กรมพัฒนาที่ดิน เน้นทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แนะงดเผาตอซัง ใช้ไถกลบช่วยฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน

กรมพัฒนาที่ดิน เน้นทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แนะงดเผาตอซัง ใช้ไถกลบช่วยฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน

กรมพัฒนาที่ดิน เน้นทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แนะงดเผาตอซัง ใช้ไถกลบช่วยฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.57 น.

กรมพัฒนาที่ดิน เน้นทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แนะงดเผาตอซัง ใช้ไถกลบช่วยฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน 

กรมพัฒนาที่ดิน ขานรับนโนบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยเน้นสร้างความตระหนักรู้ให้เกษตรกรลดการเผาในพื้นที่เกษตร สร้างแรงจูงใจให้หันมาทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นทุกปี ให้ลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.ทวีศักดิ์  ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในปัจจุบันยังเป็นปัญหาสำคัญในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร และภาคเหนือของประเทศไทย ที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน รัฐบาลต้องการให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงปัญหาและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การเร่งรัดแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่การเกษตร โดยมุ่งเน้นการวางแนวทางให้ชัดเจน และร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีพื้นที่การเกษตรเป็นเป้าหมายสำคัญในการบริหารจัดการ รวมถึงต้องคำนึงถึงการรองรับการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นจึงได้มอบนโยบายให้ กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินการประชาสัมพันธ์และสร้างการตระหนักรู้ให้เกษตรกร หยุดเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มข้น โดยรณรงค์การไถกลบตอซังร่วมกับการใช้น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากนวัตกรรมจุลินทรีย์ พด.2 และรณรงค์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุทางการเกษตรโดยใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์ พด.1 เพื่อช่วยให้ดินดีคงความอุดมสมบูรณ์ ไม่ถูกทำลาย และยังช่วยบำรุงดินให้มีอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น เกิดความสมดุลของระบบนิเวศดินแล้ว ยังส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการเผาลดลง รวมถึงช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวให้มีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น และช่วยลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย”

“กรมพัฒนาที่ดิน เตรียมจัดงาน “Kick off  ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ บ้านเตาไห หมู่ 6 ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ 71 จังหวัดที่มีความเสี่ยงต่อการเผา (Hot Spot) ทั่วประเทศ โดยถ่ายทอดสดพร้อมกันผ่านระบบ Zoom Conference Meeting และ Facebook Live ผ่านเพจเฟซบุ๊กกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อรณรงค์และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร ทำการเกษตรโดยไม่เผา หันมาไถกลบตอซังเป็นปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดิน  และสาธิตวิธีการไถกลบตอซังที่ถูกต้องและเหมาะสมให้แก่เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเอง  ซึ่งจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดหมอกควัน ฝุ่นละออง PM 2.5 ภาวะโลกร้อน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากการเผาตอซังพืช ตามเป้าหมายของประเทศที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2608” อธิบดีทวีศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

‘เมฆินทร์ เอี่ยมสอาด’ เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพ ‘พชรกฤตน สมจิตรชอบ’

'เมฆินทร์ เอี่ยมสอาด' เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพ 'พชรกฤตน สมจิตรชอบ'

‘เมฆินทร์ เอี่ยมสอาด’ เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพ ‘พชรกฤตน สมจิตรชอบ’

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในการสวดพระอภิธรรมศพ นายพชรกฤตน สมจิตรชอบ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายของนายเมฆินทร์ โดยมีบรรดาญาติของนายพชรกฤตน ได้แก่  นางพเยาว์  สมจิตชอบ นางฌานิศา  ศกลวัฒน์ นางวิไล  สมจิตรชอบ นางจรรยา คันนิ่งแฮม นางสาววรรณวิมล สมจิตชอบ และนางสาวสุณีย์  สมจิตชอบ เป็นต้น ณ วัดลาดบัวขาว เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร  โดยนายเมฆินทร์ ได้ร่วมฟังการสวดพระพุทธมนต์ และเป็นประธานในการทอดผ้าบังสุกุล เพื่ออุทิศให้แก่ผู้วายชนม์ด้วย

‘มดดำ’ เปิดตัวน้ำหอมรุ่น Limited2025 กลิ่น SENSUOUS 2025

‘มดดำ’ เปิดตัวน้ำหอมรุ่น Limited2025 กลิ่น SENSUOUS 2025

‘มดดำ’ เปิดตัวน้ำหอมรุ่น Limited2025 กลิ่น SENSUOUS 2025

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

งานแน่น งานปัง รับปีมะเส็ง เมื่อพิธีกรฝีปากกล้า มดดำ คชาภา ตันเจริญ พรีเซนเตอร์ลูกรัก “มาดามฟิน” ร่วมกันเปิดตัวน้ำหอมรุ่น Limited2025 กลิ่น SENSUOUS 2025 แถมงานนี้ ทราย มาดามฟิน หรือ ทราย นรี  ชีวสุทธิศิลป์ ซีอีโอแบรนด์น้ำหอมมาดามฟิน ยังออกน้ำหอมกลิ่น GLAM 2025 จาก อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ในดีไซน์แพ็คเกจสีแดงสุดหรูหรา  ทรงพลัง เหมาะกับเทศกาลตรุษจีน ให้ได้จับจองความหอมจาก 2 รุ่นพิเศษนี้ พร้อมชวนแก๊งนักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ สายฮา แจ็ค แฟนฉัน (เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์), ปิงปอง ธงชัย ทองกันทม, พั้มกิ้น และ แต๋ง อาฟเตอร์ยำ (กฤษฏิ์กุล  ชุมแก้ว) มาร่วมไลฟ์ ในแคมเปญ “น้ำหอมเปลี่ยนชีวิต” ภาค 2 เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าโดยตรง กับโปรแรงแห่งปี “ฟิน68” ลุ้นรางวัลทองคำแท้ รางวัลละ 1 ล้านบาท ทั้งหมด 10 รางวัล รวมมูลค่า 10 ล้านบาท! ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2568

โดย ทราย มาดามฟิน หรือ ทราย นรี  ชีวสุทธิศิลป์ ซีอีโอ แบรนด์น้ำหอมมาดามฟิน กล่าวถึง แคมเปญ “น้ำหอม เปลี่ยนชีวิต” ว่า มาดามฟินอยู่เคียงข้างลูกค้ามายาวนานถึง 12 ปี เราเริ่มต้นผลิตน้ำหอมที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับของ แบรนด์เนม แต่จำหน่ายในราคาที่จับต้องได้ จนครองใจคนทั้งประเทศ เป็นที่ไว้วางใจและเลือกซื้อสินค้ากับเราตลอดมา

ด้วยความรักและการสนับสนุนจากลูกค้า คือสิ่งที่ผลักดันให้มาดามฟินเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เราจึงอยากคืนกำไร และตอบแทน ความไว้วางใจ ด้วยแคมเปญ “น้ำหอมเปลี่ยนชีวิต” ที่ทำต่อเนื่อง เป็นครั้งที่ 2 กับโอกาสครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตให้กับลูกค้าได้ คือสิ่งที่เราภูมิใจที่สุด

รางวัลทองคำมูลค่า 10 ล้านบาทในแคมเปญนี้ มาจากการปรับเปลี่ยนงบประมาณการตลาดเดิมที่เราเคยใช้จ้างดาราและพรีเซนเตอร์ให้มาอยู่ตรงหน้ากล้อง เพื่อโปรโมทสินค้า เราตัดสินใจเปลี่ยนงบส่วนนี้มาเป็น โอกาสสำหรับลูกค้าโดยตรง เพราะเรามองว่าคุณลูกค้าทุกคนคือผู้สนับสนุนที่แท้จริงของมาดามฟิน

“ทุกเรื่องราวที่เราได้เห็นจากแคมเปญที่ผ่านมา ทำให้เราเชื่อมั่นว่า “การให้” คือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มาดามฟิน ขอขอบคุณทุกคนที่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณ และหวังว่าแคมเปญนี้จะมอบความหวัง ความสุข และอนาคตที่ดีกว่ากลับคืนให้กับลูกค้า”

“เพราะ ทราย เชื่อว่า… ความหวังในวันที่ยากลำบาก ความหอมที่มาพร้อมโอกาสเปลี่ยนชีวิต มาดามฟิน จึงจัดแคมเปญ “น้ำหอมเปลี่ยนชีวิต” ภาค 2 เพื่อลุ้นรับรางวัลทองคำแท้ รางวัลละ 1 ล้านบาท ทั้งหมด 10 รางวัล รวมมูลค่า 10  ล้านบาท! ได้ง่าย ๆ เพียงคุณร่วมสนุกกับโปรโมชัน “ฟิน68” ซึ่งในวันนี้ก็ได้ พี่มดดำ พี่แต๋ง แจ็ค ปิงปอง และพั้มกิ้น มาร่วมไลฟ์กับโปรโมชันดี ๆ แบบนี้ค่ะ”

วธ.เสริมพลังเศรษฐกิจชุมชน! ขับเคลื่อนสินค้าวัฒนธรรมไทยสู่ตลาดดิจิทัล

วธ.เสริมพลังเศรษฐกิจชุมชน! ขับเคลื่อนสินค้าวัฒนธรรมไทยสู่ตลาดดิจิทัล

วธ.เสริมพลังเศรษฐกิจชุมชน! ขับเคลื่อนสินค้าวัฒนธรรมไทยสู่ตลาดดิจิทัล

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.10 น.

กระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าผลักดันโครงการ ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมสู่ตลาดดิจิทัล”  ภายใต้แนวคิด จำหน่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา” และ อยู่ได้เมื่อภัยมา” เปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงตลาดออนไลน์ สร้างรายได้ที่มั่นคงแม้ในช่วงวิกฤต พร้อมยกระดับสินค้าวัฒนธรรมไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างชุมชนที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

ในปีที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมได้มุ่งเน้นการพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นผ่าน โครงการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมสู่ตลาดดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการนำเสนอและจำหน่ายสินค้าวัฒนธรรมในรูปแบบออนไลน์ ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ต้องการการเข้าถึงตลาดได้ตลอดเวลา และเสริมความมั่นคงในช่วงวิกฤตต่าง ๆ

ทั้งนี้ได้รับความสนใจและการตอบรับจากชุมชนในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้านการตลาดดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์ม e-Commerce เพื่อเพิ่มยอดขาย พร้อมทั้งการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการสร้างแบรนด์ที่สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมของแต่ละชุมชน

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นให้สามารถนำเสนอและจำหน่ายสินค้า โดยนำต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์มาต่อยอดให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ชุมชนเข้าถึงลูกค้าได้ ทุกที่ ทุกเวลา” พร้อมเสริมความมั่นคงในช่วงวิกฤต เช่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือภัยธรรมชาติ ตามแนวคิด อยู่ได้เมื่อภัยมา”

ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา

จำหน่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา: เว็บไซต์ www.cpotshop.com ทำให้ผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการชุมชนที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ผ่านมา สินค้ากว่า 1,000 รายการ จากชุมชน 500 แห่ง ถูกนำเสนอผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น  Shopee, Lazada และเว็บไซต์เฉพาะ ยอดขายเพิ่มขึ้น 40% โดยเฉพาะสินค้าวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ เช่น ผ้าทอพื้นเมือง งานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่น

อยู่ได้เมื่อภัยมา: โครงการนี้ยังช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจของชุมชนลงเฉลี่ย 20% ผ่านการใช้ช่องทางออนไลน์แทนการค้าขายแบบเดิม และกระตุ้นการจ้างงานในท้องถิ่น เช่น งานผลิตสินค้า งานบรรจุภัณฑ์ และการจัดการคำสั่งซื้อออนไลน์ ส่งผลให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่สูงขึ้น แม้ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ภัยธรรมชาติ และวิกฤตเศรษฐกิจ

ขยายตลาดสู่สากล: สินค้าชุมชน เช่น ผ้าทอมือและงานหัตถกรรม ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ สามารถเจาะตลาดใหม่ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 30% โดยเฉพาะในตลาดจีน ยุโรป และอเมริกา สร้างโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจชุมชน

กระทรวงวัฒนธรรมตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการในโครงการ ด้วยการเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ผ่าน www.cpotshop.com พร้อมจัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์  รวมถึงการถ่ายภาพสินค้า การเขียนคอนเทนต์ดิจิทัล พร้อมสร้างการเชื่อมโยงกับนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าวัฒนธรรมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผลักดัน  Soft Power ไทย และ ยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นตัวแทนความงามของวัฒนธรรมไทยในเวทีสากล

โดยมุ่งหวังให้เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งผ่านการผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับเทคโนโลยีดิจิทัล นี่คือการสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนไทย และแสดงให้โลกเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย โครงการนี้ไม่เพียงช่วยให้ชุมชน จำหน่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา แต่ยังสร้างความมั่นคงให้ชุมชนสามารถ อยู่ได้เมื่อภัยมา ไม่ว่าจะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงใดก็ตาม ทั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรมจึงอยากเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนสินค้าวัฒนธรรมไทย เพื่อรักษาอัตลักษณ์และสร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจชุมชนไทยไปด้วยกัน

สำหรับชุมชนและผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมสร้างโอกาสใหม่ในตลาดออนไลน์ สามารถสมัครเป็นสมาชิก CPOTSHOP ได้ง่าย ๆ ผ่าน www.cpotshop.com   พร้อมกันนี้นักช็อปสายวัฒนธรรมสามารถค้นหาสินค้าที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชุมชนไทยพร้อมติดตามสินค้าใหม่และโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ www.cpotshop.com , Facebook Page CPOT และ TikTok: CPOTSHOP

ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 48 ชวนครู-อาจารย์ทั่วประเทศขึ้นดอยอ่างขางโครงการหลวงแห่งแรก

ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 48  ชวนครู-อาจารย์ทั่วประเทศขึ้นดอยอ่างขางโครงการหลวงแห่งแรก

ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 48 ชวนครู-อาจารย์ทั่วประเทศขึ้นดอยอ่างขางโครงการหลวงแห่งแรก

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.01 น.

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี

ทิพยประกันภัย เชิญชวนร่วมโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 48 ในการเดินทางไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขา โดยเปลี่ยนวิถีการเลี้ยงชีพด้วยการปลูกฝิ่นที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสังคม ให้กลายเป็นการเกษตรกรรมที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้จะได้สัมผัสกระบวนการ พลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้ง ให้เป็นแหล่งวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชเมืองหนาวที่สำคัญของประเทศ เรียนรู้แนวทางการส่งเสริมอาชีพที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชน ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งจะช่วยตอกย้ำความสำคัญของศาสตร์พระราชา ในการสร้างความยั่งยืนให้แก่คนและธรรมชาติซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ เป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาการศึกษา การบริหารองค์กร และการพัฒนาสังคมไทย

รับฟังการบรรยายด้านการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และ อาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย ผู้คิดค้นนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 หรือ Interactive Board Game หนึ่งเดียวในโลก เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด และเตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2030

โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอดนวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 48 จัดขึ้นในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่เปิดรับสมัครครู-อาจารย์ทั่วประเทศ และผู้สนใจทั่วไป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ จารุกัญญ์ โทรศัพท์099-3975333 FB : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey

ยัสปาล กรุ๊ป ส่งคอลเลกชั่นพิเศษต้อนรับตรุษจีนจาก 9 แบรนด์ดังในเครือ

ยัสปาล กรุ๊ป ส่งคอลเลกชั่นพิเศษต้อนรับตรุษจีนจาก 9 แบรนด์ดังในเครือ

ยัสปาล กรุ๊ป ส่งคอลเลกชั่นพิเศษต้อนรับตรุษจีนจาก 9 แบรนด์ดังในเครือ

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

ต้อนรับเทศกาลวันตรุษจีนปีมะเส็งมหามงคล Jaspal Group (ยัสปาล กรุ๊ป) ชวนหนุ่มสาวสายแฟครีเอทลุคแฟชั่นสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่ปรารถนาตามแนวคิด Find Your Greatness จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำภายในเครือ ได้แก่ Lyn Around, Quinn,Jelly Bunny, LYN, Misty Mynx,CC Double O, Royal Ivy Regatta,CPS Chaps และ Jaspal เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างยิ่งใหญ่ มีสไตล์ และโดดเด่นในแบบที่คุณเป็น

เริ่มจากแบรนด์ Lyn Around (ลิน อราวนด์) รังสรรค์แฟชั่นไอเทมและแอคเซสเซอรี่สุดเก๋มาพร้อมให้สาวๆ ได้มีลุคที่เก๋สะดุดตากว่าใครในเทศกาลตรุษจีนนี้ไปกับคอลเลกชั่น “Symphony of Petals” ที่นำเอากลิ่นอายแห่งเทศกาลและสีสันแห่งความโชคดีนำมาร้อยเรียงออกแบบเป็นไลน์เสื้อผ้าสุดเก๋แฝงความสนุกสุดน่ารักที่พร้อมจะให้สาวๆ มีลุคที่นำเทรนด์

แบรนด์ Quinn (ควินน์) ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่จะทำให้สาวๆ สนุกสนานไปกับการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมที่เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

แบรนด์ Jelly Bunny (เจลลี บันนี) ชวนต้อนรับปีมะเส็งไปกับคอนเซ็ปต์บันไดงู “Lucky to You” ที่เป็นสัญ ลักษณ์ของโชคลาภ และการเดินทางของชีวิตที่คาดเดาไม่ได้เหมือนกับการทอยลูกเต๋าและเกมบันไดงู โดยคอลเลกชั่นนี้ Jelly Bunny ขนมาทั้งไอเทมสีแดงเสริมความมงคลให้กับลุคในเสื้อครอปแขนกุดคอจีนประยุกต์ตกแต่งด้วยกระดุมจีนรูปโบว์และลายปักรูปงู ที่สื่อถึงโชคลาภ ชุดเซทผ้าควิลท์ลายหน้างูในสีชมพูสุดคิ้วท์ เสื้อยืดลายเยลลี่พิมพ์ลาย Lucky พร้อมแมตช์ลุคแคชชวลสบายๆ และชุดเดรสลายบันไดงูที่จะช่วยเพิ่มความสดใสขี้เล่นให้กับลุคในเทศกาลตรุษจีนตามแบบฉบับของสาวเจบีได้เป็นอย่างดี

แบรนด์ LYN (ลิน) เผยโฉมคอลเลคชั่นแอคเซสซอรี่สุดตระการตา “Lucky Lunar” ที่นำสัญลักษณ์ความโชคดีอย่าง “Infinity Knot” มาเป็นกิมมิคการออกแบบให้ลุคของคุณดูโดดเด่นพร้อมเสริมดวงมงคลรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้

แบรนด์ Misty Mynx (มิสตี้ มิงซ์)  ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนด้วยคอลเลกชัน “Opulence in Bloom” สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา พร้อมเสริมความมั่งคั่งและเริ่มต้นปีใหม่อย่างสดใส

แบรนด์ CC Double O ส่งคอลเลกชั่น “Crimson Heritage” ที่รวบรวมไอเทมดีไซน์โดดเด่นเพื่อการเฉลิมฉลองในสไตล์ที่เป็นตัวคุณ พบกับไอเทมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Bomber Jacket แบบรีเวอร์สใส่ได้ 2 ด้าน เสื้อยืด เสื้อโปโล และเสื้อกราฟิกดีไซน์หลากหลาย ที่มิกซ์แอนด์แมตซ์ง่ายได้ทุกลุค เสริมความมั่นใจให้ทุกวันของคุณเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ลงตัว

ด้านแบรนด์ Royal Ivy Regatta (รอยัล ไอวี รีกัตตา) มาในสไตล์ที่ผสานเอกลักษณ์แห่งความคลาสสิก และความดูดีเหนือระดับ เติมเต็มความโดดเด่นด้วยไอเทมโทนสีแดงสด ลวดลายดอกไม้มงคล และดีเทลอันประณีตที่สะท้อนความหมายแห่งความโชคดีได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ชุดทางการที่หรูหราไปจนถึงชุดลำลองสุดชิค ทุกไอเทมได้รับการออกแบบเพื่อผสมผสานกลิ่นอายแห่งเทศกาลตรุษจีนและความมั่นใจในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายในโอกาสพิเศษหรือในชีวิตประจำวัน

แบรนด์ CPS Chaps (ซีพีเอส แชปส์) ชวนเฉลิมฉลองตรุษจีนสไตล์เท่ไปกับคอลเลกชั่น “Lunar Luxe” ที่เป็นการนำเอาวัฒนธรรมตะวันออกกลิ่นอายของยุค 90 ผสมผสานเข้ากับลวดลายดอกไม้จีน งู เสือ และกราฟฟิกอักษรจีน ในโทนสีที่มีความหมายมงคล อาทิ สีแดง สื่อถึงพลังและความโชคดี สีดำ เพิ่มความน่าค้นหาและความเท่ สีขาว สร้างสมดุลและให้ความรู้สึกสะอาดตา รวมทั้ง สีทอง ที่สื่อถึงโชคลาภ เงินทอง นำมาออกแบบ  ไอเทมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ CPS Chaps อาทิ เสื้อครอป กระโปรงสั้น กางเกงเอวสูงขาบาน ยีนส์ เชิ้ต ทีเชิ้ต กางเกงขาสั้น โดยตกแต่งดีเทลคอจีนให้ดูทันสมัยมีความเป็น City Look เพื่อการสวมใส่และแมตช์กับไอเทมอื่นได้สนุกขึ้น

ปิดท้ายกับความสวยงามร่วมสมัยของแบรนด์ Jaspal (ยัสปาล) ที่เปิดตัวคอลเลกชั่น Pre-Spring 2025 พร้อมร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Happiness Together” โดยนำลายเส้นของงู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนักษัตรประจำปีนี้ มาผสมผสานเข้ากับลวดลายดอกไม้สไตล์จีน พร้อมด้วยสีมงคลอย่างโทนสีแดง ชมพู น้ำเงิน ทอง มาออกแบบลงบนไอเทมที่หลากหลาย อาทิ ชุดกี่เพ้า เดรส เสื้อยืด โปโลหรือจะเป็นชุดเซ็ตดีไซน์คอจีนที่หยิบนำความร่วมสมัยโดยการใช้ผ้าเดนิม รวมไปถึงชุดเสื้อผ้าสำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยง

อัปเดตเทรนด์แฟชั่นเฉลิมฉลองตรุษจีนปีงูที่สะท้อนสไตล์ที่เป็นตัวคุณจากหลากหลายแบรนด์แฟชั่นภายใต้ ยัสปาล กรุ๊ป ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Lyn Around, Quinn, Jelly Bunny, LYN, Misty Mynx, CC Double O, Royal Ivy Regatta, CPS Chaps และ Jaspal ทุกสาขาทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ของแต่ละแบรนด์ นอกจากนี้ ยังสามารถรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากโครงการ ‘Easy E-Receipt 2.0’ สูงสุดถึง 30,000 บาท* อีกด้วย

040

ยลสยาม สมัย ร.5 ผ่านหนังสือ Temples and Elephants

ยลสยาม สมัย ร.5 ผ่านหนังสือ Temples and Elephants

ยลสยาม สมัย ร.5 ผ่านหนังสือ Temples and Elephants

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.01 น.

กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจชมนิทรรศการ เรื่อง “ยลสยามผ่านหนังสือ Temples and Elephants” ณ ห้องวชิรญาณ 2 – 3 อาคาร 2 ชั้น 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ เขตดุสิต กรุงเทพฯ

นิทรรศการ เรื่อง “ยลสยามผ่านหนังสือ Temples and Elephants” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านการต่างประเทศในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับยุโรปในขณะนั้น และให้ความรู้เกี่ยวกับประเพณี วัฒนธรรม สภาพสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสยาม ตลอดจนการติดต่อกับชาวต่างชาติ ผ่านหนังสือ Temples and Elephants: The narrative of a journey of exploration through upper Siam and Lao เขียนโดย นายคาร์ล บ็อค นักชาติพันธุ์วิทยาชาวนอร์เวย์ เมื่อครั้งเดินทางมาสำรวจประเทศสยามในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและได้ถูกตีพิมพ์เป็นภาษาต่างประเทศ ได้แก่ ภาษานอร์เวย์ ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาสวีเดน และภาษาฝรั่งเศส ทำให้นานาประเทศได้รู้จักสยามผ่านเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จะเสด็จฯ ประพาสยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2440

ภายในนิทรรศการฯ มีการจัดแสดงภาพสเก็ตช์ที่ นายคาร์ล บ็อค วาดขึ้นประกอบการบันทึกช่วยอธิบายเรื่องราวที่บันทึกไว้ให้เข้าใจได้ดีขึ้น ทั้งภาพวัดวาอาราม เจดีย์ ทิวทัศน์ สัตว์ แมลง ผู้คน เครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้ ที่สะท้อนให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ สภาพสังคม ลักษณะทางชาติพันธุ์ของผู้คนในสถานที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการนำภาพถ่ายจากฟิล์มกระจกของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่ใกล้เคียงกับเรื่องราวและเหตุการณ์อันทรงคุณค่าที่บันทึกไว้ในหนังสือ Temples and Elephants มาจัดแสดง รวมถึงสื่อวีดีทัศน์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับยุโรปในสมัยรัชกาลที่ 5 ตัวอย่างหนัง สืออิเล็กทรอนิกส์ Temples and elephant 5 ภาษา และแนะนำหนังสือที่เกี่ยวข้อง พร้อมบรรณานิทัศน์และภาพตัวอย่างประกอบ จำนวน 32 เล่ม

นิทรรศการ “ยลสยามผ่านหนังสือ Temples and Elephants” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 16.00 น. วันเสาร์,อาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น.ณ ห้องวชิรญาณ 2 – 3 อาคาร 2 ชั้น 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ เขตดุสิต กรุงเทพฯ (ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์)  ติดตามข้อมูลกิจกรรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติได้ทาง Facebook : National Library of Thailand

039

อาหารดี สุขภาพดี ปลุกพลังชีวีให้ยืนยาว

อาหารดี สุขภาพดี ปลุกพลังชีวีให้ยืนยาว

อาหารดี สุขภาพดี ปลุกพลังชีวีให้ยืนยาว

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ โดย แพทริค หอรัตนชัย ผอ.ผู้บริหารสายงานกิจการองค์กรประเทศไทย ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนหลัก ร่วมพิธีเปิดงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2025 @ Siam Paragon” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อาหารดี สุขภาพดี ปลุกพลังชีวีให้ยืนยาว”  โดยมี ดร.พัชรินทร์ เก่งกาจ ผช.ผอ.สนง.มูลนิธิโครงการหลวง  พร้อมด้วย มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กก.ผจญ.สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร กลุ่ม บ.สยามพิวรรธน์,ธนาภรณ์  ภาษาประเทศ กก.บริหาร/ผจก.ฝ่ายขายต่างประเทศ บจ.พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม และ ภควัฎ ฉินทกานันท์ ผู้บริหาร กูร์เมต์ มาร์เก็ต ร่วมงาน ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M สยามพารากอน

ผู้บริหารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมยินดี เป็นส่วนหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ สมรสเท่าเทียม

ผู้บริหารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมยินดี เป็นส่วนหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ สมรสเท่าเทียม

ผู้บริหารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมยินดี เป็นส่วนหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ สมรสเท่าเทียม

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.49 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตอกย้ำเจตนารมย์ในการสนับสนุนสิทธิและความเท่าเทียม ส่งเสริมให้ทุกคนได้แสดงออกเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ โดย สรัญญา เจริญศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีและเป็นส่วนหนึ่งของภาพประวัติศาสตร์

เนื่องในโอกาสประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งได้รับเกียรติจาก แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วมบันทึกภาพพร้อมคณะรัฐมนตรี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์  ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ,เอกอัครราชทูตและผู้แทนต่างประเทศ ,คณะกรรมาธิการสมรสเท่าเทียม,อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน Bangkok Pride รวมทั้งดารานักแสดง คู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ และบุคคลที่มีชื่อเสียงกว่า 100 คนร่วมบันทึกภาพฉลองความสำเร็จในโอกาสประกาศใช้กฏหมายสมรสเท่าเทียมครั้งแรกในประเทศไทย ณ บริเวณสนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเร็ว ๆ นี้

อสมท ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย มอบรางวัล Thailand Top Vote 2024

อสมท ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย มอบรางวัล Thailand Top Vote 2024

อสมท ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย มอบรางวัล Thailand Top Vote 2024

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

อสมท – ไปรษณีย์ไทย  เฟ้นหาสุดยอดแห่งปีจากเสียงโหวตประชาชน มอบรางวัล Thailand Top Vote 2024 “หมีเนย” ครองใจคว้า สุดยอดอินฟลูเอนเซอร์  “บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด”  สุดยอดแบรนด์สินค้าไทย  “ไรอัล – กาจบัณฑิต จำปาศิลป์”  คว้าสุดยอดคนบันเทิง “เจ – ชนาธิป สรงกระสินธ์”  สุดยอดนักกีฬา  “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว” สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวไทยครองใจสายเที่ยว  และ “กรมที่ดิน” สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี  ขณะที่  “จรีพร จารุกรสกุล แม่ทัพ  WHA GROUP” คว้ารางวัลเกียรติยศสุดยอดนักบริหารแห่งปี   

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  จัดงานมอบรางวัล Thailand Top Vote 2024  เฟ้นหาที่สุดแห่งความสุดยอดที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศใน 6 สาขารางวัล ได้แก่ สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี , สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวไทยแห่งปี, สุดยอดแบรนด์สินค้าไทยแห่งปี, สุดยอดนักกีฬาแห่งปี  สุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี  และสุดยอดคนบันเทิงแห่งปี  โดยทั้ง 6 สาขารางวัลมาจากการโหวตของประชาชนทั้งประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน Prompt Post  ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2567  โดยมีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สนับสนุนการทำโพล และระหว่างการโหวตแต่ละสัปดาห์ได้จัดให้มีการแจกทองคำให้กับ Top Spender ที่มียอดโหวตสูงสุดประจำสัปดาห์ และ Top Spender ตลอดทั้งกิจกรรม เป็นทองคำหนักรวม 42.50 บาท ทุกสัปดาห์ มูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท นอกจากนี้รางวัลเกียรติยศ “สุดยอดนักบริหารแห่งปี”  คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  พิจารณาคัดเลือกนักบริหารทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีผลงานการบริหารและพัฒนาองค์กรให้เติบโตเป็นที่ยอมรับ ทั้งด้านส่งเสริมธรรมาภิบาล ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และส่งเสริมนวัตกรรม ทำให้องค์กรมีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำผลสำรวจจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มาประกอบการพิจารณา

จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ มอบรางวัลสุดยอดนักบริหารแห่งปี จรีพร จารุกรสกุล ผู้บริหาร WHA Group

ผู้บริหารและผู้ที่ได้รับรางวัล Thailand Top Vote 2024

ผลรางวัล Thailand Top Vote 2024  ได้แก่ “รางวัลสุดยอดนักบริหารแห่งปี”  จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมี จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมอบรางวัล และร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นักบริหารในโลกยุคใหม่”  สำหรับอีก 6 สาขารางวัลสุดยอดแห่งปี ได้แก่  สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี  ได้แก่ กรมที่ดิน, สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวไทยแห่งปี ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สุดยอด แบรนด์สินค้าไทยแห่งปี ได้แก่  บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด,สุดยอดนักกีฬาแห่งปี ได้แก่ เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์,สุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี ได้แก่ หมีเนย และสุดยอดคนบันเทิงแห่งปี ได้แก่ ไรอัล-กาจบัณฑิต จำปาศิลป์  ทั้งนี้  ยังได้รับเกียรติจากผู้มีที่ชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ อาทิ ศิรินทรา นิยากร, ดำรง พุฒตาล, เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, หนอยแน่-วาเนสสา สมัครศรุติ ผู้ประกาศข่าวสำนักข่าวไทย, ปาร์ตี้ นักพากย์  ฟีลกู้ด และ กฤตย นักลงเสียงโฆษณาชื่อดังมาร่วมเป็นผู้ประกาศรางวัลในครั้งนี้ด้วย

039

ผู้ได้รับรางวัล Thailand Top Vote 2024

ผู้ได้รับรางวัล Thailand Top Vote 2024

สุดยอดนักบริหารแห่งปี

สุดยอดนักบริหารแห่งปี

พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน รับรางวัลสุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี

พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน รับรางวัลสุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี

คุณพ่อก้องภพ สรงกระสินธ์ รับแทน ชนาธิป สรงกระสินธ์ สุดยอดนักกีฬาแห่งปี

คุณพ่อก้องภพ สรงกระสินธ์ รับแทน ชนาธิป สรงกระสินธ์ สุดยอดนักกีฬาแห่งปี

ณรงค์วิทย์ ชดช้อ ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว รับรางวัลสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งปี

ณรงค์วิทย์ ชดช้อ ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว รับรางวัลสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งปี

วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ รับรางวัลสุดยอดแบรนด์สินค้าแห่งปี บจ.หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป

วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ รับรางวัลสุดยอดแบรนด์สินค้าแห่งปี บจ.หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป

รางวัลสุดยอดคนบันเทิงแห่งปี ไรอัล กาจบัณฑิต จำปาศิลป์

รางวัลสุดยอดคนบันเทิงแห่งปี ไรอัล กาจบัณฑิต จำปาศิลป์

รางวัลสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี หมีเนย

รางวัลสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี หมีเนย

ไรอัล และแฟนคลับ

ไรอัล และแฟนคลับ