รถไซเบอร์ทรัค ของเทสลา ระเบิดที่โรงแรมทรัมป์ในเวกัส ตาย 1 ศพเจ็บอื้อ

รถไซเบอร์ทรัค ของเทสลา ระเบิดที่โรงแรมทรัมป์ในเวกัส ตาย 1 ศพเจ็บอื้อ

2 ม.ค. 2568 06:25 น.

รถไซเบอร์ทรัค ของเทสลา ระเบิดที่โรงแรมทรัมป์ในเวกัส ตาย 1 ศพเจ็บอื้อ

เกิดเหตุรถไซเบอร์ทรัค ของบริษัท เทสลา ระเบิดไฟลุกที่หน้าโรงแรม ทรัมป์ โฮเทล มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย โดยยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุหรือการโจมตี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจสหรัฐฯ กำลังสืบสวนหาสาเหตุการระเบิดของรถไซเบอร์ทรัค (Cybertruck) ของบริษัทเทสลา ที่หน้าโรงแรม “ทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล โฮเทล” ในนครลาส เวกัส รัฐเนวาดา เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 1 ม.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น จนเกิดไฟลุกไหม้

รถไซเบอร์ทรัค ของเทสลา

ตำรวจระบุว่า รถไซเบอร์ทรัคดังกล่าว มาจอดที่หน้าโรงแรมใกล้กับประตูกระจก ก่อนจะเริ่มมีควันลอยออกมาจากรถ และเกิดการระเบิด ส่งผลให้คนขับรถเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 7 คน โดยทั้งหมดเป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อย

หลังเกิดเหตุ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท เทสลา ก็โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เหตุระเบิดครั้งนี้มีสาเหตุจากดอกไม้ไฟขนาดใหญ่มาก หรือระเบิดที่อยู่ในรถเช่าคันนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวรถ

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้มีสาเหตุจากดอกไม้ไฟหรือระเบิด แต่แหล่งข่าว 2 คนที่ใกล้ชิดกับการสืบสวนบอกกับสำนักข่าว ซีบีเอส นิวส์ ว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบว่า ดอกไม้ไฟคือสาเหตุการระเบิดหรือไม่

ควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาจากหน้าโรงแรม ทรัมป์ โฮเทล

ทั้งนี้ เหตุระเบิดเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 8.40 น. ไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุคนร้ายขับรถพุ่งใส่ฝูงชนที่เมืองนิวออร์ลีนส์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน จนมีผู้เสียชีวิต 10 ศพ บาดเจ็บอีก 35 ราย และต้องสงสัยว่าเป็นเหตุก่อการร้าย เนื่องจากพบธงของกลุ่มไอซิส (ISIS) และเจอวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดแสวงเครื่องหลายลูก

นายเควิน แมคมาฮิลล์ จากสำนักงานตำรวจลาส เวกัส กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในนิวออร์ลีนส์ดี และพวกเขาใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นสำหรับป้องกันเอาไว้ก่อน เพื่อรักษาความปลอดภัยในชุมชน

“มันชัดเจน ทั้งรถไซเบอร์ทรัค ทั้งโรงแรมทรัมป์ โฮเทล มีคำถามมากมายที่เราต้องตอบในขณะที่เราก้าวไปข้างหน้า” นายแมคมาฮิลล์กล่าว และเสริมว่า ตอนนี้ไม่มีภัยคุกคามต่อชุมชนในลาสเวกัสแล้ว

อนึ่ง บริษัท “ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน” ของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นเจ้าของโรงแรม ทรัมป์ โฮเทล 50% ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งเป็นของนาย ฟิล รัฟฟิน นักธุรกิจชาวอเมริกัน โดยโรงแรมแห่งนี้มีทั้งหมด 64 ชั้น มีห้องพัก 1,282 ห้อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกาหลีใต้เตรียมส่งกล่องดำเครื่องบิน เจจู แอร์ ให้สหรัฐฯ วิเคราะห์

เกาหลีใต้เตรียมส่งกล่องดำเครื่องบิน เจจู แอร์ ให้สหรัฐฯ วิเคราะห์

2 ม.ค. 2568 05:47 น.

เกาหลีใต้เตรียมส่งกล่องดำเครื่องบิน เจจู แอร์ ให้สหรัฐฯ วิเคราะห์

เกาหลีใต้เตรียมส่งอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน ของเครื่องบินโดยสารของ เจจู แอร์ ที่ตกเมื่อวันอาทิตย์ เหตุอุปกรณ์เสียหายจนทำเองไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงคมนาคมของเกาหลีใต้เปิดเผยในวันพุธที่ 1 ม.ค. 2568 ว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนของพวกเขาเสร็จสิ้นการดึงข้อมูลจากกล่องดำ ของเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ 7C2216 ของสายการบิน เจจู แอร์ ซึ่งตกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว

กระทรวงคมนาคมระบุว่า ข้อมูลจากอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบิน (CVR) ถูกเปลี่ยนเป็นไฟล์เสียงแล้ว ส่วนอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน (FDR) จะถูกส่งไปวิเคราะห์ที่สหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่สามารถทำได้ เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวได้รับความเสียหายตอนที่เครื่องตก จนช่องเชื่อมต่อสำคัญหายไป

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีใต้จะเข้าร่วมในการวิเคราะห์ข้อมูลในสหรัฐฯ ด้วย โดยพวกเขากำลังหารือกับสำนักงานความปลอดภัยคมนาคมแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐฯ ว่าจะส่งมอบอุปกรณ์เมื่อไร

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา เครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน 7C2216 ของ เจจู แอร์ ซึ่งใช้เครื่องบิน โบอิ้ง 737-800 เช่นกัน ตกที่ท่าอากาศยานนานาชาติมูอัน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 179 ศพ รวมชาวไทย 2 คน รอดชีวิตเพียง 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ระบบล้อของเครื่องบินลำนี้ ล้มเหลวหมดทั้ง 3 ตัว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตกของเครื่องบินลำนี้ และพวกเขาคาดหวังว่า ข้อมูลในกล่องดำจะช่วยให้พวกเขาได้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

ปัจจุบันยังมีคำถามอีกหลายข้อเกี่ยวกับการตกของเที่ยวบิน 7C2216 ทั้งเรื่องบทบาทของนก, สภาพอากาศ และกำแพงคอนกรีตที่ปลายสุดของรันเวย์ ที่เครื่องบินไถลไปชนจนเครื่องพังยับเยิน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่า กำแพงนี้ทำให้ความสูญเสียเพิ่มมากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผู้ว่าฯ รัฐลุยเซียนา ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเหตุรถชนคนในนิวออร์ลีนส์

ผู้ว่าฯ รัฐลุยเซียนา ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเหตุรถชนคนในนิวออร์ลีนส์

2 ม.ค. 2568 04:30 น.

ผู้ว่าฯ รัฐลุยเซียนา ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเหตุรถชนคนในนิวออร์ลีนส์

ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา ประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มการป้องกันหลังเกิดเหตุคนร้ายขับรถชนคนในนิวออร์ลีนส์ ขณะที่ FBI สงสัยว่า คนร้ายอาจมีผู้ช่วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา ประกาศภาวะฉุกเฉินในวันพุธที่ 1 ม.ค. 2568 หลังเกิดเหตุคนร้ายขับรถชนผู้คนที่ย่าน “เฟรนช์ ควอร์เตอร์” (French Quarter) ในเมืองนิวออร์ลีนส์ เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บอีก 35 ราย

“เหมือนเป็นการประชด ผมตั้งใจจะประกาศภาวะฉุกเฉินอยู่แล้วในวันพรุ่งนี้ (2 ม.ค.) เราจะได้สามารถนำทรัพยากรของทั้งหน่วยงานระดับท้องถิ่น, ระดับรัฐ และส่วนกลาง มารวมกันในการเตรียมความพร้อมสำหรับซูเปอร์โบวล์และงานมาร์ดี กราส แต่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ผมจึงปรับแก้ประกาศภาวะฉุกเฉิน และประกาศมันในวันนี้” นายแลนดรีกล่าว

“การประกาศนี้จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่น ระดับรัฐ และส่วนกลาง นำทรัพยากรที่จำเป็นทั้งหมดมารวมกัน เพื่อทำให้เมืองนี้ปลอดภัย” นายแลนดรีกล่าวต่อ และเสริมว่า เขาได้สั่งการให้หน่วยสารวัตรทหารไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองนิวออร์ลีนส์, สำนักงานตำรวจลุยเซียนา และเอฟบีไอ แล้ว

ด้านการสืบสวน เจ้าหน้าที่เอฟบีไอกำลังตรวจสอบว่า นาย ชามซุด-ดิน จับบาร์ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุขับรถชนคนในเมืองนิวออร์ลีนส์ มีคนอื่นช่วยเหลือในการวางวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งถูกพบใกล้จุดเกิดเหตุภายในย่านเฟรนช์ ควอร์เตอร์หรือไม่

เอฟบีไอบอกในงานแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนไม่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียวในเหตุการณ์นี้ และว่าพบอาวุธกับวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดแสวงเครื่องบนรถกระบะที่เขาใช้ก่อเหตุด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่า วัตถุระเบิดที่พบสามารถใช้การได้หรือไม่

ด้านนาย ทรอย คาร์เตอร์ สมาชิกสภาสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า มีหลักฐานว่าการโจมตีครั้งนี้มีผู้มีส่วนร่วมมากกว่า 1 คน แต่ยังเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการสืบสวน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบธงของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส (ISIS) บนรถที่นายจับบาร์ใช้ก่อเหตุ แต่ยังไม่แน่ชัดว่า ตัวเขามีความเกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้ายใดๆ หรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

FBI เผยชื่อผู้ต้องสงสัย ขับรถชนคนในนิวออร์ลีนส์-พบวัตถุต้องสงสัยอีกจุด

FBI เผยชื่อผู้ต้องสงสัย ขับรถชนคนในนิวออร์ลีนส์-พบวัตถุต้องสงสัยอีกจุด

2 ม.ค. 2568 02:12 น.

FBI เผยชื่อผู้ต้องสงสัย ขับรถชนคนในนิวออร์ลีนส์-พบวัตถุต้องสงสัยอีกจุด

FBI เปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุขับรถชนผู้คน 10 ศพในนิวออร์ลีนส์ นอกจากนั้นพวกเขายังพบวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดในสถานที่อีกแห่งนอกจุดเกิดเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ FBI เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุขับรถชนผู้คนในย่าน “เฟรนช์ ควอร์เตอร์” ของเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา เมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 1 ม.ค. 2568 คือนาย ชามซุด-ดิน จับบาร์ อายุ 42 ปี จากรัฐเท็กซัส

FBI ไม่เผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชายคนนี้ แต่สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว 2 คน ว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวอเมริกัน เกิดที่รัฐเท็กซัส

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังพบวัตถุต้องสงสัยอาจเป็นระเบิดแสวงเครื่องอีกชิ้นภายในย่านเฟรนช์ ควอร์เตอร์ แต่อยู่คนละจุดกับที่คนร้ายก่อเหตุ โดยก่อนหน้านี้ FBI ระบุว่า พวกเขาพบวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดแสวงเครื่องในกระตึกน้ำแข็ง ในรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุด้วย

FBI ยืนยันอีกว่า พวกเขาพบธงของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส (ISIS) อยู่ภายในรถคันเดียวกันนี้ด้วย และกำลังตรวจสอบว่า ผู้ต้องสงสัยมีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับองค์กรก่อการร้ายหรือไม่

ทั้งนี้ รถกระบะพุ่งเข้าใส่ฝูงชนกลุ่มใหญ่บนถนน คาแนล สตรีท กับ บอร์บอน สตรีท ในเมืองนิวออร์ลีนส์ เมื่อเวลาประมาณ 3.15 น. ของวันพุธที่ 1 ม.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บอีกมากกว่า 35 ราย

ตามรายงานของสำนักข่าว ซีบีเอส นิวส์ รถกระบะคันหนึ่งพุ่งฝ่ารั้วกันด้วยความเร็วสูง เข้าชนผู้คนบนทางเท้า ก่อนที่คนขับในชุดทหารเต็มชุดจะลงจากรถแล้วยิงปืนต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้คนร้ายเสียชีวิต และมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัสเซียส่งโดรนโจมตีเมืองหลวงยูเครนรับปีใหม่ ดับ 1 ศพ เจ็บอีกหลายราย

รัสเซียส่งโดรนโจมตีเมืองหลวงยูเครนรับปีใหม่ ดับ 1 ศพ เจ็บอีกหลายราย

2 ม.ค. 2568 01:45 น.

รัสเซียส่งโดรนโจมตีเมืองหลวงยูเครนรับปีใหม่ ดับ 1 ศพ เจ็บอีกหลายราย

รัสเซียส่งโดรนโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนในวันขึ้นปีใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ยูเครน ว่า รัสเซียส่งโดรนโจมตีภายในกรุงเคียฟ เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 1 ม.ค. 2568 ทำให้อาคารได้รับความเสียหายอย่างน้อย 2 หลัง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ ได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย

นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุว่า การโจมตีของศัตรูทำให้อาคารที่อยู่อาศัยสูง 2 ชั้นหลังหนึ่งถูกทำลายบางส่วน ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ก็พบและนำร่างของหญิงผู้เสียชีวิตรายหนึ่งออกจากซากอาคารได้สำเร็จ

ด้านธนาคารแห่งชาติยูเครนออกแถลงการณ์ระบุว่า หนึ่งในอาคารของพวกเขาได้รับความเสียหายจากเศษซากของโดรนที่ตกลงมา ขณะที่นายคลิตช์โกเผยว่า มีอาคารในอีกเขต ซึ่งไม่ใช่อาคารที่อยู่อาศัย ได้รับความเสียหายจากเศษซากโดรนด้วย

หลังเกิดเหตุ นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนออกมาประณามรัสเซียที่โจมตีเมืองหลวงแห่งนี้ในวันขึ้นปีใหม่ “แม้แต่ในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รัสเซียก็คิดแต่ว่าจะทำร้ายยูเครนอย่างไร”

ขณะที่กองทัพยูเครนเผยว่า พวกเขายิงทำลายโดรนของรัสเซียได้ 63 ลำจากทั้งหมด 111 ลำ ที่ถูกส่งมาโจมตีภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศในช่วงข้ามคืนเข้าสู่ปีใหม่ กองทัพอ้างด้วยว่า โดรนอีก 46 ลำ ตกเพราะการรบกวนสัญญาณไฟฟ้า

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ช็อกนิวออร์ลีนส์ รถกระบะพุ่งชนผู้คนตาย 10 ศพ คนร้ายดับหลังยิงสู้ตำรวจ

ช็อกนิวออร์ลีนส์ รถกระบะพุ่งชนผู้คนตาย 10 ศพ คนร้ายดับหลังยิงสู้ตำรวจ

2 ม.ค. 2568 00:55 น.

ช็อกนิวออร์ลีนส์ รถกระบะพุ่งชนผู้คนตาย 10 ศพ คนร้ายดับหลังยิงสู้ตำรวจ

คนร้ายขับรถกระบะพุ่งชนผู้คนบนถนนในเมืองนิวออร์ลีนส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย ก่อนจะลงมายิงปืนต่อสู้กับตำรวจ และถูกวิสามัญฆาตกรรม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถกระบะพุ่งเข้าใส่ฝูงชนกลุ่มใหญ่บนถนน คาแนล สตรีท กับ บอร์บอน สตรีท ในเมืองนิวออร์ลีนส์ เมื่อเวลาประมาณ 3.15 น. ของวันพุธที่ 1 ม.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บอีกมากกว่า 35 ราย

ตามรายงานของสำนักข่าว ซีบีเอส นิวส์ รถกระบะคันหนึ่งพุ่งฝ่ารั้วกันด้วยความเร็วสูง เข้าชนผู้คนบนทางเท้า ก่อนที่คนขับในชุดทหารเต็มชุดจะลงจากรถแล้วยิงปืนต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้คนร้ายเสียชีวิต และมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ

นางแอนน์ เคิร์กแพทริก ผู้กำกับการตำรวจเมืองนิวออร์ลีนส์ กล่าวว่า คนขับรถรายนี้พยายามจะขับรถชนคนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยในช่วงเวลาเกิดเหตุ ถนนดังกล่าวกำลังเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลองวันขี้นปีใหม่ ในเขตเฟรนช์ ควอร์เตอร์ ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องบาร์, ร้านอาหาร และประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ซ

“เขาตั้งใจที่จะทำให้เกิดการนองเลือดและความเสียหายอย่างที่เขาได้ทำลงไป” นางเคิร์กแพทริกกล่าว และเสริมว่า “ชายคนนี้ คนร้ายรายนี้ ยิงอาวุธเข้าใส่เจ้าหน้าที่ของเราจากบนรถ ตอนที่รถของเขาชน เจ้าหน้าที่ของเรา 2 นายถูกยิง พวกเขามีอาการทรงตัว”

ส่วนนายโอลิเวอร์ โทมัส สมาชิกสภาเมืองนิวออร์ลีนส์ กล่าวว่า คนร้ายถูกสังหารแล้ว และตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบหาแรงจูงใจในการก่อเหตุของเขา โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายรายนี้

ด้านโฆษกสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ระบุในตอนแรกว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การก่อการร้าย แต่ในเวลาต่อมา เอฟบีไอออกมายืนยันว่า พวกเขากำลังสืบสวนเหตุการณ์นี้ในฐานะคดีก่อการร้าย

เอฟบีไอเผยอีกว่า พวกเขาพบธงของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) กับวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดแสวงเครื่องบนรถที่คนร้ายใช้ และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่ามันใช้การได้จริงหรือไม่

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้รับรายงานเรื่องเหตุที่เกิดขึ้นในนิวออร์ลีนส์แล้ว ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ส่งการให้หน่วยงานของรัฐบาลกลาง ให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในทุกด้าน เพื่อสืบหาเบื้องลึกเบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด และรับประกันว่า จะไม่มีภัยคุกคามใดๆ หลงเหลืออยู่อีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เกาหลีใต้เตรียมจับกุม “ยุนซอกยอล” ภายในสัปดาห์หน้า

เกาหลีใต้เตรียมจับกุม "ยุนซอกยอล" ภายในสัปดาห์หน้า

1 ม.ค. 2568 13:58 น.

เกาหลีใต้เตรียมจับกุม “ยุนซอกยอล” ภายในสัปดาห์หน้า

ทางการเกาหลีใต้เตรียมจับกุมประธานาธิบดียุน ซอกยอล ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนที่หมายจับจะหมดอายุความ พร้อมเตือนเจ้าหน้าที่อารักขาของนายยุน ไม่ให้ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษากฎหมาย

ผู้อำนวยการสำนักงานต่อต้านการทุจริตเกาหลีใต้ ประกาศการจับกุมประธานาธิบดียุน ซอกยอล ตามหมายจับภายในสัปดาห์หน้า โดยเตือนเจ้าหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีไม่ให้ขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

ทั้งนี้ ศาลแขวงกรุงโซลตะวันตกได้ออกหมายจับนายยุนเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ในข้อหาวางแผนก่อกบฏและใช้อำนาจในทางมิชอบ จากการประกาศกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งคนแรกที่ได้รับหมายจับ

สำนักงานสอบสวนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง (CIO) ได้ออกหมายจับดังกล่าว เนื่องจากนายยุนไม่มาเข้าสอบปากคำทั้ง 3 ครั้งเกี่ยวกับการประกาศกฎอัยการศึก นายโอ ดงอุน ผู้อำนวยการ CIO กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สำนักงานฯ จะดำเนินการตามหมายจับ ซึ่งจะมีระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์จนถึงวันที่ 6 ม.ค. นายโอกล่าวว่า ทีมสอบสวนร่วมกำลังหารือเกี่ยวกับเรื่องระยะเวลา และจะดำเนินการตามหมายจับภายในระยะเวลาที่กำหนด

เขายังเน้นย้ำว่าหน่วยงานอารักขาของประธานาธิบดี ควรให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามหมายจับของผู้สอบสวน โดยเตือนว่าหากหน่วยงานฯ พยายามขัดขวางการดำเนินการจับกุม การกระทำดังกล่าวอาจเท่ากับเป็นการใช้อำนาจในทางมิชอบและขัดขวางกระบวนการยุติธรรม “เราถือว่าการกระทำ เช่นการตั้งสิ่งกีดขวาง และการล็อกประตูเหล็ก เพื่อขัดขวางการดำเนินการตามหมายจับของเราเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ”

ก่อนหน้านี้ ทีมทนายความของนายยุนกล่าวว่า ไม่สามารถยอมรับหมายจับได้ และเรียกหมายจับว่า “ผิดกฎหมายและไม่ถูกต้อง” โดยให้เหตุผลว่าหมายดังกล่าวออกตามคำร้องขอจากหน่วยงานสืบสวนที่ไม่มีเขตอำนาจศาลที่ชัดเจน และเนื่องจากเจ้าหน้าที่สอบสวนไม่มีอำนาจในการสอบสวนประธานาธิบดีในข้อหาก่อกบฏ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายยุนได้ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินการตามหมายค้นที่มุ่งเป้าไปที่ประธานาธิบดีหลายครั้ง และสื่อท้องถิ่นระบุว่า ทางการไม่น่าจะควบคุมตัวนายยุนโดยใช้กำลัง หากไม่ได้ประสานงานกับบอดี้การ์ดของเขา และหากถูกจับกุม ยุนจะเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกควบคุมตัวในขณะดำรงตำแหน่งประวัติศาสตร์เกาหลีใต้

เขากำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญา ในข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบและก่อกบฏ ซึ่งเป็นข้อหาที่ต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต จากการที่เขาประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งทำให้เกาหลีใต้เข้าสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ไฟไหม้โรงเลี้ยงสัตว์เกาหลีใต้ คนงานไทยถูกไฟคลอกดับ 1 ศพ

ไฟไหม้โรงเลี้ยงสัตว์เกาหลีใต้ คนงานไทยถูกไฟคลอกดับ 1 ศพ

1 ม.ค. 2568 12:28 น.

ไฟไหม้โรงเลี้ยงสัตว์เกาหลีใต้ คนงานไทยถูกไฟคลอกดับ 1 ศพ

เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเลี้ยงปศุสัตว์แห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นแรงงานชาวไทยวัยประมาณ 40 ปี

เกิดเหตุสลดรับปีใหม่ในเกาหลีใต้ โดยเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเลี้ยงปศุสัตว์ในเมืองชองอึบ จังหวัดชอลลาบุกโด เมื่อเวลา 09.46 น. ของวันที่ 1 ตามเวลาในท้องถิ่น โดยเพลิงได้เผาทำลายอาคารสำนักงานขนาด 26 ตารางเมตร  และอาคารโรงปศุสัตว์ขนาด 30 ตารางเมตร และรถบรรทุก1 คัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลังเข้าสกัดไฟไม่ให้ลุกลามโดยสามารถควบคุมเพลิงได้ภายใน 17 นาที

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพื้นที่หลังเพลิงสงบ พบศพชายรายหนึ่งในอาคารสำนักงานดังกล่าว โดยมีการเปิดเผยว่าผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานชาวไทยวัย 40 ปี ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งสืบสวนสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้และตรวจสอบมูลค่าความเสียหาย.

ที่มา : ยอนฮับ

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

เอฟบีไอยึดระเบิดทำมือ 150 ลูก มากที่สุดเท่าที่เคยยึดได้ ในฟาร์มรัฐเวอร์จิเนีย

เอฟบีไอยึดระเบิดทำมือ 150 ลูก มากที่สุดเท่าที่เคยยึดได้ ในฟาร์มรัฐเวอร์จิเนีย

1 ม.ค. 2568 11:46 น.

เอฟบีไอยึดระเบิดทำมือ 150 ลูก มากที่สุดเท่าที่เคยยึดได้ ในฟาร์มรัฐเวอร์จิเนีย

เอฟบีไอเปิดเผยว่า ได้พบระเบิดมากกว่า 150 ลูก ระหว่างการบุกจู่โจมฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการยึดอุปกรณ์ระเบิดจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอฟบีไอ

เอฟบีไอเปิดเผยว่า ได้พบระเบิดมากกว่า 150 ลูก ระหว่างการบุกจู่โจมฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการยึดอุปกรณ์ระเบิดจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอฟบีไอ

แบรด สปาฟฟอร์ด ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ในเขตไอล์ออฟไวท์เคาน์ตี้ ห่างจากกรุงวอชิงตันดีซีไปทางใต้ ราว 290 กม. หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสว่าเขากำลังกักตุนอาวุธและกระสุนปืนที่ทำเองในที่ดินที่เขาอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกเล็กอีกสองคน

เจ้าหน้าที่สอบสวนระบุว่าพบอุปกรณ์บางส่วนในห้องนอนในกระเป๋าเป้ที่ไม่ได้ล็อกซึ่งติดป้ายว่า “#nolivesmatter” ซึ่งดูเหมือนว่าจะหมายถึงกลุ่มขวาจัดที่ต่อต้านรัฐบาล ด้านทนายความของนายสปาฟฟอร์ดปฏิเสธว่าเขาไม่ได้เป็นอันตรายต่อชุมชน และกำลังพยายามขอให้ลูกความของเขาได้รับการปล่อยตัวจากสถานกักขังก่อนการพิจารณาคดี

จนถึงขณะนี้ ผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหาเพียงครอบครองปืนไรเฟิลลำกล้องสั้นที่ไม่ได้ลงทะเบียนเท่านั้น แม้ว่าเจ้าหน้าที่สอบสวนจะระบุว่าน่าจะมีการตั้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติม เจ้าหน้าที่สอบสวนกล่าวเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ว่าระเบิดดังกล่าว “ได้รับการประเมินเบื้องต้นว่าเป็นการยึดอุปกรณ์ระเบิดจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอฟบีไอ”

นายสปาฟฟอร์ดถูกกล่าวหาว่า ใช้รูปถ่ายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เพื่อฝึกซ้อมยิงปืน และแสดงความหวังว่ารองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริสจะถูกลอบสังหาร เอกสารของศาลระบุว่าเขาเพิ่งขอใบอนุญาตในการยิงปืนไรเฟิลที่สนามยิงปืนในท้องถิ่น

เอกสารการฟ้องร้องระบุว่า เพื่อนบ้านที่ไม่เปิดเผยชื่อรายงานว่านายสปาฟฟอร์ดยังคงผลิตระเบิดต่อไป แม้ว่าจะสูญเสียนิ้วมือสามนิ้วที่มือขวาในปี 2021 ในขณะที่ทำงานกับอุปกรณ์ระเบิดที่ทำเอง

เจ้าหน้าที่สอบสวนกล่าวว่า เพื่อนบ้านคนดังกล่าว ซึ่งเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ได้สวมอุปกรณ์บันทึกเสียงระหว่างเยี่ยมชมฟาร์มขนาด 20 เอเคอร์ ของนายสปาฟฟอร์ดเมื่อต้นปีนี้ หลักฐานที่เพื่อนบ้านรวบรวมได้ทำให้เจ้าหน้าที่เอฟบีไอเข้าค้นพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งพวกเขาพบวัตถุระเบิดกระจัดกระจายอยู่ทั่วบ้านหลังหนึ่ง 

จากการประเมินเบื้องต้นของเอฟบีไอพบว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็น “ระเบิดท่อ” โดยส่วนใหญ่พบในโรงรถแยก และแยกตามสี บางส่วนถูกติดป้ายว่า “อันตรายถึงชีวิต” เอกสารของศาลระบุว่าพบระเบิดหลายลูกบรรจุอยู่ในเสื้อกั๊กที่สวมใส่ได้ เอกสารของศาลระบุว่าพบระเบิดอีกหลายลูก “อยู่ในกระเป๋าเป้ที่ไม่ได้ล็อคให้แน่น” ภายในบ้าน ส่วนด้านนอกกระเป๋าเป้ถูกติดป้ายว่า “#nolivesmatter”

ตามข้อมูลของสำนักงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและการเตรียมพร้อมของรัฐนิวเจอร์ซี Nolivesmatter เป็นขบวนการที่ส่งเสริมอุดมการณ์สุดโต่ง การโจมตีแบบกำหนดเป้าหมาย การสังหารหมู่ และกิจกรรมทางอาชญากรรม และสนับสนุนให้สมาชิกทำร้ายตัวเองและทารุณกรรมสัตว์

นอกเหนือจากระเบิดท่อแล้ว เจ้าหน้าที่สืบสวนยังพบขวดบรรจุวัตถุระเบิดที่ระเหยได้เร็วที่เรียกว่า “เฮกซาเมทิลีนไตรเปอร์ออกไซด์ไดอะมีน” หรือ  HMTD ซึ่งเอฟบีไอระบุว่ามีความไม่เสถียรมาก จนสามารถระเบิดได้เพียงแค่อุณหภูมิเปลี่ยน และไม่จำเป็นต้องใช้ตัวจุดชนวนระเบิดจึงจะระเบิดได้ โดยกระปุกใส่สาร HMTD ถูกติดป้ายว่า “อันตราย” และ “ห้ามสัมผัส” และถูกเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง ใกล้กับอาหารที่เด็กๆ สามารถหยิบได้ 

เพื่อนบ้านยังบอกกับผู้สืบสวนว่านายสปาฟฟอร์ดได้หารือถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทรัพย์สิน ด้วยการสร้างป้อมปืนสำหรับปืนขนาด .50 บนหลังคา

ทนายความของนายสปาฟฟอร์ดกล่าวเมื่อวันอังคารว่า คำกล่าวอ้างของรัฐบาลว่าเขาเป็นอันตรายนั้นเป็นเพียง “การคาดเดาและปลุกปั่นความกลัว” เนื่องจากผู้ต้องสงสัยไม่มีประวัติอาชญากรรม ทนายความระบุว่า “ไม่มีหลักฐานแม้แต่น้อยในบันทึกที่ระบุว่านายสปาฟฟอร์ดเคยข่มขู่ใคร และการโต้แย้งว่าใครบางคนอาจตกอยู่ในอันตรายเพราะทัศนคติและความคิดเห็นทางการเมืองของพวกเขาเป็นเรื่องไร้สาระ”

ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางที่ดูแลคดีดังกล่าวได้สั่งให้ปล่อยตัวนายสปาฟฟอร์ดพร้อมทั้งติดตามด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวถูกระงับไว้ เนื่องจากรัฐบาลพยายามที่จะควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ระหว่างพิจารณาคดี.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ชาวญี่ปุ่นแห่ชมแสงแรกแห่งปี บนยอดหอคอยโตเกียว

 ชาวญี่ปุ่นแห่ชมแสงแรกแห่งปี บนยอดหอคอยโตเกียว

1 ม.ค. 2568 11:15 น.

ชาวญี่ปุ่นแห่ชมแสงแรกแห่งปี บนยอดหอคอยโตเกียว

ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนต่างขึ้นไปบนจุดชมวิวบนยอดหอคอยโตเกียว ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในโตเกียว เพื่อชื่นชมแสงแรกของปี 2025

หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยการสวดมนต์และเคาะระฆัง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาชาวญี่ปุ่นในกรุงโตเกียวและนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนต่างขึ้นไปบนจุดชมวิวบนยอดหอคอยโตเกียว ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในโตเกียว ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น เพื่อรอชมแสงแรกของปี หรือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นวันแรกของปี 2025

โดยทันทีที่พระอาทิตย์โผล่มาทักทาย ผู้คนที่ยืนรอชมบนดาดฟ้า SHIBUYA SKY ซึ่งอยู่เหนือพื้นดิน 229 เมตร ต่างส่งเสียงเชียร์และทักทายกันด้วยความยินดี โดยพระอาทิตย์แรกของปีนี้ขึ้นในเวลา 06.43 น.ตามเวลาในท้องถิ่น

ทั้งนี้ สถานที่สำคัญของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะปิดให้บริการก่อนถึงวันหยุดยาวของญี่ปุ่น โดยวัดและบ้านเรือนต่างๆ จะได้รับการทำความสะอาดใหญ่ เพื่อต้อนรับปีใหม่ด้วย

ที่มา :เอพี
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น