สุดภูมิใจ!’เอิร์น-ฟลุ๊ค-มายเม่-ฟรัง’คว้าปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์

สุดภูมิใจ!'เอิร์น-ฟลุ๊ค-มายเม่-ฟรัง'คว้าปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์

สุดภูมิใจ!’เอิร์น-ฟลุ๊ค-มายเม่-ฟรัง’คว้าปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.46 น.

สร้างความภาคภูมิใจอย่างมากให้กับ 4 นักแสดงรุ่นใหม่มาแรง “เอิร์น-ปรียาภัทย์ หล่อสุวรรณศิริ, ฟลุ๊ค-ณัฐนนท์ ทองแสง, มายเม่-ณิชาภา แพร่พีรกุล, ฟรัง-นรุทธ์ ประทีปภวเมธา” สังกัด “GMMTV” ที่มุ่งมั่นทุ่มเททำงานควบคู่ไปกับการเรียน จนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2565-2566 ได้สำเร็จ โดย “เอิร์น” จบ Bachelor of Arts Program in Service Innovation (International Program) วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาการบริการ หลักสูตรนานาชาติ ด้าน “ฟลุ๊ค” จบ Faculty of Fine and Applied Arts คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาเอกการละคอน ส่วน “มายเม่” จบ Social Administration (International Program) สาขา Social Policy and Development และ “ฟรัง” จบ Bachelor of Business Administration (BBA) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ ซึ่งก็พร้อมเดินหน้าทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มที่ รวมทั้งยังมีแผนเรียนต่อปริญญาโท หากมีโอกาสที่เหมาะสมอีกด้วย ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว เพื่อนๆ และแฟนคลับ ที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

014

‘เปิ้ล ภารดี’ ออกปาก ‘เล่ห์มยุรา’ เข้มข้นจัด อินบทแม่สุดสตรอง ทำอารมณ์ดิ่ง

‘เปิ้ล ภารดี’ ออกปาก ‘เล่ห์มยุรา’ เข้มข้นจัด อินบทแม่สุดสตรอง ทำอารมณ์ดิ่ง

‘เปิ้ล ภารดี’ ออกปาก ‘เล่ห์มยุรา’ เข้มข้นจัด อินบทแม่สุดสตรอง ทำอารมณ์ดิ่ง

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พีคแล้ว แต่พีคได้อีก กับละคร “เล่ห์มยุรา” ผลิตโดยค่าย สกาย เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ที่สองนางเอกสาว ฮาน่า ลีวิส และ แอนน่ากลึคส์ ผลัดกันรุกและรับ ฟาดใส่กันยับ แต่ตอนนี้ทั้ง 2 คน กลับมาจับมือรักกันเป็นที่เรียบร้อย หลังรู้ความจริงว่า ทั้งคู่เป็นลูกสาวของ “กรองแก้ว” รับบทโดย เปิ้ล-ภารดี วงษ์สวัสดิ์ เหมือนกัน โดย เปิ้ล ได้เปิดใจ ถึงการรับบทนี้ว่า

“การรับบทตัวละครนี้ยากมากค่ะ เอาจริงๆ ต้องบอกว่าดิ่งมาก ลึกมากนะ เปิ้ลค่อนข้างอินมากๆ กับตัวละครนี้ เพราะเราก็เป็นคุณแม่เหมือนกัน ความรู้สึกที่มีให้กับตัวละครนี้ คือเปิ้ลสงสารคนๆ นี้จับใจเลย คือชีวิตเขาทำไมต้องเจอเรื่องราวแบบนี้ ทั้งเรื่องความรัก เขารักคนคนหนึ่ง แต่พอรู้ว่าน้องสาวเขาก็รักผู้ชายคนเดียวกัน เราก็ต้องหลีกทางให้ จนมามีลูกคนที่ 2 คือ อลิซ(แอนน่า กลึคส์) เราก็ไม่สามารถเลี้ยงเขาได้ในเวลานั้น ต้องเอาเขาไปให้คนอื่นเลี้ยงอีก แล้วพอมีโอกาสได้เจอลูกตอนแรกก็บอกกับใครไม่ได้อีกว่านี่ลูกเราเราอยากจะกอด อยากจะหอมลูกแทบตาย แต่ทำไม่ได้ยิ่งเราเห็นพี่น้องคือ อุ๊ (ฮาน่า ลีวิส) กับ อลิซเขาทะเลาะกัน แล้วเราต้องเป็นคนกลาง เป็นคนคอยห้ามมันก็อึดอัดมากๆ ค่ะ ชีวิตเขาคือน่าสงสารมากเปิ้ลคิดนะถ้าเป็นชีวิตของคนจริงๆ เขาจะหาทางออกให้กับตัวเองอย่างไร จะเข้มแข็งได้เท่ากรองแก้วไหม เพราะกรองแก้วเข้มแข็งมาก

ซึ่งการทำงานกับทุกคน ต้องบอกเลยว่านักแสดงทุกคนในเรื่องเก่งมากค่ะ อย่างลูกสาว อุ๊ (ฮาน่า) กับอลิซ (แอนน่า) ทั้ง 2 ต้องบอกว่าเก่งทั้งคู่เลยค่ะ น้องฮาน่า เขามีประสบการณ์ มีฝีมืออยู่แล้วเราไม่กังวลเลย เขาเก่งมากๆ ส่วนน้องแอนน่าเป็นน้องใหม่ แต่มีความพยายามเยอะมาก รวมถึงตั้งใจทำการบ้านดี ทำให้ทุกอย่างราบรื่น แล้วตัวของแอนน่า เป็นเด็กน่ารัก เขาจะไม่ค่อยทันมุขของพี่ๆบางทีน้องเล่นมุก แต่คนอื่นไม่ขำ เพราะน้องเล่นมุขผิดคิว แต่นั่นก็ทำให้ทุกคนได้ยิ้มไปกับความโก๊ะ เป็นความน่ารักในตัวน้อง ภาพรวมของบรรยากาศการทำงาน เรื่องนี้สนุกมากค่ะ คนดูอาจจะเห็นว่าในละครร้องไห้กันอยู่บ่อยๆ แต่ตอนถ่ายทำ ก่อนนับ 5 4 3 2 แล้วเข้าฉากร้องไห้ ก็คุยกัน หัวเราะกันอยู่ตลอดเลย โดยเฉพาะคุณบูม (กิตตน์ก้อง ขำกฤษ) เขาเป็นคนตลกมาก เวลามากอง จะมีมุขมาเล่นตลอดเลยและทุกคนในกองก็เก่งกันมากๆ ค่ะ เวลาเข้าฉากถ้าต้องร้องไห้ น้ำตาก็ไหลกันได้แบบเป๊ะมาก

เปิ้ลอยากให้ทุกคนรอติดตามเลยนะคะ เพราะเล่ห์มยุรา เป็นละครที่ทุกคนไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวจะพลิกไหม ใครจะเป็นคนร้ายที่สุดในละครนี้ อยากให้ทุกคนมาติดตาม เพราะนอกจากความสนุกแล้ว ทุกตัวละครในเรื่องนี้ ยังมีข้อคิดแฝงอยู่ เป็นความสนุกที่ครบรส ไม่อยากให้ทุกคนพลาดค่ะ” ติดตามความสนุกของละคร “เล่ห์มยุรา”รับชมสดทางช่อง 7HD กด 35 ทุกวันพุธ พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. และรับชมย้อนหลัง เวลา 22.30 น. บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น! ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ http://www.ch7.com

‘We Forever Y’ แคมเปญเติมคลังความฟิน!! มัดรวมซีรี่ส์วายสุดฮิตตลอดกาล

‘We Forever Y’ แคมเปญเติมคลังความฟิน!! มัดรวมซีรี่ส์วายสุดฮิตตลอดกาล

‘We Forever Y’ แคมเปญเติมคลังความฟิน!! มัดรวมซีรี่ส์วายสุดฮิตตลอดกาล

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

WeTV จัดเต็มเพื่อเอาใจแฟนสายวายทั่วโลกกับแคมเปญสุดพิเศษ “We Forever Y” รวมซีรี่ส์วายสุดฮิตระดับตำนานกว่า 13 เรื่อง ที่พร้อมมอบความฟินแบบจิกหมอนขาดให้กับทุกคนแล้ววันนี้!

พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง (SOTUS The Series) เรื่องราวความรักและมิตรภาพ ผ่านประสบการณ์ของนักศึกษาเฟรชชี่ปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ “ก้องภพ” ที่เพิ่งเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย และต้องมาพบกับการรับน้องสุดโหดของรุ่นพี่ปี 3ภายใต้ระบบ Sotus โดยมีหัวหน้าหรือเฮดว้ากที่ชื่อ “อาทิตย์” พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ซีซั่น 2 (SOTUS S The Series) ภาคต่อ ความรักที่เติบโตขึ้นของ ”อาทิตย์” และ ”ก้องภพ” ภายใต้สถานภาพที่เปลี่ยนไป จากน้องใหม่ปีหนึ่งสู่การเป็นพี่ว้าก และจากอดีตพี่ว้ากกลายเป็นน้องใหม่ในที่ทำงาน เมื่อทั้งคู่มาถึงจุดที่ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทำให้ความรักของทั้งสองคนเริ่มสั่นคลอน ชุลมุนกางเกงน้ำเงิน (Lovesick 2024) ชมรมดนตรีของ “โน่” ถูกตัดงบ ทำให้ต้องไปขอความช่วยเหลือจาก “ปุณณ์” โดยมีเงื่อนไขว่าทั้งคู่ต้องแกล้งคบกัน เพื่อที่จะหลอกน้องสาวปุณณ์ที่เป็นสาววาย ให้ช่วยคุยกับพ่อไม่ให้ปุณณ์ไปคบกับลูกสาวเพื่อนพ่อความรักของทั้งคู่จึงได้ก่อตัวขึ้นจากความสัมพันธ์ปลอมๆ ที่กำลังจะกลายเป็นจริง ภาพนายไม่เคยลืม (LastTwilight) เรื่องราวของเด็กช่างไม่เอาไหน“หมอก” ที่ต้องจับพลัดจับผลูมาเป็นคนดูแล “เดย์” อดีตนักกีฬาแบดมินตันที่กําลังจะตาบอด ด้วยเหตุนี้การเดินทางตามหาคําตอบชีวิตของทั้งคู่ จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการมองเห็นที่ถดถอย แต่ถูกทดแทนด้วยความรู้สึกพิเศษบางอย่างในใจคือเรารักกัน (We Are) เรื่องราววุ่นๆ ของเหล่ามิตรสหายที่ต่อให้ชีวิตมหาวิทยาลัยจะเรียนหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็ยังมีเรื่องให้ปวดสมอง ทั้งวุ่นวายแถมวุ่นรักแบบไม่ให้ได้หยุดพักผ่อน We Are…คือเราเป็นเพื่อนกัน แต่เรากัดกัน ชอบกัน จนมาจีบกัน และเราจะรักกันได้ยังไง?

เพราะเราคู่กัน (2gether The Series) ความรักวุ่นๆ ของ “ไทน์” คนชิค ที่ฝันจะได้เจอรักแท้ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กลับต้องมาเจอ กรีน ตุ๊ดหนุ่มหน้าหล่อจอมตื๊อที่ทั้งดื้อและด้าน จนไทน์ต้องไปขอร้อง “สารวัตร” มือกีตาร์สุดหล่อให้มาช่วยเป็นแฟนปลอมๆ ให้ จนเกิดความใกล้ชิด ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก่อตัวขึ้น  เพราะเรายังคู่กัน (Still 2gether) หลังจากที่ “ไทน์” และ “สารวัตร” ฝ่าฟันอุปสรรคที่คอยคั่นกลางจนได้มาอยู่คู่กันในที่สุด เรื่องราวเหมือนจะจบลงอย่าง Happy Ending แต่ที่จริงมันเป็นแค่จุดเริ่มต้น ของด่านทดสอบบทต่อไป ที่จะเข้ามาคั่นกลางระหว่างพวกเขาอีกครั้ง  พิษเบ๊บ เดอะ ซีรี่ส์ (Pitbabe) เรื่องราวของแก๊งนักแข่งรถระดับเอลิส “เบ๊บ” นักแข่งหนุ่มที่ไม่เคยพ่ายแพ้สนามไหน ได้เจอกับ“ชาลี” แฟนคลับหนุ่มฮอตเนิร์ดที่มีความฝันอยากจะเป็นนักแข่งรถบ้าง แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงเขามีจุดประสงค์อื่นที่เป็นความลับแอบแฝงอยู่  นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ (CutiePie) เรื่องราวของคนสองคนที่ถูกหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็ก แต่พอโตมาแล้วทั้งคู่เหมือนมีตัวตนที่ลึกๆ ซ่อนอยู่ แต่ต้องเก็บไว้ เพื่อที่จะให้ต่างฝ่ายต่างประทับใจกันจึงนำมาสู่การการค้นหาความจริง ระหว่าง “เฮียเหลียน” กับ “หนูเกื้อ” แล้วการแต่งงานจะเกิดขึ้นได้จริงไหม

นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ 2 (Cutie Pie 2 You) ภาคต่อความรัก หลังจากที่“หนูเกื้อ” เรียนจบ และต้องวางแผนอนาคตของตัวเองว่าจะเลือกทางไหนต่อระหว่างแต่งงานกับ “เฮียเหลียน” แล้วหาอะไรทำไปเรื่อยๆ หรือเป็น คิรินศิลปินเต็มตัวตามที่ได้รับการทาบทามจากค่ายดัง แต่ก็ต้องอยู่ห่างกับคนรัก ดื้อเฮียก็หาว่าซน Naughty Babe) “อี้”และ “คนเดียว” เป็นคู่หมั้นกันมาอย่างยาวนาน แต่ไม่มีท่าทีว่างานแต่งครั้งนี้จะเกิดขึ้นจริง ในวันที่คนเดียวไม่อยากรออีกต่อไป อี้ ดันเกิดอุบัติเหตุจนจำได้แต่คนเดียวในวัย 7 ขวบ คนเดียวจะใช้โอกาสนี้ในการเริ่มต้นใหม่ หรือว่าจะเป็นอี้ที่จะได้โอกาสนี้เพื่อทำให้คนเดียวเปิดใจให้เขาอีกครั้ง แปลรักฉันด้วยใจเธอ (I Told Sunset About You) เพื่อนวัยเด็ก “เต๋” และ “โอ้เอ๋ว” โคจรมาเจอกันอีกครั้งที่โรงเรียนกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้ามหา’ลัย ทั้งสองมุ่งมั่นที่จะสอบเข้าคณะและมหา’ลัยเดียวกัน จากเพื่อนรักที่เคยร่วมฝัน จึงกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ สนามสอบครั้งนี้จึงมีทั้งความฝันและความผูกพันของทั้งสองเป็นเดิมพัน แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2 (I Promised You The Moon) เมื่อ “เต๋” และ “โอ้เอ๋ว”ต้องเดินทางขึ้นมาเรียนที่กรุงเทพฯ เต๋และโอ้เอ๋วพยายามจัดสรรเวลาเพื่อจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อกิจกรรมชมรมฝั่งเต๋เริ่มเข้มข้นขึ้น เวลาที่มีให้กันก็น้อยลงไป ทั้งคู่จึงต้องเผชิญกับการปรับตัวกับโลกใบใหม่ที่ไม่มีทางรู้เลยว่าข้างหน้าจะเจอกับอะไรบ้าง ครบทุกตอนเร็วๆ นี้

‘หมึก-ปริญญ์ วัฒนวีร์’คู่รัก LGBTQ+ นักแสดง-ผู้กำกับ ควงคู่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

‘หมึก-ปริญญ์ วัฒนวีร์’คู่รัก LGBTQ+ นักแสดง-ผู้กำกับ  ควงคู่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

‘หมึก-ปริญญ์ วัฒนวีร์’คู่รัก LGBTQ+ นักแสดง-ผู้กำกับ ควงคู่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมวันแรกในประเทศไทย หมึก-ปริญญ์ วัฒนวีร์ 1 ในคู่รัก LGBTQ+ วงการบันเทิง ที่เป็นทั้งนักแสดง ผู้กำกับคนเขียนบท โปรดิวเซอร์ ซึ่งคบหาดูใจกันมานานถึง 23 ปี ได้เดินทางไปจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่สำนักงานเขตบางซื่อ โดยมีคุณพ่อของปริญญ์ และพระเอกหนุ่มช่อง 7 ภูมิ-เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ และเพื่อนๆ มาร่วมเป็นสักขีพยาน หมึก-ปริญญ์ คู่รัก LGBTQ+ คบหาดูใจ และใช้ชีวิตร่วมกันยาวนานถึง 23 ปี และปัจจุบันเปิดบริษัทโปรดักชั่นเฮ้าท์ร่วมกัน ได้แสดงความรู้สึกในวันนี้

“ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าตื่นเต้นมากๆ ครับ ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ตื่นเต้น แต่พอถึงวันจริงๆ คือตื่นเต้นมาก และรู้สึกดีใจมาก ที่ประเทศไทยเปิดโอกาสให้มีการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมายของ LGBTQ+ และเห็นความสำคัญ ความเท่าเทียมกันในสังคม และขอแสดงความยินดีกับทุกๆ คู่ ที่พร้อมตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยครับ ทะเบียนสมรสแม้จะเป็นเพียงกระดาษ 1 ใบ แต่มีคุณค่าทางจิตใจ และยังมีกฎหมายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับคู่สมรส และที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็นความรักที่ซื่อสัตย์ และมั่นคงที่ทุกคู่มีต่อกันครับ“

4 สาว SERTIST ออกเพลงต้อนรับตรุษจีน

4 สาว SERTIST ออกเพลงต้อนรับตรุษจีน

4 สาว SERTIST ออกเพลงต้อนรับตรุษจีน

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

SERTIST 4 สาว โมบาย,แก้ว, น้ำหนึ่ง, ปูเป้ SERTISTชื่อสุดเก๋เขามีลูกเล่น มาจากการผวนคำว่า sister ที่แปลว่า พี่สาวหรือน้องสาว แทนความสัมพันธ์ แน่นแฟ้นเหมือนครอบครัว ของทั้ง 4 สาว ที่อยู่ด้วยกันมานาน ตั้งแต่เป็นแก๊งเด็กหอประจำวงจับมือเหนียวแน่นกลายเป็นแก๊งบ้านเช่า แถมคำว่า Tist ยังหมายถึง Artistอีกด้วย ปังแน่มาแน่การันตี เพราะ 4 สาวเอาชื่อนี้ไปดูหมอมาเรียบร้อย ช่องสไตล์ Homie มี Vlog อัปเดตชีวิตและความเป็นไปของพวกเธอให้แฟนๆ รู้สึกว่าไม่ได้ห่างหาย จากกันไปไหน และล่าสุด SERTIST 4 สาว โมบาย, แก้ว, น้ำหนึ่ง, ปูเป้ จะมาร่วมทำเพลงกับ marr team ซึ่งมีชื่อเพลงว่า “สายตาของผมจะมองแค่คุณคนเดียว”

“สายตาของผมจะมองแค่คุณคนเดียว” Single ที่ 14 จาก marr team ซึ่งเพลงนี้ได้ 4 สาวอย่าง โมบาย, แก้ว, น้ำหนึ่ง, ปูเป้ จากแก๊งSERTIST มาร่วมร้องในครั้งนี้ด้วย เพลงนี้ยังแต่งมาจาก Concept ที่ว่า “สายตาของผมจะมองแค่คุณคนเดียว มองแค่คุณคนเดียว” โดยเนื้อหาในเพลงนี้ยังมีการกล่าวถึงคนที่จะหลงคุณได้มากขนาดนี้ เขาเป็นของคุณนะ สายตาที่เขาจะมองได้คือจะจ้องมองไปที่คุณเท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่าจริงไหมที่จะมองแค่คุณ ลองมาจ้องตามกันดูสิ อย่างกับท่อนที่ว่า “สายตาของผมจะมองแค่คุณคนเดียว มองแค่คุณคนเดียว ผมไม่เคยจะเหลียวไปมองใคร” อีกทั้งเพลงนี้ยังแต่งโดย พัด Vorapat และ marr team บวกเสียงร้องสดใสของ 4 สาว SERTIST โมบาย, แก้ว, น้ำหนึ่ง, ปูเป้ จึงยิ่งทำให้เพลงนี้ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างลงตัวอีกด้วย

แฟนคลับเป็นห่วง! ‘เสก โลโซ’วูบ ถูกหามส่ง รพ.กลางดึก

แฟนคลับเป็นห่วง! 'เสก โลโซ'วูบ ถูกหามส่ง รพ.กลางดึก

แฟนคลับเป็นห่วง! ‘เสก โลโซ’วูบ ถูกหามส่ง รพ.กลางดึก

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.17 น.

ทำเอาแฟนคลับ ร็อกเกอร์หนุ่ม เสก โลโซ เป็นห่วง เมื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจ SEK LOSO แจ้งข่าวว่าเจ้าตัวถูกหามส่ง รพ. ช่วงกลางดึก เหตุโหมงานหนักเกินไป ซึ่ง กานต์ วิภากร ภรรยา ขอโทษที่รับงานให้สามีเยอะเกินไป

“จนได้ การแอดมิตครั้งแรกของพี่เสกโลโซ กานต์ขอโทษที่รับงานเยอะเกินไป เธอควรต้องพักผ่อนบ้าง TT  ช่วงนี้พี่เสกวูบบ่อยมาก หามส่งโรงบาลกลางดึก TT ขอโทษนะคะ TT  ต่อไปนี้คงต้องสแกนงานคอนเสิร์ต คงไม่รับเยอะแล้วค่ะ #เป็นแค่คนๆเดียวที่รักเธอผิดที่ฉันนั้นดูแลเธอไม่ได้ TT (ad)”

ส่วนโพสต์ล่าสุดระบุข้อความว่า

“ สงสารเธอเหลือเกิน ถ้ากานต์เป็นอะไรแทนเธอได้ ก็ขอเป็นอะไรที่แย่ๆแทนได้คงดี “

” พี่เสกน่าสงสาร ไม่เคยนอนโรงบาลเพิ่งจะหลับ เค้าพูดว่า ฉันคงอยู่ได้ไม่นานแล้ว กานต์บอกว่า ไม่ได้นะ TT “

“ แล้วกานต์ก็ออกไปขอให้ฉีดยานอนหลับให้แก แต่ทางโรงบาลให้เป็นยากินเพราะไม่อยากให้มียานอนหลับอะไรพวกนี้มาก TT “

“ เค้าไม่เคยแอดมิท แกคงรู้สึกอ่อนแอมั้ง..ขอกำลังใจให้พี่เสกโลโซเยอะๆนะคะ ขอบคุณคะ TT”

ทั้งนี้ ได้มีแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาแสดงความเป็นห่วง พร้อมอวยพรขอให้หายป่วยไวๆ

‘Novice Accountant Camp’ ปั้น‘นักบัญชีดิจิทัล’พร้อมสู่ตลาดแรงงาน

‘Novice Accountant Camp’  ปั้น‘นักบัญชีดิจิทัล’พร้อมสู่ตลาดแรงงาน

‘Novice Accountant Camp’ ปั้น‘นักบัญชีดิจิทัล’พร้อมสู่ตลาดแรงงาน

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับสมาคมสำนักงานบัญชีไทย (Thai Accounting Firms Association : TAFA) จัดอบรมภายใต้โครงการ “Novice Accountant Camp” ระหว่างวันที่ 16-17 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ให้กับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2 และปวส.(พิเศษ) 2 สาขาการบัญชี จำนวนกว่า 200 คน

สำหรับแคมป์นักบัญชีมือใหม่ (Novice Accountant Camp) 2 วัน ที่จัดขึ้นดังกล่าว จะเป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ผ่านการเวิร์กช็อปเพื่อเติมเต็มทักษะที่จำเป็นสำหรับนักบัญชีดิจิทัลไม่ว่าจะเป็น จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี การจดทะเบียนนิติบุคคล ความรู้เกี่ยวกับบัญชี ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีนิติบุคคล การคำนวณและกรอกแบบภาษีหักณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมทั้งเวิร์กช็อปกรณีศึกษาการประกอบธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่น มีหน้าร้านและขายออนไลน์ รวมถึงแนะนำหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานด้านบัญชี เช่น กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น

ดร.อรัญญา นาคหล่อ ผู้จัดการสถาบันพัฒนานักวิชาชีพบัญชี และอาจารย์ประจำหลักสูตรการบัญชียุคดิจิทัล วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า การเรียนการสอนด้านบัญชี ส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนรู้ตามหลักสูตรตำราเรียนที่เน้นทฤษฎีมากกว่าปฏิบัติ แต่สำหรับนักบัญชีในยุคใหม่ การเรียนรู้จากตำราเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดในรูปแบบของแคมป์นักบัญชีมือใหม่ (Novice Accountant Camp) เพื่อต้องการพัฒนานักวิชาชีพบัญชีให้กลายเป็นนักบัญชีดิจิทัล ที่มีความรู้พื้นฐานด้านบัญชีและรู้จักการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“ในการปัจฉิมนิเทศปีนี้ของนักศึกษาบัญชีระดับ ปวส.ชั้นปีที่ 2 ของ วิทยาลัย อี.เทค ทางสมาคม TAFA และ CIBA DPU ได้จัดอบรมให้คำแนะนำและเตรียมความพร้อมในการออกไปศึกษาต่อหรือเข้าสู่ตลาดแรงงาน ให้กับน้องๆ โดยปัจจุบันนักบัญชีต้องแตกต่างไปจากเดิม การมีความรู้พื้นฐานยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ต้องรู้จักเรียนรู้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligenc : AI) หรือ คลาวด์ (Cloud) และต้องเป็นผู้ใช้งานเทคโนโลยีเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรมากที่สุด” ดร.อรัญญา กล่าว

ดร.อรัญญา กล่าวต่อไปว่า ภายใต้โครงการนี้น้องๆ จะได้เตรียมพร้อมและฝึกปฏิบัติจริง รวมทั้งเรียนรู้ว่าจะนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติด้านบัญชีอย่างไรได้บ้าง ซึ่งปัจจุบันนักบัญชีจะมาทำหน้าที่เพียงจดบันทึกไม่ได้แล้ว และนอกจากทักษะพื้นฐานวิชาชีพ ยังต้องรู้จักการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ ปัจจุบันมีการนำเรื่อง AI OCR (AI-Optical Character Recognition) เทคโนโลยีสำหรับอ่านข้อมูลบนเอกสารกระดาษแล้วดึงข้อมูลออกมาเป็นไฟล์

หรือจะต่อยอดด้วยการนำ RPA (Robotic Process Automation) มาป้อนข้อมูลเข้าระบบอื่นโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้งานบัญชีสะดวกขึ้น หรือมีการนำคลาวด์มาใช้ นักบัญชียุคใหม่ไม่จำเป็นต้องมาเขียนบันทึกบัญชีเอง เพียงแต่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน โดยมีนักบัญชีเป็นผู้สั่งการ และตนเชื่อว่านักบัญชีเป็นอาชีพที่ไม่ตกงาน เพราะทุกสถานประกอบการ บริษัท องค์กรจำเป็นต้องมีบัญชี และต้องมีนักวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็นวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาต

“สิ่งที่เทคโนโลยีจะเข้ามาดิสรัปชันนักบัญชีได้นั้น คือ การไม่เรียนรู้เพิ่มเติม ไม่ปรับตัว หรือความไม่รู้เท่าทันเทคโนโลยีของนักบัญชี หากนักบัญชีปรับตัว เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ พัฒนาทักษะของตัวเองตลอดเวลา เปลี่ยนตัวเองเป็นนักบัญชีดิจิทัล สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี รู้จักวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีทำให้งานเร็วขึ้น สะดวกมากขึ้น และช่วยการตัดสินใจแก่นักธุรกิจเพื่อประโยชน์ขององค์กร เชื่อว่านักบัญชีดิจิทัลจะเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการอย่างแน่นอน” ดร.อรัญญา กล่าว

ทั้งนี้ หลักสูตรการบัญชียุคดิจิทัลของ CIBA DPU เน้นการเรียนการสอนด้านบัญชีดิจิทัล และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ยุค Digital Transformation เช่น การนำเสนอข้อมูลทางบัญชีง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ด้วยโปรแกรม Power BI for Data Analytics หรือสรุปข้อมูลให้เข้าใจง่ายด้วยการใช้งาน Dashboard ประเภทต่างๆ จาก Cloud Accounting Software ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน รวมถึงมีการเพิ่มทักษะด้านบัญชีดิจิทัลให้ผู้เรียน

โดยได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มบัญชีชั้นนำ อาทิ ระบบจัดการทรัพยากรองค์กรภายในบริษัท (SAP ERP), Express Software, FlowAccount, PEAK, NEXTTO รวมทั้ง การนำ Optical character recognition (OCR) และ ระบบการจัดการร้านบนมือถือ (Point of Sale System : POS on Mobile) มาใช้ในการเรียนการสอน และเชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอนเสริม ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคโนโลยีควบคู่กับองค์ความรู้ด้านบัญชี พร้อมเป็นนักบัญชีดิจิทัลที่สามารถทำงานได้จริง!!!

‘ม.มหานคร-คคพ.เขตหนองจอก’ ให้ความรู้-มอบเตาเผาขยะ37โรงเรียน

‘ม.มหานคร-คคพ.เขตหนองจอก’ ให้ความรู้-มอบเตาเผาขยะ37โรงเรียน

‘ม.มหานคร-คคพ.เขตหนองจอก’ ให้ความรู้-มอบเตาเผาขยะ37โรงเรียน

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (มทม.) ในฐานะประธานคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตหนองจอก (คคพ.เขตหนองจอก)จัดพิธีลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดสร้าง-ส่งมอบเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ ระหว่าง คคพ.เขตหนองจอก กับโรงเรียนเครือข่ายในสังกัดกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก จำนวน 37 แห่ง” เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้อง Auditorium ชั้น 5 อาคาร MIIX มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

โดย รศ.ดร.ภานวีย์ กล่าวว่า การเผาขยะครั้งเดียวอาจจะดูเป็นการกระทำเพียงเล็กน้อยแต่อาจส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ได้ เหมือนทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีก ที่ผีเสื้อกระพือปีกจากซีกโลกหนึ่งอาจก่อให้เกิดพายุในอีกซีกโลกได้ การเผาก็เช่นกันหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งย่อมก่อให้เกิดหมอกควัน ปริมาณมาก ก่อมลพิษในอากาศ ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวชุมชน

ดังนั้น การใช้เตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษจึงเป็นทางออกสำคัญในการแก้ปัญหามลพิษจากการเผาในที่โล่ง โดยคุณวรเกียรติ สุจิวโรดม นักธุรกิจเจ้าของชาวนามหานคร’ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ ได้นำร่องโครงการนี้ โดยการถ่ายทอดองความรู้ด้านการจัดการขยะอย่างถูกหลักสุขาภิบาล และการระดมทุนเพื่อสร้างและส่งมอบเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ โดยเน้นการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ทั้งการคัดแยกขยะให้ถูกต้องตามประเภท และการนำไปใช้ประโยชน์สูงสุด

“ถ้าถามว่าทำไมต้องถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างและส่งมอบเตาเผาให้โรงเรียน ผมในฐานะที่เป็นภาคส่วนด้านการศึกษา มีหน้าที่รับช่วงเยาวชนจากโรงเรียน มาปั้นแต่งให้เป็นอนาคตที่มีศักยภาพของสังคมประเทศชาติ หากเยาวชนได้รับการปลูกฝัง วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ และมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมใด งานของผมจะง่ายขึ้น” รศ.ดร.ภานวีย์ กล่าว

อาจารย์โกศล แสงทอง ผู้นำเสนอแนวคิดนำเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษมาใช้ และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรการออกแบบเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ กล่าวว่า เตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ ถูกออกแบบให้มีผนังสองชั้น ชั้นในจะมีช่องเติมอากาศทั้งสี่ด้านและตะแกรงด้านล่างของเตาที่ยกสูงขึ้นเพื่อให้อากาศไหลผ่านช่องด้านล่างเข้าไปช่วยในกระบวนการเผาไหม้ ผนังชั้นนอกจะเป็นฉนวนเป็นตัวช่วยให้อากาศร้อนหมุนเวียนและนำควันกลับมาเผาซ้ำในห้องเผาไหม้ชั้นใน

ซึ่งเมื่อมีการหมุนเวียนความร้อนภายในเตาระยะหนึ่งจะช่วยให้อุณหภูมิภายในเตาเพิ่มขึ้นประมาณ 350 องศา ซึ่งเพียงพอที่จะสลายสารพิษในขยะก่อนปล่อยออกภายนอก โดยปล่องควันเจาะช่องเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ โดยรอบเพื่อดึงอากาศมาช่วยเผาไหม้ควันที่มีก๊าซพิษปะปนอยู่ที่ปลายปล่องอีกครั้ง ทำให้เหลือควันน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ซึ่งขึ้นอยู่กับความชื้นของขยะเป็นสำคัญ

“การใช้งานจะเติมขยะด้านบนโดยจะเน้นเผาขยะแห้งทั่วไปประมาณ 3% ของขยะที่มีอยู่ในโรงเรียนหรือชุมชน เตาจะก่อสร้างโดยใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น โรงเรียน ชุมชน สามารถสร้างได้ ซ่อมบำรุงได้ วัสดุประกอบด้วย อิฐแดง 1,100 ก้อนปูนก่อ 5 ลูก ปูนฉาบ 3 ลูก หิน 1 ลบ.ม. ทรายหยาบ 1 คิว เหล็กเส้น 2 หุนเต็ม 7 เส้น เหล็กข้ออ้อย 4 หุนเต็ม 3 เส้น กระเบื้องแผ่นเรียบ 1 แผ่นอิฐบล็อก 20 ก้อน ลวดผูก 1/2 กก. เหล็กปล่องควันรวมต้นทุนประมาณ 7,500-8,000 บาท” อาจารย์โกศลระบุ

สานพลังฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสาบสงขลา เพิ่มจำนวนสัตว์นํ้าเสริมเศรษฐกิจครัวเรือน

สานพลังฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสาบสงขลา เพิ่มจำนวนสัตว์นํ้าเสริมเศรษฐกิจครัวเรือน

สานพลังฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสาบสงขลา เพิ่มจำนวนสัตว์นํ้าเสริมเศรษฐกิจครัวเรือน

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ได้มีการจัดเวทีขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายสาธารณะการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาโดยชุมชนท้องถิ่น โดยองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมากเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ายรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พร้อมภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3)สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ให้การสนับสนุน โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน

เวทีขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายสาธารณะการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาโดยชุมชนท้องถิ่นมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่ ให้เกิดการตระหนักในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งงานนี้มี ดร.นพ.พิสิษฐ์ ศรีประเสริฐ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนและหนุนเสริมการขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาด้วย

นายภัคเอื้ออิชณน์ สอนสังข์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า เวทีขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายสาธารณะที่จัดขึ้นนี้ ต้องการเผยให้เห็นข้อค้นพบที่อบต.เกาะหมาก ดำเนินการเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำร่วมกับเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เช่น ทต.เกาะนางคำ, ทต.ปากพะยูน,อบต.คลองรี, อบต.เกาะใหญ่ พร้อมเครือข่าย ซึ่งผลการดำเนินการเหล่านี้ จึงอยากเสนอให้กับภาครัฐและเอกชนได้รับทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการต่อไปในอนาคต

ข้อค้นพบจนนำไปสู่ข้อเสนอมีหลายประการด้วยกัน อาทิ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความเข้มแข็งของกลไกทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล และเครือข่าย, การพัฒนาศักยภาพผู้นำ, การพัฒนาระบบข้อมูล, การจัดทำเขตรักษาและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ, การกำหนดกติกาชุมชน, การสนับสนุนการจัดทำบ้านปลาด้วยการบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, การเพาะพันธุ์และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ, การอนุรักษ์และเพิ่มพื้นที่ป่ารอบทะเลสาบสงขลา, การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการรณรงค์และประชาสัมพันธ์

นายภัคเอื้ออิชณน์ กล่าวด้วยว่า ด้วยเหตุที่ตั้งของตำบลเกาะหมากอยู่ในเขตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และทั้ง 11 หมู่บ้านที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของอบต.เกาะหมาก ล้วนมีพื้นที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ ขณะเดียวกันประชาชนต่างใช้ทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งหารายได้เลี้ยงครอบครัว ต่อมาเมื่อทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาลดลง ชาวบ้านออกเรือไปจับปลาจับกุ้งได้น้อยมีรายได้เพียง 150-200 บาทต่อการออกเรือหนึ่งครั้ง

ซึ่งเมื่อตนเข้ามารับตำแหล่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมากเมื่อปี 2565 จึงได้กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาให้มีสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น ชาวบ้านจะได้ประกอบอาชีพประมงได้อย่างมั่นคง มีรายได้สม่ำเสมอ โดยโครงการแรกที่ดำเนินการ คือการสร้างศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ โดยการเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกราม

“ศูนย์เพาะพันธุ์แห่งนี้ เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่บริหารจัดการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดสรรงบประมาณให้ปีละประมาณ2 ล้านบาท สามารถปล่อยลูกกุ้งที่ผ่านการอนุบาลแล้วลงสู่ทะเลสาบสงขลาเดือนละ 2 ครั้ง รวม 10 ล้านตัวต่อเดือน เราเริ่มปล่อยกุ้งครั้งแรกเมื่อเดือนมี.ค. 2566 ถึงวันนี้ก็เกือบ 2 ปีแล้ว การเปลี่ยนแปลงก็เห็นได้ชัดขึ้น ผมได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องกลับมาว่าทุกวันนี้ออกเรือครั้งหนึ่งก็มีรายได้ 500-1,000 บาท บางช่วงก็อาจจะได้ถึง 3,000-5,000 บาท จากเมื่อก่อนที่จับกุ้งได้ตัวหนึ่งเหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่” นายภัคเอื้ออิชณน์ กล่าว

ทางด้าน ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) กล่าวว่า การจัดเวทีเพื่อเสนอข้อค้นพบและขับเคลื่อนสู่นโยบายสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมากในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในหลายๆ เวที หลายภูมิภาคที่แผนสนับสนุนสุขภาวะชุมชนให้การสนับสนุน เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วม และสร้างประเด็นที่น่าสนใจกับสื่อมวลชนระดับชาติ ด้วยหวังว่าสาธารณะจะได้นำข้อค้นพบจากตำบลเกาะหมากและเกาะใหญ่ ไปเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชนอื่นๆ

“พื้นที่เกาะหมาก ได้ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เช่น เศรษฐกิจ อาชีพ สภาพภูมินิเวศ มาเป็นแนวทางในการจัดการปัญหา สร้างแนวทางปฏิบัติ และใช้กลไกเครือข่าย ผลักดันนโยบายจนนำไปสู่ข้อบัญญัติท้องถิ่น” รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) กล่าว

ดร.นิสา กล่าวด้วยว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นผ่านหลักการ 3 สร้าง สร้างการเรียนรู้ สร้างการมีความรู้และสร้างการเปลี่ยนแปลง หนุนเสริมการทำงานของภาคีเครือข่ายตามยุทธศาสตร์เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น (S-II) ด้วยการหนุนเสริมการสร้างกลไกพัฒนาคน ผู้นำ 4 องค์กรหลัก สนับสนุนการพัฒนาและนำใช้ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหา ตลอดจนผลักดันงานสู่งานประจำและระดับนโยบายบูรณาการงานฟื้นฟู ซึ่งอบต.เกาะหมาก เป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นด้วยหลักการดังกล่าว!!!

‘คุรุสภา’จ่อถอนใบประกอบวิชาชีพ ผอ.รร.ค้ายาบ้า

'คุรุสภา'จ่อถอนใบประกอบวิชาชีพ ผอ.รร.ค้ายาบ้า

‘คุรุสภา’จ่อถอนใบประกอบวิชาชีพ ผอ.รร.ค้ายาบ้า

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.17 น.

‘คุรุสภา’สั่งพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ ผอ.รร.ค้ายาบ้า หากผิดจริงสั่งเพิกถอน หมดสิทธิ์ประกอบวิชาชีพ

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชน กรณีผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.ขอนแก่น ถูกจับกุมตัว ข้อหาค้ายาเสพติด พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 369 เม็ด ณ บริเวณห้องพักใน อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น นั้น

ล่าสุดวันที่ 26 ม.ค.2568 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นข่าว พบว่า เป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หมดอายุใบอนุญาต 30 พ.ค.2568 และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา หมดอายุใบอนุญาต 25 มิ.ย.2570 และจากการประสานข้อมูลกับศูนย์บริหารความสุข และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทราบว่า หน่วยงานต้นสังกัด ได้ตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวต่อว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ และเร่งเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทุกประเภทไว้ก่อนโดยไม่รอผลการสอบสวน เนื่องจากเป็นกรณีร้ายแรง และหน่วยงานต้นสังกัดมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมทั้งมีหนังสือไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อขอทราบข้อเท็จจริง เสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวด้วยว่า หลังจากพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาแล้ว คณะอนุกรรมการสอบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพจะเร่งดำเนินการพิจารณาการประพฤติผิดฯ ตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากดำเนินการครบขั้นตอนตามกฎหมายกำหนดแล้วพบว่ามีความผิดจริง ก็จะเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทุกประเภทของผู้บริหารสถานศึกษาคนดังกล่าวต่อไป 

“ขอเน้นย้ำว่า ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา รวมไปถึงบุคลากรทางการศึกษาทุกคน จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี และไม่ประพฤติตนไปในทางที่เสื่อมเสีย ในกรณีนี้ที่มีผู้บริหารสถานศึกษาไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ยอมรับไม่ได้ ต้องรีบดำเนินการเอาผิดทางด้านจรรยาบรรณของวิชาชีพทันที เพราะผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเป็นที่เคารพและศรัทธาของลูกศิษย์และสังคม อีกทั้งโรงเรียนก็จะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยของนักเรียนทุกคน” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว