เกษตรฯมุ่งลดฝุ่นPM2.5 ชวนลด-งดเผาตอซัง/ฟางข้าว

เกษตรฯมุ่งลดฝุ่นPM2.5  ชวนลด-งดเผาตอซัง/ฟางข้าว

เกษตรฯมุ่งลดฝุ่นPM2.5 ชวนลด-งดเผาตอซัง/ฟางข้าว

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์เปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) “ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ลดและงดการเผาตอซัง ฟางข้าวและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเพื่อการผลิตข้าวที่ยั่งยืน” ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยงานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างปลอดภัยด้วยการจัดการตอซังและฟางข้าว ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อปลอดการเผา และผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ให้แก่เกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ ศูนย์ข้าวชุมชน smart farmer ชาวนาอาสา ผู้นำองค์กรชาวนา และประชาชนทั่วไป ได้รับรู้ถึงผลกระทบจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร วิธีการกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตลอดจนให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการงดเผาตอซังและผลิตข้าวอย่างปลอดภัย เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ…ลดและงดการเผาตอซัง ฟางข้าว และเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อการผลิตข้าวที่ยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้าใจในการกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดหรืองดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง การใช้เครื่องอัดฟาง การใช้ประโยชน์ตอซังและฟางข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า ตลอดจนการจัดกิจกรรมแสดงและสาธิต เช่น การแสดงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟางข้าว การสาธิตการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังให้เหมาะสมและถูกต้อง

นายอัครากล่าวว่า หลายพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงเผชิญวิกฤตฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับที่ 1 ของเอเชีย และเป็นอันดับที่ 2 ของโลก (การจัดอันดับ World’s Best Awards ของนิตยสารทราเวล แอนด์ เลซเซอร์ ปี 2559) ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องฝุ่นควัน สาเหตุหลักคือ การเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร กรมการข้าว ได้ร่วมสร้างจิตสำนึกในการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมให้เกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการเผา ที่จะสามารถช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ “นาแปลงใหญ่” ที่เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิต และบริหารจัดการผลิตข้าว มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกร เพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์ห่วงโซ่การผลิตข้าวแบบเดิม โดยเชื่อมโยงตั้งแต่จัดการเพาะปลูกข้าวไปจนถึงการตลาด โดยกระบวนการรับรองการผลิตข้าวมีทั้งการรับรองรายเดี่ยวและการรับรองแบบกลุ่ม ช่วยประหยัดงบประมาณและเวลา สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกร

Kickoff ทั่วประเทศ! ‘กรมพัฒนาที่ดิน’หนุนเกษตรกรไถกลบตอซัง หยุดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ลดฝุ่น PM2.5

Kickoff ทั่วประเทศ! 'กรมพัฒนาที่ดิน'หนุนเกษตรกรไถกลบตอซัง หยุดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ลดฝุ่น PM2.5

Kickoff ทั่วประเทศ! ‘กรมพัฒนาที่ดิน’หนุนเกษตรกรไถกลบตอซัง หยุดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ลดฝุ่น PM2.5

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.47 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยได้รับเกียรติจาก นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน โดยมี นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวรายงาน นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ ผู้บริหารกรมพัฒนาที่ดิน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดิน ผู้แทนหน่วยงานราชการ เอกชน หมอดินอาสา เกษตรกร เข้าร่วม 500 คน โดย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วม Kick Off ณ บ้านหนองปาตอง หมู่ 2 ต.หนองยาว อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วม Kick Off ณ บ้านเนินมหาเชษฐ์ ม.3 ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี และภายหลังพิธีเปิดรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำขบวนรถไถ ไถกลบตอซังพืช และหว่านเมล็ดพันธุ์ในแปลงสาธิตส่งเสริมการไถกลบงดเผาฟางและตอซังพืช พร้อมแจกเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดให้กับเกษตรกร ณ บ้านเตาไห หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ในการนี้ มีการถ่ายทอดสดผ่านระบบ Zoom conference Meeting และ Facebook live กรมพัฒนาที่ดิน ไปยังพื้นที่จัดงานอีก 72 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 10,000 คน

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขานรับนโยบายรัฐบาลในการรณรงค์ให้ประชาชนลดและเลิกการเผาวัสดุทางการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 (PM 2.5) จากภาคการเกษตร โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดิน จัดงาน Kickoff “ไถกลบตอซังสร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” และร่วมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ ให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2613 ด้วยการไถกลบตอซังพืชแทนการเผา ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

“การจัดงานในครั้งนี้ จึงเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกัน เพื่อหยุดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม สนับสนุนและผลักดันกิจกรรมของทุกหน่วยงาน ให้เกิดความตระหนักรู้ ถึงปัญหาจากการเผาที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรดิน จึงขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาซึ่งความมั่นคงของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการเผาวัสดุทางการเกษตรและพื้นที่ป่าไม้ ดังนั้น การสร้างความตระหนักให้เกษตรกร ทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟาง และตอซังพืช  นอกจากช่วยให้คุณสมบัติของดินดีไม่ถูกทำลาย เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ยังช่วยลดปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละออง และลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยกรมพัฒนาที่ดิน มีภารกิจในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรดิน และเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมให้เกษตรกรลด ละ เลิก การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ได้กำหนดจัดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ รวม 73 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการเผา หรือ Hot Spot  ด้วยการจัดทำแปลงสาธิตส่งเสริมการไถกลบงดเผาฟางและตอซังพืช บนพื้นที่ 10 ไร่ เพื่อให้ผู้นำชุมชนและเกษตรกรในท้องถิ่น ได้รับรู้ และตระหนักถึงการทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟาง และตอซังพืช

ขณะที่ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมพัฒนาที่ดิน เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการไม่เผาฟางและตอซังพืช ลดปัญหาหมอกควัน มลพิษจากฝุ่นควัน ไม่ทำลายโครงสร้างดินและจุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์ รวมถึงทำให้เห็นประโยชน์ของการไถกลบตอซังแทนการเผาที่สามารถช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน และปรับปรุงโครงสร้างของดินให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น

– 006

วธ.พัฒนาศักยภาพกลุ่มชาติพันธุ์ ยกระดับสินค้าทางวัฒนธรรม ผ่านโครงการ ‘ชาติพันธุ์บ้านฉัน’

วธ.พัฒนาศักยภาพกลุ่มชาติพันธุ์ ยกระดับสินค้าทางวัฒนธรรม ผ่านโครงการ 'ชาติพันธุ์บ้านฉัน'

วธ.พัฒนาศักยภาพกลุ่มชาติพันธุ์ ยกระดับสินค้าทางวัฒนธรรม ผ่านโครงการ ‘ชาติพันธุ์บ้านฉัน’

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.15 น.

กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริม สนับสนุนด้านงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างพลังสร้างสรรค์ในกลุ่มชาติพันธุ์ จึงร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัด “โครงการชาติพันธุ์บ้านฉัน” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการกลุ่มชาติพันธุ์ และยกระดับสินค้าทางวัฒนธรรมให้มีความโดดเด่น มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ  ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่

โครงการฯ ดังกล่าว มีกลุ่มชาติพันธุ์เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น จำนวน 17 กลุ่ม จาก 20 ชุมชนทั่วประเทศ โดยมีกิจกรรมสำคัญในโครงการประกอบด้วย การอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งด้านการต่อยอดทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน การยกระดับสินค้าชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การพัฒนา  แบรนด์ชุมชน  การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการเพิ่มช่องทางการตลาด เพื่อที่ผู้ประกอบการจะสามารถได้นำความรู้และทักษะต่างๆ ไปปรับใช้ได้จริง นอกจากนี้ยังกิจกรรมการศึกษาดูงานชุมชนต้นแบบ ณ ภูษาผ้าลายอย่าง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นชุมชนที่สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมด้านผ้ามาต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ประสบความสำเร็จ จนมีชื่อเสียงในระดับประเทศ (ชมภาพบรรยากาศการอบรม https://www.youtube.com/watch?v=IikgjOqw9tI )

หลังจากผ่านการอบรมฯ กลุ่มชาติพันธุ์ได้นำความความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้มีความร่วมสมัยและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น

โครงการ “ชาติพันธุ์บ้านฉัน” ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาสินค้าเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงเปิดโอกาสให้ชุมชนชาติพันธุ์ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการวัฒนธรรม และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมทั้งยกระดับวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ 

-(016)

ใครเสี่ยง? สัญญาณเตือน PTSD และแนวทางการรักษา

ใครเสี่ยง? สัญญาณเตือน PTSD และแนวทางการรักษา

ใครเสี่ยง? สัญญาณเตือน PTSD และแนวทางการรักษา

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.00 น.

ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD : Posttraumatic Stress Disorder) เป็นโรคที่เกิดจากการประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจจนเกิดความเครียดหรือความกลัวในระยะยาว อาการของ PTSD ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเหตุการณ์ที่ใหญ่หลวงอย่างการรบหรือภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่มีความรุนแรงหรือกระทบกระเทือนจิตใจได้อย่างไม่คาดคิด

โรคเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง Posttraumatic stress disorder (PTSD) เป็นความผิดปกติทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากเผชิญกับเหตุการณ์คุกคามที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจอย่างรุนแรง หรือเผชิญเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บที่อันตรายถึงชีวิต เช่น ภาวะสงคราม อุบัติเหตุร้ายแรง ถูกทารุณกรรมถูกข่มขืน ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นประสบการณ์โดยตรง หรือการพบเห็นเหตุการณ์นั้น จนทำให้ผู้ป่วยอาจเห็นภาพในอดีต ฝันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกวิตกกังวลโดยไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลให้นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ โดยอาการจะค่อนข้างรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ จนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

รู้จัก PTSD และอาการที่ควรระวัง

PTSD คือภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง การทำร้ายทางร่างกาย หรือการสูญเสียคนสำคัญในชีวิต เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้สมองของผู้ป่วยไม่สามารถประมวลผลได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดอาการที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน อาการของ PTSD ประกอบด้วยหลายด้าน เช่น อาการเลวร้ายจากการฝัน หรือการระลึกถึงเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนใจในรูปแบบของฝันร้ายหรือภาพหลอน, อาการระแวดระวังสูง เช่น ความวิตกกังวลตลอดเวลา กลัวสิ่งที่ไม่รู้จัก หรือหลีกเลี่ยงสถานที่หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สะเทือนใจ,การหลีกเลี่ยง เช่น หลีกเลี่ยงการพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่ทำให้เกิดความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น, ความรู้สึกซึมเศร้า เช่นการสูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยทำให้มีความสุข หรือรู้สึกว่าไม่สามารถเชื่อมต่อกับผู้อื่นได้

กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเกิด PTSD

แม้ว่า PTSD จะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ประสบเหตุการณ์สะเทือนใจ แต่บางกลุ่มก็มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งรวมถึง บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัย : ผู้ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตและประสบกับความรุนแรงในหน้าที่, ทหารหรือทหารผ่านศึก : ผู้ที่เคยประสบกับสงครามหรือการต่อสู้ในสนามรบ, ผู้ที่ประสบกับความรุนแรงในครอบครัวหรือการถูกทำร้าย : การถูกทำร้ายทางร่างกายหจิตใจอาจทำให้เกิด PTSD ได้, ผู้ที่สูญเสียคนใกล้ชิด : การสูญเสียบุคคลที่รักในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น อุบัติเหตุหรือการฆาตกรรม, ผู้ที่ประสบกับอุบัติเหตุร้ายแรง : เช่น การเกิดอุบัติเหตุทางถนนหรืออุบัติเหตุทางการทำงาน

แนวทางการรักษา PTSD

การรักษาด้วยยา โดยยาหลักคือกลุ่มยาต้านเศร้า จะให้ยาเท่ากับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า และควรให้ยานานอย่างน้อย 1 ปี

การรักษาด้วยจิตบำบัด เช่น ความคิดพฤติกรรมบำบัด (cognitive behavior therapy) สิ่งสำคัญคือ การให้กำลังใจ ส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้พูดระบายความรู้สึก ความคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เผชิญมาเท่าที่ผู้ป่วยต้องการโดยไม่ต้องลงรายละเอียดของเหตุการณ์ เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงจากการรู้สึกว่าเหตุการณ์เกิดซ้ำ ช่วยแนะนำวิธีปรับตัวฝึกผ่อนคลาย ส่งเสริมให้ญาติมีส่วนช่วยเหลือประคับประคองผู้ป่วย วิธีบำบัดบาดแผลทางใจ (EMDR) ที่ให้ผู้ป่วยนึกถึงเหตุการณ์ไปพร้อมกับมองตามนิ้วมือของผู้รักษาที่เคลื่อนไหวไปมาตามขวาง และการบำบัดความกลัวด้วยการเผชิญหน้ากับความกลัว ให้ผู้ป่วยเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อีกครั้งผ่านการจินตนาการ

อย่างไรก็ตาม PTSD เป็นโรคที่เกิดจากการประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ ซึ่งสามารถส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจในระยะยาว การเข้าใจอาการ การสังเกตและระบุกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที หากคุณหรือคนรอบข้างเริ่มแสดงอาการของ PTSD อย่ารอช้าที่จะขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อค้นหาวิธีการรักษาที่ดีที่สุดและกลับมาสู่ชีวิตที่สมดุลและมีความสุขอีกครั้ง

6 ศิษย์เก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัย รับรางวัลเชิดชูเกียรติ Angela Award 2025

6 ศิษย์เก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัย รับรางวัลเชิดชูเกียรติ Angela Award 2025

6 ศิษย์เก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัย รับรางวัลเชิดชูเกียรติ Angela Award 2025

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เต็มไปด้วยความอบอุ่นและผูกพัน เมื่อ 5 โรงเรียนในเครือศิษย์อุร์สุลินฯ ได้แก่ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย โรงเรียนวาสุเทวี โรงเรียนกุหลาบวัฒนา และโรงเรียนปิยมาตย์จัดกิจกรรมกระชับมิตรศิษย์อุร์สุลินครั้งที่ 12 “ร่วมสัมพันธ์สรรสิ่งเอื้อเพื่ออุร์สุลิน” พร้อมมอบรางวัล Angela Award 2025 (รางวัลเกียรติคุณเซอร์เวียม สำหรับศิษย์อุร์สุลินในประเทศไทย ประจำปี 2568) แด่ศิษย์เก่าที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมตามจิตตารมณ์การอบรมสั่งสอนของคณะอุร์สุลินฯ โดยมี พรพิไล ไรวา ประธานจัดงานกระชับมิตรศิษย์อุร์สุลิน และ พญ.นาฏ ฟองสมุทร ประธานชมรมศิษย์อุร์สุลิน ประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าวขึ้น ณ หอประชุมโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ไปเมื่อเร็วๆ นี้

กิจกรรมกระชับมิตรศิษย์อุร์สุลินฯ จะจัดขึ้นทุกสองปี โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานเพื่อย้ำเตือนถึงเซอร์เวียมในจิตสำนึกนักเรียนทุกคน มุ่งเน้นการสร้างความรักและความผูกพันระหว่างศิษย์อุร์สุลินทั้ง 5 โรงเรียน ตลอดจนสร้างความสำนึกรักและเอาใจใส่ของคณะซิสเตอร์ คณะครูที่มีต่อศิษย์ และความกตัญญูที่ลูกศิษย์มีต่อคุณครู โดยมีการจัดตั้งกองทุนครูเกษียณของ 5 โรงเรียน และส่วนหนึ่งของรายได้มอบให้โรงเรียนปิยมาตย์จังหวัดพะเยา เพื่อสร้างประโยชน์ทางการศึกษาสืบไป ซึ่งภายในงานมีการฉายวิดีทัศน์การแสดงของน้องๆ นักเรียน โรงเรียนปิยมาตย์ จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ชมรมศิษย์อุร์สุลิน ประเทศไทยได้ช่วยสนับสนุน ตั้งแต่แรกก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2547

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีพิธีมอบรางวัล Angela Award 2025 (รางวัลเกียรติคุณเซอร์เวียม สำหรับศิษย์อุร์สุลินในประเทศไทย ประจำปี 2568) ในปีนี้ มีศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอีฯ ได้รับรางวัล จำนวน 6 คน ได้แก่ รศ.ดร.จารุณีหงส์จารุ, สุดถนอม กรรณสูต, อาริญา ปราสาททองโอสถ, เพลินจันทร์ วิญญรัตน์, สินีนารถ เองตระกูล และ ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์

สุดถนอม กรรณสูต ตัวแทนผู้ได้รับรางวัล Angela Award ครั้งที่ 12 กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติ ภาคภูมิใจ และขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งการได้รับการศึกษาและได้เห็นแบบอย่างจากคณะคุณครูและคณะซิสเตอร์ล้วนแล้วแต่เสริมสร้างให้ศิษย์ดำเนินชีวิตและสืบทอด จิตตารมณ์ serviam เสมอมาและที่สำคัญคือได้เข้าใจความหมายของการเป็นคนที่สมบูรณ์ รู้จักแบ่งปันช่วยเหลือทำประโยชน์ ให้สังคมอย่างมีคุณภาพทุกครั้งที่มีโอกาสค่ะ”

ทั้งนี้ เครือศิษย์อุร์สุลินได้เริ่มจัดงานมอบรางวัลเกียรติยศ Angela Award ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 12 โดยมีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติดังกล่าว รวมทั้งสิ้น 215 คนและเป็นศิษย์เก่ามาแตร์เดอีฯ จำนวน 65 คน อาทิ ศ.ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์, รศ.ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์, สุพัฒนา อาทรไผท, พิไลพรรณ สมบัติศิริ, ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร, ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์, ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์, ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช,คุณหญิงจินดา จรุงเจริญเวชช์, อรนุชโอสถานนท์, ปกรณ์ ทวีสิน, ดร.ประภา (เหตระกูล) ศรีนวลนัด, พรพรรณ พรประภา, จินตนา (จิราธิวัฒน์) บุญรัตน์

กรมวิทย์ ร่วมกับ JICA จัดสัมมนาวิชาการมุ่งสู่ ‘ประเทศไทยปลอดวัณโรค’

กรมวิทย์ ร่วมกับ JICA จัดสัมมนาวิชาการมุ่งสู่ ‘ประเทศไทยปลอดวัณโรค’

กรมวิทย์ ร่วมกับ JICA จัดสัมมนาวิชาการมุ่งสู่ ‘ประเทศไทยปลอดวัณโรค’

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) จัดงานสัมมนาวิชาการด้านวัณโรค “Ending TB Seminar – Thailand’s High TB Burden : Challenges and Pathways to Solutions” ณ โรงแรมอมารี ดอนเมืองแอร์พอร์ท กรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ ในการใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับวิธีการค้นหา รักษา ควบคุม และป้องกันวัณโรคของประเทศไทย รวมถึงเสริมสร้างเครือข่ายการวิจัยด้านวัณโรคในประเทศไทย

ในการเปิดงาน นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาวัณโรค ซึ่งยังคงเป็นภาระสำคัญของประเทศไทย แม้ว่าประเทศไทยจะหลุดจากกลุ่มประเทศที่มีภาระวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูง (MDR/RR-TB) ตั้งแต่ปี 2564 แต่ยังคงมี อุบัติการณ์วัณโรคสูงถึง 157 รายต่อประชากรแสนคน หรือประมาณ 113,000 ราย องค์การอนามัยโลก (WHO)และสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้การยุติวัณโรคเป็นเป้าหมายสำคัญในแผนพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ภายใต้ ยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy 2035)

งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศร่วมบรรยาย ได้แก่ นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ที่นำเสนอหัวข้อ “Thailand’s Current Situation and Commitment to Ending TB” และ Dr.Ikushi Onozaki กับ Dr.Takashi Yoshiyama จาก The Research Institute of Tuberculosis (RIT/JATA) ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย รวมถึงการแก้ปัญหาวัณโรคในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ (Asymptomatic TB) และวัณโรคแฝง (LTBI) นอกจากนี้ แพทย์หญิงผลิน กมลวัทน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลก ได้นำเสนอบทบาทของกองทุนโลกในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ยุติวัณโรคของประเทศไทย

ช่วงบ่ายของงานเป็นการเสวนาในหัวข้อ “Why Does Thailand Still Struggle with TB?” โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุที่ประเทศไทยยังมีภาระวัณโรคสูง และแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติการ ปิดท้ายด้วยกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Analyzing Missing Cases : Tools and Strategies” และ “Optimizing Case Finding : Practical Approaches” ซึ่งเน้นการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคเชิงรุกและพัฒนาประสิทธิภาพการคัดกรอง

งานสัมมนานี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการยุติวัณโรคตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การอนามัยโลกและสหประชาชาติ เพื่อมุ่งสู่ “ประเทศไทยปลอดวัณโรค”

นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์

นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์

HELLO! Taste Awards 2025 งานประกาศรางวัลสุดยอดร้านอาหารและบาร์แห่งปี

HELLO! Taste Awards 2025 งานประกาศรางวัลสุดยอดร้านอาหารและบาร์แห่งปี

HELLO! Taste Awards 2025 งานประกาศรางวัลสุดยอดร้านอาหารและบาร์แห่งปี

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย เอาใจคนรักความอร่อย จัดงานประกาศรางวัลแห่งปี HELLO! Taste Awards 2025 มอบรางวัลแก่ 32 ร้านอาหารและบาร์ที่ถูกคัดเลือกมาอย่างเข้มข้นโดยกองบรรณาธิการ HELLO! และเหล่ากรรมการ เซเลบริตี้ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหาร พร้อมเปิดตัวหนังสือ HELLO! Taste Guide 2025 ที่จับมือร่วมกับบัตร Scarlet M Card, Platinum M Card, บัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa และนมตรามะลิ รวบรวมสุดยอดร้านอาหารในหลากหลายหมวดหมู่มากกว่า 270 ร้าน มาไว้ในเล่มเดียว ณ Camellia Ballroom โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ

ในงานคับคั่งไปด้วยบรรดาเชฟ เจ้าของร้านอาหาร และเซเลบริตี้ มาร่วมเป็นสักขีพยานความอร่อย โดยมี เกษสุดา มาระวิชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ต้อนรับ พร้อมกล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ตั้งใจจัดทำ HELLO! Taste Guide ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 เพื่อให้เป็นคัมภีร์ความอร่อยสำหรับเหล่านักชิมทั้งหลายที่ชื่นชอบการสรรหาร้านอาหารใหม่ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย โดยได้รวบรวมสุดยอดร้านอาหารในหลากหลายหมวดหมู่เข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ Fine Dining ไปจนถึง Street Food ทั้งร้านระดับตำนานจนถึงร้านใหม่ล่าสุดที่น่าลิ้มลอง

“มาถึงปีนี้ HELLO! Taste Guide 2025 รวมร้านอาหารให้ทุกคนได้ตามไปชิมมากกว่า 270 ร้าน โดยหวังว่าจะเป็นไกด์ที่นำพาเหล่านักชิมไปพบเจอกับประสบการณ์ด้านรสชาติที่แตกต่างและน่าประทับใจ ไม่ว่าจะมองหาร้านอาหารแนวไหน สำหรับโอกาสอะไร เราเชื่อว่า HELLO! Taste Guide 2025 จะเป็นผู้ช่วยในการแนะนำร้านอาหารที่ดีและเหมาะกับทุกโอกาสให้กับทุกคนได้ และเพื่อต่อยอดจาก HELLO! Taste Guide 2025 นิตยสาร HELLO! ประเทศไทยยังร่วมกับCelebrity Judges ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหาร คัดสรรที่สุดของร้านอาหารและบาร์แห่งปีเพื่อมอบรางวัล HELLO! Taste Awards เพื่อยกย่องและยกระดับวงการอาหารของไทยให้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปด้วย”

รางวัล HELLO! Taste Awards 2025 มอบให้กับร้านอาหารและบาร์จำนวน 32 รางวัลแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ กลุ่มรางวัล Editors’ Choices ที่คัดเลือกโดยกองบรรณาธิการนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ซึ่งปีนี้ มีร้านที่ได้รับรางวัลรวม 18 ร้าน และ กลุ่มรางวัล Celebrities’ Choices ที่ได้รับการโหวตจากเหล่าเซเลบริตี้ผ่านการสำรวจและลงคะแนนให้กับร้านอาหารที่ชื่นชอบในสาขาต่างๆ ซึ่งมีร้านที่ได้รับรางวัลรวม 14 ร้าน เหล่านักชิมและคนรักความอร่อย ห้ามพลาด!! ติดตามสุดยอดร้านอร่อยกว่า 270 ร้านได้ในหนังสือ HELLO! Taste Guide 2025 วางจำหน่ายแล้วในร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

คุณแหน : 3 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 3 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 3 กุมภาพันธ์ 2568

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธาน มอบวุฒิบัตรให้ผู้สำเร็จการฝึกอบรมด้านอาชีพต่างๆ ของศูนย์การเรียนรู้ภูทอง นครสวรรค์ โดยมี สว.วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ร่วมด้วย…

ll โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา นำจิตอาสา 904 และประชาชนจิตอาสา พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง อ.หาดใหญ่ ถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568…

ll วิรัตน์ รักษ์พันธ์, หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล, ผศ.(พิเศษ) ดร.อลงกต วรกี, ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร, ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล, ภาสภณ เหตระกูล ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานสืบสานพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ของคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา…

ll พิสิฐ ทางธนกุล ซีอีโอ PWCประเทศไทย พร้อมด้วย วิไลพร ทวีลาภพันทองและ ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ ต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ที่นำนักศึกษาหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 8 มาเยี่ยมชมศึกษางานพร้อมรับฟังบรรยายด้าน Digital transformation ณ บจ. PWC ประเทศไทย…

ll แนวหน้าขอแสดงความยินดีกับคุณหมอวิทยา นาควัชระ ที่ได้รับรางวัล“นราธิปพงศ์ประพันธ์” ประจำปี 2567 เมื่อ 25 ม.ค.จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จากการเป็นนักเขียนที่มีผลงานดีเด่นต่อเนื่องยาวนาน…

ll สำนักงานสภามหาวิทยาลัยจุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ในโอกาสได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เมื่อ 29 ม.ค.2568 ให้ดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์…

ll ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย เอ็มดีและทีมผู้บริหาร DMT แจกชุดตรวจสารเสพติดต่อเนื่องเป็นปีที่ 26 โครงการ Tollway Healthy Way กว่า 3,500 ชุด เพื่อเป้าหมายความยั่งยืนของสหประชาชาติ เพื่อสร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดีป้องกันการใช้ยาเสพติด สนใจรับชุดตรวจฟรีที่แผนกสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคมโทร.02-7926524 Email : corporatecommunication@tollway.co.th…

ll สวด สมบูรณ์ เมฆหมอก บิดา นิติ เมฆหมอกศาลา 7 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน 2-7 ก.พ. 18.00 น. …พระราชทานเพลิงศพ 8 ก.พ. 16.00 น. เมรุ 2…

ll ทีพีไอชวนเดินเที่ยวงานเกษตรแฟร์ 2568 พบสินค้าเกษตรคุณภาพดีพร้อมโปรโมชั่นปุ๋ยชนิดน้ำซื้อ 1แถม 1 และสินค้าราคาพิเศษมากมาย ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-8 ก.พ. 10.00-20.00 น. ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน (BTS เกษตรศาสตร์) โซน C ช่วง 2เทคโนโลยีก้าวไกล บูธ NO.68-69…ll

คุณแหน

สวารอฟสกี้ เผยโฉมคอลเลคชั่น Ariana Grande x Swarovski Capsule สะท้อนเสน่ห์หรูหรา ย้อนเวลากลับไปสู่ยุค Old Hollywood อีกครั้ง

สวารอฟสกี้ เผยโฉมคอลเลคชั่น Ariana Grande x Swarovski Capsule  สะท้อนเสน่ห์หรูหรา ย้อนเวลากลับไปสู่ยุค Old Hollywood อีกครั้ง

สวารอฟสกี้ เผยโฉมคอลเลคชั่น Ariana Grande x Swarovski Capsule สะท้อนเสน่ห์หรูหรา ย้อนเวลากลับไปสู่ยุค Old Hollywood อีกครั้ง

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สวารอฟสกี้ เผยโฉมคอลเลคชั่นแรกจากความร่วมมือกับ อารีอานา กรานเด (Ariana Grande) Global Brand Ambassadorของสวารอฟสกี้

คอลเลคชั่น Ariana Grande x Swarovski Capsule เป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างสุดยอดไอคอนเพลงป๊อป อารีอานา กรานเดและ จิโอวานน่า อิงเกอเบิร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลกของสวารอฟสกี้ เพื่อถ่ายทอดความสุขในการแสดงออกถึงตัวตน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความรักในเสียงดนตรี สะท้อนออกมาผ่านลวดลายโน้ตเพลง และรูปหัวใจอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และความหลงใหลในทุกๆ ท่วงทำนอง

แคมเปญของคอลเลคชั่นนี้ สวารอฟสกี้ได้รับเกียรติจากช่างภาพแฟชั่นระดับตำนานอย่าง Mert and Marcus มาถ่ายทอดความงดงามของเครื่องประดับ และความเปล่งประกายของป๊อปไอคอนสาว อารีอานา ผ่านโทนขาวดำ เพิ่มมิติและความคลาสสิกให้กับภาพถ่าย สะท้อนเสน่ห์อันหรูหราราวกับย้อนเวลากลับไปสู่ยุค Old Hollywood อีกครั้ง

เครื่องประดับทั้ง 16 ชิ้น ในคอลเลคชั่นนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณอันเปล่งประกายของอารีอานาพร้อมเติมเต็มความหรูหราที่เต็มไปด้วยความสุขของสวารอฟสกี้ โดยตีความสัญลักษณ์ทางดนตรีออกมาเป็นผลงานที่มีความประณีตและโดดเด่น เติมแต่งความงามของคริสตัลใสและมุกคริสตัลให้กลายเป็นจุดเด่นอันเปล่งประกายได้อย่างไร้ที่ติ

คอลเลคชั่น Ariana Grande x Swarovski Capsule ได้รับการรังสรรค์ด้วยฝีมืออันเหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็นกำไลหรือต่างหูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโน้ตเพลง สะท้อนผ่านความไหลลื่นของคริสตัลอันไร้ที่ติในหลากหลายรูปทรง อีกทั้งยังมีมงกุฎแฟนตาซีชวนฝัน และจี้รูปหัวใจอันโดดเด่นคอลเลคชั่น Ariana Grande x Swarovski Capsule จึงเป็นดั่งการผสมผสานระหว่างความงดงามเหนือกาลเวลา ความทันสมัย และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน

จิโอวานน่า อิงเกอเบิร์ท กล่าวว่า “การได้ร่วมงานกับอารีอานานั้นเป็นดั่งความฝัน พลังแห่งความเป็นศิลปินของเธอได้เติมเต็มแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้อย่างลึกซึ้งซึ่งนำไปสู่คอลเลคชั่นที่เฉลิมฉลองความหรูหราผ่านความสง่างามแบบคลาสสิกที่เติมแต่งด้วยสัมผัสแห่งความร่วมสมัย จุดเริ่มต้นของคอลเลคชั่นนี้เกิดจากเสียงดนตรี ซึ่งค่อยๆ พัฒนาไปเป็นธีมของคีย์ไวโอลิน และสัญลักษณ์รูปหัวใจ ประดับด้วยมุกเพื่อเพิ่มความงามเหนือกาลเวลา วิสัยทัศน์ของฉันคือการผสมผสานมรดกแห่งการทำคริสตัลอันประณีตของสวารอฟสกี้เข้ากับพลังความสดใสของอารีอานา เพื่อสร้างสรรค์คอลเลคชั่นที่สามารถสะท้อน และเชื่อมโยงกับผู้คนที่หลงใหลในดนตรี และความสง่างามทั่วโลก คอลเลคชั่นนี้คือเครื่องพิสูจน์แห่งพลังของความร่วมมือทางความคิดสร้างสรรค์ระหว่างสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และความสง่างามเหนือกาลเวลา ซึ่งเป็นหลักการที่ฉันให้ความสำคัญในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์”

ขณะที่ อารีอานา กรานเด กล่าวเสริมว่า “ฉันตื่นเต้นที่จะได้ร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ กับสวารอฟสกี้ต่อไปด้วยการใช้ความรักในเสียงดนตรีของฉัน และการแสดงออกถึงตัวตนมาเป็นแรงบันดาลใจในคอลเลคชั่นเครื่องประดับอันแสนเปล่งประกายนี้ที่ฉันได้ร่วมออกแบบร่วมกับจิโอวานน่า ฉันแทบอดรอไม่ไหวแล้วที่ทุกคนจะได้ค้นพบความเปล่งประกายอันแสนพิเศษของตนเอง และสนุกไปกับเครื่องประดับเหล่านี้เหมือนกับที่ฉันรู้สึก”

คอลเลคชั่น Ariana Grande x Swarovski Capsule วางจำหน่ายทั่วโลก ณ ร้านสวารอฟสกี้ทุกสาขา และบนเว็บไซต์ Swarovski.com

เดอะ แมคคัลแลน จัดดินเนอร์มื้อหรูฉลองประกายหลากเฉดสีของ M Collection

เดอะ แมคคัลแลน จัดดินเนอร์มื้อหรูฉลองประกายหลากเฉดสีของ M Collection

เดอะ แมคคัลแลน จัดดินเนอร์มื้อหรูฉลองประกายหลากเฉดสีของ M Collection

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เชฟ 2 ดาวมิชลิน เชฟโธมัส-เชฟแมทธิอัส ซูห์ริง และธีรกิตติ์ จารุจินดา

The Macallan (เดอะ แมคคัลแลน) จัดงานเปิดตัว The Macallan M Collection ซิงเกิลมอลต์สก๊อตช์วิสกี้รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดในประเทศไทย ด้วยดินเนอร์สุดหรูมื้อพิเศษที่ Sühring ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งสไตล์เยอรมัน Sühring มิชลิน 2 ดาว ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของรสชาติวิสกี้ในคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้

ในค่ำคืนสุดพิเศษนี้ ชววัตก์ สุทธินาค ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เดอะ แมคคัลแลน ประเทศไทย, ปักษ์ฉัตร บุญชูช่วย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด และ ธีรกิตติ์ จารุจินดา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เดอะ แมคคัลแลน ได้พาแขกผู้มีเกียรติสัมผัสกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ The Macallan M Collection ซิงเกิลมอลต์สก๊อตช์วิสกี้ทั้ง 3 รุ่น จับคู่กับอาหารเยอรมันจานเด่น ที่สองเชฟฝาแฝดมิชลิน 2 ดาว เชฟโธมัสและ เชฟแมทธิอัส ซูห์ริง สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดยมีรสชาติของวิสกี้ทั้ง 3 รุ่น ที่นำมาเปิดตัวในประเทศไทย เป็นแรงบันดาลใจ

The Macallan M Collection เดอะ แมคคัลแลน เอ็ม คอลเลคชั่น นำเสนอเฉดสีต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงคุณลักษณะอันโดดเด่นและแรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังของแบรนด์ ผ่านผลิตภัณฑ์สามรุ่นแรกที่เปิดตัว ได้แก่ M (เอ็ม), M Black (เอ็ม แบล็ค) และ M Copper (เอ็ม คอปเปอร์) สร้างสรรค์จากรากฐานสำคัญอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โดยประกอบด้วย สีธรรมชาติ (Natural Colour), ความเชี่ยวชาญ (Mastery), เครื่องกลั่นอันเป็นเอกลักษณ์ (Curiously Small Spirit Stills), มรดกทางวัฒนธรรม (The Estate), ถังไม้โอ๊กชั้นยอด(Exceptional Oak Casks) และการบ่มด้วยเชอร์รี่ไวน์ (Sherry Seasoning)

ความพิเศษของ The Macallan M (เดอะ แมคคัลแลน เอ็ม) คือ ตัวแทนของสีธรรมชาติ (Natural Colour) ที่เกิดจากความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ดีที่สุด 100% รวมถึงถังไม้โอ๊กที่บ่มด้วยไวน์เชอร์รี่ชั้นเลิศ วิสกี้หายากที่เผยความใสบริสุทธิ์ ส่องประกายเจิดจ้าในขวดแก้วคริสตัลจากลาลีค (Lalique) ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยสองมือบ่มในถังไม้ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันในจำนวนจำกัด นำเสนอสีธรรมชาติอันเข้มข้นบรรจุในขวดคริสตัลใสบริสุทธิ์สื่อถึงความซื่อตรง ปราศจากสีปรุงแต่งด้วยสีอำพันล้ำลึกของวิสกี้ เผยรสชาติกลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของการกลั่นในถังไม้โอ๊กเชอร์รี่ พร้อมกลิ่นโน๊ตของช็อกโกแลต ผลไม้แห้งรสเข้มข้น และเครื่องเทศ

ขวดแก้วคริสตัลเหล่านี้เป็นผลงานชิ้นเอกอันงดงามที่สร้างสรรค์ขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ฟาเบียง บารง (Fabien Baron) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ชื่อดัง และ ลาลีค (Lalique) แบรนด์ผู้ผลิตคริสตัลชั้นนำสัญชาติฝรั่งเศส ฟาเบียงบารง ออกแบบขวดแก้วให้มีรูปทรงหกเหลี่ยมในขณะที่ลาลีคได้นำเอาความเชี่ยวชาญกว่า 130 ปีมาใช้เพื่อสร้างความประณีตและความกระจ่างใสของขวดแก้วได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งขวดแก้วจะบรรจุอยู่ในกล่องบรรจุภัณฑ์สุดหรูที่ออกแบบให้สอดคล้องกับ Six Pillars และการเลือกใช้วัสดุที่คำนึงถึงความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในสกอตแลนด์

อีกทั้ง เดอะ แมคคัลแลน ยังได้ร่วมงานกับ นิค ไนท์ (Nick Knight) ช่างภาพแฟชั่นหรูระดับโลกและผู้มีวิสัยทัศน์ด้านศิลปะ เพื่อสร้างสรรค์ชุดภาพถ่ายและภาพยนตร์ในสไตล์นามธรรมและแบบเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ โดยภาพถ่ายของ นิค ไนท์ ที่จับภาพ เอ็ม คอลเลคชั่น ในก้อนน้ำแข็ง นับเป็นการยกย่องความผูกพันอันแน่นแฟ้นของ เดอะ แมคคัลแลน ที่มีต่อธรรมชาติ และแม่น้ำสเปย์ (River Spey) ที่ไหลผ่าน The Macallan Estate

โฌม แฟร์ราส์ (Jaume Ferras) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลกของ เดอะ แมคคัลแลน กล่าวว่า “ค่านิยมหลักหกประการ คือรากฐานที่หล่อหลอมทุกสิ่งและทำให้ เดอะแมคคัลแลน มีความโดดเด่น รวมทั้งเป็นหัวใจสำคัญของคุณภาพอันเลื่องชื่อ ตลอดจนรสชาติอันเข้มข้นในวิสกี้ของ เดอะ แมคคัลแลน เอ็ม คอลเลคชั่นก็บอกเล่าเรื่องราวของเอกลักษณ์เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรามุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง และภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ ฟาเบียง บารง และ ลาลีค ในการรังสรรค์วิสกี้รุ่นพิเศษให้เปี่ยมไปด้วยชีวิต ทั้งยังได้นิค ไนท์ มาร่วมสร้างภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับคอลเลคชั่นนี้”

ขณะที่ Silvio Denz ประธานและซีอีโอของลาลีค กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เดอะ แมคคัลแลน พันธมิตรที่อยู่เคียงข้างเรามานานถึง 18 ปี เพื่อสร้างสรรค์คอลเลคชั่นอันวิจิตรตระการตานี้ และแสดงให้เห็นถึงค่านิยมที่เรามีร่วมกันในด้านความเชี่ยวชาญ งานฝีมือ และมรดกอันทรงคุณค่า ขวดแก้วเหล่านี้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และมีความซับซ้อนอย่างมากในการผลิต เนื่องจากรูปทรงที่ท้าทาย ปรมาจารย์ด้านคริสตัลของลาลีคต้องใช้ทักษะความสามารถที่ซับซ้อนที่สุดของพวกเขาอย่างเต็มที่ เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านความคิดสร้างสรรค์ของฟาเบียง บารง ให้เกิดขึ้นจริง”

สัมผัสความล้ำค่าและผลงานการรังสรรค์ของ The Macallan M Collection ได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าปลีกชั้นนำภายในประเทศ โดยสามารถเยี่ยมชมและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.themacallan.com

ชววัตก์ สุทธินาค, ปักษ์ฉัตร บุญชูช่วย และ ธีรกิตติ์ จารุจินดา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์

ชววัตก์ สุทธินาค, ปักษ์ฉัตร บุญชูช่วย และ ธีรกิตติ์ จารุจินดา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์