทรงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูการทอผ้ายกทองจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตผ้ายกทองให้ราชสำนักมาตั้งแต่โบราณ จนพัฒนาฝีมือสามารถทอผ้ายกทองเมืองนครได้อย่างงดงาม” ดร.วันดี ฯ กล่าวเพิ่มเติม

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมเข้าใจชมนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องจัดแสดง 1-2 พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง ถึงเดือนเมษายน 2568

ด้าน นางกีต้า ซับบระวาล (Ms. Gita Sabharwal) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวภายหลังการเข้าชมนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” พร้อมคณะผู้แทนจากหน่วยงานยูเอ็น โดยได้ยกย่องความมุ่งมั่นและองค์ความรู้ด้านแฟชั่นที่ประยุกต์เข้ากับความงดงามของผืนผ้าฉลองพระองค์ที่เห็นได้ประจักษ์ชัดผ่านนิทรรศการอันทรงคุณค่านี้ แสดงให้คนไทยทั่วทั้งประเทศ และคนทั่วทั้งโลกได้รับรู้ได้โดยทันทีว่า ภูมิปัญญาอันล้ำค่าที่มีมาแต่ก่อนเก่าของบรรพบุรุษไทย โดยเฉพาะในงานหัตถศิลป์หัตถกรรม สามารถสร้างรายได้นำมาซึ่งการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) อาทิ เป้าหมายที่ 1 : ขจัดความยากจนทกุรูปแบบในทุกพื้นที่ เป้าหมายที่ 3 : สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกวัย เป้าหมายที่ 8 : ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน เป้าหมายที่ 12 : สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 13 : ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น และเป้าหมายที่ 17 : เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นต้น โดยองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และข้าราชการทุกระดับทั่วทั้ง 76 จังหวัดที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ตามพันธกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ตลอดมา เพื่อต่อยอดและนำองค์ความรู้เหล่านี้เสริมสร้างอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนคนไทยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

– 006

‘เพื่อไทย’ จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551336

16 มิ.ย. 2566

‘เพื่อไทย’ จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’

‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ เลขาฯเพื่อไทย นำทีม 13 สส.เพื่อไทย จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’ หลัง กกต.รับรอง สส. ทันที

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยแกนนำพรรค และว่าที่ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ทั้ง 15 คน ประชุมร่วมกับภาคเอกชน 17 องค์กรของจังหวัดนครราชสีมา

นำโดย นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ ประธาน YECหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นายพงศ์ภูนาถ รุ่งเรือง ประธานเครือข่าย Young smart farmer จ.นครราชสีมา นายธีระ เอื้ออภิธร นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานสภา อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา 

คุณฐิติพรรณ จันทร์ประทักษ์ สมาพันธ์SME ไทยจังหวัดนครราชสีมา คุณณัฐพงษ์ ประสารศิวมัย นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา นายสหพล กาณจนเวนิช ตัวแทนประธานกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน คุณผดุง จตุรภักดิ์ ประธานมูลนิธินักข่าวนครราชสีมา นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีนจังหวัดนครราชสีมา

พรรคเพื่อไทย  จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้าโคราชมหานครพรรคเพื่อไทย จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้าโคราชมหานคร

นายสุรวุฒิ เชิดชัย อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครราชสีมา และ คณะกรรมการหอการค้า เพื่อหารือเตรียมความพร้อม ในการพัฒนาเมืองนครราชสีมา ไปสู่ ‘โคราชมหานคร’

พรรคเพื่อไทย จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้าโคราชมหานคร

นายประเสริฐ กล่าวถึงผลการประชุมร่วมกันว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันว่าจะร่วมมือในทุกช่องทางเพื่อผลักดันการพัฒนาเมืองนครราชสีมาเพื่อไปสู่ ‘โคราชมหานคร’ โดยเร็ว ดังนี้ 

1. ให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างตัวแทนพรรคเพื่อไทย กับภาคเอกชน 13 องค์กรในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อผลักดันการพัฒนาเมืองโคราช สู่ ‘มหานครโคราช’ ให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อเร่งผลักดันให้ทุกโครงการเกิดขึ้นจริงและประสบความสำเร็จได้รวดเร็วที่สุด 

2. ให้มีการผลักดันภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับชาติ

3. เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เห็นควรให้มีการดำเนินการใน 7 เรื่องดังนี้ 

3.1 ด้านการเกษตร โดยเน้นเรื่องผลผลิต การสนับสนุนเงินทุนเกษตรกรรุ่นใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ 

3.2 ด้านการคมนาคม โดยให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินการก่อสร้างทางมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราช ให้แล้วเสร็จ และขอให้เปิดใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ในช่วง ปากช่อง- นครราชสีมา ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ สำหรับเรื่องสนามบินนครราชสีมา ที่ไม่ได้เปิดใช้ เรื่องการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ความเร็วสูง ให้กระทบกับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุดรวมไปถึงเรื่องท่าเรือบก 

3.3 เรื่องการศึกษา ให้มีนโนยบายเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กให้ชัดเจน 

3.4 ด้านการท่องเที่ยวและ Solf power โดนเน้นการท่องเที่ยวเรื่อง จีโอปาร์คโคราช การเตรียมความพร้อมในเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬา เอเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี 2568 การจัดงานพืชสวนโลก การจัดงานแสดงดนตรี และเห็นควรให้โคราชมีศูนย์ประชุมระดับนานาชาติ 

3.5 ด้าน SME ขอให้มีการจัดตั้งกองทุน SME เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย รวมไปถึงการจัดตั้งสภา SME 

3.6 ด้านอสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ โดยมีมาตรการขยายเพดานวงเงินค่าโอนซื้อขายบ้านจาก เดิม 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท และทบทวนภาษีที่ดินให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน

‘เพื่อไทย’ จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’
‘เพื่อไทย’ จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’

“ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า เราต้องร่วมกันเตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าในโครงการต่างๆ ทันที ซึ่งหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง สส. อย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะเร่งเดินหน้านำข้อสรุปที่ได้หารือกับภาครัฐ เพื่อดำเนินการโดยเร็วให้จังหวัดนครราชสีมา” นายประเสริฐกล่าว

เดินหน้า โคราชมหานครเดินหน้า โคราชมหานคร

ร้องศาลรัฐธรรมนูญสั่ง พิธา- พรรคก้าวไกล  ห้ามแตะต้อง ม. 112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551314

16 มิ.ย. 2566

ร้องศาลรัฐธรรมนูญสั่ง พิธา- พรรคก้าวไกล  ห้ามแตะต้อง ม. 112

ทนายความอิสระ เข้าร้อง ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยสั่งให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกทำนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  “ม.112”  เผยเคยคำร้องไปยังอัยการสูงสุดแล้ว แต่ไม่มีการสั่งการใด ๆ

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ  นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ เข้ายื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยสั่งให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2 ให้เลิกทำนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  “ม.112” และขอให้เลิกการให้สัมภาษณ์  โฆษณาใด ๆ  โดยผู้ร้องอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 49  หากมีการพบเห็นการกระทำที่เข้าข่าย เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพอันอาจจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด  และได้ยื่นคำร้องไปแล้ว เมื่อ  10 พ.ค.  2566 เมื่อครบ 15 วันแล้ว  อัยการยังไม่ได้สั่งการใด ๆ  เป็นสิทธิที่จะยื่นร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ 

ผู้ร้องยกกรณี ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับกรณีที่กลุ่มบุคคลและองค์กรเครือข่ายได้เสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกระทบกระเทือนถึงสถาบันหลักของชาติ ซึ่งในขณะนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เลิกการกระทำอันกระทบกระเทือนสถาบัน เพื่อเป็นการหยุดยั้งไม่ให้ลุกลามจนเกิดอันตรายแก่สถาบัน    จึงเดินทางมายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธาและพรรคก้าวไกล เลิกการดำเนินการใด ๆ หรือการกระทำใดๆ เพื่อยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  “ม112”  

รวมไปถึงให้เลิกแสดงความเห็น เลิกพูด เลิกเขียน เลิกพิมพ์ เลิกโฆษณษา และสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้มีการยกเลิกหรือแก้ไข  ที่กระทำอยู่ในขณะนี้และจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นกับสถาบัน

นายธีรยุทธ  ระบุว่า   กรณีข้างต้นเป็นการกระทำที่มุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมือง จึงอาจเข้าข่ายมีเจตนาไม่สุจริต มีกระทบกระเทือน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นำไปสู่การทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบอื่นหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นย่อมไม่ไกลเกินเหตุที่จะเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

“มีหลายประเด็นที่เห็นว่าเข้าข่าย ต้องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 19/2564 ที่ศาลวินิจฉัยไว้เบื้องต้นว่า การยกเลิกหรือการแก้ไขกฎหมายใด ที่มีไว้เพื่อห้ามไม่ให้ผู้ใดล่วงละเมิด หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำนั้นได้มีคำสั่งห้ามไปแล้วในคำวินิจฉัยดังกล่าว” นายธีรยุทธกล่าว 

นายธีรยุทธ กล่าวว่า คำร้องนี้แตกต่างจากคำร้อง ที่สำนักงานกกต.ตีตก ซึ่งคำร้องนั้นอ้างอิงถึงกฎหมาย พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ขณะที่คำร้องวันนี้ อ้างถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 เห็นเจตนารมย์ของศาลรัฐธรรมนูญว่า “เป็นการดับไฟตั้งแต่ต้นลม มิให้ความร้ายแรงนั้น จะพึงเกิดขึ้นในภายภาคหน้า” ส่วนพยานหลักฐานต่างๆที่ได้มาเรียนต่อศาล ขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล ที่จะชี้แนะต่อไป  ทั้งนี้ผู้ร้องทำคำร้อง 18 หน้า และเอกสารพยานหลักฐานทั้งหมด 98 แผ่น

กฎหมายหลายมาตรา ด่านโหด โจทย์หิน ‘พิธา’ สู่ตำแหน่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551306

16 มิ.ย. 2566

กฎหมายหลายมาตรา ด่านโหด โจทย์หิน 'พิธา' สู่ตำแหน่งนายกฯ

เรียงไทม์ไลน์ กางกฎหมาย หลายมาตรา ขวางทาง’พิธา’ สู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ชะรอย แนวร่วมอาจเลือกเดินทางสายเก่า

มีกฎหมายกี่มาตราที่ พิธา ต้องฝ่า ไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30  เริ่มกันที่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561  มาตรา 42 ที่กำหนดลักษณะบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใน(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ  

ปฐมบทที่เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องกกต. กรณีถือหุ้น itv ของพิธา มาวันนี้ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า  กกต.มีอำนาจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ ตามมาตรา 82 วรรคท้าย ของรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคท้ายรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคท้าย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรณี หุ้น itv ของพิธา มาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน มีกำหนดระยะเวลา 20 วัน ขยายเวลาได้ สองครั้ง ครั้งละ 15 วัน รวมแล้ว กกต.มีเวลา 50 วัน ในการพิจารณากรณีนี้  นี่เป็นประเด็นที่ต้องลุ้นกันว่า หากมีการประกาศรับรอง สส.ในสัปดาห์หน้า จะมีชื่อ พิธา ด้วยหรือไม่
 

หากพิธา รอดเข้ามาสู่รัฐสภาได้ ด่านต่อไป คือรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ที่มีสาระสำคัญให้ สส. 1 ใน 10 เข้าชื่อยื่นให้ประธานสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคุณสมบัติ สส. และตราบใดที่ยังไม่มีคำวินิจฉัย เรื่องคุณมสบัติในการสมัคร สส. ก็ยังมีกฎหมายอีกหลายมตรา สกัดพิธา เป็นระยะ

ประกอบไปด้วยรัฐธรรมนูญ

มาตรา 89 ขาดคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

มาตรา 98 (3) ต้องห้ามมิให้สมัคร สส. เพราะเป็นเจ้าเพราะถือหุ้นสื่อ

มาตรา 160 (6) ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี ตามมาตรา 98

ทั้งหมดนี้ เป็นไทม์ไลน์ที่จะเกิดขึ้นหลัง กกต. รับรองสส.ในสัปดาห์หน้า

แต่ในระหว่างที่ กกต. ยังไม่รับรอง สส. ก็ต้องไปดู กฎหมายเลือกตั้ง สส. มาตรา 132 ที่มีสาระสำคัญ ให้คณะกรรมการสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร ก่อนประกาศผลการเลือกตั้งได้  ถ้าคณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวนแล้วเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครผู้ใดกระทําการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

หรือมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทํา สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลอื่นกระทําการดังกล่าว หรือรู้ว่ามีการกระทําดังกล่าวแล้วไม่ดําเนินการเพื่อระงับการกระทํานั้น มาตรานี้ก็มีความสำคัญ เพราะมีโทษถึงขั้น ยุบพรรคการเมือง

หลายวันก่อนหน้านี้ พิธา ดูมีท่าทีมั่นอกมั่นใจ เดินสาย ขอบคุณ  ทุกคะแนนที่เลือกพรรคก้าวไกล ในหลายจังหวัด แต่อานนท์ นำภา พรรคพวกเครือข่ายเดียวกัน กลับตั้งข้อสังเกตว่า นั่นไม่ใช่ก้าวย่างแบบธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาต้องเตรียมพร้อม

ป.ป.ช. สรุป ‘พิธา’ ยื่นบัญชีทรัพย์สินหุ้นไอทีวี – ผู้จัดการมรดก ตามคำสั่งศาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551302

16 มิ.ย. 2566

ป.ป.ช.  สรุป  'พิธา' ยื่นบัญชีทรัพย์สินหุ้นไอทีวี  - ผู้จัดการมรดก ตามคำสั่งศาล

 เลขาธิการ “ป.ป.ช.” ระบุผลการตรวจสอบ ยื่นบัญชีทรัพย์สินของ “พิธา” พรรคก้าวไกล มีการยื่นเอกสารถือครอง”หุ้นไอทีวี ”  ในนาม “ผู้จัดการมรดก” ซึ่งมีเอกสารทางราชการคือคำสั่งศาล โดยยื่นก่อนเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 62 ขั้นตอนจากนี้คือตรวจสอบย้อนไปที่เอกสารต้นขั้วของศาล

นายนิวัติไชย เกษมมงคล  เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เปิดเผยว่า ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน และ หนึ่งในนั้นคือการยื่นเอกสารถือครองหุ้นไอทีวี   ในนาม “ผู้จัดการมรดก” ซึ่งมีเอกสารทางราชการคือคำสั่งศาล และหนี้การค้ำประกันตาม จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการยื่นก่อนเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามปกติ และได้มีการยื่นเข้ามาเพิ่มเติมเป็นใบหุ้นของไอทีวีที่มีเอกสารระบุชื่อเป็นของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จำนวน 42,000 หุ้น   มูลค่าประมาณ 42,000 บาท

มีหมายเหตุกำกับและเอกสารประกอบ   คือคำสั่งศาล มีนาคม  2550 ที่ได้ระบุว่า ให้นายพิธาเป็น ผู้จัดการมรดก  การโอนหุ้นของนายพิธา ป.ป.ช.ก็จะต้องตรวจสอบด้วยเช่นกันว่า มีการโอนเรียบร้อยเมื่อไหร่ โอนก่อนหรือโอนหลังพ้นจากตำแหน่ง  ซึ่งต้องดูว่าหลังจากพ้นตำแหน่งทรัพย์สินดังกล่าวยังอยู่หรือไม่ ถ้าพ้นแล้วแต่ทรัพย์สินยังอยู่ก็ต้องยื่น แต่ถ้าพ้นแล้วทรัพย์สินไม่อยู่ ก็ไม่ต้องยื่นตามกฎหมาย แต่ถ้ามีเหตุสงสัยอาจจะแค่สอบถาม เพราะหุ้นดังกล่าวมีมูลค่าเพียงแค่ 40,000 กว่าบาท ถ้าเทียบกับสัดส่วนที่ยื่นมา   ซึ่งเป็นทรัพย์สินจากการเป็นผู้จัดการมรดกรายการอื่น ถือว่าเป็นสัดส่วนที่เล็กน้อยมาก 

ส่วนกรณีการเป็นผู้จัดการมรดก นอกจากจะมีคำสั่งศาล  จะต้องตรวจสอบคำสั่งศาลเพิ่มเติม   ว่ามีหนังสือ
สำเนาหรือต้นขั้วที่มาจากคำสั่งศาลหรือไม่ เนื่องจากการตรวจสอบพบว่ามีเอกสารที่เกี่ยวข้อง มี 5 ชุด   และพบว่าเป็นเอกสารตั้งแต่ปี 50 ผ่านมาแล้วกว่า 15 ปี ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าปกติ เนื่องจากทางราชการปกติแล้วเอกสารจะต้องทำลายเอกสารในเวลา 10 ปี ซึ่งการจะไปค้นข้อมูลเก่าของแต่ละหน่วยงานอาจเป็นไปด้วยความยากลำบาก และได้รับการแจ้งว่าอยู่ระหว่างการตรวจค้นยังหาไม่พบ


ประเด็น  การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกดังกล่าวไม่มีผู้ใดคัดค้าน ซึ่งจะต้องไปดูว่าในพินัยกรรมมอบทรัพย์สินให้ใครบ้าง เพราะว่านายพิธาอาจจะมีหน้าที่แค่เป็นคนแบ่งทรัพย์สินให้กับทายาท ซึ่งในประเด็นดังกล่าวป.ป.ช. ไม่ได้ขอเอกสารดังกล่า   วเพราะไม่เกี่ยวกับ ป.ป.ช. เนื่องจากบทบาทหน้าที่ของป.ป.ช.มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ณ วันที่เข้าและพ้นจากตำแหน่งเท่านั้น  และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า หุ้นไอทีวี  เป็นของนายพิธา 100% เพราะไม่เห็นรายละเอียด ซึ่ง ป.ป.ช. จะรู้เพียงว่า เมื่อเข้ารับตำแหน่ง มีทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งนายพิธา ได้ยื่นในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกให้ ป.ป.ช.  แล้วเมื่อตอนเข้ารับตำแหน่ง  

เพื่อไทย-ก้าวไกล ได้ข้อยุติโควต้าตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551294

16 มิ.ย. 2566

เพื่อไทย-ก้าวไกล ได้ข้อยุติโควต้าตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ แล้ว

‘ก้าวไกล’ เตรียมจัดประชุม ว่าที่ สส.ใหม่ สัปดาห์หน้า 3 วัน ติวเข้มทั้งระเบียบข้อบังคับ ร่างงบฯปี2567 ประมวลจริยธรรม สส. ขณะที่ มีรายงานว่า ‘พท.-ก.ก.’ ได้ข้อยุติ โควต้าตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ แล้ว

ที่พรรคก้าวไกล มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำสัปดาห์ โดยแกนนำพรรคมีทั้งเข้าประชุมที่พรรค และผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งนายพิธา ไม่ได้เดินทางเข้าพรรคแต่ ร่วมประชุมผ่านทางออนไลน์

สำหรับวาระประชุมเรื่องการอัพเดทสถานการณ์การเมือง เตรียมรับรองสส.-การเปิดสภาฯ – โหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร-โหวตนายกรัฐมนตรี

ก้าวไกล หวังได้ สส.เพิ่มเป็น 160 คน

ทั้งนี้ หากสัปดาห์หน้า กกต.ประกาศรับรองสส. มีข้อมูลว่าช่วงปลายสัปดาห์ ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล 151 ทั้งคนใหม่คนเก่า และบัญชีรายชื่อ ที่อาจจะขยับขึ้นอีกราว 10 คน รวมกว่า 160 คน

หากมี สส.บัญชีรายชื่อ หรือสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลาออกไปรับตำแหน่งฝ่ายบริหาร จะร่วมอบรมสัมมนาแบบเข้มข้นตลอด 3 วัน ติวเข้มเรื่องงานในสภาผู้แทนราษฎร กระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ และเตรียมพร้อมสำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567

ก้าวไกล นัด สส.รายงานตัว

พร้อมกับการเน้นย้ำเรื่อง ประมวลจริยธรรมของ สส. เพื่อให้การทำหน้าที่ในสภามีประสิทธิภาพมากที่สุด หากสัปดาห์หน้า กกต. ประกาศรับรอง สส. ช่วงเดียวกับการอบรมสัมมนา ว่าที่ สส.ป้ายแดง ของพรรคก้าวไกล จะไปรายงานตัวพร้อมกันหลังวันที่ 23 มิถุนายนนี้

ได้ข้อยุติใคร ‘ประธานสภาฯ’

ทั้งนี้ยังมีรายงานด้วย ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรระหว่าง พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย มีความเห็นตรงกัน ในทิศทางเดียวกันแล้ว มีสรุปได้ข้อยุติแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง และเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย 

โดยต่างเชื่อมั่นว่าผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน จะเป็นผู้เหมาะสมที่ทุกฝ่ายยอมรับ ส่วนเรื่องตำแหน่ง ‘ครม.พิธา1’  ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งยังมีเวลาทำงานร่วมกันในคณะทำงานประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

ใจหวิว! ‘พลอยชมพู’นุ่งบิกินี่ตัวจิ๋วเว้าสูงปรี๊ดอวดหุ่นสับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/737805

ใจหวิว! 'พลอยชมพู'นุ่งบิกินี่ตัวจิ๋วเว้าสูงปรี๊ดอวดหุ่นสับ

ใจหวิว! ‘พลอยชมพู’นุ่งบิกินี่ตัวจิ๋วเว้าสูงปรี๊ดอวดหุ่นสับ

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.41 น.

16 มิ.ย.66 เรียกว่าเป็นนักร้องเสียงดีที่มากความสามารถสุดๆ สำหรับ “พลอยชมพู ญานนีน” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้เผยภาพสุดเซ็กซี่ ในชุดว่ายน้ำบิกินีสีเหลืองตัวจิ๋ว กางเกงเว้าสูงปรี๊ด อวดเอวคอดกิ่ว และขาเรียวยาวแบบจึ้งเต็มสองตา ก่อนลงสระเล่นน้ำคลายร้อนที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

.-011