ที่เดียวในโลก เปิดจองก่อนใคร! Sweet Bean-I Want a Hug Series

ที่เดียวในโลก เปิดจองก่อนใคร! Sweet Bean-I Want a Hug Series

ที่เดียวในโลก เปิดจองก่อนใคร! Sweet Bean-I Want a Hug Series

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากการร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ที่นำความลักชูรี่มาผสานกับความน่ารัก Jubilee Diamond ขอนำเสนอ “Sweet Bean-I Want A Hug Series” คอลเลคชั่นเครื่องประดับเพชรแท้ระดับไฮเอนด์ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ POP MART มอบโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้คุณเป็นเจ้าของก่อนใครในโลก เปิดให้สั่งจองแล้ว พร้อมสิทธิพิเศษ 6 ต่อสำหรับช่วงพรีออเดอร์ นี้เท่านั้น!

คอลเลคชั่นนี้ได้รับการออกแบบจากแรงบันดาลใจที่ถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์สุดน่ารักที่สะท้อนความหมายของ “อ้อมกอด” ในแง่มุมที่อบอุ่นและปลอบประโลมใจ ถือเป็นครั้งแรกที่นำ Art Toy มา Glam Up ออกแบบเป็นเครื่องประดับเพชรแท้คุณภาพระดับโลก ให้คุณสามารถ Mix & Match ได้กับทุกลุคและทุกโอกาส ด้วยการผสมผสานความน่ารักและหรูหราในชิ้นเดียว ทั้งเป็นเครื่องประดับแฟชั่นและของสะสมที่ไม่เหมือนใคร จำนวนจำกัดเพียง 1,200 ชิ้น เท่านั้น

พิเศษเฉพาะช่วง Pre-Order ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ รับ 6 ความพิเศษแบบลิมิเต็ด อาทิ เซตของที่ระลึกที่จะมอบแบบจัดเต็มมาเป็นเซต Sweet Bean Special Box Set Limited Edition สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เหมือนใคร ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ พร้อมรับกล่องสุ่ม Art Toy Sweet Bean และสำหรับ 150 ออเดอร์แรก จะได้สิทธิ์เข้าร่วมงานเปิดตัวคอลเลคชั่น โดยงานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Ling ศิลปินเจ้าของผลงาน Sweet Bean มาพบแฟนๆ ชาวไทย ต่อด้วยสิทธิพิเศษในการช้อปรอบพรีออเดอร์ จุใจจากยูบิลลี่ อาทิ ช็อปครบรับเพิ่ม Sweet Bean Charm และสิทธิ์ซื้อ Accessories ในราคาพิเศษ พร้อมการผ่อนสบายๆ กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด

Jubilee x Sweet Bean-I Want A Hug Series ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตเครื่องประดับ Fine Jewelry ขั้นสูง โดยใช้วัสดุหรูหราพร้อมประดับด้วยเพชรแท้ นอกจากนี้ ชิ้นส่วนต่างๆ ของคอลเลคชั่นนี้ยังสามารถขยับและหมุนได้ตามอิริยาบถของตัวละคร ซึ่งทำให้ผสมผสานความน่ารักและความหรูหราอย่างลงตัว คอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยจี้เพชร Charm, แหวนเพชรแท้,สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ ซึ่งเป็นของสะสมที่สาวก Sweet Bean ไม่ควรพลาด

สามารถจอง Sweet Bean-I Want A Hug Series ผ่าน Jubilee Online Store ได้ที่ < www.jubileediamond.co.th > ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Jubilee Diamond (Thailand) หรือ Jubilee Contact Center : 02-6251111

‘ฐาณิญา เจนธุระกิจ’ ปั้น ‘THANIYA1988’ เข้าตาแบรนด์หรูระดับโลก จับภูมิปัญญางานเซรามิกและเครื่องหอมไทย มาแต่งองค์ให้ทรงเสน่ห์

‘ฐาณิญา เจนธุระกิจ’ปั้น‘THANIYA1988’เข้าตาแบรนด์หรูระดับโลก จับภูมิปัญญางานเซรามิกและเครื่องหอมไทย มาแต่งองค์ให้ทรงเสน่ห์

‘ฐาณิญา เจนธุระกิจ’ปั้น‘THANIYA1988’เข้าตาแบรนด์หรูระดับโลก จับภูมิปัญญางานเซรามิกและเครื่องหอมไทย มาแต่งองค์ให้ทรงเสน่ห์

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนึ่งในงานคราฟต์แบรนด์ไทยที่น่าจับตามองในงาน Bangkok Design Week 2025 เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ ภายใต้ธีม “Design Up+Rising : ดีไซน์พร้อมบวก+” ซึ่งต้องกล่าวถึงก็คือ THANIYA1988 (ฐาณิญา1988)แบรนด์เครื่องปั้นเซรามิกเพ้นท์มืองานคราฟต์สัญชาติไทย ที่เป็น“สากล” ทั้งยังนำพาชื่อและผลงานจากภูมิปัญญาไทย ที่ผ่านการคิดและสร้างสรรค์อย่าง “ทันสมัย”จนเข้าตาหลายแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง ชาเนล และ หลุยส์ วิตตอง ซึ่งมาคัดสรรไปเป็นของขวัญในแฟชั่นอีเว้นท์มาแล้ว

เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ความสำเร็จที่ยกระดับทั้งคุณค่าและมูลค่าให้กับงานคราฟต์ไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ จากเครื่องใช้ของแต่งบ้าน สู่การเป็นของสะสมสำหรับทั้งลูกค้าชาวไทยและนานาชาติ ล่าสุด THANIYA1988 กำลังเปิด Pop-Up Exhibition เปิดตัวผลงานคอลเลคชั่นใหม่ The Stellar Zodiac Collection ที่ไอคอนคราฟต์ระหว่างช่วง Bangkok Design Week 2025 เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ

ด้วยความชื่นชอบในงานศิลปะกลิ่นอายความเป็นไทย อีกทั้ง บริบทแวดล้อมที่เชื่อมโยงเข้มข้นกับงานคราฟต์ไทยมายาวนาน ในบทบาทความเป็นผู้ผลิต ทั้งงานเซรามิกจากรุ่นคุณยาย และงานเครื่องหอมในยุคคุณแม่ เมื่อ แม็ทช์-ฐาณิญา เจนธุระกิจ ผู้สร้างแบรนด์ THANIYA1988 จบการศึกษาต่อด้าน Engineering Business Development จาก Warwick University ประเทศอังกฤษ กลับมาบริหารธุรกิจครอบครัว จึงริเริ่มคิดสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยต่อยอดจากทรัพยากรคุณภาพสำหรับการสร้างสรรค์งานฝีมือสุดละเมียด ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ด้านงานเครื่องหอม ทีมช่างฝีมือหลายสาขา มากประสบการณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ ทั้งในเชิงพาณิชย์และสุนทรียะ เกิดเป็นสมการที่ลงตัว ขับเคลื่อนให้แบรนด์เซรามิกคราฟต์ในนาม THANIYA1988 ซึ่งเปิดตัวขึ้นในปีพ.ศ. 2555 เป็นที่รู้จักด้วยผลงานเครื่องเซรามิกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เติบโตต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาไม่หยุดยั้ง เพื่อนำเสนอประสบการณ์แห่งไลฟ์สไตล์สุดรื่นรมย์ให้แก่ลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบในงานเซรามิกคราฟต์ได้ติดตามไม่ขาดสาย

ฐาณิญา กล่าวว่า เสน่ห์ของผลงานเซรามิกในนาม THANIYA1988สอดประสานภูมิปัญญางานฝีมือเข้ากับอัตลักษณ์ไทยในมุมมองใหม่ ถ่ายทอดโดยสรรพกำลังจากชุมชนช่างฝีมือ ช่างปั้น ซึ่งแม่นยำในความเหมาะเจาะพอดีของอุณหภูมิช่างเพ้นท์ที่มีฝีไม้ลายมือพลิ้วไหวโดยเฉพาะงานเครื่องหอมหลากประเภทนั้นเลือกสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทั้งดอกไม้และสมุนไพรมาผสมผสาน ปรุงกลิ่นอย่างประณีตจนได้มวลความหอมกลมกล่อม ละมุนละไม

ขณะที่ ศิลปะงานเพ้นท์มือในลวดลายต่างสไตล์ คืออีกจุดเด่นและเป็นรายละเอียดสำคัญที่ทำให้ผลงานของ THANIYA1988โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งเส้นสายลายเพ้นท์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ทำให้เครื่องใช้เซรามิกเป็นของตกแต่งชิ้นสวยเรียบง่าย ชวนมองและงามเหนือกาลเวลา หรือลวดลายกราฟิกทันสมัย ที่ทวิสต์แนวทางการออกแบบหลากหลาย ในต่างสีสัน ทั้งเรียบหรูสดใส และสวยเท่ ต่างอารมณ์ตอบรับทุกความต้องการใช้งานได้อย่างลงตัว

เมื่อถามถึงเซรามิกคราฟต์คอลเลคชั่นล่าสุด The Stellar Zodiac Collection by THANIYA1988 ฐาณิญา กล่าวว่าเกิดจากแนวคิดการเชื่อมโยงโลกแห่งจักรราศี นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ด้วยผลงานเซรามิกและเครื่องหอมกลิ่นพิเศษ ซึ่งมีคอนเซ็ปต์มาจากความเชื่อที่มีมายาวนาน “ชีวิต ดวงดาว ชะตา ฟ้าลิขิต” ชีวิต ผูกพัน เชื่อมโยงกับดวงดาว จักรวาล และวัตถุในท้องฟ้า ดังคำกล่าว “As Above So Below” ทุกชิ้นงานเด่นจับตาด้วยลายเพ้นท์โทนสีฟ้า ตกแต่งขอบโลหะสีทอง บอกเล่าจินตนาการบนท้องฟ้าและจักรวาล พร้อมด้วยสัญลักษณ์ของ 12 จักรราศีในหลายรูปผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องใช้หลากดีไซน์ ซึ่งไม่เพียงน่าชื่นชม น่าใช้ แต่ยังเป็นอีกขั้นแห่งศิลปะจากภูมิปัญญาไทยที่อยากให้คนไทยให้การการสนับสนุนและเก็บสะสม

The Stellar Zodiac Collection Pop-Up Exhibition กำลังจัดแสดงที่ Event Space ชั้น 4 ICONCRAFT, ICONSIAM ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568

อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท เปิดตัวนกเงือกคู่รัก พร้อมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่

อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท เปิดตัวนกเงือกคู่รัก พร้อมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่

อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท เปิดตัวนกเงือกคู่รัก พร้อมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท (Avani+ Koh Lanta Krabi Resort) ร่วมฉลองความสำคัญของการอนุรักษ์นกเงือก เนื่องในวันรักนกเงือก (Hornbill Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปี ด้วยการเปิดตัวนกเงือกคู่รักประจำรีสอร์ท ก๊อก และ แก๊ก ที่ทำรังอยู่บนต้นไม้ซึ่งตั้งอยู่เหนือซีวิวพูลวิลล่าของรีสอร์ท โดยบ้านบนต้นไม้ของก๊อกและแก๊กได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ทำให้รีสอร์ทได้รับการขนานนามว่าเป็น Hornbill Hotel หรือ โรงแรมนกเงือก ที่ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์นกเงือกที่ใกล้สูญพันธุ์ และมุ่งมั่นในการเป็นสถานที่พักผ่อนให้ทั้งคนและนกเงือกได้อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนอีกด้วย

เพื่อฉลองการเปิดตัวนกเงือกคู่รักนี้ อวานี พลัส เกาะลันตา จึงได้คิดค้นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะลันตา โดยยังไม่ลืมหัวใจสำคัญในการเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ป่าท้องถิ่น ด้วย Hornbill Heroes สมุดกิจกรรมสำหรับครอบครัวที่เต็มไปด้วยเกมสนุกๆ ชวนให้แขกผู้เข้าพักทุกคนได้ลองเดินสำรวจธรรมชาติเพื่อตามหา ก๊อกและ แก๊ก นกเงือกคู่รักประจำอวานีที่อาศัยอยู่ภายในรีสอร์ท พร้อมได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของนกเงือกต่อระบบนิเวศอีกด้วย

สำหรับ AvaniKids ยังมีกิจกรรมพิเศษเพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ผ่านเวิร์กช็อปศิลปะและงานฝีมือในธีมสัตว์ท้องถิ่น รวมถึงนิทานก่อนนอนประจำรีสอร์ทเรื่อง When Gok Met Gek ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของก๊อกและแก๊ก ผ่านภาพประกอบสุดน่ารักที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวไทย นอกจากนี้ยังมีคุกกี้รูปนกเงือกที่อบใหม่ทุกวันให้ได้อร่อยและเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติภายในรีสอร์ท

ภายในรีสอร์ทยังมีจุดถ่ายภาพมากมายที่สร้างสรรค์ขึ้นในธีมนกเงือก ตั้งแต่กำแพงภาพวาดสัตว์ท้องถิ่น ไปจนถึงจุดชมวิวใต้ต้นไม้ของ Hornbill Hotel อันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ท และเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็ถึงเวลาของการสัมผัสบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติในยามค่ำคืนด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ อาทิ Hornbill Highballs, G+G Gin & Tonics และ Beaky Blast Mocktails พร้อมดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพอันงดงามของทะเลอันดามัน

นอกจากนี้ ทีมงานของ อวานี พลัส เกาะลันตา ยังเดินหน้าโครงการปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อทำให้ Hornbill Hotel แห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมสำหรับนกเงือกมากที่สุด โดยมีการปลูกทั้งมะเดื่อฝรั่ง ทุเรียน มังคุด และขนุน รวมถึงพืชพื้นเมืองอย่างมะเดื่อ-ไทร (Ficus) และไผ่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีและพื้นที่ทำรังตามธรรมชาติให้เหล่านกเงือกอีกทั้งยังมีสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดอกชบา และเฟื่องฟ้า รวมถึงต้นปาล์ม และพืชไม้เลื้อยอย่าง เสาวรส ที่จะเติมเต็มระบบนิเวศแห่งนี้ให้สมบูรณ์ และดึงดูด เหล่านกเงือกในเกาะลันตาให้เข้ามาสร้างครอบครัวเหมือนก๊อกกับแก๊กมากยิ่งขึ้น

มร.จอห์น โรเบิร์ตส์ (John Roberts) ผู้อำนวยการกลุ่มด้านความยั่งยืนและการอนุรักษ์ของโรงแรมในเครือไมเนอร์ กล่าวว่า “ที่ อวานี พลัสเกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท เรามุ่งเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับแขกผู้เข้าพัก การที่ภายในรีสอร์ทมีนกเงือกอย่าง ก๊อกและแก๊ก มาอาศัยอยู่นั้นสะท้อนถึงระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะลันตา จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้นำเรื่องราวเล่านี้มาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจให้เป็นประสบการณ์รูปแบบใหม่สำหรับผู้เข้าพัก โดยนกแก๊กถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของนกที่สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างดี และพวกมันก็มีความคุ้นเคยกับรีสอร์ทและแขกผู้เข้าพักแต่ยังคงเว้นระยะห่างเพื่อรักษาความปลอดภัยของพวกมันอยู่”

กิจกรรมรูปแบบใหม่นี้สอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนของอวานีโฮเทลส์ ซึ่งอวานี พลัส เกาะลันตา ยังได้เข้าร่วมในโครงการอนุรักษ์อื่นๆ อีก อาทิ โครงการ Dugong Food Survival ที่สนับสนุนการฟื้นฟูทุ่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของพะยูน รวมถึง Edible Flower Farm ฟาร์มดอกไม้กินได้ภายในรีสอร์ท เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเกษตรที่ยั่งยืนรูปแบบใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้แขกได้สัมผัสประสบการณ์การทำอาหารและเมนูที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบภายในฟาร์ม

นักท่องเที่ยวที่สนใจมาสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับ Hornbill Hotel และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของ อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท สามารถสำรองห้องพักและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.avanihotels.com/en/koh-lanta-krabi อีเมล avaniplus.krabi@avanihotels.com หรือเบอร์ 075-626999

สยามเซ็นเตอร์ จับมือ โทรฟี่ จัดแฟชั่นโชว์ TROFI FLOWER LOVE COLLECTION

สยามเซ็นเตอร์ จับมือ โทรฟี่ จัดแฟชั่นโชว์ TROFI FLOWER LOVE COLLECTION

สยามเซ็นเตอร์ จับมือ โทรฟี่ จัดแฟชั่นโชว์ TROFI FLOWER LOVE COLLECTION

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ร่วมมือกับพันธมิตรไลฟ์สไตล์แบรนด์ TROFI โดย ฟอร์ดฐิติพงศ์ เซ่งง่าย ในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์ จัดแฟชั่นโชว์ “Siam Center x TROFI Flower Love Fashion Show” เปิดตัว TROFI FLOWER LOVE COLLECTION ยกบรรยากาศร้านดอกไม้กลางกรุงปารีสมาไว้ พร้อมเสื้อผ้าและสินค้าคอลเลคชั่นวาเลนไทน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้นานาพันธุ์

TROFI FLOWER LOVE COLLECTION คอลเลคชั่นต้อนรับเดือนแห่งความรัก นอกจากเปิดตัวด้วยแฟชั่นโชว์สุดหวานแล้ว TROFI ยังสร้างสรรค์ pop up ในคอนเซ็ปต์ที่ชวนให้นึกถึง Champs-Élysées ในปารีส เมืองแห่งความโรแมนติกและกรุ่นกลิ่นแห่งความรัก พาทุกคนก้าวเข้าสู่ภาพฝันที่สวยงามในบรรยากาศของร้านดอกไม้ในกรุงปารีส ทั้งยังหอมละมุนไปกับ Diffuser สินค้าใหม่ล่าสุดของแบรนด์ เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่สยามเซ็นเตอร์ ทางแบรนด์ได้นำเข้าวัตถุดิบของแท้จากฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ยังมี เสื้อผ้า สินค้าที่ระลึก อีกหลายรายการ ที่ลวดลายบนสินค้าได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้แต่ละชนิดที่เป็นวัตถุดิบในการทำ Diffuser ทั้ง 5 กลิ่น ไม่ว่าจะเป็น Citrus Aromatic ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นส้มและใบไทม์ ตัดด้วยกรีนทีและดอกมะลิ พร้อมเบสโน้ตกลิ่นวานิลลาเพื่อเติมเต็มความละมุน, Sparkling Mist Reeds กลิ่นฟลอรัลผสมผสานกับฟรุตตี้ เพลิดเพลินไปกับกลิ่นแชมเปญและสตรอว์เบอร์รี่สุดเย้ายวน ที่มาพร้อมกับกลิ่นดอกชบาและแพชชั่นฟรุต เข้ากันได้ดีกับแซนดัลวู้ดและวานิลลา, Spiritual กลิ่นวู้ดดี้ที่น่าหลงใหล ด้วยยูคาลิปตัส โคลฟ ลาเวนเดอร์ และ มิ้นต์ มาพร้อมเบสซีด้าวู้ด และ มัสก์, Tannum ยกเอามหาสมุทรมาพร้อมกับโคโคนัทและเบอร์กามอต เจือด้วยกลิ่นดอกมะลิและกระดังงาที่ให้ความหอมแบบเย้ายวน เพิ่มความลึกด้วย แซนดัลวู้ดและมัสก์ และ Dark Tone กลิ่นสไตล์ออเรียนทอลเรดเบอร์รี่ ช็อกโกแลต และซินามอน ตัดกับโทบัคโคและซีตรัส มาพร้อมความนุ่มลึกของกลิ่นยางไม้และวานิลลา

ตามไปอัปเดต TROFI FLOWER LOVE COLLECTION ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความตั้งใจเพื่อมอบความรักให้ชาวสยามเซ็นเตอร์ ที่บริเวณ ชั้น G พื้นที่ Idea Avenue 4 (หน้า Sephora)

เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่น‘Floral Reverie’ ความงามอันละเอียดอ่อนของธรรมชาติที่ผสานเข้ากับพลังแห่งศิลปะ

เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่น‘Floral Reverie’ ความงามอันละเอียดอ่อนของธรรมชาติที่ผสานเข้ากับพลังแห่งศิลปะ

เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่น‘Floral Reverie’ ความงามอันละเอียดอ่อนของธรรมชาติที่ผสานเข้ากับพลังแห่งศิลปะ

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

QUINN (ควินน์) แบรนด์แฟชั่นสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์อันทรงพลัง เหนือกาลเวลา กล้าที่จะแตกต่าง เปิดตัวคอลเลคชั่นประจำฤดูกาล Spring 2025 กับแคปซูลคอลเลคชั่นสุดพิเศษ FLORAL REVERIE พร้อมทั้งการออกแบบที่สร้างสรรค์และล้ำสมัย โดยคอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ สัญลักษณ์ของความงามอันอ่อนโยนและเป็นอมตะ นำมาปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ผ่านองค์ประกอบที่เป็นศิลปะอย่างการปั้น (Sculpture), การฉลุลาย (Laser-cut) และการปักผ้า (Embroidery) ที่ประณีตดุจห้องเสื้อชั้นสูง ผสมผสานความงามอันละเอียดอ่อนของธรรมชาติเข้ากับพลังของศิลปะ โดยนำเสนอชิ้นงานที่งดงามและสะท้อนถึงทั้งความแข็งแกร่งและความสง่างาม ที่เปรียบถึงความมุ่งมั่นของ QUINN ในการสร้างสรรค์งานฝีมืออันยอดเยี่ยมเฉลิมฉลองความน่าค้นหาที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ พร้อมสัมผัสความประณีตจากธรรมชาติ

ภายในงานเปิดตัวได้รับเกียรติจากนางแบบและนักแสดงมากความสามารถ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ และ พอลล่า เทย์เลอร์ ร่วมกับ ปุ๊ก-จงกลพลาฤทธิ์ แฟชั่นไดเรคเตอร์และสไตลิสต์แถวหน้าของเมืองไทยที่มาบอกเล่าเรื่องราวของคอลเลคชั่นนี้และถ่ายทอดความสวยงามทรงพลังของคอลเลคชั่นSpring 2025 ณ ร้าน QUINNชั้น M ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

ไฮไลท์ของแคปซูลคอลเลคชั่น FLORAL REVERIE นี้ มาจากแรงบันดาลใจสุดลึกล้ำที่ถูกถ่ายทอดผ่านไอเทมหลากหลายดีไซน์ ชุดมินิเดรสที่มีการตกแต่งดอกไม้บนพื้นหลังสีเขียวมะนาว ชุดจั๊มสูทเข้ารูปประดับเข้ากันกับดอกกุหลาบขนาดใหญ่ ชุดเดรสทรงเอสีเบจ ที่มีการตัดลายกลีบดอกไม้ด้วยเลเซอร์คัตอย่างประณีต พร้อมกับการสร้างเอฟเฟกท์สามมิติที่ชายกระโปรง ชุดเดรสปาดไหล่ที่เลียนแบบรูปทรงอ่อนหวานของดอกไม้บาน จั๊มสูทสายสปาเกตตีคล้องคอเข้ารูปในสีปูนปั้นที่มีกิมมิกของดอกกุหลาบดอกใหญ่ เดรสที่โดดเด่นด้วยการฉลุกลีบดอกไม้ให้ลอยดูมีมิติขึ้นมาจากชายกระโปรง ไปจนถึงเดรสไหล่เบี่ยงที่จับทบช่วงไหล่เป็นกลีบดอกไม้

ผลงานทุกชิ้นในคอลเลคชั่นนี้ได้รับการทำด้วยมืออย่างพิถีพิถัน ถ่ายทอดรูปทรงผ่านเทคนิคศิลปะของการปั้นการผสมผสานระหว่างรูปทรงที่โค้งมน พื้นผิวที่เป็นธรรมชาติ และการออกแบบที่สง่างาม สร้างการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความงามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและความทันสมัยที่มีเสน่ห์ตั้งแต่เครื่องประดับที่โดดเด่นไปจนถึงแอคเซสซอรี่ที่มีโมทีฟดอกไม้เป็นตัวแทนของการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างโครงสร้างและความนุ่มนวล

เฉลิมฉลองความงามของความเป็นหญิงและธรรมชาติกับ QUINN Spring 2025 Floral Reverie, คอลเลคชั่นที่ศิลปะของดอกไม้และศิลปะการทำงานฝีมือมาบรรจบกันอย่างลงตัวได้แล้วที่ควินน์ทุกสาขา และ www.iamquinn.com

เอสเต ลอเดอร์ฯ ประเทศไทย จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แบ่งปันเคล็ดลับดูแลผู้ป่วยมะเร็งในวัน World Cancer Day 2025

เอสเต ลอเดอร์ฯ ประเทศไทย จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แบ่งปันเคล็ดลับดูแลผู้ป่วยมะเร็งในวัน World Cancer Day 2025

เอสเต ลอเดอร์ฯ ประเทศไทย จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แบ่งปันเคล็ดลับดูแลผู้ป่วยมะเร็งในวัน World Cancer Day 2025

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทย ภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมความงามระดับโลก นำโดย นางสาวอรพรรณ พงศ์พานิชเอ็นเทอไพรซ์ มาร์เกตติ้ง แอนด์ ดาต้าไดเร็กเตอร์เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวสาธิดา เตชะภัทรพร Senior National Education Manager เอสเต ลอเดอร์ร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยและผู้รอดชีพจากมะเร็งร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในงาน “วันมะเร็งโลก World Cancer Day 2025” ภายใต้แนวคิด United by Unique “ทุกมุมมอง ประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมของแต่ละบุคคลและชุมชน ล้วนมีความสำคัญและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง”

กิจกรรมนี้จัดขึ้นในโอกาส “วันมะเร็งโลก” (World Cancer Day)เพื่อสร้างพลังบวกยอมรับความแตกต่างสร้างคุณค่า พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับ การดูแลความสวยงามในผู้ป่วยมะเร็งในหลากหลายมุมมอง อีกทั้งยังส่งมอบความงามให้กับผู้รอดชีพจากมะเร็งโดยการนำทีมช่างแต่งหน้ามืออาชีพจากแบรนด์เอสเต ลอเดอร์ (Estée Lauder) และบ็อบบี้ บราวน์ (Bobbi Brown) ร่วมเนรมิตความสวย คืนความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากลได้กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “วันมะเร็งโลก” (World Cancer Day) เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเอง รวมถึงเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกประเทศร่วมกันหาแนวทางป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งอย่างเป็นรูปธรรม เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทย ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและความงามจากภายในให้กับผู้หญิงที่ผ่านการต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความมั่นใจให้กลับคืนสู่ผู้รอดชีพจากมะเร็ง พร้อมทั้งสนับสนุนการฟื้นฟูทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อให้ผู้หญิงที่ผ่านการรักษามะเร็งรู้สึกมีคุณค่าและสวยงามจากภายใน โดยการร่วมมือกับองค์กรที่สนับสนุนการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และสร้างโอกาสให้ผู้หญิงได้เข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตและร่างกายที่จำเป็นหลังการรักษา ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่องค์กรเชื่อว่าจะสามารถช่วยเสริมสร้างพลังใจให้กับผู้ป่วยและผู้รอดชีพจากมะเร็งให้กลับมามีความมั่นใจในตัวเองอีกครั้งผ่านการดูแลความงามและการเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ในงานยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเสวนา ภายใต้หัวข้อ “การดูแลความสวยงามในผู้ป่วยมะเร็ง” โดยมี นางสาวสาธิดา เตชะภัทรพร Senior National Education Manager, เอสเต ลอเดอร์ พร้อมด้วยตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจากทุกมิติ นายแพทย์ธนะรัตน์อิ่มสุวรรณศรี รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและแพทยศาสตรศึกษาและมีความเชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า นายแพทย์วิรุทธิ์เอี่ยมสหเกียรติ หัวหน้างานมะเร็ง หู คอ จมูก และมีความเชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า และนางสาวจันทรรัตน์ กังสะผู้รอดชีพจากมะเร็ง ร่วมพูดคุยและส่งมอบความสุขและกำลังใจในการเดินต่อไปในเส้นทางใหม่ของชีวิตอย่างยั่งยืน

EM DISTRICT ชวนชมงานศิลป์ ผ่านผลงานการออกแบบของนักศึกษา

EM DISTRICT ชวนชมงานศิลป์ ผ่านผลงานการออกแบบของนักศึกษา

EM DISTRICT ชวนชมงานศิลป์ ผ่านผลงานการออกแบบของนักศึกษา

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอ็ม ดิสทริค (ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น District of Arts บนถนนสุขุมวิท จับมือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมจัดงาน “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568” หรือ “Bangkok Design Week 2025”ครั้งที่ 8 ภายใต้ธีม “Design Up+Rising : ออกแบบพร้อมบวก+” ชวนคนรักงานศิลป์ชมผลงานจากการออกแบบของเหล่านักศึกษาในโครงการ Academic Program ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แสดงไอเดีย ผ่านการรังสรรค์ผลงานศิลปะแบบไร้ขีดจำกัด ณ เอ็ม ดิสทริค

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568” หรือ “Bangkok Design Week 2025” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นในธีม “Design Up+Rising : ออกแบบพร้อมบวก+” ที่รวมความครีเอทีฟเข้าไว้ด้วยกัน ใน 7 ย่านหลักและพื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยในปีนี้เอ็ม ดิสทริค ได้ร่วมงานในส่วนของ โครงการ Academic Programในการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ รวมทั้งให้คำแนะนำ สร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ช่วยเปิดโลกของไอเดียสร้างสรรค์ แบบไร้ขีดจำกัด ในการรังสรรค์งานศิลปะที่ทรงคุณค่าของเหล่านักศึกษานำมาจัดแสดงสู่สายตาคนรักงานศิลปะของไทย

โดยเอ็ม ดิสทริค เป็นหนึ่งในพื้นที่ของกรุงเทพฯที่สนับสนุนในเรื่องของงานศิลปะมาโดยตลอด โดยเฉพาะในย่านพร้อมพงษ์ที่หนึ่งในย่านธุรกิจสำคัญ ซึ่งในครั้งนี้ได้เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาในโปรแกรม Academic Program นำเสนอผลงานศิลปะจำนวน 10 ผลงาน จาก 10 คณะ 9 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยบูรพา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้แนวคิด HERE…EVERYDAY ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความคิด ความรู้สึก และตัวตนในแต่ละวันผ่านมุมมองที่แตกต่างกันเพื่อเชื่อมโยงตัวตนกับชุมชน สังคม และโลกในแต่ละวัน จัดแสดงผลงานบริเวณ ชั้น GM, M, 1, SKYWALK บริเวณทางเข้าประตู BTS เอ็มสเฟียร์ และ EM STATIONชั้น M เอ็มโพเรียม

สัมผัสประสบการณ์ความคิดสร้างสรรค์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งดีไซน์ที่เต็มไปด้วยพลังบวกในงาน “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ เอ็ม ดิสทริค สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Emporium Emquartier และ Emsphere at EM District หรือ LINE @EMDISTRICT

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ผื่นคันจากฝุ่น

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ผื่นคันจากฝุ่น

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ผื่นคันจากฝุ่น

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายอาทิตย์ก่อนเราเขียนเรื่องฝุ่นไปแล้ว แต่สองสามวันที่ผ่านมามีคนไม่น้อยที่ประสบปัญหาเรื่องผื่นคันผิวหนังจากฝุ่น PM2.5 เจ้าฝุ่นตัวร้ายนี้นอกจากจะสร้างปัญหากับระบบทางเดินหายใจแล้ว ก็ยังสามารถสร้างความรำคาญกับระบบผิวหนังได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ฝุ่น PM2.5 มีส่วนประกอบทั้งสารเคมีและโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง เมื่อสัมผัสกับผิวหนังเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง ผิวแดง แห้งและคัน ฝุ่นขนาดเล็กสามารถเกาะติดผิวหนังและอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดสิวนอกจากนี้ยังมีผลไปทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น และเสี่ยงต่อการถูกทำลายจากมลภาวะและสารเคมีอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น 

สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือเป็นโรคผิวหนังอยู่แล้ว เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือโรคสะเก็ดเงิน จะยิ่งมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป 

อาการทางผิวหนังต่างๆ ที่เกิดขึ้นในผู้ที่สัมผัสกับฝุ่น PM2.5 เป็นเวลานาน หรือในกรณีที่มีความไวต่อ PM2.5 มากกว่าคนทั่วไป ได้แก่ มีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง ผิวแห้งและลอก อาการคันอย่างรุนแรง ผิวหนังอักเสบหรือมีตุ่มน้ำเล็กๆ อาการแย่ลงในผู้ที่เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง

ผู้ที่มีปัญหาทางผิวหนังจากฝุ่น PM2.5 อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เพื่อบรรเทาอาการขั้นต้นได้โดย

(1) ทบทวนวิธีการทำความสะอาดผิวหนังเป็นประจำล้างหน้าด้วยสบู่หรือคลีนเซอร์ที่อ่อนโยน เพื่อขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่สะสมบนผิว หลังออกจากบ้าน ควรอาบน้ำหรือทำความสะอาดร่างกายเพื่อล้างฝุ่น PM2.5 ออกไปทันที (2) ทาครีมมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว และเพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย มีส่วนประกอบเช่น มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีการใส่ส่วนประกอบที่ช่วยลดการระคายเคือง เช่น เซราไมด์  (ceramide), ไนอาซินาไมด์ (niacinamide), และสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

(3) หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคือง เช่น สบู่แรงๆ แอลกอฮอล์ และน้ำหอม 

(4) ดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งและแข็งแรง

(5) ทางที่ดีที่สุดแต่ดูเหมือนจะเป็นไปได้อยากคือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 

แต่ที่พอทำได้คือ สวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายเมื่อต้องออกนอกบ้าน ใช้ผ้าปิดจมูกหรือหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ 

(6) ท้ายสุดคือ ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหากมีอาการผื่นคันรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเอง 

ผู้ที่มีอาการผื่นคัน สามารถเลือกใช้ยาที่เหมาะสมจะช่วยบรรเทาอาการและทำให้ผิวหนังกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้นทั้งนี้ ยาที่ใช้รักษาผื่นคันมีหลายประเภท ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เนื่องจากต้องเลือกให้ตรงกับสาเหตุ และความรุนแรงของอาการ ประเภทแรกคือ ยาทาภายนอกเพื่อลดอาการอักเสบ ลดอาการแพ้ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ยาทาสเตียรอยด์ ซึ่งมีอยู่หลายชนิด หลายความแรง ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรง และบริเวณที่เป็น และการใช้ต้องมีระยะเวลาที่เหมาะสม

ประเภทที่สองคือ ยารับประทานที่สามารถใช้บรรเทาอาการผื่นคันได้ ได้แก่ ยาต้านฮิสตามีนซึ่งแนะนำให้ใช้เป็นชนิดที่ไม่ง่วง ซึ่งมีความปลอดภัย และข้อควรระวังน้อยกว่าตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ เซทิริซีน (cetirizine),เลโวเซทิริซีน (levocetirizine), เฟโซเฟนาดีน (fexofenadine),ลอราทาดีน (loratadine), เดสลอราทาดีน (desloratadine),บิลาสทีน (bilastine) เป็นต้น ซึ่งยาในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่กินเพียงวันละ 1-2 ครั้ง 

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้รวมถึงรายละเอียดการใช้ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีโรคประจำตัว และในผู้สูงอายุไม่แนะนำให้ใช้ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่หนึ่งซึ่งมีผลข้างเคียงง่วงซึม ปากแห้งคอแห้ง ปัสสาวะคั่ง ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น คลอเฟนิรามีน (chlorpheniramime), ไฮดรอกไซซีน (hydroxyzine) เป็นต้น

นอกจากยาแผนปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์โลชั่นหรือครีมที่มีส่วนประกอบสารสกัดสมุนไพรที่ใช้ภายนอกก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้มีปัญหาผื่นคัน ตัวที่นิยมใช้ เช่นว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดอาการคันและผื่นแดง ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งเสีย ใบบัวบก มีสารสำคัญที่ช่วยสมานแผล ลดการอักเสบ เป็นต้น แต่ก่อนใช้ควรทดสอบการแพ้ก่อน หรืออาการผื่นแพ้แย่ลง ให้หยุดใช้และรีบปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตาคลี เจเนซิส – วัยหนุ่ม 2544 บุก Osaka Asian Film Festival 2025

ตาคลี เจเนซิส - วัยหนุ่ม 2544 บุก Osaka Asian Film Festival 2025

ตาคลี เจเนซิส – วัยหนุ่ม 2544 บุก Osaka Asian Film Festival 2025

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.03 น.

ตาคลี เจเนซิส Taklee Genesis และ วัยหนุ่ม 2544  ภาพยนตร์ จาก เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ Osaka Asian Film Festival 2025 (OAFF) ครั้งที่ 20 เทศกาลภาพยนตร์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น (ที่มา https://oaff.jp/en/programs/2025-thai03/ , https://oaff.jp/en/programs/2025-thai06/)

เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ประกาศข่าวดี ตาคลี เจเนซิส และ วัยหนุ่ม 2544 ภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในไทยเมื่อปี 2567 เตรียมเข้าฉายในสาขา Thai Cinema Kaleidoscope 2025 โปรแกรมพิเศษที่นำเสนอภาพยนตร์เอเชียหลากหลายประเภท รวมถึงภาพยนตร์ไทยสู่ผู้ชมชาวญี่ปุ่นและนานาชาติ เป็นส่วนหนึ่งในงานเทศกาล Osaka Asian Film Festival มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอภาพยนตร์ที่มีคุณภาพและหลากหลายจากทั่วเอเชีย รวมถึงภาพยนตร์จากประเทศไทยด้วย โดยสามารถเช็คตารางการฉายได้ทาง https://oaff.jp/en/oaff2025/schedule/

ตาคลี เจเนซิส Taklee Genesis ผลงานการกำกับโดย มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ประเทศไทย

ภาพยนตร์แนวไซไฟ-แอคชัน ที่เล่าเรื่องราวของสเตลล่า หญิงสาวที่ต้องกลับไปยังบ้านเกิดของเธอที่หมู่บ้านดอนหาย เพื่อไขปริศนาการหายตัวไปของพ่อเมื่อ 30 ปีก่อน พบเรื่องราวการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น การไขปริศนา และการเดินทางข้ามเวลา โดยมีฉากและเทคนิคพิเศษที่น่าสนใจ นำแสดงโดย พอลล่า เทย์เลอร์, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, วอร์-วนรัตน์, นีน่า-ณัฐชา พาโดวัน, ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล, ทราย-อินทิรา เจริญปุระ, นารา เทพนุภา, พีค-ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, แจ็ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา, เจนจิรา พงพัศ

วัยหนุ่ม 2544 ภาพยนตร์ลำดับ 3 ของ ผู้กำกับ พุฒิพงษ์ นาคทอง กวาดรายได้ในไทยทะลุ 120 ล้านบาท นำเสนอชีวิตอีกด้านของเหล่าวัยหนุ่มในโลกหลังกำแพง ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ที่ครบรสชาติทั้งความเจ็บปวด มิตรภาพ และการรักษาลมหายใจเอาไว้ให้ได้นานที่สุด ผ่านการแสดงอันยอดเยี่ยมและงานกำกับที่หนักแน่น นำแสดงโดย  ณัฏฐ์ กิจจริตอารักษ์ อมรศุภศิริอิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมีภูมิภัทร ถาวรศิริทศพล หมายสุขเบนจามิน โจเซฟ วาร์นีอรุณพงค์ นราพันธ์ ร่วมด้วย อรัชพร โภคินภากรแสงทอง เกตุอู่ทอง และ สหัสชัย ชุมรุม

ติดตามกิจกรรม และ ข่าวสาร ผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้ https://neramitnungfilm.com

Facebook : www.facebook.com/Neramitnungfilmwww.facebook.com/shinesaengad.venture

Youtube :  www.youtube.com/@neramitnungfilm3074www.youtube.com/@shinesaengad.venture

Instagram www.instagram.com/neramitnung.filmwww.instagram.com/shinesaengad.venture

Tiktok www.tiktok.com/@neramitnungfilm.officialwww.tiktok.com/@shinesaengadventure

#วัยหนุ่ม2544 #WaiNoom2544

#TakleeGenesis #ตาคลีเจเนซิส

#WarnerBrosTH #StudioCommuan

#osakaasianfilmfestival #OAFF

#เนรมิตรหนังฟิล์ม

#ฉายแสงแอดเวนเจอร์

#ShinesaengAdVenture

#Neramitnungfilm

014

เกิดอะไรขึ้น? ‘ครูเบียร์’ร่ายยาวโพสต์เล่านิทาน’หนูนากับโรเบิร์ต’

เกิดอะไรขึ้น? 'ครูเบียร์'ร่ายยาวโพสต์เล่านิทาน'หนูนากับโรเบิร์ต'

เกิดอะไรขึ้น? ‘ครูเบียร์’ร่ายยาวโพสต์เล่านิทาน’หนูนากับโรเบิร์ต’

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.14 น.

แชร์สนั่นโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่ ครูเบียร์ นุติญา ออกมาโพสต์นิทาน “หนูนา กับ โรเบิร์ต” ผ่านเพจ Nutiya Yarapan จนโลกออนไลน์แชร์สนั่นกดไลค์ไปมากกว่า 6 หมื่นครั้ง และแชร์มากกว่า 2 หมื่นครั้ง โดยระบุว่า

“กาลครั้งนึง…นานมาแล้ว มีเด็กหญิงคนนึง ชื่อ หนูนา หนูนาเติบโต อยู่ต่างจังหวัด ชีวิตในวัยเด็กเธออาศัยอยู่กับแม่เพียงลำพัง ในบ้านหลังเล็กๆ ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ แม้ว่าเทอจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เธอก็มีความฝันว่าสักวันหนึ่ง “จะสร้างบ้านหลังใหญ่ให้แม่ได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข” ด้วยความฝันและความทะเยอทะยาน ความมุมานะ และอดทน ทำให้เธอฝ่าฟันความลำบากต่อสู้ดิ้นรน ทำทุกวิถีทางด้วยสัมมาอาชีวะ เพื่อหาเงินมาจุนเจือเลี้ยงดูแม่…จากความฝันในวัยเด็กจนทำให้เทอประสบความสำเร็จในสิ่งที่เทอหวัง เธอจึงเป็นที่ยอมรับและมีคนรู้จักมากขึ้นในหมู่บ้าน

อยู่มาวันนึงหนูนาได้มาเจอชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ชื่อ โรเบิร์ต เขาดูเป็นคนที่อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ อ่อนน้อม และหลังจากนั้นโรเบิร์ตก็เริ่มเข้ามาส่งจดหมายรักถึงเธอหลายๆฉบับ…จนทำให้เธอตกหลุมรักเขาจนสุดหัวใจ

หนูนา รู้สึกโชคดีมากที่มีโรเบิร์ตในชีวิต ทั้งคู่ช่วยกันทำมาหากิน สร้างชีวิต และเป็นที่รู้จักในหมู่บ้านมากยิ่งขึ้น ทั้งสองใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ได้เที่ยวด้วยกัน ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน  และคบกันอย่างมีความสุข

แต่อยู่มาวันนึง…ฝันหนูนาก็แตกสลาย เมื่อจับได้ว่าโรเบิร์ด มีการนอกใจ แอบไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหญิงสาวคนอื่น โดยที่หนูนาไม่เคยรู้จักมาก่อน พร้อมทั้งซื้อทองเป็นของขวัญให้คนนั้น หนูนาเสียใจมาก ได้แต่พูดระบายให้พี่สาวของโรเบิร์ตฟัง แต่พี่สาวกลับตอบมาว่า “เธอมาทีหลัง เทอไม่ควรเสียใจนะ” หนูนาทำหน้างุนงงกับคำพูด แต่ก็เพราะรักโรเบิร์ต ก็เลยเลือกที่จะเงียบ และทนความเจ็บปวด ยอมก้มหน้าก้มตาทำงานไปเรื่อยๆเพราะคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะไปเรียกร้องหรือโวยวาย…

แต่ความจริงแล้ว…ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนคุยเก่าโรเบิร์ตนั่นเอง

มีครั้งหนึ่งที่หนูนาได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัด โรเบิร์ตก็ได้กลับบ้านเกิดตัวเองเช่นกัน ตัวโรเบิร์ตก็กลับไปหาคนเก่าที่โรเบิร์ตเองได้กกไว้ที่บ้านเกิด หนูนาจับได้อีกครั้ง โรเบิร์ตรู้สึกผิด จึงตามง้อ และหนูนาก็ให้อภัยอีกครั้งด้วยความรัก

หนูนากลับมาเชื่อใจอีกครั้ง…เพราะความรักที่มีให้…แต่แล้วโรเบิร์ตเอง ก็ได้ไปมีความสัมพันธ์กับแฟนของเพื่อนรักตัวเอง ซึ่งมีการบันทึกคลิปวิดีโอไว้ หนูนาเองก็เห็นคลิป จึงเสียใจมาก เลยหนีออกจากบ้านไป โรเบิร์ตเองก็ตามง้อจนถึงที่สุด โรเบิร์ตยอมรับสารภาพและกล่าวว่า“มันพลาดและขอโทษจากใจจริง ให้อภัยกันได้ไหม? ” หนูนาตัดสินใจให้อภัยเพราะรักและคิดว่าโรเบิร์ตจะปรับปรุงตัวได้ ท่องไว้เสมอว่านี้คือคนที่ฉันเลือกแล้ว ต้องจับมือกันสู้ต่อสิ… หลังจากนั้นหนูนาตัดสินใจเดินหน้าต่อกับโรเบิร์ตและเชื่อใจเขาอีกครั้ง

แต่อีกไม่นาน…ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้น เมื่อโรเบิร์ตติดการพนั…ครั้งใหญ่ ทำให้หนูนาต้องเอาเงินเก็บมาช่วยเคลียร์ให้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควร ไพ่ มวย บอล บางทีคืนเดียวหลายบาทมาก… แต่หนูนาก็พยายามเข้าใจในความสุขของแฟนตัวเอง แล้วเลือกเดินต่อ โรเบิร์ตเองก็รู้สึกผิด เลยชวนกันทำงาน ช่วยกันหาเงิน เพราะชีวิตคู่มันคือการผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน…มองข้ามปัญหาและอุปสรรคไป…ทั้งคู่คบกันอย่างมีความสุขมาเรื่อยๆ

จนมาวันนึง…ฝันหนูนาก็แตกสลายอีกครั้ง เมื่อทราบว่า โรเบิร์ตได้พา ญ สาวเข้าโรงแรม และมีผู้คนพบเห็น จึงรีบแจ้งให้หนูนาทราบ หนูนากลับมาเสียใจอีกครั้ง โรเบิร์ตเองก็รีบตามง้อ…และได้ให้คำปฏิญาณต่อหน้ากันและกันว่าจะไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว…จึงเลือกที่จะให้อภัยโรเบิร์ตอีกครั้ง ซึ่งหนูนาก็รู้ว่ามันดูโง่มากๆ แต่เพราะความรักนั้น ทำให้หนูนาผ่านตรงนั้นมาได้ จึงเลือกให้อภัยและไม่พูดถึงอดีตอีก…

แต่กระนั้นแล้วความระแวงมันก็เริ่มเกิดขึ้นมาในใจของหนูนา หนูนาเริ่มคิดและไตร่ตรองกับตัวเอง เพราะโรเบิร์ตทำแบบนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าถึง 6-7 คน

และครั้งสุดท้ายก่อนจากลานั่นคือ แฟนของพี่ชายคนสนิทของโรเบิร์ตเอง โรเบิร์ตทำการจับ ล้วง บลาๆ  แต่ยังไม่ถึงขั้นมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง แล้วสั่งห้ามไม่ให้ฝ่ายหญิงบอกใคร แต่ฝ่ายหญิงได้เป็นคนมาเล่าให้หนูนาฟังและสารภาพเองด้วยน้ำตา ด้วยความอึดอัดใจ เพราะเห็นใจและสงสารหนูนา…

หนูนาช็อกและเจ็บปวดจนขีดสุด ครั้งนี้ทำให้ความอดทนของหนูนาสิ้นสุดลง…หนูนาหนีออกจากบ้านตัวเอง ไปอยู่บ้านเพื่อน หนูนารู้สึกเสียใจมากๆ จนสัญญากับตัวเองว่า “นี่จะเป็นการให้อภัยครั้งสุดท้าย พอกันแค่นี้!…“

“หนูนาจึงตัดสินใจเลิกกับโรเบิร์ต“ 

เวลาล่วงเลยไปเกือบ 3 เดือนกับความทนทุกข์ทรมาน หนูนาเลยตัดสินใจอยากจะจบเรื่องราวทั้งหมดที่ยังติดค้างและยังคาราคาซังกันอยู่ จึงได้นัดโรเบิร์ตเพื่อเคลียร์ทรัพสินธ์ทั้งหมดที่หามาด้วยกัน โดยทั้ง2ฝ่ายตกลงที่จะแบ่งทรัพสินธ์กันคนละครึ่ง และต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปเติบโต…จึงได้ทำหนังสือสัญญาแบ่งกันอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เรียบร้อย…

ภายหลังจากมีการตกลงกันแล้ว…โรเบิร์ตกลับไปพูดกับเพื่อนบ้านหลายคนว่า หนูนาเป็นคนได้ทรัพย์สินทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว เพื่อเรียกคะแนนความสงสารและทำให้หนูนากลายเป็นคนผิดว่านอกใจโรเบิร์ต ทั้งที่หนูนาไม่เคยนอกใจโรเบิร์ตเลยสักครั้งเดียว… และหนูนายังโดนมองว่าเป็นผู้หญิง ปอกลอกโรเบิร์ตแล้วเลิกไป ทำให้คนในหมู่บ้านมองหนูนาในสายตาที่ไม่เป็นมิตร…

หนูนาเกิดความเจ็บปวดและจุกอยู่ในอก…แต่หนูนาก็ได้แค่ทนโดนโจมตีไปเรื่อยๆ ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะอย่างน้อยก็เคยมีความสุขด้วยกัน…

แล้วหนูนาได้แต่คิดกับตัวเองว่า ดีนะ…ที่ได้ตัดสินใจถอยออกมาจากโรเบิร์ต “วันนี้คือวันที่หนูนาเคารพตัวเองที่สุด…”

ไม่ว่าโรเบิร์ตจะพูดอะไรออกไป…ทำให้คนในหมู่บ้านเข้าใจหนูนาผิดไป หนูนาก็ได้แต่ภาวนาว่า “สักวันนึง…สวรรค์ที่มีดวงตา ย่อมเข้าใจสิ่งที่หนูนาได้พบเจอและถูกกระทำมาโดยตลอด“

หนูนาปฏิญาณตนกับตัวเองไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ไป หนูนาจะรักตัวเองมากๆ และโฟกัสแต่ความสุขของตัวเอง

อวสาน…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ รักตัวเองไม่เคยเจ็บสักวัน และความจริงไม่เคยทำร้ายใคร ” เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้