ไทยคว้าสิทธิ์จัดงาน IEEE PES GTD Asia 2025 ระดับโลก รวมพลคนพลังงาน สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality

ไทยคว้าสิทธิ์จัดงาน IEEE PES GTD Asia 2025 ระดับโลก รวมพลคนพลังงาน สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality

ไทยคว้าสิทธิ์จัดงาน IEEE PES GTD Asia 2025 ระดับโลก รวมพลคนพลังงาน สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมสัมมนาวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ IEEE PES GTD Asia 2025 เผยโฉมนวัตกรรมด้านไฟฟ้าและพลังงานล่าสุด และยังมีการจัดสัมมนาเชิงวิชาการระดับโลกที่น่าสนใจ ระดมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงานชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 400 ธุรกิจ และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประชุมและเยี่ยมชมงานกว่า 10,000 คน

นายวิลาศ เฉลยสัตย์ นายกสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) และผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการจัดงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ IEEE PES Generation Transmission and Distribution (GTD) Grand International Conference and Exposition Asia 2019 ซึ่งเป็นการจัดงานฯ ครั้งแรกในประเทศไทยและครั้งแรกในเอเชีย เมื่อวันที่ 19-23 มีนาคม 2562 ส่งผลให้ทางสมาคมฯ และประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจาก IEEE Power & Energy Society สำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพจัดงาน IEEE PES GTD Asia 2025 (งานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านไฟฟ้าและพลังงาน ไอทริปเปิลอี เอเชีย 2568) ขึ้นอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้หัวข้อหลัก “Accelerating The Energy Transition toward Carbon Neutrality – A Sustainable Energy Future for All” หรือ “การเปลี่ยนแปลงพลังงานสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนเพื่ออนาคตพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน” ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่งานระดับโลกดังกล่าวได้มาจัดที่ประเทศไทยเป็นครั้งที่สามในเอเชีย และครั้งที่สองในประเทศไทย โดยมีแผนจะจัดงานเป็นประจำในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว หลังจากที่ได้มีการจัดงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่าทีเส็บ มีพันธกิจหลักในการพัฒนาธุรกิจการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าหรือธุรกิจไมซ์ของประเทศไทย โดยมีภารกิจสำคัญคือการดึงงานระดับนานาชาติเข้ามาจัดในไทย ดังนั้นจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านไฟฟ้าและพลังงาน IEEE PES GTD Grand International Conference and Exposition Asia 2025 หรือ GTD Asia 2025 ในช่วงวันที่ 26-29 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ ทีเส็บ จะเดินหน้าผสานความร่วมมือกับ IEEE PES Thailandและร่วมผลักดันการประมูลสิทธิ์งานประชุมนานาชาติสู่ประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ร่วมประชุมด้านไฟฟ้าและพลังงานที่จะเดินทางมาจากทั่วโลกช่วงปลายปีนี้จะได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์อันน่าประทับใจกับบุคลากรและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานชาวไทย และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในฐานะเจ้าภาพจากคนไทยทุกคน

‘CPF RUN FOR CHARITY’ เดิน – วิ่งเพื่อการกุศล ส่งมอบเงินแก่ รพ.- โรงเรียน – หน่วยงานต่างๆ กว่า 70 แห่ง

‘CPF RUN FOR CHARITY’ เดิน - วิ่งเพื่อการกุศล  ส่งมอบเงินแก่ รพ.- โรงเรียน - หน่วยงานต่างๆ กว่า 70 แห่ง

‘CPF RUN FOR CHARITY’ เดิน – วิ่งเพื่อการกุศล ส่งมอบเงินแก่ รพ.- โรงเรียน – หน่วยงานต่างๆ กว่า 70 แห่ง

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การให้ไม่สิ้นสุด!! ซีพีเอฟ เดินหน้าสร้างสังคมยั่งยืน ชวนร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล “CPF RUN FOR CHARITY” หนุนคนไทยสุขภาพดีพร้อมทำดีเพื่อสังคม นำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่งมอบให้แก่หน่วยงาน สาธารณประโยชน์ในจังหวัดต่างๆ ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐและองค์กรสาธารณประโยชน์ แล้วกว่า 70 แห่ง เป็นเงินร่วม 17 ล้านบาท จากการจัดงานอย่างต่อเนื่องมากกว่า 38 ครั้ง

เรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟมุ่งเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่บุคลากรของบริษัทและครอบครัว รวมถึงประชาชน ผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล โดยจัดตั้งชมรมซีพีเอฟรันนิ่งคลับ (CPF Running Club) มาตั้งแต่ปี 2559 โดยพัฒนารูปแบบกิจกรรมพร้อมนำระบบและเทคโนโลยีในการจัดการแข่งขันวิ่งที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสำหรับนักวิ่งทุกคน พร้อมจัดอบรมเทคนิคการวิ่ง ปัจจุบันได้มีการกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพที่ดีสร้างความผูกพันในครอบครัว และยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆ ที่บริษัทไปจัดงาน ที่สำคัญยังได้ร่วมกันทำความดีช่วยเหลือสังคมไปพร้อมกัน

“การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ถือเป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ในการมีสุขภาพที่ดี และบริษัทยังมุ่งจัดงานในรูปแบบคาร์บอน นิวทรัล(Carbon Neutral Event) ช่วยลดโลกร้อน ด้วยการคำนวณและจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ ลักษณะการเดินทางของผู้มาร่วมงาน การใช้พลังงาน และอาหารภายในงาน รวมถึงของเสียที่มีการคัดแยกและจัดการอย่างจริงจัง ลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น อย่างเช่นบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อเชิญชวนให้ผู้ร่วมงานร่วมกันใส่ใจสิ่งแวดล้อม”

นักวิ่งทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมลดโลกร้อน โดยซีพีเอฟเลือกใช้เสื้อวิ่งที่ทำมาจากขวดน้ำพลาสติก ใช้ภาชนะที่สามารถย่อยสลายได้ เช่น ใบตอง กระดาษ และมีการแยกขยะอย่างจริงจัง เพื่อสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยบริษัทจะยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่ออยู่ร่วมกับคนในชุมชนรอบสถานประกอบการซีพีเอฟและคนไทย ผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล ที่จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง โดยกิจกรรมล่าสุดจะจัดกิจกรรม CPF ZOO RUN “RUN FOR CHARITY SEASON 4 ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ในวันที่ 23 มีนาคม 2568

ที่ผ่านมา มีหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุน เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลวังน้อย โรงพยาบาลเสนา โรงพยาบาลท่าเรือ โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และโรงพยาบาลในจังหวัดที่จัดงาน ทั้งราชบุรี หาดใหญ่ พิษณุโลก ขอนแก่น สระบุรี ตลอดจน สถาบันมะเร็งแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี รวมถึงมอบเงินสนับสนุนกิจกรรมของเหล่ากาชาด จ.ลำพูน และสถานศึกษาใน จ.ลำพูน เป็นต้น

เที่ยวให้สุด สนุกจัดเต็ม ททท. กระตุ้นท่องเที่ยววัยท็อปฟอร์ม จัดแคมเปญ Forever Young Holiday – ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young

เที่ยวให้สุด สนุกจัดเต็ม ททท. กระตุ้นท่องเที่ยววัยท็อปฟอร์ม  จัดแคมเปญ Forever Young Holiday - ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young

เที่ยวให้สุด สนุกจัดเต็ม ททท. กระตุ้นท่องเที่ยววัยท็อปฟอร์ม จัดแคมเปญ Forever Young Holiday – ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เปิดตัวแคมเปญ “Forever Young Holiday – ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young” เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษ ให้กับกลุ่ม Active Silver Ageที่ถือว่าเป็นกลุ่มวัยที่ยังมีไฟ และมีความมั่นคงทางการเงินหรือเรียกว่าเป็นวัยท็อปฟอร์ม! ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Next 50+ Hip Like 20 ชวนนักท่องเที่ยววัยท็อปฟอร์มที่มีพลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความพร้อมในการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆมีกำลังซื้อ มีมุมมองที่ทันสมัย และต้องการใช้การท่องเที่ยวเป็นรางวัลให้กับตัวเอง

เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของวัยท็อปฟอร์ม แคมเปญ “Forever Young Holiday” ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young จึงได้นำเสนอสินค้าและบริการที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ที่ทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้นผ่าน 5 ธีมท่องเที่ยว ได้แก่ Wellness Retreat – ดูแลสุขภาพกายและใจ เติมพลังให้ชีวิตด้วยทริปเพื่อสุขภาพ, Temple & Tranquility – ท่องเที่ยวสายบุญ เสริมสิริมงคล เติมความสงบในจิตใจ, Culture Exploration – ดื่มด่ำกับศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันทรงเสน่ห์ของไทย, Nature & Adventure -สัมผัสธรรมชาติ ผจญภัยเบาๆ กระตุ้นพลังบวกให้ชีวิต, Nostalgic Experience – ย้อนวันวาน สัมผัสกลิ่นอายอดีตในบรรยากาศที่คุ้นเคย

สำหรับดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษในแคมเปญที่เตรียมมาเอาใจวัยท็อปฟอร์ม ได้แก่ เมื่อจองเที่ยวบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นGother รับโค้ดส่วนลดทันที 300 บาทเมื่อซื้อสินค้าและบริการครบ 1,500 บาทขึ้นไป – จองเที่ยวบิน ที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น Trip.com รับส่วนลดสูงสุด 7% – จองเที่ยวบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว รถเช่า และบริการรับ-ส่งสนามบินผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น Traveloka รับโค้ดส่วนลด 100 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้าชำระผ่านบัตรเครดิต KTC ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญพิเศษร่วมกับพันธมิตรอีกมากมาย อาทิ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส แคมเปญความสุขเริ่มที่วัย 60+ เมื่อจองตั๋วเครื่องบินกับบางกอกแอร์เวย์สภายในประเทศ รับส่วนลด ต่อที่ 1 ลดทันที 10% และต่อที่ 2มอบโค้ดส่วนลด 100 บาท/ที่นั่งจำนวน 1,000 สิทธิ์ สำหรับลูกค้าที่จองผ่านเว็บไซต์ Bangkok Airwaysเท่านั้น – KTC World Travel Serviceบริการจองการเดินทางท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบิน แพ็กเกจท่องเที่ยวในประเทศทุกรายการแบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน หรือใช้ทุก 1,000 คะแนนแลกรับส่วนลด 130 บาท – ทัวร์เพื่อนธรรมชาติ ที่จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับวัยท็อปฟอร์มเท่านั้น ทั้งเส้นทางท่องเที่ยวสายบุญ เสริมสิริมงคล,เส้นทางท่องเที่ยวสายศิลปะ วัฒนธรรมที่พาไปดื่มด่ำกับวิถีชีวิตอันทรงเสน่ห์ของไทย, เส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมชาติ มีกิจกรรมผจญภัยเบาๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ร่วมทริป

สามารถซื้อสินค้าและบริการในโครงการได้ตั้งแต่วันนี้-31 พฤษภาคม2568 ติดตามข่าวสารและร่วมกิจกรรมได้ที่ Page Facebook : Forever Young Holiday ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young, Line : @4everyoung

คุณแหน : 15 มีนาคม 2568

คุณแหน : 15 มีนาคม 2568

คุณแหน : 15 มีนาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● จากเหตุการณ์ไฟไหม้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ทำให้เลือดสำรองในคลังของโรงพยาบาลเสียหายเกือบทั้งหมด ขอเชิญชวนร่วมบริจาคโลหิต ณ ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 3 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์โรงพยาบาลรามาธิบดี ถ.พระรามที่ 6 เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น. ทุกวัน โทร.02-2004208…

●● หลังจากที่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ แถลงข่าวด้วยน้ำตา และเตรียมฟ้องไล่เบี้ย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง อดีตนายกสมาคมฟุตบอลฯและคณะกรรมการชุดก่อน ภายหลังจากที่ สมาคมฟุตบอลฯแพ้คดี สยามสปอร์ต ต้องจ่าย 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย…เรื่องคดีความยิ่งยุ่งนุงนังหลายเรื่องราวซับซ้อนเกิดขึ้นในยุค นายกสมาคมฯคนก่อน แต่มามีคำพิพากษาของศาลในยุค “มาดามแป้ง” ผู้ซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่ง นายกสมาคมฟุตบอลฯคนปัจจุบันได้เพียงปีเดียว…ในเรื่องนี้คนในสังคมได้หลั่งไหลส่งกำลังใจให้ “มาดามแป้ง” กันคับคั่ง…หนึ่งในนั้นก็คือ คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ได้โพสต์ข้อความใน FB “โต๊ะป้าศรี” ว่า ขอส่งกำลังใจให้ ผู้หญิงเก่ง แกร่งกล้า สามารถ ฉลาด ตรงไปตรงมา และจิตใจดีคนนี้ ที่ทำงานที่รักด้วยใจจริง ทุ่มเทแรงกาย-แรงใจ-แรงทรัพย์ ทั้งๆ ที่อยู่เฉยๆ ก็สบายแล้ว แต่ปัญหามีไว้ให้ “คนจริง” แก้ไข และทดสอบความแข็งแกร่งของผู้หญิงเก่ง…ทางนี้ก็ขอร่วมให้กำลังใจค่ะ…

●● ข่าวน่าดีใจจากแดนไกล สันทนี วายุโชติ กับคู่ชีวิต สุรพล สุขถาวร ปลาบปลื้มมาก เมื่อทราบข่าวว่า PIPPEN หลานปู่-ย่า คนแรกวัย 7 ขวบ นักเรียนโรงเรียน West Hollywood Elementary สอบผ่านเกรด 1 เทอม 1ด้วยคะแนน 4 ทุกวิชา และได้รับใบประกาศ Principal ‘s Honor Roll ให้คุณปู่-คุณย่าได้ชื่นใจเป็นที่สุด…

●● อยู่มา ห้าแผ่นดิน (อายุยืนกว่าแม่พลอย ใน สี่แผ่นดิน) คุณแม่กมลา ของ อัมพร จักกะพาก ฉลองอายุครบ 105 ปี และขออยู่ต่อจนถึงอายุ 120 ปี ด้วยสุขภาพที่แข็งแรงมากๆ…

●● ใครๆ จ่ายค่าน้ำเดือนละไม่กี่ร้อยแต่ ม.ร.ว.จิราวดี จุฑาสมิต จ่ายไป 3,000 บาท เหตุเพราะท่อน้ำที่บ้านรั่ว ต้องแจ้งซ่อมด่วน…

●● ไปทริปที่ไบคาล สุทัศนีย์-ธวัชชัย ไวยนิยา พร้อมเพื่อนๆ ที่เรียนจุฬาฯมาด้วยกัน…

●● ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯ กทม.ขอเชิญชวนประชาชนร่วมปิดไฟที่ไม่ใช้ ในกิจกรรม EARTH HOUR ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ในวันเสาร์ที่ 22 มี.ค.เวลา 20.30-21.30 น. …

●● ขอแสดงความยินดีกับผู้เกี่ยวข้องโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในโอกาสที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎ ได้รับการรับรองจาก สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ให้เป็น โรงพยาบาลทหาร มาตรฐานสากล เพื่อปวงชน…โดยมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดไป…

●● สวดพระอภิธรรมศพ ปาริชาต อักษรานุเคราะห์ 13-15 มี.ค. ณ ศาลา 17 วัดธาตุทอง ฌาปนกิจ 16 มี.ค. 12.00 น. …

●● กรุงเทพมหานคร ทะยานขึ้นคว้าอ้นดับ 2 เมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลก 2568 อร่อยและสะดวก ทั้งนี้จากผลการสำรวจของนิตยสาร Time Out อย่างเป็นทางการพบว่า กรุงเทพมหานคร ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองที่มีอาหารดีเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเมืองนิวออร์ลีนส์ โดยผลการสำรวจความประทับใจอันดับแรก คือ ด้านความอร่อย รองลงมา คือ ความสะดวกและรวดเร็ว เนื่องจากกรุงเทพฯ มี ร้านอาหารกระจายอยู่ทั่วเมือง รวมทั้งมีการบริการส่งถึงที่ ทำให้ลูกค้าพอใจ…สำหรับเมนูที่ห้ามพลาด คือ ส้มตำ มีให้กินทั่วกรุงเทพฯ !!…●●

บารอนเนส

มอนเดลีซ ประเทศไทย คว้ารางวัล Top Employer Awards 2025 สร้างระบบนิเวศองค์กรนิวเจนฯ เปิดรับความหลากหลาย สวัสดิการตอบรับไลฟ์สไตล์

มอนเดลีซ ประเทศไทย คว้ารางวัล Top Employer Awards 2025 สร้างระบบนิเวศองค์กรนิวเจนฯ เปิดรับความหลากหลาย สวัสดิการตอบรับไลฟ์สไตล์

มอนเดลีซ ประเทศไทย คว้ารางวัล Top Employer Awards 2025 สร้างระบบนิเวศองค์กรนิวเจนฯ เปิดรับความหลากหลาย สวัสดิการตอบรับไลฟ์สไตล์

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มอนเดลีซ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตขนมและของว่าง คว้ารางวัล Top Employer Awards 2025 ทั้งในประเทศไทยและระดับเอเชียแปซิฟิก จาก The Top Employers Institute องค์กรชั้นนำที่รับรองมาตรฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลระดับโลก รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นว่ามอนเดลีซมีนโยบายต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกมิติเพื่อตอบรับความต้องการของพนักงานในองค์กรได้อย่างดีเยี่ยม

ไอดารา หวัง กรรมการผู้จัดการใหญ่มอนเดลีซ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า “รางวัล Top Employer Awards 2025 ถือเป็นการย้ำมาตรฐานทางนโยบาย สวัสดิการ วัฒนธรรมองค์กรและพนักงานสัมพันธ์ ว่าเราได้วางกลยุทธ์ไว้อย่างครอบคลุมและเป็นที่ยอบรับในระดับสากล ความแตกต่างที่เรามีนั้น จะเริ่มต้นจากการรับฟังความเห็นและสังเกตรายละเอียดจากพนักงานอยู่เสมอ เช่น นโยบายล่าสุดที่เราขยายสวัสดิการ ให้ครอบคลุมถึงสัตว์เลี้ยงโดยสามารถเบิกค่ากรูมมิ่งและค่าประกันได้เกิดจากเสียงตอบรับที่ดีมากตอนเราจัดเอาท์ติ้ง ปิดคาเฟ่ให้พนักงานพาสัตว์เลี้ยงมาเจอกัน ทำให้เราเห็นว่า “คนในครอบครัว” ในบริบทของหลายๆ คน ขยายครอบคลุมไปถึงสัตว์เลี้ยง ดังนั้น สวัสดิการก็ควรที่จะสอดรับกับพนักงานกลุ่มนี้เช่นกัน

มอนเดลีซยังมุ่งเน้นความเท่าเทียม ให้สิทธิประโยชน์สำหรับคู่สมรสเพศเดียวกัน ซึ่งมีผลทันทีเมื่อรัฐบาลประกาศใช้ พรบ. สมรสเท่าเทียม เนื่องจากนโยบายบริษัทฯได้ใช้คำรองรับเป็นคำว่า “คู่สมรส” โดยมิได้ระบุเพศสภาพ ส่งผลให้สิทธิต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันลาแต่งงาน วันลาดูแลบุตร บัตรสุขภาพ หรือสวัสดิการอื่นๆ สามารถใช้ได้ทันที”

มอนเดลีซ เชื่อว่าการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ในองค์กรไม่ใช่งานของแผนกใดแผนกหนึ่ง ในทางกลับกันแต่ละปีจะมีตัวแทนของแต่ละแผนกมาช่วยกันคิดแผนกิจกรรมตลอดทั้งปี ภายใต้ทีมที่ใช้ชื่อว่า Smile Club ซึ่งไม่เพียงสามารถสะท้อนกิจกรรมที่พนักงานต้องการจริงๆ แต่ยังช่วยให้พนักงานที่เป็นตัวแทนของแผนกได้ฝึกทักษะการจัดการโปรเจกท์ ในระดับองค์กร ไอเดียในแต่ละปีก็ไม่ซ้ำและเป็นกิจกรรมที่อยู่ในกระแสตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นชวนเช็ค Personal Color, การทำเล็บ, การนวด, การแข่งกีฬาและ e-sport, การนำร้านอาหารเด็ดๆ มาให้บริการ ซึ่งทุกกิจกรรมจะอยู่ในกรอบของ “The Right You” – เติมเต็มสุขภาพกาย (Body), เติมเต็มสุขภาพใจ (Mind) และการสร้างความสัมพันธ์ (Connection) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก ความสุข และความร่วมมือระหว่างทีม

ในส่วนการดูแลพนักงานด้านการพัฒนาทักษะและการเติบโตในสายงานไอดารา กล่าวว่า มอนเดลีซ ได้วางโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมความเข้าใจว่าการเติบโตมีสมการเป็นอย่างไร ด้านใดที่พนักงานสามารถเติมศักยภาพตัวเองจากการเรียน ด้านใดที่ต้องฝึกพัฒนาผ่านประสบการณ์จริง และปัจจัยหลักอื่นๆ โดยใช้ชื่อ “My Career Launchpad” นอกจากนี้ มอนเดลีซยังมีแพลตฟอร์มรองรับการเรียนรู้แบบครบวงจร ทั้งเทรนนิ่งให้ความรู้เฉพาะของสายงานและความรู้ทักษะการเป็นหัวหน้างาน การบริหารจัดการทีม รวมไปถึงโปรแกรม Match & Grow ที่พนักงานสามารถอาสาลองทำโปรเจกท์กับทีมต่างๆ ทั่วโลกได้ในระยะสั้น เปิดโลกการทำงานให้กว้างไกลและเน้นย้ำความเป็นองค์กรระดับโลกที่แท้จริง

“มอนเดลีซประเทศไทย มีพนักงานมากกว่า 10 สัญชาติที่ทำงานร่วมกันในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายความเป็นสากลขององค์กร และเป็นการเน้นย้ำว่าการทำงานที่นี่พนักงานสามารถเติบโตได้อย่างไม่จำกัดเฉพาะแค่ในประเทศ

ความหลากหลายของพนักงานคือจุดโดดเด่นของเรา เป็นพลังหลักที่ขับเคลื่อนให้เกิดไอเดียสนุกๆ และ Innovation ใหม่ๆ ออกมาในตลาดอย่างต่อเนื่องการดูแลพนักงานที่มีความหลากหลายจึงต้องรับฟังสังเกตและสำรวจเสมอว่าเราได้สร้างระบบนิเวศที่ตอบโจทย์หรือยัง เราเชื่อว่าองค์กรมีหน้าที่ในการจัดการระบบนิเวศให้พนักงานสนุกในการทำงาน เป็นพื้นที่ปลอดภัย เปิดรับไอเดียที่หลากหลาย และความสุขของคนหลังบ้านเหล่านี้จะส่งผ่านไปที่ผลิตภัณฑ์ในมือผู้บริโภคของเรา” ไอดารา กล่าวสรุป

นอกจากนโยบายและสวัสดิการข้างต้น มอนเดลีซยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของพนักงาน อาทิ Flexible Working Arrangementที่ยังคงสามารถทำงานจากบ้านได้ 2 วันต่อสัปดาห์ และอยู่ในกรอบเวลาที่ยืดหยุ่น สวัสดิการ Flexible Benefitsที่ให้พนักงานสามารถเบิกค่าอุปกรณ์กีฬา ค่าสมาชิกฟิตเนส ค่าที่พักโรงแรม ค่าสมัครเรียนการถ่ายรูป การลงทุน หรือค่าการดูแลรักษาความงามเลเซอร์ ทำหัตถการต่างๆ เป็นต้น

The Top Employers Institute มีเกณฑ์การตัดสินรางวัลผ่านการสำรวจแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านทรัพยากรบุคคลที่ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ กลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล, สภาพแวดล้อมการทำงาน, การสรรหาบุคลากร, การเรียนรู้, ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ตลอดจนความหลากหลายซึ่งมอนเดลีซได้รับการประเมินในระดับคะแนนที่สูงมาก สะท้อนการดูแลเอาใจใส่พนักงานอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

แนวหน้าไกด์ : ‘เครื่องมือแพทย์ไทย’ รางวัลผลงานคุณภาพปี’68 โดยผู้เชี่ยวชาญโรคตับ ‘ศ.ดร.นพ.สมบัต ตรีประเสริฐสุข’

แนวหน้าไกด์ : ‘เครื่องมือแพทย์ไทย’ รางวัลผลงานคุณภาพปี’68 โดยผู้เชี่ยวชาญโรคตับ ‘ศ.ดร.นพ.สมบัต ตรีประเสริฐสุข’

แนวหน้าไกด์ : ‘เครื่องมือแพทย์ไทย’ รางวัลผลงานคุณภาพปี’68 โดยผู้เชี่ยวชาญโรคตับ ‘ศ.ดร.นพ.สมบัต ตรีประเสริฐสุข’

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ความอ้วน” กลายเป็นสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะหนีได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้นไปทุกวันซึ่งสาเหตุหลักก็มาจากปัจจัยทางด้านพฤติกรรมโดยเฉพาะวิถีของการบริโภคอาหาร ที่สวนทางกับการออกกำลังกาย กระทั่งเมื่อความอ้วนนั้นได้ส่งผลกับร่างกายจนแปรเปลี่ยนกลายไปเป็น “โรคอ้วน” ก็จะตามขบวนมาด้วยเหล่าโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน หัวใจ ความดัน ฯลฯ ที่เรามักคุ้นเคยกันดี

ทว่า ในบรรดาโรคเรื้อรังต่างๆ ที่มาจากความอ้วนนั้น เชื่อว่า “โรคตับ” คงไม่ใช่โรคที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพูดถึงอาการอย่าง “ตับแข็ง” ด้วยแล้ว หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเรื่องที่ห่างไกล เมื่อยังมีความเข้าใจที่ว่าตับแข็งนั้น น่าจะมาจากพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์

ศ.ดร.นพ.สมบัติ ตรีประเสริฐสุข อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายแผน งบประมาณ และยุทธศาสตร์ จุฬาฯ ได้ให้คำอธิบายถึง “โรคตับคั่งไขมัน” หรือที่อาจเคยได้ยินกันในชื่ออย่างโรคไขมันพอกตับ โรคอ้วนลงตับ ฯลฯ ว่า ปัจจุบันได้เข้ามาเป็นเหตุปัจจัยสำคัญของการเกิด “ตับแข็ง”มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเป็น “มะเร็งตับ” ต่อไปได้

อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตับ ได้อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตับของคนที่เป็นโรคอ้วน คือ ไขมันจะแทรกเข้าไปอยู่ในทุกเซลล์ของตับ หรือเปรียบได้คล้ายกับ “ฟัวกราส์” ซึ่งเป็นตับห่านที่มีไขมันแทรกอยู่ปริมาณมาก จึงมีความนิ่ม ละลายในปากเวลารับประทาน แต่เมื่อเกิดกับร่างกายคนจะกลายเป็นอันตราย เพราะทำให้เนื้อตับอักเสบเรื้อรังกลายเป็นตับแข็ง และอาจกลายเป็นมะเร็งตับต่อไปได้

ส่วนวิธีการที่จะเอาไขมันออกจากตับก็ทำได้เพียงทางเดียว นั่นคือการเผาผลาญหรือการออกกำลังกาย ร่วมกับการดูแลโภชนาการ เลือกอาหารที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อสาเหตุหลักของโรคตับเปลี่ยนไปจากในอดีต เช่นเมื่อก่อนกรณีของไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี สามารถให้ยารักษาแล้วหายได้หากแต่วิธีการจัดการกับไขมันในตับยุคปัจจุบัน จะต้องเปลี่ยนมาเป็นการให้ความรู้ เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนแทน

ทั้งนี้ ตามข้อมูลตัวเลขจากทั่วโลกพบว่า ประมาณร้อยละ 25-30 ของประชากรทั่วไปเสี่ยงที่จะเป็นโรคไขมันตับ และยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นตามการมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน โรคอ้วนหรือตามอายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่อว่าต่อไปถึง “โรคตับแข็ง” ศ.ดร.นพ.สมบัติเล่าว่าพอตับเริ่มมีภาวะตับแข็งมากแล้ว หนึ่งในอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดของผู้ป่วยคือ “ภาวะเลือดออกจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารแตก”โดยผู้ป่วยมักจะมาโรงพยาบาลด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือดซึ่งมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนวิธีการรักษาตามมาตรฐานนั้น จะใช้การส่องกล้องทางเดินอาหารประกอบกับใช้เครื่องมือที่ถูกต้องในการเข้าไปห้ามเลือด แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นความยากเพราะแม้ว่าแพทย์จะเก่งเพียงใด แต่หากไม่มีเครื่องมือแล้วก็คงไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้

สำหรับเครื่องมือดังกล่าวคือ ชุดอุปกรณ์ยางรัดเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร (EsophagealVarices Ligator) โดยวิธีใช้แพทย์จะทำการส่องกล้องทางเดินอาหาร แล้วติดอุปกรณ์ที่เป็นตัวยิงหนังยางเข้าไปรัดบริเวณเส้นเลือดเป้าหมาย ซึ่งปกติแล้วประเทศไทยจะต้องนำเข้าเครื่องมือนี้จากต่างประเทศ แต่ก็มีราคาค่อนข้างสูงอยู่ที่ราว 6,000-8,000 บาทต่อชุด ในขณะที่สิทธิเบิกจ่ายของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) หรือแม้แต่ระบบประกันสังคม กลับจ่ายให้อยู่ที่ประมาณ 4,000 บาทเศษเท่านั้น

“นี่จึงเรียกว่าเป็นเครื่องมือกำพร้าที่คนไทยเข้าถึงได้น้อย ส่งผลให้ประเทศไทยมีสถิติการเสียชีวิตเนื่องจากเลือดออกในหลอดอาหารสูงถึง 19% เทียบกับสหรัฐอเมริกา จะอยู่ที่ 5% เท่านั้น” อาจารย์อธิบายปัญหา

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบบหลายอย่างหยุดชะงักเช่นเดียวกับเครื่องมือการแพทย์ที่ขาดมือ ทำให้ ศ.ดร.นพ.สมบัติ มองว่าจำเป็นจะต้องพัฒนาเครื่องมือนี้ขึ้นมาใช้ เพื่อลดอุปสรรคการเข้าถึงและเพิ่มความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศจึงได้ร่วมกับทีมแพทย์และอาจารย์วิศวกรจากจุฬาฯ พัฒนาชุดอุปกรณ์ชิ้นนี้ขึ้นในปี 2564 โดยใช้ระยะเวลาถึง 3 ปีกว่า ที่จะสำเร็จออกมา

ปัจจุบันเครื่องมือชิ้นนี้ได้มีการนำไปพัฒนาต่อยอดและขึ้นทะเบียนรับรองผลิตภัณฑ์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว พร้อมต่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ ภายใต้การดำเนินการโดย บริษัท โปโปโล่จำกัด ซึ่งเครื่องมือตัวนี้จะมีหลักการและวิธีการใช้ตามมาตรฐานแบบเดียวกันกับของต่างประเทศดังนั้น แพทย์ทุกคนจึงคุ้นเคยและสามารถใช้งานได้และสิ่งสำคัญคือสามารถช่วยลดต้นทุนค่าอุปกรณ์ลงไปได้ครึ่งหนึ่ง จากที่ต้องนำเข้าชิ้นละกว่า 7,000 บาท เหลือเพียง 4,000 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2568 อุปกรณ์ชิ้นนี้ก็ได้รับ รางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award ประเภทผลงานประดิษฐ์คิดค้น สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ประจำปีงบประมาณ 2568 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ไปเป็นที่เรียบร้อย

“พอได้พัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้ออกมาแล้วรู้สึกภูมิใจ รู้สึกว่าคนไทยเราเองก็ทำได้ มันไม่ได้เกินความสามารถ เพียงแต่ต้องใช้ความพยายามเยอะและนานหน่อย แล้วมัน
ก็ไม่ได้อะไร เอาไปขอตำแหน่งศาสตราจารย์ก็ไม่ได้ จึงคิดว่าระบบพวกนี้ก็น่าจะต้องเปลี่ยนในภาพใหญ่ หากมีกลไกที่จะเข้ามาช่วยจูงใจ สนับสนุน หรือเอื้อให้เกิดการคิดค้นและพัฒนาอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือนวัตกรรมใดๆ เข้ามาใช้แก้ไขปัญหาได้มากขึ้น ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชน” ศ.นพ.สมบัติ ระบุ

ขณะเดียวกัน อาจารย์ยังได้ฝากไปถึงผู้ที่มีส่วนในการกำหนดนโยบายของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) หรือสำนักงานประกันสังคม (สปส.)ในการเพิ่มความสำคัญและสนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้าถึงอุปกรณ์การรักษานี้ได้มากขึ้น โดยหนึ่งในนั้น คือ การเร่งผลักดันเข้าสู่ “บัญชีนวัตกรรมไทย” เนื่องจากสถานะปัจจุบันของอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังคงอยู่ระหว่างรอคอยการพิจารณา

‘สภาผู้บริโภค’ ชูธง ‘การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน’ ปลุกพลังในวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2025

‘สภาผู้บริโภค’ ชูธง ‘การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน’ ปลุกพลังในวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2025

‘สภาผู้บริโภค’ ชูธง ‘การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน’ ปลุกพลังในวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2025

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.06 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ คอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภคกว่า 340 องค์กร จัดงานวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2025 ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน” ซึ่งมุ่งเน้นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

คุณบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า โลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วทำให้เกิดปัญหาใหม่ เช่น สิทธิในการบริโภคที่ยั่งยืน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการเข้าถึงการคุ้มครองทางดิจิทัล ซึ่งยังไม่ได้รับการคุ้มครองในกฎหมายปัจจุบัน โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 รับรองเพียง 5 สิทธิเท่านั้น จึงต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองที่เท่าเทียมและเป็นธรรม

ในปี 2568 นี้ สภาผู้บริโภคและเครือข่ายกว่า 340 องค์กร จะเดินหน้าผลักดันมาตรการและนโยบายส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืน เน้นให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งเสริมพลังให้เสียงผู้บริโภคมีอิทธิพลในการกำหนดอนาคตของการบริโภคที่เป็นธรรม

“เราขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เพราะสิทธิผู้บริโภคคือรากฐานสำคัญของชีวิตที่มั่นคง และเป็นกุญแจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” คุณบุญยืนกล่าว

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่าสิทธิผู้บริโภคในประเทศไทยยังไม่เทียบเท่ามาตรฐานสากล เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ระบุสิทธิผู้บริโภคเพียง 5 ข้อ ได้แก่ การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้า, สิทธิในการเลือกสินค้า, การได้รับความปลอดภัยจากสินค้า, สิทธิในการทำสัญญาอย่างเป็นธรรม และการได้รับการชดเชยความเสียหาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เช่น มลพิษ PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต

“เราจะผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่การบริโภคที่ยั่งยืน โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ, เอกชน, และประชาชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและวิถีชีวิตที่ยั่งยืน” เลขาธิการกล่าว. “เราขอเชิญชวนทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดวิถีชีวิตที่ยั่งยืน”

​นายวิทูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนต้องอาศัยพลังของผู้บริโภค ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเลือกซื้อสินค้า โดยสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้หลายทาง เช่น การสื่อสาร แบ่งปันความรู้ การบอยคอตสินค้า หรือแม้กระทั่งการร่วมกันฟ้องร้อง นอกจากนี้ยังต้องผลักดันให้มีกฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่มีมาตรฐานสากลและมีตัวแทนผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วม

“ผู้บริโภคไม่ได้มีอำนาจแค่การซื้อสินค้า แต่สามารถกำหนดทิศทางตลาดและวัฒนธรรมได้ โดยพลังอำนาจของเราสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านการซื้อ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การแบน หรือบอยคอตสินค้า และการมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง” นายวิทูรย์กล่าว.

ผศ.ประสาท มีแต้ม อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันมนุษย์ต้องเผชิญกับสองปัญหาใหญ่ คือ ราคาพลังงานที่แพงเพราะการผูกขาดและทรัพยากรที่มีจำกัด รวมถึงผลกระทบจากการใช้พลังงานที่ทำให้โลกร้อนและเกิดภัยพิบัติต่างๆ เช่น การสูญเสียปะการัง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของอาหารทะเล

ในโลกปัจจุบัน ผู้บริโภคควรเป็น “Prosumer” หรือผู้บริโภคที่สามารถผลิตได้ด้วย เมื่อก่อนเราแค่ซื้อไฟฟ้าและจ่ายเงินออกไป แต่ตอนนี้เราได้มีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตไฟฟ้าเองได้ เช่นเดียวกับการสื่อสารผ่านมือถือที่สามารถส่งและรับข้อมูลได้ พร้อมกัน

“สิ่งที่เราขาดคือความมุ่งมั่นทางการเมืองที่จะดูแลโลกและรับผิดชอบต่อมัน ซึ่งสามารถทำได้ หากไม่แก้ปัญหาโลกร้อนตอนนี้ในอนาคตจะไม่มีใครแก้ได้ เพราะมันเกิดขึ้นเร็วมาก เราต้องร่วมมือกันในฐานะ Prosumer ที่แอคทีฟในการแก้ปัญหาโลกร้อน” ผศ.ประสาทกล่าว

​นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปริมาณขยะในกรุงเทพฯ ลดลงจาก 11,000 ตันต่อวัน ก่อนโควิด-19 เหลือ 9,000 ตันในปัจจุบัน เนื่องจากประชาชนเริ่มให้ความร่วมมือในการคัดแยกขยะมากขึ้น แต่ยังมีความท้าทายในการส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการส่งเสริมการรีไซเคิล การทำปุ๋ยหมัก หรือการแปรรูปเป็นแก๊สชีวภาพ ขณะเดียวกัน องค์กรใหญ่ต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าและตลาด ก็มีโครงการ Zero Waste โดยส่งเสริมการคัดแยกขยะ และจัดเก็บเศษอาหารไปหมักปุ๋ยหรือเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งมีภาคเอกชนที่รับซื้อขยะรีไซเคิลถึงที่

ในอนาคต กทม.จะเพิ่มเตาเผาขยะอีก 2 โรง เพื่อรองรับขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ โดยมีเป้าหมายเผาขยะได้ 2,005 ตันต่อวัน

นายพรพรหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การคัดแยกขยะในภาคประชาชนยังมีความท้าทาย เนื่องจากกรุงเทพฯ มีมากกว่า 2 ล้านครัวเรือนที่ต้องจัดการขยะ ดังนั้น จึงมีโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” โดยจะมีการเพิ่มค่าธรรมเนียมการเก็บขยะจาก 20 บาทเป็น 60 บาทต่อเดือน เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ แต่หากคัดแยกขยะและลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่น BKK Waste Pay จะได้รับส่วนลดเหลือ 20 บาท เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนคัดแยกขยะมากขึ้น

​น.ส. สุรีรัตน์  ตรีมรรคา  รองประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่และของภาคเหนือในปี 2568 ว่า ดีกว่าปี 2567 แต่ไม่ได้หมายความว่า ปี 69,70 จะดีไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศและการลดการเผาให้ได้มากที่สุดถึงจะทำให้สถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้น ทั้งนี้รวมถึงในระดับนโยบายที่จะดูแล การปรับเปลี่ยน วิถีการเกษตร มีทั้งนโยบายเกี่ยวกับป่าไม้ ที่ดินสิทธิที่ทำกิน ต้องดำเนินการให้ชัดเจนขอบเขตของชุมชน รัฐ  รวมทั้งนโยบายสนับสนุนเติมงบประมาณ ให้ องค์การบริหารส่วนตำบล กระจายอำนาจ ในการดูแลแก้ปัญหาเรื่องไฟป่า ลดการเผา ทำแนวกันไฟ การป้องกันไฟ การเผชิญไฟ ในช่วงที่เกิดไฟขึ้น

สมาคมนักร้องประสานเสียงอาวุโสไทยขอเชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล นำเงินรายได้ส่วนหนึ่งสมทบการสร้างโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์

สมาคมนักร้องประสานเสียงอาวุโสไทยขอเชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล นำเงินรายได้ส่วนหนึ่งสมทบการสร้างโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์

สมาคมนักร้องประสานเสียงอาวุโสไทยขอเชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล นำเงินรายได้ส่วนหนึ่งสมทบการสร้างโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.44 น.

สมาคมนักร้องประสานเสียงอาวุโสไทย Thai Senior Choral Singers Association จัดงาน 2nd Thailand Senior Music and Dance Festival 2025 คอนเสิร์ตการกุศล เพื่อนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งสมทบการสร้างโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์ วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568  แสดง2 รอบ เวลา 13.00-16.00น. และ 18.00-21.00น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลนิธิโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะนำบุคลากรและนิสิตร่วมออกบูธรับบริจาคเพื่อสมทบการสร้างโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์ และเปิดบูธสั่งเช่าบูชาพระพุทธปุญญเกษตราภิบาล พระ ประธานประจำหอพระโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์พร้อมรับของที่ระลึกพิเศษ

การแสดงคอนเสิร์ต ประกอบด้วย การขับร้องเพลงจากนักร้องที่มีชื่อเสียงได้แก่ แอ๊ค โชคชัย และภูมิ แก้วฟ้าเจริญ จากรายการเดอะโกลเด้นซอง การแสดงจากวงประสานเสียง อาทิ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม วงประสานเสียงเพื่อนโดม วงประสานเสียงนนทรีคอรัส วงประสานเสียงอาวุโสไทย   การแสดงดนตรี/ด๊านซ์ การแสดงโนรา โดย ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ ชมรมนักศึกษาเก่านาฏศิลป์ดนตรีไทย อุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ชมรมไลน์ด๊านซ์บางเขน ส.มก.

นอกจากนี้ ในเวลา 11.00 -13.00 น. และ 16.00 -18.00 น. ยังมีการแสดง พิเศษเกมส์ บูธตรวจสุขภาพ และ อื่นๆอีกมากมาย อาทิ อังกะลุงกะป้า วงประสานเสียง TSC ณ เวทีนอกหอประชุม ศูนย์วัฒนธรรม เพียงร่วมบริจาค 800 บาท รับบัตร Concert 1 ใบ เงินบริจาคส่วนหนึ่งมอบให้โรงพยาบาลเกษตรศาสตร์ 

ติดต่อสอบถาม/บริจาคได้ที่สมาคมฯ โทร 0655869896 , แอด Line @tscsa กดลิ้ง https://lin.ee/fj99LRF , Facebook : สมาคมนักร้องประสานเสียงอาวุโสไทย

สจล. ผนึกกำลังตำรวจภูธรภาค 2 – อมตะ ฟาซิลิตี้ฯ พัฒนาโครงการ ‘AI Robot รับแจ้งความ’ ประมวลผลถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

สจล. ผนึกกำลังตำรวจภูธรภาค 2 - อมตะ ฟาซิลิตี้ฯ พัฒนาโครงการ 'AI Robot รับแจ้งความ' ประมวลผลถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

สจล. ผนึกกำลังตำรวจภูธรภาค 2 – อมตะ ฟาซิลิตี้ฯ พัฒนาโครงการ ‘AI Robot รับแจ้งความ’ ประมวลผลถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.04 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดย รศ. ดร.คมสัน มาลีสี (คนที่ 2 จากซ้าย) อธิการบดี ร่วมด้วยพลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ (คนที่ 3 จากซ้าย)  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และนายอัครเรศร์ ชูช่วย (คนที่ 1 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด (สำนักงานใหญ่) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาโครงการ “AI Robot รับแจ้งความ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหุ่นยนต์ AI ที่สามารถทำหน้าที่รับแจ้งความเอกสารหาย คุยโต้ตอบกับประชาชนได้ วิเคราะห์ประมวลผลข้อกฎหมาย และประมวลผลข้อมูลได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ในอนาคตจะพัฒนาให้สามารถรับแจ้งความคดีอาญาได้ ทั้งนี้จะเริ่มทดลองใช้งานในพื้นที่ อมตะซิตี้ จ.ชลบุรี ในเขตรับผิดชอบของ สภ.ดอนหัวฬ่อ สภ.เมืองชลบุรี และ สภ.พานทอง ต่อไป ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สจล.

พาราไดซ์ พาร์ค ชวนชมการประกวดร้องเพลงไทยลูกกรุงวัยเก๋า ‘ไอดอลเสียงทอง’ ครั้งที่ 4 รุ่น 60 ปี ขึ้นไป

พาราไดซ์ พาร์ค ชวนชมการประกวดร้องเพลงไทยลูกกรุงวัยเก๋า ‘ไอดอลเสียงทอง’ ครั้งที่ 4 รุ่น 60 ปี ขึ้นไป

พาราไดซ์ พาร์ค ชวนชมการประกวดร้องเพลงไทยลูกกรุงวัยเก๋า ‘ไอดอลเสียงทอง’ ครั้งที่ 4 รุ่น 60 ปี ขึ้นไป

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.04 น.

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมดี ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับ มูลนิธิอนาคตไทย ชวนคุณมาสนุกไปกับบรรยากาศ เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงลูกกรุงอันไพเราะจากผู้เข้าประกวดวัยเก๋าทั้งชายและหญิง กับ การประกวดร้องเพลงไทยลูกกรุง “ไอดอลเสียงทอง” ๒๕๖๘ ครั้งที่ 4 รอบชิงชนะเลิศ รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป ชิงเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล ซึ่งการประกวดครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้คร่ำหวอดในวงการเพลง อย่าง สุนทร สุจริตฉันท์ นักร้องนำวงรอยัลสไปรท์ส พิเชษฐ์  ศุขแพทย์ นักแต่งเพลง นักดนตรีวงรอยัลสไปรท์ และ ชุมพล สุปัญโญ  นักแต่งเพลง นักดนตรี วงอินฟินินตี้ มาร่วมเป็นกรรมตัดสิน

มาร่วมให้กำลังใจนักร้องรุ่นใหญ่วัยเก๋าว่าใครจะคว้าสุดยอดไอดอลเสียงทอง หรือใครที่มีความรักและชื่นชอบในสียงเพลงลูกกรุง  ห้ามพลาด! ในวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 18.00 น.  ณ ชั้น 1 ลาน รอยัลพาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ http://www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel