‘กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน’ เทรนด์สวยหน้าเด้งอิ่มฟูมาแรง!

‘กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน’ เทรนด์สวยหน้าเด้งอิ่มฟูมาแรง!

‘กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน’ เทรนด์สวยหน้าเด้งอิ่มฟูมาแรง!

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“คอลลาเจน” คือ โปรตีนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในร่างกาย มีทั้งในผิวหนัง กระดูกและข้อ ในร่างกายจะประกอบด้วยคอลลาเจนถึง 70% โดยจะอยู่ที่ใบหน้าถึง 90% คุณสมบัติสำคัญของคอลลาเจน คือเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างผิวและป้องกันสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกเข้ามาในร่างกายเรา แต่พออายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป คอลลาเจนจะเริ่มเสื่อมลงตามธรรมชาติ และจะลดลงอย่างมากในช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป ปัญหาที่ตามมา คือเรื่องความหย่อนคล้อย เริ่มมีอาการแพ้ง่ายมากขึ้น มีริ้วรอย จุดด่างดำ รูขุมขนกว้างขึ้น

ในงานแถลงงานวิจัยจาก “นีโอฟิเลร่า” (NeoFilera) นวัตกรรมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ล่าสุดจากไต้หวัน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉีดได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายตัวแรกและตัวเดียวที่ผ่านการรับรองจาก คณะกรรมการอาหารและยาทั้งในประเทศไทยและไต้หวัน โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณมาร่วมอัปเดตเทคโนโลยีความงามใหม่ล่าสุดคับคั่ง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อช่วยลดเลือน ริ้วรอย และเคล็ดลับในการดูแลผิวหน้าให้แลดูอ่อนกว่าวัย ที่โรงแรมพลูแมน รางน้ำ เมื่อเร็วๆ นี้

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วาสนภ วชิรมน ภาควิชาอายุรศาสตร์ สาขาวิชาโรคผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันการกระตุ้นคอลลาเจนที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในทางการแพทย์ คือ ไม่ฉีดก็ยิงความร้อนเข้าไป เพราะการกระตุ้นคอลลาเจนในผิวหนังที่ดีที่สุด คือการกระทำไปที่ผิวหนัง หรือการใช้ความร้อนเข้าไปกระตุ้นนั่นคือการใช้กลุ่มเลเซอร์ ซึ่งก็แล้วแต่คลื่นที่ใช้ เพราะดีกรีไม่เท่ากัน แต่ละเครื่องปล่อยความร้อนได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความลึกเพราะคอลลาเจนมีอยู่ในทุกชั้นผิว ตั้งแต่หนังแท้ตอนบน หนังแท้ตอนล่าง ชั้นไขมัน

ส่วนการฉีดสารกระตุ้นสร้างคอลลาเจนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ การฉีดสารเข้าไปเป็นแกนแล้วเซลล์ของร่างกายจะเข้ามาเกาะ เซลล์เหล่านี้จะถูกกระตุ้นแล้วสร้างคอลลาเจนขึ้นมา อีกกลุ่ม คือฉีดสารเข้าไปแล้วกระตุ้นให้เกิดการอักเสบน้อยๆ แล้วร่างกายก็จะซ่อมแซมเกิดคอลลาเจนขึ้นมา แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับการใช้ความเข้มข้นของสาร ความถี่ในการฉีด คือ อย่าไปโอเวอร์ยูสด์ แนะนำฉีดปีละครั้ง หรือเดือนละครั้งในช่วงแรกแล้วแต่สูตร

“หลังฉีดไปแล้วถ้าอยากให้สารอยู่ในผิวได้นานๆ ก็ขึ้นอยู่กับปฏิบัติตัว เช่น ถ้าสูบบุหรี่ อดนอน การสร้างคอลลาเจนก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น ที่สำคัญคือ ต้องระวังเรื่องแดด คลื่นยูวีบางช่วงคลื่นจะไปลดการทำงานของเซลล์สร้างคอลลาเจนถ้าไปออกแดดเยอะๆ การสร้างคอลลาเจนก็จะไม่ดี หรือการกินวิตามินเสริมก็มีส่วนช่วยได้ เช่น การกินกรดอะมิโนเสริม กินโปรตีนวิตามินซี” ศ.นพ.วาสนภ กล่าว พร้อมแนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวสำหรับวัย 40+ โดยแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง คือ เรื่องของผิวข้างบนกับงานโครงผิว

“ถ้าเป็นผิวข้างบนควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะเป็นสาเหตุของรอยดำ ฝ้า กระ ต้องทากันแดด หรือกางร่มช่วยผิวส่วนงานโครงผิว อย่างไรก็ควรต้องเสริมคอลลาเจน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการฉีดหรือการใช้เครื่องยิงก็ตาม แต่ก็ต้องเข้าใจว่าแต่ละวิธีก็มีข้อจำกัด ไม่ใช่ว่าจะช่วยได้ทั้งหมดบางครั้งก็ต้องทำไปด้วยกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้แต่ละคนด้วย”

ด้าน “หมอป็อป” แพทย์หญิงโชติกา เตชะอุบล แพทย์และผู้บริหารสูงสุด Ha Hay Clinic กล่าวว่า ปัจจุบันการเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว มีการฉีดสารกระตุ้นสร้างคอลลาเจน และการใช้เครื่องยกกระชับ ทั้ง 2 วิธีนี้ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม ซึ่งถ้าจะให้ปลอดภัย ก็ควรเลือกฉีดกับแพทย์ เพราะมีเทคนิคการฉีด ตัวยา การผสม ตำแหน่งฉีดทุกอย่างมีผลต่อความปลอดภัย ซึ่งสารกระตุ้นสร้างคอลลาเจน หรือ biostimulator ปัจจุบัน บางตัวก็ผ่านการรับรองให้ฉีดได้ทั้งที่หน้าและตัวได้ บางตัวก็จะฉีดได้แต่หน้า ซึ่งสารที่สามารถฉีดที่ตัวได้ คนไข้ก็สนใจมาฉีดพวกรอยแตกลายที่หน้าท้อง ข้อพับ รอยดำ

“การดูแลตัวเองสำหรับวัย 40+ นั้นการทาสกินแคร์ก็ถือเป็นขั้นตอนการดูแลผิวขั้นพื้นฐาน แต่ส่วนที่ช่วยมากที่สุด คือ การฉีดเพราะสามารถกระตุ้น หรือเติมเต็ม เก็บริ้วรอยความกระชับได้มากกว่าการทาสกินแคร์ เพราะจริงๆ ความเสื่อมจะเริ่มเห็นชัดในวัยเลข 3 พอผ่านไปทุก 5 ปี ความเสื่อมก็จะชัดขึ้น ถ้าเราปล่อยยาวไม่เริ่มดูแลผิว มาดูแลตอนที่เสื่อมเยอะแล้วก็อาจจะแก้ปัญหาได้ยากขึ้นเมื่อเทียบกับเริ่มดูแลตั้งแต่ตอนยังเสื่อมน้อยๆ”

สำหรับ “นีโอฟิเลร่า” (NeoFilera) เป็นนวัตกรรมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ล่าสุดจากไต้หวัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีสารเหนี่ยวนำ (PDLLA) ให้เกิดการสร้างและกระตุ้นคอลลาเจนให้กับผิวหน้าและผิวกายและยังมี CMC ที่เป็นส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติการคงตัวและอุ้มน้ำสูง ช่วยเติมเต็มริ้วรอยให้ตื้นขึ้นหลังการฉีด และยังเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกและตัวเดียวที่ผ่านมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทั้งในประเทศไทยและไต้หวัน สำหรับใช้ได้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกาย

นีโอฟิเลร่า มีคุณสมบัติเด่นในการแก้ไขปัญหาผิวหน้าและร่างกาย (Lipoatrophy) โดยการฉีดเข้าที่ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ด้วยปฏิกิริยาทางกายภาพที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มจำนวนไฟโบรบลาส (Fibroblast) ส่งผลให้เกิดการยกกระชับของผิว เติมเต็มร่องลึก ช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าหรือร่างกาย และริ้วรอยแตกลายต่างๆ ที่เสื่อมสลายตามวัย รวมถึงการเติมเต็มแต่ละส่วนบนใบหน้าและร่างกายให้สมดุลจากการสูญเสียไขมัน ทั้งยังฟื้นฟูผิว ลดความหมองคล้ำ จากการสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสตินตามวัย สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://knainterpharma.co.th/

พญ.โชติกา เตชะอุบล

พญ.โชติกา เตชะอุบล

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิด‘งานตรุษจีนเยาวราช’ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์  ทรงเปิด‘งานตรุษจีนเยาวราช’ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิด‘งานตรุษจีนเยาวราช’ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มาทรงเป็นประธานเปิดงานเทศกาล “ตรุษจีนเยาวราช ซึ่งมีนักท่องเที่ยว และพี่น้องประชาชน มาร่วมรอเฝ้าฯรับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมีตลอดเส้นทางอย่างเนืองแน่น

งานตรุษจีนเยาวราชปีนี้ ถูกเนรมิตขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ โดย TCC GROUP เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่จีนในเทศกาล “ตรุษจีนเยาวราช” ประจำปี2568 พร้อมเฉลิมฉลอง 50 ปีทางการทูตระหว่างไทย-จีน ที่เป็นการผสานความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยมี ปณต สิริวัฒนภักดี รับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการการจัดงานฯ ร่วมด้วยวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานฝ่ายรับเสด็จฯ พร้อมด้วยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี Mr.Han Zhiqiang เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ร่วมด้วย พินิจ กาญจนชูศักดิ์ ฐาปน-ปภัชญา สิริวัฒนภักดี อาทินันท์ พีชานนท์ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล หม่อมหลวงตรีนุช สิริวัฒนภักดีและอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญจากภาคเอกชนอย่าง TCC GROUP (กลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น)ที่ประกอบด้วย บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟ เวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทบีเจซี บิ๊กซี (บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “ปีมะเส็งมหามงคลอุดมโชคลาภ”

ตลอดเส้นทางถนนมังกรไชน่าทาวน์เมืองไทยได้มีการประดับตกแต่งด้วยซุ้มโคมไฟสีแดง สร้างสีสันให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวจีน ต่างชาติเป็นอย่างมาก รวมทั้งได้เต็มอิ่ม กับกิจกรรม แสง สี เสียงของความสนุก และความบันเทิงจากศิลปินนักร้องชื่อดังที่จะสลับกันขึ้นโชว์บน 2 เวทีใหญ่ฝั่งประตูเฉลิมพระเกียรติฯ และเวทีช้างสี่แยกราชวงศ์ อาทิ YENTED, ฟักกลิ้งฮีโร่, ไทรอัมส์คิงดอม, เดปท์, เดอะ ริชแมนทอย ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีตระการตากับการแสดงวัฒนธรรมจีนที่ทางรัฐบาลจีนส่งมาร่วมกันเฉลิมฉลองเทศกาล “ตรุษจีนเยาวราช” ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน เอาใจนักท่องเที่ยวอย่างจัดเต็มตั้งแต่เที่ยงวันจนไปจนถึงเที่ยงคืน ตั้งแต่บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ถนนเยาวราช ไปถึงสี่แยกราชวงศ์ ที่เดินทางเข้ามาไม่ขาดสายแน่นถนนเยาวราชที่ผ่านมา และยังได้ร่วมกันจัดพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ เวทีหลัก หน้าโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิอีกด้วย

ในส่วนของบูธ TCC GROUP ได้มีร้านค้าชุมชนต่างๆ มาร่วมจำหน่ายสินค้า อาทิ ขนมฝรั่งกุฎีจีน ชุมชนกุฎีจีน / หมูกระดาษป้าน้อย ชุมชนวัดประยูร / ขนมชูโรสและนมชมพู จากมิเลีย โฮเทลส์อินเตอร์เนชั่นแนล / กุยช่าย ชุมชนสะพานหัน / ขนมจีบเฮียเสก / ซันบัวซาลาเปาสุขภาพ / ไก่ย่างและเค้กกล้วยหอม ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายสินค้าในบูธ TCC GROUP ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิเทียนฟ้า

นอกจากนี้ ยังมี “ไชน่าทาวน์มาร์เก็ตเฉลิมบุรี” ที่นอกจากให้นักท่องเที่ยว ได้มาชิม ช้อป ของดี ของเด็ด จากร้านดังมากมายแล้ว ยังได้รับชม“นิทรรศการฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน” ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทย และจีนที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเปิดบริการตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น.

นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลมงคลสุดยิ่งใหญ่ของปี ที่ให้ทุกคนได้เก็บเกี่ยวความสุขและความประทับใจกับบรรยากาศของเทศกาลตรุษจีนกับปีมะเส็งมหามงคล อุดมโชคลาภ อีกทั้ง ยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่การท่องเที่ยวระดับโลกอีกด้วย

นายกฯ แพทองธาร ชวนซื้อ‘ดอกป๊อปปี้’ที่ระลึกวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์

นายกฯ แพทองธาร ชวนซื้อ‘ดอกป๊อปปี้’ที่ระลึกวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์

นายกฯ แพทองธาร ชวนซื้อ‘ดอกป๊อปปี้’ที่ระลึกวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลเอกเดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เชิญชวนร่วมอุดหนุน “ดอกป๊อปปี้”หรือดอกไม้ที่ระลึกเนื่องในวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ 2568

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เชิญชวนร่วมอุดหนุนดอกไม้ที่ระลึกวันทหารผ่านศึก (ดอกป๊อปปี้) ในกิจกรรม “สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บาน วันทหารผ่านศึก” โดยจะมีการจำหน่ายดอกป๊อปปี้ในราคาดอกละ 20 บาท ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งหน่วยงานทางทหาร หน่วยงานราชการ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ทั่วกรุงเทพฯรวมทั้งสาขาธนาคารทั่วประเทศ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อนำรายได้เป็นทุนในการสงเคราะห์ครอบครัวทหาร ตำรวจ พลเรือนและอาสาสมัครที่อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ พร้อมร่วมรำลึกและเชิดชูเกียรติวีรกรรมความกล้าหาญของทหารผู้เสียสละในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00- 18.00 น.

นอกจากนี้ สามารถร่วมบริจาคผ่านทางบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสนามเป้าชื่อบัญชี – มูลนิธิ สงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก เลขบัญชี 029-2-71777-6 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.092-7502642,02-2453303

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เอาตัวรอดจากภัย PM2.5

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เอาตัวรอดจากภัย PM2.5

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เอาตัวรอดจากภัย PM2.5

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในระยะประมาณ 4-5 ปีมานี้คนกรุงเทพฯ (รวมถึงคนไทยส่วนใหญ่)ต้องเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศหนักขึ้น หลายคนได้ยินเรื่อง PM2.5 บ่อยขึ้น จนกระทั่ง 1-2 ปีที่ผ่านมาก็ได้เกิดความตื่นตัวเรื่องพิษภัยของ PM2.5 มากขึ้น

ขณะนี้ เป็นช่วงต้นปี 2568 ปรากฏว่าหลายพื้นที่ในไทย รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล กำลังเผชิญ PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน นั่นหมายถึงประชาชนกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวระบบทางเดินหายใจและหัวใจ 

ถึงแม้ว่าจะมีข่าวหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องออกมาตรการควบคุม PM2.5 เช่น ห้ามเผาในพื้นที่โล่ง ควบคุมการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะ ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไปดังนั้น ประชาชนจำเป็นต้องป้องกันตนเองจาก PM2.5 ให้ดีที่สุด

PM2.5 คือฝุ่นพิษขนาดจิ๋วมากมี Particulate Matter ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร เป็นอนุภาคขนาดเล็กมากที่ลอยอยู่ในอากาศ และสามารถผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ลึกถึงถุงลมในปอด เพราะมีขนาดเล็กมาก จึงแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นและยาว

เมื่อร่างกายสัมผัส PM2.5 ในระดับสูง อาจเกิดอาการตามระบบต่างๆ เช่น ต่อระบบทางเดินหายใจ อาจเกิดอาการ ไอ จาม เจ็บคอ หายใจลำบาก และมีอาการระคายเคืองตา ส่วนระบบหัวใจและหลอดเลือด จะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงของอาการหัวใจวาย แต่ถ้าเกิดอาการกับผิวหนังและภูมิแพ้ จะทำให้ผิวหนังแห้ง เป็นผื่นคัน และอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้

อาการข้างต้นถือเป็นอาการในระยะสั้น แต่เมื่อพูดถึงผลกระทบระยะยาว ได้แก่ โรคปอดเรื้อรัง และมะเร็งปอด โรคหัวใจ และหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดตีบ และหัวใจขาดเลือดโรคทางสมอง เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน PM2.5 มีผลกระทบมากต่อเด็กอ่อน และเด็กเล็ก รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ ทำให้พัฒนาการล่าช้า และคลอดก่อนกำหนด

ประชาชนป้องกันตนเองและรักษาสุขภาพให้ดีที่สุดในช่วงวิกฤต PM2.5 โดย ลดการก่อมลพิษ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดการเผาขยะในที่โล่งแจ้ง เพิ่มการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยกรองอากาศ และติดตามคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยใช้แอปพลิเคชั่นตรวจสอบค่า PM2.5 และต้องหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกบ้าน ในช่วงที่ PM2.5 สูงหากต้องออกนอกบ้าน ก็ต้องสวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ เมื่ออยู่ในบ้านหรือในที่ทำงานต้องใช้เครื่องฟอกอากาศ โดยเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพกรองฝุ่นขนาดเล็กได้

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก PM2.5 ต้องใช้ยารักษาตามอาการ ดังนี้ ยาแก้แพ้ เช่น ลอราทาดีน เซทิริซีน เฟกโซเฟนาดีนเป็นต้น ซึ่งช่วยบรรเทาอาการแพ้ คัดจมูก น้ำมูกไหล และคันตาสำหรับผู้ที่มีโรคหืด หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง อาจต้องใช้ยาขยายหลอดลมแบบสูดพ่นเพื่อบรรเทาอาการหายใจลำบาก รวมถึงอาจจำเป็นต้องใช้ยาสูดพ่น เพื่อลดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตามการใช้ยาเหล่านี้ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ไม่ซื้อยากลุ่มนี้ไปใช้เอง เพราะอาจเกิดอันตรายได้ หากมีอาการไข้หวัด ไอมีเสมหะ สามารถใช้ยาบรรเทาอาการปวด ลดไข้ พาราเซตามอลได้

สำหรับอาการไอแบบแห้งๆ สามารถใช้ยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน หรือในกรณีที่ไอแบบมีเสมหะ ก็ใช้ยาขับเสมหะ เช่น ยาไกวเฟนิซิน เป็นต้น นอกจากการใช้ยาตามอาการแล้ว การดูแลรักษาตัวเองให้แข็งแรง พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ ผักผลไม้สีต่างๆ ที่ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยลดผลกระทบจาก PM2.5 ช่วยลดการอักเสบ และป้องกันความเสียหายของเซลล์จากมลพิษทางอากาศ ถ้าจะใช้สมุนไพรต่างๆ ที่มีสรรพคุณหลากหลาย ก็ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เนื่องจากมีข้อควรระวังเช่นกัน เพราะสมุนไพรบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงหรือมีปฏิกิริยากับยาที่ใช้อยู่ก่อน

PM2.5 นับเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ การป้องกันตนเองเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการใช้ยาอย่างเหมาะสมเพื่อลดผลกระทบจากฝุ่น หากประชาชนร่วมมือกันลดมลพิษทางอากาศ ก็จะช่วยลดความรุนแรงของปัญหา PM2.5 และทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้น

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘คุณพี่เจ้าขาฯ’ยกก๊วนช่อง 3 ชวนทำดีด้วยการบริจาคโลหิต

'คุณพี่เจ้าขาฯ'ยกก๊วนช่อง 3 ชวนทำดีด้วยการบริจาคโลหิต

‘คุณพี่เจ้าขาฯ’ยกก๊วนช่อง 3 ชวนทำดีด้วยการบริจาคโลหิต

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.06 น.

วันที่ 28 มกราคม 2568 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดงานแถลงข่าว โครงการ 70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ร่วมด้วยภาคีเครือข่าย ตลอดจนผู้บริหารสภากาชาดไทย ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตร และศิลปินนักแสดง เข้าร่วมงาน ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

โอกาสนี้ ทีมนักแสดงไทยทีวีสีช่อง 3 จากละคร คุณพี่เจ้าขา…ดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์  ป๊อบ ธัชทร ทรัพย์อนันต์ – เรนเดียร์  ปฤสยา เจริญเนติศาสตร์ – วุตม์  สุรินทร คารวุตม์ – โบ๊ท  ธารา ทิพา – มุก  สิรินรัตน์ วิทยพูม และวิปครีม ดิศริญากรณ์ ดิศกุล ณ อยุธยา ขอเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตตลอดปี 2568  ซึ่งถือเป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 จากความร่วมมือของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ร่วมกับกองทัพบก และวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร จัดโครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยตั้งเป้าหมายให้มีการบริจาคโลหิตทั่วประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้บริจาคเพียง 1 ครั้งต่อปี เพิ่มความถี่เป็น 2-3 ครั้งต่อปี พิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิตครบ 2 ครั้ง ในปี 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตฯ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง โรงพยาบาลของกองทัพบก และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตฯ ทั่วประเทศ จะได้รับ “พระผงหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต” เป็นที่ระลึก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

014

‘เรย่า-แทมมี่’ ปลื้ม ‘นฤมิตไพรด์’ ทำถึง ‘สมรสเท่าเทียม’ ดังไกลทั่วโลก

'เรย่า-แทมมี่' ปลื้ม 'นฤมิตไพรด์' ทำถึง 'สมรสเท่าเทียม' ดังไกลทั่วโลก

‘เรย่า-แทมมี่’ ปลื้ม ‘นฤมิตไพรด์’ ทำถึง ‘สมรสเท่าเทียม’ ดังไกลทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.02 น.

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับประเทศไทย “เรย่า- รัชยา นิลกรรณ์” เจ้าของธุรกิจ Rayya Tax Agent จากประเทศออสเตรเลีย และ “แทมมี่ – ณัฐฐิมณฐ์ แสนยามาศ” เข้าร่วมฉลองวันประวัติศาสตร์ร่วมจดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQIAN+ วันแรก ในงาน  “วันสมรสเท่าเทียม” (Marriage Equality Day) ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณ “นฤมิตไพรด์” คณะทำงานสมรสเท่าเทียมภาคประชาชน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้มีวันนี้ เผยเตรียมปิดตัว “สมาคมนานาพร” ร่วมกับ “คุณนก-มารียา ประมวล” ต่อสู้สิทธิ LGBTQ คริสเตียน ต่อไป

“เรย่า- รัชยา นิลกรรณ์” เผยว่า “เรย่า และแทมมี่ ดีใจมากในที่สุด พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ของประเทศไทยได้มีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ที่ผ่านมาถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่สำหรับชุมชน LGBTQ+ ซึ่งในงาน “วันสมรสเท่าเทียม” (Marriage Equality Day) ที่จัดขึ้นที่สยามพารากอนที่ผ่านมา เรย่า และแทมมี่ ได้เข้าร่วมวันแห่งประวัติศาสตร์ และได้ร่วมจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้ด้วย เรย่าต้องขอบคุณ คุณวาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง “นฤมิตไพรด์”  และคุณ “ลูกนัท” นงนภัส จรเจริญ และทุกหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ที่จัดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของ LGBTQ ได้ยอดเยี่ยมมาตลอด และคอยสนับสนุนคู่เรามาเสมอ เราเองรู้สึกดีใจประทับใจและขอบคุณ ที่ประเทศไทยมีทั้งนักต่อสู้เพื่อสิทธิและนักกิจกรรมร่วมมือกันจนทำให้วันนี้มาถึงและทำให้คู่ของเรามีโอกาสได้แต่งงานกันอย่างถูกกฎหมาย  เรย่าจะได้พาแทมมี่ไปออสเตรเลียหลังจากนี้ด้วย สิ่งที่เราได้รับหลังจากการจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยสิ่งแรกที่เราดีใจมาก ๆ คือ จดทะเบียนสมรสในประเทศไทย มีผลบังคับใช้ทั่วโลก เป็นเรื่องที่ดี หลังจากนี้ เรย่าก็อยากมีส่วนช่วยผลักดันและร่วมช่วยเหลือในทุกกิจกรรมของ LGBTQ+ เท่าที่ทำได้ และร่วประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติ และคนที่ประเทศออสเตรเลียได้รู้ว่าประเทศไทยก็มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเรียบร้อยแล้ว และอยากเชิญชวนทุกคนมาจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยค่ะ”

“เรย่า- รัชยา นิลกรรณ์” เผยต่อถึงการ ปิดตัว “สมาคมนานาพร” ว่า “ตอนนี้เรย่ามีโครงการสำคัญ กำลังริเริ่ม โดยการจัดตั้ง สมาคมที่ชื่อว่า “สมาคมนานาพร” โดยมี คุณ นกมารียา ประมวล เป็นประธานของสมาคม ส่วนตัวเรย่า ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานของสมาคมนี้ ซึ่งเราเป็นกลุ่มคริสเตียนที่สนับสนุนในกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยการจัดตั้งสมาคมในครั้งนี้ เราเน้นการผลิตสื่อเพื่อความบันเทิงและการให้ความรู้ใน เรื่อง ความสัมพันธ์ ความสุข และเรื่องลับลับทุกเรื่อง ของกลุ่ม LGBTQ+  จะเสริมในเรื่องของการต่อสู้เพื่อสิทธิ กลุ่ม LGBTQ+  คริสเตียน ที่หลายคนมองว่า ยังไม่ได้รับการยอมรับ โดยเราจะเพิ่มเติมในส่วนของความรักที่ไร้เงื่อนไขของพระเจ้า การตีความในพระคัมภีร์ตามความจริง  ที่จะทำงาน เป็นพันธมิตร ร่วมกับ “คุณซัน” สิทธวีร์ ธีรกุลชน ผู้ก่อตั้งกลุ่มลำธารสีรุ้ง ตัวแทนกลุ่มคริสเตียน LGBTQIA+ โดยเราเน้นในเรื่องของการให้ความเข้าใจอัตลักษณ์ของบุคคลและ ยอมรับความหลากหลายทางเพศ ในผู้เชื่อ ด้วยค่ะ สิ่งที่เราจะทำนี้เพื่อคนรุ่นใหม่ ไม่เน้นดูแล้วเครียดแต่เน้น รู้ลึกล้วงลึกและเข้าใจในการมีความสัมพันธ์กับ LGBTQ+ ด้วยกันเหมาะทั้งกับผู้เริ่มเข้าวงการหรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้อยู่แล้วในทุกเพศทุกวัยทุกความเชื่อ รับรองสนุกแน่นอนค่ะ ซึ่งเรย่าอยากให้ติดตามนะคะ”

014

ไม่เคยทิ้งพ่อ! ‘ใหม่ ดาวิกา’ยันส่งเงินให้ทุกเดือน ซื้อบ้าน-รถ วอนจบเรื่องเพราะสงสารแม่

ไม่เคยทิ้งพ่อ! 'ใหม่ ดาวิกา'ยันส่งเงินให้ทุกเดือน ซื้อบ้าน-รถ วอนจบเรื่องเพราะสงสารแม่

ไม่เคยทิ้งพ่อ! ‘ใหม่ ดาวิกา’ยันส่งเงินให้ทุกเดือน ซื้อบ้าน-รถ วอนจบเรื่องเพราะสงสารแม่

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 08.52 น.

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามองไม่น้อยเลย หลังจู่ๆ “เกล้า น้ำพราว” ผู้จัดการดาราสาวชื่อดัง “ใหม่ ดาวิกา” ออกมาโพสต์ร่ายยาวโต้ข่าวลือ ใหม่ ดาวิกา คือดาราสาวที่ไม่เลี้ยงดูพ่อ โดย เกล้าได้เผยถึงว่าพ่อแม่สาวใหม่ แยกทางไปตั้งแต่เธอ 10 ขวบ พร้อมทั้งยังชี้แจงถึงเรื่องที่ลือว่าไม่ส่งเสียเลี่ยงดูพ่อแท้ๆ งานนี้พอมีข่าวออกไป หลายคนก็พากันแสดงความเห็นหลากหลายและให้กำลังใจสาวใหม่ พร้อมรอฟังความจริงจากปากสาวใหม่ด้วย

ล่าสุด ใหม่ ดาวิกา ได้อออกมาโพสต์ชี้แจงแบบละอียดยิบลงใน X (Twitter) ถึงเรื่องราวดังกล่าว บอกว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ทุกคนต้องมารับรู้เรื่องราวที่ไม่ดีในครอบครัว ซึ่งพ่อกับแม่ของ ใหม่ ดาวิกา นั้นได้หย่าร้างกันตั้งแต่ใหม่ 10 ขวบ โดยได้เขียนเล่าไว้ตามนี้ว่า 

“สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นใหม่ต้องขอโทษที่ทุกคนต้องมารับรู้เรื่องราวที่ไม่ดีในครอบครัวของใหม่นะคะ

เรื่องนี้ใหม่คิดไว้ว่าสักวันต้องเกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกนำมากดดันใหม่และคุณแม่มาตลอด

ใหม่ขออนุญาตชี้แจงคร่าวๆนะคะ คุณพ่อคุณแม่ของใหม่หย่าร้างกันตั้งแต่ใหม่ 10 ขวบ หลังจากนั้นคุณพ่อก็ได้ไปแต่งงานใหม่กับคนที่แม่รู้จัก และก็ไม่ได้มีการติดต่อกลับมาอีก ตอนนั้นใหม่กับคุณแม่ลำบากมาก เราสองคนมีเงินติดตัวกันแทบจะแค่หลักร้อยแต่แม่ก็สู้ เลี้ยงใหม่ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด

พอใหม่เริ่มทำงานในวงการและมีรายได้มากขึ้น ใหม่เลยมาคุยกับคุณแม่ว่าอยากติดต่อไปหาคุณพ่อแล้วส่งเงินให้พ่อทุกเดือนดีไหม ซึ่งคุณแม่ก็สนับสนุนค่ะ จึงได้ส่งให้คุณพ่อทุกเดือน เดือนละ 20,000-30,000 บาทมาตลอดเป็นเวลา 10 กว่าปีแล้วค่ะ

– นอกจากเงินเดือนแล้ว ใหม่ยังซื้อรถให้คุณพ่อใช้ 2 คันและซื้อบ้านให้คุณพ่ออยู่ 1 หลัง (ที่ติดต่อขอรถคืนเพราะคุณพ่อชอบไปดื่มเหล้า ใหม่ไม่อยากให้คุณพ่อเมาแล้วขับค่ะเพราะมันอันตราย ส่วนบ้านก็ขายไป เพราะคุณพ่อไม่ได้มาอยู่ค่ะ กลับไปอยู่กับครอบครัวใหม่ของเค้าค่ะ บ้านจึงร้างไม่มีคนคอยอยู่ กลัวจะมีขโมย)

– เกือบทุกครั้งตอนที่คุณพ่อไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ใหม่เป็นคนดูแลค่าตั๋วเครื่องบินไปยุโรปชั้น business class ให้ตลอด (เพราะคุณพ่อตัวใหญ่อยากให้แกนั่งสบายๆค่ะ)

-นอกจากนี้ใหม่ยังแอบคุณแม่โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวคุณพ่อในโอกาสต่างๆ เช่นในวันพิเศษ หรือวันที่ใหม่รู้สึกว่าคิดถึงเค้า เลยโอนให้โดยไม่เคยตั้งคำถามว่าพ่อจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง

(ใหม่เลือกที่จะไม่บอกคุณแม่เพราะคิดว่าคุณแม่คงรู้สึกไม่ดี เลยไม่อยากให้แม่เสียใจ)

ไม่มีใครกีดกันไม่ให้ใหม่เจอคุณพ่อนะคะ แต่ทุกครั้งที่พ่อทักมาหาใหม่ พ่อมักจะคุยแต่เรื่องเงินเป็นหลัก และมันทำให้ใหม่เสียความรู้สึก ใหม่เองก็ไม่อยากจะรู้สึกแบบนี้กับคุณพ่อ ใหม่เลยเลือกที่จะไม่คุยและส่งเงินให้คุณพ่ออย่างเดียว

Advertisement

ส่วนคลิปคุณพ่อที่กำลังป่วย ใหม่ไม่ทราบว่าคุณพ่อรู้ตัวหรือเปล่าว่ามีคนถ่ายคลิปตอนตัวเองป่วยเพื่อนำมาใช้ในโซเชี่ยลแบบนี้ ถ้าคุณพ่อไม่รู้ใหม่ก็เป็นห่วงมาก

ใหม่สงสารคุณพ่อเพราะตอนนี้นอกจากโรคแอลกอฮอลลิซึ่ม พ่อก็สุขภาพไม่ดีเลย อายุก็เยอะมากแล้วด้วย

ถ้าวันนึงที่คุณพ่อจะกลับมา ใหม่ก็พร้อมมากๆที่จะรับพ่อกลับมาดูแลในฐานะที่ใหม่ก็เป็นลูกคนนึงค่ะ แต่ใหม่เองก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะคุณพ่อก็มีครอบครัวของเค้าอยู่แล้ว ใหม่จึงทำได้แค่ส่งเงินไปช่วยดูแลในเวลาที่เค้าต้องการ

ครอบครัวใหม่ตอนนี้ มีแค่แม่ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว กับน้าที่เป็นน้องสาวแม่ ที่คอยดูแลใหม่ แต่ก็เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ เพราะถึงแม้ตอนเด็กๆใหม่จะเติบโตมาโดยไม่มีพ่อ แต่ใหม่ก็ไม่รู้สึกขาดอะไรเลย ในวันที่หนูป่วย ในวันที่หนูร้องไห้ก็มีแม่กับน้าสองคนนี้ที่คอยอยู่เคียงข้าง ให้ความรักและให้กำลังใจใหม่มาตลอด

ส่วนสำนักข่าวที่เอามาเล่นเป็นสำนักแรกใหม่เข้าใจนะคะว่าพี่ต้องการ engagement แต่ถ้าพี่จะสอบถามหนูก่อนที่พี่จะไปลงแขวนว่าเป็น มดวก ทิ้งพ่อจะดีมากเลยค่ะเพราะตอนนี้คนที่รู้สึกเสียใจคือทุกคนรอบตัวหนูโดยเฉพาะคุณแม่ค่ะ

(แต่ก็ดีใจนะคะที่สุดท้ายพี่ก็ทักมา)

ถ้าทุกคนหยุดแชร์เรื่องนี้ได้ ใหม่จะขอบคุณมากๆเลยค่ะ ทุกคนในครอบครัวเจ็บปวดกับเรื่องนี้มากๆ รวมทั้งคุณพ่อด้วย ใหม่สงสารคุณแม่และคุณพ่อ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและขอโทษที่ต้องมาฟังเรื่องวุ่นวายภายในครอบครัวของใหม่นะคะ

#ใหม่ดาวิกา”

‘ยูโร’ ปลื้ม ‘ไฟน้ำค้าง’ ขึ้นอันดับ 1 ละครไทย ชวนลุ้นฉากทวงคืน ‘มุกดา’ จาก ‘เบน’

‘ยูโร’ ปลื้ม ‘ไฟน้ำค้าง’ ขึ้นอันดับ 1 ละครไทย  ชวนลุ้นฉากทวงคืน ‘มุกดา’ จาก ‘เบน’

‘ยูโร’ ปลื้ม ‘ไฟน้ำค้าง’ ขึ้นอันดับ 1 ละครไทย ชวนลุ้นฉากทวงคืน ‘มุกดา’ จาก ‘เบน’

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับละคร “ไฟน้ำค้าง” ทางช่อง 7HD โดยค่าย มีเดีย สตูดิโอนำแสดงโดย ยูโร ยศวรรธน์ และ มุกดา นรินทร์รักษ์ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ละครสร้างกระแสดีต่อเนื่อง นอกจากเรียกเรตติ้งสนั่นจอช่อง 7HD แล้ว ล่าสุดเป็นคอนเทนต์ที่มียอดรับชมสูงสุดอันดับ 3 และเป็นอันดับ 1 ของละครไทยที่มียอดรับชมสูงสุดบน iQIYI (ข้อมูล iQIYI ประจำวันที่ 30 มกราคม 2568)

งานนี้พระเอกหนุ่ม ยูโร เปิดใจปลื้มสุดๆ ก่อนสปอยฉากสำคัญในสัปดาห์หน้า บอกเลยว่า แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด “อย่างแรกเลย ผมขอขอบคุณทุกคนมากนะครับ ที่ติดตามชมละครตอนนี้ละครกำลังเข้มข้นมากๆ เพราะเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว อยากให้ทุกคนรอติดตาม เพราะหลังจากนี้ ทุกปมที่ทุกคนลุ้นอยู่ จะถูกเฉลยแน่นอน ที่สำคัญใครที่ลุ้นเรื่องความรักระหว่าง ภีม (ยูโร ยศวรรธน์) พลับพลา (มุกดา นรินทร์รักษ์) และ วีกิจ (สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ) อยู่ สัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ ผมบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดนะครับ”โดยฉากฟินๆ ที่ยูโรแอบสปอยไว้ เป็นฉากหลังจากที่ พลับพลา (มุกดา) ที่รู้สึกผิดกับ วีกิจ (เบน) จึงตัดสินใจพาพัตเตอร์ (ด.ช.ณกรธรรศ วิมลมงคลพร)และ ตอง (ณัฐภัทร จิรภาวสุทธิ์) ย้ายออกมาอยู่ที่บ้านย่าทิพย์ ภีมมาหาพลับพลา เพื่อขอคุยกันเป็นการส่วนตัว ก่อนจะขอโอกาสเริ่มต้นใหม่กับพลับพลาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน วีกิจที่มาหาพลับพลา เพราะต้องการให้เธอกลับมาเป็นครอบครัวกันเหมือนเดิมเดินเข้ามาเห็นทั้งคู่กำลังใกล้ชิดกันพอดิบพอดีงานนี้ภีมจะทำให้หัวใจของ พลับพลา หวั่นไหว และกลับมาเริ่มต้นใหม่กันได้หรือไม่ ด้านวีกิจ จะยอมให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นหรือเปล่า มาสนุกไปกับ “ไฟน้ำค้าง” ฉากนี้ ใน วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์นี้และปักหมุดรับชมสดทางช่อง 7HD กด 35ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 20.30 น. และรับชมย้อนหลัง เวลา 22.30 น. บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น! ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch٧HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch٧HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

ดำดิ่งสู่ความโดดเดี่ยว กับซิงเกิ้ลใหม่ ‘ประภาคาร’ จาก ‘อพาร์ตเมนต์คุณป้า’

ดำดิ่งสู่ความโดดเดี่ยว กับซิงเกิ้ลใหม่ ‘ประภาคาร’ จาก ‘อพาร์ตเมนต์คุณป้า’

ดำดิ่งสู่ความโดดเดี่ยว กับซิงเกิ้ลใหม่ ‘ประภาคาร’ จาก ‘อพาร์ตเมนต์คุณป้า’

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งนี้ “อพาร์ตเมนต์คุณป้า” ได้ดึงจิตวิญญาณอันลึกล้ำ เพื่อพร้อมปล่อยสู่โสตประสาทของผู้ฟังทุกคนแล้ว กับซิงเกิ้ลใหม่ที่ชื่อว่า “ประภาคาร” โดยสมาชิกวง “อพาร์ตเมนต์คุณป้า”ตุล ไวฑูรเกียรติ (ร้องนำ), ปั๊ม-ปิย์นาท โชติกเสถียร (กีตาร์), บอล-กันต์ รุจิณรงค์ (กีตาร์), ใหม่-ภครัช สันสุริยะ (เบส) และ จ้า-ทรรศน์ฤกษ์ ลิ่มศิลา (กลอง) ได้ปลุกเพลง “ประภาคาร” กลับขึ้นมา ครั้งนี้มันอาจจะไม่ใช่ร่างที่สมบูรณ์แบบเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว เนื่องจากในบางถ้อยคำมันอาจจะตกหล่นไปบ้างตามกาลเวลาแต่ได้มีการต่อเติมบางส่วนที่หายไปให้ตรงกับความหมายของเพลงนี้ที่สุด

การเรียบเรียงดนตรีของเพลงประภาคาร อาจไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปมากกว่าเพลงก่อนๆของวง เพลงนี้ ตุลกับปั๊ม ได้ขึ้นโครงดนตรีคร่าวๆ ด้วยกัน แล้วก็นำโครงเพลงนี้ไปละเลงต่อในห้องซ้อมกับสมาชิกวงคนอื่น บอล จ้า ใหม่จนได้เพลงประภาคารที่มีความยาวเกือบ 8 นาที ตุลอธิบายเสริมว่า เพลงนี้มันยาวเกือบ 8 นาทีเป็นเพราะความรู้สึก และอารมณ์ของสมาชิกในวงขณะนั้นมันยังค้างอยู่ จนไม่อยากจะจบเพลงเลย ดังนั้น สมาชิกวงจึงเล่นกันต่อเพื่อดำเนิน อารมณ์นั้นไปเรื่อยๆ อีกทั้ง วงนี้ยังมีความคิดที่โลดแล่นอยู่เสมอ จนทำให้ก่อนจะเข้าห้องบันทึกเสียงไม่นาน ก็ได้เกิดความคิดที่จะเพิ่มเติมเสียงเครื่องเป่ากับร้องประสานเข้าไป เพื่อหวังให้เพลงนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าความเข้มข้นของดนตรีในเพลงนี้ คนที่ได้ฟังจะได้สัมผัสมันอย่างท่วมท้นแน่นอนว่าประภาคารแห่งนี้มันเต็มไปด้วยความเก็บกดเพียงไหน มันก็คล้ายกับระเบิดที่อัดแน่นเป็นเวลานานที่พร้อมแผ่พลังงานมหาศาลออกมาสู่โสตประสาทของคนฟัง

‘โอริเวอร์’ หายเหนื่อย ‘โอม! พระยาไฟ’ กระแสตอบรับดี พร้อมผลักดันผู้กำกับหญิงแนวแอ๊กชั่น

‘โอริเวอร์’ หายเหนื่อย ‘โอม! พระยาไฟ’ กระแสตอบรับดี พร้อมผลักดันผู้กำกับหญิงแนวแอ๊กชั่น

‘โอริเวอร์’ หายเหนื่อย ‘โอม! พระยาไฟ’ กระแสตอบรับดี พร้อมผลักดันผู้กำกับหญิงแนวแอ๊กชั่น

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทำแฟนละคร ช่อง 7HD ร้องว้าว ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว สำหรับ โอม! พระยาไฟ ละครแอ๊กชั่นเรื่องใหม่ จากค่าย 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ที่นำแสดงโดย บิว-ณัฐพล ไรยวงค์ และ แจมมี่-ปาณิชดา แสงสุวรรณ หลายคนบอกว่าเนื้อเรื่องสนุก แปลกใหม่ เดินเรื่องฉับไว น่าติดตามซีจีก็ว้าวแถมฉากแอ๊กชั่น กับคิวบู๊ก็สะใจ จัดเต็มแบบไม่เสียชื่อค่าย ทำให้ผู้จัด โอริเวอร์ บีเวอร์ เห็นกระแสตอบรับแล้วชื่นใจหายเหนื่อยพร้อมเผยถึงการทำงานของละครเรื่องนี้ว่า

“ขอบคุณแฟนละคร ช่อง 7HD ทุกคนมากๆ ครับที่ติดตามดูละครเรื่องนี้ เห็นกระแสตอบรับตั้งแต่ตอนแรกๆ แล้วก็หายเหนื่อยนะ อย่างที่ผมเคยบอกมาตลอด ผมรับทุกคำติชม ฟังเสียงคนดู และเก็บมาทำการบ้าน ในการทำละครเรื่องต่อๆ ไปเสมอ อยากฝากทุกคนติดตามเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และนักแสดงไปจนถึงตอนจบเลยนะครับ ทุกคนเต็มที่กันมากๆ และที่สำคัญ ถ้าเป็นละครแนวแอ๊กชั่นเต็มเรื่อง เต็มรูปแบบเลย ส่วนใหญ่ผู้กำกับจะเป็นผู้ชาย แต่เรื่อง โอม! พระยาไฟ ละครเรื่องนี้ ผมพูดได้เต็มปากว่าผมมีผู้กำกับเป็นผู้หญิง ที่กำกับแนวแอ๊กชั่นเต็มเรื่อง เต็มรูปแบบคนแรกของประเทศไทย ในสายละครนะครับ ซึ่งก็คือ แนน-จิตาพัชร์อธิชัยธนารุจน์ เป็นเหมือนลูกศิษย์ผม ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้ผม อยู่กับผมมานาน จนตอนนี้มีความพร้อม และถึงเวลาแล้วที่จะต้องเติบโต แต่ผมก็ยังเข้ามาช่วยดูแลด้วย ถ้าถามว่าให้ผู้หญิงมากำกับละครแอ๊กชั่น มันจะเป็นยังไง จะเหมือนที่ผมกำกับ หรือเหมือนผู้กำกับผู้ชายทำหรือเปล่า ต้องบอกว่าเขาได้วิชาจากผมไปเยอะ บวกกับความเป็นผู้หญิงที่มีความลึก มองบางมุมได้ลึกซึ้งกว่าผู้ชาย ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ดีนะ และแน่นอนว่าในพาร์ทอื่นๆ ของละคร เช่น เส้นเรื่องความรักของพระ-นาง ถ้าเราพูดถึงเรื่องความรัก คุณคิดว่าเพศชายกับเพศหญิงใครจะลึกกว่ากัน แค่นี้ก็ตอบคำถามนี้ได้แล้ว ยังไงก็ฝากติดตามดูละคร เป็นกำลังใจให้ทีมงานและนักแสดงด้วยนะครับ รับรองว่าคุณจะได้ทั้งความสนุก และสาระ ข้อคิดดีๆ แน่นอน” ติดตามชมละคร “โอม! พระยาไฟ” ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.45 น. และวันศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube: Ch7HD เว็บไซต์ : http://www.ch7.com