‘พาณิชย์’เกาะติดราคามังคุด เกรดผิวมัน ราคายังสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737432

'พาณิชย์'เกาะติดราคามังคุด เกรดผิวมัน ราคายังสูง

‘พาณิชย์’เกาะติดราคามังคุด เกรดผิวมัน ราคายังสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.01 น.

“พาณิชย์”เกาะติดราคามังคุด เกรดผิวมัน ราคายังสูง เกรดตกไซส์ เกษตรกรพอใจ 

 กรมการค้าภายในร่วมกับจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา เกาะติดสถานการณ์ราคามังคุด หลังผลผลิตรุ่นแรกเข้าสู่ช่วงปลายฤดู ผลผลิตเริ่มเข้าสู่เกรดดำ แต่ราคายังทรงตัวในระดับที่เกษตรกรพอใจ คาดรุ่นต่อไปที่กำลังจะออกสู่ตลาด เกรดผิวมัน ราคาดีต่อเนื่องแน่ หลังผู้ซื้อมาปักหลักรอซื้อแล้ว 

 นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช และพังงา ลงพื้นที่ติดตามการซื้อขายมังคุด พบว่าผู้ประกอบการทั้งไทย จีน ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างท้องถิ่น ได้เข้าไปรับซื้อ ส่งผลให้ราคามังคุดเกรดมันรวม ซึ่งเป็นช่วงของผลผลิตรุ่นแรก ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่มเป็นกิโลกรัม (กก.) ละ 68-94 บาท แต่ขณะนี้ เป็นช่วงปลายฤดูของผลผลิตรุ่นแรก และมังคุดเริ่มเข้าสู่เกรดดอกดำ คือ ผลผลิตสุกมาก เกรดตกไซส์ มีปริมาณมากขึ้น และคุณภาพลดลง แต่ราคายังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งกรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งประสานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อ เพื่อระบายออกสู่ช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะตลาดภายในประเทศ 

“ตามวงจรของมังคุด เมื่อถึงช่วงกลางฤดู เข้าสู่ช่วงปลายฤดู มังคุดผิวมันจะน้อยลง ซึ่งผลผลิตส่วนนี้ไม่มีปัญหา เพราะผู้ประกอบการได้เข้ามาแย่งซื้อกันไปหมดแล้ว จากนั้นมังคุดดอกดำจะมากขึ้น คุณภาพอาจจะลดลง แต่กรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการตั้งวอร์รูมติดตามอย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์ทุกวัน หากจุดไหนมีปัญหา ก็จะเข้าไปดูแลทันที โดยประสานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อ เพื่อระบายออกนอกแหล่งผลิตอย่างรวดเร็ว”นายกรนิจกล่าว

 ทั้งนี้ ล่าสุดได้รับรายงานผลการติดตามสถานการณ์ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 3 จังหวัด โดยในส่วนของจังหวัดชุมพร ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อที่กลุ่ม วสช. กลุ่มมังคุดศูนย์การเรียนรู้การเกษตรท่ามะพลา วสช. กลุ่มมังคุดคุณภาพสำราญสามัคคี วสช. กลุ่มมังคุดคุณภาพบ้านฉาน และ วสช.หาดยาย พบว่า มีผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยราคามังคุดเกรดมันรวม อยู่ที่ 68-94 บาท/กก. เกรดลาย ประมาณ 47-58 บาท/กก. เกรดดอก อยู่ที่ประมาณ 24-37 บาท/กก. เกรดดำอยู่ที่ 21 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ 

 ส่วนที่จังหวัดพังงา น.ส.จุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดพังงา ได้แจ้งว่าได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ติดตามสถานการณ์การซื้อขายมังคุด ณ กลุ่มมังคุด ตำบลท่านา กลุ่มมังคุด ตำบลเหมาะ และนางประไพ เพชรพงศ์พันธุ์ พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์มังคุด ณ กลุ่มวิสาหกิจต้นกอ อำเภอร่อนพิบูลย์ พบว่า ถึงแม้ช่วงนี้ เป็นช่วงปลายของมังคุดรุ่นแรกของทั้ง 2 จังหวัด ซึ่งมังคุดผิวมันจะน้อยลง มังคุดดอกดำจะมากขึ้น คุณภาพอาจจะลดลง แต่มีผู้ประกอบการเข้ามาซื้อขายปกติ 

 อย่างไรก็ตาม ในเร็ว ๆ นี้ ผลผลิตรุ่น 2 จะออกสู่ตลาด โดยได้รับรายงานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ว่า มีผู้ประกอบการ ทั้งผู้ส่งออก ผู้ผลิต ล้งจีน ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างท้องถิ่น ได้พร้อมที่จะเข้ามารับซื้อแล้ว รอเพียงแค่ผลผลิตออกมาเท่านั้น ซึ่งถือเป็นหลักประกันให้กับเกษตรกร ที่ผลผลิตจะมีผู้เข้ามารับซื้อ และจะส่งผลดีต่อราคาปรับตัวสูงขึ้น และยังได้รับรายงานอีกว่า ตลาดต่างประเทศ เช่น จีน มีความต้องการซื้อมังคุดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ส่งออก และล้งเข้ามารวบรวมผลผลิตเพิ่มขึ้น 

 สำหรับสถานการณ์การซื้อขายทุเรียนภาคใต้ ที่ขณะนี้เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว พบว่า ราคาทุเรียนภาพรวมของภาคใต้ เกรด A-B อยู่ที่ 145-160 บาท/กก. เกรด C 110-115 บาท/กก. เกรด D 90-95 บาท/กก. ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยกรมฯ ได้เตรียมมาตรการรับมือผลผลิตไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยทำงานร่วมกับจังหวัดประสานผู้ประกอบการ ทั้งผู้รวบรวม ผู้ส่งออก ตลาดกลางสินค้าเกษตร ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างท้องถิ่น เข้ามารับซื้อแล้ว เพื่อระบายออกสู่ช่องทางต่าง ๆ ทั้งส่งออก และจำหน่ายในประเทศ

ปลัดฯพาผู้นำชาวนา พบนายกฯในวันข้าวฯ พร้อมรับฟังนโยบาย เพื่อความมั่นคงยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737378

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังพาผู้นำชาวนา องค์กรชาวนาที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2566 พร้อมด้วยนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อรับฟังนโยบายด้านข้าว ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าเนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2566 จึงนำผู้นำชาวนา องค์กรชาวนา ที่ได้รับรางวัลฯ 3 สาขา คณะกรรมการศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ รวม 13 ราย เข้าพบและรับฟังนโยบายด้านข้าวจากนายกฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและรับทราบนโยบายด้านข้าวซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

“การนำผู้นำชาวนา องค์กรชาวนาที่ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2566 เข้าพบนายกฯ ถือเป็นการให้เกียรติชาวนาไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชน เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ โดยกระทรวงเกษตรฯ จัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2566 เพื่อแสดงผลงานเชิงประจักษ์ของเกษตรกร สาขาอาชีพการทำนา และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2566 การถ่ายทอดและจัดแสดงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว การยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สอดคล้องความต้องการตลาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้สนใจได้รับทราบและประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืน” นายประยูร กล่าว

รองปลัดฯแนะนำแปรรูป ยางพาราสหกรณ์รัตภูมิฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737379

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานการแปรรูปยางพารา โดยมีนายกิตติธัช ณวาโย ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด และนายสุรชัย บุญวรรโณ ผอ.การยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนล่าง ต้อนรับ ที่สหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด จ.สงขลา สำหรับสหกรณ์แห่งนี้ ได้ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ตั้งแต่การส่งเสริมการผลิตยางพาราที่ได้มาตรฐาน การรวบรวมผลผลิตและรับซื้อ รวมถึงการนำยางพาราของสมาชิกเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดและยกระดับราคายางพาราให้สูงขึ้น

ทั้งนี้ จากสถานการณ์วิกฤตราคายางพาราที่ปรับตัวลดลง ส่งกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร ทางสหกรณ์ดังกล่าวจึงแก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมการผลิตยางพาราที่ได้มาตรฐาน รวบรวม รับซื้อน้ำยางสด และยางแผ่นรมควันจากสมาชิก รวมทั้งแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา ได้แก่ รองเท้าแตะ แผ่นปูพื้น แผ่นลดแรงกระแทกส้นเท้า เป็นต้น ตลอดจนสร้างตลาดเพื่อยกระดับราคายางพารา เช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพาราที่มีความหลากหลาย สร้างเครือข่ายรับซื้อน้ำยางสดและยางแผ่นจากสมาชิกป้อนโรงงาน ทำให้สมาชิกขายน้ำยางได้ในราคาที่พึงพอใจและมีรายได้เพิ่ม

กรมส่งเสริมฯใช้ 3 ช่องทางจัดการผลไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737380

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันมีการปลูกไม้ผลกระจายอยู่ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 57 ชนิด แต่มีการเน้นหนักการพัฒนาและแก้ไขปัญหาตามแนวทางการพัฒนาผลไม้ไทย ปี 2565-2570 ในผลไม้เศรษฐกิจหลัก 7 ชนิด ประกอบด้วย ผลไม้ที่มีศักยภาพในการส่งออก 4 ชนิด ได้แก่ มะม่วง ทุเรียน มังคุด และลำไย และผลไม้ที่มีศักยภาพในการบริโภคภายในประเทศ 3 ชนิด ได้แก่ เงาะ ลองกอง และลิ้นจี่

ในส่วนภาคตะวันออกของไทยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.จันทบุรี ระยอง และตราด เป็นแหล่งผลิตไม้ผลที่สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง โดยสถานการณ์การผลิตไม้ผลภาคตะวันออก จากข้อมูลจากการประชุมจัดทำข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคตะวันออกและปรับแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 พบว่า พื้นที่ปลูกไม้ผล 4 ชนิด มีพื้นที่ยืนต้นรวม 907,542 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 16,839 ไร่ หรือร้อยละ 1.89 เนื้อที่ให้ผลรวม 656,626 ไร่ ลดลงจากปี 2565 จำนวน 27,791 ไร่ หรือร้อยละ 4.06 ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,604 กิโลกรัม ลดลง 241 กิโลกรัม หรือร้อยละ 13.06 ซึ่งคาดว่าตลอดฤดูกาลผลิตจะมีปริมาณผลผลิตรวม 1,053,328 ตัน ลดลงจากปี 2565 จำนวน 209,571 ตัน หรือร้อยละ 16.59

นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่าเพื่อเป็นการบริหารจัดการผลผลิตในฤดูกาลผลิตปี 2566 จึงมีการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกโดยแบ่งออกเป็น 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1.การบริโภคผลสดภายในประเทศ ร้อยละ 28.38 แบ่งย่อยเป็น 9 ช่องทาง 2.การใช้เป็นวัตถุดิบในแปรรูป ร้อยละ 6.41 ได้แก่ การแปรรูปมูลค่าสูง เช่น แช่แข็ง ฟรีซดราย เป็นต้น หรือแปรรูปเพื่อถนอมอาหาร เช่น การกวน การทอด การคั้นน้ำ เป็นต้น และ 3. การจำหน่ายเพื่อการส่งออกร้อยละ 65.21 มีประเทศส่งออกที่สำคัญ คือประเทศจีน

‘เฉลิมชัย’หนุนวิจัยพันธุ์ข้าว เพิ่มผลผลิตลดต้นทุนแข่งตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737381

‘เฉลิมชัย’หนุนวิจัยพันธุ์ข้าว  เพิ่มผลผลิตลดต้นทุนแข่งตลาดโลก

‘เฉลิมชัย’หนุนวิจัยพันธุ์ข้าว เพิ่มผลผลิตลดต้นทุนแข่งตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปิดการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ที่กรมการข้าว เกษตรกลางบางเขน เขตจตุจักร กทม. โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมงาน โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบรางวัลชนะเลิศการประกวดแข่งขันแฟนพันธุ์แท้ข้าวไทย การประกวดวาดภาพสีโปสเตอร์ภายใต้หัวข้อ “ข้าวและชาวนาไทย” และการประกวดงานศิลปะเรียงเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้หัวข้อ “กสิกรรม นำไทยยั่งยืน” ให้กับผู้ชนะการแข่งขัน

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ซึ่งเกษตรกรจะได้รับประโยชน์และมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังได้รับองค์ความรู้จากเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไรก็ดี ได้ฝากให้กรมการข้าว เดินหน้าผลักดันงานวิจัยสายพันธุ์ข้าว ให้มีผลตอบแทนสูงขึ้น โดยถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังต้องมุ่งเน้นการเผยแพร่งานวิจัยไปยังศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ และกลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่ด้วย

“ขอฝากไปยังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้ยึดหลักว่าพี่น้องเกษตรกรคือคนในครอบครัว เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และต่อยอดนโยบายที่ดีอยู่แล้วให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนผลักดันขยายการส่งออกข้าวไทยไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนทั้งนี้ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ติดตามรับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้ง” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

นอกจากนี้ ดร.เฉลิมชัย ได้ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดแข่งขันฯ และชื่นชมความสำเร็จในการจัดงาน ที่ทำให้เกษตรกรและผู้สนใจได้รำลึกถึงความสำคัญของข้าว ในฐานะพืชที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน ตลอดจนได้รับทราบองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว การยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สนองความต้องการของตลาด พร้อมทั้งการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ต่อไป

ทั้งนี้ ตามที่กรมการข้าว ได้จัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2566 มีผู้สนใจเข้าร่วมงานและรับชม ผ่านทางออนไลน์ 76,055 ราย ทำให้การจัดงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เริ่มแล้ว! ‘วันเดอร์ฟรุ๊ต’ จำหน่ายบัตรครั้งเดียว เพียง 72 ชั่วโมงเท่านั้น!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737527

เริ่มแล้ว! ‘วันเดอร์ฟรุ๊ต’ จำหน่ายบัตรครั้งเดียว เพียง 72 ชั่วโมงเท่านั้น!!

เริ่มแล้ว! ‘วันเดอร์ฟรุ๊ต’ จำหน่ายบัตรครั้งเดียว เพียง 72 ชั่วโมงเท่านั้น!!

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.31 น.

15 มิถุนายน 2566 วันเดอร์ฟรุ๊ต เฟสติวัลไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองให้กับศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ และธรรมชาติ เตรียมเปิดจำหน่ายบัตรล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ เพียง 72 ชั่วโมงเท่านั้น โดยเริ่มวันที่ 14 มิถุนายน 2566 เวลา 18.00 น. และจะสิ้นสุดในวันที่ 17 มิถุนายน 2566 เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อให้สามารถมอบประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมงานวันเดอร์ฟรุ๊ตได้อย่างเต็มที่ นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับกิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มที่แล้ว ยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสวัสดิภาพให้กับเหล่าวันเดอเรอร์ โดยบัตรที่เปิดจำหน่ายล่วงหน้าในครั้งนี้ จะมีเพียงประเภทเดียว คือ บัตรแบบ full pass หรือ บัตรสำหรับการเข้าร่วมงานทุกวัน ในราคา 8,900 บาท โดยจำกัดจำนวน 4 ใบต่อหนึ่งบัญชีผู้ซื้อ บัตรจะจำหน่ายผ่าน Ticketmelon

สำหรับการกลับมาในครั้งที่ 8 นี้ #วันเดอร์ฟรุ๊ต2023 ได้ปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะที่เต็มอรรถรสให้กับเหล่าวันเดอเรอร์ผู้เข้าร่วมงาน ด้วยการกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมให้สอดคล้องกับพื้นที่ ดังนั้นจำนวนบัตรที่จำหน่ายให้ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมจึงจำกัดเช่นกัน และด้วยเหตุนี้ หากบัตรจำหน่ายหมดก่อนกำหนดเวลา ระบบจะปิดการจำหน่ายทันที ซึ่งอาจเกิดขึ้นก่อนครบกำหนด 72 ชั่วโมง โดยการจำหน่ายบัตรแบบ private sale สำหรับวันเดอเรอร์ที่เคยเข้าร่วมงานในปีก่อนๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และด้วยปริมาณความต้องการบัตรที่ท่วมท้น การจำหน่ายบัตรแบบ private sale หมดภายในเวลา 24 ชั่วโมงแรกของการเปิดจำหน่าย

ในปีนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตงดจำหน่ายบัตร Sunday pass (บัตรสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าเฉพาะวันอาทิตย์) ขณะที่บัตร Weekend pass (บัตรสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าวันเสาร์-อาทิตย์) และ Teen pass (บัตรสำหรับวัยรุ่น อายุระหว่าง 13-19 ปี) จะเตรียมเปิดจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม สำหรับบัตรหน้าประตู ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 20,300 บาท ทั้งนี้ อาจมีบัตรหรือไม่มีบัตรจำหน่ายขึ้นอยู่กับปริมาณบัตรที่เหลือจากรอบการซื้อล่วงหน้า โดยรายละเอียดในส่วนนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นอกเหนือจากนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ต ได้เตรียมเปิด Wonder Market ตลาดเพื่อการซื้อ-ขาย และส่งต่อบัตรที่ปลอดภัยอย่างเป็นทางการขึ้น บัตรที่ซื้อขาย หรือ ส่งต่อ ภายนอก Wonder Market จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้างาน

สำหรับรายละเอียดการจัดงานและข่าวสารอื่นๆ ของงาน สามารถติดตามได้ผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมิเดียของวันเดอร์ฟรุ๊ต

-(016)

‘เลอโนท ประเทศไทย’ปลื้มปั้นเชฟรุ่นแรกจบหลักสูตร ประกาศเปิดรับรุ่นต่อไปเริ่มเรียนกรกฎาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737497

'เลอโนท ประเทศไทย'ปลื้มปั้นเชฟรุ่นแรกจบหลักสูตร ประกาศเปิดรับรุ่นต่อไปเริ่มเรียนกรกฎาคมนี้

‘เลอโนท ประเทศไทย’ปลื้มปั้นเชฟรุ่นแรกจบหลักสูตร ประกาศเปิดรับรุ่นต่อไปเริ่มเรียนกรกฎาคมนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.16 น.

เลอโนท ประเทศไทย ปลื้มผลตอบรับ 6 เดือนแรก ปั้นเชฟนักปรุงจบไปแล้ว 1 รุ่น สำหรับหลักสูตรประกาศนียบัตร L’Essentialและ L’Incontournableในส่วนของหลักสูตรระยะสั้นก็ได้รับความสนใจจากของลูกค้าทั้งกลุ่มผู้ปกครอง เด็ก และบุคคลทั่วไปลงทะเบียนเรียนต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดรับสมัครเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตร 3 หลักสูตร ทั้งอาหารคาว ขนมอบ และขนมปัง ระยะเวลาเรียน 6-8 สัปดาห์ ราคาเริ่มต้น 350,000 บาท โดยจะเริ่มเรียนเดือนกรกฎาคมนี้ย้ำจุดเด่นการเรียนรู้เน้นลงมือปฏิบัติจริงกับทีมผู้ฝึกสอนเชฟมืออาชีพจากฝรั่งเศส

นายพอลล์  กาญจนพาสน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน)ผู้บริหารโรงเรียนสอนประกอบอาหารเลอโนท ประเทศไทย(Lenôtre Culinary Arts School Thailand) กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจหลังเปิดดำเนินงานมาครบ 6 เดือน เลอโนท มีนักเรียนจบการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร L’Essentialและ L’Incontournableไปแล้ว 1 รุ่น จำนวน 8 ท่าน นับเป็นความภูมิใจที่ได้สร้างเชฟหรือนักปรุงป้อนให้กับอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังเติบโตและมีความต้องการเชฟมืออาชีพ ในส่วนของหลักสูตรระยะสั้น ซึ่งได้ออกแบบหมุนเวียนทั้งหลักสูตรอาหารคาว ขนมอบ ขนมปัง รองรับผู้สนใจแต่ละกลุ่มทั้งเด็ก ผู้ปกครอง บุคคลทั่วไปลงทะเบียนเรียนต่อเนื่อง

เลอโนทมุ่งมั่นมอบประสบการณ์ทั้งการเรียนรู้และการลงมือปฏิบัติจริงกับทีมเชฟผู้ฝึกสอนจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นมืออาชีพระดับโลก สร้างแรงบันดาลใจและสานฝันให้แก่เชฟรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ที่มีใจรักในการทำอาหารให้สามารถเป็นเชฟมืออาชีพด้วยหลักสูตรและการฝึกฝนที่เข้มข้น พร้อมเครื่องมือในครัวที่ทันสมัย นำนวัตกรรมมาตรฐานระดับโลกเตรียมไว้คอยบริการ ขณะนี้ได้ประกาศเปิดรับสมัครเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตร 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรอาหารคาว ขนมอบ และขนมปัง  โดยหลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนหรือต้องการเปลี่ยนสายอาชีพที่ครอบคลุมถึง กลุ่มนักเรียนที่เรียนจบแล้วอยากทำเป็นงานอดิเรก หรืออยากเปลี่ยนสายอาชีพเลย กลุ่มเชฟรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารมาก่อนด้วย

โดยจะเริ่มเรียนตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2566ใช้ระยะเวลาเรียน 6-8 สัปดาห์ แตกต่างกันในแต่ละหลักสูตร/แต่ละระดับ ได้แก่ หลักสูตรประกาศนียบัตรสำหรับอาหารคาว(Cuisine Chef Diploma) เป็นการฝึกฝนให้เป็นเชฟอาหารคาวมืออาชีพด้วยทักษะและการเรียนการสอนที่เข้มข้น แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  1. ระดับ1: Essentiel -เรียนรู้และฝึกฝนการประกอบเมนูอาหารคาวในขั้นพื้นฐาน อาทิ ซอส ซุป เมนูเนื้อ ตลอดจนเครื่องเคียงและเมนูขนมคลาสสิก เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ (240 ชม.) ราคา 380,000 บาท/ท่าน เริ่มเรียนวันที่ 3 ก.ค.-11 ส.ค. 2566
  2. ระดับ2: L’Incontournable -พัฒนาการประกอบอาหารในระดับพื้นฐานจนมีความชำนาญ รวมทั้งเรียนรู้เมนูใหม่ๆ อาทิ เทอร์ลีน และค็อกเทล เป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ (280 ชม.) ราคา 450,000 บาท/ท่านเริ่มเรียนวันที่ 21 ส.ค.- 6 ต.ค. 2566
  3. ระดับ 3: La Maîtrise -เรียนรู้และฝึกฝนทำสูตรอาหารที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น อาทิ อาหารเมนูซิกเนเจอร์ต่างๆ ที่ทำการสอนโดยเชฟ MOF รวมทั้ง จะได้คิดสูตรเมนูอาหารขึ้นเองตามโจทย์ที่ได้รับ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ (320 ชม.) ราคา 570,000 บาท/ท่าน เริ่มเรียนวันที่ 17 ต.ค.-15 ธ.ค. 2566

หลักสูตรประกาศนียบัตรสำหรับขนมอบ(Patisserie Chef Diploma) นับเป็นส่วนสำคัญของศิลปะและสายอาชีพในการประกอบอาหารเพราะทักษะและฝีมือในการทำขนมที่ไม่เหมือนใครนั้นบ่งบอกถึงความเป็นเชฟที่มีฝีมือเป็นเลิศแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  1. ระดับ 1: Essentiel – เรียนรู้และฝึกฝนการทำขนมอบในขั้นพื้นฐาน อาทิ แป้งโด น้ำเชื่อม และท็อปปิ้ง เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ (240 ชม.) ราคา 370,000 บาท/ท่าน เริ่มเรียนวันที่ 3 ก.ค.-11 ส.ค. 2566
  2. ระดับ 2: L’Incontournable -เรียนรู้และฝึกฝนเมนูขนมอบคลาสสิกอย่าง เค้กช็อคโกแลต ทาร์ตมะนาว เมอแรง มาการอง หรือมินิเอแคลร์เป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ (280 ชม.) ราคา 440,000 บาท/ท่าน เริ่มเรียนวันที่ 21 ส.ค.- 6 ต.ค. 2566
  3. ระดับ 3: La Maîtrise -เรียนรู้และฝึกฝนในระดับแอดวานซ์ ด้วยการเตรียมพร้อมให้นักเรียนสามารถพัฒนาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำขนมอบที่มีสูตรซับซ้อนอย่าง Paris-Brest ครีมคัสตาร์ด ช็อคโกแลต และ Petit Fours รวมทั้งยังเป็นช่องทางไปสู่การเรียนรู้การทำขนมปังนานาชนิดอีกด้วย เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ (320 ชม.) ราคา 565,000 บาท/ท่าน เริ่มเรียนวันที่ 17 ต.ค.-15 ธ.ค. 2566

หลักสูตรประกาศนียบัตรสำหรับขนมปัง (BoulangerieChef Diploma)การฝึกฝนที่ตอกย้ำในการให้ผู้เรียนเป็นเชฟขนมปังมืออาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยทักษะและเทคนิคที่ไม่เหมือนใคร แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่

  1. ระดับ 1: Essentiel – เรียนรู้และฝึกฝนการทำขนมปังในขั้นพื้นฐาน เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ (240 ชม.) ราคา 350,000 บาท/ท่าน เริ่มเรียนวันที่ 3 ก.ค.-11 ส.ค. 2566
  2. ระดับ 2: La Maîtrise -เรียนรู้และฝึกฝนการทำขนมปังด้วยเทคนิคและสูตรขนมปังนานาชนิด เป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ (280 ชม.) ราคา 445,000 บาท/ท่าน เริ่มเรียนวันที่ 21 ส.ค.- 3 ต.ค. 2566

อนึ่ง เลอโนท ประเทศไทย ถือเป็นโรงเรียนสอนประกอบอาหารแห่งแรกนอกประเทศฝรั่งเศส และแห่งเดียวในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการบริหารงานของ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเป็นโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ จากกระทรวงศึกษาธิการ เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 อาคารเรียนตั้งอยู่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างสวยงามผสมผลานความทันสมัยภายในตกแต่งด้วยสไตล์ปารีเซียง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอีกทั้งวัตถุดิบชั้นดี อุปกรณ์การทำอาหารมาตรฐานโลกภายใต้บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยวิวน้ำและต้นไม้สีเขียว บนพื้นที่รวมทั้งหมด 4,000 ตร.ม. ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ อาคารเรียน 3 ชั้น และพื้นที่จอดรถรองรับมากกว่า 100 คัน

สำหรับผู้สนใจสมัครเพื่อเข้าเรียนหลักสูตรดังกล่าวสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.02 853 9595 หรือติดตามข่าวสารผ่านhttps://www.facebook.com/LenotreThailandและลงทะเบียนได้ที่https://lenotre.co.th/thหรือ LINE: @lenotrethailand

‘ดิ สมิธ ฟู้ดฯ’ คว้ายอดขายต่างประเทศเพียบ ในงาน ‘Thaifex Anuga 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737495

‘ดิ สมิธ ฟู้ดฯ’ คว้ายอดขายต่างประเทศเพียบ ในงาน ‘Thaifex Anuga 2023’

‘ดิ สมิธ ฟู้ดฯ’ คว้ายอดขายต่างประเทศเพียบ ในงาน ‘Thaifex Anuga 2023’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.52 น.

ผ่านไปอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงาน “THAIFEX-Anuga Asia 2023” งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมด้านอาหาร ที่ในปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 2,000 ราย จากกว่า 120 ประเทศ ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ และ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน ฮอลล์ 5-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ที่ผ่านมา

โดยปีนี้ บริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตพริกดองรายใหญ่ของประเทศไทย ได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและได้รับความสนใจจากชาวไทยและต่างชาติอย่างท่วมท้น  โดย วิชาดา เดอ สมิท กรรมการผู้จัดการบริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้กล่าวว่า

ก่อนอื่นต้องขอบคุณกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ให้ความสนใจบูธดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นอย่างมาก ซึ่งครั้งนี้ลูกค้าต่างประเทศให้โอกาสบริษัทดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มพริกดอง น้ำจิ้ม และ ซอสชนิดต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ดังระดับแนวหน้าทั้งในยุโรปและ อเมริกา

โดยจุดขายของบริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจและเป็นสิ่งสำคัญมาโดยตลอดคือ สินค้าเกษตรของเรานั้นได้รับรองระบบ Organic HACCP BRC FSSC22000 และยังเป็นบริษัทเดียวที่ ได้รับรองระบบ Rainforest Alliance หรือ RA แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ในหมวดสินค้ากลุ่มพริกปลอดยาฆ่าแมลง ด้วยการเอาใจใส่ตั้งแต่กระบวนปลูกจากระบบ contact farming ที่คำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศ ทำให้ลูกค้าทั้วโลกไว้วางใจ  ทั้งนี้ยังการันตีด้วยรางวัล Best Exporter และ Best Halal Exporter 2021 อีกด้วย

-(016)

‘HARUDOT BY NANA COFFEE ROASTER’ ฉลองเปิดสาขาใหม่ ส่งต่อความสุขเอาใจคอกาแฟสายคาเฟ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737492

‘HARUDOT BY NANA COFFEE ROASTER’ ฉลองเปิดสาขาใหม่ ส่งต่อความสุขเอาใจคอกาแฟสายคาเฟ่

‘HARUDOT BY NANA COFFEE ROASTER’ ฉลองเปิดสาขาใหม่ ส่งต่อความสุขเอาใจคอกาแฟสายคาเฟ่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.49 น.

ณ  วันนี้ในแวดวงคอกาแฟกับผู้ชายที่ชื่อ “ครูกุ้ง – วรงค์ ชลานุชพงศ์” ผู้ที่มีความมุ่งมั่นและแพชชั่นที่ไม่หยุดยั้ง เสาะหาเมล็ดกาแฟชั้นเลิศจากทั่วโลก  เพื่อส่งต่อความสุขให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ กับนิยามที่ว่า “รู้จริงในสิ่งที่ทำ…เชื่อในแพชชั่นและสัญชาตญาณ” ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Bean Sourcer, Roaster, Cupper, Q Grader และ Barista Trainer ล้วนผ่านมือคุณกุ้งมาอย่างไม่เคยถูกมองข้าม นำมาสู่ความสำเร็จของแบรนด์ NANA COFFEE ROASTERS นอกจากนี้คุณกุ้งยังไม่เคยต่อรองในเรื่องคุณภาพและไม่หยุดพัฒนาโลกของกาแฟเพื่อยกระดับ เพื่อให้ได้กาแฟคุณภาพแบรนด์คนไทยระดับซุปเปอร์พรีเมียม และอีกหลายแบรนด์ที่มีความเกี่ยวข้องกับกาแฟ หนึ่งในนั้นคือ HARUDOT BY NANA COFFEE ROASTERS

HARUDOT BY NANA COFFEE ROASTER คือแบรนด์ที่เป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่ เติบโต และผลิบาน โดยฮารุแปลว่าฤดูใบไม้ผลิในภาษาญี่ปุ่น, ดอทแทนการเริ่มต้นใหม่ พอมารวมกันเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่เติบโตและผลิบาน  ฮารุดอทกับตัวตนของ Artisanal Coffee House  คือบ้านที่อบอุ่นที่ให้ความสำคัญและใส่ใจในผู้คน ธรรมชาติ และทุกขั้นตอนรายละเอียดของกาแฟ

สำหรับ HARUDOT BY NANA  COFFEE ROASTERS เป็นอีกก้าวสำคัญของธุรกิจที่เติบโตภายใต้แบรนด์ NANA COFFEE ROASTERS ที่มี PASSION และ INSPIRATIONS ในการส่งมอบประสบการณ์ในโลกของกาแฟ ทุกเมนูกาแฟไม่ว่าจะเป็นเมนูคลาสสิค หรือเมนูซิกเนเจอร์ที่ถูกรังสรรค์ให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยรสชาติสุดพิเศษเฉพาะตัวจากเมล็ดกาแฟคุณภาพส่งตรงจากโรงคั่ว NANA COFFEE ROASTERY ใส่ใจในทุกขั้นตอนและทุกรายละเอียดเพื่อให้ได้เมนูกาแฟคุณภาพแบรนด์คนไทยระดับซุปเปอร์พรีเมียม สร้างสรรค์ให้คอกาแฟได้ดื่มด่ำกับทุกประสบการณ์ รสชาติ บรรยากาศ ให้ลูกค้าทุกท่านได้รับมากกว่าประสบการณ์การดื่มกาแฟ รวมไปถึงยังเกิดกระตุ้นให้ได้รับพลังและแรงบันดาลใจทุกครั้งที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศของ HARUDOT BY NANA COFFEE ROASTERS เปิดบริการมาแล้วถึง 4 สาขารอบกรุง สุขุมวิท 22, สุขุมวิท 71, สาทร, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

และกำลังเปิดตัวสาขาที่ 5 ชลบุรี เอาใจคอกาแฟและสายคาเฟ่ได้ปักหมุดเช็คอินกันที่จังหวัดชลบุรีสาขาแรกที่อยู่นอกเขตกทม. โดยเปิดร้านต้องรับลูกค้าในวันพุธที่ 15 มิถุนายน 2566 เป็นวันแรก พร้อมให้ลูกค้าเปิดประสบการณ์ทางกาแฟกับแชมป์โลกกับ BAR TAKEOVER โดยคุณ Shih Yuan Hsu (Sherry) World Brewers Cup champion 2022 , Taiwan Brewers Cup Champion 2019-2020 และแน๊ต กษมา กันบุญ World Brewers Cup Champion 2018 Thailand National Brewers Cup Champion 2020 รวมไปถึงเปิดมุมมองอารยธรรมกาแฟผสมผสานงานศิลป์  ณ  ใจกลางเมืองชลบุรีที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ..ให้กับคุณทุกคน

ภายในงานอบอวลไปด้วยกลิ่นไอความหอมกรุ่น ละมุนของกาแฟ โดยได้รับเกียรติจาก “ครูกุ้ง – วรงค์ ชลานุชพงศ์” ผู้บริหารและเจ้าของแบรนด์ NANA COFFEE ROASTERS มาร่วมพูดคุยถึงแนวคิดของการขยายธุรกิจเปิดตัวสาขาใหม่ที่จังหวัดชลบุรี 

นอกจากนี้ยังมีนักร้องสาวDIVA  “นิว นภัสสร ภูธรใจ” ได้มาลองรังสรรค์เมนูกาแฟซิกเนเจอร์ของ HARUDOT BY NANA COFFEE ROASTERS สาขาชลบุรีร่วมกับทีมบาริสต้า พร้อมแชร์ประสบการณ์เมนูกาแฟหลากหลายรสชาติ  และเรื่องราวน่ารักๆ ในช่วง ARTS&MUSIC THERAPHY หัวข้อ “จุดเริ่มต้นจากเมล็ด..เล็ก..เล็ก” โดยมีนิวDIVAสาวโชว์บทเพลงไพเราะสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อความสุข ในบรรยากาศสุดสร้างแรงบันดาลใจ!! และสาวนิวยังเตรียมผลงาน “รูปต้นไม้กาแฟ” จากฝีมืองานอาร์ตสะบัดปลายพู่กันของเธอเอง มอบเป็นของขวัญให้ครูกุ้งในโอกาสพิเศษนี้ด้วย โดยมี “เป๊ก เปรมณัช สุวรรณานนท์” ผู้ที่มีความชื่นชอบในงานสถาปนิกและการออกแบบรับหน้าพิธีกร

สำหรับ HARUDOT CHONBURI BY NANA COFFEE ROASTERS เป็นอีกหนึ่งสาขาที่พลาดไม่ได้ เนื่องจากเป็นสาขาที่ตั้งใจให้เป็นเหมือนศูนย์รวมของผู้คน ธรรมชาติ และกาแฟ ในพื้นที่ชลบุรีและบริเวณใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นบาริสต้าที่ผ่านการเทรนนิ่งด้วยมาตรฐานจาก NANA COFFEE ROASTERS และการันตีคุณภาพเมล็ดกาแฟระดับซุปเปอร์พรีเมียม คั่วบดผ่านกรรมวิธีที่ได้คุณภาพ หอม และมีเอกลัษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ให้ความรู้สึกดุจดั่งความแรกแย้มของฤดูใบไม้ผลิ ยังรวมไปถึงพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบร้านที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมล็ดพันธุ์ที่เติบโต พร้อมกับโครงสร้างอาคารที่ผสมผสานการเชื่อมต่อกับธรรมชาติและ Landcape ได้อย่างลงตัว ชวนน่าหลงใหล โดย “คุณเป้ จีรเวช หงสกุล” สถาปนิกผู้ออกแบบสถาปัตยกรรม แห่ง IDIN Architects ที่ผสมผสานอาคารกับธรรมชาติเข้าด้วยกัน เสมือนเมล็ดพันธ์ที่เติบโตขึ้นมาในการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิพร้อมกับอาคาร 3 หลังที่มีความเชื่อมต่อกันด้วยรูปแบบ MODERN JAPANESE DESIGN สไตล์โดดเด่นลงตัวและงดงามมาก เรียกว่าได้ว่าคนรักกาแฟไม่ควรพลาดมาดื่มด่ำบรรยากาศและรับแสงธรรมชาติรอบตัว เพลิดเพลินไปกับดนตรีเพราะๆและงานศิลปะ ที่จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับตัวเอง 

สำหรับคอกาแฟเมืองชลบุรีและนักท่องเที่ยวที่อยากหาจุดเริ่มต้นใหม่ๆจุดประกายความสำเร็จ พร้อมกับจิบกาแฟหอมละมุนเชิญได้ที่นี่ HARUDOT CHONBURI BY NANA  COFFEE ROASTERS @ชลบุรี  คลิกชมบรรยากาศมุมสวยๆและรายละเอียดของร้านได้ที่ https://www.facebook.com/harudot.chonburi/ ปักหมุดรอ แวะมาเช็คอินในโลกโซเชียลก่อนใครได้แล้ววันนี้!!

-(016)

ติดอาวุธเสริมให้แพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกล กับ ‘โครงการทุนเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737484

ติดอาวุธเสริมให้แพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกล กับ ‘โครงการทุนเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา’

ติดอาวุธเสริมให้แพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกล กับ ‘โครงการทุนเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.41 น.

เดินหน้าพัฒนาตามปรัชญา “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต” ล่าสุด “โครงการทุนเฉลิมพระเกียรติเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมายุครบ 60 พรรษา เพื่อพัฒนานักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล” ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจัดโดย โรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งปฏิบัติงานในโรงพยาบาลในพื้นที่ชนบทห่างไกลให้มีความรู้ ทักษะและความเชี่ยวชาญในการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ ได้จัดอบรมแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีแพทย์และผู้ช่วยที่ผ่านการอบรมแล้ว 782 คน กระจายอยู่ใน 72 จังหวัด ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาแก่ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลอย่างทันท่วงที

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรเชษฎ์ สิริพงษ์สกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนนักอัลตราชาวด์ทางการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ

“ปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีด้านอัลตราซาวด์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจหรือพบเจอความผิดปกติในส่วนต่างๆ ของอวัยวะได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมา การรักษาในประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรทางด้านนี้ ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้รักษา หรือไม่ก็ส่งคนไข้ไปที่โรงพยาบาลใหญ่ๆ โครงการฯ นี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยผลิตนักอัลตราซาวด์หรือพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้ทำอัลตราซาวด์เพิ่มมากขึ้น เพื่อจะได้กระจายไปในโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล ทำให้คนไข้ได้รับบริการอย่างมีมาตรฐาน และแพทย์สามารถช่วยกันวินิจฉัยของผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาที่เร็วขึ้น ย่นระยะเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งลดความทรมานจากการรอคอย

“โดยความท้าทายของโครงการคือแพทย์ค่อนข้างมีภาระงานมาก การลาเพื่อมาเรียนมีข้อจำกัด การลางานมาเรียนทั้งเดือนก็ยากลำบาก ดังนั้นเราจึงปรับเปลี่ยนตามบริบท โดยปรับเนื้อหาภาคบรรยายให้แพทย์เรียนออนไลน์ สามารถซักถามออนไลน์ได้ ส่วนการฝึกทักษะต้องมาฝึกทำที่โรงเรียนฯ หลังจากนั้นก็จะมีการสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ  ปัจจุบันนี้เราเทรนแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปเกือบทั่วประเทศกว่า 90% ซึ่งแพทย์ที่มาเรียนเหล่านี้จะกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลอำเภอทั่วประเทศ และโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีเครื่องอัลตราซาวด์ อาจมีขนาดเล็ก กลางแตกต่างกันไป แพทย์ที่เรียนไปแล้วก็สามารถใช้เครื่องมือที่โรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถให้คำปรึกษาเพื่อนร่วมวิชาชีพ และวิชาชีพอื่นได้ด้วย นอกจากนี้หลังจบโครงการฯ กรณีที่พบปัญหาหรือว่ามีเคสที่ยากต่อการวินิจฉัย โรงเรียนฯ ก็ยังช่วยเหลือ รับปรึกษาและให้คำแนะนำแก่แพทย์ที่อยู่ต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องด้วย”

“เท่าที่ผ่านมาโครงการฯ ก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จแล้ว แพทย์ที่มาเรียนก็มีความมั่นใจมากขึ้นในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลของตนเอง สามารถให้บริการคนไข้จำนวนมากและครอบคลุมมากขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าคนไข้ที่วินิจฉัยจากแพทย์ที่เรียนกับเราก็อาจจะเจอโรคมากขึ้น เช่น เจอมะเร็งตับ เจอนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในไต ฯลฯ ซึ่งโรคเหล่านี้ หากเจอเร็วก็สามารถให้การวินิจฉัยและสามารถจัดการผู้ป่วยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมายไปผ่าตัดหรือว่าให้ยารักษา โดยที่ไม่ต้องรอส่งตัวไปโรงพยาบาลใหญ่”

อาจารย์ทรงพล ศรีสิทธิมงคล กล่าวถึงรูปแบบและคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการฯ

“โครงการฯ นี้ เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับการรับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อศึกษาเพิ่มเติมสำหรับใช้ในการวินิจฉัยรอยโรคของคนไข้ โดยคุณสมบัติสำคัญที่โครงการฯ ต้องการคือเป็นแพทย์ใช้ทุนในโรงพยาบาลต่างจังหวัด รวมไปถึงพยาบาล นักรังสีเทคนิค ฯลฯ โดยมีความคาดหวังให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ สามารถทำอัลตราซาวด์ได้มากขึ้น และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้จากอัลตราซาวด์ให้คนอื่นได้อีกด้วย รูปแบบการอบรม มีลักษณะเป็นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้และเสริมทักษะ ในรูปแบบ Hybrid ที่มีการเรียนภาคทฤษฎี ในรูปแบบ Online แบบไม่จำกัดระยะเวลาเรียน และสถานที่เรียนผ่าน ระบบจัดการเรียนการสอน Moodle ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กว่า 32 บทเรียน พร้อมทำ Post-Test เพื่อประเมินการเรียนรู้ พร้อมกับเข้ารับการฝึกปฏิบัติที่โรงเรียน โดยสอนอัลตราซาวด์ด้วยเทคนิคทั้งหมด เพื่อประเมินพวกรอยโรคต่างๆ อาทิ ในตับ ถุงน้ำดี ไต เป็นต้น

ท้ายสุด อาจารย์พันธจารีย์ หิรัญรัตน์ พูดถึงความสำเร็จของโครงการฯ

“ถือว่าเป็นโครงการฯ ที่ตอบสนองพระปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงการบริการสาธารณสุขให้เท่าเทียม ไม่ว่าจะอยู่ในต่างจังหวัดหรือว่าในพื้นที่ชนบทห่างไกล ทางโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ คาดหวังว่าบุคลากรทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือแม้แต่นักรังสีเทคนิค จะมีส่วนช่วยในการช่วยวินิจฉัยเพื่อให้คนไข้ในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการรักษาการรักษาได้รวดเร็วขึ้น ทันท่วงที สำหรับโครงการฯ นี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 ตอนนี้เราเดินทางมาถึงรุ่นที่ 25 รวมบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดที่เข้ารับการอบรมกับเราประมาณ 782 คน จากทั้งหมด 72 จังหวัดทั่วประเทศ”

ด้านแพทย์ผู้เข้าร่วมอบรมส่วนหนึ่ง ได้แก่ นายแพทย์ธนาสิทธิ์ วิจิตราพันธ์ รพ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ แพทย์หญิงสุปรีญา วรญาณปรีชาพงศ์ รพ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ และ นายแพทย์ปิยพล มิตรภานนท์ รพ.เพ็ญ จ.อุดรธานี กล่าวถึงประโยชน์ของโครงการฯ นี้ว่า “โดยสรุปจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่ความสามารถในการวินิจฉัยที่ดีขึ้น ช่วยให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพดีขึ้น เพราะตรวจพบโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อบุคคลและระบบการดูแลสุขภาพโดยรวม ต้องขอขอบคุณโครงการฯ ที่เห็นความจำเป็นและให้ความสำคัญ จัดอบรมความรู้และถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ ให้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”

-(016)