‘นฤมล’หนุนตลาดกล้วยไม้ เพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภค

‘นฤมล’หนุนตลาดกล้วยไม้  เพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภค

‘นฤมล’หนุนตลาดกล้วยไม้ เพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภค

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงานกิจกรรมส่งเสริมการผลิตและการตลาดกลุ่มสินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ภายใต้แนวคิด “Beyond & Journey of Siam Orchids” ชิงเงินรางวัล โล่รางวัลและถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่บริเวณลานจอดรถ ชั้น 3 ฝั่งทิศเหนือ (North) ศูนย์การค้าสยามพารากอน

“กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กลุ่มสินค้ากล้วยไม้ไม้ดอกไม้ประดับ ให้เป็นที่รู้จัก สร้างการรับรู้ เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรผู้ผลิต เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการส่งเสริมการปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกเลี้ยงจากเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ทั่วประเทศ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการประกวดกล้วยไม้และจัดแสดงสิ่งประกวดที่ได้รับรางวัล รวมถึงโซนนิทรรศการเกี่ยวกับวันกล้วยไม้แห่งชาติ โซนจัดแสดงสวนกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ผสมผสานไม้ดอกไม้ประดับ และโซนส่งเสริมการขายและการสาธิต นอกจากนี้ ภายในงานจะมีเกษตรกรนำต้นกล้วยไม้หลากหลายพันธุ์ซึ่งมีความสวยงามชวนให้ตื่นตาตื่นใจ โดยในการแข่งขันจะแบ่งกล้วยไม้เป็นสองประเภทคือกล้วยไม้ต้นและกล้วยไม้ตัดดอก ในส่วนของกล้วยไม้ต้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 กลุ่มพัฒนาพันธุ์ และกลุ่มที่ 2 กลุ่มสวยงาม 5 ประเภทตามเผ่าย่อย สำหรับกล้วยไม้ตัดดอก แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.Dendrobium (หวาย) 2.Aranda, Arachnis, Aranthera และลูกผสม และ 3.อื่นๆ เช่น Vanda และลูกผสม Oncidium เป็นการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้

ศ.ดร.นฤมลกล่าวอีกว่า ได้ให้ความสำคัญต่อการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งพัฒนาบนพื้นฐานแนวคิด “สร้างคุณค่าใหม่ ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ รักษาฐานรายได้เดิม สร้างฐานอนาคตใหม่ ให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น รวมถึงการปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ขยายโอกาสทางการค้า และการลงทุนของไทยในเวทีโลก ซึ่งกล้วยไม้นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกกล้วยไม้เขตร้อน (Tropical orchid) อันดับ 1 ของตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยไม้ตัดดอก มีมูลค่าการส่งออกถึง 79% ของมูลค่าการส่งออกกล้วยไม้ไทยทั้งหมดแต่มีแนวโน้มมูลค่าการส่งออกในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาลดลง จึงต้องเร่งส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออกกล้วยไม้ให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรกลุ่มสินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง

สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ จัดสัมมนาเศรษฐกิจประจำปี 2568 TEA Annual Forum 2025 ‘ทางรอดไทย ในยุคโลกป่วน’

สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ จัดสัมมนาเศรษฐกิจประจำปี 2568 TEA Annual Forum 2025 ‘ทางรอดไทย ในยุคโลกป่วน’

สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ จัดสัมมนาเศรษฐกิจประจำปี 2568 TEA Annual Forum 2025 ‘ทางรอดไทย ในยุคโลกป่วน’

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.32 น.

สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ กำหนดจัดงานสัมมนาเศรษฐกิจประจำปี 2568 หัวข้อ Surviving the Year of Geopolitical Uncertainties “ทางรอดไทย ในยุคโลกป่วน” ในวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.15 – 16.15 น. ณ ห้อง 110 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำและผู้บริหารจากภาคธุรกิจ มาแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ในช่วงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน เพื่อเสนอโอกาสและข้อเสนอแนะเพื่อการปรับตัวสำหรับภาคธุรกิจและภาคนโยบายเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน และความแข็งแกร่งของประเทศในระยะยาว ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจโลก ภายใต้ทิศทางนโยนาย Trump 2.0 และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเดือด ที่เป็นความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจไทย โดยมี คุณเกศรา มัญชุศรี นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดงาน  Session 1 ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2568 โดย นักเศรษฐศาสตร์ดีเด่น สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการโครงการ Economic Intelligence Service (EIS) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ,ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ,ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัยธนาคาร CIMB THAI จำกัด (มหาชน) ,ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) Session 2 ทิศทาง Trump 2.0 และภูมิรัฐศาสตร์โลก : ผลกระทบต่อไทย โดย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี, คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ,ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร รองคณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ ดำเนินการเสวนาโดย ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัยธนาคาร CIMB THAI จำกัด (มหาชน) Session 3 เศรษฐกิจไทยจะฝ่าพายุสงครามการค้า และภูมิรัฐ ศาสตร์โลกอย่างไร ? โดย ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น กรรมการอิสระ บริษัท เอไอเอ กรุ๊ป จำกัด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน, ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ดำเนินการเสวนาโดย คุณศิรัถยา อิศรภักดี ผู้ก่อตั้ง Wealth Me Up และผู้ดำเนินรายการ THE STANDARD WEALTH จองบัตรได้แล้ววันนี้ บัตรราคา 3,000 บาท (Lunch included) ติดต่อ : คุณเล็ก โทร : 081-837-1266 Line ID : tuecon-alumni

040

สวารอฟสกี้ คอลเลกชันฉลอง 130 ปี และปีงูเล็ก ปีแห่งความสุข ความสร้างสรรค์ และการเริ่มต้นใหม่

สวารอฟสกี้ คอลเลกชันฉลอง 130 ปี และปีงูเล็ก  ปีแห่งความสุข ความสร้างสรรค์ และการเริ่มต้นใหม่

สวารอฟสกี้ คอลเลกชันฉลอง 130 ปี และปีงูเล็ก ปีแห่งความสุข ความสร้างสรรค์ และการเริ่มต้นใหม่

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.54 น.

สัญญะแห่งความหมายถือเป็นสิ่งสำคัญ สวารอฟสกี้ เฉลิมฉลองปีแห่งงูและวาระครบรอบ 130 ปีแห่งความสุข ด้วยคอลเลกชันใหม่ที่เปล่งประกายไปด้วยความหรูหรา และความชำนาญในงานฝีมือ คอลเลกชันนี้ได้ถูกตีความอย่างสร้างสรรค์ผ่านสัญลักษณ์หงส์ซิกเนเจอร์ของสวารอฟสกี้ รวมไปถึงเครื่องประดับและตุ๊กตารูปงู ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นปีแห่งการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

หงส์สวารอฟสกี้ ซึ่งเป็นจุดเด่นในการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของบ้าน สวารอฟสกี้ ได้รับการออกแบบใหม่ให้โดดเด่น และใช้สีสันสุดพิเศษสำหรับประเทศจีน หงส์ซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์ดั้งเดิมของความรักนิรันดร์ ความสุข และความสง่างาม มาพร้อมกับรูปลักษณ์อันงดงามไร้กาลเวลา และปีกที่พร้อมจะโบยบินอยู่เสมอ สำหรับคอลเลกชันปี 2025 จี้รูปหงส์จะอยู่คู่กันสองตัวเป็นดั่งภาพสะท้อนของตัวเอง โดยที่คอของทั้งสองคล้องกันเป็นรูปหัวใจ

การใช้วัสดุที่หลากหลาย และสีที่ตัดกันสร้างความสดใหม่ให้กับสัญลักษณ์อันแสนคลาสสิกที่เป็นไฮไลท์ของคอลเลกชันนี้ โดยหงส์ตัวหนึ่งเคลือบทอง และอีกตัวเคลือบโรเดียม โดยหงส์ทั้งสองตัวประดับด้วยอัญมณี Swarovski Zirconia pavé ที่เปล่งประกายแวววาว แขวนอยู่บนสายโซ่ทองคำโทนอุ่น

งูรับโชค พร้อมโอบรับความงามอันแสนลึกลับไปกับสวารอฟสกี้ พร้อมสรรเสริญปีแห่งงูด้วยเครื่องประดับที่ได้รับการตีความน่าหลงไหลจากบุคลิกของราศีที่เต็มไปด้วยปริศนา และมีเสน่ห์มากที่สุดในจักรราศีจีน

งูเป็นสัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจ พลังชีวิต และการเกิดใหม่ เนื่องจากงูสามารถลอกคราบ และเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ  สวารอฟสกี้จึงนำเสนอสิ่งเหล่านี้ผ่านคอลเลกชันแคปซูลที่เต็มไปด้วยพลัง และการเคลื่อนไหว จี้รูปงูถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะที่กำลังเคลื่อนไหวเป็นเกลียว สะท้อนแสง ขดตัวรอบสมบัติอันล้ำค่าของแบรนด์อย่างงดงาม

คอลเลกชันนี้ประกอบไปด้วยจี้ สร้อยข้อมือ ต่างหู และเข็มกลัด สะท้อนถึงความประณีต และความชำนาญระดับสูงของสวารอฟสกี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือ จี้เคลือบทองรูปงูขดตัวที่ประดับด้วยอัญมณี Swarovski Zirconia ระยิบระยับ และหางของงูที่พันรอบไข่มุกคริสตัลสวารอฟสกี้

เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อความเจริญรุ่งเรือง แต่ก็ยังแฝงด้วยความสนุกสนาน Swarovski เปิดตัวชิ้นงานใหม่สำหรับคอลเลกชันตุ๊กตาในปี 2025 โดยนำเสนอสองสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์อันเป็นที่รู้จักทั่วโลก นั่นก็คือ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง และ แมวนำโชค ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง

การตีความอันแสนมีชีวิตชีวาต่อสัญลักษณ์ที่เราคุ้นเคยนี้ได้ถูกสื่อออกมาในรูปแบบของคริสตัล ซึ่งสะท้อนถึงการเฉลิมฉลองปีแห่งงู รูปปั้นงูสีเขียวชิ้นนี้ได้รับการเจียระไรกว่า 398 เหลี่ยมมุม ทำให้ดูมีบุคลิกที่ยากจะต้านทาน ด้วยลิ้นโลหะสีแดง กระเป๋าโลหะโทนสีทองแชมเปญ และสัญลักษณ์ฮูลูที่ประดับอยู่บนหน้าผาก

ปีแห่งความสุข ความสร้างสรรค์ และการเริ่มต้นใหม่กำลังรอคอยอยู่ข้างหน้า คอลเลกชัน The Year of the Snake วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน Swarovski บางสาขาทั้งทางออนไลน์ และออฟไลน์

‘ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน (แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จำได้)’ มาแล้ว ‘เจ้าชายน้อย’ กับไฮไลท์สร้างแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม !!

‘ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน (แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จำได้)’ มาแล้ว ‘เจ้าชายน้อย’ กับไฮไลท์สร้างแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม !!

‘ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน (แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จำได้)’ มาแล้ว ‘เจ้าชายน้อย’ กับไฮไลท์สร้างแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม !!

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.48 น.

ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลง! Little Prince Universe – An Immersive Journey ได้เปิดประตูให้สัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่ไอคอนสยาม ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงาม สนุกสนาน และแรงบันดาลใจฉบับเต็ม ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2568 จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2568

“The Little Prince” หรือ “เจ้าชายน้อย” เรื่องราวอันงดงามเกี่ยวกับชีวิต ความรัก และมิตรภาพ ผลงานการประพันธ์ของ “อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี” (Antoine de Saint-Exupéry) นักเขียนและนักบินชาวฝรั่งเศส ซึ่งกลายเป็นวรรณกรรมระดับโลกที่ก้าวข้ามกาลเวลาและผสมผสานอยู่ในทุกวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ด้วยยอดขายกว่า 800 ล้านเล่มทั่วโลก และถูกแปลไปแล้วมากกว่า 600 ภาษา ทำให้วรรณกรรมชิ้นนี้ถูกจัดเป็นวรรณกรรมคลาสสิคสำหรับเยาวชนที่ทั่วโลกยกย่องว่าเป็นผลงานที่มีความเปล่งประกายที่สุดเรื่องหนึ่ง

The Little Prince Universe – An Immersive Journey” พร้อมแล้วที่จะพาทุกคนก้าวเข้าสู่โลกแห่ง Immersive งานศิลปะแบบดิจิทัลเพื่อไปพบกับประสบการณ์อันหลากหลายในทุกโสตสัมผัสแบบ 360 องศา กับเรื่องราวของเจ้าชายน้อยเรามาส่องไฮไลท์ประสบการณ์ที่จะได้พบจากงานต้นฉบับที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ สรรค์สร้างโดย Mad Motion Studio กันเลย

1.The Entrance : ได้แรงบันดาลใจมาจากร้าน The Little Prince ในกรุงปารีส โดยมีการเพิ่มความสนุกสนานตั้งแต่บริเวณด้านหน้า โดยงานแอนิเมชั่นเลเซอร์ของเจ้าชายน้อย จุดเริ่มต้นที่สวยงามสำหรับเรื่องราวที่น่าประทับใจ

2.Story Book Theatre : ที่นี่คุณสามารถนั่งพักผ่อนและเพลิดเพลินกับเรื่องราวฉบับย่อของเจ้าชายน้อยในโรงละครแบบ Mini Theatre ซึ่งจะพาคุณได้กลับมาทบทวนเรื่องราวอันทรงพลังของเจ้าชายน้อยอีกครั้ง ก่อนที่จะพาคุณเริ่มต้นการเดินทาง

3.Meet The Little Prince : การพบกันครั้งแรกกับเจ้าชายน้อยได้เริ่มต้นขึ้น โดยจะมีการจำลองเหตุการณ์เครื่องบินตกในทะเลทราย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัย

4.Asteroid B612 : ยินดีต้อนรับสู่ดาว B612 บ้านของเจ้าชายน้อย สถานที่ที่เขาดูแลกุหลาบของเขาด้วยความรัก สามารถเพลิดเพลินไปกับการชมวิวบนดาวเคราะห์ B612 ได้อย่างเต็มที่ และพบกับดวงอาทิตย์ขึ้นและตก 44 ครั้งในหนึ่งวัน! อย่างน่าอัศจรรย์

5.Travel The Planets : เมื่อเจ้าชายน้อยเริ่มต้นการเดินทาง เขาเดินทางผ่านดาวเคราะห์ต่างๆ ที่สว่างไสวด้วยอุโมงค์แสงที่งดงาม ระหว่างทางเขาได้เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตจากมุมมองต่างๆ ในการค้นหาสิ่งที่เขายังไม่เคยเรียนรู้มากก่อน

6.Hello Earth : ในที่สุดก็มาถึงโลกแล้ว พื้นที่นี้จะเน้นไปที่ต้นบาวบาบ (พืชในสกุล Adansonia) และสุนัขจิ้งจอก มาสนุกกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลบนโลก โดยพูดว่า Hello! กับสุนัขจิ้งจอก เพื่อดูเขาปรากฏตัวเมื่อคุณทักทาย หรือสนุกไปกับการเล่นบนไม้กระดกเรืองแสง!

7.Walk with the Roses – An infinity room : อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เมื่อเจ้าชายน้อยค้นพบว่าบนโลกนี้มีดอกกุหลาบนับพัน และกุหลาบของเขาก็ไม่ใช่กุหลาบเดียวที่มีอยู่ ในห้องนี้คุณจะได้พบกับมุมมองอินฟินิตี้ของดอกกุหลาบที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นเมื่อคุณเดินผ่าน เป็นห้องที่เหมาะสำหรับคนที่มีหัวใจ โรแมนติกอย่างแท้จริง

8.The Farewell and Star Gazing Hall : เมื่อการเดินทางของเจ้าชายน้อยใกล้จะสิ้นสุดลง พื้นที่นี้เป็นโอกาสสุดท้ายในการอำลาก่อนที่เขาจะกลับไปยัง B612

9.The Little Prince Playroom : โซนเล่น แบบ Interactive ที่มีกิจกรรมสนุกๆ เช่น เกมส์ “Knock out the Baobabs” และ “Come play with me” กระจกที่เจ้าชายน้อยจะสะท้อนทุกการเคลื่อนไหวของคุณ

10.Hello Bangkok : มุมพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางของเจ้าชายน้อย ที่ได้มาถึงกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เป็นมุมที่น่ารักจนไม่ควรพลาด!

11.The Love Wall : ฝากข้อความแห่งความรัก ความหวัง และแรงบันดาลใจบนกำแพงนี้ เพื่อเตือนตัวเองว่าเราทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน 

12.Take a Shot : จุดถ่ายรูปสุดท้ายเพื่อเก็บประสบการณ์นี้ไว้เป็นความทรงจำที่ยาวนาน

13.Paint with The Prince : กิจกรรมสุดพิเศษที่คุณสามารถระบายสีบนผ้าใบขนาดเล็กและนำไปเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

14.The STORE by Mad Motion Studio : ร้านขายสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น จาก The Little Prince Universe เช่น เสื้อผ้าจาก Mc JEANS กระเป๋าผ้า เครื่องเขียน โปสการ์ด และอื่นๆ จาก Sunday Morning by Somjai และอย่าลืมไปลองไอศกรีมซีรี่ส์แรกของ The Little Prince Universe จาก Guss Damn Good ได้ที่นี่!

15.The Little Prince Universe Pop-up by BEARHOUSE : ประสบการณ์พิเศษกับเครื่องดื่มและของสะสมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าชายน้อย

นอกจากนี้ ยังมีพาร์ทเนอร์สุดพิเศษอย่าง Grab มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจอีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้เป็นประสบการณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจอย่างเต็มที่ และจะเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่สวยงาม ความรู้สึกดีๆ สำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ขอให้เรารำลึกกันไว้อีกครั้งว่า “ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน (แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จำได้)

เริ่มต้นการเดินทางของคุณได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ที่ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 น. ถึง 20.30 น.  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Mad Motion – The Little Prince Universe และจองบัตรได้ที่ https://www.ticketmelon.com/madmotionstudio/the-little-prince-universe

039

‘เจฟ ซาเตอร์’ บินไปชมโชว์ Maison Valentino Haute Couture 2025

‘เจฟ ซาเตอร์’ บินไปชมโชว์ Maison Valentino Haute Couture 2025

‘เจฟ ซาเตอร์’ บินไปชมโชว์ Maison Valentino Haute Couture 2025

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.32 น.

เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ในฐานะ Brand Ambassador สวมใส่แจ็คเก็ตสีเบจดีเทล Vlogo กางเกงยีนส์ปักลายผ้าแจ็คการ์ด พร้อมด้วยรองเท้าผ้าแคนวาสและหนังแนปป้า Valentino Garavani Palm Avenue และกระเป๋า Nellcôte โททัลลุคจาก Maison Valentino เดินทางไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ Maison Valentino Haute Couture 2025 ซึ่งถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 ณ กรุงปารีส เวลา 15.00 น. หรือ เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ฉลองเปิดตัว Sabio สแปนิช ทาปาส บาร์ บนชั้น 5 เอ็มสเฟียร์

ฉลองเปิดตัว Sabio สแปนิช ทาปาส บาร์ บนชั้น 5 เอ็มสเฟียร์

ฉลองเปิดตัว Sabio สแปนิช ทาปาส บาร์ บนชั้น 5 เอ็มสเฟียร์

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.26 น.

Sabio (ซาบิโอ) ร้านอาหารสเปนชื่อดังจากสิงคโปร์ จัดงานเปิดแลนด์มาร์คแฮงก์เอ้าท์แห่งใหม่ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายวัฒนธรรมสนุกสนานและมีชีวิตชีวาของชาวสเปน ผ่านอาหารสไตล์ทาปาสที่ทวิสต์รสชาติจากเมนูต้นตำรับเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย โดดเด่นด้วยบรรยากาศผ่อนคลายกับดีไซน์ร้านที่ช่วยเพิ่มความสนุก ท่ามกลางสีสันยามค่ำคืนของย่านสุขุมวิท บน EM Wonder ชั้น 5 ศูนย์การค้า Emsphere

งานนี้ โอลิเวียร์ เบนเดล Founder & CEO และ แองเจล่า เมย์ Culinary Director บริษัท Déliciae Hospitality Management สองผู้บริหารร้าน Sabio เปิดเผยว่า Sabio Bangkok สาขาแรกในไทย ได้แรงบันดาจใจจาก Sabio สาขาแรกที่สิงคโปร์ ผสานกับความคึกคักซึ่งไม่เคยหลับของกรุงเทพฯ เราตั้งใจสร้างให้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคน โดยตกแต่งร้านในโทนสีแดง พร้อมสอดแทรกผลงานศิลปะสุดไอคอนิกอย่าง ม้าลายสูง 2 เมตร และม้าสีทองก้มเก็บแอปเปิ้ล ให้เป็นงานอินสตอลเลชั่นที่โดดเด่น ขณะที่ตรงกลางร้านเป็นครัวเปิดที่เผยให้เห็นภาพเบื้องหลังการรังสรรค์ความอร่อยของทีมเชฟ และสร้างความคึกคักให้กับร้านไปในตัว เข้ากับโลเคชั่นของแหล่งแฮงก์เอาต์สุดฮอตที่ EM Wonder บนชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ โดยมีขนาดพื้นที่ 160 ตารางเมตร สามารถรองรับได้ทั้งหมด 80 ที่นั่ง เมนูของ Sabio  ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีกับความอร่อยในรูปแบบทาปาส ได้แก่ เมนูคลาสสิกน่าลิ้มลองอย่าง Jamon Croquetas คร็อกเกตสไตล์สเปนสอดไส้แฮม, Razor Clams หอยไม้ไผ่หรือหอยหลอดสดๆ จากสเปน, Gambas หรือกุ้งกัมบัสรสชาติจัดจ้าน และสัมผัสรสชาติของสเปนแท้ๆ ไปกับเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Sabio Paella ข้าวผัดสเปนที่อัดแน่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่และเนื้อหมูฟาร์มคุณภาพ รวมทั้งเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้นด้วยเมนูทาปาสยอดนิยม Hand Sliced Jamon Bellota แฮมหั่นสไลด์ และเมนูพิเศษ Roasted Bone Marrow topped with hand cut Beef Tartar ทาร์ทาร์เนื้อที่ผ่านการหมักและปรุงรสมาอย่างพิถีพิถัน นอกจากนี้ยังมีซีฟู้ดสดๆ ที่จะเป็นเมนูพิเศษสลับกันไปในแต่ละวัน และอย่าลืมเติมเต็มมื้ออาหารด้วยเครื่องดื่มอย่างแซงเกรีย (ไวน์ผสมผลไม้สไตล์สเปน) สูตรของทางร้าน และแซงเกรียค็อกเทลสูตรพิเศษของสาขากรุงเทพฯ ที่ผสานรสชาติสไตล์ไทยอย่าง ขิง ตะไคร้ และโหระพาไทยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตลอดจน ดื่มด่ำไปกับเมนูไวน์หลากหลายที่จะพาคุณย้อนความทรงจำกลับไปยังการเดินทางครั้งล่าสุดที่สเปน

ปาร์ตี้พิเศษเฉลิมฉลองการเปิดตัวทาปาสบาร์แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ของ Sabio เนรมิตทุกพื้นที่ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันและเสียงเพลง เพื่อปลุกความสนุกสนานให้กับเหล่าเซเลบริตี้และแขกผู้มีเกียรติตลอดค่ำคืน อาทิ แจ๊ค – ปริญญา              รุ่นประพันธ์, มุก – เพลินจันทร์ วิญญรัตน์, ไบรอน บิชอพ, ซินดี้ – สิรินยา บิชอพ, ยุ้ย – ไพพรรณ หลักแหลม, เจ็ง – วิไลลักษณ์ ทองเจือ, โรเตอร์ – ไพชยนต์ ทองเจือ, มิวกี้ – ไปรยา อนันตรทรัพย์, แสงเหนือ – ปภาวิชญ์ งามบุณยรักษ์ และ เตย – วิชาดา พูลผล

ร้าน SABIO เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ณ ร้าน Sabio, EM Wonder ชั้น 5 ศูนย์การค้า Emsphere เว็บไซต์ : www.sabio.food และช่องทางโซเชียลมีเดีย: Instagram: @sabiobkk / Facebook: Sabio BKK

040

8 โคมไฟหัตถศิลป์ แสงสว่างแห่งความมงคล สะท้อนเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่น

8 โคมไฟหัตถศิลป์ แสงสว่างแห่งความมงคล สะท้อนเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่น

8 โคมไฟหัตถศิลป์ แสงสว่างแห่งความมงคล สะท้อนเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่น

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.07 น.

ตระการตา “โคมไฟหัตถศิลป์” แลนด์มาร์กใหม่ตรุษจีนปีมะเส็ง สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน เซ็นทรัลพัฒนา สร้างสรรค์ร่วมกับศิลปินท้องถิ่น ผสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นจากทุกภูมิภาคของไทย ในแคมเปญ The Great Chinese New Year 2025 กับ 8 ผลงานชิ้นเอก จาก 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ โดดเด่นด้วยการออกแบบอันประณีตที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของแต่ละชุมชนอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่วันนี้ – 6 กุมภาพันธ์ 2568 

เซ็นทรัล นครสวรรค์ นำเอกลักษณ์ของเมืองนครสวรรค์มาผสมผสานในการออกแบบ “นครโคม 5 ภาษา” โคมยักษ์ความสูงกว่า 15 เมตร ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของชาวจีน 5 เชื้อชาติ 5 ภาษา (แต้จิ๋ว, กวางตุ้ง, ฮกเกี้ยน, ไหหนำ, ฮากกา)  ถือเป็นความภาคภูมิใจของเมืองนครสวรรค์ ประกอบกับโคมเขียวโคมแดง แทนสัญลักษณ์ของแม่น้ำ 2 สี 4 สาย ทั้ง ปิง วัง ยม น่าน ที่ไหลมาบรรจบยังนครแห่งสรวงสวรรค์   นำมาออกแบบให้โดดเด่นและสะท้อนอัตลักษณ์ของชาวนครสวรรค์ได้อย่างลงตัว

เซ็นทรัล เวสต์เกต นำพาความสุขสมหวังสู่ทุกคน กับอุโมงค์กังหันความมงคล “PRIDE IN  LIGHT OF NONTABURI” ที่จะพัดพาความทุกข์ ให้ชีวิตมีความสุข ราบรื่นดั่งกังหันลม พร้อมร้อยเรื่องราวเล่าเรื่อง ‘สเน่ห์นนท์’ ผ่านแสงสว่างแห่งโคมไฟ อาทิ ศาลากลางนนทบุรี เจดีย์เอียง เกาะเกร็ด ทุเรียนนนทบุรี นกแก้วหัวโม่ง เครื่องปั้นดินเผา เปรียบเสมือนแสงส่องสะท้อนความภูมิใจของชาวนนทบุรี

เซ็นทรัล เวสต์เกต PRIDE IN  LIGHT OF NONTABURI

เซ็นทรัล นครปฐม ครั้งแรกของเทศกาลโคมไฟจีนสุดยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมโคมไฟอัตลักษณ์แห่งเมืองนครปฐม “ปูรณฆฏาศรีทวารวดี” ที่สื่อถึงลวดลายหม้อน้ำแห่งความอุดมสมบูรณ์ สัญลักษณ์นี้จึงมีลักษณะเป็นหม้อน้ำที่เต็มบริบูรณ์ มีไม้เลื้อยออกมาทั้งสองข้าง แสดงถึงการกำเนิดของชีวิต หรือการสร้างสรรค์ อันนับเป็นสัญลักษณ์มงคล ของนครปฐม

เซ็นทรัล นครศรีฯ “โคมไฟหัวนะโม” ที่ผสมผสานลวดลายหัวนะโม ตำนานเครื่องรางอันศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยความเชื่อว่า “หัวนะโม” ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและป้องกันภัยอันตราย หรือป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ สะท้อนถึงความศรัทธาและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านงานศิลป์ ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมและความเชื่อที่ลึกซึ้งในแบบชาวนครอย่างแท้จริง

เซ็นทรัล นครศรี โคมไฟหัวนะโม

เซ็นทรัล ชลบุรี โคมไฟอัตลักษณ์ “จักสานพนัสนิคม” ในคอนเซ็ปต์ “ค่ายกลเอ็งกอ 8 ทิศ 168 โคมมงคล” สร้างสรรค์โดยเหล่าศิลปินผู้เชี่ยวชาญงานจักสานไม้ไผ่แบบดั้งเดิม ร่วมจักสานโคมเต็งลั้งไม้ไผ่ ภูมิปัญญางานสานจากชาวจีนในพื้นที่พนัสนิคม และ “เอ็งกอ” การแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่นพนัสนิคม จ.ชลบุรี ที่สืบสานจากบรรพบุรุษชาวจีนจากรุ่นสู่รุ่นมานับร้อยปี เป็นการผสมผสานศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับงานสร้างสรรค์สมัยใหม่ และสร้างแลนด์มาร์กอันเป็นเอกลักษณ์ของชลบุรี ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี

เซ็นทรัล ชลบุรี จักสานพนัสนิคม

เซ็นทรัล ลำปาง ผลงานศิลปะที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ท้องถิ่นล้านนา “The Lantern of Ghom” โดยศิลปินรุ่นใหม่ชาวลำปาง “TUSK” ที่มีชื่อเสียงระดับสากลในงานศิลปะแนว Typography ที่ใช้ตัวอักษรเป็นองค์ประกอบหลัก โคมสีแดงสดใสได้รับแรงบันดาลใจจากโคมล้านนาแบบดั้งเดิม ผสมผสานความทันสมัยอย่างลงตัว รายละเอียดตัวอักษรและลวดลายที่ประณีตสื่อถึงเอกลักษณ์ของชาวละกอนล้านนา สีแดงและสีขาวช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและมงคล สอดคล้องกับเทศกาลและวัฒนธรรมล้านนา สะท้อนถึงการเชื่อมโยงระหว่างศิลปะล้านนาดั้งเดิมกับมุมมองร่วมสมัย เป็นการต่อยอดมรดกวัฒนธรรมให้ก้าวไกลในเวทีระดับนานาชาติและสร้างความภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

เซ็นทรัล ลำปาง The Lantern of Ghom

เซ็นทรัล พัทยา โคมไฟมหามงคล “พญางูทอง” ปกป้องครองคู่ภูเขาทองคำ แห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย โคมไฟอัตลักษณ์เอกลักษณ์ของเมืองพัทยา ที่ผสมผสานความมงคลของปีมะเส็ง สายน้ำ และขุนเขาแห่งความร่ำรวย มั่งคั่ง ออกแบบร่วมกับศิลปินเมืองพัทยา อาจารย์มานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยากรรมการและเลขานุการสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย    

เซ็นทรัล ขอนแก่น The Year of Prosperity นำความสดใสของคาแรกเตอร์เจ้าหนู Ruby ที่ออกแบบโดย “ภัทร-วุฒิภัทร วงศ์ดี” ศิลปินชื่อดังชาวขอนแก่นที่โด่งดัง และเคยคอลแลบส์กับแบรนด์ดังมาแล้วมากมาย นำศิลปะแนว Doodle Art ที่มีสไตล์การเขียนแบบสะเปะสะปะวาดเส้นขยุกขยิกไปตามอารมณ์ ผสมผสานทั้งความสนุกสนานและความหมายมงคลสู่ลวดลายบนโคมไฟอัตลักษณ์  สีสันสดใส โดดเด่นด้วยสีแดงอมชมพู และสีเหลือง แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง ผสมผสานกับความโมเดิร์น ของเฉดสีพาสเทลอื่นๆ อย่างฟ้า ชมพู และม่วง ทำให้โคมไฟดูอบอุ่นและเป็นมิตร สื่อถึงความสุขและนำความมั่งคั่งและโชคลาภมาสู่ทุกคนในช่วงตรุษจีน โคมไฟเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความสุขในชีวิต เช่นเดียวกับเรื่องราวของ Ruby ที่เชิญชวนทุกคนให้เดินหน้าต่อไปด้วยรอยยิ้ม

เซ็นทรัล ขอนแก่น The Year of Prosperity

สมาคมแม่ฯ อุดรธานี และภาคีเครือข่าย เชิดชูสตรีผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

สมาคมแม่ฯ อุดรธานี และภาคีเครือข่าย เชิดชูสตรีผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

สมาคมแม่ฯ อุดรธานี และภาคีเครือข่าย เชิดชูสตรีผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.32 น.

สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติจังหวัดอุดรธานี สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดอุดรธานี และสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย อุดรธานี ร่วมกันจัดงาน “ดุจดั่งดาว พราวฟ้าสถาพร” ครั้งที่ 10 โดยมี รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติของสตรีผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่เป็นสุข มีความสมานฉันท์ มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง ถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของสตรีไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ณ โรงแรมเจริญ โฮเตล จ.อุดรธานี

ในงานได้รับเกียรติจาก ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดงาน โดยมี เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เบญจมาศ ปริญญาพล ประธานกรรมการฝ่ายช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ เป็นประธานร่วม รวมถึง ณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน และ ณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นิตยา คำวงศ์ปิน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานีร่วมงานด้วย

ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี, นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดอุดรธานี, เพ็ญพักตร์  ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และ เบญจมาศ ปริญญาพล ปธ.กก.ฝ่ายช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ พร้อมด้วยสตรีผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ

การจัดงานครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของกลุ่มองค์กรสตรีที่มีความเข้มแข็งในจังหวัดอุดรธานี 3 องค์กร ได้แก่ สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติจังหวัดอุดรธานี  สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดอุดรธานี และ สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย อุดรธานี ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และคณะกรรมการฝ่ายช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ ซึ่งในวันนี้ มีการมอบรางวัล จำนวน 13 รางวัล ถือเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติของสตรีผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่เป็นสุข มีความสมานฉันท์ มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง ถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของสตรีไทย

ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี, นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดอุดรธานี และเบญจมาศ ปริญญาพล ปธ.กก.ฝ่ายช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ มอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่สตรีผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมต่อความสำเร็จของสตรีชาวอุดรธานีที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ที่ดีงามจนสามารถส่งผลงานเข้ารับการประเมินในระดับประเทศ และได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมาหลายรางวัล นั่นเป็นการการันตีได้ว่า องค์กรสตรีชาวอุดรธานีได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทุกระดับในสังคม ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชนและประเทศ ดิฉันได้ติดตามความเคลื่อนไหวขององค์กรสตรีในจังหวัดอุดรธานีมาโดยตลอด จึงทราบว่ามีพลังบวกจากบุคลากรผู้ทำงานด้านการพัฒนาศักยภาพของสตรีอยู่หลายท่าน  เป็นความงดงามขององค์กรสตรีอุดรธานีที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างผลงานในการพัฒนาสังคม ทุกคนมีความเสียสละ มีความรัก ความสามัคคี มีความผูกพันที่แน่นแฟ้นต่อกันจึงมีผลงานที่ประสบความสำเร็จอันงดงามดั่งที่ปรากฏ ดิฉันขอแสดงความยินดีต่อผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแสดงความยินดีเชิดชูเกียรติแก่สตรีผู้มีผลงานอันโดดเด่นและร่วมยกย่องสตรีผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ให้เป็นแบบอย่างเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสตรีให้มีบทบาทนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติต่อไป”

039

เพ็ญพักตร์  ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มอบสายสะพายให้กับสตรีผู้ได้รับรางวัล

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มอบสายสะพายให้กับสตรีผู้ได้รับรางวัล

กัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร รอง ปธ.หอการค้า อุดรธานี รับโล่เกียรติคุณในโอกาสรับรางวัลลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่

กัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร รอง ปธ.หอการค้า อุดรธานี รับโล่เกียรติคุณในโอกาสรับรางวัลลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่

รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ และกอบแก้ว คงน้อย มอบของที่ระลึกให้กับ ราชันย์ – นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว, เบญจมาศ ปริญญาพล และ เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ในโอกาสมาเป็นประธานในงาน

รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ และกอบแก้ว คงน้อย มอบของที่ระลึกให้กับ ราชันย์ – นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว, เบญจมาศ ปริญญาพล และ เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ในโอกาสมาเป็นประธานในงาน

เพ็ญพักตร์  ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และกรรมการ อาทิ กอบแก้ว  คงน้อย, ดร.รัตน์มณี  ตันยิ่งยง, อโนมา  วิจิตรวิกรม, เบญจมาศ  ปริญญาพล, รศ.ดร.กฤตติกา  แสนโภชน์ และยุพา  สุภอมรพันธุ์

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และกรรมการ อาทิ กอบแก้ว คงน้อย, ดร.รัตน์มณี ตันยิ่งยง, อโนมา วิจิตรวิกรม, เบญจมาศ ปริญญาพล, รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ และยุพา สุภอมรพันธุ์

ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มอบเงินสนับสนุนการจัดงานให้กับ รศ.ดร.กฤตติกา  แสนโภชน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดอุดรธานี

ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มอบเงินสนับสนุนการจัดงานให้กับ รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดอุดรธานี

รอง ผวจ.อุดร ณัฐพงศ์ – นิตยา คำวงศ์ปิน โดยมี กอบแก้ว คงน้อย ให้การต้อนรับ

รอง ผวจ.อุดร ณัฐพงศ์ – นิตยา คำวงศ์ปิน โดยมี กอบแก้ว คงน้อย ให้การต้อนรับ

เบญจมาศ  ปริญญาพล, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง และ กอบแก้ว คงน้อย

เบญจมาศ ปริญญาพล, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง และ กอบแก้ว คงน้อย

แฟชั่นโชว์ผ้าไทยแสดงแบบโดยผู้หญิงเก่งแห่งอุดรธานี

แฟชั่นโชว์ผ้าไทยแสดงแบบโดยผู้หญิงเก่งแห่งอุดรธานี

แฟชั่นโชว์ผ้าไทยแสดงแบบโดยผู้หญิงเก่งแห่งอุดรธานี

แฟชั่นโชว์ผ้าไทยแสดงแบบโดยผู้หญิงเก่งแห่งอุดรธานี

นิทรรศการผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติของสตรีผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่เป็นสุข

นิทรรศการผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติของสตรีผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่เป็นสุข

ฉลอง 25 ปี โครงการ ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ แบรนด์ จับมือ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ชวนคนรุ่นใหม่บริจาคโลหิต

ฉลอง 25 ปี โครงการ ‘แบรนด์...พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’  แบรนด์ จับมือ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ชวนคนรุ่นใหม่บริจาคโลหิต

ฉลอง 25 ปี โครงการ ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ แบรนด์ จับมือ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ชวนคนรุ่นใหม่บริจาคโลหิต

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด(ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพ ภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ฉลองเข้าสู่ปีที่ 25เดินหน้ารณรงค์ปลูกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมให้เยาวชนไทยและคนรุ่นใหม่ รู้จักแบ่งปันต่อสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน ผ่านการบริจาคโลหิต ภายใต้โครงการ “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต” (BRAND’S Young Blood) รวมถึงเปิดเวทีให้เยาวชนไทยได้แสดงออกถึง ความคิดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมประกวดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด บริษัทได้ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดแถลงข่าว เปิดตัวโครงการ “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568” (BRAND’S Young Blood 2025) ชวนคนรุ่นใหม่แสดงพลังแห่งการให้ ผ่านการบริจาคโลหิต โดยมุ่งส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษา ร่วมบริจาคโลหิตและบริจาคเป็นประจำสม่ำเสมอทุกๆ 3 เดือน เพื่อสำรองโลหิตคงคลังไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าจัดหาโลหิตจำนวน 125,000 ยูนิต ภายในปี 2568 โดยภายในงาน มีศิลปิน นักแสดง ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุลร่วมแสดงพลังเลือดใหม่ผ่าน การบริจาคโลหิตในครั้งนี้ด้วย

มธุวลี สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจและองค์กรสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากค่านิยมของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ “การตอบแทนกลับ คืนสู่สังคม” (Giving Back to Society) จึงนำไปสู่การริเริ่มโครงการ “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต” ซึ่งดำเนินการจนก้าวสู่ปีที่ 25 นับเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัท ในการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนสังคม “แห่งการให้” โดยร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ปลูกฝังหัวใจแห่งการเป็นผู้ให้แก่เยาวชน คนรุ่นใหม่ รณรงค์ให้ร่วมบริจาคโลหิตครั้งแรก และบริจาคโลหิตต่อเนื่องเป็นประจำทุก 3 เดือน เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทนและเพื่อเพิ่มจำนวนโลหิตสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินซึ่งในทุกๆ ปี ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีมีคนรุ่นใหม่เข้าร่วมบริจาคโลหิตผ่านโครงการเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมการประกวดที่ให้น้องๆ นิสิต นักศึกษา ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ ออกแบบผลงานเพื่อสร้างจิตสำนึกและให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัว เพื่อบริจาคโลหิตในวงกว้าง อาทิ การประกวดสื่อภาพนิ่ง (Infographic) การประกวดแต่งเพลงสั้นการประกวดเต้น และ การประกวดออกแบบลายเสื้อยืด เป็นต้น

“โครงการ BRAND’S Young Blood 2024 มีผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิตรวมทั้งสิ้น 122,792 ยูนิต จากเป้าที่ตั้งไว้ 100,000 ยูนิต สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการรณรงค์หัวใจแห่งการเป็นผู้ให้แก่น้องๆ นักศึกษา ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต เพราะเราเชื่อว่าจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมอย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการ BRAND’S Young Blood 2025 เราตั้งเป้ายอดบริจาคโลหิต จำนวน 125,000 ยูนิต เพิ่มขึ้น 25,000 ยูนิตจากเป้าหมาย 100,000 ยูนิต ของปีที่แล้วเพื่อฉลองการครบรอบ 25 ปี ของโครงการ โดยมีการจัดกิจกรรม หลัก 2 กิจกรรม ได้แก่ 1) กิจกรรมเพื่อสนับสนุนการบริจาคโลหิตของหน่วยรับเคลื่อนที่ ผ่านโรดโชว์รณรงค์บริจาคโลหิตในสถาบันการศึกษา และการออกหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงภูมิภาคต่างๆ และ 2) กิจกรรมการแข่งขันเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ และนำเสนอไอเดียสร้างสรรค์เพื่อสร้างจิตสำนึกในการบริจาคโลหิตในหมู่เยาวชนในวงกว้าง โดยทั้งสองกิจกรรมจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ด้านการสร้างจิตสำนึกของผู้ให้ ที่นำไปสู่การบริจาคโลหิตอย่างยั่งยืนในหมู่เยาวชนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถ ติตตามรายละเอียได้ที่ https://thaibloodcentre.redcross.or.th/ และ www.suntorybeverageandfood.co.th และ เฟซบุ๊ก : BRAND’S World Thailand”

รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่าศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการจัดหาโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอมีคุณภาพสูงสุด ตามมาตรฐานสากล ปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ภาคเอกชนอย่างบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด(ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์ซุปไก่สกัด เล็งเห็นความสำคัญของการรณรงค์ให้ คนรุ่นใหม่หันมาบริจาคโลหิตกับสภากาชาดไทย เนื่องจากการบริจาคโลหิตเป็นเรื่องจำเป็น และยังไม่มีสิ่งใดทดแทนได้ ขณะที่ความต้องการใช้โลหิตของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ มีการเบิกใช้โลหิตเฉลี่ยวันละ 7,500-8,500 ยูนิต แต่สามารถจ่ายโลหิตได้เฉลี่ยวันละ 3,200-3,800 ยูนิต หรือ 42.67-44.71% เท่านั้น ส่วนการบริจาคโลหิต ของกลุ่มเยาวชนในปัจจุบัน มีการบริจาคเพียง11% จากจำนวนผู้บริจาคโลหิตทั้งหมด ซึ่งก่อนการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 มีจำนวนเยาวชนบริจาคโลหิตมากถึง 24 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าภาคเอกชนนั้นเป็นพลัง ที่ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนเห็นความสำคัญในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการเลือดเพื่อรักษา เพราะผู้ป่วยต้องการโลหิต ทุกวินาที

ยิ่งไปกว่านั้น การบริจาคโลหิตไม่ได้เป็นอันตรายต่อผู้บริจาค โดยการบริจาคโลหิตครั้งละ 350-450 ซีซี คิดเป็น 10-12% ของปริมาณโลหิตทั้งหมดในร่างกาย โดยหลังบริจาคโลหิต ไขกระดูกในร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมา ทดแทนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้บริจาคควรรับประทานยาเสริมธาตุเหล็ก วันละ1 เม็ดหลังอาหาร จนหมดตามจำนวนที่ทางสภากาชาดมอบให้ เป็นการชดเชยธาตุเหล็กที่สูญเสียไปจากการบริจาคโลหิต เพื่อให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืนต่อไปในอนาคต”

ในงานแถลงข่าวยังมีการประกาศผลการประกวดสื่อภาพนิ่ง Infographic และออกแบบลายเสื้อยืด หัวข้อ “Give Blood Give Lives…พลังเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่” ภายใต้โครงการ BRAND’S Young Blood 2024 โดยผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม L&J น.ส.พิชญ์สินีแป้นสุวรรณ, น.ส.วิภวานี ชวนานนท์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รับทุนการศึกษา 20,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ น.ส.พีรดา ฉัตรแก้วมณี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รับทุนการศึกษา 10,000 บาท, รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่ น.ส.ปพิชญา แสงนาค สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาด กระบังรับทุนการศึกษา 5,000 บาท และรางวัลชมเชยมี 5 รางวัล ได้แก่ น.ส.ณจันทร์ ม่วงอ่ำ, น.ส.สุภัฏฐาวรวงค์, น.ส.ศศิณา มาทองแดง, น.ส.พัณณิตาเพ็ชรเอี่ยม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, น.ส.วิภาดา สุรวัฒนานนท์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, นายธีรภัทร สินดี-น.ส.ชนิกาอารีสนั่น มหาวิทยาลัยรังสิต รับทุนการศึกษา2,000 บาท

ส่วนรางวัลการประกวดออกแบบลายเสื้อยืดผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่น.ส.กัญญกร โรจนกฤตยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับทุนการศึกษา 3,000 บาท และผู้ที่ได้รับรางวัลชมเชย มี 2 รางวัล ได้แก่ นายธีรภัทร ประวัดศรี และน.ส.จิฏญา บัวหมื่นไวย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับทุนการศึกษา 2,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ชนะรางวัลในทุกระดับจะได้รับผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัดดื่มฟรีตลอดปี

เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สนใจร่วมโครงการ “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568” (BRAND’S Young Blood 2025) สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก : BRAND’S World Thailand หรือ เว็บไซต์ https://thaibloodcentre.redcross.or.th/ และ www.suntorybeverageandfood.co.th

ไฮเออร์ ผสานโลกอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับโลกแฟชั่น ดึง ‘แบมแบม-กันต์พิมุกต์’ รับหน้าที่แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด

ไฮเออร์ ผสานโลกอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับโลกแฟชั่น  ดึง ‘แบมแบม-กันต์พิมุกต์’ รับหน้าที่แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด

ไฮเออร์ ผสานโลกอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับโลกแฟชั่น ดึง ‘แบมแบม-กันต์พิมุกต์’ รับหน้าที่แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 16 ปีซ้อน ประกาศแต่งตั้ง “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด ซึ่งภาพลักษณ์ของหนุ่มแบมแบมซูเปอร์สตาร์ระดับอินเตอร์ ผู้ทรงอิทธิพลทั้งในอุตสาหกรรมเพลงและวงการแฟชั่น เจ้าของฉายา Young & Rich พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ไฮเออร์ให้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างได้มากยิ่งขึ้น

แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ของไฮเออร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไฮเออร์ ซึ่งการร่วมงานกันในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญและประสบการณ์ใหม่ที่คาดว่าจะสร้างสีสันความสนุกและความสุขให้กับแฟนๆ รวมถึงลูกค้าไฮเออร์ได้อย่างเต็มที่แน่นอนครับ แล้วมาเป็นครอบครัวไฮเออร์ด้วยกันนะครับ”

สำหรับการร่วมงานครั้งแรกของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกอย่างไฮเออร์ “แบมแบม” ในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุดของประเทศไทย จะพาทุกคนก้าวสู่ยุค AI ด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ที่มาพร้อมนวัตกรรม AI ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้แช่ ทีวี และเครื่องทำน้ำอุ่น นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2568 ที่ผสมผสานระหว่างโลกของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้ากับโลกของแฟชั่นได้อย่างลงตัว

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook : Haier Thailand,Instagram : @haierthailand_official, X (Twitter) : @ThailandHaier, YouTube : @HaierThailandOfficial, TikTok : @haier_thailand และ Line Official :@haierthailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.haier.com/th