มิราเคิล กรุ๊ป มอบ 5 หมื่นบาทร่วมสนับสนุนมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร

มิราเคิล กรุ๊ป มอบ 5 หมื่นบาทร่วมสนับสนุนมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร

มิราเคิล กรุ๊ป มอบ 5 หมื่นบาทร่วมสนับสนุนมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.30 น.

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป พร้อมด้วย อนัคพล อิงคะกุล รองประธานกรรมการบริหาร และ นาถวีณา ล้อมทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด มิราเคิลกรุ๊ป เข้าพบ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า เพื่อสวัสดีปีใหม่ 2568 และเทศกาลตรุษจีน 2568 พร้อมมอบเงินจำนวน 50,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยมี ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิ ,พัชรา มาดล กรรมการมูลนิธิ และ ธนเดช อิงคภัทรางกูร รับมอบ ณ สำนักงานหนังสือพิมพ์แนวหน้า 

039

กมธ.การพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา รับหนังสือจากผู้พิการ เพื่อให้ช่วยผลักดันการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานราชการ

กมธ.การพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา รับหนังสือจากผู้พิการ เพื่อให้ช่วยผลักดันการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานราชการ

กมธ.การพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา รับหนังสือจากผู้พิการ เพื่อให้ช่วยผลักดันการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานราชการ

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

คณะกรรมา ธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา นำโดย นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ รับหนังสือเรื่องการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานราชการ จากนายยงยุทธ แสงพรหม เลขาธิการสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และนายณรงค์ ไปวันเสาร์ นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก พร้อมคณะ เพื่อขอให้หน่วยงานของรัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายในการจ้างงานคนพิการครบตามที่กฎหมายการจ้างงานคนพิการกำหนด การประกอบอาชีพของคนพิการในด้านอื่นๆ  รวมทั้งการคุ้มครองแรงงานของคนพิการตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ขอให้รัฐบาลจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการให้เกิดความเป็นธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ พร้อมขอให้รัฐบาลจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการตามสภาพเศรษฐกิจ และค่าครองชีพที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และขอให้รัฐบาลส่งเสริมสนับสนุนการเล่นกีฬาของคนพิการ โดยเฉพาะการจัดสวัสดิการให้กับนักกีฬาพิการให้มีความเหมาะสม มีความเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ และให้รัฐบาลสนับสนุนการสร้างอาชีพให้กับนักกีฬาพิการให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

ด้านนางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า จะรับเรื่องดังกล่าวนี้ไว้พิจารณา และจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องเพื่อผลักดันในเรื่องต่างๆ ตามข้อเรียกร้องของผู้พิการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป 

-(016)

‘ศุภมาส’ เปิดประชุมสัมมนาเครือข่ายกรรมการสภา ย้ำนโยบาย ‘2 ลด 2 เพิ่ม’ สร้างทรัพยากรบุคคลคุณภาพสูง

'ศุภมาส' เปิดประชุมสัมมนาเครือข่ายกรรมการสภา ย้ำนโยบาย '2 ลด 2 เพิ่ม' สร้างทรัพยากรบุคคลคุณภาพสูง

‘ศุภมาส’ เปิดประชุมสัมมนาเครือข่ายกรรมการสภา ย้ำนโยบาย ‘2 ลด 2 เพิ่ม’ สร้างทรัพยากรบุคคลคุณภาพสูง

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.17 น.

“ศุภมาส“ เปิดประชุมสัมมนาเครือข่ายกรรมการสภา สถาบันอุดมศึกษาและผู้บริหารระดับสูง (สบส.) ย้ำนโยบาย “ 2 ลด 2 เพิ่ม ” ลดภาระ-ลดความเหลื่อมล้ำ-เพิ่มทักษะ-เพิ่มโอกาส เตรียมพลิกโฉมสถาบันอุดมศึกษาไทย สร้างทรัพยากรบุคคลคุณภาพสูง ขับเคลื่อนประเทศไทย ก้าวหน้าฉับไว ทัดเทียมสากล

24 มกราคม 2568 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา เครือข่ายกรรมการสภา สถาบันอุดมศึกษาและผู้บริหารระดับสูง (สบส.) Retreat – Reunion ครั้งที่ 1 โดยมีนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วย รมว.อว. น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วม ที่โรงแรมดุสิตธานี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้เดินหน้าปฏิรูประบบอุดมศึกษามาโดยตลอด และพยายามที่จะผลักดันให้เกิดการพลิกโฉมสถาบันอุดมศึกษา และปฏิรูประบบการบริหารสถาบัน ตลอดจนการปรับหลักสูตรและปรับการเรียนการสอนให้ทันสมัย ผ่านโครงการและมาตรการสำคัญต่าง ๆ อาทิ ศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค (Regional Education Hub), อว. For AI , ระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ (Credit Bank) , หลักสูตรแซนด์บอกส์ (Sandbox) , โครงการสหกิจศึกษา (Coop+), Skill Mapping, Skill Transcript และการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ที่ผ่านมา ตนได้ประกาศนโยบายด้านการอุดมศึกษาในการพัฒนาและพลิกโฉม ประเทศไทย มุ่งเน้น “2 ลด  2 เพิ่ม“ ได้แก่ 1.ลดภาระ โดยมหาวิทยาลัยจะให้นักศึกษามีโอกาสทำงานได้เร็วที่สุด ส่งเสริมให้นักศึกษามีรายได้ระหว่างเรียน ลดเวลาเรียนในมหาวิทยาลัยลงน้อยกว่า 4 ปี แต่ยังคงให้ได้บัณฑิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน รวมทั้งปรับหลักสูตร Gen-ed ให้เรียนได้ตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยและสะสมไว้ในระบบคลังหน่วยกิต  2.ลดความเหลื่อมล้ำ โดยส่งเสริมให้คนไทยทุกเพศ ทุกวัย สามารถเป็นผู้เรียนในระบบอุดมศึกษาได้ตลอดเวลา ทำให้ประเทศไทยเป็น “ประเทศแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Life-Long Learning Nation” และสนับสนุนให้คนที่เรียนจบแล้ว หรือทำงานแล้ว สามารถกลับมาเรียนอีกได้ เพื่ออัพเดตความรู้ เป็นการ
Upskill, Reskill, New skill และสามารถเก็บเครดิตเพื่อไปสมัครงานใหม่ได้ 

รมว.อว. กล่าวต่อว่า 3.เพิ่มทักษะ  ทำให้มหาวิทยาลัยเป็น AI University โดยสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ ที่ AI เป็นผู้สอนหนังสือ จะสามารถเป็นฐานการเรียนรู้หลักของประเทศที่ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงได้ ทุกที่ ทุกเวลา , ส่งเสริมให้มีหลักสูตรด้านผู้ประกอบการเพื่อปลูกจิตสำนึกความเป็นผู้ประกอบการ และเพิ่มทักษะทางด้านการเงินเพื่อให้นักศึกษาเป็น start-up อีกด้วย และ 4.เพิ่มโอกาส โดยการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและผู้ใช้บัณฑิตให้มามีส่วนร่วมในการสอนในมหาวิทยาลัย เป็นการกำหนดหลักสูตรร่วมกัน และสามารถเข้าทำงานได้ทันทีระหว่างการเรียนและเมื่อเรียนจบ การทำงานวิจัยในมหาวิทยาลัยจะมีความคมชัดมากขึ้น เน้นเป้าหมายและมีการติดตามประเมินผลอย่างจริงจัง และที่สำคัญ การทำให้มหาวิทยาลัยเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ เชื่อมโยงกับนานาชาติและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการดึงดูดให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้เกิดรายได้เข้าประเทศ ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอย่างแท้จริง

“การจะบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบอุดมศึกษาได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคน พัฒนาองค์ความรู้ และขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่เป้าหมายร่วมกัน” น.ส.ศุภมาส กล่าว

-(016)

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เตรียมจัดใหญ่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมให้ทุกคู่รักในวันวาเลนไทน์

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เตรียมจัดใหญ่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมให้ทุกคู่รักในวันวาเลนไทน์

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เตรียมจัดใหญ่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมให้ทุกคู่รักในวันวาเลนไทน์

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.06 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ร่วมแสดงความยินดีกับทุกคู่รัก ‘ไม่ว่าเพศไหน’ บันทึกประวัติศาสตร์จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม เตรียมเปิดพื้นที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  บางกะปิ 14 ก.พ. 68 โดยสำนักงานเขตบางกะปิ อำนวยความสะดวกให้ทุกคู่รักจดทะเบียนสมรส รวมถึงมอบของที่ระลึก ของสมนาคุณจากร้านค้า ร้านอาหารในแคมเปญ THE MALL LOVE STORE ฉลองให้ทุกความรัก

วันนี้ 23 ม.ค. 2568 วันแรกของการเปิดให้จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ที่สำนักงานเขตบางกะปิ   เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับ สำนักงานเขตบางกะปิ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย  จัดพิธีต้อนรับแสดงความยินดีกับ 12 คู่รัก ที่แสดงเจตนารมณ์มาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมวันแรก ซึ่งคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรส ส่วนใหญ่ต่างมีความยินดีและรอคอยวันนี้ จากความรักใช้ชีวิตร่วมกันมามากกว่า 10 ปี โดยวางแผนใช้ชีวิตร่วมกันมานาน

ในส่วนของการแสดงความยินดีกับทุกคู่รัก กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนความรัก ความเท่าเทียม มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งแคมเปญและกิจกรรม ได้เตรียมกิจกรรมให้ ‘ทุกคู่รัก‘ อย่าง เท่าเทียม ในวันที่ 14 ก.พ นี้ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

โดยนางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (Miss Voralak Tulaphorn ; Chief Marketing Officer, The Mall Group Co., Ltd.)  กล่าวว่า        “เดอะมอลล์กรุ๊ป เป็นองค์กร diversity ที่มีความหลากหลาย และมีจุดยืนในการเป็นศูนย์การค้า LGBTQIAN+ Friendlyสนับสนุนการแสดงออกความรัก สิทธิเสรีภาพในความเท่าเทียมของทุกเพศสภาพ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ได้ร่วมกับ สำนักงานเขตบางกะปิ และสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัดงาน “Kick Off สมรสเท่าเทียม” ให้คู่รักจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่สำนักงานเขตบางกะปิ รวมถึงการเตรียมจัดงาน THE MALL LOVE STORE อำนวยความสะดวก ฉลองวันแห่งความรัก ให้ทุกคู่รักมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกันที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ พร้อมมอบที่ระลึก  สมาชิก M CARD 50 คู่แรก ที่ลงทะเบียนมาจดทะเบียนสมรส รับ Voucher 1,000 บาท จากร้านอาหารที่ร่วมรายการ , รับ 10,000 M POINT / คู่  รวมทั้งรับบัตรชมภาพยนตร์จาก BANGKAPI CINEPLEX เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  บางกะปิ   ตลอดจนมุมถ่ายภาพคู่สุดโรแมนติกที่ตกแต่งอย่างสวยงามต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก  

คู่รักที่สนใจ เตรียมความพร้อม จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ฉลองวันวาเลนไทน์ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook  The Mall Group

-(016)

ก้าวสู่ปีที่ 45 ยูเนี่ยนแพนฯ ปรับแผนตลาด สร้างกลยุทธ์ความยั่งยืน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ผู้บริโภคยุคใหม่

ก้าวสู่ปีที่ 45 ยูเนี่ยนแพนฯ ปรับแผนตลาด สร้างกลยุทธ์ความยั่งยืน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ผู้บริโภคยุคใหม่

ก้าวสู่ปีที่ 45 ยูเนี่ยนแพนฯ ปรับแผนตลาด สร้างกลยุทธ์ความยั่งยืน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ผู้บริโภคยุคใหม่

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.59 น.

ท่ามกลางสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ ที่มีความผันผวน และยังคงส่งผลกระทบกับหลายภาคธุรกิจ และ อุตสาหกรรมในประเทศ ล่าสุด บริษัท ยูเนี่ยน แพน เอ๊กซิบิชั่นส์ จำกัด ผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้า เตรียมปรับแผนทางการตลาด เรียกความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการผลิต และจำหน่ายสินค้า ด้วยกลยุทธ์ การสร้างความยั่งยืนทางด้านธุรกิจ ที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

นางวชิรา จิตศักดานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท ยูเนี่ยนแพน เอ๊กซิบิชั่นส์ จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ ธุรกิจของยูเนี่ยนแพนฯ ได้ดำเนินงานมาจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 ในปีนี้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยูเนี่ยนแพนฯ ได้เติบโต และขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทางด้านเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน “หนึ่งในเหตุผล สำคัญ ที่ทำให้ ยูเนี่ยนแพนฯ ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงเป็นธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าชั้นนำ ของประเทศไทย ก็คือ ความใส่ใจ และความเข้าใจ ในตัวของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิต รวมถึง พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะต้องการสินค้าที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง” 

ทาง ยูเนี่ยนแพนฯ ยังเตรียมพร้อมปรับแผนกลยุทธ์ ทางการตลาด เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะ การลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ด้วยการสร้างช่องทางการตลาดผ่านทางออนไลน์ ในหลากหลายช่องทาง “เราได้มีการเปิดช่องทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการในธุรกิจการผลิตสินค้า ได้นำเสนอสินค้าออกไปในวงกว้างเพื่อให้กลุ่มผู้บริโภค เข้าถึงสินค้าและบริการ รวมถึงสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะช่องทางการตลาดออนไลน์ ที่เชื่อว่า จะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่าเดิม พร้อมๆ กับการจัดโปรโมชั่น และ กิจกรรมส่งเสริมการขาย ที่จะช่วยสร้างการดึงดูดความสนใจ ของลูกค้าในวงกว้าง” 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแผนส่งเสริมการขาย ที่จะช่วยผู้ประกอบการ  ไม่จำเป็นต้องนำสินค้าจำนวนมาก ๆ มาจัดแสดงในงาน ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าตัวอย่างมาและใช้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการจำหน่ายสินค้าแก่ลูกค้า ได้ตัดสินใจได้อย่างมีระสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สี หรือ รูปแบบ ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิต และจำหน่ายสินค้า ลดต้นทุน และประหยัดแรงงาน สอดคล้องนโยบายการเติบโตแบบยั่งยืน (Sustainability) ขณะเดียวกัน ยังช่วยประหยัดพื้นที่การจัดงาน ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่กว้างเหมือนแต่ก่อน แต่ผู้เข้าชมงานสามารถเข้าถึงสินค้าได้มากยิ่งขึ้น” 

การขยายพื้นที่การจัดงาน ออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ในประเทศ ก็ยังเป็นหนึ่งในนโยบายของทางบริษัท ฯ ที่มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค “ในปีนี้ เรายังมุ่งเน้นขยายพื้นที่การจัดงานแสดงสินค้า ไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ทั้งภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น ภาคตะวันออก ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี และภาคใต้ ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งหลักเกณฑ์ การคัดเลือกว่าเราจะไปจัดขึ้นที่จังหวัดใด เราพิจารณาไปที่ จำนวนประชากร และมูลค่าจีดีพี ในจังหวัดของแต่ละภูมิภาค รวมถึงปริมาณการใช้จ่ายของคนภายในจังหวัด ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในภูมิภาค” 

สำหรับ การจัดงานแสดงสินค้าในปีนี้ กรรมการบริหาร ยูเนี่ยน แพน กล่าวว่า งาน Furniture MEGA Sales ถือเป็นงานแรกของปี 2568 ที่จะเกิดขึ้น ระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568  ณ ไบเทค บางนา อาคาร 99 – 100 งานแต่งบ้าน เพื่อคนรักบ้าน กับ คอนเซ็ปต์ “NEW Arrival 2025” สินค้ารุ่นล่าสุด เปิดตัวรุ่นใหม่ภายในงาน อาทิ เฟอร์นิเจอร์ชุดห้องนอน, ชุดรับแขก, ชุดรับประทานอาหาร, ชุดห้องครัว, ชุดสำนักงาน ครบทุกดีไซน์ ร่วมจัดเทศกาลลดเมก้าเซล ที่มาพร้อมโปรโมชั่นลดพิเศษต้นปี  นอกจากจะมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านแล้ว ยังมีงาน PowerBuy MEGA Sale ที่นำเอาเครื่องใช้ไฟฟ้า รุ่นใหม่หลากหลายแบรนด์    กว่า 30 แบรนด์ชั้นนำ มาจัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำสูงสุดถึง 70% จัดส่งติดตั้งฟรี หรือ จัดส่งด่วนภายในวันเดียว พร้อมโครงการ ช้อปดีมีคืน Easy E-Recipt   ตลอดจน ยังมีงาน Wedding MEGA Fair ซึ่งครั้งนี้ จะมีความแตกต่างไปจากครั้งก่อน ที่เป็นการคัดสรร บริษัท และสตูดิโอ ชั้นนำด้านการจัดงานแต่งงานแบบครบวงจร  อาทิ เดอะโมเม้นท์ สตูดิโอ, อมตะ สตูดิโอ, เฌอติน ไบรดอล และ คลาสสิค สตูดิโอ มาให้คู่รัก ที่มีแผนจัดงานวิวาห์ในปีนี้ ได้เลือกรับบริการที่จะมาช่วยเนรมิตงานวิวาห์ให้ออกมาได้อย่างโดนใจ” พร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงาน  พิเศษจุดให้บริการลูกค้าโซน VIP Pavilion กิจกรรมสอน DIY กระเป๋าเดคูพาจ ฟรี และรับของขวัญสมนาคุณเพิ่มมูลค่ากว่า 600,000 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าภายในงาน

อย่างไรก็ดี วันนี้ กรรมการบริหาร บริษัท ยูเนี่ยน แพน ยังคงตอกย้ำด้วยว่า การสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในธุรกิจ เป็นสิ่งที่ทางบริษัท ยึดมั่น มาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะมุ่งมั่น และทำธุรกิจอย่างตั้งใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิตสินค้า ได้รับประโยชน์ ที่พร้อมสร้างการเติบโต ไปด้วยกัน ตลอดจนให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพไปพร้อมกัน 

-(016)

อว.เปิดเวทีแห่งโอกาสพัฒนาทักษะระดับสูง จัดแข่งขันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ครั้งที่ 12

อว.เปิดเวทีแห่งโอกาสพัฒนาทักษะระดับสูง จัดแข่งขันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ครั้งที่ 12

อว.เปิดเวทีแห่งโอกาสพัฒนาทักษะระดับสูง จัดแข่งขันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ครั้งที่ 12

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.56 น.

“สุชาดา” เลขาฯ รมว.อว. ชี้การแข่งขันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “R-Innovator สร้างนวัตกรด้วยนวัตกรรม” ของ 9 มทร. เวทีแห่งโอกาสพัฒนาทักษะระดับสูงให้นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาและการแข่งขันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ 9 มทร. ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “R-Innovator สร้างนวัตกรด้วยนวัตกรรม” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในศาสตร์ด้านบริหารธุรกิจและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่งทั่วประเทศ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวุฒิ ตุ้มทอง รองอธิการบดี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรชัย เอมอักษร คณบดีคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้การต้อนรับ ณ หอประชุมไพศาลสโมสร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา วาสุกรี

นางสาวสุชาดา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง ล้วนมีความมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ นักสร้างสรรค์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตทั้งด้าน Hard Skill และ Soft Skill สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ที่มุ่งเน้น “เรียนดี มีความสุข มีรายได้” และ “วิจัย นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” สะท้อนถึงความสำคัญของการผสมผสานความรู้ทางวิชาการและทักษะการปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

“ดิฉันขอชื่นชมความตั้งใจของคณะกรรมการผู้จัดงานที่ได้สร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะระดับสูงให้แก่นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ด้วยความร่วมมือร่วมใจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง และเชื่อมั่นว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอด สร้างนวัตกรรม และสร้างคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ” เลขานุการ รมว.อว. กล่าว

งานดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ซึ่งในปีนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม โดยมีไฮไลต์สำคัญในงานมีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ทั้งหมด 12 รายการ จาก 21 หน่วยงานที่เข้าร่วมแข่งขัน ได้แก่ 1. สร้างผู้ประกอบการนวัตกรรม 2. นวัตกรสื่อสร้างสรรค์ 3. R-Innovation: นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 4. นวัตกรสร้างสรรค์สู่สากล 5. นวัตกรผู้นำการเปลี่ยนแปลง 6. ต้นแบบอัจฉริยะสร้างนวัตกร 7. นวัตกรสายเกมเมอร์ 8. นวัตกรการตลาดดิจิทัล 9. การแข่งขันทักษะทางบัญชี 9 มทร. ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 10. การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ 11. “2 ทศวรรษ มทร.: สืบตำนาน สานรักษา คุณค่ามรดกโลก” และ 12. ตลาดสร้างผู้ประกอบการ และความพิเศษของรางวัล คือรางวัลชนะเลิศในแต่ละกิจกรรมได้รับเกียรติจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. ลงนามในโล่รางวัล เพื่อยกย่องความสำเร็จของผู้ชนะ

-(016)

ครบรอบ 17 ปี ป.ป.ท. ‘รองนายกฯภูมิธรรม’ มอบนโยบายใต้แนวคิด ‘พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต’

ครบรอบ 17 ปี ป.ป.ท. 'รองนายกฯภูมิธรรม' มอบนโยบายใต้แนวคิด 'พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต'

ครบรอบ 17 ปี ป.ป.ท. ‘รองนายกฯภูมิธรรม’ มอบนโยบายใต้แนวคิด ‘พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต’

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.03 น.

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประจำปี 2568 และมอบโล่รางวัลพนักงานและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2567 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 17 ปี สำนักงาน ป.ป.ท. ภายใต้แนวคิด “พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต” โดยมีนายอำนาจ พวงชมภู ประธานกรรมการฯพร้อมคณะกรรมการฯ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการฯ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. จากส่วนกลาง และ ปปท. เขต 1- 9 จำนวนกว่า 250 คน เข้าร่วมฯ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม A ชั้น 5 โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสแวนด้า แกรนด์ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานที่รัฐบาลใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ซึ่งปัจจุบันได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการดำเนินการจะต้องมีความชัดเจนและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยการดำเนินคดีทุจริตในภาครัฐจะต้องมีการดำเนินงานในภาพรวมที่เป็นปัจจุบัน ไม่มีคดีตกค้าง และมีการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม 

ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ท. ควรศึกษาหรือรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการในการดำเนินงานคดีทุจริตและประพฤติมิชอบร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการ เพื่อให้ทราบปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีความชัดยิ่งขึ้นอันจะนำไปสู่เป้าหมายหลัก คือ การดำเนินคดีทุจริตที่มีความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และปราศจากการแทรกแซง 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของ ป.ป.ท. ในปี 2568 นั้น เน้นย้ำการทำงานที่สำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านการป้องกัน ต้องยกระดับการสร้างความซื่อตรงในการปฏิบัติราชการให้กับหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาสังคม 2) ด้านการป้องปราม ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการสอดส่องพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนการสกัดกั้นการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น เช่น โครงการของภาครัฐโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต “วงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป” และ 3) ด้านการปราบปราม ต้องพัฒนากระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ภายใต้พื้นฐานของความถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส การทำงานที่มีการประสานสอดรับกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด 

นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึงความสำคัญในการก่อตั้งสำนักงาน ป.ป.ท. ที่ดำเนินงานในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจ อำนาจหน้าที่ และผลการดำเนินงานให้ประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะ 17 ปีที่ผ่านมา ได้มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตอย่างต่อเนื่องและได้พัฒนารูปแบบการสกัดกั้นการทุจริตเชิงรุกในทุกรูปแบบ โดยมีการขับเคลื่อนงานที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการปราบปรามการทุจริต มีสถิติสำนวนคดี ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 ถึง 31 ธันวาคม 2567 ได้รับเรื่องร้องเรียน/กล่าวหา จำนวน 40,645 เรื่อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ จำนวน 40,104 เรื่อง และชี้มูลความผิด จำนวน 5,973 เรื่อง อีกทั้ง ยังดำเนินการในฐานะฝ่ายเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) นับตั้งแต่ดำเนินการเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2567 ได้รับเรื่องร้องเรียน/กล่าวหา จำนวน 5,021 เรื่อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ จำนวน 4,878 เรื่อง และพบมูลการกระทำทุจริตในภาครัฐ จำนวน 3,115 เรื่อง 

2) ด้านการป้องกันการทุจริต ได้ยกระดับความเข้มแข็งและส่งเสริมให้ภาคประชาชนเป็นกลไกเฝ้าระวังการทุจริต ผ่านเครือข่ายพื้นที่สีขาวต้นแบบในการมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังทุจริต ป้องกันการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ โดยการให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาการทุจริตก่อนเบิกจ่ายงบประมาณ ส่งเสริมธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน และนักลงทุน โดยการให้ความรู้ความเข้าใจผ่านหลักสูตรบรรษัทภิบาลต่อต้านการทุจริต และดำเนินการตรวจสอบ เฝ้าระวัง ยับยั้งการทุจริตเชิงรุก โดยการลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐที่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนหรือเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 58/2 และ 58/3 แห่ง พ.ร.บ. มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

และ 3) ด้านการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนศูนย์ขับเคลื่อนการบริการภาครัฐ สำหรับนักลงทุนและชาวต่างชาติ การยกระดับค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption perceptions Index : CPI)โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการยกระดับค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ระยะ 5 ปี ขับเคลื่อนและบูรณาการการดำเนินงานในการสกัดกั้นความเสี่ยงการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในโครงการขนาดใหญ่ “วงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป” การนำร่องแนวทางการยกระดับการส่งเสริมภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน (Pilot Project) ร่วมกับสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย พร้อมทั้งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ให้สามารถดำเนินงานและบังคับใช้ในการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพต่อไป 

นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ท. ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ The United Nations GlobE Network เป็นหน่วยงานที่ 216 จาก 118 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมมาตรฐานด้านความซื่อตรง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ อีกทั้ง ยังเป็นกลไกในการสนับสนุนความร่วมมือในการต่อต้านการทุจริตระหว่างประเทศ และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยด้านการต่อต้านการทุจริตในเวทีโลกอีกด้วย

-(016)

‘นฤมิตไพรด์’ ชวนชาว LGBTQIAN+ สะบัดธงสีรุ้งร่วมสร้างประวัติศาสตร์จดทะเบียนสมรส ทุบสถิติโลก

'นฤมิตไพรด์' ชวนชาว LGBTQIAN+ สะบัดธงสีรุ้งร่วมสร้างประวัติศาสตร์จดทะเบียนสมรส ทุบสถิติโลก

‘นฤมิตไพรด์’ ชวนชาว LGBTQIAN+ สะบัดธงสีรุ้งร่วมสร้างประวัติศาสตร์จดทะเบียนสมรส ทุบสถิติโลก

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.56 น.

“นฤมิตไพรด์” ปักหมุด! กลางกรุงฯ จัด-จดสมรสเท่าเทียม ชวนชาว LGBTQIAN+ สะบัดธงสีรุ้งร่วมสร้างประวัติศาสตร์จดทะเบียนสมรส ตอกย้ำรวมพลคู่รักมากสุดทุบสถิติโลก

นฤมิตไพรด์ พร้อมคณะทำงานสมรสเท่าเทียมภาคประชาชน ,มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ, ภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันผลักดันพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร, สำนักนายกรัฐมนตรี, กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) พร้อมพันธมิตรภาคประชาสังคมและภาคเอกชน อาทิ บริษัท สยาม พิวรรธน์ จำกัด และบริษัท Match Group (MTCH) ร่วมเนรมิตพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่สีรุ้งแห่งความเท่าเทียม จัดงาน “วันสมรสเท่าเทียม” (Marriage Equality Day) จดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQIAN+ วันแรกกระหึ่ม! พร้อมกันทุกๆพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์โลกตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 22.00 น.  

โดยภายในงาน “วันสมรสเท่าเทียม” (Marriage Equality Day) จัดเต็ม 3 กิจกรรมหลักแบบฉ่ำๆ 

1.สมรสเท่าเทียม (MARRIAGE EQUALITY) การจัดกิจกรรมสมรสเท่าเทียมนอกสถานที่ ที่ได้รับความร่วมมือจากสำนักปกครองและทะเบียน และสำนักงานเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จัดจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่  พร้อมพิธีเปิดงาน และแห่ขบวนสมรสสุดอลังการในแบบฉบับของชาว LGBTQIAN+ โดยมีคุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม, คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และตัวแทนคณะรัฐมนตรี เป็นแขกผู้ใหญ่นำขบวน ตามด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ นักเคลื่อนไหว และศิลปิน Miss Grand Thailand อิงฟ้า วราหะ,ชาล็อต ออสติน  และต๋อง – ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา ร่วมเป็นสักขีพยานคับคั่ง 

2.อัตลักษณ์และตัวตน (MARRIAGE IDENTITY) การเดินพรมแดงที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในตัวตนและความรัก บนเส้นทางที่เปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งความหลากหลายและเท่าเทียม บน Pride Carpet ด้วยชุดที่สะท้อนความเป็นตัวตน พร้อมร่วมเดินไปกับคนที่คุณรักและผู้สนับสนุน เพราะทุกก้าว คือ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและแรงบันดาลใจให้สังคมก้าวไปข้างหน้า

3.ฉลองชัยชนะของสมรสเท่าเทียม (MARRIAGE CELEBRATION) สรุปตัวเลขคู่สมรส LGBTQIAN+ ที่จดทะเบียนสมรสพร้อมกันทั่วกรุงเทพมหนานคร และทั่วประเทศไทย พร้อมเฉลิมฉลองความเท่าเทียมกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังมากมาย อาทิ มิ้น- มิณฑิตา วัฒนกุล, ซิลวี่ -ภาวิดา มอริจจิ ,ปิงปอง -ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ ,พัดชา อเนกอายุวัฒน์, ซิน – ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน ซิงกูลาร์) ,คอปเตอร์ – ภานุวัฒน์ เกิดทองทวี , เกรซ – นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ เป็นต้น 


 
พร้อมโซนกิจกรรม  3  สเตชั่น ที่จะพาทุกคนเดินทางไปพบกับความรักที่ผลิบาน Blooming of Love ไปจนถึงความรักที่เบ่งบาน เสมือนบ้านที่สร้างความอบอุ่นในหัวใจ Cozy Heart Cozy Home รวมถึงบูทและนิทรรศการจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่จะได้เห็นพลังความร่วมมือแบบเหนียวแน่นและสุดพลังของทุกฝ่ายเพื่อให้มีวันนี้…วันแห่งความเท่าเทียม!!  พร้อมจัดเสวนาหัวข้อ  “การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในยุคสมรสเท่าเทียม”  โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และ “บทเรียนการเรียนรู้ความต้องการสมรสเท่าเทียม”  โดยคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอกย้ำ!

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคุณแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ,  คุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม และคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมงาน และร่วมแห่ขบวนสมรสไปพร้อมๆ กับคู่รัก LGBTQIAN+ นับร้อย และศิลปิน ดารามากมาย รวมถึงทุกเวทีกองประกวด ทั้ง Miss Grand Thailand , Miss Tiffany’s Universe, Miss Trans Thailand, Miss LGBT Thailand และเหล่า Influencer แถวหน้าของเมืองไทย ,กลุ่ม DRAG ICON ,DRAG Bangkok ที่ตบเท้ามาร่วมสร้างสีสันในงานตั้งแต่ห้างเปิดยันห้างปิด 

และปีนี้ “คุณเศรษฐา ทวีสิน” ในฐานะผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ยังให้เกียรติมอบ “มาลัยมงคลสมรส” ให้กับคู่รัก LGBTQIAN+ ที่มาร่วมจดทะเบียนสมรสในพื้นที่พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน 30 คู่แรก ขณะที่นายกรัฐมนตรี “คุณแพทองธาร ชินวัตร” ร่วมอวยพรคู่สมรส ในวันประวัติศาสตร์สมรสเท่าเทียม ผ่าน Video Conference ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ผู้นำประเทศ ให้การสนับสนุนและเข้าร่วมแสดงความยินดี 

วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน “Bangkok Pride” (บางกอกไพรด์) และผู้จัดงาน “วันสมรสเท่าเทียม” (Marriage Equality Day) กล่าวว่า “งานMarriage Equality Day สะท้อนการมีสิทธิในการสมรสที่เท่าเทียม ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความรักระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสิทธิทางกฎหมาย และการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมอย่างเป็นธรรม สัญลักษณ์ของการต่อสู้อย่างความเท่าเทียมไม่ได้เป็นเพียงสิทธิของบางคน แต่คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน งานวันนี้ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง แต่คือเสียงสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่เราชุมชน LGBTQIAN+ ทุกคนสมควรได้รับ เรายังเชื่อมั่นในความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

งาน “วันสมรสเท่าเทียม” (Marriage Equality Day) นี้ จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลก ด้วยจำนวนคู่รัก LGBTQIAN+ ที่มาจดทะเบียนสมรสมากที่สุดถึง 300 คู่ ณ พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่รวม 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ที่คาดว่าจะมีคู่รัก LGBTQIAN+ มาจดทะเบียนสมรสมากกว่า 500 คู่ และรวมทั่วประเทศคาดว่าจะมีมากกว่า 1,448 คู่ มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์โลก ซึ่งหลังจากนี้นฤมิตไพรด์ จะยื่นหนังสือถึง Guinness World Records เพื่อให้พิจารณาบันทึกสถิติโลกเพราะถือว่ามีจำนวนคู่รัก LGBTQIAN+ มาจดทะเบียนสมรสมากที่สุดในโลก

“เรื่องความพร้อมของเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน ที่จะมาตั้งโต๊ะจดทะเบียนสมรสให้กับคู่รัก LGBTQIAN+ ในวันแรก 23 มกราคม 2568 วันประวัติศาสตร์ที่สามารถจดทะเบียนได้อย่างเป็นทางการ พูดได้เลยว่าเต็มร้อยทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ และ 878 อำเภอทั่วประเทศไทย แต่จุดใหญ่ของกรุงเทพฯ จะอยู่ที่พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยสำนักปกครองและทะเบียน กรุงเทพมหานคร และเขตปทุมวัน จะเปิดให้บริการนอกสถานที่แบบจัดเต็ม” วาดดาว – อรรณว์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มกราคมนี้ ถือเป็นการยืนยันถึงความก้าวหน้าทางสังคมของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการที่เป็นจุดแข็งของประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้โอกาสนี้ในการผลักดันนโยบายการท่องเที่ยวที่ต้อนรับทุกความหลากหลาย และสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งความเท่าเทียมที่โดดเด่นระดับโลก เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว”

ขณะที่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานผู้สนับสนุนการจัดงาน กล่าวว่า “การจัดงานเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมในวันนี้ถือเป็น Grand Celebration of Law และ Grand Moment of Love ที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง และทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตร เปิดกว้าง และพร้อมต้อนรับชาว LGBTQIAN+ จากทั่วโลกอย่างแท้จริง ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่นี้ ททท.ได้ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมและโปรโมชั่นพิเศษมอบส่วนลดที่พัก ร้านอาหาร แพ็กเกจท่องเที่ยว และของที่ระลึกให้กับคู่รัก LGBTQIAN+ ที่จดทะเบียนสมรสในช่วงตั้งแต่วันที่ 23 มกราคมนี้ จนถึงเทศกาลแห่งความรักในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้คู่รักได้เดินทางท่องเที่ยวพร้อมรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ ททท. ยังได้ร่วมกับพันธมิตรเตรียมจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025”
 
#BangkokPride #นฤมิตไพรด์ #สมรสเท่าเทียม #MarriageEqualityDay #เพศกำหนดเอง 
#sexworkiswork #LGBTQIAN+ #Thailand #AmazingThailand #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  

-(016)

ฟอร์จูนทาวน์ชวนรับความเฮง! มหกรรมฉลองตรุษจีน ‘The Fortune Chinese New Year 2025 Year of The Snake’

ฟอร์จูนทาวน์ชวนรับความเฮง! มหกรรมฉลองตรุษจีน 'The Fortune Chinese New Year 2025 Year of The Snake'

ฟอร์จูนทาวน์ชวนรับความเฮง! มหกรรมฉลองตรุษจีน ‘The Fortune Chinese New Year 2025 Year of The Snake’

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.44 น.

ฟอร์จูนทาวน์ชวนรับความเฮง! มหกรรมฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ 6 วันเต็ม 24 – 29 ม.ค.นี้ ในงาน “The Fortune Chinese New Year 2025 Year of The Snake”

ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำย่าน รัชดา-พระราม 9 ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จัดฉลองเทศกาลตรุษจีน มะเส็งเสริมพลังเฮง กับงาน “The Fortune Chinese New Year 2025 Year of The Snake” ในวันที่ 24 – 29 มกราคม 2568 บริเวณ Fortune Event Space ชั้น 4 ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9

ฟอร์จูนทาวน์  จัดเสิร์ฟความเฮง ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน กับ กิจกรรม The Fortune Chinese New Year 2025 Year of The Snake”  มะเส็งเสริมพลังเฮง    บริเวณ Fortune Event Space  ชั้น 4   ตั้งแต่วันที่ 24 – 29 ม.ค. 68   กับกิจกรรมที่รวมไว้ให้สายมู  ได้มาเสริมสิริมงคล รับพลังงานบวก เฮง ปัง กันอย่างเต็มอิ่ม   กับการสักการะเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย ประจำปี 2568 ให้ปลอดภัยและปกป้องคุ้มครองชะตาชีวิต    เทพเจ้ามหาเทพจีน เสริมพลังความมั่งคั่งและสิริมงคล   เปิดดวงความรักกับเทพเจ้าด้ายแดง   เขียนใบอธิษฐาน และ ฝากดวงปีชง 2568 เสริมดวงให้ชีวิตเฮงตลอดปี   ตรวจดวงชะตาทุกมิติ ด้วยศาสตร์การทำนาย    นอกจากนี้ยัง ช้อปเพลิน  กับวัตถุมงคล เสริมพลังให้ปังทั้งปีนี้ อิ่มท้องกับร้านอาหาร-เครื่องดื่มมงคลเจ้าดัง และโปรโมชันเด็ดจากร้านอาหารภายในศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ พิเศษสุด  27 ม.ค. 68  เวลา  16.00 น.   เป็นต้นไป  ตื่นตากับโชว์สุดอลังฯ การเชิดมังกรทองบนเสาดอกเหมย  พร้อมรับ ของเสริมความมงคล  “ส้ม” และ “ไผ่มงคล”  ฟรี  (จำนวนจำกัด)  บริเวณลานฟอร์จูนสตรีท ฟอร์จูนทาวน์ 

เสริมพลังเฮง    กับงาน  “The Fortune Chinese New Year 2025 Year of The Snake”  ในวันที่ 24 – 29 มกราคม 2568 บริเวณ Fortune Event Space ชั้น 4 ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9 เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT  สถานีพระราม 9  ทางออกประตู 1

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ http://www.fortunetown.co.th , FB : fortunetown , IG : fortunetown , Youtube : fortunetown , Line : FortuneTown หรือ https://lin.ee/tNWLAG , Application : Fortune Town

#FortuneTownrama9 #FortuneTown  #TheBestITLifestyleMall #ITLifestyleMallrama9 #ITLifestyleMall #ชมฟรี # #ตรุษจีน #ตรุษจีน2568 #ChineseNewYear  #YearoftheSnake #CHY #CNY2025 #CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #สุขจริงทุกจินตนาการ #AccessibleCommunitiesforLife

CP LAND เดินหน้าสร้างองค์กรแห่งคุณค่า ผลักดันความหลากหลาย เพื่อสังคมที่เท่าเทียม

CP LAND เดินหน้าสร้างองค์กรแห่งคุณค่า ผลักดันความหลากหลาย เพื่อสังคมที่เท่าเทียม

CP LAND เดินหน้าสร้างองค์กรแห่งคุณค่า ผลักดันความหลากหลาย เพื่อสังคมที่เท่าเทียม

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.42 น.

บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่เปิดกว้างและเท่าเทียมด้วยการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (Diversity) และส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาส (Equality) ภายในองค์กร พร้อมขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

นาย ณรงค์ ธรรมชน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จํากัด (มหาชน) หรือ CP LAND กล่าวว่า การอนุญาตให้มี ‘การสมรสเท่าเทียม’ ในประเทศไทยเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมอย่างเป็นทางการ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาสภายในองค์กร CP LAND เชื่อว่าความก้าวหน้านี้จะช่วยให้พนักงานทุกเพศสามารถเติบโตและพัฒนาในอาชีพของตนได้อย่างเท่าเทียม อีกทั้งยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรและสนับสนุนให้พนักงานสามารถแสดงตัวตนได้อย่างมั่นใจ โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ

CP LAND สนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมภายในองค์กร โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศ เช่น การเปิดโอกาสในการจ้างงานอย่างเท่าเทียมสำหรับบุคลากรจากทุกกลุ่มที่มีความสามารถและศักยภาพในการทำงาน การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเป็นมิตร รวมถึงการสนับสนุนสวัสดิการที่ครอบคลุมทุกเพศ และมีศึกษาการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมคู่สมรสเพศเดียวกัน นอกจากนี้ CP LAND ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมความเท่าเทียม เช่น การเฉลิมฉลอง Pride Month เพื่อสร้างความเข้าใจและเคารพความหลากหลายทางเพศในที่ทำงาน

CP LAND ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมในสังคมไทยเรามุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง ให้ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจพร้อมส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียม และสนับสนุนสิทธิของพนักงานทุกเพศอย่างเป็นธรรมเพราะเรายึดมั่นในคุณค่าของความหลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน

#CPLAND #AcesssibleCommunitiesForLife #ซีพีเเลนด์ #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #สมรสเท่าเทียม #SameSexMarriage #Pride #MarriageForAll #marriageequality #lovewins #lgbtqia #จดทะเบียนสมรส

-(016)