‘อิทธิ’มอบโฉนดการเกษตร เขตปฏิรูปฯที่หนองบัวลำภู

‘อิทธิ’มอบโฉนดการเกษตร  เขตปฏิรูปฯที่หนองบัวลำภู

‘อิทธิ’มอบโฉนดการเกษตร เขตปฏิรูปฯที่หนองบัวลำภู

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีมอบโฉนดเพื่อการเกษตร ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู 1,125 ราย รวม 1,302 แปลง เนื้อที่ประมาณ 16,636 ไร่ ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.นากลาง อ.นาวัง อ.ศรีบุญเรือง และ อ.สุวรรณคูหา ที่โรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดในการเข้าถึงโอกาสการให้บริการของภาครัฐ โอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้น เกษตรกรมีทางเลือกในการพัฒนาที่ดินและพัฒนาอาชีพของตนเอง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

สำหรับ จ.หนองบัวลำภู มีเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1.18 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินได้ เนื้อที่ประมาณ 966,557 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทั่ว จ.หนองบัวลำภู 6 อำเภอ 44 ตำบล โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ดำเนินการจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้วทั้งสิ้น 85,109 ราย 100,198 แปลง เนื้อที่ประมาณ 955,220 ไร่ และดำเนินการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรแล้ว 4,850 ราย 5,724 แปลง เนื้อที่ประมาณ 76,782 ไร่

‘รมช.อัครา’เยี่ยมกลุ่มรักเกาะยอ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา

'รมช.อัครา'เยี่ยมกลุ่มรักเกาะยอ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา

‘รมช.อัครา’เยี่ยมกลุ่มรักเกาะยอ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 19.03 น.

“รมช.อัครา”เยี่ยมกลุ่มรักเกาะยอ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา และงานการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในคาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา

วันนี้ (16 ก.พ.68) นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรกลุ่มรักเกาะยอ (กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา) โดยมี นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ นายฐิติกร ศรีนิติวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 16 นายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ กลุ่มรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

สำหรับการดำเนินงานของกลุ่มรักเกาะยอ เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา ที่ได้รับมาตรฐาน GAP จากกรมประมง โดยกลุ่มมีการสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือด้านการตลาดกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงทั่วทั้งเกาะยอ สามารถควบคุมราคาตลาดปลากะพงให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดเป็นอาชีพหลักของสมาชิกด้วย

นอกจากนี้ เกษตรกรชาวประมงได้ร้องขอให้หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยบริหารจัดการเรื่องน้ำเน่าเสีย ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเข้ามาดูแลและบริหารจัดการน้ำในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเกาะยอต่อไป

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางไปยังโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่ด้วยการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ บ้านคูวา หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในคาบสมุทรสทิงพระ โดยการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพื้นที่หรือปรับรูปแปลงนาในลักษณะขุดคู-ยกร่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตปาล์มน้ำมัน ลดปัญหาการระบายน้ำของดิน พร้อมทั้งทำคันดินกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม

– 006

สสส. สานพลัง NIDA เปิดประตูเมืองย่าโม จัดกิจกรรม ‘NIDA LOVE RUNNERS 2025’

สสส. สานพลัง NIDA เปิดประตูเมืองย่าโม จัดกิจกรรม ‘NIDA LOVE RUNNERS 2025’

สสส. สานพลัง NIDA เปิดประตูเมืองย่าโม จัดกิจกรรม ‘NIDA LOVE RUNNERS 2025’

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.34 น.

ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก สสส. สานพลัง NIDA เปิดประตูเมืองย่าโม จัดกิจกรรม NIDA LOVE RUNNERS 2025 งานเดิน-วิ่ง วิวหลักล้าน “รองนายกฯ ประเสริฐ” นำทัพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ทั่วไทยรวมไว้ที่โคราช ผ่าน ‘ตลาดเขียว’ ชวนกินดีเพื่อสุขภาพ มุ่งลดพฤติกรรมเสี่ยง NCDs สร้างรายได้เชิงเศรษฐกิจสู่ชุมชน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) วิทยาเขต สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม NIDA LOVE RUNNERS 2025 กิจกรรมเดิน วิ่ง กินดีเพื่อสุขภาพ วิวหลักล้าน ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก มุ่งเพิ่มกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และส่งต่อองค์ความรู้การบริโภคอาหารปลอดภัย ลดพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 700 คน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกองทุน สสส. กล่าวในพิธีเปิดกิจกรรม NIDA LOVE RUNNERS 2025 ว่า ภัยสุขภาพจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) คร่าชีวิตคนไทย 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมด คิดเป็น 4 แสนคนต่อปี สร้างความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจกว่า 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งสาเหตุเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการมีกิจกรรมทางกายและรับประทานผักผลไม้ที่ไม่เพียงพอ สสส. จึงขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและอาหารเพื่อสุขภาวะให้เป็นประเด็นสำคัญในการทำงานตามทิศทางและเป้าหมายของแผนระยะ 10 ปี มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงด้วยการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพประชาชน โดยในปี 2568 เน้นขยายการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกระดับ กำหนดพื้นที่นำร่อง รวมถึงสร้างกลไกขับเคลื่อนแผนการสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตลดเสี่ยง NCDs ตั้งแต่ระดับจังหวัดไปสู่ระดับประเทศ นำไปสู่สังคมภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

“โคราช เป็นจังหวัดนำร่องในการจัดกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมในโคราชและสร้างกระแสส่งเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ในรูปแบบเทศกาลการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Healthy Sport Tourism & Festival) จุดประกายในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป ที่สำคัญ นักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เข้าถึงการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพและโภชนาการจากผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์จากเครือข่าย ‘ตลาดเขียว’ สสส. ทั่วประเทศอีกด้วย” นายประเสริฐ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. จัดงานเดินวิ่งกว่า 1 พันสนามต่อปี ความพิเศษของสนามนี้คือ งานวิ่งแนวใหม่ที่ส่งเสริมให้เกิดกระแสการออกกำลังกายควบคู่กับการเลือกกินอาหารที่ดีไม่ก่อให้เกิดโทษ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศอาหารปลอดภัย เน้นลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย ผ่าน ‘ตลาดเขียว’ โดยเน้นหลักการ 8 เรื่อง 1.พื้นที่กระจายผลผลิตอินทรีย์ อาหารปลอดภัยสู่คนเมือง 2.ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการขยะ 3.มีที่มาจากเกษตรกรอินทรีย์ตัวจริง 4.มีมาตรฐานรับรอง PGS หรือออร์แกนิค 5.ราคาเป็นธรรม 6.พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีวัฒนธรรม 7.กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน 8.เพิ่มการมีส่วนร่วมระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค ผ่านการจัดกิจกรรมชิมข้าว จากสายพันธุ์ที่มีโภชนาการสูง น้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรค NCDs

“ตลาดเขียวดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่การผลิต ไปสู่การกระจาย การแปรรูป การตลาด และผู้บริโภค ที่ผ่านมา เกิดต้นแบบตลาดเขียวถึง 88 แห่ง ใน 19 จังหวัด และขยายผลผ่านการขับเคลื่อนนโยบายโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย ทำให้เกิดตลาดเขียวในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอีกกว่า 300 แห่ง มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 1 แสนราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 20 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกจากช่วยพัฒนาเศรษฐกิจอาหาร ยังสร้างพลเมืองอาหารที่มีทักษะ จิตสำนึกในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ รวมพลังเป็นชุมชนอาหารที่เข้มแข็ง สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Gindee Club” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

-(016)

สูงวัยเสี่ยง ‘โรคงูสวัด’ แนะฉีดวัคซีนป้องกันอาการรุนแรง-ภาวะแทรกซ้อน

สูงวัยเสี่ยง ‘โรคงูสวัด’ แนะฉีดวัคซีนป้องกันอาการรุนแรง-ภาวะแทรกซ้อน

สูงวัยเสี่ยง ‘โรคงูสวัด’ แนะฉีดวัคซีนป้องกันอาการรุนแรง-ภาวะแทรกซ้อน

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.40 น.

หนึ่งในโรคที่น่ากลัวของคนสูงอายุคือ “โรคงูสวัด” ซึ่งเกิดจากเชื้อที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างกาย หลังจากที่เราเคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน พอภูมิคุ้มกันเราอ่อนแอลง ก็อาจไปกระตุ้นทำให้ติดเชื้อและเป็นโรคงูสวัดได้ ทำให้มีอาการปวดแสบปวดร้อน มีผื่นและตุ่มน้ำตามแนวเส้นประสาท ที่น่ากังวลก็คือความเชื่อที่ว่า ถ้ามีผื่นงูสวัดพันรอบตัวอาจทำให้เสียชีวิตได้

นายแพทย์ บารมี พงษ์ลิขิตมงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลว่า โรคงูสวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella zoster virus-VZV) เป็นเชื้อตัวเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส เมื่อติดอีสุกอีใสร่างกายอาจไม่ได้กำจัดเชื้อหมด ทำให้เชื้อบางส่วนอาจไปซ่อนอยู่ตามปมประสาท เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง ก็อาจกระตุ้นให้เป็นโรคงูสวัดได้ นอกจากนี้ งูสวัดสามารถแพร่กระจายจากการสัมผัสหรือหายใจนำละอองจากตุ่มน้ำของผู้ป่วยเข้าไป ซึ่งถ้าติดเชื้อแล้วไม่เคยเป็นอีสุกอีใส ก็จะเป็นอีสุกอีใสก่อน

คนที่มีเชื้อของโรคอีสุกอีใสอยู่ในตัวสามารถเป็นโรคงูสวัดได้เมื่อร่างกายอ่อนแอ โดยปกติพบบ่อยในคนอายุ 50-60 ปีขึ้นไป หรือในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง, HIV, โรคเรื้อรัง, โรคเบาหวาน, โรคไตเรื้อรัง หรือคนไข้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องกินยากดภูมิ และโรคแพ้ภูมิตัวเอง จะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงเป็นงูสวัดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

คนที่ป่วยเป็นโรคงูสวัดในช่วงแรกจะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน คันบริเวณผิวหนัง มีไข้ มีผื่น เป็นตุ่มนูนแดงเรียงกันเป็นกลุ่มหรือเป็นแนวยาวตามเส้นประสาท จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสคล้ายกับตุ่มของอีสุกอีใส โดยตำแหน่งที่เจอบ่อยมักจะเจอตรงลำตัวและใบหน้า ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ตุ่มก็จะแตกและแห้งไปเอง และจะหายดีประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังจากหายดีแล้วผู้ป่วยบางคนอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเจอบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น ปวดตามแนวเส้นประสาทตรงช่วงที่มีผื่นหรือตุ่มน้ำ ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง หรือมีภาวะงูสวัดขึ้นตาที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติกับดวงตาและการมองเห็น หลายคนเคยได้ยินว่าถ้างูสวัดพันรอบตัวจะทำให้เสียชีวิต ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะคนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น และงูสวัดมักจะขึ้นแค่ด้านใดด้านหนึ่งของลำตัว แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นพร้อมกันสองฝั่งได้ในคนที่มีภูมิต่ำมาก ทำให้มีอาการรุนแรงมากกว่าคนที่อายุมากทั่วไป

การวินิจฉัยโรคงูสวัดสามารถทำได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น ซึ่งให้ความแม่นยำมากกว่า 50% ในกรณีที่ต้องการยืนยันผล แพทย์อาจส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การเจาะตุ่มน้ำหรือขูดเซลล์ เพื่อตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของเซลล์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส การรักษาจะพิจารณาตามระยะเวลาการเกิดโรค โดยถ้ายังอยู่ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีอาการ สามารถให้ยาต้านไวรัสเพื่อช่วยลดความรุนแรง ระยะเวลารักษา และการแพร่กระจายของเชื้อ หากพ้นช่วงนี้ไปแล้ว แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวดหรือยาแก้คัน อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรหลีกเลี่ยงการซื้อยามากินเองหรือใช้ยาสมุนไพรทาแผล เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อน นอกจากนี้อยากให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ เพราะช่วยป้องกันโรคนี้ได้ดี

การป้องกันโรคงูสวัดทำได้ง่ายๆ ด้วยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เริ่มจากกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดคนที่เป็นงูสวัด ที่สำคัญคือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Shingrix)2 เข็ม ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) แนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป คนที่มีภูมิต่ำ และคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง มารับวัคซีนเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยวัคซีน Shingrix จำนวน 2 เข็มสามารถป้องกันการเกิดโรคและภาวะปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัดได้มากกว่า 90%ครอบคลุมอาการปวดร้อน ปวดแสบปมประสาทลดความรุนแรงของโรคและโอกาสเกิดซ้ำได้ โดยฉีดเข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 2-6 เดือน และอาจมีอาการข้างเคียงทำให้ปวดบวมแดงตรงแขนที่ฉีด มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัวแต่จะเป็นไม่เกิน 2 วัน

อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดหัวไมเกรน ตะคริว อาจขาด ‘แมกนีเซียม’

อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดหัวไมเกรน ตะคริว อาจขาด ‘แมกนีเซียม’

อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดหัวไมเกรน ตะคริว อาจขาด ‘แมกนีเซียม’

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.30 น.

ถ้าคุณเป็นคนมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดหัวไมเกรน เป็นประจำ รวมไปถึงกล้ามเนื้อชาและเป็นตะคริว ไม่ว่าจะเป็นข้อใดข้อหนึ่งตามที่กล่าวมา จากการสังเกตตัวเองกับปัญหาต่างๆ ในร่างกาย สามารถตั้งข้อสงสัยได้ว่า อาจจะเป็นอาการของผู้ที่ขาดแมกนีเซียม

แมกนีเซียม สำคัญต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด คนส่วนใหญ่อาจจะมีอาการขาดแมกนีเซียมโดยไม่รู้ตัว แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญในการทำงานของร่างกาย เนื่องจากมีส่วนช่วยในการทำงานของเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิด ซึ่งช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ ทั้งระบบประสาท กล้ามเนื้อ กระดูก

ร่างกายขาดแมกนีเซียมอาจทำให้อ่อนแอได้ เพราะฉะนั้นสารพัดประโยชน์สุดจึ้งของแมกนีเซียมที่ทำเอาทึ่งไม่น้อยหากได้รับอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ โดยต่อวันปริมาณแมกนีเซียมที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศ เช่น วัยรุ่นชายและหญิงอายุ 9-18 ปี ควรรับประทานแมกนีเซียม 170-290 มก. ต่อวัน และผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและหญิงควรรับประทานแมกนีเซียม 240-320 มก.ต่อวัน

แมกนีเซียมมีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ช่วยทำให้ระบบประสาทและสารสื่อประสาททำงานเป็นปกติ ป้องกันและลดอาการปวดไมเกรน ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและหลอดเลือด ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความวิตกกังวล ช่วยลดอาการปวดท้อง อ่อนเพลีย หงุดหงิดก่อนมีประจำเดือน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ต้านการอักเสบและช่วยซ่อมแซม DNA ช่วยชะลอวัย เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย

คนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ จากการนอนหลับที่ไม่เพียงพอและไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก ทั้งนี้ การเสริมแมกนีเซียมให้ร่างกาย ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น เพราะแมกนีเซียมมีส่วนช่วยในการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีขึ้น ลดการตื่นกลางดึก และอาการวิตกกังวลรวมถึงลดอาการชาหรือตะคริวขณะนอน

อย่างไรก็ตาม แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร ในหลากหลายจำพวก อาทิพืชตระกูลถั่ว เมล็ดพืช หรือธัญพืช เช่น อัลมอนด์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า บร็อกโคลี่ ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาทูน่าปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน นมและผลิตภัณฑ์จากนม ดาร์กช็อกโกแลต

Giffarine Bio Magnesium Plus (กิฟฟารีน ไบโอ แมกนีเซียม พลัส) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูล จาก Giffarine (กิฟฟารีน) อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ดีและสะดวกในการเสริมแมกนีเซียม 175-350 มก. ต่อวันให้ร่างกาย โดดเด่นด้วยการใช้แมกนีเซียมที่มาจากทะเลเดดซี ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติ ทำให้ได้แมกนีเซียมมีความบริสุทธิ์ และเข้มข้นสูง รวมถึงการใช้แมกนีเซียมซิเตรท ซึ่งเป็นชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย และดีกว่าชนิดอื่นๆ นอกจากแมกนีเซียมแล้ว Giffarine Bio Magnesium Plus (กิฟฟารีน ไบโอ แมกนีเซียม พลัส) ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ที่ส่งผลดีต่อหลายระบบในร่างกาย ได้แก่ แมงกานีส อะมิโน แอซิด คีเลต, ซิงค์ กลูโคเนต, คอปเปอร์ กลูโคเนต, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12 และ วิตามินบี 1

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! ‘หมอช้าง’ ชวนร่วมพิธีวันเปิดคลังสมบัตเจ้าแม่กวนอิม ที่มาเก๊า

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! ‘หมอช้าง’ ชวนร่วมพิธีวันเปิดคลังสมบัตเจ้าแม่กวนอิม ที่มาเก๊า

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! ‘หมอช้าง’ ชวนร่วมพิธีวันเปิดคลังสมบัตเจ้าแม่กวนอิม ที่มาเก๊า

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“หมอช้าง” ทศพร ศรีตุลา

เตรียมรับความเฮงตลอดปี 2568ที่หนึ่งปีมีครั้งเดียว และวันเดียวเท่านั้น“วันเปิดทรัพย์ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม” หรือ “วันเปิดคลังสมบัติเจ้าแม่กวนอิม” ซึ่งเป็นวันที่เชื่อกันว่าพระโพธิสัตว์กวนอิม เมตตาเปิดคลังสมบัติเพื่อประทานพรแก่ผู้ศรัทธา โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ การเงิน โดยพิธีไหว้เปิดทรัพย์ในครั้งนี้ มีฤกษ์ดีเพียงวันเดียว ในรอบ 1 ปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 ฤกษ์ดีในการไหว้ คือคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 23.00 น. จนถึงเวลา 23.00 น. ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เพื่อขอพรเรียกทรัพย์รับพลังมหาเศรษฐีให้ดวงเฮง ตลอดทั้งปี

ปีนี้ การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทยจัดทริปมหาเฮงร่วมกับ “หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” ที่จะพานำไหว้ ณ วัดกวนอิม มาเก๊าที่พิเศษเฉพาะผู้ซื้อแพ็กเกจทริปกับบริษัททัวร์เท่านั้น โดยสามารถจองกับหลากหลายบริษัทชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทบิ๊กเฮ้ด แทรเวล,มิราม่า เซอร์วิส, เกรท เอ้าท์ดอร์ ทราเวล,หนุ่มสาวทัวร์, ซี.พี.ฮอลิเดย์ และ ไมล์เลจ แอร์ แอนด์ แทรเวล โดยมี “หมอช้าง” นำไหว้แบบถูกต้องตามหลัก ผู้ที่สนใจรีบจองด่วนเพราะรับจำนวนจำกัด หรือสอบถามรายละเอียดแอด Add line official : @macaoth

สำหรับวิธีไหว้สักการะขอพรในพิธียืมเงินเจ้าแม่กวนอิมที่มาเก๊า ประกอบด้วย ธูป 9 ดอก, ซองสีแดง, แสตมป์รูปพระแม่กวนอิม, หงิ่งเตี๋ยทองเต็ม, กุ่ยนั้งฮู้, กิมหงิ่งเต้า (ถังเงินถังทอง), กระทงตั่งกิม, เทียนแดงคู่ เพื่อให้ได้ผลตามที่ปรารถนาขอพร

วัดกวนอิม

“วัดกวนอิม” (Kun Iam Temple) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า ภายในประกอบด้วย 3 วิหาร ซึ่งวิหารแรกจะเป็นวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ส่วนวิหารที่ 2ประดิษฐาน พระไวโรจนพุทธะ ขอพรในเรื่องสุขภาพให้แข็งแรง และองค์ประธานพระโพธิสัตว์กวนอิม จะอยู่วิหารด้านในสุด ส่วนใหญ่จะนิยมมาขอพรเรื่องเงินทองและโชคลาภ

วัดอาม่า

นอกจากวัดกวนอิมที่กล่าวไปแล้วนั้นมาเก๊า ยังมีวัดดังและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกหลายแห่งที่มาถึงแล้วต้องไปไหว้สักครั้ง! วัดอาม่า (A-MaTemple) : เน้นขอพรเรื่องความรัก การงาน การเงิน เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของ “มาเก๊า”มีความเก่าแก่อายุมากกว่า 500 ปี และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของมาเก๊า ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย วัดอาม่า ถูกสร้างขึ้นให้ “เจ้าแม่ทับทิม” เทพเจ้าแห่งท้องทะเลซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวเรือ และชาวประมงในสมัยก่อนเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าท่านจะนำพาความโชคดี และความปลอดภัยแก่ผู้เดินทางนอกจากนี้ ก็ยังมีก้อนหินสลักรูปเรือ ที่เชื่อว่าเป็นก้อนหินก้อนแรกที่อาม่า หรือเทพธิดาแห่งท้องทะเลเหยียบลมสู่พื้นดิน จึงได้รับการเคารพกราบไหว้จากผู้คนที่ศรัทธาอย่างมาก

วิธีไหว้สักการะ ขอพร : เทียน 1 คู่ปักซ้ายและขวา อธิษฐานขอพรเรียบร้อยก็นำธูปปักกระถางละ 3 ดอก ทั้งหมด 15 กระถาง ก่อนจะเผากระดาษเงิน กระดาษทอง จากนั้นนำธนบัตรไทยไปลูบกับหินแกะสลักรูปเรือในวัดและอธิษฐานขอพรในเรื่องที่ต้องการ แล้วนำเงินนี้กลับมาทำบุญที่เมืองไทย เชื่อว่าพรที่ขอจะสำเร็จผล

วัดซำไกวุยคุน หรือ วัดกวนอู

วัดซำไกวุยคุน หรือ วัดกวนอู (Sam Kai Vui Kun Temple) : เสริมอำนาจบารมี คนอุปถัมภ์ งานราบรื่น เป็นวัดที่มีความเก่าแก่มาก สำหรับในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ โดยส่วนใหญ่ ตำรวจ นักการเมือง และผู้นำทางธุรกิจ นิยมมากราบไหว้ เชื่อว่าสามารถปกป้องสิ่งชั่วร้ายต่างๆและช่วยเสริมอำนาจบารมีในการปกครองและคุ้มครองบริวาร

วิธีไหว้สักการะ ขอพร : เริ่มด้วยการเติมน้ำมันตะเกียง พร้อมบอกชื่อนามสกุล เคาะโลหะ 3 ครั้ง ตีกลอง 3 ครั้ง  มีเทียน 1 คู่ ปักซ้ายและขวา ปักธูปใหญ่ 4 กระถาง กระถางละ3 ดอก ปักธูปเล็ก 14 กระถาง กระถางละ3 ดอก ก่อนจะเผากระดาษเงิน กระดาษทองไหว้ครบสูตรรับรองว่าปังสมใจแน่นอน

วัดเปากง

วัดเปากง (Pao Kong Temple) : แก้ปีชงปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 2 จุดให้ไหว้ขอพรจุดแรก “องค์เปากง” หรือที่รู้จักกันในนาม “ท่านเปาบุ้นจิ้น” นิยมเดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป ทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัย จุดที่สอง “หอเทพไท้ส่วยเอี๊ย 60 องค์” เทพเจ้าแห่งดวงชะตา ใครที่ต้องการเสริมดวงฝากดวงชะตาห้ามพลาด โดยการยกกระดาษเงินกระดาษทองไปหนุนใต้เทพประจำปีเกิดของเราได้ โดยมีความเชื่อว่ายิ่งเทพถูกหนุนให้สูงขึ้น ท่านก็จะยิ่งคุ้มครองเราได้มากขึ้น

วิธีไหว้สักการะ ขอพร : บอกปีเกิดกับเจ้าหน้าที่ เทียน 1 คู่ ปักซ้ายขวา ปักธูปใหญ่ 3 ดอก ปักธูปเล็ก 9 ดอก เจ้าหน้าที่จะนำสวด ยกกระดาษเงินกระดาษทองบอกชื่อตัวเองเจ้าหน้าที่จะนำกระดาษเงินกระดาษทองไปตั้งที่เทพประจำวันเกิดและนำกระดาษไปเผาต่อไป

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/th.macaotourism

คุณแหน : 17 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 17 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 17 กุมภาพันธ์ 2568

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● ขอเชิญประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลการแข่งขันสเก็ตลีลา เชียงใหม่ ชิงชนะเลิศการแข่งขันสถาบันสเก็ตน้ำแข็งเอเชีย ประจำปี 2568 รายการ Skate Chiang Mai 2025 วันจันทร์ 17 ก.พ. 17.00 น. ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็งไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไอซ์ฮอกกี้อารีน่า เชียงใหม่…

●● มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา เชิญชวนร่วมประทับใจจากเรื่องราวความรัก ความทรงจำของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในช่วงพ.ศ.2467-2468 ผ่านพระบรมฉายาลักษณ์พระฉายาลักษณ์ ภาพถ่าย เอกสารและสิ่งของต่างๆ ทางประวัติศาสตร์และคำบอกเล่าข้าราชบริพารในหนังสือ“ให้สุวัทนาด้วยความรัก” เล่มละ 600 บาท รายได้สมทบโครงการก่อสร้างหอพักนักเรียนชาติพันธุ์ โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ จ.แม่ฮ่องสอน สอบถาม Line : @bsf_official…

●● 1 ปีมี 1 ครั้ง เชิญชมโขน-การแสดง-บรรเลงดนตรีไทย/สากล การแสดง-ดนตรีสด ที่สังคีตศาลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร แสดงวันละ 1 รอบ เวลา 17.30-19.30 น. วันที่ 16, 23 ก.พ.และ 9, 16 มี.ค. ค่าชม 20 บาท ไปชมกันเยอะๆ นะคะ…

●● ผศ.กนิช บุณยัษฐิติ บุตรชาย ท่านผู้หญิงอังกาบ บุษยัษฐิติเป็นตัวแทนญาติสายสีบุญเรือง ไหว้บรรพบุรุษแซ่เซียวที่ไต้หวัน…

●● ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย เอ็มดี DMT นำทีมผู้บริหารขึ้นบรรยายในงาน The Roads & Traffic Expo Thailand 2025 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมด้านระบบคมนาคมการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานทางถนนของประเทศไทย 26-27 ก.พ. 09.00 น. ณ ฮอลล์ 98 ไบเทค บางนา…

●● นอกจากกุหลาบแดง การ์ด และสติ๊กเกอร์ ในวันวาเลนไทน์ ที่ท่านทูตจิตริก เศรษฐบุตร มอบให้ ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร แล้วยังบรรจงหอมแก้มฟอดใหญ่ให้รุ่นน้องๆ ชื่นชมในความรักความหวานของท่านทั้งสองที่มีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย…

●● ฌาปนกิจ ผศ.คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง (เชฟหมี คมกฤช) 17 ก.พ. 11.30 น. วัดสุวรรณคีรีวิหาร (วัดหน้าเมือง) อ.เมือง จ.ระนอง…

●● ยินดีกับ ศาสตราธิคุณ นพ.วสันต์ อุทัยเฉลิม ในโอกาสได้รับรางวัล Lifetime Achievement in Cardiovasular Intervention โดยการคัดสรรลงมติของกรรมการ Chien Foundation ในงาน Singapore Live 2025 ด้วยความทุ่มเทในวงการ Cardio Interventionist เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ…●●

คุณแหน

แพทยศาสตร์ จุฬาฯ-ซีพี เปิดตัวหน้ากาก ‘POR-DEE’ สู้วิกฤตฝุ่น PM2.5 รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย บริจาคให้โรงพยาบาลจุฬาฯและคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

แพทยศาสตร์ จุฬาฯ-ซีพี เปิดตัวหน้ากาก ‘POR-DEE’ สู้วิกฤตฝุ่น PM2.5  รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย บริจาคให้โรงพยาบาลจุฬาฯและคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

แพทยศาสตร์ จุฬาฯ-ซีพี เปิดตัวหน้ากาก ‘POR-DEE’ สู้วิกฤตฝุ่น PM2.5 รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย บริจาคให้โรงพยาบาลจุฬาฯและคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยที่ยังคงทวีความรุนแรง ล่าสุดกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ติดอันดับเมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดในโลก หลายพื้นที่ทั่วประเทศมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานระดับสีส้มถึงสีแดง กระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน

เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตมลพิษ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมมือกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ในการพัฒนา หน้ากากอนามัย “POR-DEE” ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับฝุ่น PM2.5 โดยมอบหมายให้ บริษัท ซีพี โซเชียลอิมแพคท์ จำกัด เป็นผู้ผลิตหน้ากากนี้ภายใต้มาตรฐานระดับสากล รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายหน้ากากทั้งหมด จะถูกส่งกลับไปสนับสนุน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อใช้ในกิจกรรมทางการแพทย์ ตามเจตนารมณ์ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ เปิดเผยว่าฝุ่น PM2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง โดยส่งผลกระทบทั้งระยะสั้น และระยะยาว อาทิ ในระยะสั้น จะก่อให้เกิดการระคายเคือง ไอ จาม ส่วนคนที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด หรือหัวใจ ก็จะมีอาการกำเริบได้ ในระยะยาว หากได้รับต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ อาทิ โรคมะเร็งปอด เป็นต้น

“เมื่อโมเลกุลขนาดเล็กของ PM2.5 ลงสู่ปอด จะสามารถกระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเส้นเลือด นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า จะเป็นปัจจัยกระตุ้นโรคเบาหวาน กระดูกพรุน และสมองเสื่อม ความท้าทายของประชาชน คือ หากหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่ปลอด PM2.5 ไม่ได้ ก็จำเป็นต้องหาวิธีป้องกัน นั่นเป็นที่มาของการพัฒนานวัตกรรมหน้ากากร่วมกันของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี โดยบริษัท ซีพี โซเชียลอิมแพคท์ จำกัด เพื่อมีวิธีให้ประชาชนดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัยมากขึ้น

เนื่องจากประชาชนไม่สามารถหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น PM 2.5 ได้ การป้องกันตัวเองด้วยหน้ากากที่มีประสิทธิภาพสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ-โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์-เครือซีพี ในการพัฒนา “POR-DEE” หน้ากากคุณภาพสูง เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น”

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ซีพีมีนโยบายสนับสนุนการแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา ซีพีโดยดำริของ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เคยจัดตั้งโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยในช่วงวิกฤตโควิด-19 และแจกฟรีให้แก่โรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนกลุ่มเปราะบางไปแล้วกว่า 89 ล้านชิ้น วันนี้เครือซีพีได้นำประสบการณ์นั้นมาต่อยอดสู่ “POR-DEE” ซึ่งเป็นหน้ากากที่ออกแบบภายใต้การดูแลของแพทย์ มีมาตรฐานสูงสุด และจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายคืนสู่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตามเจตนารมณ์เดิมของประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์

ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร ผู้ช่วยอธิการบดีด้านนวัตกรรม และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์และการประกอบการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่หน้ากาก N95 แม้จะป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ดี แต่อาจจะไม่เหมาะสมเพราะมีข้อจำกัดเรื่องความอึดอัด ความไม่สะดวกในการใช้งาน มีให้เลือกเพียงขนาดเดียว และมีราคาที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ยากเพราะถูกออกแบบมาป้องกันเชื้อโรคมากกว่าการป้องกันฝุ่น PM٢.٥

“หน้ากาก “POR-DEE” ถูกออกแบบโดยศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์และการประกอบการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้มี 4 ขนาด S, M, L, XL ให้พอดีกับโครงหน้าคนไทยตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ แยกหญิง-ชาย โดยออกแบบให้มีความกระชับกับใบหน้าของคนไทยโดยเฉพาะแต่เพิ่มพื้นที่ให้ผู้สวมใส่สามารถหายใจและพูดได้คล่องขึ้นโดยไม่อึดอัด และเน้นประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่น พร้อมกับสายคล้องหูแบบนุ่มพิเศษ ช่วยลดแรงกด ไม่ระคายเคืองแม้ใส่เป็นเวลานาน และยังสามารถหายใจสะดวก แม้ต้องสวมใส่ตลอดทั้งวัน” ศ.นพ.รังสรรค์ กล่าว

นายภูมิชัย ตรัยดลานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โซเชียลอิมแพคท์ จำกัด กล่าวเสริมว่า “POR-DEE” สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ถึง 99% ด้วยโครงสร้าง 4 ชั้นและผ่านการทดสอบ Particle Filtration Efficiency (PFE) ตามมาตรฐานสากล จุดเด่นของ “POR-DEE” คือ พอดีกับใบหน้าคนไทย และชาวเอเชีย สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้หรือแม้แต่ขณะออกกำลังกาย ให้ความกระชับ ลดช่องว่างที่ฝุ่นจะเล็ดลอดเข้าไป ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้จะได้รับการป้องกันสูงสุด

หน้ากาก “POR-DEE” พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ร้านจุฬาแคร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยในราคากล่องละ 75 บาท (5 ชิ้น/กล่อง) โดย รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะบริจาคให้โรงพยาบาลจุฬาฯและคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

หรูหรา Dolce&Gabbana คอลเลคชั่น Pre Spring 2025

หรูหรา Dolce&Gabbana คอลเลคชั่น Pre Spring 2025

หรูหรา Dolce&Gabbana คอลเลคชั่น Pre Spring 2025

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Dolce&Gabbana นำเสนอคอลเลคชั่น Pre Spring 2025 สุดหรูหรา ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Dolce&Gabbana และความมั่นใจผ่านตัวตนของ 4 นักแสดงสาวต่างคาแร็กเตอร์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, โบว์-เมลดา สุศรี, แคท-ซอนญ่า สิงหะ, และ พลอย-เฌอมาลย์-ไลลา บุญยศักดิ์

คอลเลคชั่นนี้ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่มักใช้ลวดลายที่โดดเด่น และการออกแบบที่เต็มไปด้วยความประณีตแต่ยังคงรายละเอียดความสวยงาม โดยเน้นการสวมใส่ที่สะดวกสบายแต่ยังคงซึ่งความหรูหรา ด้วยเดรสลายดอกที่เป็นหนึ่งในคอนเซ็ปต์หลักของแบรนด์ Dolce&Gabbana ชุดที่มีลายพิมพ์อันเอกลักษณ์ DNA ของแบรนด์ เสริมความมีชีวิตชีวาของผู้สวมใส่ และเดรสที่ถูกออกแบบมาให้เข้ารูป ที่มีดีไซน์คัตเอาท์ เน้นโชว์สรีระเสริมเสน่ห์และยังเพิ่มงานปักเข้าไปในตัวชุด ที่เสริมให้ผู้สวมใส่สามารถสนุกไปกับการแต่งตัวได้ด้วยกระเป๋าและรองเท้าจากคอลเลคชั่นเดียวกัน

‘เพิ่มโลหิต เพิ่มชีวิต’ ร่วมเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ บริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา ครั้งที่ 16

‘เพิ่มโลหิต เพิ่มชีวิต’ร่วมเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ บริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา ครั้งที่ 16

‘เพิ่มโลหิต เพิ่มชีวิต’ร่วมเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ บริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา ครั้งที่ 16

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อิ่มเอมหัวใจทุกโมเมนต์ ร่วมเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ในกิจกรรม บริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตาด้วยหัวใจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา จัดโดยศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติและศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย และ เอส เอฟ นอกจากนี้ยังมีการเปิดลงทะเบียนบริจาคอวัยวะและดวงตา บริเวณ SF Town ชั้น 7 โซน A ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

โดยภายในพื้นที่จัดกิจกรรมมีประชาชนเข้าร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งผู้บริหารระดับสูง คณะผู้บริหาร และพนักงานของเอ็ม บี เค รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้า พนักงานร้าน และ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้า โดยมีจำนวนผู้ลงทะเบียนบริจาคทั้งสิ้น 108 ราย จำนวนโลหิตที่ได้รับ 88 ยูนิต ผู้บริจาคดวงตา อวัยวะและร่างกาย จำนวน 33 ราย

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติและศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา ทุกไตรมาส โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 โดยมี ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ต้อนรับคณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติและศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย และ พันธุ์ทิพย์ ช่วยประสิทธิ์ ผู้จัดการแผนก Leasing & Tenant บริษัทเอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ในปี 2568 เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังคงจัดกิจกรรม MBK Care อาสาทำดีปันน้ำใจสู่สังคม บริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2568, วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2568, วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 และวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568