‘จา สิงห์ชัย’สุดซึ้ง‘งานพาแลง มาเด้อเอิ้นขวัญผูกแขน จา สิงห์ชัย’

‘จา สิงห์ชัย’สุดซึ้ง‘งานพาแลง มาเด้อเอิ้นขวัญผูกแขน จา สิงห์ชัย’

‘จา สิงห์ชัย’สุดซึ้ง‘งานพาแลง มาเด้อเอิ้นขวัญผูกแขน จา สิงห์ชัย’

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากปล่อยเพลง “มาเด้อขวัญอ้าย” มา 2 เดือน ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงและติดชาร์ตวิทยุหลายคลื่น ยอดชมในยูทูบ ปัง!!ติดเพลงมาแรงในสปป.ลาว ล่าสุดทางครอบครัวของ “จา สิงห์ชัย” โดยมีคุณพ่อ-คุณแม่ และน้าไผ่ พงศธร ได้ฤกษ์งามยามดี ถือโอกาสจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญเอิ้นขวัญให้กับ “จา สิงห์ชัย” เป็นขวัญและกำลังใจให้กับหลานชายในการทำผลงานเพลงให้ดังๆ ปังๆ โดยใช้ชื่อว่า “งานพาแลง มาเด้อเอิ้นขวัญผูกแขน “จา สิงห์ชัย” ซึ่งจัดที่ ร้านจิ้มจุ่มคนบ้านเดียวกัน ในวันศุกร์ที่ผ่านมา งานนี้ น้าไผ่ พงศธร เป็นผู้นำสวดเรียกขวัญให้กับหลานชาย ไม่ว่าจะเป็นพิธีขอขมา และล้างเท้าบิดา-มารดา ซึ่งถือเป็นสิริมงคลให้แก่ครอบครัวของ จา สิงห์ชัย

ไผ่ พงศธร กล่าวว่า ผมคิดอยากจัดพิธีนี้มานานแล้ว เพื่อให้หลานชายได้มีโอกาสขอขมาคุณพ่อ-คุณแม่ ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เราจะได้ยินคำอโหสิกรรมจากปากของท่านทั้งสอง และหลานชาย “จา สิงห์ชัย” ได้มี “ดิจิทัลอัลบั้ม ความฮักของบักดิน” ทั้งหมด 5 เพลง มีเพลงอ้อมกอดที่ปลอดภัย, บ่พร้อมอ้ายก็สิฟัง, มาเด้อขวัญอ้าย ล่าสุดกำลังจะปล่อยเพลงที่ 4 “โสดอีกแล้ว” ถือโอกาสพาครอบครัว ของจา ได้มาสวดมนต์ร่วมกัน ได้ทำพิธีขอขมาและล้างเท้าคุณพ่อ-คุณแม่ได้มีการผูกแขนให้พรหลานชาย เพราะผมเชื่อว่า ความกตัญญู ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เพราะผมเคยประสบเหตุการณ์มาหลายครั้งแล้วครับวันนี้ผมรู้สึกว่าคุ้มค่ากับครอบครัวเรามากครับ ผมรู้สึกดีใจที่เห็นหลานเจริญเติบโต ขอบคุณทุกท่านที่มาเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผมและจา ผมขอฝากหลานชาย “จา สิงห์ชัย” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกท่านด้วยนะครับ

จา สิงห์ชัย กล่าวขอบคุณด้วยความสุดซึ้ง : ขอบคุณน้าไผ่ (ไผ่ พงศธร) ที่ให้โอกาสดีๆ กับผมมาตลอด นอกจากคุณพ่อ-คุณแม่แล้ว ก็มีน้าไผ่นี่แหละครับที่เหมือนพ่อคนหนึ่งของผมจริงๆ ขอบคุณน้าไผ่มากนะครับสุดท้ายนี้ “จา สิงห์ชัย” ขอฝากผลงานเพลงใหม่ “โสดอีกแล้ว” ซึ่งกำลังถ่ายทำ MV อยู่ ใกล้จะคลอดให้แฟนเพลงทุกท่านได้ฟังอีกไม่นานนี้ครับ ฝากแฟนเพลงทุกท่านเป็นกำลังใจ กดไลค์กดแชร์กดติดตาม ผลงานของ “จา สิงห์ชัย” ได้ทางช่อง YouTube GRAMMY GOLD OFF นะครับ ขอบคุณครับ

bamm ปล่อยเพลง ‘เจอยัง?’ เสิร์ฟคำถามเจ็บจี๊ดถึงแฟนเก่า

bamm ปล่อยเพลง ‘เจอยัง?’ เสิร์ฟคำถามเจ็บจี๊ดถึงแฟนเก่า

bamm ปล่อยเพลง ‘เจอยัง?’ เสิร์ฟคำถามเจ็บจี๊ดถึงแฟนเก่า

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปี 2025 สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่าเป็นปีของ bamm วง CO-ED เจ้าของเพลงป๊อปที่ทั้งสดใส ทั้งกวน จนไม่ว่าเนื้อหาจะเศร้าขนาดไหน bamm ก็จะหาวิธีถ่ายทอดออกมาได้สนุกและชวนใจฟูเสมอ และล่าสุดก่อนงานคอนเสิร์ตใหญ่ Mission Impossibamm Concert ที่กระแสตอบรับล้นหลาม พวกเขาก็คัมแบ๊กกับ “เจอยัง?” เพลงที่วงได้นำเรื่องราวขำไม่ออก มาเล่าได้น่ารัก น่าหยิก จัดเต็มสมเป็นเพลง Title Track อัลบั้มเต็มชุด 2 bammBurger

“เจอยัง?” คือผลงานเพลงที่เล่าสถานการณ์ของการเจอแฟนเก่าที่ทิ้งเราไป ซึ่งในความหวังดีและคิดถึงก็ยังมีความรู้สึกที่อยากแซวว่า “แล้วเธอน่ะเจอยัง ไอ้คนที่เธอน่ะบอกว่าดี” เรียกได้ว่าเป็นอีกเพลงที่สะท้อนความเป็น bamm อย่างแท้จริง ทั้งดนตรี และ ท่อนร้อง ไปจนถึงท่อนแร็พที่เอเนอร์จี้ล้นเหลือ รวมไปถึงมิวสิกวีดีโอที่ทั้งสนุก ทั้งสดใส ทั้งกวน ในออลอินวัน นอกจากการถ่ายทอดเพลงที่ท็อปฟอร์มของ bamm แล้ว คนเบื้องหลังเพลงนี้ก็ต้องใช้คำว่า “ชั้นครู” เพราะมีทั้ง เบนซ์-วรเชษฏฐ์ ฐานุพงศ์ชรัช โปรดิวเซอร์คิวฮอตที่หลายค่ายเพลงทั่วไทยต้องการตัว และหัวเรือใหญ่บ้าน LIT Entertainment โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม มาแต่งเนื้อร้องทำนองและโปรดิวซ์เพลงได้โดนใจชาวด้อม bammBOO ของวง bamm แบบเต็มสิบไม่หัก!

เปิดตัว ‘Event Think Tank’ แพลตฟอร์ม Community ออนไลน์แห่งใหม่

เปิดตัว 'Event Think Tank' แพลตฟอร์ม Community ออนไลน์แห่งใหม่

เปิดตัว ‘Event Think Tank’ แพลตฟอร์ม Community ออนไลน์แห่งใหม่

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 08.00 น.

เปิดตัว “Event Think Tank” แพลตฟอร์ม Community ออนไลน์แห่งใหม่ ผลักดันไทยสู่การเป็น Festival Country พร้อมสร้าง Soft Power 

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้เปิดตัว “Event Think Tank” แพลตฟอร์ม Community ออนไลน์ใหม่ล่าสุด ที่มุ่งพัฒนาบุคลากรและสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) สำหรับอุตสาหกรรมเทศกาลไทย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Festival Country ระดับโลก และสร้างเศรษฐกิจเทศกาล (Festival Economy) ที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2570 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ในภาพรวม จะสร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจทุกภาคส่วนได้ประมาณ 10 ล้านล้านบาท ด้วยผู้ที่ผ่านการ Upskill ด้านซอฟต์พาวเวอร์กว่า 20 ล้านคน

“Event Think Tank” เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขยายผลนโยบาย OFOS (One Family One Soft Power)  ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนให้เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมุ่งเสริมสร้างความสามารถของบุคลากรในทุกครัวเรือน ไปสู่การปฏิบัติจริง  ผ่านการ Upskill และ Reskill บุคลากรในอุตสาหกรรมเทศกาลและไมซ์ เพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ที่ทันสมัย รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระดับสากล และวางรากฐานของระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่สมบูรณ์ โดยมีการจัดทำฐานข้อมูลผู้จัดงานเทศกาล ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายมืออาชีพอิสระ (Freelancer) พร้อมทั้งสร้าง Online Community สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อสนับสนุนการพัฒนางานเทศกาลไทยให้สามารถแข่งขันในระดับโลก ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมเทศกาลไทยให้เป็น Soft Power ที่ทรงพลังในระดับโลก สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับประเทศไทยในสายตาของประชาคมโลก 

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานเทศกาลไทย ถือเป็น Soft Power ที่ทรงพลัง เป็นเครื่องมือสำคัญที่ไม่เพียงแค่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเผยแพร่วัฒนธรรม วิถึชีวิต และศิลปะของไทยสู่สายตาชาวโลก นอกจากนี้ เศรษฐกิจเทศกาล หรือ Festival Economy คือ กลไกช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้าง National Branding ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย โดยโครงการ Event Think Tank นี้จะช่วยผลักดัน Soft Power ไทยในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านงานเทศกาล ผ่านการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property : IP)  จากงานเทศกาลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เทศกาลสงกรานต์ และงานดอกไม้เชียงใหม่ ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และเพิ่มความได้เปรียบของไทยในตลาดโลกได้”

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหรรมด้านเฟสติวัล ซอฟต์พาวเวอร์ด้านเทศกาล กล่าวเสริมว่า คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านเฟสติวัล    ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “Thailand as  The World’s BEST Festival Country” สร้างต้นแบบการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ  สมาคมต่างๆ และภาคเอกชนเพื่อสร้าง ECOSYSTEM ในการผลักดันงานเทศกาลของไทยสู่เวทีโลก  สร้างหลักสูตรยกระดับความเป็นมืออาชีพให้บุคคลากรในอุตสาหกรรมผู้จัดงานเทศกาล ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งในใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  

“Soft Power ด้านงานเทศกาลมีศักยภาพมหาศาลในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและสังคม   ครอบคลุมตั้งแต่การดึงดูดนักท่องเที่ยว  การสร้างโอกาสการจ้างงานไปจนถึงการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน 77 จังหวัดทั่วประเทศ Event Think Tank จะเป็นศูนย์กลางในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมเทศกาล โดยมีแนวทางสำคัญ เช่น การพัฒนาฐานข้อมูลผู้จัดงาน  สร้างเครือข่ายมืออาชีพอิสระ (Freelancer) ไปจนถึงการเปิดพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ Online Community นอกจากนี้ยังเน้นการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน เพื่อสนับสนุนเทศกาลไทยให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งหมดนี้จะช่วยส่งเสริมให้เทศกาลไทยมีความโดดเด่นมากขึ้น ชนะใจคนทั่วโลก ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ อาทิ การดึงดูดผู้ประกอบการต่างชาติให้ซื้อลิขสิทธิ์เทศกาลไทยไปจัดที่ประเทศของตน โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุน และร่วมมือกับทีเส็บอย่างเต็มที่ เพื่อให้เทศกาลไทยเป็นที่กล่าวขวัญถึงทั่วโลก”

คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินโครงการ Upskill บุคลากรเพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์เทศกาลที่เชิดชู Soft Power ไทยในสาขาเฟสติวัล เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของงานเทศกาลในฐานะตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจว่า “ประเทศไทยเริ่มต้นเดินหน้าสู่การเป็น Festival Destination มาตั้งแต่ปี 2562 โดยทีเส็บได้ริเริ่มแนวคิด Festival Economy เพื่อสร้างเศรษฐกิจเมืองด้วยงานเทศกาลและอีเวนต์ของไทย เราเชื่อว่าบุคลากรคือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน Soft Power การพัฒนางานเทศกาลให้ได้มาตรฐานระดับโลก การ Upskill และ Reskill   ผ่าน Event Think Tank จะช่วยเสริมทักษะและความรู้ที่ทันสมัยให้กับผู้จัดงานและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม กิจกรรมของโครงการครอบคลุมการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่เจาะลึกการออกแบบงานเทศกาล การสัมมนา (Seminar) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างมืออาชีพ และกิจกรรม Networking เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและเครือข่ายในอุตสาหกรรมเทศกาลทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ทีเส็บตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลและอีเวนต์ รวมถึงเครือข่ายมืออาชีพอิสระ (Freelancer) รวมกว่า 450 ราย ทีเส็บพร้อมเป็นพันธมิตรหลักในการผลักดัน Creative Economy ของประเทศไทย และเรามั่นใจว่า “Event Think Tank” จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน” 

ติดตามข่าวสาร และ กิจกรรม ของ Event Think Tank ได้ที่:  https://www.facebook.com/EventThinkTankhttps://www.facebook.com/EventThinkTank
 

5ปีที่รอคอยบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ นัดประวัติศาสตร์

5ปีที่รอคอยบอลประเพณี  ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ  นัดประวัติศาสตร์

5ปีที่รอคอยบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ นัดประวัติศาสตร์

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

5ปีที่รอคอยบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ นัดประวัติศาสตร์ ฟาดแข้งเสาร์15ก.พ.

5 ปีที่รอคอย! ความยิ่งใหญ่ที่หวนคืนกลับ ฟุตบอลประเพณี นัดประวัติศาสตร์ “ธรรมศาสตร์-จุฬาลงกรณ์” กลับมาร่วมสร้างความทรงจำครั้งใหม่ สมาคมธรรมศาสตร์ฯรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ณ สนามศุภชลาศัย “สมชาย พูลสวัสดิ์” ผจก.ธรรมศาสตร์ ประกาศทวงแชมป์คืน จุฬาฯลั่นของคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 งานแถลงข่าวการจัดแข่งขันฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ที่ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ งานนี้ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของฟุตบอลประเพณีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หลังจากไม่ได้จัดมากว่า 5 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด19

ปีนี้ทางสมาคมธรรมศาสตร์ฯ จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ สลับกับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เป็นเจ้าภาพในครั้งที่ผ่านมา โดยจะแข่งวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ

การกลับมาในครั้งนี้ จึงถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Dawn of Memory” ซึ่งเป็นแนวคิดหลัก ของการจัดงานในครั้งนี้

โดยทั้งสองมหาวิทยาลัย ได้หยิบยกแนวคิดนี้มาตีความในมุมมองที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตีความออกมาได้ว่า “ความทรงจำในวันใหม่” และ ฝั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในแนวคิด “The Time of Tapestry อดีต อนาคต ของปัจจุบัน”

สำหรับทีมฟุตบอลธรรมศาสตร์จะนำทัพโดย นาย สมชาย พูลสวัสดิ์ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม โดยมี “โค้ชวัง”ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ขณะที่ทางฝั่งจุฬาฯ นำโดย “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย และ สมปอง สอเหลบ 2 อดีตกองหน้าที่ชาติไทย และมี “เสี่ยเซฟ”สุทธิพันธ์ วรรณวินเวศร์ รับหน้าที่ผู้จัดการทีม ส่วนผู้ฝึกสอนได้แก่ ทรงยศ กลิ่นศรีสุข

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลธรรมศาสตร์ เผยว่าสถิติที่ผ่านมาธรรมศาสตร์ คว้าแชมป์ฟุตบอลประเพณีได้มากกว่าถึง 24 ครั้ง และครั้งนี้จะทวงตำแหน่งแชมป์กลับคืนมาหลังพลาดให้จุฬาฯในครั้งที่แล้ว

ด้าน นายสุทธิพันธ์ วรรณวินเวศน์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลฝั่งจุฬาฯก็มั่นใจว่า ด้วยนักฟุตบอลที่มีจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ได้อีก ที่ผ่านมาจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย เป็นแชมป์มาแล้ว 2 สมัยติด และหวังว่าจะสามารถทำแฮททริกแชมป์ 3 ครั้งติดได้

สำหรับสถิติที่ผ่านมา ธรรมศาสตร์ ชนะ 24 ครั้ง จุฬาฯ ชนะ 18 ครั้ง เสมอ 32 ครั้ง

ส่วนไฮไลต์สำคัญของงานยังคงเป็นกิจกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนเฝ้ารอ ไม่ว่าจะเป็นการแปรอักษร ซึ่งบอกเล่าถึงเรื่องราวของสังคมผ่านพลังมวลชนบนสแตนด์เชียร์ของทั้งสองฝั่ง ขบวนพาเหรดอันยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย ขบวนพระเกี้ยวแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขบวนธรรมจักรแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขบวนเฉลิมพระเกียรติ ขบวนล้อการเมือง และขบวนสะท้อนสังคม

พร้อมด้วยกิจกรรมที่จะมาสร้างสีสันตลอดทั้งงานอย่าง ดรัมเมเยอร์ ผู้อัญเชิญพานนำขบวนธรรมจักร ผู้แทนถือป้ายนามมหาวิทยาลัย จุฬาฯ คทากร เชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้นำเชียร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหน้าที่นำเสียงเชียร์จากผู้ชมบนสแตนด์ทั้งสองฝั่งส่งไปถึงนักกีฬา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความทรงจำครั้งใหม่ไปพร้อมกัน ในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ขอเชิญชวนทุกท่ามมาร่วมส่งเสียงเชียร์ และกำลังใจให้แก่ทีมธรรมศาสตร์และจุฬาฯ ในการแข่งขันนัดล้างตาแห่งประวัติศาสตร์ ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ ประตู 5 (ฝั่งธรรมศาสตร์) และประตู 18 (ฝั่งจุฬาฯ)

‘นายกฯ’ร่วมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

'นายกฯ'ร่วมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติ'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

‘นายกฯ’ร่วมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.37 น.

“นายกฯ”ร่วมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติ”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชจักรีวงศ์ พุทธศักราช 2568

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 31 มกราคม 2568 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรส เป็นประธานในกิจกรรมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชจักรีวงศ์ พุทธศักราช 2568 โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ประธานองค์กรอิสระ หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

เมื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคู่สมรส เดินทางมาถึงอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ นายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมกิจกรรม ถวายความเคารพ และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ต่อมานายกรัฐมนตรีถวายความเคารพ ถวายธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกล่าวถวายพระพรชัยมงคล เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

จากนั้น นายกรัฐมนตรี และผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดินทางไปยังพื้นที่ที่กำหนด เพื่อปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ที่ใช้ปลูกในกิจกรรมเป็นต้นไม้มงคลหายาก และควรค่าแก่การอนุรักษ์ อาทิ กัลปพฤกษ์ แคฝรั่ง ชัยพฤกษ์ ตะเคียนทอง พุดชมพู บัวสวรรค์ และมะค่าโมง เป็นต้น โดยนายกรัฐมนตรีและคู่สมรสปลูกต้นขนุนไพศาลทักษิณ และเดินทางกลับ

กิจกรรมปลูกต้นไม้ครั้งนี้ เป็นหนึ่งใน 7 กิจกรรม เฉลิมพระเกียรติฯ ในนามรัฐบาล ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 26,469 วัน ในวันที่ 14 มกราคม 2568 ถือเป็นวันสมมงคล (สะ-มะ-มง-คน) เท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ตลอดจนเป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยบรรเทามลพิษ เพื่อประโยชน์สุขและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน

– 006