‘รมช.อิทธิ-สปก.’ นำทีมจิตอาสาฟื้นฟูศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

‘รมช.อิทธิ-สปก.’ นำทีมจิตอาสาฟื้นฟูศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

‘รมช.อิทธิ-สปก.’ นำทีมจิตอาสาฟื้นฟูศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.50 น.

“รมช.อิทธิ” นำทีมจิตอาสาพัฒนาและฟื้นฟูศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มุ่งต่อยอดสู่ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพเกษตรกร

​นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานเปิดโครงการจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567 โดยมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการและกิจกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

“กระทรวงเกษตรฯ โดย ส.ป.ก. ได้จัดทำโครงการจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ฯ ขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นการสืบสานพระราชปณิธานจิตอาสาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมการทำความดี สร้างความสามัคคี การมีส่วนร่วมในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นในสังคม ซึ่งกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การทำความสะอาดอาคารโดมแปดเหลี่ยม ห้องน้ำ อาคารกระจก และบริเวณโดยรอบอาคารโดม เพื่อพัฒนาและพื้นฟูพื้นที่บริเวณศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรให้มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย และเกิดประโยชน์ในการใช้งานพื้นที่ และอาคารต่าง ๆ แก่ส่วนรวม อีกทั้งได้เตรียมจัดตั้งเป็นศูนย์กลางการจัดงาน ประชุม สัมมนา และฝึกอบรม เพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และความเสมอภาคทางสังคม ตลอดจนการต่อยอดอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรต่อไป”  รมช.อิทธิ กล่าว

สำหรับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อ “ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรมศิลปาชีพแก่เกษตรกร ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทั่วภูมิภาคของกระเทศไทย ในปี พ.ศ. 2523 ส.ป.ก. ได้ดำเนินงานรับผิดชอบภารกิจต่าง ๆ อย่างเช่นการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ การดูแลรักษา และสนับสนุนการดำเนินงานการฝึกอบรมศิลปาชีพตลอดมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนคืนพื้นที่ทรัพย์สินและภารกิจของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ให้แก่ ส.ป.ก. และได้มีการดำเนินการส่งมอบเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 และเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศพส.)” โดยมีภารกิจในการรักษา สานต่องานศิลปหัตถกรรมตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปหัตถกรรมชั้นสูง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย

ททท. จัดโปรท่องเที่ยวราคาพิเศษ ผ่านกิจกรรม ‘100 เดียวเที่ยวได้งาน’

ททท. จัดโปรท่องเที่ยวราคาพิเศษ ผ่านกิจกรรม '100 เดียวเที่ยวได้งาน'

ททท. จัดโปรท่องเที่ยวราคาพิเศษ ผ่านกิจกรรม ‘100 เดียวเที่ยวได้งาน’

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.12 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเต็มอีกครั้งกับแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบ Workation ที่ส่งเสริมการออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมทำงาน เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานในรูปแบบใหม่และก่อเกิดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขาย “100 เดียวเที่ยวได้งาน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เพื่อก่อเกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงวันธรรมดา โดยนำเสนอสินค้าและการบริการด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบบัตรกำนัล (Voucher) ซึ่งจะเสนอขายในราคาเพียง 100 บาท เท่านั้น

กลับมาอีกครั้ง กับกิจกรรมส่งเสริมการขาย “100 เดียวเที่ยวได้งาน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในราคาเพียง 100 บาท  เพื่อส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นให้เกิด           การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในวันธรรมดา อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมรอบแรกในวันที่ 20 ธันวาคม 2567 ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และในรอบต่อไปจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมได้ในวันที่ 20 มกราคม 2568 และสามารถเลือกซื้อ Voucher ได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/workationthailand ซึ่งมีบัตรกำนัล (Voucher) สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่นำเสนอขายมากมาย หลากหลายประเภท เช่น ประเภทโรงแรมที่พัก อาทิ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ บันยันทรี ภูเก็ต โรงแรมซีทรู บาย เดอะ ซายน์ และโรงแรมเวฟ พัทยา ประเภทร้านอาหาร อาทิ แบล็คแคนยอน คอฟฟี่บีนบายดาว และบาร์บีคิวพลาซ่า ประเภทกิจกรรมท่องเที่ยวและแพ็กเกจท่องเที่ยว อาทิ สวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล และ โอเอซิสสปา เป็นต้น ทั้งนี้ยังมี บัตรกำนัล (Voucher) สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ

พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการตู้ Pop-up Workspace จะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อ Voucher จากสถานประกอบการชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการฯ ในราคา 100 บาท โดยมีรอบพิเศษ จำนวน 2 รอบ ได้แก่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และ 1 มีนาคม 2568 สามารถจองใช้บริการตู้ Pop-up Workspace ได้แล้วใน 4 พื้นที่ ได้แก่ ภาคตะวันออก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา, ภาคกลาง ณ ลิโด้ คอนเน็คท์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และภาคเหนือ ณ หญ่าโย ฟาร์ม จังหวัดเชียงราย โดยจองใช้บริการได้ที่ http://www.tourismthailand.org/workationthailand และนอกจากนี้ภายใต้โครงการยังมีการนำเสนอสิทธิพิเศษและส่วนลดต่าง ๆ ทั้ง 4 ประเภท จากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทย ได้แก่ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมท่องเที่ยวและแพ็กเกจท่องเที่ยว และสุขภาพและความงาม โดยมีส่วนลดสูงสุดถึง 80%

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมและกดรับสิทธิพิเศษส่วนลดต่าง ๆ สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/workationthailand และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account: @workationthailand

‘เรวัต อารีรอบ’ พร้อมสานต่องานเก่า ปั้นภูเก็ตให้ ‘น่าอยู่และน่าดู’

'เรวัต อารีรอบ' พร้อมสานต่องานเก่า ปั้นภูเก็ตให้ 'น่าอยู่และน่าดู'

‘เรวัต อารีรอบ’ พร้อมสานต่องานเก่า ปั้นภูเก็ตให้ ‘น่าอยู่และน่าดู’

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

 “เรวัต อารีรอบ” อาสานำทีม “กลุ่มภูเก็ตหยัดได้” ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ชิงชัยต่อเป็นสมัยที่สองในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ให้คนภูเก็ต “หยัดได้” (เชื่อถือได้) จากจุดแข็ง “ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่” สานต่องานเก่าให้สำเร็จ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายปั้นภูเก็ตให้เป็นเมืองน่าอยู่และเป็นเมืองน่าดู พร้อมยกระดับหลากหลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต ภายใต้วิสัยทัศน์ “ภูเก็ต ปลอดภัย ทันสมัยด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

สำหรับศึกการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ อะไรที่ทำให้ นาย เรวัต อารีรอบ ผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ต หมายเลข 1 “กลุ่มภูเก็ต หยัดได้” คิดลงสนามเป็นหนสอง คำตอบที่น่าจะเฉลยได้และเห็นความเชื่อมโยงได้อย่างชัดเจน นั่นคือหากเทียบชายผู้นี้เป็น “โปรดักท์”แล้ว ด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นอดีต สส.ภูเก็ต สังกัดพรรคประชาธิปัตย์สองสมัย และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั้นย่อม การันตีได้ว่า นายเรวัต ย่อมจะ “เข้าถึง และ เข้าใจ”ความต้องการของประชาชน ชุมชนและภาพรวมของชาวภูเก็ตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในแง่มุมของเศรษฐกิจที่เขาต้องการขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นแหล่งเศรษฐกิจทางด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขณะเดียวกัน ก็ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตทั้งทางด้านการศึกษา การแพทย์

“ปลายทาง” เหล่านี้แหละที่ผู้นำทัพอย่างนายเรวัตได้วางยุทธศาสตร์ของภูเก็ตไว้อย่างปรุโปร่งแล้วในการดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ในปัจจุบัน เพื่อปูทางให้เป้าประสงค์ของตนเองบรรลุเป้าหมาย และบังเกิดผลงานเชิงประจักษ์ในระยะสี่ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน  “ทำจริง  ไม่ขายฝัน”

ตลอดระยะเวลาสี่ปีของ นายเรวัต อารีรอบ และ “กลุ่มภูเก็ตหยัดได้” นั้นโฟกัสกับยุทธศาสตร์ที่ต้องการปั้นให้ภูเก็ตพร้อมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต รวมทั้งตอบโจทย์ทางด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนด้วย โดยเฉพาะการเร่งเครื่องหลังวิกฤติโตวิด-19 คลี่คลาย

ในเบื้องต้น นายเรวัตยอมรับว่า “ในช่วง 2 ปีแรกของการรับตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ต ในปี 2564 นั้นเป็นช่วงวิกฤติโควิด-19 ต่อเนื่องถึงปี 2565 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะงักงัน ไม่เว้นแม้แต่ภูเก็ต ทั้งนี้ อบจ.ภูเก็ตได้ดำเนินกลยุทธ์ทั้งเชิงรับและเชิงรุก เพื่อรับมือกับวิกฤติโควิด-19 อาทิ การจัดตั้งศูนย์ Quarantine โรงพยาบาลสนาม จัดหาวัคซีนให้ชาวกูก็ตอย่างทั่วถึง ฯลฯ”

ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในช่วงปี 2566 – ปี 2567 อบจ. ภูเก็ตก็เร่งดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับมาเป็นปกติสุขโดยเร็ว และเป็นจิ๊กซอว์ที่ นายเรวัต มุ่งมั่นที่จะพิชิตเป้าหมาย เพื่อให้ภูเก็ตเป็น “เมืองน่าอยู่” และเป็น “เมืองน่าดู” นั่นคือ

ด้านเศรษฐกิจ ในฐานะที่ภูเก็ตสามารถทำรายได้ให้กับประเทศได้สูงเป็นอันดับ 2 ฉะนั้น หลังวิกฤติโควิด-19 อบจ. ภูเก็ตจึงร่วมผลักดันโครงการ Phuket Sandbox ส่งผลให้ภูเก็ตสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ขณะเดียวกัน ก็ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำโรดโชว์ ITB Berlin ที่ประเทศเยอรมนีที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวภูเก็ตดังเดิม นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการใช้จ่ายภายในจังหวัคภูเก็ต เช่น การจัดงานหรอยรอยริมเล ทั่วเกาะกูเก็ต พร้อมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดตั้ง TCDC ศูนย์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดภูเก็ต

ด้านสาธารณสุข ผลงานที่โดดเด่นของนายเรวัต นั่นคือการถ่ายโอน รพ.สต. 20 แห่งและสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ต.ฉลอง มาอยู่ในการดูแลเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมี “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” โครงการเชิงรุกที่จัดทีมหมอและพยาบาลจาก รพ.สต. ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองโรคในชุมชน พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาลโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต และมอบเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาศักยภาพศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อจัดหาครุภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์สำหรับการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจให้ชาวภูเก็ต และชาวต่างชาติมีภาวะโรคหัวใจที่เข้าพักในจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับการรักษาอย่างครอบคลุมและทันเวลา

ด้านการศึกษา อบจ.ภูเก็ต มุ่งเน้นพัฒนาเยาวชนให้เติบโตไปเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) พร้อมทั้งพัฒนาโรงเรียนในสังกัด อบจ.ภูเก็ตทั้ง 5 แห่งให้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย – ม.6 เพื่อลดความเหลือมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ทั้งด้านวิชาการ สังคม และทักษะชีวิต พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพครูให้เป็นผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กตามวัยสำหรับโรงเรียนในสังกัด อบจ.ภูเก็ต พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงเรียนสังกัด สพฐ. เพื่อพัฒนาอาคารสถานที่ จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ สำหรับส่งเสริมการเรียนรู้ ยกระดับมาตรฐานการศึกษาของจังหวัดภูเก็ตในภาพรวม

ในเดือน ธ.ค.2567 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาพื้นที่ทุ่งถลางชนะศึก อ.ถลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ จะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.2568 ขณะที่สวนธารณะลานกีฬากะทู้ โรงเหล้าเก่า ซึ่งเข้าไปพัฒนาจนถึงเฟสที่ 4 แล้ว เพื่อเป็นเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเพิ่มพื้นที่ออกกำลังกายให้ชาวภูเก็ต รวมทั้งรับมือกับ “การแก้ไขปัญหาจราจร” ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ชาวภูเก็ตกำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนของชาวภูเก็ต โดยการนำรถบัส EV รถไฟฟ้าพลังงานสะอาดช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมาให้บริการประชาชน ให้เด็กนักเรียน นักศึกษา ประชาชนคนทำงาน ผู้สูงอายุ หรือนักท่องเที่ยวสามารถใช้ขนสาธารณะณะได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายเรวัต ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเรื่องของพิบัติว่า  “เพื่อป้องกันภัยพิบัติร้ายแรงในภูเก็ต อาทิ น้ำท่วม ดินถล่ม ชาวภูเก็ตมั่นใจได้ว่า จะต้องเห็นผม และทีมงาน อบจ.ภูเก็ต เข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที เพราะนี่คือการกิจหลักที่ อบจ.ภูเก็ตจัดตั้งกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขึ้นมา นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดหาเรือดับเพลิงกู้ภัย เรือตรวจการณ์ เครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทั้งทางบกและทางน้ำ อย่างล่าสุดที่เกิดเหตุน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต เครื่องสูบน้ำของ อบจ.ภูเก็ตได้กระจายไปยังจุดเสี่ยงน้ำท่วมทั่วจังหวัดกูเก็ต เพื่อให้มีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน เป็นที่พึ่งที่ “หยัดได้”ของชาวกูเก็ตตลอดมา ”

-(016)

MSI เปิดตัวไลน์อัพโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ที่งาน CES 2025

MSI เปิดตัวไลน์อัพโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ที่งาน CES 2025

MSI เปิดตัวไลน์อัพโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ที่งาน CES 2025

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.01 น.

MSI แบรนด์โน๊ตบุ๊กระดับพรีเมียมชั้นนำของโลก ยังคงสร้างความโดดเด่นด้วยความเป็นมืออาชีพที่ผสมผสานการออกแบบสุดหรู สมรรถนะสุดอันขั้ว และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยล่าสุด MSI ได้เปิดตัวไลน์อัพโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่มาพร้อม NVIDIA® GeForce RTX™ 50 Series Laptop GPUs จับคู่กับโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra Series 2, AMD Ryzen™ 9000 Series และ AMD Ryzen™ AI 300 Series ในงาน CES 2025 หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือ Titan 18 HX Dragon Edition Norse Myth ที่มาพร้อมกับดีไซน์มังกรสุดพิเศษที่วาดด้วยมือ ประกอบด้วยอักษรรูนของตำนานนอร์สที่ผสานเรื่องราวในตำนานเข้ากับสมรรถนะการเล่นเกมขั้นสูงสุด โดยรุ่น Titan, Raider และ Vector ที่อัปเกรดใหม่ยังคงให้สเปคระดับสูงสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพที่ไร้ขีดจำกัดอยู่เช่นเคย และสำหรับสาย AI โน้ตบุ๊ก MSI Stealth Series ที่มาพร้อม Copilot+ PC และชิปประมวลผล AMD Ryzen™ AI 300 Series ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการโน้ตบุ๊กอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI นอกจากนี้ MSI ยังเปิดตัว Crosshair และ Pulse Series รุ่นใหม่ที่ใช้ NVIDIA GeForce RTX 50 Series ที่เป็นการมอบตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพที่แตกต่างกันของผู้ใช้ โดย MSI ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชัน AI สุดพิเศษ ควบคู่กับการออกแบบระบายความร้อนที่ล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ผสานเทคโนโลยีใหม่เข้ากับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมที่เหนือกว่าใคร

เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะประกาศเปิดตัวไลน์อัพโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่หลากหลายรุ่นที่ล้ำสมัยของ MSI เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ที่มองหาประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมหรือฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI” Eric Kuo รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายโน้ตบุ๊กของ MSI กล่าว “ด้วยไลน์อัพล่าสุดของเรา MSI ยังคงสร้างนิยามใหม่ให้กับนวัตกรรม เพื่อให้มั่นใจว่า MSI จะพร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนการเดินทางของคุณในทุกสถานการณ์”

 ยกระดับการเล่นเกมและการใช้งาน AI ไปสู่ยุคใหม่ ด้วย NVIDIA GeForce RTX 50 Series

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง NVIDIA Blackwell – GeForce RTX™ 50 Series GPUs ที่จะมาพลิกโฉมการเล่นเกมและการทำงานด้านการสร้างสรรค์ GeForce RTX™ 50 Series GPUs นำเสนอประสิทธิภาพอันทรงพลังด้วยสถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์ ด้วยขุมพลัง AI ระดับสูงใน RTX 50 Series ที่จะมอบความสามารถในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่และการแสดงผลกราฟิกในโลกอนาคตไปที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความละเอียดและความสมจริง ยกระดับประสิทธิภาพการประมวลผลด้วย NVIDIA DLSS 4 ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการเรนเดอร์อย่างก้าวกระโดด สร้างภาพได้อย่างรวดเร็วในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ช่วยให้ผู้ใช้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มรูปแบบด้วย NVIDIA Studio ที่รองรับการทำงานของแอปพลิเคชันสร้างสรรค์ยอดนิยมอย่างไร้ที่ติ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึง NVIDIA NIM microservices ที่มาพร้อมโมเดล AI อันล้ำสมัย ช่วยให้ผู้ใช้งานและนักพัฒนาสามารถสร้างผู้ช่วย AI, ตัวแทนอัจฉริยะ และระบบเวิร์กโฟลว์ที่ทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด บนระบบที่รองรับ NIM-ready โดย RTX 50 Series GPUs พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูสู่โลกของความสามารถไร้ขีดจำกัด ทั้งสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลและภาพกราฟิกสมจริง หรือครีเอเตอร์ที่ต้องการเครื่องมือที่ตอบสนองความคิดสร้างสรรค์ในทุกขั้นตอน!    

โน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงจาก MSI มาพร้อมหน่วยประมวลผล Intel® Core Ultra Series 2 และ AMD Ryzen™ AI 300 / Ryzen 9000 เพื่อการเล่นเกมและประสิทธิภาพ AI ในระดับที่ยอดเยี่ยมที่สุด

MSI โน้ตบุ๊กในรุ่นระดับไฮ-เอนด์จะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel® Core Ultra 200HX และ 200H ซึ่งมาพร้อมกับการออกแบบแกนประมวลผลสูงสุดถึง 24 คอร์ และมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล NPU AI ที่อยู่ภายใน ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดย MSI ยังนำเสนอกลุ่มโน้ตบุ๊กที่ใช้หน่วยประมวลผลจาก AMD โดยใช้หน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ 9000 HX ซีรีส์ รวมถึง Ryzen™ 9955HX3D ซึ่งมอบความได้เปรียบให้กับผู้เล่นเกมและประสบการณ์การเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่จาก AMD ยังมีหน่วยประมวลผล Ryzen™ AI 300 Series ซึ่งมี NPU รุ่นใหม่ที่ให้กำลังประมวลผลสูงสุดถึง 50 TOPS พร้อมความสามารถในการประมวลผล AI ขั้นสูง ด้วยประสิทธิภาพอันล้ำสมัย หน่วยประมวลผลเหล่านี้จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มุ่งเน้นการใช้งานที่ต้องการประสิทธิระดับสูง

นวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวงการเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและประสบการณ์ผู้ใช้ที่เหนือยิ่งกว่า

MSI ได้เปิดตัวการออกแบบระบายความร้อนรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมกับท่อระบายความร้อนสำหรับ SSD ที่เป็นนวัตกรรมเฉพาะจาก MSI ซึ่งระบบระบายความร้อนนี้จะช่วยลดอุณหภูมิสูงสุดของ PCIe Gen 5 SSDs ได้ถึง 10°C เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจในประสิทธิภาพที่มีความเสถียร การใช้งานด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง และการถ่ายโอนข้อมูลที่มีความเสถียรสูงแม้ภายใต้การใช้งานที่หนักหน่วง นอกจากนี้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูล ทาง MSI ยังได้นำเสนอ Super RAID 5 ซึ่งเป็นการผสานรวมระหว่าง SSD Gen5 และ Gen4 เพื่อให้ได้ความเร็วในการอ่านสูงสุดถึง 18,000MB/sทำให้มั่นใจได้ถึงการเข้าถึงข้อมูลที่ราบรื่นและเวลาการโหลดที่รวดเร็วทันใจสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

MSI ยังได้ประกาศนวัตกรรม AI ล่าสุด นั่นคือ MSI AI Robot ซึ่งพัฒนาร่วมกับทาง NVIDIA โดยตัวช่วย AI อันล้ำสมัยนี้ได้รวมโมเดลภาษาขนาดเล็กที่ติดตั้งภายในเครื่องโดยตรงเข้ากับระบบ ด้วย MSI AI Robot ผู้ใช้สามารถควบคุมโน้ตบุ๊กของตนผ่านคำสั่งด้วยภาษาธรรมชาติได้ แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งช่วยให้การตั้งค่าและการจัดการโน้ตบุ๊กเป็นไปในลักษณะที่เป็นธรรมชาติและสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การผสานรวมกับ AI Noise Cancellation Pro และ AI Engine ทำให้ชุด AI ครบวงจรของ MSI นี้ สามารถช่วยยกระดับฟังก์ชันการใช้งานของโน้ตบุ๊กให้ชาญฉลาดขึ้น ใช้งานได้ง่ายขึ้น และควบคุมได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น

 Titan 18 HX Dragon Edition Norse Myth: พลังแห่งมังกรที่จะช่วยให้คุณครองทุกสนามรบ

MSI เปิดตัว Titan 18 HX Dragon Edition Norse Myth รุ่นลิมิเต็ด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความแข็งแกร่งของตำนานนอร์ส ด้วยการออกแบบใหม่ที่โดดเด่น พร้อมลวดลายมังกรที่วาดด้วยมือและลวดลายรูนส์สไตล์นอร์ดิกที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างศิลปะและประสิทธิภาพที่ล้ำสมัย ลวดลายมังกร 3 มิติและสัญลักษณ์มังกรบริเวณที่พักมือที่ได้รับการวาดด้วยมืออย่างปราณีต ผสมผสานองค์ประกอบจากตำนานนอร์ส เช่น อาณาจักรทั้งเก้าและสัญลักษณ์รูน เพื่อให้ได้ผิวโลหะที่เงางาม สัมผัสที่ละเอียด และการตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคที่ไร้ที่ติ

 Titan / Raider / Vector / Stealth Series: ขุมพลังแห่งใหม่ในโลกอนาคตแห่งการเล่นเกม

MSI ได้อัปเกรดประสิทธิภาพและการออกแบบในโน้ตบุ๊กกลุ่มไฮ-เอนด์ ที่รวมถึง Titan, Raider, Vector และ Stealth Series ซึ่งตอนนี้มีตัวเลือกขนาดหน้าจอ 18 นิ้วเพิ่มเข้ามา เพื่อมอบประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและประสบการณ์การใช้งานที่สมจริงยิ่งขึ้น โน้ตบุ๊กเหล่านี้มาพร้อมกับกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX 5090 Laptop GPU ที่ให้ประสิทธิภาพระดับเดสก์ท็อป พร้อมด้วยความสามารถ AI ขั้นสูง สำหรับการประมวลผลที่รวดเร็วและแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยี OverBoost Ultra ของ MSI ซีรีส์ Titan สามารถมอบพลังงานรวมสูงสุดถึง 270W ในขณะที่ซีรีส์ Raider และ Vector จะมีพลังงานสูงสุดที่ 260W ซึ่งช่วยให้สามารถรองรับงานที่หนักหน่วงได้อย่างไม่มีสะดุด นอกจากนี้ โน้ตบุ๊กเหล่านี้ยังรองรับ Thunderbolt 5 และหน่วยความจำ DDR5-6400 ซึ่งรับประกันประสิทธิภาพที่สูงสุด การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และการทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันได้อย่างราบรื่นสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการพลังการประมวลผลขั้นสูง

ในส่วนซีรีส์ Stealth มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ AI 300 Series พร้อมการรับรอง Copilot+ PC ซึ่งมอบประสิทธิภาพล้ำสมัยที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะ ตัวเครื่องของซีรีส์ Stealth นั้นถูกสร้างจากวัสดุแมกนีเซียม-อลูมิเนียม (Mg-Al alloy) ที่มีความบางเบาและทนทาน ซึ่ง Stealth 18 ถือเป็นโน้ตบุ๊กขนาด 18 นิ้วที่เบาที่สุดในตลาดในตอนนี้ นอกจากนี้ MSI ยังได้อัปเกรดซีรีส์ Crosshair และ Pulse ซึ่งตอนนี้มาพร้อมกับกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX 5070 Laptop GPU รุ่นล่าสุด ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลายซึ่งสามารถมอบประสิทธิภาพที่ทรงพลังให้กับผู้ใช้งานที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน

Venture / VenturePro: กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แข็งแกร่งและทรงพลังสำหรับธุรกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น MSI จึงได้เปิดตัวกลุ่มโน้ตบุ๊กสำหรับงานธุรกิจและการทำงานรุ่นใหม่ – Venture/VenturePro Series ซึ่งเป็นกลุ่มโน้ตบุ๊กที่มีความเรียบหรูและทนทาน มีตัวเลือกขนาดที่หลากหลาย โดยมีขนาดตั้งแต่ 14″ ถึง 17″ ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานสำหรับธุรกิจ พนักงานออฟฟิศ ผู้ใช้งานทั่วไป และเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ โดยซีรีส์ VenturePro จะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลที่ทรงพลังและกราฟิกการ์ดจาก NVIDIA ที่มีการแสดงผลกราฟิกระดับสูง

และด้วยการออกแบบระบบระบายความร้อนที่เหนือชั้น โน้ตบุ๊กเหล่านี้จึงสามารถมอบประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและมีความเสถียรยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาระดับความร้อนและเสียงรบกวนที่อยู่ในระดับต่ำ มอบประสิทธิภาพระดับสูงที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการงานสร้างสรรค์ที่ไม่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถทำโปรเจ็กต์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โน้ตบุ๊กเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่มีความน่าเชื่อถือในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานรวมถึงมีความทนทานและสะดวกสบายในการพกพาขั้นสูง

นอกจากนี้ ซีรีส์ VenturePro ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์การเพิ่มพลังงานของแบตเตอรี่ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีก 4-5 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

โดยทั้งหมดนี้ จะถูกจัดแสดงในงาน CES 2025 อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงวงการไปตลอดกาลจากทาง MSI วันที่: 7 – 10 มกราคม 2568 ที่ : Veronese 2403, Level 2, Halls A-D, Venetian Expo

‘บางกอกเทลลิ้ง’มอบความสุขวันเด็ก ประจำปี 2568 ให้กับน้องๆ บ้านราชาวดี (หญิง) ปากเกร็ด

'บางกอกเทลลิ้ง'มอบความสุขวันเด็ก ประจำปี 2568 ให้กับน้องๆ บ้านราชาวดี (หญิง) ปากเกร็ด

‘บางกอกเทลลิ้ง’มอบความสุขวันเด็ก ประจำปี 2568 ให้กับน้องๆ บ้านราชาวดี (หญิง) ปากเกร็ด

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.00 น.

คุณณัฎฐ์กฤศ์ ศศิอานนท์ และ คุณวีรสุรางค์ ศศิอานนท์ กรรมการบริหาร Infinite ผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MVNO) บริษัท บางกอกเทลลิ้ง จำกัด นำทีมงานมอบความสุขวันเด็กประจำปี 2568 ให้กับน้องๆ บ้านราชาวดี (หญิง) อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยนำดนตรี โจโจ้ โดมิแนนซ์ และ ตลกโบโซ่ ไปมอบความสุขด้วยเสียงเพลง และกิจกรรมต่างๆ อย่างสนุกสนาน พร้อมแจกขนม ของเล่น ตุ๊กตา ลูกโป่ง และเครื่องเขียน ปิดท้ายด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรืออร่อยๆ ให้น้องๆ ได้อิ่มหนำสำราญกันอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้มอบแพมเพิร์ท และของใช้จำเป็นให้กับน้องๆ โดยมี นายสายัณห์ ปัญญาวุฒิ นักพัฒนาสังคมชำนาญการ เป็นผู้รับมอบ และพิเศษสุด!!! บริษัท บางกอกเทลลิ้ง จำกัด ยังใจดีขยายเวลาการลงทะเบียนรับซิมฟรี!! สำหรับผู้พิการ โดยสิทธิการรับซิมฟรี จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้คือ จะต้องเป็นบุคคลผู้ถือบัตรประจำตัวคนพิการ (ที่ยังไม่หมดอายุ) และเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะขยายเวลาลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 โดยใครลงทะเบียนก่อนมีสิทธิ์ก่อน! ส่วนวิธีลงทะเบียนง่ายๆ คือ สแกน QR Code (ในภาพประชาสัมพันธ์) หรือเข้าสู่ระบบลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ sim-disabled.nbtc.go.th จากนั้น ซิมจะถูกจัดส่งฟรีถึงบ้านในรูปแบบซิมใหม่เบอร์ใหม่ ทั้งนี้หากท่านใดต้องการใช้เบอร์เดิม สามารถทำการย้ายค่ายได้ โดยกด 151 เลขบัตรประชาชน# แล้วกดโทรออก ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: สำนักงาน กสทช. โทร.1200 (โทรฟรี) หรือ สายด่วน พม. โทร.1300 หรือติดต่อผ่าน Line ID: @netfree_infinite

‘คิง เพาเวอร์’สร้างฝันสร้างพลังให้เยาวชนไทย ปั้นนักกีฬา – โค้ชมืออาชีพเข้าสู่วงการฟุตบอล

'คิง เพาเวอร์'สร้างฝันสร้างพลังให้เยาวชนไทย ปั้นนักกีฬา – โค้ชมืออาชีพเข้าสู่วงการฟุตบอล

‘คิง เพาเวอร์’สร้างฝันสร้างพลังให้เยาวชนไทย ปั้นนักกีฬา – โค้ชมืออาชีพเข้าสู่วงการฟุตบอล

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.47 น.

คนไทยทุกคนมีความฝัน แต่การที่ฝันนั้นจะไปได้ไกลเพียงใด การได้รับแรงสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วย “เสริม” และ “สร้าง” โอกาสแห่งความเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นนั้น ก็นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการส่งเสริมศักยภาพคนไทยให้ก้าวไกลในด้านกีฬา คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย จึงดำเนิน 2 โครงการภายใต้แนวคิด THE POWER OF POSSIBILITIES” ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้ กับ โครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย” ส่งมอบลูกฟุตบอล 1,000,000 ลูก ให้ถึงมือเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ และ โครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” มอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล ขนาด 7 คนเล่น จำนวน 100 สนามฯ ทั่วประเทศ ซึ่งทั้งสองโครงการกำลังทะยานสู่เป้าหมายใกล้ครบ “ล้านลูก” และ “ 100 สนามฯ” ในปี 2568

สานความฝัน สร้างโอกาสให้เด็กไทย ในโครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย”

ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมา (2560 – 2567) ในทุก ๆ ปี ขบวนคาราวานแห่งความสุข ภายใต้ โครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย” จะเดินสายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขึ้นเหนือล่องใต้ไม่ว่าจะเป็นถิ่นทุรกันดารแค่ไหน ก็จะบุกบั่นเข้าไปเพื่อส่งมอบลูกฟุตบอลให้ถึงมือน้อง ๆ เพราะเชื่อว่าการที่เด็ก ๆ ได้มีลูกฟุตบอลเป็นของตัวเองนั้น เป็นสิ่งดีที่จะได้ฝึกฝนทักษะ สร้างแรงจูงใจในการเล่นฟุตบอล เติมเต็มความฝัน ไม่เพียงเท่านี้ลูกฟุตบอลยังถูกส่งผ่าน กิจกรรมในงาน “วันเด็กแห่งชาติ” ตามสถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศเป็นประจำทุกปี กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เด็ก ๆ เฝ้ารอคอยและอยากไปตามสถานที่ ที่ คิง เพาเวอร์ ไปร่วมแจกลูกฟุตบอล รวมถึงผ่าน Thai Power Team พนักงานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ใน กิจกรรม “สะพานบอล” ซึ่งบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานได้นำเสนอสถานที่ในการมอบลูกฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ชุมชน สถานที่เลี้ยงเด็ก ฯลฯ และนำไปมอบให้ตามพื้นที่ที่พนักงานตั้งใจ จนถึงปัจจุบัน คิง เพาเวอร์ ได้มอบลูกฟุตบอลไปแล้วกว่า 9 แสนลูก

สนามฟุตบอลที่สร้างพลังและแรงบันดาลใจสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ

โครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย เป็นโครงการที่จัดสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล 100 สนาม ให้กับโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้เยาวชนและคนไทยได้มีสนามฟุตบอลหญ้าเทียมระดับมาตราฐานสากลไว้ฝึกซ้อม และส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ที่รักฟุตบอลได้พัฒนาทักษะตัวเอง ต่อยอดความฝันเพื่อมุ่งสู่การเป็นนักเตะมืออาชีพในอนาคต ปัจจุบัน คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ได้ส่งมอบสนามฟุตบอลไปทั่วประเทศจนใกล้ครบเป้าหมาย 100 สนามฯ แล้ว ซึ่งสนามฟุตบอลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามเพื่อการฝึกซ้อมหรือแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของโอกาสและความเป็นไปได้ เป็นแรงบันดาลใจที่ช่วยสานฝันให้หลายต่อหลายคนได้ประสบความสำเร็จในชีวิต เยาวชนได้เข้าอะคาเดมี จากนักการ
ภารโรงสู่การเป็นโค้ชฟุตบอลอาชีพ และหลายคนได้ก้าวไปสู่การเป็นนักเตะอาชีพ

สนามฟุตบอล คิง เพาเวอร์ พื้นที่แห่งโอกาสและความเป็นไปได้

นายธีรพงษ์ อรมัย อดีตนักการภารโรง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลกรับใหญ่ จังหวัดราชบุรี ที่ผันตัวไปเป็นโค้ชฟุตบอลอาชีพ เล่าว่า ชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เห็นเด็กนักเรียนชอบเล่นฟุตบอล จึงขอผู้อำนวยการโรงเรียนสอนฟุตบอลให้นักเรียน ไม่คิดว่าจะได้ จึงเป็นที่มาของการไปอบรม License ของโค้ช ประกอบกับวันหนึ่งไปเห็นสนามฟุตบอลสีฟ้าของ คิง เพาเวอร์ จึงไปสอบถามว่าได้มาอย่างไร และทำหนังสือขอไปบ้างตามประกาศรับสมัครคัดเลือกของทาง คิง เพาเวอร์ ในที่สุดก็ได้รับคัดเลือก รู้สึกเหมือนฝันมาก ได้สนามดี ๆ มาให้เด็ก ๆ ได้ฝึกซ้อม ปัจจุบันเป็นโค้ชผู้ช่วยของทาง FA Thailand ทำหน้าที่เฟ้นหานักเตะดาวรุ่งเพื่อเป็นทีมชาติ ทุกวันนี้เรามีเด็กอยู่ในฐานข้อมูลทีมชาติแล้ว 7 คน

นายซูเฟียน ดอเล๊าะ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี จากโรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา จังหวัดปัตตานี นักฟุตบอลทีมชาติ U17 และ
นักเตะอาชีพในสโมสรฟุตบอลยะลา (FC YALA) ในไทยลีก 3 บอกว่า ชอบเตะบอลมาตั้งแต่เด็กซึ่งคุณพ่อกับคุณปู่ก็ชอบเล่นฟุตบอลเหมือนกัน ฟุตบอลเปรียบเสมือนกับอวัยวะในร่างกายชนิดหนึ่ง รู้สึกว่ามีความสุขมากที่ได้สัมผัสบอล โชคดีที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนเขียนโครงการไปสมัครตามที่ คิง เพาเวอร์ ประกาศ และได้รับคัดเลือกจนได้สนามฟุตบอลหญ้าเทียมมา สนามนิ่มกว่าสนามอื่น ช่วยลดอาการบาดเจ็บ สนามเรียบได้ซ้อมเทคนิคแทคติกต่าง ๆ ดีขึ้น ตนใช้สนามฟุตบอลฯ นี้ฝึกซ้อม มา 5 ปีแล้ว ทำให้ทักษะการเตะบอลพัฒนาโดดเด่นจนติดทีมชาติไทยชุด U 17 และเป็นนักเตะอาชีพที่ FC YALA ทุกวันหลังเลิกเรียนต้องเดินทางข้ามจังหวัดจากปัตตานีไปยะลาเพื่อฝึกซ้อม สำหรับตนภูมิใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้รับโอกาสแบบนี้ แม้ว่าจะเหนื่อยแต่การได้ร่วมกับสโมสรฯ ถือเป็นเวทีใหญ่สำหรับ
เด็กบ้าน ๆ คนหนึ่งที่จะได้เข้าไปเล่นฟุตบอลในไทยลีก 3 ซึ่งมันยากมากแต่ตนก็มีโอกาสไปจุดนั้น และยังได้เงินเดือนมาช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ด้วย

นายเลิศฤทธิ์ เรือนละหงษ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคม จังหวัดแพร่ กล่าวว่า จากโรงเรียนที่กำลังจะถูกยุบ เพราะเหลือนักเรียนเพียง 45 คน ตนจึงคิดหาวิธีต่อลมหายให้โรงเรียนว่าอะไรบ้างที่จะดึงนักเรียนให้เข้ามาเยอะ ๆ ฟุตบอลคือคำตอบ ตนจึงเดินหน้าหานักเรียนที่สนใจฟุตบอลมาตั้งทีม ติดต่อกับสโมสรฟุตบอลแพร่ ยูไนเต็ด สร้างอะคาเดมีกินนอน และเริ่มส่งทีมเข้าแข่งขันในรายการต่าง ๆ จนมีชื่อเสียง ก่อนเขียนโครงการขอสนามฟุตบอลจาก คิง เพาเวอร์ จนมีนักเรียนกว่า 200 คน เรียกได้ว่าห่างไกลจากการถูกยุบแบบยั่งยืนเพราะฟุตบอล หลังได้สนามฟุตบอล พัฒนาการทักษะฟุตบอลของนักกีฬาก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนได้เป็นแชมป์กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ปี 2567 (ราชบุรีเกมส์) ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ เหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้กับท่าข้ามวิทยาคม เหมือนเครื่องช่วยหายใจ ทำให้
ท่าข้ามฯ สามารถเดินหน้าต่อไปในการพัฒนาเยาวชนของประเทศไทย ต้องขอบคุณ คิง เพาเวอร์ แทนน้อง ๆ ตัวเล็ก ๆ ที่ได้ให้สิ่งที่เราต้องการและมองเห็นว่าสิ่งนี้สามารถพัฒนาเยาวชนได้ต่อเนื่อง ยั่งยืน และยาวนาน

พระปลัดศิวนัฐ เมธีปชฺโชโต ผู้ริเริ่มก่อตั้งสโมสรฟุตบอลธรรมสาธิต ยูไนเต็ด จากโรงเรียนธรรมสาธิตศึกษา จังหวัดลำพูน เล่าว่า จุดเริ่มทุกอย่างมาจากความตั้งใจที่จะกล่อมเกลาเด็กวัดให้ได้ดีด้วยกีฬาฟุตบอล จึงสมัครขอรับสนามฟุตบอลจาก คิง เพาเวอร์ ประกอบกับเรามีโค้ชที่รวมกลุ่มเด็ก ๆ มาช่วยส่งเสริมทักษะด้านกีฬา ให้พวกเขาได้พัฒนาและต่อยอด จากความหมั่นเพียรฝึกซ้อมทำให้เรามีนักกีฬาที่เติบโตในสายอาชีพนี้หลายคนด้วยกัน เช่น ธีรพงศ์ เสรี นักเตะสังกัด JINNAPHAT FC เป็นนักกีฬาฟุตบอลเดินสายที่โด่งดังเป็นที่รู้จักในโซนภาคเหนือ, โค้ชปุริมปรัชญ์ สิงห์ใจ จากผู้ช่วยผู้ฝึกสอนสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด อาคาเดมี รุ่น U14 สู่การเป็นโค้ชรุ่นเยาวชนของสโมสร พระอาจารย์กล้าพูดได้เต็มปากว่า คิง เพาเวอร์ เป็นผู้ให้จริง ๆ ทำให้เราได้มีสนามหญ้าเทียมดี ๆ ให้เด็กใช้ วันที่สนามสร้างเสร็จได้เห็นเด็ก ๆ เข้าไปเล่นในสนาม พระอาจารย์ยืนน้ำตาซึมดีใจว่าสิ่งที่เป็นความฝันกลายเป็นจริงแล้ว

ความฝันและความหวังของเยาวชนไทย ถูกเติมเต็มมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า “ฟุตบอล” สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง และสร้างความ “เป็น ไป ได้” ให้เกิดขึ้น ซึ่งในปี 2568 ที่กำลังจะถึงนี้ โครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย” และ โครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” กำลังจะก้าวสู่เป้าหมายครบ “ล้านลูก” และ
“100 สนามฯ” แล้ว สำหรับโรงเรียนและชุมชนที่สนใจสมัครขอรับการสนับสนุนสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล 3 สนามฯ สุดท้ายมุ่งสู่ 100 สนามฯ  อย่ารอช้า เพราะตอนนี้เปิดรับสมัครแล้วที่ https://100football.kingpowerthaipower.com/  ตั้งแต่วันนี้ – 21 กุมภาพันธ์ 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : King Power Thai Power พลังคนไทย

เชิญฉลองตรุษจีนปีมะเส็ง โรงแรมดิเอมเมอรัลด์

เชิญฉลองตรุษจีนปีมะเส็ง โรงแรมดิเอมเมอรัลด์

เชิญฉลองตรุษจีนปีมะเส็ง โรงแรมดิเอมเมอรัลด์

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.21 น.

ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญฉลองเทศกาลตรุษจีนปีมะเส็ง วันที่ 29 มกราคม 2568 ด้วยอาหารมงคลชุดใหญ่ “มั่งมีตลอดไป” และ “ร่ำรวยเงินทอง” หรือชุดเล็ก “สมบูรณ์พูนสุข” และ “อยู่เย็นเป็นสุข” ซึ่งเชฟจีนผู้มากประสบการณ์ได้คัดสรรอาหารที่มีความหมายเป็นสิริมงคลมาบริการ เริ่มต้นพียงชุดละ 6,999 บาท++  สำหรับ 5 ท่าน และ 10,999 บาท++ สำหรับ 10 ท่านหรือจะเลือกเมนูตามสั่งเช่น “หยี่ซัง-สลัดปลานำโชค” ซุปลิ้นหมูรากบัว (เงินทองไหลมา) สเต็กเป๋าฮื้อ (มั่งคั่ง ร่ำรวย) เริ่มต้นเพียงที่ละ 399 บาท++ นอกจากนี้ยังมีเมนูติ่มซำบริการเฉพาะมื้อกลางวัน

ของกำนัลสุดพิเศษ!! เพลิดเพลินกับ “แป๊ะยิ้ม” ที่จะมาทักทายอวยพร มอบรอยยิ้มให้ทุกครอบครัวระหว่างเวลา 12.00 – 14.30 น. ในวันขึ้นปีใหม่จีนทุกโต๊ะจะได้รับ  “วุ้นหอมหมื่นลี้” เพื่อสุขภาพจากชาดอกหอมหมื่นลี้ และรับสิทธิ์จับซองอั่งเปา (เมื่อใช้จ่าย 2,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ) เพื่อรับคูปองเมนูพิเศษสำหรับใช้บริการในครั้งถัดไป ฟรีหรือ คูปองเครื่องดื่มซึ่งรับได้ทันทีที่บูธ Schweppes หน้าห้องอาหาร

มื้อกลางวันเปิดบริการเวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 – 22.00 น. ตั้งอยู่ชั้น 2 มีห้องส่วนตัวจำนวน 12 ห้อง เพื่อความสะดวกสบายตามความต้องการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทร.0-2276-4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ http://www.facebook.com/yoktheemerald

อย่ามองข้าม ‘ต่อมลูกหมากโต’ แพทย์ชี้ผู้ชายอายุเกิน 60 เสี่ยงเกินครึ่ง

อย่ามองข้าม ‘ต่อมลูกหมากโต’ แพทย์ชี้ผู้ชายอายุเกิน 60 เสี่ยงเกินครึ่ง

อย่ามองข้าม ‘ต่อมลูกหมากโต’ แพทย์ชี้ผู้ชายอายุเกิน 60 เสี่ยงเกินครึ่ง

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.25 น.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้น ร่างกายและอวัยวะภายในก็เริ่มเสื่อมถอย โรคและอาการต่างๆ ที่ไม่เคยเป็นตอนยังหนุ่มยังสาว ก็เริ่มปรากฏขึ้นและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับผู้ชายหลายๆ คนแล้ว “ต่อมลูกหมาก”อวัยวะที่มีบทบาทสำคัญในระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะ ก็มีการเสื่อมสภาพลงเช่นกัน ด้วยอายุที่มากขึ้น ต่อมลูกหมากอาจมีการขยายตัวจนมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ซึ่งนำไปสู่อาการผิดปกติในระบบปัสสาวะ เช่น การปัสสาวะไม่ออกหรือกลั้นไม่ได้ โดยภาวะนี้สามารถเกิดได้ในผู้ชายสูงอายุมากกว่าครึ่ง

นายแพทย์วิชญะ ปริพัฒนานนท์ ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินปัสสาวะ ศูนย์ระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostate Hyperplasia) เป็นภาวะที่ส่งผลต่อผู้ชายสูงอายุเป็นหลัก แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงจะยังไม่แน่ชัด แต่ภาวะที่ต่อมขยายใหญ่ขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับอายุที่มากขึ้นอย่างชัดเจน ต่อมลูกหมากมีขนาดประมาณลูกวอลนัทอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะ มีท่อปัสสาวะไหลผ่านตรงกลาง

นพ.วิชญะ ปริพัฒนานนท์

“การขยายตัวของต่อมลูกหมากจะเริ่มพบในผู้ชายที่อายุประมาณ 50-55 ปี ส่วนชายวัย 60 ขึ้นไปจะพบอาการที่เข้าข่ายมากกว่าครึ่ง และเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 70 ปี ผู้ชายมากถึง 80% จะมีอาการเข้าข่าย ซึ่งการหมั่นสังเกตอาการนั้นสำคัญมากสำหรับการรักษาที่ทันท่วงที”

การขยายตัวของต่อมลูกหมากส่งผลให้การปัสสาวะผิดปกติ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มการถ่ายปัสสาวะผิดปกติ (Voiding Symptom) เช่น ปัสสาวะไม่พุ่ง ติดขัด ไม่สุด ไม่ออก หรือต้องเบ่งเยอะ ส่วนกลุ่มที่ 2.คือกลุ่มการเก็บกักปัสสาวะผิดปกติ (Storage Symptom) เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปวดแล้วต้องปัสสาวะทันที หรือปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยๆ แม้ว่าโรคต่อมลูกหมากโตอาจไม่อันตรายร้ายแรง แต่ก็บั่นทอนคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก และหากไม่รีบรักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น เช่น การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะไตเสื่อมจากความดันในกระเพาะปัสสาวะสูงเกินไป เป็นต้น ซึ่งการรักษาอาจซับซ้อน ยืดเยื้อและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ในที่สุด

ปัจจุบัน การรักษาโรคต่อมลูกหมากโต แบ่งออกเป็นสองวิธี คือการใช้ยาและการผ่าตัด โดยเบื้องต้นแพทย์จะรักษาด้วยการใช้ยาร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อบรรเทาอาการ ตัวยาเหล่านี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ ยากลุ่มคลายกล้ามเนื้อบริเวณต่อมลูกหมาก (Alpha-blockers) ออกฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อในต่อมลูกหมากและคอกระเพาะปัสสาวะให้ผ่อนคลาย ช่วยให้ปัสสาวะได้ง่ายขึ้น แต่อาจมีผลข้างเคียงอย่าง อาการวิงเวียนศีรษะและหน้ามืดในตัวยารุ่นเก่า ส่วนตัวยารุ่นใหม่ๆ จะออกฤทธิ์ได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งช่วยลดอาการวิงเวียน แต่ข้อควรระวัง คือ อาจทำให้น้ำอสุจิออกมาน้อยลงได้ ส่วนยากลุ่มที่สองคือ กลุ่มลดขนาดต่อมลูกหมาก (5ARI: 5alpha Reductase Inhibitor) ที่ช่วยลดขนาดของต่อมลูกหมากลงประมาณ 30% ด้วยการยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชายในต่อมลูกหมาก ยาจะออกฤทธิ์เต็มที่ในเวลา 6 เดือน และจะทำให้ค่าแอนติเจนที่จำเพาะต่อต่อมลูกหมาก (PSA)ลดลง 50% ตัวยาจะมีผลข้างเคียง อาจลดอารมณ์ทางเพศได้ ยากลุ่มนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่มีขนาดต่อมลูกหมากโตมากกว่า 30 มล. เพราะอาจไม่ได้ผลดีในผู้ที่มีต่อมลูกหมากที่โตไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม หากใช้ยาแล้วไม่ได้ผลหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อซ้ำ ปัสสาวะไม่ออกต้องใช้สายสวน หรือมีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดต่อมลูกหมาก ซึ่งวิธีการผ่าตัดที่พบบ่อยและให้ผลลัพธ์ที่ดี คือการส่องกล้องทางท่อปัสสาวะ เพราะแผลผ่าตัดเล็กและใช้เวลาพักฟื้นสั้น โดยเป็นการเอาเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออกบางส่วน ช่วยบรรเทาอาการปัสสาวะลำบากได้ถึง 10-15 ปี โดยไม่ต้องใช้ยาต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีวิธีการผ่าตัดต่อมลูกหมากโตอีกหลายวิธี ทั้งการใช้เลเซอร์ (HoLEP -Holmium Laser Enucleation of Prostate) ไอน้ำ (Rezum) และไฟฟ้า (TURP -Transurethral Resection of Prostate) โดยการผ่าตัดต่อมลูกหมากไม่ได้กำจัดต่อมออกไปทั้งหมด แต่เป็นการผ่าออกบางส่วนเพื่อให้ปัสสาวะได้คล่อง แต่ยังรักษาสมรรถภาพทางเพศและการกลั้นปัสสาวะให้ยังดีเหมือนเดิม

“ผู้ชายหลายๆ คนไม่ทราบว่า ต่อมลูกหมากโตเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับชายสูงวัยเกือบทุกคน ยิ่งถ้าเข้าเลข 7 แล้วพบอาการนี้ได้ถึง 80% ด้วยกัน หากมีอาการตามที่กล่าวไว้ ควรเข้ามาพบแพทย์ เพราะถ้าปล่อยไว้โดยไม่ทำการรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นสังเกตตัวเองและรับการตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที ด้วยอายุที่มากขึ้น การเสื่อมถอยของร่างกายเป็นเรื่องปกติที่ต้องยอมรับและเข้าใจ แต่เราสามารถรู้เท่าทันความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย พร้อมปรึกษาแพทย์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อดูแลร่างกายและรักษาสุขภาพให้อยู่กับเราไปนานๆ ได้” นายแพทย์วิชญะ กล่าวสรุป

ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาหรือพบแพทย์เพื่อรักษาภาวะต่อมลูกหมากโต ได้ที่ศูนย์ศัลยกรรม (ระบบทางเดินปัสสาวะ) ชั้น 4 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน หรือโทรศัพท์นัดหมาย 02-0790040 เวลา 08.00-20.00 น.

เครียดจริงหรือแค่คิดไปเอง? เช็คระดับความเครียดของคุณใน 5 นาที

เครียดจริงหรือแค่คิดไปเอง? เช็คระดับความเครียดของคุณใน 5 นาที

เครียดจริงหรือแค่คิดไปเอง? เช็คระดับความเครียดของคุณใน 5 นาที

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

ในยุคที่เราต้องเผชิญกับภาระหน้าที่มากมาย ทั้งการทำงานการเรียนและความคาดหวังจากสังคม บางครั้งความเครียดอาจแทรกซึมเข้ามาโดยที่เราไม่ทันได้สังเกต แต่การที่เราจะรู้ว่าเราเครียดมากแค่ไหนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความเครียดสะสมอาจส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจได้

ทำไมต้องเช็คความเครียด?

ความเครียดไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์หรือความรู้สึกเหนื่อยล้าเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจ เช่น อาการปวดหัว นอนไม่หลับ ปัญหาทางเดินอาหาร หรือแม้กระทั่งความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากปล่อยให้ความเครียดสะสมเรื้อรัง อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือแม้กระทั่งภาวะซึมเศร้า

เครียดมากไปมั้ย? มาทดสอบกัน!

หนึ่งในวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้เรารู้ถึงระดับความเครียดของตัวเองคือการทำแบบทดสอบที่ออกแบบมาเพื่อวัดความเครียดโดยเฉพาะ แบบทดสอบนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของระดับความเครียดที่คุณกำลังเผชิญอยู่ และอาจช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ หรือไม่

มาทำแบบทดสอบความเครียดกันเถอะ https://bangkokmentalhealthhospital.com/th/quizzes/perceived-stress-scale/

การรับมือกับความเครียด หากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าคุณมีความเครียดสูง การหาวิธีรับมือกับมันจึงเป็นเรื่องสำคัญ นี่คือบางวิธีที่คุณสามารถลองทำได้

การออกกำลังกาย – การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดและช่วยให้จิตใจสงบลงได้

การหายใจลึกๆ – การฝึกหายใจให้ลึกและช้าเป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจคลายเครียด

การนั่งสมาธิ – การฝึกสมาธิหรือการทำ mindfulness ช่วยให้คุณอยู่กับปัจจุบันและลดความวิตกกังวล

การพักผ่อนอย่างเพียงพอ -การนอนหลับที่ดีสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากความเครียดได้

การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ -การแบ่งปันความรู้สึกสามารถช่วยบรรเทาความเครียดได้

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือเผชิญกับสถานการณ์ใด ความเครียดเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน สิ่งที่สำคัญคือการรู้ตัวและรู้จักวิธีจัดการกับมันอย่างเหมาะสม หากคุณรู้สึกว่าเครียดเกินไป ลองทำแบบทดสอบความเครียดเพื่อวัดระดับและรับคำแนะนำที่เหมาะสมในการดูแลตัวเอง

อย่าลืมว่า การดูแลสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และคุณสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้!

‘ไอกรน’ โรคร้ายที่อาจทำให้เด็กอ่อนแอและเสี่ยงต่อชีวิต

‘ไอกรน’ โรคร้ายที่อาจทำให้เด็กอ่อนแอและเสี่ยงต่อชีวิต

‘ไอกรน’ โรคร้ายที่อาจทำให้เด็กอ่อนแอและเสี่ยงต่อชีวิต

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.05 น.

หลายคนอาจมองข้ามอาการไอที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นสัญญาณของ“โรคไอกรน” ที่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในเด็ก เพราะระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่แข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีทำให้เด็กเล็กมีโอกาสป่วยหนักและเสียชีวิตได้สูงกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

แพทย์หญิงอิศราณี วารีสุนทรกุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ไอกรน (Pertussis) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากแบคทีเรีย Bordetella pertussis ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยจากการไอหรือจามของผู้ติดเชื้อ โรคนี้จะมีความรุนแรงในเด็กทารกและเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดบวม อาการชัก หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตได้

ปัจจุบันโรคไอกรนได้กลับมาระบาดอีกครั้งในหลายประเทศ แม้ว่าการฉีดวัคซีนจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่มีการใช้วัคซีน แต่รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าในปี 2023 ทั่วโลกมีรายงานผู้ป่วยโรคไอกรนกว่า 150,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำหรือไม่มีการเข้าถึงวัคซีนอย่างเพียงพอ เช่น ในสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยไอกรนกว่า 15,000 รายต่อปีซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนประเทศไทย พบผู้ป่วยไอกรนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน

อาการของโรคไอกรนแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้ 1.ระยะเริ่มแรก (Catarrhal Stage) มีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ต่ำ น้ำมูกไหล และไอเล็กน้อย จะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ระยะนี้ส่วนใหญ่ยังวินิจฉัยโรคไอกรนไม่ได้ แต่มีข้อสังเกตว่าจะมีอาการไอนานเกิน 10 วัน โดยจะมีลักษณะไอแห้งๆ 2.ระยะไอรุนแรง (Paroxysmal Stage) ระยะนี้มีอาการไอเป็นชุดๆ เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ไม่มีเสมหะจะเริ่มมีลักษณะของไอกรน คือมีอาการไอถี่ๆ ติดกันเป็นชุด 5-10 ครั้งตามด้วยการหายใจเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียง วู๊ป (whoop) อาจมีการไอจนอาเจียนหรือหายใจลำบากโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ระยะนี้มักกินเวลานาน 1-6 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น 3.ระยะฟื้นตัว (Convalescent Stage) อาการไอเริ่มลดลง แต่ยังอาจมีการไอต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานหลายสัปดาห์ เมื่อนับรวมทั้งสามระยะ ในเด็กจะไอโดยเฉลี่ยประมาณ 112 วัน ก็อาจทำให้เกิดภาวะเเทรกซ้อนหลายอย่างในเด็กที่เกิดจากการไอที่รุนเเรงเเละยาวนาน เช่น ซี่โครงร้าว หรือเส้นเลือดในตาเเตก ปวดหลัง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เป็นต้น

โรคไอกรน สามารถรักษาได้ โดยการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าแบคทีเรีย Bordetella pertussis ที่เป็นสาเหตุของโรค ซึ่งยาจะทำงานได้ดีที่สุด ในช่วง 7 วันเเรกที่มีอาการถึงจะได้ผลการรักษาดีที่สุด แต่ในเด็กเล็กบางรายอาจจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเเละต้องให้น้ำเกลือเมื่อมีอาการไอจนกินอะไรไม่ได้ ไอจนอาเจียน และเบื่ออาหารมาก

สำหรับการป้องกันโรคไอกรนที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีน ซึ่งวัคซีนนี้มักรวมอยู่ในวัคซีนรวมป้องกันคอตีบบาดทะยัก-ไอกรน (DTP) โดยมีกำหนดการฉีดในเด็กที่อายุ 2, 4, 6, และ 18 เดือน และกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 4-6 ปี นอกจากนี้ ควรฉีดวัคซีนกระตุ้นในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทุก 10 ปี เพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกัน

พญ.อิศราณี วารีสุนทร