‘นฤมล’สั่งตั้งกรรมการสอบ ปมร้องเรียนส่อเอื้อแล็บตรวจ BY2‘ทุเรียน’ส่งออก

‘นฤมล’สั่งตั้งกรรมการสอบ ปมร้องเรียนส่อเอื้อแล็บตรวจ BY2‘ทุเรียน’ส่งออก

‘นฤมล’สั่งตั้งกรรมการสอบ ปมร้องเรียนส่อเอื้อแล็บตรวจ BY2‘ทุเรียน’ส่งออก

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.56 น.

‘นฤมล’เผยได้รับหนังสือร้องเรียนปมแล็บตรวจ BY2‘ทุเรียน’ส่งออกจริง พร้อมสั่งปลัดเกษตรฯตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ยืนยันพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ย้ำไม่ยอมให้บุคคลใดมาสร้างความเสียหายต่อเกษตรกร รวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย

14 มีนาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีข่าวตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กรณีถูกร้องเรียนเรื่องส่อเอื้อเอกชนตรวจสอบสาร BY2 ในทุเรียนส่งออก ว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ที่ขอให้ตรวจสอบอธิบดีกรมวิชาการเกษตรในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติตรวจสอบสารย้อมสี BY2 ในทุเรียนส่งออกจริง จึงส่งเรื่องให้นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ปลัดกระทรวงในฐานะผู้บริหารสูงสุด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุดต่อไป

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้นโยบายหน่วยงานในสังกัดในการทำงานเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ ดังนั้นในกรณีนี้ก็เช่นกัน จะไม่ยอมให้บุคคลใดสร้างความเสียหายต่อเกษตรกร รวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยโดย ที่ผ่านมาได้ประกาศใช้มาตรการ แก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าผลไม้และ Set Zero สารปนเปื้อนในทุเรียนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นางนฤมล กล่าวว่า จากการเยือนประเทศจีน และได้พูดคุยกับทางสำนักงานศุลกากรจีน GACC) ซึ่งได้แจ้งถึงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าผลไม้จากประเทศไทยไปยังจีน ว่า มีการดำเนินการอะไรไปบ้าง โดยฝ่ายจีนมีความมั่นใจมากขึ้น

นางนฤมล กล่าวด้วยว่า ทุเรียนเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศกว่าปีละ 100,000 ล้านบาท จีนนำเข้าผลไม้จากประเทศไทยเป็นอันดับ 1 และทุเรียนเป็นสินค้าที่นำเข้ามากที่สุด จึงจำเป็นจะต้องดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยไทยส่งออกทุเรียนไปจีนเฉลี่ยปีละ 1.3-1.4 แสนล้านบาท คาดว่า ในปี 2568 ไทยจะส่งออกทุเรียนไปจีนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทุเรียนไทยยังครองส่วนแบ่งตลาดในจีนถึง 57% และผู้บริโภคจีนยังคงให้ยอมรับทุเรียนไทยมากจึงจะต้องขับเคลื่อนทุกมาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อทางการจีนและผู้บริโภค

เปิดอ่านฟรี! ‘ECHO OF ETERNITY’ Ep.4 ปริศนาในห้องขัง

เปิดอ่านฟรี! ‘ECHO OF ETERNITY’ Ep.4 ปริศนาในห้องขัง

เปิดอ่านฟรี! ‘ECHO OF ETERNITY’ Ep.4 ปริศนาในห้องขัง

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.

“ECHO OF ETERNITY” ส่วนหนึ่งของจักรวาล IP Legend of the Two Heroes ผลงานเว็บตูนของ T&B Media Global ซึ่งเปิดให้อ่านฟรี บน WEBTOON CANVAS สัปดาห์นี้นำเสนอเป็นตอนที่ 4 ปริศนาในห้องขัง

 โดยเรื่องราวคือ จากหลักฐานและการสอบปากคำที่เต็มไปด้วยข้อพิรุธ ทุกอย่างชี้ไปที่เอวา ซันนี่ยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นฝีมือของเอวา ดูเหมือนว่าเธอยังปิดบังความลับอะไรบางอย่างเอาไว้ แต่ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ เอวาถูกพบเป็นศพแขวนอยู่ในห้องขังในวันรุ่งขึ้น รอบคอของเธอถูกรัดด้วยใยแมงมุมเดียวกันกับใยที่พบบนศพของดร.ซาเวียร์

แฟนๆ สามารถติดตาม ECHO OF ETERNITY ตอนถัดไปได้ทุกๆ 2 สัปดาห์ ในวันพุธ และใช้แฮชแท็ก #EOE #2heroes เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาความจริง และร่วมพูดคุย วิเคราะห์ปริศนา และทฤษฎีต่างๆ ได้ในคอมมูนิตี้ @2heroesth ทาง Facebook, X, Instagram และ YouTube (คลิกลิงก์ได้ที่ https://bit.ly/40SU1CH )

ไทยเบฟ ผนึกทีมแพทย์ ลงพื้นที่เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข สนับสนุนการคัดกรองมะเร็งลำไส้-มะเร็งตับต่อเนื่องปี 4

ไทยเบฟ ผนึกทีมแพทย์ ลงพื้นที่เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข สนับสนุนการคัดกรองมะเร็งลำไส้-มะเร็งตับต่อเนื่องปี 4

ไทยเบฟ ผนึกทีมแพทย์ ลงพื้นที่เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข สนับสนุนการคัดกรองมะเร็งลำไส้-มะเร็งตับต่อเนื่องปี 4

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.08 น.

ไทยเบฟ สนับสนุนโครงการ “คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับสำหรับประชาชน” พร้อมคณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ลงพื้นที่ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมให้ความรู้ในแนวทางป้องกันก่อนการเกิดโรค ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

โครงการ “คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งตับสำหรับประชาชน” ปี 4 ได้ดำเนินกิจกรรม ณ  โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ   บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนางานด้านสาธารณสุขที่มีต่อการพัฒนาของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประสานความร่วมมือกับ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ    จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ และเครือข่ายพันธมิตรของหน่วยงานสาธารณสุข จังหวัดกำแพงเพชรและพื้นที่ใกล้เคียง ด้วยเจตนารมณ์ของคุณเจริญ – คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนให้มีโอกาสรับการดูแลรักษาจากสถานพยาบาลที่มีประสิทธิภาพที่เดินทางมาให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงด้วยการส่องกล้อง โดยวิธี Colonoscope และตรวจมะเร็งตับ ไขมันเกาะตับและภาวะตับแข็งด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ช่องท้องและเครื่องตรวจพังผืด Fibroscan ซึ่งเป็นการป้องกันโรคก่อนเกิดโรค เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต

การจัดโครงการในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่จัด ณ โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา มีผู้ป่วยที่ได้รับ  การคัดกรองมะเร็งทั้ง 2 ประเภท เข้าร่วมตรวจคัดกรอง รวมทั้งสิ้น 525 ราย แบ่งเป็น ตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง จำนวน 252 คน และ ตรวจมะเร็งตับ จำนวน 300 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป        ซึ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มมีความเสี่ยงตามหลักการทางการแพทย์ 

ทางด้าน นายแพทย์วัชรพงษ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทรายทองวัฒนา กล่าวว่า “สำหรับการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งนี้นับเป็นประโยชน์มากในด้านสุขภาพของพี่น้องชาวจังหวัดกำแพงเพชร ขอขอบคุณทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์จากสถานพยาบาลทุกแห่งที่ผนึกความร่วมมือร่วมใจกันในครั้งนี้  ขอบคุณบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความสำคัญและห่วงใย    ในสุขภาพของพี่น้องประชาชน ในปี 2567 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง อายุระหว่าง 50-70 ปี จาก 4,690 คน เป็นจำนวน 960 คน ด้วยวิธี FIT Test พบมีผลการตรวจผิดปกติจำนวน 169 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น และคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงมะเร็งตับอายุ 35 ปีขึ้นไป จาก 12,765 คน เป็นจำนวน 4,195 คน พบมีผลการตรวจ ผิดปกติ จำนวน 300 คน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วยวิธีการส่องกล้อง ตรวจลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง โดยวิธี Colonoscope และการตรวจยืนยันมะเร็งตับโดยวิธี Fibroscan เพื่อยืนยันผลการตรวจคัดกรอง และหากผลตรวจยืนยันว่าผิดปกติก็จะได้รีบดำเนินการรักษาตั้งแต่ในระยะแรกและมีโอกาสหายขาดได้”

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาต่อนั้น ทางโรงพยาบาลกำแพงเพชร จะรับผิดชอบในการดูแลตามขั้นตอนต่อไปโดย นายแพทย์สมเพ็ง โชคเฉลิมวงศ์  รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร เพิ่มเติมว่า “ในส่วนของ โรงพยาบาลกำแพงเพชร ได้มีส่วนร่วมกับโครงการนี้โดยเป็นความร่วมมือลักษณะเครือข่ายโรงพยาบาลพี่ช่วยโรงพยาบาลน้อง ซึ่งหลังจากการตรวจพบว่าใครเป็นมะเร็ง ทางโรงพยาบาลกำแพงเพชรจะรับช่วงไปรักษาและดูแลต่อ โครงการนี้มีประโยชน์กับพี่น้องชาวกำแพงเพชรเป็นอย่างมากเพราะโรคมะเร็งเป็นภัยสุขภาพที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวกำแพงเพชรเสียชีวิต เป็นอันดับต้นๆ ฉะนั้นถ้าเรามีการคัดกรองที่ดี เราก็จะทำการรักษาได้ทันท่วงที ทำให้ประชาชนได้เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น”

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการด้านสาธารณสุข ที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  และหน่วยงานพันธมิตร  ด้านสาธารณสุขได้ร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานเพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงการดูแลรักษาที่ดี มีความรู้ในการป้องกันโรคและดูแลสุขภาพตนเอง 

-(016)

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เปลี่ยนขวดพลาสติก สู่ประติมากรรมรักษ์โลก ‘ไนน์’

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เปลี่ยนขวดพลาสติก สู่ประติมากรรมรักษ์โลก ‘ไนน์’

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เปลี่ยนขวดพลาสติก สู่ประติมากรรมรักษ์โลก ‘ไนน์’

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.19 น.

18 มีนาคมของทุกปี ถือเป็นวันรีไซเคิลโลก (World Recycling Day)  เดอะไนน์ เซ็นเตอร์  พระราม 9 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้วัสดุให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน ที่ดำเนินธุรกิจควบคู่การขับเคลื่อนกิจกรรมรักษ์โลกอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนทุกมิติในการสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล หรือ ESG ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ  ล่าสุดร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ ประสานมิตร  สร้างสรรค์ประติมากรรมจากวัสดุรีไซเคิล นอกเหนือจากความสวยงามแล้วยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ด้วยการนำขวดน้ำที่ใช้แล้วขยะที่พบเห็นได้ทั่วไป มาดัดแปลง แปรรูป สร้างสรรค์เติมชีวิตจนเกิดเป็น “ไนน์”  ประติมากรรมสุดคิ้วท์สีสันสดใส กลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของสายอาร์ตรักษ์โลก

นางสาวสรัญญา เจริญศิริ  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า  “ไนน์” ตอบโจทย์ความเป็นศูนย์การค้าสีเขียว ทั้งการเป็นพื้นที่ Pet Friendly  และมุ่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการนำขยะที่เกิดขึ้นภายในศูนย์ฯ มารีไซเคิล เป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของสายรักษ์โลก สอดคล้องกับพันธกิจหลักของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค  นอกจากการเปิดพื้นที่ให้บริการลูกค้าและผู้ประกอบการแล้ว  อีกบทบาทที่สำคัญคือทำประโยชน์เพื่อสังคม  เช่นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย เพื่อการเปิดโอกาสให้นิสิตมีพื้นที่แสดงผลงานของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ถูกตีกรอบความสามารถแค่ในมหาวิทยาลัย  “เรามีพื้นที่พร้อมให้การสนับสนุน เพราะเด็กทุกคนมีความคิดสร้างสร้างมีศักยภาพในตัวเอง นอกจากนี้ยังได้ทักษะการเรียนรู้ขั้นตอนของการทำงานจริง”

ด้าน ผศ.ดร. กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์  มศว. กล่าวว่า ทุกวันนี้โลกกำลังเผิชญกับปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้น  เราจะทำอย่างไรให้ขยะเหล่านี้กลับมาสร้างประโยชน์อย่างมีคุณค่า  ประติมากรรมชิ้นนี้ คาดว่าจะสร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของการลดปริมาณขยะ หรือความสำคัญของการนำสิ่งเหล่านี้กลับมาเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น  “ไนน์ ถือเป็นผลงานที่สองของความร่วมมือ  นิสิตได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาระหว่างทาง ทั้งการติดต่อประสานงาน การคำนวนค่าใช้จ่าย รวมถึงการบริหารเวลาเพื่อส่งให้ทันตามกำหนด  ซึ่งภายในห้องเรียนไม่สามารถทำได้”

นายนครินทร์ โพธิ์แสน  นิสิตปี 3  คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาสื่อผสม  มศว.  ตัวแทนทีมนิสิตผู้ผลิตผลงาน กล่าวว่า แต่ละวันศูนย์การค้าฯ มีขยะเกิดขึ้นจำนวนมาก  โดยเฉพาะขวดน้ำ จึงเลือกขวดพลาสติกเป็นวัสดุของการทำประติมากรรม ซึ่งสามารถดัดให้เข้ากับโครงสร้างที่เป็นส่วนโค้งได้  ตอบโจทย์ที่ท้าทายการรีไซเคิ้ลขยะให้ออกมาให้เป็นงานศิลปะ“ผมชอบแนวคิดการนำขยะมาสร้างเป็นงานศิลปะ   ระหว่างทางมันมีปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ ความท้าทายที่เกิดขึ้นคือความสนุก ขอบคุณเอ็มบีเค ที่ให้โอกาสพวกเราได้แสดงฝีมือครับ”

สำหรับ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 เป็นคอมมูนิตี้มอลล์  ที่ถูกออกแบบให้เหมือนหมู่บ้านที่เน้นความเป็นธรรมชาติ อบอุ่น สะท้อนแนวคิด CLUB of NEIGHBOR คลับสำหรับเพื่อนที่รู้ใจ  ซึ่งตรงกับ “ไนน์”  สุนัขพันธุ์ เฟรนช์บูลด็อก  มีความขี้เล่น สดใส ร่าเริง และเป็นมิตร  สื่อถึงการต้อนรับที่อบอุ่น  โดยการนำเสนอผ่านท่าทางที่ผ่อนคลาย  สะท้อนถึงความสบายใจและความไว้วางใจเช่นเดียวกับประสบการณ์ที่ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9  ได้มอบให้ทุกท่าน  และยังเป็นศูนย์การค้า พื้นที่ Pet Friendly ที่ต้อนรับคนรักสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

“ไนน์”  ประติมากรรมจากขวดน้ำพลาสติกกว่า 2,000 ขวด ขยะที่เกิดขึ้นภายในศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 สะท้อนถึงการนำวัสดุรีไซเคิลมาสร้างสรรค์งานศิลปะ  ประติมากรรมชิ้นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความร่วมมือ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของการรักษ์โลกและการสร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคม ด้วยความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่สิ้นสุด

-(016)

ปลดล็อกความยากจน! บ้านหนองเขียว จ.แม่ฮ่องสอน เดินหน้าสู่เกษตรอินทรีย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ปลดล็อกความยากจน! บ้านหนองเขียว จ.แม่ฮ่องสอน  เดินหน้าสู่เกษตรอินทรีย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ปลดล็อกความยากจน! บ้านหนองเขียว จ.แม่ฮ่องสอน เดินหน้าสู่เกษตรอินทรีย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.40 น.

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเฉพาะพื้นที่บ้านหนองเขียวและกลุ่มบ้านบริวาร ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน กำลังก้าวหน้าอย่างโดดเด่นในการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทางของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.)โครงการนี้มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม สู่ระบบเกษตรอินทรีย์และพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมทั้งส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเฉพาะพื้นที่บ้านหนองเขียวและกลุ่มบ้านบริวาร จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการดำเนินงานโดย สวพส. ซึ่งเริ่มต้นจากการสำรวจและวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน พบว่าประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และการเกษตร รวมถึงขาดองค์ความรู้ด้านเกษตรที่ยั่งยืน ทำให้รายได้ไม่มั่นคงและต้องพึ่งพาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่มีต้นทุนสูงและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ สวพส. จึงร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทานในการจัดหาน้ำสะอาด พร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ผักอินทรีย์ กาแฟ อะโวคาโด และเสาวรสหวาน แทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือพืชที่ให้ผลตอบแทนต่ำ โดยมุ่งหวังให้ชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว

หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของกิจกรรมการเพิ่มรายได้ระยะสั้น คือ การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในโรงเรือน จำนวน 30 โรงเรือน บนพื้นที่เพียง 12 ไร่ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรสูงถึง 2,880,000 บาทต่อปี ในทางกลับกัน หากใช้พื้นที่เดียวกันนี้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะให้ผลตอบแทนเพียง 72,000 บาทต่อปี และหากต้องการรายได้เท่ากัน เกษตรกรต้องใช้พื้นที่ถึง 480 ไร่ ตัวเลขเหล่านี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่า เกษตรอินทรีย์ในโรงเรือนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า สร้างรายได้ที่มั่นคง ลดความเสี่ยง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

นายพัลลภ ปัญญา นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา  หัวหน้าโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเฉพาะพื้นที่บ้านหนองเขียว และกลุ่มบ้านบริวาร กล่าวว่า การพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงตามแนวทางของโครงการหลวง ไม่ได้ช่วยแค่ให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการใช้พื้นที่ ลดการเผา และลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่อีกด้วยที่สำคัญคือ เกษตรกรมีทางเลือกในการทำอาชีพมากขึ้น โดยมีทั้งพืชระยะสั้น อย่างผักอินทรีย์ที่ปลูกในโรงเรือน พืชระยะกลาง เช่น เสาวรสหวาน และถั่วลายเสือ ส่วนพืชระยะยาวก็มีอะโวคาโด กาแฟอราบิก้า และแมคคาเดเมีย ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลดีหลายด้าน ในแง่เศรษฐกิจ เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง ในแง่สังคม ก็เกิดการรวมกลุ่มกัน ทั้งในและนอกภาคเกษตร โดยมีคนในชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการ และในแง่สิ่งแวดล้อม การปลูกไม้ผลและกาแฟที่ใช้พื้นที่น้อย ทำให้มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นอีกด้วย

นายบรมัติ  ทิพกนก ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจการณ์สหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มเตรียมสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงหนองเขียว จำกัด เพื่อรวมกลุ่มเกษตรกรในโครงการได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านปัจจัยการผลิตและวัสดุอุปกรณ์การเกษตร บริหารจัดการด้านการตลาด โดยการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาด ทั้งตลาดตามข้อตกลงและตลาดออนไลน์ ทั้งในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และกระจายออกสู่ตลาดต่างจังหวัด อีกทั้งได้ส่งเสริมสนับสนุนในการออมทรัพย์ของเกษตรกรสมาชิก รวมถึงการผลักดันให้เกษตรกรสมาชิกมีส่วนร่วมในทุกมิติ

นางสาวรวีวรรณ ชลธารเสาวรส ประธานกลุ่มผู้ปลูกผักอินทรีย์บ้านหนองเขียว กล่าวว่า ระบบการจัดการภายในกลุ่มเกษตรกรได้รับการออกแบบให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพ โดยเกษตรกรแต่ละคนมีหน้าที่เฉพาะ ตั้งแต่การตัด คัดเลือก ซึ่งขั้นตอนการแพ็คบรรจุผลิตภัณฑ์มีการระบุชื่อเกษตรกร ชนิดของผักที่ปลูก พื้นที่เพาะปลูก และน้ำหนักของผลผลิต เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการแบบรวมกลุ่มยังช่วยให้สมาชิกสามารถแบ่งปันองค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง และคุณภาพชีวิตของครอบครัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การปรับใช้แนวทางโครงการหลวงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาที่บ้านหนองเขียวช่วยให้เกษตรกรเปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรที่ใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูง ลดการเผา และแก้ปัญหาหมอกควันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จนี้เกิดจากการสนับสนุนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนและหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ถนน สัญญาณสื่อสาร ระบบไฟฟ้า และคุณภาพดิน-น้ำ พร้อมขยายองค์ความรู้ไปยังพื้นที่สูงอื่น ๆ เพื่อสร้างระบบเกษตรที่ยั่งยืน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูงในระยะยาว

-(016)

ไอเดียเจิด! ศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีศิลปนิพนธ์ 2025 พาชมงานออกแบบสุดสร้างสรรค์

ไอเดียเจิด! ศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีศิลปนิพนธ์ 2025 พาชมงานออกแบบสุดสร้างสรรค์

ไอเดียเจิด! ศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีศิลปนิพนธ์ 2025 พาชมงานออกแบบสุดสร้างสรรค์

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.47 น.

เปิดพื้นที่กลางเมือง ให้นักศึกษาภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี ปล่อยของงานศิลปะนิพนธ์ “เจิด Just Art Thesis Exhibition 2025” สุดสร้างสรรค์ กว่า 100 ผลงานสำคัญ สะท้อนมุมมองใหม่ของวงการออกแบบ ผสานเทคโนโลยีและศิลปะร่วมสมัยไว้ในงานเดียว

ผศ.ดร.มาโนช บุญทองเล็ก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี ได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “เจิด Just” เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของตนเองอย่างเต็มที่ ครอบคลุม 4 สาขาวิชาคือ ออกแบบนิเทศศิลป์ ออกแบบภายใน ออกแบบผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจาก คุณเอื้อมพร ศรีภูวงศ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ โซน CoEvent Studio ชั้น 5 กทม.

คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ ยังกล่าวด้วยว่า นิทรรศการครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริงในการจัดแสดงผลงาน ได้รับคำติชมจากผู้เชี่ยวชาญ และสร้างเครือข่ายกับบุคคลในวงการศิลปะและการออกแบบ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ คณะยังมีแผนพัฒนาให้การจัดนิทรรศการมีความน่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการนำเสนอผลงาน รวมถึงจัดกิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อป และการแสดงศิลปะเพื่อเพิ่มมิติให้กับนิทรรศการ

ด้าน ผศ.ว่าที่ ร.ต.ญ. ปัญจลักษณ์ หรีรักษ์ หัวหน้าภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี กล่าวว่า ภาควิชามุ่งเน้นการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์และสามารถออกแบบผลงานที่ร่วมสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์ ในนิทรรศการครั้งนี้ นักศึกษาได้นำเสนอผลงานที่หลากหลายแสดงให้เห็นถึงทักษะและความสามารถในการผสมผสานศิลปะและการออกแบบได้อย่างลงตัว นอกจากการจัดแสดงผลงานแล้ว นิทรรศการนี้ยังเป็นโอกาสให้สาธารณชนได้เห็นถึงความก้าวหน้าทางศิลปะและการออกแบบของคณะศิลปกรรมศาสตร์ รวมถึงเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่สนใจศึกษาต่อขณะนี้ทางคณะกำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://fa.rmutt.ac.th/

นางสาวศุภรดา สุขอัมพร ประธานนักศึกษาภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า นิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาในรายวิชาศิลปนิพนธ์ ซึ่งเป็นวิชาในหลักสูตรศิลปบัณฑิตที่นักศึกษาต้องนำความรู้ที่เรียนมาตลอดหลักสูตรมาบูรณาการออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นผลลัพธ์ของการทุ่มเทแรงกายแรงใจตลอดระยะเวลาการศึกษา ที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ และทักษะความสามารถ โดย Thesis Exhibition 2025 มีนักศึกษาเข้าร่วมจัดแสดงผลงานทั้งหมดกว่า 100 คน ซึ่งมีกำหนดจัดแสดงตั้งแต่ 12-16 มี.ค. 2568 ที่ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงผลงาน แต่เป็นแหล่งเรียนรู้และแรงบันดาลใจที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในงานออกแบบสร้างสรรค์

ด้าน นางสาวพิชญาภา ทันสมัย “โฟล์ค” ตัวแทนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เข้าร่วมจัดแสดงผลงาน “โครงการออกแบบ ART TOY เพื่อส่งเสริมการแต่งตัวและความเท่าเทียมกันทางเพศในรูปแบบ Unisex” ซึ่งตนต้องแสดงให้เห็นถึงการใช้ศิลปะและการออกแบบเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและส่งเสริมประเด็นทางสังคมที่สำคัญ โดยการออกแบบ ART TOY ที่มีการถอดอัตลักษณ์การแต่งกายในยุค 1980 แนวคิดในการออกแบบจะเป็น CHARACTER UNISEX ที่ไม่ระบุเพศ มีความเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นทรงผม เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับ ทุกอย่างล้วนเป็นของแต่งกายที่ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็สามารถใส่ได้

-(016)

เปิดตัว คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ – เดอะ ไอ สปา สืบสานความรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา จากอดีตถึงปัจจุบัน

เปิดตัว คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ - เดอะ ไอ สปา สืบสานความรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา จากอดีตถึงปัจจุบัน

เปิดตัว คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ – เดอะ ไอ สปา สืบสานความรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา จากอดีตถึงปัจจุบัน

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.04 น.

อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล เปิดตัว คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ และ เดอะ ไอ สปา สืบสานความรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา จากอดีตถึงปัจจุบัน

อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล (InterContinental Chiang Mai The Mae Ping) ภายใต้การพัฒนาของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (Asset World Corporation – AWC) กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรของประเทศไทย และบริหารโดย อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป (InterContinental Hotels Group – IHG) ประกาศเปิดตัว คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ และ เดอะ ไอ สปา เพื่อขยายนิยามของงานบริการระดับลักซ์ชูรีแห่งเมืองเชียงใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจจากมรดกอันล้ำค่าของอาณาจักรล้านนาที่รุ่งเรืองในอดีต ผสมผสานกับประสบการณ์อันหรูหราทันสมัยได้อย่างลงตัว

คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์: การยกระดับประสบการณ์แห่งดินแดนล้านนา

คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ คือประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้เข้าพักในห้องพักประเภท คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เท่านั้น นำเสนอสิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการเข้าพักแบบหรูหราเหนือระดับ พร้อมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองเชียงใหม่อย่างไม่มีใครเหมือน มาพร้อมงานออกแบบที่สะท้อนถึงแก่นแท้แห่งมรดกอันล้ำค่าของดินแดนล้านนา ช่วยสร้างบรรยากาศอันเงียบสงบทั้งเพื่อการพักผ่อน การสังสรรค์ และการคุยธุรกิจ ผู้เข้าพักจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย อาทิ การเช็คอินและเช็คเอาท์ก่อนใคร บริการเครื่องดื่มระดับพรีเมียมตลอดทั้งวัน อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์และตามสั่ง ชุดน้ำชายามบ่าย และค็อกเทลยามเย็นพร้อมคานาเป้

คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ ได้รับการออกแบบโดยยกย่องมรดกอันล้ำค่าของแผ่นดินล้านนา ผสมผสานระหว่างอาคารล้านนากับอาคารยุโรปแบบนีโอคลาสสิก ภายใต้การก่อสร้างโดยช่างชาวจีน ให้ความรู้สึกสง่างามและอบอุ่น เมนูอาหารใน คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ ได้นำความรุ่มรวยของวัฒนธรรมอาหารไทยภาคเหนือมาใช้ โดยวัตถุดิบทั้งหมดมาจากผลผลิตอินทรีย์ในท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโครงการหลวง อาทิ ผัก ผลไม้ กาแฟ และไก่อินทรีย์ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย อาหารเช้าที่เลานจ์จะเสิร์ฟพร้อมสปาร์กลิงไวน์ ยังมีชาระดับพรีเมียมที่มีให้เลือกในรถเข็น สุราคุณภาพดีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และเมนูค็อกเทลซึ่งคิดค้นโดยบาร์เทนเดอร์มากฝีมือ พื้นที่สำหรับการนั่งผ่อนคลายในเลานจ์ยังตกแต่งให้เหมือนลิ้นชักชา ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวอังกฤษ และความเจริญรุ่งเรืองของมรดกล้านนาอันล้ำค่า ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมอันเข้มข้นของชา King of Siam Tea ซึ่งเป็นชากุหลาบพื้นเมือง พร้อมชื่นชมทิวทัศน์ที่เงียบสงบและรายล้อมไปด้วยต้นไม้

เดอะ ไอ สปา: การพักผ่อนอันเงียบสงบเพื่อฟื้นฟูร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบ

เดอะ ไอ สปา พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่ได้แรงบัลดาลใจมาก โฮงหมอเมือง สถานบรรเทาความป่วยไข้ในอดีต ที่รักษาโรคด้วยภูมิปัญญาทางการแพทย์แบบพื้นบ้านล้านนา ซึ่งต้องได้รับการถ่ายทอดมาจากครูหมอจากรุ่นสู่รุ่น เป็นองค์ความรู้ซึ่งส่งต่อกันมาหลายศตวรรษ โดยเป็นการรักษาทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ควบคู่กับการรักษาด้วยยาสมุนไพรในเขตภาคเหนือ เพื่อฟื้นฟูความสมดุลให้กับร่างกาย

เดอะ ไอ สปา ได้รับการออแบบโดยเคารพและเชื่อมโยงกับธรรมชาติแห่งล้านนา โดยผสมผสานลวดลายของดอกจำปาอันงดงามซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเคารพนบนอบ โทนสีแดงอันผ่อนคลายในบริเวณแผนกต้อนรับชวนให้นึกถึงการการรักษาตามศาสตร์การแพทย์พื้นบ้านแบบล้านนาที่เรียกว่า ย่ำข่าง ซึ่งจะใช้ความร้อนของเปลวไฟที่เกิดจากการเผาน้ำยาสมุนไพรในเตาดินเผา ก่อนนำมานวดหรือย่ำลงบนร่าง ส่วนห้องทรีตเมนต์ทั้ง 5 ห้อง ตั้งชื่อตามดอกไม้สมุนไพรของล้านนา สร้างความรู้สึกอันเงียบสงบให้ผู้ใช้บริการได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ และฟื้นฟูร่างกายโดยสมบูรณ์

เดอะ ไอ สปา ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Panpuri สินค้าที่เป็นความภูมิใจของคนไทยซึ่งขึ้นชื่อเรื่องส่วนผสมแบบออร์แกนิก และยังมีผลิตภัณฑ์จาก Phytomer แบรนด์สกินแคร์ระดับโลกนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย ผู้ใช้บริการจะได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะของสปาแห่งนี้ที่ชื่อ Siamese Water ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทรีตเมนต์บำรุงผิวหน้าจาก Phytomer ยังช่วยฟื้นฟู และคืนความมีชีวิตชีวาให้กับผิว มอบความกระจ่างใสทันทีหลังการทำทรีตเมนต์

สำหรับทรีตเมนต์ซิกเนเจอร์ของ เดอะ ไอ สปา ได้แก่ The Lanna Signature Massage (120 นาที ราคา 3,100 บาท) โดดเด่นด้วยการประยุกต์ 3 ศาสตร์แห่งการนวดไว้ด้วยกัน ได้แก่ การนวดประคบด้วยสมุนไพรทางเหนือ การนวดด้วยน้ำมันแบบผ่อนคลาย และการนวดตอกเส้นด้วยเทคนิคแบบล้านนา หรือจะเป็น The Lanna Blessing Massage (120 นาที ราคา 4,500 บาท) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก ผางประทีป เทียนสักการะบูชาของชาวเชียงใหม่ ผ่านการนวดแบบโลมิโลมิเพื่อสร้างความผ่อนคลายทั่วทั้งร่างกายอย่างอ่อนโยน ยังมีทรีตเมนต์ Aroma Bliss Massage (120 นาที ราคา 3,300 บาท) สำหรับคู่รัก มอบสัมผัสอันนุ่มนวลจากน้ำมันหอมระเหย ช่วยปรับสมดุลพลังงานและบรรเทาความตึงเครียด

ผู้ใช้บริการยังสามารถผ่อนคลายไปกับโปรแกรมอื่น ๆ ที่มีให้เลือกมากมาย อาทิ การขัดตัว การพอกตัวเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์ของ Panpuri และการบำรุงผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ของ Phytomer ทรีตเมนต์ทุกรายการที่ เดอะ ไอ สปา ได้รับการออกแบบเพื่อพาทุกท่านสู่การเดินทางอันเงียบสงบ ผ่านความรุ่มรวยของวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพอันล้ำค่าดินแดนล้านนา มอบประสบการณ์การฟื้นฟูร่างกายระดับลักซ์ชูรีอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้

คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล เลานจ์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6:00 น. – 23:00 น. และ เดอะ ไอ สปา เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 22:00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 052 090 998 หรือเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ http://www.intercontinental.com/chiangmai

-(016)

ส้มตำนัว เปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่ ปักหมุดความแซ่บนัวกลางเอกมัย กับคอนเซ็ปต์ใหม่ Day to Night, Always Somtam!

ส้มตำนัว เปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่ ปักหมุดความแซ่บนัวกลางเอกมัย กับคอนเซ็ปต์ใหม่ Day to Night, Always Somtam!

ส้มตำนัว เปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่ ปักหมุดความแซ่บนัวกลางเอกมัย กับคอนเซ็ปต์ใหม่ Day to Night, Always Somtam!

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.17 น.

ส้มตำนัว ร้านอาหารอีสานชื่อดังจากสยามสแควร์ เปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุดในรูปแบบ Stand Alone ที่ซอยเอกมัย 6 ด้วยคอนเซ็ปต์ Day to Night, Always Somtam! ที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ชื่นชอบอาหารอีสานรสชาติจัดจ้าน พร้อมบรรยากาศสุดชิคที่สามารถนั่งแฮงเอ้าท์ได้ตลอดวันยันดึก 

สาขาเอกมัย 6 นี้ถือเป็นแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ของส้มตำนัว ที่จะมาพร้อมการยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารอีสานไปอีกขั้น นอกเหนือจากเมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนคุ้นเคย อาทิ ไก่ตะกร้า ตำมั่ว และผัดขนมจีน ที่ยังคงรสชาติความอร่อยแบบดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทางร้านยังได้สร้างสรรค์เมนูพิเศษสไตล์อีสานแท้ๆสำหรับสาขานี้โดยเฉพาะ อาทิ

●             จังโก้กระทะร้อน (หมู/เนื้อริบอาย) จังโก้เป็นเมนูอาหารอีสานที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ มีต้นกำเนิดมาจาก จ.หนองคาย เป็นเมนูที่นำเสื้อสัตว์มาผัดกับเครื่องแกงสมุนไพรรสชาติเผ็ดร้อน ลักษณะจะคล้ายๆกับผัดกะเพราผสมผัดขี้เมา

●             คอหมูย่าง/เนื้อริบอายราดแจ่วกระทะร้อน รสชาติแจ่วของร้านส้มตำนัว รับประกันความแซ่บไม่เหมือนใคร

●             กุ้งฝอยทอด ชาวอีสานนิยมนำคลุกแป้งบางๆหรือคั่วกับสมุนไพร นำมาทานแกล้มคู่กับส้มตำ

●             หมกหมูหม้อดิน นำสันคอหมูและเครื่องปรุงต่างๆ มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องสมุนไพร มีความข้นเล็กน้อยจากข้าวเบือ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากการหมกในหม้อดิน และยังมีเมนูพิเศษอื่นๆอีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร

ไม่เพียงเท่านั้น “ส้มตำนัว” ได้เปิดตัวประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม นั่นคือการผสานความจัดจ้านของอาหารอีสานเข้ากับศิลปะของเครื่องดื่มค็อกเทล โดยมิกโซโลจิสต์มากฝีมือ ได้นำแรงบันดาลใจจากสุราพื้นบ้านของภาคอีสาน มาสร้างสรรค์ค็อกเทลสุดพิเศษ ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของสุราพื้นบ้าน แต่ยังนำเสนอรสชาติที่ล้ำสมัยและน่าค้นหา ค็อกเทลแต่ละแก้ว คือการเดินทางสู่ดินแดนอีสาน ด้วยส่วนผสมที่คัดสรรมาจากวัตถุดิบเด่นๆของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ สมุนไพรกลิ่นหอม หรือเครื่องเทศรสเผ็ดร้อน ทุกองค์ประกอบถูกนำมาผสมผสานอย่างลงตัว สร้างสรรค์เป็นรสชาติที่เปิดต่อมประสาทสัมผัส ที่จะพาคุณดื่มด่ำไปกับเสน่ห์ของอาหารและเครื่องดื่มอีสานอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนส้มตำนัวไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เป็นเวทีที่นำเสนอวัฒนธรรมอาหารอีสานในรูปแบบที่ทันสมัยและน่าตื่นเต้น ด้วยค็อกเทลสูตรพิเศษเหล่านี้ ส้มตำนัวได้ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารอีสานให้เหนือกว่าความคาดหมาย สร้างความประทับใจที่ไม่รู้ลืมให้กับผู้ที่ได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ยังเอาใจสายหวานด้วยเครื่องดื่มมอกเทลสูตรเฉพาะ ที่จะมาช่วยเสริมรสชาติอาหารและสร้างบรรยากาศในการทานอาหารให้ดียิ่งขึ้น

งานนี้เจ้าของร้านส้มตำนัวอย่าง ดี้-สุธาชล และ มี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง โดยมีคนดังมาร่วมแสดงความยินดี นำโดย แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, โดนัท–มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล, ตาม จำนงค์อาษา, ไอซ์-อมีนา กูล, โอ่ง-กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์, หมู-จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, ออม-นวดี โมกขะเวส ฯลฯ

ซึ่งรูปแบบใหม่ของร้านส้มตำนัวแห่งนี้ ถือเป็นการยกระดับอาหารอีสาน พร้อมสร้าง Personal Branding ไปอีกขั้นของรูปแบบอาหารอีสานพื้นบ้านแบบเดิมๆ และเพิ่มความพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูพิเศษ ดนตรีสด การตบแต่งร้านที่พิเศษไม่เหมือนใคร เราพร้อมแล้วที่จะพาทุกท่านหลีกหนีความวุ่นวาย สัมผัสบรรยากาศแห่งการพักผ่อนที่ผสานความสดชื่นของสไตล์ Tropical เข้ากับมนต์เสน่ห์แห่ง Tiki Culture อย่างลงตัว เราเลือกใช้สีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง สัญลักษณ์และลวดลายจากวัฒนธรรม Tiki ถูกนำมาผสมผสานอย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวา เราได้เนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นโอเอซิสเขตร้อนใจกลางเมือง ที่จะปลุกทุกสัมผัสแห่งการพักผ่อนของคุณ ทุกมุมของร้านสามารถถ่ายรูปได้ และมีมุมพิเศษสำหรับ Pet parents ซึ่งในด้านรสชาติของอาหารยังคงยึดรสชาติแบบออริจินอลอีสานแท้ๆที่มาจากอุดร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/somtamnuathailand หรือ IG : somtamnua

และพบกับส้มตำนัวอีกทั้ง 10 สาขา ได้แล้ววันนี้ 1. สาขาสยาม ซอย 5  , 2.สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 , 3.สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 5 เวลา 10.00 – 21.00 น. , 4.สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 4 เวลา 10.00 – 21.00 น. , 5.สาขาราชพฤกษ์ (Stand Alone) , 6.สาขาเดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ชั้น 1 , 7.สาขาลิตเติ้ลวอล์ค กรุงเทพกรีฑา , 8.    สาขาเดอะมอลล์ บางแค ชั้น 2 , 9.สาขาเมกา บางนา ชั้น 2 เวลา 10.00 – 20.00 น. , 10.สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ชั้น 5

-(016)

‘ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง’ BEM จับมือ กทพ. จุดประกายความฝันเยาวชน

‘ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง’ BEM จับมือ กทพ. จุดประกายความฝันเยาวชน

‘ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง’ BEM จับมือ กทพ. จุดประกายความฝันเยาวชน

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้บริหารถ่ายภาพร่วมกัน

เสียงหัวเราะกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม ภาพบรรยากาศของเด็กน้อยทั้งชายหญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความสดใส ตั้งใจฝึกซ้อมฟุตบอลด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่น หลังได้พบกับนักกีฬาอดีตทีมชาติไทยที่มาร่วมแบ่งปันความสุข ความรู้ และเทคนิคการเตะฟุตบอล ในกิจกรรม “ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง”ส่งเสริมสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั้ง 5 สายทางพิเศษ

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ขอเป็นสื่อกลางในการสร้างแรงบันดาลใจ มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับเยาวชนในชุมชนพื้นที่รอบสายทางพิเศษทั้ง 5 สายทางได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ศรีรัช ฉลองรัชอุดรรัถยา และประจิมรัถยา ขนทัพอดีตนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย ได้แก่ ตอง-กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย, โก้-ดัสกร ทองเหลา, มิก้า ชูนวลศรี และ โค้ชอ้น-รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค นอกจากนี้ ยังมีอินฟลูเอนเซอร์สายลูกหนังชื่อดังแนวหน้าของเมืองไทย อาทิ “ตูเต้” ตูดูบอลไทย, “ต้องซุย” ภานุวัฒน์ ใจยิ้ม และ “จอน” ขจรยศ โชคธนเศรษฐ์ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และความสนุกสนานตลอดทั้งโครงการ

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่หลายคนชื่นชอบ ไม่จำกัดเพศและวัย โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่มีไอดอลในดวงใจ และมีความใฝ่ฝันอยากเดินตามรอย หนึ่งในนั้นคือ สองพี่น้องแห่งชุมชนพญาไท น้องมาสคอต- ด.ช.กันตพัฒน์ แซ่บุ่ย อายุ 13 ปี และน้องมาสเตอร์-ด.ช.ปัณณวิชญ์ แซ่บุ่ย อายุ 9 ปี เล่าว่า “ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก และอยากใช้เวลาว่างในวันเสาร์-อาทิตย์ให้เกิดประโยชน์ จึงได้ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะวันนี้ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้เรียนกับพี่ตองซึ่งเป็นอีกหนึ่งความฝันที่เป็นจริง ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ตั้งใจซ้อมมากขึ้น และยังได้เรียนรู้เทคนิคที่ไม่เคยรู้มาก่อน ปกติจะไม่กล้ายิงประตูเพราะรู้สึกว่ายิงไม่แรงและไม่ตรง วันนี้ หลังจากที่ได้เรียนเทคนิคไปแล้วทำให้เตะแรงได้มากขึ้น ยิ่งทำให้รู้สึกภูมิใจและมั่นใจในตัวเองมากกว่าเดิม”

BEM ได้นำฟุตบอลมาเป็นเครื่องมือหลักในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับเยาวชนในชุมชน เพราะเป็นกีฬาสากลที่เข้าถึงง่าย สามารถเล่นได้อย่างเท่าเทียม และเป็นกีฬาที่สร้างเป้าหมายชีวิตให้กับเยาวชนในการเติบโตสู่เส้นทางอาชีพได้ในอนาคต บุญโชติ สมันวอ ประธานชมรมเยาวชนมุสลิมพญาไท กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากขอบคุณ BEM และ กทพ. ที่เปิดโอกาสส่งมอบความสุขให้กับเด็กในหลายชุมชน ได้ออกมาหาประสบการณ์ เพราะเด็กบางคนมีพรสวรรค์ แต่ยังไม่เคยได้มีโอกาสออกมาเจอโลกกว้าง ครั้งนี้ได้เจอกับนักบอลระดับทีมชาติ เสมือนเป็นแรงผลักดันให้พวกเราได้มีกำลังใจสู้ต่อ นำไปสู่การพัฒนาตนเองให้เป็นนักกีฬาประจำโรงเรียน และก้าวสู่นักฟุตบอลมืออาชีพในอนาคตนอกจากนี้ พ่อแม่ที่ได้มาเห็นลูกของตนเองฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ย่อมเกิดความภาคภูมิใจ และมีความสุขที่ลูกหลานใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด”

“หัวใจของการเล่นฟุตบอล คือต้องรักในการออกกำลังกาย สนุกกับการได้ออกมาเจอสังคมใหม่ๆ เมื่อเกิดความรักและความสนุกบวกกับการมีโค้ชที่ดี จะทำให้น้องๆ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเองมากขึ้น หากเจออุปสรรคก็จะสามารถเอาชนะมันได้แต่ต้องมีวินัย ทำในสิ่งที่รักซ้ำๆ ได้ทุกวัน จนเกิดเป็นความเคยชิน พัฒนา และฝึกฝนให้กลายเป็นความเก่ง”คำพูดของ ตอง-กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย กับฉายา “กวินทร์บินได้” ขวัญใจของใครหลายคน ที่มอบให้กับเยาวชนในชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ ปฏิเสธไม่ได้ว่า กีฬาฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถเชื่อมโยงคนในสังคมเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี นอกจากเราจะได้เรียนรู้เรื่องน้ำใจนักกีฬาแล้ว ยังได้พบเจอสังคมใหม่ๆ ที่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น

ภายใต้เป้าหมายร่วมกันระหว่าง BEM และ กทพ. ที่ตั้งใจสร้างรอยยิ้ม มอบความสุขและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพให้กับเยาวชนในชุมชนรอบทางพิเศษ ไปพร้อมกับการส่งมอบบริการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทางพิเศษเดินทางอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมทั้งการบริหารงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักบรรษัทภิบาล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจบริการคมนาคมขนส่งของประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไป

รุ่งศักดิ์ เหลืองรัตนมาศ ผช.
กก.ผจก.งานวิศวกรรมทางพิเศษ BEM,
ธิติพันธ์ พานิช
ประสาทสิน ผช.ผู้ว่าการ กทพ.

รุ่งศักดิ์ เหลืองรัตนมาศ ผช. กก.ผจก.งานวิศวกรรมทางพิเศษ BEM, ธิติพันธ์ พานิช ประสาทสิน ผช.ผู้ว่าการ กทพ.

ร่วมกิจกรรมกับเยาวชน

ร่วมกิจกรรมกับเยาวชน

อินฟลูเอนเซอร์ถ่ายภาพร่วมกับเยาวชน

อินฟลูเอนเซอร์ถ่ายภาพร่วมกับเยาวชน

น้องมาสเตอร์ – น้องมาสคอต

น้องมาสเตอร์ – น้องมาสคอต

บุญโชติ สมันวอ ประธานชมรมเยาวชนมุสลิมพญาไท

บุญโชติ สมันวอ ประธานชมรมเยาวชนมุสลิมพญาไท

ตอง - กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

ตอง – กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

บรรยากาศเรียนฟุตบอล เด็กน้อยทั้งชาย-หญิงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความสดใส ตั้งใจฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างเต็มที่

บรรยากาศเรียนฟุตบอล เด็กน้อยทั้งชาย-หญิงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความสดใส ตั้งใจฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างเต็มที่

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 15 มีนาคม 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 15 มีนาคม 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 15 มีนาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชวนชิม

ชาบูชิ ชวนชิมบุฟเฟต์ชาบู-ชาบู “เตี๋ยวเรือเนื้อติดแกลม” จัดเต็มตัวท็อป เนื้อวากิว,เนื้อพรีเมียม ฯลฯ เริ่มต้น คนละ 399 บาท+ ถึง 30 เม.ย. ที่ ชาบูชิ 59 สาขา ที่ร่วมรายการ

ชวนชิมความสดใหม่ส่งตรงจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นใน “เทศกาลปูทาราบะ” ราชาแห่งปู กับ 12 เมนูคุณภาพ ราคาเริ่มต้น 369 บาท++ ที่ ร้านอาหารญี่ปุ่น “สึโบฮาจิ” ทุกสาขา

ชวนชิมบุฟเฟต์มื้อค่ำ คาราวานอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับใน “เทศกาลอาหารญี่ปุ่น”ท่านละ 750 บาทถ้วน ระหว่างวันที่ 17-19 มี.ค. ที่ โรงแรมคามิโอแกรนด์ ระยอง โทร.038-621626

ชวนชิม “ฮัทแฟนบอล คอมโบ” กับแคมเปญ “ฮัทซ่าทุกวัน มันส์ทุกแมตซ์” ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับเยอรมนี พร้อมที่พัก 2 คืน และบัตรชมยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก รอบชิงชนะเลิศ ถึง 31 มี.ค. ที่ ร้านพิซซ่า ฮัท 1150

ชวนชิมอาหารทะเลและเมนูคลายร้อนในเทศกาล “THE MALL LIFESTORE SUMMER-CATION FOOD FEST 2025” ถึง19 มี.ค. ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, ท่าพระ, งามวงศ์วาน

วันเดอร์พัฟฟ์ ชวนชิมข้าวโพดอบกรอบเคลือบคาราเมลผสมแมคคาดาเมีย ราคาพิเศษ 129 บาท ถึง 18 มี.ค. ที่ ห้างท็อปส์ ทุกสาขา โทร.02-8130954-5

ชวนช็อป

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ชวนช็อปบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้น 99 บาท โปรโมชั่น “ลดสนั่น รับซัมเมอร์!” ถึง 15 มี.ค. เดินทางได้ระหว่าง 20 เม.ย. ถึง 25 ต.ค. ที่ www.vietjetair.com

เซ็นทรัลพัฒนา ชวนช็อปเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแบรนด์ระดับโลกจากญี่ปุ่น NITORI ใน 2 สาขาใหม่ ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา และเซ็นทรัล ศรีราชา

ชวนช็อปแคมเปญ KING POWER SUMMER ESCAPE “ช้อปฉ่ำ มันส์เวอร์หนีร้อน มาพัก ช้อป” ถึง 31 มี.ค. ที่ คิงเพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี และภูเก็ต โทร.02-3387870

ชวนใช้

ชวนใช้แสตมป์ที่ระลึกเนื่องในวันสตรีสากล 2568 ภายใต้แนวคิด “พระแม่โพสพ” เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ซื้อได้ที่ไปรษณีย์ในกรุงเทพ ไปรษณีย์จังหวัด และ www.thailandpostmart.com

ชวนสนุกและเที่ยวฟรีสำหรับผู้ที่เกิดในเดือนมีนาคม และร่วมฉลอง “ก้าวสู่ปีที่ 45 สยามอะเมซิ่งพาร์ค” ในวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. เวลา 15.00 น. ที่ สยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) โทร.02-1054294

ชวนอบรมศิลปะภาคฤดูร้อน “Summer Art Camp 2025” ครั้งที่ 42 รับสมัครถึง 30 มี.ค. ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป ถนนเจ้าฟ้า (เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า) โทร.02-2822639

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ชุด “70 พรรษาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” ตอน “รางวัลบัณณาสสมโภช” ในวันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมสัตว์นานาชนิดในงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน “ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 1” ถึง 23 มี.ค.ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

ชวนชมการประกวดร้องเพลงไทยลูกกรุง “ไอดอลเสียงทอง” 2568 ครั้งที่ 4ในวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. ร่วมให้กำลังใจนักร้องรุ่นใหญ่วัยเก๋าทั้งชายและหญิง ที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์คถนนศรีนครินทร์

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com