เทสลาเรียกคืน “ไซเบอร์ทรัก” เกือบทั้งสหรัฐฯ กว่า 46,000 คัน หลังปัญหารางกันชนหลุด

เทสลาเรียกคืน "ไซเบอร์ทรัก" เกือบทั้งสหรัฐฯ กว่า 46,000 คัน หลังปัญหารางกันชนหลุด

21 มี.ค. 2568 12:40 น.

เทสลาเรียกคืน “ไซเบอร์ทรัก” เกือบทั้งสหรัฐฯ กว่า 46,000 คัน หลังปัญหารางกันชนหลุด

เทสลาเรียกคืนรถ “ไซเบอร์ทรัก” เกือบทั้งสหรัฐฯ มากกว่า 46,000 คัน หลังพบโครงด้านนอกมีปัญหา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายบนท้องถนน

บริษัทเทสลา ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ ว่า บริษัทจะเรียกคืนรถไซเบอร์ทรัก เกือบทั้งหมดในสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหารางกันชนที่อาจหลุดออกขณะขับรถ โดยถือเป็นการเรียกคืนครั้งล่าสุดสำหรับรถกระบะรุ่นนี้

การเรียกคืนครอบคลุมรถมากกว่า 46,000 คัน ที่ผลิตระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2023 ถึง 27 กุมภาพันธ์ของปีนี้ เทสลาระบุในการยื่นเรื่องต่อสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ และถือเป็นการเรียกคืนรถครั้งที่ 8 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2024

แม้ว่าเทสลาจะไม่ได้แจ้งยอดการส่งมอบไซเบอร์ทรัก แต่รถที่ถูกเรียกคืนนั้นถือเป็นรถไซเบอร์ทรักส่วนใหญ่ที่วิ่งบนท้องถนน โดยอ้างอิงจากการประมาณการของนักวิเคราะห์

การเรียกคืนครั้งนี้อาจกลายเป็นอุปสรรคสำหรับเทสลา ซึ่งมูลค่าหุ้นของบริษัทลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในปีนี้ เนื่องจากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้ารายนี้ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และการตอบโต้ต่อบทบาททางการเมืองของนายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา ในการดูแลการลดการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางในทำเนียบขาวของนายโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ เทสลาเรียกคืนรถยนต์เนื่องจากมีความเสี่ยงที่รางกันชน ซึ่งเป็นแผงตกแต่งภายนอกที่เป็นสแตนเลสจะหลุดออกจากตัวรถ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายบนท้องถนนและเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ แผงที่หลุดออกอาจทำให้เกิดเสียงดังภายในรถ หรือผู้คนอาจเห็นแผงหลุดออกหรือหลุดออกจากตัวรถ เทสลาระบุว่าทราบถึงการเรียกร้องการรับประกัน 151 รายการที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการเรียกคืน แต่ไม่มีกรณีชนหรือได้รับบาดเจ็บ โดยปัญหาดังกล่าวได้รับการคุ้มครองภายใต้การรับประกันสำหรับเจ้าของใหม่ และบริษัทจะเปลี่ยนชิ้นส่วนดังกล่าวให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ความต้องการรถกระบะไฟฟ้ารุ่นนี้ลดลงในช่วงปลายปีที่แล้ว หลังจากมีการเลื่อนออกไปหลายครั้ง ยอดขายของรถยนต์รุ่นนี้เป็นเพียงสัดส่วนเล็กน้อยของยอดขายรวมของเทสลา ซึ่งในปี 2024 อยู่ที่ 1.79 ล้านคัน เทสลาไม่ได้เปิดเผยยอดขายของไซเบอร์ทรัก แต่บริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ Cox Automotive ประมาณการว่าปีที่แล้วมียอดขายประมาณ 39,000 คันในสหรัฐฯ

การเรียกคืนไซเบอร์ทรักก่อนหน้านี้เกี่ยวข้องกับใบปัดน้ำฝนที่ไม่ทำงาน แป้นคันเร่งติดขัด การสูญเสียกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อ และปัญหาอื่นๆ.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สนามบินฮีทโธรว์ปิดบริการทั้งวัน หลังไฟไหม้สถานีจ่ายไฟย่อย

สนามบินฮีทโธรว์ปิดบริการทั้งวัน หลังไฟไหม้สถานีจ่ายไฟย่อย

21 มี.ค. 2568 11:56 น.

สนามบินฮีทโธรว์ปิดบริการทั้งวัน หลังไฟไหม้สถานีจ่ายไฟย่อย

สนามบินฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ปิดให้บริการตลอดทั้งวันศุกร์ เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สถานีไฟฟ้าย่อยที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจ่ายไฟให้แก่สนามบิน

สนามบินฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ปิดให้บริการตลอดทั้งวันศุกร์ เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สถานีไฟฟ้าย่อยที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจ่ายไฟให้แก่สนามบิน แถลงการณ์ของสนามบินฮีทโธรว์ระบุว่า สนามบินกำลังประสบกับ “ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง” เนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว 

โดยสนามบินฮีทโธรว์จะปิดให้บริการจนถึงเวลา 23:59 น. ของวันที่ 21 มีนาคม เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและพนักงาน สนามบินฮีทโธรว์แจ้งเพิ่มเติมว่า “ขอแนะนำให้ผู้โดยสารไม่เดินทางไปที่สนามบิน และควรติดต่อสายการบินเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม เราขออภัยในความไม่สะดวก”

โฆษกของสนามบินฮีทโธรว์กล่าวว่า “ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งจัดการกับเหตุการณ์นี้ แต่เราไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถจ่ายไฟได้เมื่อใด” พร้อมเสริมว่าเจ้าหน้าที่กำลัง “ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์” และกล่าวว่า ผู้โดยสารไม่ควรเดินทางไปที่สนามบิน “ภายใต้สถานการณ์ใดๆ” จนกว่าสนามบินจะเปิดให้บริการอีกครั้ง

สนามบินฮีทโธรว์เป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยรองรับเที่ยวบินขึ้นและลงประมาณ 1,300 เที่ยวบินต่อวัน เมื่อปีที่แล้ว มีผู้โดยสารผ่านอาคารผู้โดยสารมากถึง 83.9 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด

ไฟไหม้ที่สถานีไฟฟ้าย่อยในเมืองเฮย์ส ทางตะวันตกของลอนดอน ทำให้บ้านเรือนหลายพันหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ และประชาชนราว 150 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่โดยรอบ หน่วยดับเพลิงลอนดอน (LFB) รายงานว่า รถดับเพลิง 10 คันและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงราว 70 นายถูกส่งไปดับไฟดังกล่าว มีการสร้างแนวป้องกัน 200 เมตร และแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ปิดประตูและหน้าต่างไว้ เนื่องจากเกิดควันจำนวนมาก

บริษัท Scottish and Southern Electricity Networks ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายไฟฟ้า กล่าวทาง X ว่าบ้านเรือนมากกว่า 16,300 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้เนื่องจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่

สำนักงานดับเพลิงลอนดอนระบุว่า ได้รับสายแจ้งเหตุไฟไหม้เกือบ 200 สาย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงดึกของวันพฤหัสบดี (20 มี.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉุกเฉินได้รับแจ้งเหตุในเวลา 23:23 น. โดยสาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้

แพต กูลบอร์น ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานดับเพลิงลอนดอนกล่าวว่า “เหตุการณ์นี้มีความชัดเจนและร้ายแรงมาก และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเรากำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยภายใต้สภาวะที่ท้าทายเพื่อควบคุมเพลิงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” และกล่าวเสริมว่า “เหตุการณ์นี้จะมีความยืดเยื้อ โดยเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ในที่เกิดเหตุตลอดทั้งคืน” “ในช่วงเช้า คาดว่าจะเกิดความวุ่นวายมากขึ้น และเราขอแนะนำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวหากเป็นไปได้”.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

อินโดฯ ประท้วงเดือด รัฐบาลผ่านร่างแก้ไขกฎหมาย เพิ่มบทบาททหารในรัฐบาล

อินโดฯ ประท้วงเดือด รัฐบาลผ่านร่างแก้ไขกฎหมาย เพิ่มบทบาททหารในรัฐบาล

21 มี.ค. 2568 11:23 น.

อินโดฯ ประท้วงเดือด รัฐบาลผ่านร่างแก้ไขกฎหมาย เพิ่มบทบาททหารในรัฐบาล

ชาวอินโดนีเซียออกมาชุมนุมประท้วง กรณีที่รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบในการผ่านร่างแก้ไขกฎหมายทหารฉบับใหม่ ที่เปิดทางให้นายทหารสามารถดำรงตำแหน่งในหน่วยงานพลเรือนได้

ชาวอินโดนีเซียออกมาชุมนุมประท้วง กรณีที่รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบในการผ่านร่างแก้ไขกฎหมายทหารฉบับใหม่ ที่เปิดทางให้นายทหารสามารถดำรงตำแหน่งในหน่วยงานพลเรือนได้ นักวิจารณ์เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ประเทศอินโดนีเซียกลับไปสู่ยุคมืดของเผด็จการทหารของซูฮาร์โต ซึ่งกินเวลานานถึง 32 ปี จนกระทั่งเขาถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งในปี 2541

โดยผู้ประท้วงบางส่วนได้ปะทะกับตำรวจอย่างรุนแรง มีการจุดไฟเผากระดาษแข็งและพังรั้วรัฐสภาในกรุงจาการ์ตา แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ก็ตาม

การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษ และลูกเขยของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต ที่ให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลได้โดยไม่ต้องเกษียณหรือลาออกจากกองทัพก่อน

นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลายร้อยคนได้ตั้งค่ายประท้วงนอกรัฐสภาในกรุงจาการ์ตาตั้งแต่เย็นวันพุธ เพื่อประท้วงการผ่านร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว นายวิลสัน นักรณรงค์จากสมาคมครอบครัวผู้สูญหายแห่งอินโดนีเซีย (KontraS) กลุ่มที่สนับสนุนนักรณรงค์ที่หายตัวไประหว่างการปราบปรามในปี 1997 และ 1998 กล่าวว่า “แก่นแท้ของประชาธิปไตยคือกองทัพไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง กองทัพควรจัดการเฉพาะค่ายทหารและการป้องกันประเทศเท่านั้น”

การแก้ไขดังกล่าวทำให้ทหารที่ยังประจำการอยู่ในตำแหน่งในสถาบันพลเรือนได้ 14 แห่ง เพิ่มขึ้นจาก 10 แห่ง และยังเพิ่มอายุเกษียณอีกหลายปีสำหรับยศเกือบทุกยศ นายพลระดับสูงสุดสี่ดาวสามารถรับราชการได้ถึง 63 ปี จากเดิม 60 ปี

ในช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (20 มี.ค.) ฝูงชนที่ออกมาประท้วงหน้ารัฐสภามีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นเกือบพันคน พร้อมถือป้ายที่มีข้อความว่า “ส่งทหารกลับค่ายทหาร!” “ต่อต้านลัทธิทหารและการปกครองโดยกลุ่มคนหัวรุนแรง”

ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพยายามจำกัดการมีส่วนร่วมของทหารในทางการเมืองและการปกครอง แต่องค์กรเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนในพื้นที่อย่าง Imparsial พบว่าเจ้าหน้าที่ทหารเกือบ 2,600 คน ที่ตำแหน่งของพลเรือนก่อนที่จะมีการแก้ไขกฎหมาย

“หน้าที่สองอย่าง” ของกองทัพ ได้แก่การควบคุมความปลอดภัยและการบริหาร ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบการปกครองของซูฮาร์โต และสำหรับชาวอินโดนีเซียบางคน ปราโบโวเป็นตัวอย่างของยุคเผด็จการ เขาเป็นผู้นำหน่วยรบพิเศษที่ถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวนักเคลื่อนไหวในปี 1997 และ 1998 หลายคนเกรงว่าการที่เขากลับมามีอำนาจทางการเมืองและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จะทำลายประชาธิปไตยที่ได้มาอย่างยากลำบากของอินโดนีเซีย

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ปราโบโวได้ขยายการมีส่วนร่วมของกองทัพในพื้นที่สาธารณะแล้ว ตัวอย่างเช่น โครงการอาหารฟรีมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สำหรับเด็กและสตรีมีครรภ์ ซึ่งเป็นโครงการเรือธงของเขาได้รับการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์จากกองทัพ

เมื่อวันพฤหัสบดี นายซาฟรี ซามโซดิน รัฐมนตรีกลาโหม ปกป้องการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว โดยกล่าวต่อรัฐสภาว่า “การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีทางการทหารระดับโลก” จำเป็นต้องให้กองทัพปรับเปลี่ยนเพื่อจัดการกับ “ความขัดแย้งแบบธรรมดาและแบบไม่ธรรมดา” “เราจะไม่ทำให้ชาวอินโดนีเซียผิดหวังในการรักษาอำนาจอธิปไตยของเรา”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มโต้แย้งว่าการเพิ่มการควบคุมทางทหารในกิจการสาธารณะนอกเหนือจากการป้องกันประเทศจะบั่นทอนความเป็นกลาง

วีร์ดิกา ริซกี้ อุตามา นักวิจัยจาก PARA Syndicate ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยในจาการ์ตากล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ประจำการในสำนักงานอัยการสูงสุดจะรักษาความเป็นกลางได้อย่างไรเมื่อพวกเขายังอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของทหาร” “หากกองทัพมีอิทธิพลเหนือระบบยุติธรรม ใครจะเป็นผู้เอาผิดพวกเขา”

อันเดรียส ฮาร์โซโน นักวิจัยอาวุโสของฮิวแมนไรท์วอทช์ในอินโดนีเซียกล่าวว่า “ประธานาธิบดีปราโบโวดูเหมือนจะตั้งใจที่จะฟื้นฟูบทบาทของกองทัพอินโดนีเซียในกิจการพลเรือน ซึ่งเคยมีลักษณะการละเมิดและการละเว้นโทษอย่างแพร่หลายมานาน” “การรีบเร่งของรัฐบาลในการนำการแก้ไขเหล่านี้มาใช้เป็นการตัดทอนความมุ่งมั่นที่รัฐบาลแสดงออกต่อสิทธิมนุษยชนและความรับผิดชอบ”

KontraS ยังตั้งข้อสังเกตว่า “การรีบเร่งแก้ไขกฎหมายของรัฐบาลนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการไม่ดำเนินการใดๆ เป็นเวลานานของรัฐบาลต่อพันธกรณีสิทธิมนุษยชนที่สำคัญอื่นๆ”.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

อิตาลีผวา ฝูงริ้นนับล้านบุกแคว้นทัสคานี กระทบธุรกิจท่องเที่ยว

อิตาลีผวา ฝูงริ้นนับล้านบุกแคว้นทัสคานี กระทบธุรกิจท่องเที่ยว

21 มี.ค. 2568 09:58 น.

อิตาลีผวา ฝูงริ้นนับล้านบุกแคว้นทัสคานี กระทบธุรกิจท่องเที่ยว

ฝูงแมลงริ้นนับล้านตัวพากันออกมาจากทะเลสาบโอเบอร์เตลโลในแคว้นทัสคานี ส่งผลกระทบต่อการเดินทางสัญจร และกระทบต่อธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยว เนื่องจากโอเบอร์เตลโลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และฤดูกาลท่องเที่ยวกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

โดยฝูงแมลงริ้นเหล่านี้มาเร็วกว่าปกติถึง 20 วัน มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สะดวกในการออกไปข้างนอก โดยเฉพาะช่วงรุ่งเช้าและพลบค่ำ โดยมันจะบินมาเกาะกระจกหน้ารถจนมิด ขณะที่กำแพงอาคารกลายเป็นสีดำ

นายกเทศมนตรีของเมืองได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า ทางการจะจัดสรรงบประมาณแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนจำนวน 300,000 ยูโร หรือ กว่า 11 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการกำจัดแมลงริ้นเหล่านี้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามาตรการฉุกเฉินดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นอย่างไร

อิตาลีผวา ฝูงริ้นนับล้านบุกแคว้นทัสคานี กระทบธุรกิจท่องเที่ยว

ด้านประธานสหกรณ์ชาวประมงของโอเบอร์เตลโลให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า การแพร่ระบาดของแมลงริ้นอาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปลาตายจำนวนมากเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตามปกติปลาจะกินตัวอ่อนของแมลงชนิดนี้ ทำให้ช่วยลดปริมาณลงได้มาก โดยสาเหตุที่ปลาตาย อาจะเป็นเพราะปริมาณออกซิเจนในทะเลสาบลดลง เนื่องจากคลองที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างทะเลสาบกับทะเลไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม โดยทางสหกรณ์ได้รณรงค์ให้มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อปรับปรุงระบบนิเวศของทะเลสาบลากูนอย่างเร่งด่วนแล้ว

ทั้งนี้ ตัวริ้นเป็นแมลงขนาดเล็กมาก ใกล้เคียงกับแมลงหวี่ มีปากเจาะแบบดูดเหมือนยุง ลำตัวสีดำหรือเทาแก่ พบได้ทั่วไปตามชายฝั่งทะเล ชายหาด และป่าชายเลน หลังโดนกัดบางคนอาจมีอาการแพ้ได้มาก เป็นตุ่มแดงคันเหมือนยุงกัด หรือมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำพองใสได้.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิตาลี

กระแสแรงเกินต้าน รอบเปิดตัวหนุ่มหล่อบนเวทีประกวด Mister Majestic 2025 กัมพูชา

กระแสแรงเกินต้าน รอบเปิดตัวหนุ่มหล่อบนเวทีประกวด Mister Majestic 2025 กัมพูชา

21 มี.ค. 2568 09:19 น.

กระแสแรงเกินต้าน รอบเปิดตัวหนุ่มหล่อบนเวทีประกวด Mister Majestic 2025 กัมพูชา

ส่องเวทีประกวดนายแบบ Mister Majestic 2025 กัมพูชา กลายเป็นไวรัลข้ามประเทศ สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังจากมีการเผยโฉมผู้เข้าประกวด 17 คน สุดท้าย พร้อมภาพถ่ายในธีม “ชีวิตที่เต็มไปด้วยแสงสี” ทำเอาแฟนนางงามและสายประกวดให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เพจ Miss and Mister Majestic Cambodia เปิดเผยความคืบหน้าการจัดประกวดนายแบบ Mister Majestic 2025 กัมพูชา โดยมีภาพเปิดตัวผู้เข้าประกวดทั้ง 17 คนที่เข้ารอบสุดท้าย ผ่านทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม พร้อมหมายเลขและชื่อของแต่ละคน ภายใต้คอนเซปต์ที่เน้นการสะท้อนถึงสีสันของชีวิตและความเป็นเอกลักษณ์ของผู้เข้าประกวด

หลังจากเผยแพร่ภาพถ่ายชุดนี้ แฟนๆ สามารถร่วมโหวตให้ผู้เข้าประกวดที่ชื่นชอบ โดยการกดถูกใจหรือแสดงอารมณ์บนรูปภาพในโซเชียลมีเดีย ซึ่งคะแนนโหวตถูกคำนวณจากยอดไลก์ในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม โดย 1 ไลก์ คิดเป็น 5 คะแนน

การโหวตปิดลงเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00 น. โดยผู้เข้าประกวดที่ได้รับยอดรีแอคชั่นสูงสุดได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปโดยอัตโนมัติ การแข่งขันบนเวที Mister Majestic 2025 จึงเรียกได้ว่าเข้มข้นตั้งแต่รอบแรก และยังคงเป็นที่จับตามองของแฟน ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ก่อนที่รอบตัดสินจะมีขึ้นในเดือนกันยายน.

Cr. ภาพ Facebook : Miss and Mister Majestic Cambodia

สุดล้ำ ญี่ปุ่นเตรียมสร้างสถานีรถไฟจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติแห่งแรกของโลก

สุดล้ำ ญี่ปุ่นเตรียมสร้างสถานีรถไฟจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติแห่งแรกของโลก

21 มี.ค. 2568 08:36 น.

สุดล้ำ ญี่ปุ่นเตรียมสร้างสถานีรถไฟจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติแห่งแรกของโลก

บริษัทผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ของญี่ปุ่นเตรียมสร้างสถานีรถไฟแห่งแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ สร้างเสร็จภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง

สถานีรถไฟแห่งใหม่นี้จะถูกสร้างขึ้นแทนที่โครงสร้างไม้เก่าที่ทรุดโทรม ของสถานีฮัตสึชิมะ ตั้งอยู่ในจังหวัดวากายามะ ทางตอนใต้ของประเทศห่างจากโอซาก้าประมาณ 96 กิโลเมตร โดยโครงสร้างสถานีใหม่นี้จะมีพื้นที่ประมาณ 10 ตารางเมตร โดยมีความสูง 2.6 เมตร กว้าง 6.3 เมตร และลึก 2.1 เมตร ผนังของอาคารจะพิมพ์นูนด้วยภาพส้มชื่อดังของเมืองอาริดะและปลาทะชิอุโอะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตท้องถิ่น

โครงสร้างของสถานีจะถูกสร้างขึ้นโดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ทันสมัย ซึ่งจะพิมพ์ชิ้นส่วนหลักของอาคารรวมถึงฐานรากออกมา จากนั้นจะทำการเติมคอนกรีตลงไปในแต่ละชิ้นส่วนก่อนนำไปส่งยังสถานที่ก่อสร้าง เมื่อถึงหน้างาน คนงานจะใช้เครนช่วยประกอบและเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆ ตั้งแต่การรื้อถอนสถานีเก่าไปจนถึงการติดตั้งสถานีใหม่ ขั้นตอนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 6 ชั่วโมง โดยการก่อสร้างจะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม หลังจากที่รถไฟขบวนสุดท้ายออกจากสถานี และจะแล้วเสร็จก่อนที่รถไฟขบวนแรกของเช้าวันถัดไปจะมาถึง

เหตุผลที่ JR West เลือกสถานีฮัตสึชิมะสำหรับโครงการนี้ เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งติดชายทะเล ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถทดสอบความทนทานของอาคารต่อสภาพแวดล้อมที่มีไอทะเลได้ นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนศึกษาต้นทุนการก่อสร้าง การบำรุงรักษา และการบริหารจัดการ เพื่อขยายโครงการนี้ในอนาคต โดยเทคโนโลยีใหม่นี้ยังถูกพิจารณาให้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างระบบรางของญี่ปุ่นอีกด้วย.

ที่มา : NDTV

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

อัยการเกาหลีใต้บุกตรวจค้นสำนักงานและบ้านพักของนายกเทศมนตรีกรุงโซล

อัยการเกาหลีใต้บุกตรวจค้นสำนักงานและบ้านพักของนายกเทศมนตรีกรุงโซล

21 มี.ค. 2568 08:35 น.

อัยการเกาหลีใต้บุกตรวจค้นสำนักงานและบ้านพักของนายกเทศมนตรีกรุงโซล

อัยการเกาหลีใต้บุกตรวจค้นสำนักงานและบ้านพักนายกฯ กรุงโซล เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคดีคอร์รัปชันและความเชื่อมโยงกับนายหน้าอิทธิพล มยอง แท-คยุน

วันที่ 20 มีนาคม 2568 สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า สำนักงานอัยการกลางกรุงโซล ส่งทีมอัยการและเจ้าหน้าที่สืบสวนเข้าตรวจค้นสำนักงานของนายโอ เซฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล ที่ศาลาว่าการกรุงโซล รวมถึงบ้านพักของเขาตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคดีคอร์รัปชันและความเชื่อมโยงกับนายหน้าอิทธิพล มยอง แทคยุน นอกจากนี้อัยการยังเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายคัง ชอลวอน อดีตรองนายกเทศมนตรีฝ่ายกิจการสาธารณะของกรุงโซล

โดยอัยการกำลังตรวจสอบข้อสงสัยว่า คิม ฮันจอง นักธุรกิจผู้สนับสนุนโอ เซฮุน อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการว่าจ้าง สถาบันวิจัยอนาคตเกาหลี ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจความคิดเห็นที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ มยอง แทคยุน ให้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะถึง 13 ครั้ง ในช่วงการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงโซลเมื่อปี 2021

รายงานระบุว่า คิมเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวเป็นเงิน 33 ล้านวอน หรือประมาณ 760,000 บาท โดยมีการโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัวของ คัง เฮคยอง รองหัวหน้าบริษัทสำรวจความคิดเห็นถึง 5 ครั้ง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมในปีเดียวกัน

รายงานข่าวระบุว่า อัยการกรุงโซลได้รับช่วงต่อคดีนี้จากสำนักงานอัยการเมืองชางวอน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มยองและบริษัทสำรวจความคิดเห็นตั้งอยู่ และได้เรียกตัวนายคิม รวมถึงทีมงานและผู้ช่วยของนายโอ เซฮุน รวมถึงนายคัง ชอลวอน มาสอบปากคำเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับนายมยอง ซึ่งเขาอ้างว่าเคยพบโอ เซฮุน ถึง 7 ครั้ง และมีการประชุมสามฝ่ายร่วมกับนายคิม ซึ่งเขาอ้างว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นายโอชนะการเลือกตั้ง.

ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เริ่มก้าวแรกเพื่อยุบกระทรวงศึกษาธิการ

ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เริ่มก้าวแรกเพื่อยุบกระทรวงศึกษาธิการ

21 มี.ค. 2568 05:00 น.

ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เริ่มก้าวแรกเพื่อยุบกระทรวงศึกษาธิการ

โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเริ่มการยุบกระทรวงศึกษาธิการแล้ว อ้างไม่ได้ช่วยทำให้การศึกษาประสบความสำเร็จ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มี.ค. 2568 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อเริ่มขั้นตอนการยุบกระทรวงศึกษาธิการ (DoE) แล้ว โดยระบุว่า นี่เป็นการทำสิ่งที่ถูกต้อง และว่ากระทรวง DoE จะถูกยุบอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นายทรัมป์อ้างว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ทุ่มเทงบประมาณให้แก่การศึกษามากกว่าประเทศใดๆ ในโลก แต่ความสำเร็จจากการศึกษากลับตกต่ำมาก

ทั้งนี้ การยุบกระทรวงศึกษาธิการเป็นสิ่งที่ฝ่ายรีพับลิกันหลายๆ คนอยากทำมานานแล้ว โดยพวกเขาระบุว่า การปิดกระทรวงนี้จะช่วยเพิ่มผลการเรียนของนักเรียน และประหยัดงบประมาณของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า การปิดหน่วยงานระดับกระทรวงจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และการปิดหน่วยงานนี้อาจทำให้เกิดผลที่ตามมาเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีรายได้น้อย, นักเรียนทุพพลภาพ และวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

โรงเรียนในสหรัฐฯ จะบริหารจัดการและได้รับงบประมาณเกือบทั้งหมดจากหน่วยงานระดับรัฐ ขณะที่มีทุนเพียง 13% ที่มาจากรัฐบาลกลาง ส่วนกระทรวงศึกษาธิการจะทำหน้าที่บริหารจัดการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาลกลาง สำหรับนักศึกษาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย และคอยให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่มีรายได้น้อยหรือมีความทุพพลภาพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

“เอ็ดดี จอร์แดน” ตำนานเจ้าของทีม F1 เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี

“เอ็ดดี จอร์แดน” ตำนานเจ้าของทีม F1 เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี

21 มี.ค. 2568 04:34 น.

“เอ็ดดี จอร์แดน” ตำนานเจ้าของทีม F1 เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี

เอ็ดดี จอร์แดน อดีตเจ้าของทีม F1 ผู้ทรงอิทธิพลในวงการรถสูตร 1 เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุได้ 76 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมาระยะหนึ่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันพฤหัสบดีที่ 20 มี.ค. 2568 ว่า นายเอ็ดดี จอร์แดน อดีตบอสทีมฟอร์มูลา วัน ผู้เป็นบุคคลสำคัญในวงการรถสูตร 1 เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุได้ 76 ปี หลังต่อสู้กับมะเร็งหลายจุดมานานกว่า 1 ปี

นายจอร์แดนเปิดเผยเรื่องที่เขาเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งแพทย์ตรวจพบมะเร็งในช่วงต้นปีเดียวกันนี้

นายเดวิด โคลต์ฮาร์ด อดีตนักแข่ง F1 และพิธีกรร่วมรายการพ็อดแคสต์ “Formula For Success” เปิดเผยว่า มะเร็งของจอร์แดนลุกลามเข้าสู่สันหลังกับกระดูกเชิงกรานแล้ว และลุกลามอย่างรวดเร็วมาก

ขณะเดียวกัน แถลงการณ์จากทีมงานกับครอบครัวของจอร์แดนระบุว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าเสียใจอย่างที่สุดที่เราต้องประกาศข่าวการจากไปของ เอ็ดดี จอร์แดน อดีตเจ้าของทีมฟอร์มูลาวัน, นักวิเคราะห์ของรายการโทรทัศน์ และนักธุรกิจ”

“เขาจากไปอย่างสงบโดยมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง ที่เมืองเคปทาวน์ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 มี.ค. 2568 ขณะมีอายุ 76 ปี เราทุกคนเหมือนมีรูโหว่ขนาดใหญ่อยู่ในใจจากการที่ไม่มีเขาอยู่ด้วยแล้ว เขาจะเป็นที่คิดถึงของคนมากมาย แต่เขาก็ทิ้งความทรงจำอันยอดเยี่ยมไว้ให้พวกเรามากมาย ทำให้เรายิ้มผ่านความโศกเศร้าของเราได้”

ทั้งนี้ เอ็ดดี จอร์แดน เกิดเมื่อ 30 มี.ค. 2491 เคยเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์เรซซิ่ง จูเนียร์ซีรีส์ ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้จัดการนักขับ ตามด้วยตำแหน่งเจ้าของทีม จากนั้นเขาก่อตั้งทีม “จอร์แดน กรังด์ปรีซ์” ในปี 2534 คว้าชัยชนะการแข่งขัน 4 ครั้งก่อนที่ทีมจะถูกขายออกไปในปี 2545

ทีมของจอร์แดนถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับวงการรถสูตร 1 เนื่องจากเป็นผู้สร้างหรือจุดเริ่มต้นของตำนานหลายๆ คน รวมถึง มิชาเอล ชูมัคเกอร์ แชมป์โลกการแข่งขันฟอร์มูลาวัน 7 สมัย ก็เปิดตัวกับทีมของจอร์แดน นอกจากนั้น ราล์ฟ ชูมัคเกอร์ ผู้เป็นน้องชายก็เคยแข่งขันให้กับทีมระหว่างปี 2540-2541

นอกจากนั้น เดมอน ฮิลล์ แชมป์โลกปี 2539 กับทีมวิลเลียมส์ ก็เข้าร่วมทีมของจอร์แดนและเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันปี 2541 ก่อนที่เขาจะแขวนพวงมาลัยในปีถัดไป

จอร์แดนยังเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างสูงในวงการฟอร์มูลาวัน และนำองค์ประกอบต่างๆ เข้ามาในการแข่งขันเพื่อเพิ่มความสนุกเร้าใจ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : espn

จนท.ยูเครน-รัสเซีย เตรียมจัดประชุมคู่ขนานที่ซาอุฯ ในสัปดาห์หน้า

จนท.ยูเครน-รัสเซีย เตรียมจัดประชุมคู่ขนานที่ซาอุฯ ในสัปดาห์หน้า

21 มี.ค. 2568 02:31 น.

จนท.ยูเครน-รัสเซีย เตรียมจัดประชุมคู่ขนานที่ซาอุฯ ในสัปดาห์หน้า

เจ้าหน้าที่ของยูเครนกับสหรัฐฯ จะพบปะหารือกันที่ซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์หน้า คู่ขนานไปกับการพบปะพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่รัสเซียกับสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในวันเดียวกัน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มี.ค. 2568 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ของยูเครนกับสหรัฐฯ จะพบปะหารือกันที่ซาอุดีอาระเบีย ในวันจันทร์ที่ 24 มี.ค. ในขณะที่รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขากับสหรัฐฯ ก็จะพบปะพูดคุยกันที่ซาอุดีอาระเบียในวันเดียวกันนั้นด้วย

การนัดพูดคุยล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามเป็นตัวกลางเพื่อทำให้เกิดการหยุดยิงระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ซึ่งทำสงครามกันมานานกว่า 3 ปีแล้ว

ในวันจันทร์ นายเซเลนสกีออกมากล่าวว่า รัสเซียต้องหยุดสร้างข้อเรียกร้องที่ไม่จำเป็นซึ่งมีแต่จะทำให้สงครามยึดเยื้อออกไป หลังประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ตั้งเงื่อนไขในการหยุดยิงหลายข้อ รวมถึงเรียกร้องพันธมิตรของยูเครนหยุดส่งความช่วยเหลือทางทหารอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนั้น เซเลนสกีเตือนด้วยว่า การนำเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครนออกจากโต๊ะเจรจาตามที่มอสโกเรียกร้อง จะกลายเป็นการมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้แก่รัสเซีย

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งนายปูตินและนายเซเลนสกีต่างได้โทรศัพท์พูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และได้ยอมรับหลักการเรื่องการหยุดยิง แต่การบังคับใช้ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากยังมีเงื่อนไขขัดแย้งกันอีกหลายข้อ

ฝ่ายผู้นำรัสเซียตกลงจะหยุดโจมตีทางอากาศใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน, ทางรถไฟ และท่าเรือของยูเครน การโจมตีดังกล่าวก็ยังเกิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้

ด้านนายเซเลนสกี ซึ่งขณะนี้อยู่ที่กรุงออสโล เมื่อพบปะกับนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ตอบผู้สื่อข่าวที่ถามเรื่องความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเข้าเป็นเจ้าของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในยูเครน ซึ่งเซเลนสกีปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง

ผู้นำยูเครนกล่าวว่า เขาไม่ได้หารือเรื่องความเป็นเจ้าของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาปอริชเชีย ที่ตอนนี้ถูกรัสเซียควบคุม กับโดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรงในตอนที่ทั้งคู่โทรศัพท์คุยกันเมื่อวันพุธ และย้ำว่า โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ทุกแห่งในยูเครนเป็นของชาวยูเครน

แต่เซเลนสกีบอกด้วยว่า เขาไม่ปิดโอกาสถ้าสหรัฐฯ จะยึดโรงงานนิวเคลียร์แห่งนี้คืนจากรัสเซีย เพื่อลงทุนพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น

เมื่อถูกถามว่าเขาพร้อมที่จะยอมอ่อนข้อเรื่องดินแดนที่ถูกรัสเซียยึดไป โดยเฉพาะแคว้นไครเมีย หรือไม่ เซเลนสกีย้ำว่า นั่นคือคาบสมุทรของยูเครน และว่า ไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของประเทศของเขา

นักข่าวถามต่อว่า การหยุดยิงจะมีหน้าตาอย่างไร เซเลนสกีก็ตอบว่า ขั้นแรกจะต้องมีการหยุดยิงทั้งทางบกและทางทะเล ยูเครนมองว่านี่เป็นทางเดียวที่จะหยุดความก้าวร้าวของรัสเซียได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc