สลด อิหม่ามคนแรกของโลกที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ ถูกยิงดับในแอฟริกาใต้

สลด อิหม่ามคนแรกของโลกที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ ถูกยิงดับในแอฟริกาใต้

17 ก.พ. 2568 05:00 น.

สลด อิหม่ามคนแรกของโลกที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ ถูกยิงดับในแอฟริกาใต้

ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นอิหม่ามคนแรกของโลกที่เปิดตัวว่าตนเองเป็นเกย์ ถูกมือปืนดักยิงเสียชีวิตในแอฟริกาใต้ เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาแรงจูงใจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย มูห์ซิน เฮนดริกส์ ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นอิหม่ามคนแรกของโลกที่เปิดตัวว่าตนเองเป็นเกย์ ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 15 ก.พ. 2568 โดยเขาถูกลอบโจมตีขณะนั่งรถเดินทางใกล้เมืองเกเบอร์ฮา (Gqeberha) ทางตอนใต้ของแอฟริกาใต้

ตำรวจท้องถิ่นออกแถลงการณ์ระบุว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คน สวมเครื่องปกปิดใบหน้า ขับรถมาจอดขวางรถที่นายเฮนดริกส์โดยสาร ก่อนที่ทั้งคู่จะลงมาจากรถแล้วรัวกระสุนเข้าใส่รถของนายเฮนดริกส์

ทั้งนี้ นายเฮนดริกส์อายุ 57 ปี เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์เมื่อปี 2539 และเป็นผู้ดูแลมัสยิด “มาสจีดัล กูร์บาห์” (Masjidul Ghurbaah) ในเมืองเคปทาวน์ ของแอฟริกาใต้ โดยตั้งใจว่าจะใช้ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับชาวมุสลิมที่เป็นเกย์และไม่ได้รับความสำคัญ

เขาพูดบ่อยครั้งเรื่องความสำคัญของการสนทนาข้ามความเชื่อ และความจำเป็นในการแก้ปัญหาสุขภาพจิต และบาดแผลที่ชาว LGBTQ+ ได้รับภายในสังคมศาสนา

ข่าวการเสียชีวิตของนายเฮนดริกส์สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วสังคมชาว LGBTQ+ และอื่นๆ ทำให้ข้อความแสดงความเสียใจถูกส่งมาจากทั่วโลก ขณะที่ น.ส.จูเลีย เอิร์ท ผู้อำนวยการบริหารของสมาคม LGBTI ระหว่างประเทศ หรือ “อิลกา” (Ilga) เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวนคดีนี้อย่างละเอียด

มีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันระบุว่า นายเฮนดริกส์ถูกสังหารหลังจากเขาจัดงานแต่งงานให้คู่รักเลสเบียนคู่หนึ่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รบ.สหรัฐฯ พยายามจ้าง จนท.นิวเคลียร์กลับมาทำงาน หลังไล่ออกไม่กี่วัน

รบ.สหรัฐฯ พยายามจ้าง จนท.นิวเคลียร์กลับมาทำงาน หลังไล่ออกไม่กี่วัน

17 ก.พ. 2568 03:19 น.

รบ.สหรัฐฯ พยายามจ้าง จนท.นิวเคลียร์กลับมาทำงาน หลังไล่ออกไม่กี่วัน

รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามจ้างเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิวเคลียร์กลับมาทำงานอีกครั้ง หลังจากไล่ออกไปไม่กี่วัน เหตุกังวลด้านความมั่นคงของชาติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพยายามจ้างเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ ที่พวกเขาเพิ่งไล่ออกไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (13 ก.พ.) ให้กลับมาทำงาน หลังเกิดความกังวลว่า การไล่พวกเขาออกอาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ

เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการความปลอดภัยนิวเคลียร์แห่งชาติ (NNSA) ของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในลูกจ้างกว่า 300 คนของหน่วยงานนี้ ที่ได้รับจดหมายเลิกจ้างเมื่อสัปดาห์ก่อน ตามแผนการลดกำลังคนของรัฐบาลกลางครั้งใหญ่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และอีลอน มัสก์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม NNSA มีหน้าที่รับผิดชอบในการออกแบบ สร้าง และกำกับดูแลคลังอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และพนักงานจำนวนหนึ่งที่ถูกไล่ออกก็ประจำการที่แผนกสร้างอาวุธนิวเคลียร์

ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ หลายสำนักรวมถึง ซีเอ็นเอ็น นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ก็พยายามหาทางยกเลิกการไล่พนักงานดังกล่าว แต่พวกเขาประสบปัญหาในการติดต่อกับคนกลุ่มนี้ เนื่องจากพวกเขาถูกตัดออกจากการเข้าถึงบัญชีอีเมลของรัฐบาลกลางแล้ว เนื่องจากไม่ได้เป็นลูกจ้างอีกต่อไป

บันทึกที่รัฐบาลส่งถึงลูกจ้างของ NNSA เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักข่าว เอ็นบีซี นิวส์ นำมาเผยแพร่ระบุว่า “จดหมายเลิกจ้างสำหรับลูกจ้างทดลองงานบางคนกำลังถูกเพิกถอน แต่เราไม่มีวิธีดีๆ ในการติดต่อกับคนกลุ่มนี้” “กรุณาทำงานร่วมกับหัวหน้างานของพวกเขาเพื่อส่งข้อมูลนี้ให้แก่อีเมลส่วนตัวของบุคคลเหล่านั้นด้วย”

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน รัฐบาลสหรัฐฯ เลิกจ้างเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางไปเกือบ 10,000 ตำแหน่งจากหลายหน่วยงาน ไม่นับลูกจ้างกว่า 75,000 คน ที่ยอมรับข้อเสนอของทำเนียบขาวให้ออกจากงานโดยสมัครใจในฤดูใบไม้ร่วงนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เมืองใหญ่อันดับ 2 ของดีอาร์คองโก โดนกลุ่มกบฏ M23 ยึดครองแล้ว

เมืองใหญ่อันดับ 2 ของดีอาร์คองโก โดนกลุ่มกบฏ M23 ยึดครองแล้ว

17 ก.พ. 2568 02:29 น.

เมืองใหญ่อันดับ 2 ของดีอาร์คองโก โดนกลุ่มกบฏ M23 ยึดครองแล้ว

กบฏ M23 ยึดเมืองบูคาวู เมืองใหญ่อันดับ 2 ของดีอาร์คองโกได้แล้ว ไม่กี่สัปดาห์หลังยึดเมืองโกมาได้สำเร็จ ท่ามกลางความวุ่นวาย ประชาชนไม่กล้าออกจากบ้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มกบฏ M23 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรวันดา บุกเข้าสู่เมืองบูคาวู เมืองใหญ่อันดับ 2 ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก แล้วและเข้ายึดสำนักงานรัฐบาลท้องถิ่นได้ในวันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ. 2568 นับเป็นความเพลี่ยงพล้ำครั้งล่าสุดของรัฐบาลดีอาร์คองโก หลังจากเสียเมืองโกมาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน

รัฐบาลดีอาร์คองโกออกมายอมรับการเสียเมืองบูคาวู และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าหมายของกองกำลังผู้ยึดครอง แต่ภาพที่เผยแพร่ออกมาบนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นว่า มีประชาชนจำนวนหนึ่งมายืนปรบมือและส่งเสียงเชียร์ ในขณะที่นักรบฝ่ายกบฏเคลื่อนขบวนเข้าสู่ใจกลางเมืองโดยไม่มีการต่อต้าน

ด้านสหประชาชาติกับชาติยุโรป เตือนว่า การโจมตีล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้นในดีอาร์คองโก ซึ่งทำให้มีผู้พลัดถิ่นแล้วหลายแสนคน อาจจุดประกายให้เกิดสงครามในภูมิภาคเป็นวงกว้างขึ้นอีก

ชาวเมืองบูคาวูรายหนึ่งผู้ไม่ประสงค์ออกนาม บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า คนส่วนใหญ่ยังคงหวาดกลัวไม่กล้าออกนอกบ้าน “ตั้งแต่เมื่อวาน (15 ก.พ.) พวกเด็กๆ และวัยรุ่นต่างจับอาวุธ ยิงไปทุกทิศทุกทาง และเข้าปล้นร้านค้า”

“เมื่อเช้านี้ (16 ก.พ.) กลุ่ม M23 เข้ามาในเมืองและได้รับการสรรเสริญจากคนกลุ่มนี้ ซึ่งมีความสุขมากๆ ที่ได้เห็นกลุ่มกบฏ เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะพวกเขากลัว หรือเพราะพวกเขาพบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ในเมืองแล้วกันแน่” “ที่ที่ฉันอยู่ยังมีเสียงปืนดังจนถึงตอนนี้”

อนึ่ง กบฏ M23 ยึดสนามบินหลักของเมืองบูคาวู ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดคิวูใต้ ได้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองอย่างช้าๆ และไปถึงใจกลางเมืองในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ในขณะที่ทหารฝ่ายรัฐบาลถอนกำลังเพื่อไม่ให้เกิดการยิงปะทะกันกลางเมือง

การถอนตัวของเจ้าหน้าที่ทำให้เกิดสูญญากาศด้านความมั่นคงในเมืองบูคาวู โดยในวันเสาร์มีรายงานว่าเกิดเหตุวุ่นวายมากมาย รวมถึงนักโทษแหกคุกจากเรือนจำกลาง ขณะที่สหประชาชาติยืนยันว่า โกดังที่เก็บเสบียงอาหารเอาไว้เกือบ 7,000 ตัน ถูกปล้นชิง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รมต.ออสเตรียเผย ผู้ลี้ภัยซีเรียไล่แทงคนดับ 1 เจ็บ 5 เกี่ยวข้องกลุ่มไอซิส

รมต.ออสเตรียเผย ผู้ลี้ภัยซีเรียไล่แทงคนดับ 1 เจ็บ 5 เกี่ยวข้องกลุ่มไอซิส

17 ก.พ. 2568 00:22 น.

รมต.ออสเตรียเผย ผู้ลี้ภัยซีเรียไล่แทงคนดับ 1 เจ็บ 5 เกี่ยวข้องกลุ่มไอซิส

ทางการออสเตรียยืนยัน คนร้ายผู้ก่อเหตุใช้มีดไล่ทำร้ายคน จนมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 5 ราย มีความเกี่ยวข้องกลุ่มติดอาวุธไอซิส

จากกรณี ผู้ขอลี้ภัยชาวซีเรียอายุ 23 ปีก่อเหตุใช้มีดพับไล่แทงผู้คนใกล้จัตุรัสกลางเมืองฟิลลัค ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนทำให้เด็กอายุ 14 ปี เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 ราย เป็นชายอายุ 15, 28, 32 และ 36 ปี โดย 2 รายในจำนวนนี้มีอาการสาหัส ก่อนที่คนร้ายจะถูกจับกุมตัวได้นั้น

ล่าสุดนาย เกร์ฮาร์ด คาร์เนอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของออสเตรียบอกกับผู้สื่อข่าวในเมืองฟิลลัค เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ. 2568 ว่า เหตุการณ์นี้เป็นการโจมตีที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธรัสเซีย หรือ ไอซิส โดยฝีมือของคนร้ายที่เปลี่ยนแนวคิดเป็นหัวรุนแรงด้วยตัวเองภายในระยะเวลาอันสั้นมากผ่านข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

ขณะที่นาย ปีเตอร์ ไคเซอร์ ผู้ว่าการรัฐคารินเทีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองฟิลลัค กล่าวขอบคุณชายวัย 42 ปี ซึ่งเป็นชาวซีเรียเช่นกัน หลังจากเขาขับรถส่งอาหารมาเห็นเหตุการณ์ แล้วตัดสินใจเข้าช่วยเหลือด้วยการขับรถพุ่งชนคนร้าย ทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้

ทั้งนี้ เหตุโจมตีล่าสุดทำให้เรื่องการรับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยกลายเป็นประเด็นขึ้นมาในออสเตรียอีกครั้ง โดยนายคาร์เนอร์ระบุว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีการคัดกรองอย่างเข้มข้นโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากคนร้ายรายนี้ก็ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเขาเป็นพวกหัวรุนแรง แต่ไม่ได้ขยายความว่าเขามีแผนการอย่างไร

ด้าน น.ส.มิคาเอลา โคห์ลไวส์ ผู้อำนวยการตำรวจรัฐคารินเทีย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ที่ผู้ต้องสงสัยรายนี้พักอยู่แล้ว และพบธงของกลุ่มไอซิสอยู่บนกำแพง แต่ไม่พบอาวุธหรือวัตถุอันตรายใดๆ และตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องที่พบในห้องไปตรวจสอบแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

ช็อก “คิม แซ-รน” นักแสดงสาวเกาหลีใต้ เสียชีวิตในวัย 24 ปี พบศพในบ้าน

ช็อก “คิม แซ-รน” นักแสดงสาวเกาหลีใต้ เสียชีวิตในวัย 24 ปี พบศพในบ้าน

16 ก.พ. 2568 23:19 น.

ช็อก “คิม แซ-รน” นักแสดงสาวเกาหลีใต้ เสียชีวิตในวัย 24 ปี พบศพในบ้าน

คิม แซ-รน นักแสดงสาวเกาหลีใต้ วัย 24 ปี ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตที่บ้านในกรุงโซล หลังก่อคดีเมาแล้วขับจนหมดอนาคตในวงการ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คิม แซ-รน นักแสดงสาววัย 24 ปี ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตอยู่ที่บ้านของเธอในเขตซองซู ของกรุงโซล โดยเพื่อนของเธอเอง เมื่อเวลาประมาณ 16.55 น. วันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยตำรวจกำลังสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิต แต่เบื้องต้น พวกเขาไม่พบร่องรอยว่ามีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น

ทั้งนี้ คิม แซ-รน เกิดที่กรุงโซลในปี 2543 เริ่มต้นอาชีพนักแสดงตั้งแต่เด็กและถูกมองว่ามีอนาคตไกล โดยเธอมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาจากการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “ชีวิตใหม่ หัวใจเดิม” (A Brand New Life) ฉบับปี 2552 และได้ไปร่วมเทศกาลหนังเมืองคานส์

คิม แซ-รน ยังได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของเกาหลีใต้ในปี 2553 อย่าง “นักฆ่าฉายาเงียบ” (The Man from Nowhere), ภาพยนตร์เขย่าขวัญ “The Neighbour” ในปี 2555 ซึ่งเธอได้รับรางวัล และภาพยนตร์ “A Girl at My Door” ในปี 2557

นอกจากนั้น เธอยังมีผลงานในซีรีส์ทางโทรทัศน์เช่น “คำสาปรักเจ้าหญิงแม่มด” (Mirror of the Witch) ในปี 2559 ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 อนาคตในวงการบันเทิงของ คิม แซ-รน ก็ดับวูบ เมื่อเธอก่อคดีเมาแล้วขับ จนห่างหายไปจากสายตาสังคมนับแต่นั้น และในเดือนเมษายน 2566 เธอก็ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง และให้ปรับเงินจำนวน 20 ล้านวอน (ราว 468,000 บาท)

ผลงานล่าสุดของเธอคือดราม่าที่ออกอากาศทางช่อง Netflix เรื่อง “Bloodhounds” ในปี 2566 แต่ฉากของเธอถูกตัดออกเกือบทั้งหมด อันเป็นผลจากคดีเมาแล้วขับ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ธงชาติแคนาดาขายดี หลังนโยบายทรัมป์ ทำกระแสรักชาติพุ่ง

ธงชาติแคนาดาขายดี หลังนโยบายทรัมป์ ทำกระแสรักชาติพุ่ง

16 ก.พ. 2568 12:06 น.

ธงชาติแคนาดาขายดี หลังนโยบายทรัมป์ ทำกระแสรักชาติพุ่ง

บริษัทผู้ผลิตธงชาติแคนาดา เปิดเผยว่ายอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อน เนื่องจากความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ทำให้กระแสความรักชาติพุ่งขึ้นตามไปด้วย

เจ้าของบริษัท “แฟลกส์ ลิมิเต็ด” (Flags Unlimited) ผู้ผลิตธงชาติแคนาดา เปิดเผยว่ายอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อน เนื่องจากความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสหรัฐฯ ทำให้เกิดกระแสความรักชาติ โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นนี้ เกิดขึ้นก่อนถึงวันชาติแคนาดาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 60 ปี ของการใช้ธงชาติรูปใบเมเปิลสีแดงและสีขาว

แมตต์ สกิปป์ เจ้าของร่วมของแฟลกส์ ลิมิเต็ด ในเมืองแบร์รี ทางตอนเหนือของเมืองโตรอนโต ระบุว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลจากภัยคุกคามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่มีต่ออำนาจอธิปไตยของแคนาดา สกิปป์กล่าวว่า “เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อสภาพแวดล้อมทางการเมือง โดยชาวแคนาดารวมตัวกันสนับสนุนธงชาติของตนเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคี”

นักการเมืองชาวแคนาดาเรียกร้องให้ประชาชนติดธงชาติในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความภาคภูมิใจในชาติของตน

ชาวแคนาดาได้ยกเลิกการเดินทางไปยังสหรัฐฯ รวมถึงคว่ำบาตรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของสหรัฐ และถึงกับมีการโห่เพลงชาติสหรัฐฯ ในการแข่งขันกีฬา หลังจากที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้าส่วนใหญ่ของแคนาดา 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ แม้ว่าเขาจะเลื่อนการขึ้นภาษีไปแล้วก็ตาม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กล่าวต่อบรรดานักธุรกิจในห้องว่า เขาคิดว่าคำพูดของทรัมป์เกี่ยวกับการผนวกแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐนั้น “เป็นเรื่องจริง” และเชื่อมโยงกับทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศ 

บริษัท แฟลกส์ ลิมิเต็ด ในรัฐออนทาริโอ ซึ่งผลิตธงมากกว่า 500,000 ผืนต่อปี กำลังพิจารณาเพิ่มกะและจัดหาวัสดุเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะนำเข้าวัสดุบางส่วนจากต่างประเทศก็ตาม

การประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ ยังกระทบต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ในอเมริกาเหนือ ซึ่งมีการบูรณาการในระดับสูง และบริษัทต่างๆ ได้ออกมาเตือนว่าภาษีศุลกากรจะทำให้ต้นทุนของชาวอเมริกันเพิ่มสูงขึ้นด้วย.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทรัมป์หงายไพ่ อ้างจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 หลังถูกต่อต้านอำนาจบริหาร

ทรัมป์หงายไพ่ อ้างจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 หลังถูกต่อต้านอำนาจบริหาร

16 ก.พ. 2568 11:15 น.

ทรัมป์หงายไพ่ อ้างจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 หลังถูกต่อต้านอำนาจบริหาร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อ้างวลีของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ที่ว่า “ผู้ที่ปกป้องประเทศชาติ ไม่ถือว่าละเมิดกฎหมายใด ๆ” เพื่อส่งสัญญาณถึงท่าทีการต่อต้านการจำกัดอำนาจบริหารของเขาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการท้าทายทางกฎหมายมากมาย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อ้างวลีของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ที่ว่า “ผู้ที่ปกป้องประเทศชาติ ไม่ถือว่าละเมิดกฎหมายใด ๆ” เพื่อส่งสัญญาณถึงท่าทีการต่อต้านการจำกัดอำนาจบริหารของเขาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการท้าทายทางกฎหมายมากมาย

ทรัมป์ กล่าวบนสื่อโซเชียลมีเดีย “ทรูธ โซเชียล” ของเขาว่า “ผู้ที่ช่วยประเทศชาติจะไม่ละเมิดกฎหมายใดๆ” วลีดังกล่าวซึ่งเชื่อกันว่าเป็นของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ผู้นำกองทัพฝรั่งเศสผู้สร้างประมวลกฎหมายแพ่งนโปเลียนในปี 1804 ก่อนจะประกาศตนเป็นจักรพรรดิ ก่อนจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคเดโมแครตในทันที โดยนายอดัม ชิฟฟ์ วุฒิสมาชิกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ของทรัมป์มาอย่างยาวนาน เขียนบน X ว่า “พูดเหมือนเผด็จการตัวจริง”

ทรัมป์ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ได้อ้างอำนาจบริหารอย่างครอบคลุม ซึ่งดูเหมือนว่าอาจจะนำไปสู่การเผชิญหน้ากันในศาลฎีกาของสหรัฐฯ คดีความบางคดีกล่าวหาว่าทรัมป์แย่งชิงอำนาจของรัฐสภาตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ

ในขณะที่ทรัมป์กล่าวว่าเขาปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล ที่ปรึกษาของเขาได้โจมตีผู้พิพากษาบนโซเชียลมีเดียและเรียกร้องให้ถอดถอนพวกเขาออกจากตำแหน่ง ด้านรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ เขียนบน X เมื่อสัปดาห์นี้ว่า ผู้พิพากษา “ไม่ได้รับอนุญาตให้ควบคุมอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมายของฝ่ายบริหาร”

นอร์ม ไอเซน ทนายความในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งทำงานในคดีถอดถอนทรัมป์ครั้งแรกจากสองครั้งเช่นเดียวกับชิฟฟ์ กล่าวว่าทนายความของทรัมป์พยายามโต้แย้งหลายครั้งว่าหากประธานาธิบดีทำเช่นนั้น ก็ไม่ผิดกฎหมาย

เขากล่าวว่าคำพูดของนโปเลียนเป็นการยกโทษให้กับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ไอเซนกล่าวถึงข้อความของทรัมป์ว่า “นี่คือการพิจารณาคดีและการยั่วยุ”

ทรัมป์ซึ่งมีสโลแกนประจำตัวว่า “Make America Great Again” เชื่อว่าการที่เขารอดจากความพยายามลอบสังหารในเดือนกรกฎาคมเป็นเพราะพระประสงค์ของพระเจ้า “หลายๆ คนบอกผมว่าพระเจ้าช่วยชีวิตผมไว้เพราะเหตุผลบางอย่าง และเหตุผลนั้นก็เพื่อช่วยประเทศของเราและฟื้นฟูอเมริกาให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง” เขากล่าวหลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

‘นฤมล’ขยายศักยภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว

‘นฤมล’ขยายศักยภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว

‘นฤมล’ขยายศักยภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดโครงการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีของกลุ่มนาแปลงใหญ่ โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และเกษตรกร เข้าร่วม ที่โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมองค์ความรู้การผลิตเมล็ดข้าวอย่างถูกต้อง เหมาะสม เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้การใช้เทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตข้าวคุณภาพในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มปริมาณผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และยกระดับคุณภาพข้าวไทยในเวทีการแข่งขันทางการตลาดโลกแล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญ คือการเพิ่มรายได้เกษตรกร ตลอดจนการสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร ตามนโยบายภาคการเกษตร “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

สำหรับ “วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดี ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ปี 2568” กรมการข้าว ได้จัดงานขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้เกษตรกรด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมถึงพัฒนาศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนยกระดับคุณภาพข้าวไทยในการแข่งขันทางการตลาดระดับโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 64.08 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 43.38 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด โดย จ.หนองบัวลำภู มีพื้นที่ทำนาประมาณ 740,000 ไร่ หรือ ร้อยละ 48 ของพื้นที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรรวมทั้งจังหวัด

รองปลัดฯร่วมประชุม กรรมการพุทธสถานฯ รับทราบการดำเนินการ สอดคล้องวิถีพระวัดป่า

รองปลัดฯร่วมประชุม  กรรมการพุทธสถานฯ  รับทราบการดำเนินการ  สอดคล้องวิถีพระวัดป่า

รองปลัดฯร่วมประชุม กรรมการพุทธสถานฯ รับทราบการดำเนินการ สอดคล้องวิถีพระวัดป่า

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นผู้แทน เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการพุทธสถานทรัพยากรเฉลิมพระเกียรติวัดป่าดานวิเวก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 1/2568 ที่สำนักงานองคมนตรี ชั้น 1 ทำเนียบองคมนตรี โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ปรึกษาฝ่ายฆราวาส เป็นประธานการประชุม และนายอำพน กิตติอำพนองคมนตรี ประธานกรรมการ เป็นประธานการประชุมร่วม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานของโครงการฯ รับทราบ 6 เรื่อง ได้แก่ การจัดพิธีบุญประทายข้าวเปลือก ปี 2567-2568 ที่วัดป่าดานวิเวก จ.บึงกาฬ การดูแลและใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า การสำรวจบัญชีพรรณไม้และพื้นที่ป่า การศึกษาสรรพคุณทางยาของพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์ และการดำเนินกิจกรรมสนับสนุนเด็กและเยาวชน และเรื่องพิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่ การขอพระราชทานผ้าขาว การขอถุงพระราชทาน และการดำเนินกิจกรรมสนับสนุนเด็กและเยาวชน โดยมติที่ประชุมเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขาฯ นำเสนอ และให้นำข้อแนะนำขององคมนตรี ไปปรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยประธานองคมนตรี เน้นย้ำการดำเนินโครงการฯ ที่สอดคล้องกับวิถีปฏิบัติของพระสายวัดป่า ที่เน้นการฝึกปฏิบัติ และใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ทั้งนี้ องคมนตรี จะขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายรายงานความก้าวหน้าโครงการฯ ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทต่อไป

3รมต.เกษตรฯถกสำนักงบฯ วางกรอบด้านการพัฒนาเกษตร

3รมต.เกษตรฯถกสำนักงบฯ  วางกรอบด้านการพัฒนาเกษตร

3รมต.เกษตรฯถกสำนักงบฯ วางกรอบด้านการพัฒนาเกษตร

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ร่วมกับสำนักงบประมาณ โดยมีนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ นายอัคราพรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.มัทนา เจริญศรี รองผอ.สำนักงบประมาณ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับปีงบประมาณ 2569 กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้ 3 นโยบายสำคัญ คือ 1.นโยบายการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ 2.นโยบายเร่งด่วน ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ การยกระดับการทำเกษตรให้ทันสมัย การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้าง และ 3.นโยบายระยะกลางและระยะยาว ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำ การสานต่อนโยบาย Carbon Neutrality การปฏิรูประบบราชการ การยกระดับการบริการภาครัฐ และการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเจรจาการค้าเสรี อีกทั้งยังมุ่งเน้นดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของ รมว.เกษตรฯ 9 นโยบาย

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง โดยเน้นการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ และบูรณาการในมิติสินค้า 14 สินค้า ที่สอดคล้องกับ IGNITE THAILAND : AGRICULTUARL HUB ได้แก่ ข้าว กาแฟ กุ้ง โคเนื้อ ทุเรียน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย ถั่วเหลือง โกโก้ ไก่เนื้อ และหม่อนไหม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีปัจจัยพื้นฐานทั้งในเรื่องน้ำ ดิน และปัจจัยการผลิตต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของแหล่งน้ำ ซึ่งในหลายพื้นที่น้ำยังเข้าไม่ถึง และควรให้ความสำคัญกับโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงทั้ง 14 สินค้าที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องการบูรณาการงานในมิติพื้นที่ รวมถึงภารกิจอื่น อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าอัตลักษณ์ด้านหม่อนไหม และการยกระดับระบบประเมินเพื่อป้องกันความเสี่ยงภาคสหกรณ์ ซึ่งต้องเร่งพัฒนาทุกเรื่องเพื่อขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านการผลิตและการส่งออกด้วย

ด้านนายอิทธิ กล่าวว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายของรัฐบาล รวมถึงต้องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ขณะที่นายอัครา กล่าวว่า ได้ทำงานกับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเห็นปัญหาต่างๆ ที่ต้องเร่งแก้ไขและพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเร่งด่วน จึงขอให้สำนักงบประมาณ ช่วยพิจารณางบประมาณเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรฯ ให้สำเร็จตามเป้าหมายต่อไป