‘การเมืองอนุรักษ์นิยมทางเพศ’ ทรัมป์เดินหน้า..ไทยไม่จำเป็นต้องตาม

‘การเมืองอนุรักษ์นิยมทางเพศ’ ทรัมป์เดินหน้า..ไทยไม่จำเป็นต้องตาม

‘การเมืองอนุรักษ์นิยมทางเพศ’ ทรัมป์เดินหน้า..ไทยไม่จำเป็นต้องตาม

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่าน หลายประเทศทั่วโลกต่างส่งเสียงยินดีให้กับสังคมที่เปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศ แต่ไม่นานมานี้การปรากฏของ นโยบายอนุรักษ์นิยมทางเพศ (Sexual Conservatism) กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับโลกอีกครั้ง เมื่อผู้นำโลกอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ลงนามในคำสั่งพิเศษ (Executive Order) “กำหนดให้รัฐบาลกลางยอมรับเพียง 2 เพศทางชีววิทยาคือ ชาย และ หญิง” พร้อมกับยกเลิกการใช้ตัวเลือกเพศอื่นๆในเอกสารราชการของรัฐบาลกลางโดยอาศัยเกณฑ์การจำแนกตามเพศกำเนิด

นโยบายนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังมีแนวโน้มสร้าง ปรากฏการณ์โดมิโนที่อาจขยายอิทธิพลไปยังหลายประเทศทั่วโลก และส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ซึ่งจากประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น ผศ.รณภูมิ สามัคคีคารมย์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ และสื่อสารองค์กร คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะและสิทธิความหลากหลายทางเพศ ได้มีการวิเคราะห์เชิงลึกถึงอิทธิพลของแนวคิดอนุรักษ์นิยมทางเพศ

ผศ.รณภูมิ กล่าวว่า นโยบายอนุรักษ์นิยมทางเพศของทรัมป์แสดงให้เห็นว่า “เพศ” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอัตลักษณ์ส่วนบุคคล แต่ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างอำนาจทางการเมือง โดยทรัมป์เน้นย้ำการรักษาโครงสร้างสังคมแบบดั้งเดิม และมองว่าความหลากหลายทางเพศเป็นปัจจัยที่ “ไม่เป็นธรรม” ซึ่งหลังจากคำสั่งพิเศษของทรัมป์ ความอคติทางเพศก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาสังคม และหลายประเทศที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมทางศาสนาและวัฒนธรรม อย่างประเทศไทยเองได้รับอิทธิพลเช่นกัน

นโยบายที่เน้นการยอมรับเพียงสองเพศทางชีววิทยาและการยกเลิกการสนับสนุนองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ+ ส่งผลให้หลายประเทศอาจต้องหยุดชะงักในการขับเคลื่อนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมทางเพศ เช่น ในประเทศไทยที่กำลังผลักดันกฎหมายสำคัญอย่าง กฎหมายคำนำหน้าเพศสภาพ / กฎหมายการปราบปรามการค้าประเวณี / กฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ นอกจากนี้ ด้านเศรษฐกิจและการคลัง ก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการที่ USAID ถูกสั่งให้หยุดการใช้เงินสนับสนุนในทันที

ส่งผลให้โครงการต่างๆ ที่เคยได้รับทุนสนับสนุนจากสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเงิน อาทิ องค์กรที่ดูแลและสนับสนุน “บุคคลข้ามเพศ” หรือผู้ที่ทำงานส่งเสริมสิทธิความหลากหลายทางเพศที่ไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มที่อีกต่อไป ผลกระทบนี้ไม่เพียงแต่สร้างอุปสรรคในการขับเคลื่อนสิทธิทางสังคม แต่ยังอาจทำให้เกิดความเสี่ยงทางสุขภาพในวงกว้าง เช่น การระบาดของโรคบางชนิด ซึ่งก่อนหน้าเคยได้รับการควบคุมผ่านโครงการสุขภาพของภาคประชาสังคม อาจกลับมารุนแรงขึ้นเนื่องจากขาดแคลนทรัพยากรในการป้องกันและให้การรักษา

“นโยบายเหล่านี้จึงไม่เพียงแต่ปิดกั้นโอกาสในการพัฒนาสิทธิและเสรีภาพ แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงระบบที่ลึกซึ้งต่อโครงสร้างสังคมและสุขภาพของประชากรในระดับโลกมาพร้อมกับกระแสต่อต้านความหลากหลายทางเพศ อาจมีการสร้างบรรยากาศที่เปิดช่องให้เกิดการแสดงออกถึงความเกลียดชัง (Hate Speech) และความรุนแรงทางเพศได้ง่ายขึ้น ซึ่งเกิดความเสี่ยงทางจิตวิทยาสังคมสูง” ผศ.รณภูมิ กล่าว

ผศ.รณภูมิ กล่าวต่อไปว่า ในสังคมไทย แนวคิดอนุรักษ์นิยมทางเพศไม่ใช่เรื่องใหม่ เรามีแนวคิดอนุรักษ์นิยมฝังรากลึกในทุกเจเนอเรชั่น การที่สหรัฐอเมริกาลงนามในคำสั่งพิเศษฉบับนี้ อาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขบวนการอนุรักษ์นิยมในประเทศไทย แต่มีอิทธิพลทางอ้อมในแง่ของการสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมทางเพศในไทยรู้สึก “กล้า” ออกมาเคลื่อนไหว แสดงความคิดเห็นอย่างแข็งกร้าวมากขึ้น ด้วยกระแสอนุรักษ์นิยมที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายของทรัมป์

ทั้งนี้ ความเห็นที่แตกต่างไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องไม่ใช่ความคิดเห็นที่ลดทอน ด้อยค่าความเป็นมนุษย์ สร้างความเกลียดชังบนอคติทางเพศ ที่อาจนำให้เกิดความรุนแรง ซึ่งนำไปสู่การละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนได้ ทุกคนจึงควรช่วยกันเป็นพารามิเตอร์ทางสังคมจับตามอง ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติทางเพศขึ้นในสังคม อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีกฎหมายที่สนับสนุนความเท่าเทียมและป้องกันความรุนแรงทางเพศ ซึ่งช่วยคานอำนาจกับกระแสอนุรักษ์นิยมไม่ให้ขยายไปจนสร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคม นี่จึงเป็นเส้นสมดุลที่ไทยต้องรักษาไว้เพื่อไม่ให้ความแตกต่างทางความคิดเห็นกลายเป็นความขัดแย้งทางสังคมที่ยากจะควบคุม

นอกจากผลกระทบทางจิตวิทยาสังคมแล้ว การเมืองแบบอนุรักษ์นิยมทางเพศของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิงที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ+ ในประเทศไทย ในมิติต่างๆ ซึ่งแม้ว่าไทยจะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ทั่วโลก เนื่องจากความเปิดกว้างทางวัฒนธรรมและการต้อนรับที่เป็นมิตร แต่นโยบายนี้อาจสร้างผลกระทบทางอ้อมได้หนึ่งในนั้นคือการที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม เดินทางมายังประเทศไทยมากขึ้น

ซึ่งแม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้การท่องเที่ยวบูม แต่ก็อาจนำพาอคติทางเพศเข้ามาด้วย และนำไปสู่การเลือกปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ เช่น การแสดงออกเชิงลบต่อคู่รักเพศเดียวกัน หรือแม้แต่เหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศ ภาครัฐจึงต้องมีมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกนโยบายเพื่อสร้างความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ การอบรมเจ้าหน้าที่ด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้ตระหนักถึงสิทธิของทุกกลุ่ม

รวมถึงการสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังควรเน้นการสร้าง “วัฒนธรรมการยอมรับความแตกต่าง” ในหมู่ประชาชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเพิกเฉยต่อปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแค่กระทบต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แต่ยังอาจส่งผลระยะยาวต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับ LGBTQ+ อีกด้วย

ผลกระทบเชิงลึกของแนวคิดอนุรักษ์นิยมทางเพศที่กำลังแผ่ขยายในหลายมิติ อาจก่อให้เกิด “ปรากฏการณ์โดมิโน” โดยเฉพาะในแง่ของการจำกัดสิทธิและโอกาสของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงการถดถอยของระบบการสนับสนุนด้านสุขภาพและสิทธิมนุษยชน หนึ่งในโอกาสที่อาจถูกปิดกั้นอย่างรุนแรงคือ ระบบการให้บริการของภาคประชาสังคมในด้านสุขภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการสนับสนุนจากทางสหรัฐอเมริกา เช่น การป้องกัน HIV การให้คำปรึกษาในการข้ามเพศ และการเข้าถึงฮอร์โมนสำหรับการข้ามเพศ

“การให้บริการด้านสุขภาพขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดภาระของภาครัฐเรื่องการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน หากเกิดการระงับหรือลดการสนับสนุนจะส่งผลให้โรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขต้องเผชิญกับภาระที่ล้นเกิน ในขณะที่บุคคลที่ต้องการบริการเฉพาะทางอาจหันไปหาทางเลือกอื่นที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือถูกล่อลวงด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง นำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพที่รุนแรงขึ้น” ผศ.รณภูมิ ระบุ

ทั้งนี้ ผศ.รณภูมิ เน้นย้ำว่า ประเทศไทยควรยึดจุดยืนและเป้าหมายในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน และการสร้างความสมศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์ จุดยืนควรตั้งอยู่บนหลักการแห่งความยุติธรรมและสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงการตามกระแสโลกอย่างไร้ทิศทาง ในขณะเดียวกันภาครัฐควรมีบทบาทสำคัญในการให้บริการและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเลือกปฏิบัติทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพจิตสังคม หรือการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงการออกมาตรการที่คุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างจริงจัง

“แม้ว่า นโยบายอนุรักษ์นิยมทางเพศของทรัมป์ จะสร้างแรงกระเพื่อมในระดับโลก แต่สังคมไทยไม่จำเป็นต้องเดินตามเส้นทางเดียวกัน การยึดถือในคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จะเป็นหลักชัยสำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับทุกคน เพราะในโลกที่ความหลากหลายคือพลัง สังคมที่เปิดกว้างและยอมรับความแตกต่าง คือสังคมที่แข็งแกร่งที่สุด” ผศ.รณภูมิ กล่าวทิ้งท้าย

จุฬาฯ เปิดตัว‘วีลแชร์เดินได้’ หุ่นยนต์สวมใส่บนร่างกายมนุษย์

จุฬาฯ เปิดตัว‘วีลแชร์เดินได้’  หุ่นยนต์สวมใส่บนร่างกายมนุษย์

จุฬาฯ เปิดตัว‘วีลแชร์เดินได้’ หุ่นยนต์สวมใส่บนร่างกายมนุษย์

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ผมอยากประดิษฐ์วีลแชร์ที่เดินได้ วีลแชร์ปกติเคลื่อนที่ได้ตามทางปกติเท่านั้น แต่ขึ้นรถเมล์ไม่ได้ ขึ้นลงบันไดไม่ได้ ผมเลยมองว่าถ้าวีลแชร์สามารถพับขึ้นมาแล้วช่วยให้ผู้นั่ง ลุกขึ้นมาเดินได้ ก็จะทำให้ผู้ที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวเดินได้สะดวกขึ้น”

รศ.ดร.รณพีร์ ชัยเชาวรัตน์ อาจารย์จากสำนักบริหารหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวคิดในการประดิษฐ์นวัตกรรม ซึ่งถือได้ว่าเป็นหุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton ตัวแรกของโลกที่สร้างโดยฝีมือคนไทย โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักการวิจัยแห่งชาติในปี พ.ศ. 2564 – 2565 และล่าสุด ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในโครงการรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2567 จัดโดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์

หุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton คืออะไร? : รศ.ดร.รณพีร์ กล่าวว่า Wheelchair Exoskeleton เป็นหุ่นยนต์สวมใส่บนร่างกายเพื่อช่วยการเคลื่อนไหวของมนุษย์ มีลักษณะเป็นได้ทั้งวีลแชร์และแปลงเป็นหุ่นยนต์ โดยชื่อ Exoskeleton มาจาก 2 คำ คือ Exo แปลว่าข้างนอก และ Skeleton แปลว่าโครงกระดูก เมื่อรวม 2 คำนี้ด้วยกัน แปลได้ตรงตัวว่า “โครงกระดูกภายนอก” จะว่าไปแล้วไอเดียก็คล้ายกับไอรอนแมน ที่เมื่อสวมใส่แล้วจะช่วยให้ผู้สวมใส่มีพละกำลังมากกว่าเดิม ในทางเทคนิคคือการใช้เครื่องจักรกลประกอบหุ่นยนต์ให้ผู้สวมใส่สามารถออกแรงได้มากขึ้น

จาก concept design ดังกล่าว รศ.ดร.รณพีร์ ออกแบบชิ้นส่วนทุกชิ้นของหุ่นยนต์อย่างละเอียด โดยใช้โปรแกรมสามมิติจากคอมพิวเตอร์ และหาซื้อวัสดุเอง ซึ่งอาจารย์รณพีร์เลือกใช้คาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีน้ำหนักเบาและผลิตโดยเครื่องพิมพ์สามมิติบางชิ้นส่วนตัดโดยเครื่องกลึง CNC (ComputerNumerical Control) เมื่อผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ของหุ่นยนต์ครบแล้ว ก็นำมาประกอบเป็นตัวหุ่น ต่อไปก็เป็นเรื่องของการควบคุมการเคลื่อนไหว ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ล้อ ซึ่งได้กลุ่มนิสิตมาเขียนโปรแกรมล้อหน้าให้สามารถวิ่งตรงและเลี้ยวโค้งได้ ส่วนที่สองเป็นมอเตอร์ควบคุมข้อต่อสะโพกกับหัวเข่า ที่อาจารย์รณพีร์เขียนโปรแกรมควบคุมเอง

“หุ่นยนต์มีลักษณะเป็นหุ่นยนต์ไฮบริดแบบใหม่ ผสมผสานรถเข็นและ Exoskeleton เข้าด้วยกัน ขาช่วงล่าง สามารถเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้ระหว่างนั่งและเดิน โดยใช้มอเตอร์ช่วยในการเคลื่อนไหวของข้อต่อสะโพกและหัวเข่า ส่วนข้อต่อข้อเท้าเป็นข้อต่ออิสระ ไม่มีการขับเคลื่อน ล้อซ้ายและขวาสามารถเก็บเข้าไปในส่วนขาส่วนล่าง เพื่อเปลี่ยนเป็นท่าเดินหรือข้ามสิ่งกีดขวาง” รศ.ดร.รณพีร์ อธิบายการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์

ผสานกลไกเข้ากับกายวิภาคมนุษย์ :กว่าจะเป็นหุ่นยนต์ต้นแบบ Wheelchair Exoskeleton รศ.ดร.รณพีร์ผสานความรู้ทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์การประดิษฐ์หุ่นยนต์และสรีรศาสตร์ของมนุษย์เข้าด้วยกัน โดยการออกแบบหุ่นยนต์ประเภท Exoskeleton ความท้าทายสำคัญคือ “ต้องคำนึงถึงอวัยวะของผู้สวมใส่และหุ่นให้ไปด้วยกันได้” สวมแล้วไม่ยืดหรือไม่หด ไม่ระคายผิวหนัง ทุกครั้งที่เหวี่ยงขาจริง Exoskeleton ก็ต้องเหวี่ยงไปด้วย เวลางอหัวเข่า หัวเข่าของหุ่นยนต์ก็ต้องงอไปพร้อมกัน

“เราใช้หลักการ Kinematics Compatibility หรือความเข้ากันได้เชิงจลศาสตร์ในการออกแบบหุ่นสวมใส่บนร่างกาย กระดูกคนเป็นกระดูกถ้วยกับกระดูกก้อนที่มาสไลด์กัน แต่กลไกมอเตอร์ หมุนรอบแกนหมุนแกนเดียว เมื่อเอามอเตอร์มาติด จะไม่สอดคล้องกับสรีระคนโดยตรง เราจึงออกแบบข้อต่อหัวเข่าให้เป็น Linkageเพื่อให้เส้นทางการเคลื่อนที่ของจุดศูนย์กลางการหมุน สามารถเลียนแบบกระดูกจริงข้อต่อที่มีการงอขาเยอะๆ ก็ใช้ Four-barLinkage เพื่อให้จุดหมุนเปลี่ยนไปตามข้อต่อได้” รศ.ดร.รณพีร์ ระบุ

นอกจากนี้ รศ.ดร.รณพีร์ ยังใช้ความรู้เรื่อง Biomechanic หรือชีวกลศาสตร์ ซึ่งสามารถคำนวณแรงบิดที่เกิดขึ้นจากรอบข้อเท้าหัวเข่า และสะโพกได้ เพื่อนำข้อมูลไปสร้างหุ่นยนต์ที่เหมาะสมกับสรีระของคน แต่ในแง่ความสวยงามคงต้องการความรู้ฝั่งสถาปัตยกรรมศาสตร์มาช่วยออกแบบหุ่นยนต์ และเมื่อจะนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริง ฝ่ายสหเวชศาสตร์คงต้องเข้ามาช่วยแนะนำผู้สูงอายุและผู้ป่วยต่อไป

ขณะนี้ รศ.ดร.รณพีร์ กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton ต้นแบบตัวที่สอง โดยแก้ไขเรื่องการนั่ง การลุกให้มั่นคงและเดินได้สะดวกกว่าเดิม และกำลังอยู่ระหว่างการยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา ขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการทดสอบการใช้งานจริงกับผู้ป่วยและผู้สูงอายุ!!!

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ความเห็น ครป. กรณีคดีฮั้วเลือก สว. และการประชุมคดีพิเศษ 6 มีนาคม

ความเห็น ครป. กรณีคดีฮั้วเลือก สว.  และการประชุมคดีพิเศษ 6 มีนาคม

ความเห็น ครป. กรณีคดีฮั้วเลือก สว. และการประชุมคดีพิเศษ 6 มีนาคม

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรณีการฮั้วเลือก สว. มีการร้องเรียนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และมีข้อเท็จจริงจำนวนมากเป็นที่ประจักษ์ ว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นมโหฬาร มีขบวนการแทรกแซงระบบเลือกตั้งโดยทุจริตเพื่อทำลายระบบนิติรัฐ ใช้อำนาจเงินและอำนาจรัฐเข้ากำกับควบคุมการเลือกตั้ง โดยที่ กกต.ไม่ดำเนินการตามที่มีการร้องเรียนอย่างกว้างขวางดังนั้น วันนี้ DSI ซึ่งได้รับการร้องเรียนด้วยจะเข้ามารับดูแลคดีในส่วนความผิดทางอาญาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เพราะเรื่องแปลกประหลาดคือ กกต.ไม่ทำหน้าที่ และไม่เร่งดำเนินการสอบสวนเอาผิด แต่เมื่อมีผู้สมัคร สว.ไปร้อง DSI กลับมีกระบวนการสอบสวนที่ก้าวหน้าเห็นผลมากกว่า

ตามที่ กกต.มีหนังสือสอบถาม DSI ไปเมื่อวันที่22 มกราคม ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคำร้องแต่ละคำร้องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไว้ดำเนินการ รวมทั้งขอทราบว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว DSI ตอบมาชัดในจดหมายเมื่อวันที่3 กุมภาพันธ์ ว่าพบพยานหลักฐานปรากฏข้อเท็จจริง พบขบวนการจัดตั้งเครือข่าย เพื่อกระทำความผิดและฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยมีการวางแผนสลับซับซ้อนและมีรายละเอียดค่าตอบแทนตั้งแต่ระดับอำเภอถึงในระดับประเทศ มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกว่า1,200 คน

ผมสนับสนุนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษในวันที่ 6 มีนาคมนี้ ในส่วนของคดีอาญา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มีความผิดร้ายแรง แต่ผู้ร่วมกระบวนการไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี ทำลายระบบนิติรัฐ สร้างขบวนการยึดครองสภาสูงโดยมิชอบ และเป็นเหตุให้มีคำถามว่า สว.มีไว้ทำไม และเหตุที่ DSI ต้องรับเพราะ กกต.ไม่ทำหน้าที่ และถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ไม่ดำเนินการตามอำนาจและกฎหมายที่มีแม้มีการร้องเรียนจำนวนมาก ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการร้องความผิด กกต.ต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วย เพราะหลักฐานที่มีการร้อง กกต. ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีการเลือกตั้ง ค่อนข้างแน่นหนา

ผมยังแปลกใจว่า ทำไมผู้กระทำผิดในขบวนการนี้ถึงกล้าจัดให้เข้าพักโรงแรมเดียวกันอย่างผิดปกติ มีการจองมาล่วงหน้าทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน มีผู้รับจัดการจองที่พักและการเดินทาง มีการใช้โทรศัพท์เป็นกลุ่มก้อนเชื่อมโยงกัน ทำไมไม่ใช้สถานที่ส่วนตัว และปกปิดความผิดกันหน่อย เรื่องนี้จึงมีการกระทำความผิดที่โจ่งแจ้งมากๆ เหมือนมั่นใจว่ามีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง

ผมได้เข้าไปในกระบวนการเลือก สว. และสังเกตการเลือกตั้งที่ จ.ยโสธร ก็ยังพบข้อมูลการทุจริตจริงและยังได้คุยกับผู้เกี่ยวข้องหรือพยานบางคนด้วย พบว่าทุกที มีการจ้างคนลงสมัคร สว. หลายอำเภอเหมือนๆ กัน ทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่อยากเป็น และคุณสมบัติก็ไม่ได้ หรือไม่ตรงปกแต่ลงเพื่อไปเลือกตามโผหรือตามเบอร์ที่ได้รับจ้างมา บางคนยังอยากกลับบ้านก่อนเวลา เงื่อนไขการรับสมัครอาชีพนั้นทำโดยระเบียบกกต.ที่หละหลวม ไม่มีการตรวจสอบ มีการเกณฑ์คนมาสมัครทุกกลุ่ม มีการขนคน มีคนเห็นกันทั้งประเทศ แต่ กกต.ไม่เห็น

เรื่องนี้ กกต. มีอำนาจเต็มในการตรวจสอบการกระทำผิดทุจริตการเลือกตั้งตามกฎหมาย แต่ควรให้ DSI สอบสวนดำเนินคดีความผิดอาญา สว.ควรเป็นอิสระทางการเมือง ไม่ใช่เป็น สว.สังกัดพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองกลุ่มใดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อควบคุมสภานิติบัญญัติ เพราะจนถึงวันนี้ กกต.มีเจตนาในการประวิงเวลาตอบกลับ DSI ว่าประสงค์จะรับดำเนินการสอบสวนคดีอาญาใดบ้างเอง หรือมอบให้ DSI เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนในคดีอาญาใด

เรื่องนี้ กกต.มีพิรุธ และให้ระวังจะตกเป็นจำเลยของสังคม เพราะสังคมเริ่มกังวลว่าการเลื่อนไป 6 มีนาคมเพื่อให้กลุ่มการเมืองต่อรองกันก่อนหรือไม่ แต่ผมเห็นว่าDSI และ กกต.ต้องร่วมมือกันทำตามกฎหมายและผลประโยชน์เพื่อส่วนร่วมตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และอย่าได้กังวลกรณีวิปวุฒิสภามีมติเห็นชอบแนวทางการดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับรัฐมนตรี อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะกรรมการคดีพิเศษ

เพราะกระบวนการนี้คือกระบวนการสอบสวนเท่านั้น ศาลยังไม่ได้ตัดสิน ให้ถือเสียว่าจำเลยมักร้อนตัวและถ้า กกต. DSI ไม่ปฏิบัติหน้าที่อาจโดน ม.157 เสียเอง ส่วนทางแก้ปัญหาในอนาคตควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อกำหนดสัดส่วนที่มาให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะการแบ่งกลุ่ม ไม่ได้สะท้อนสัดส่วนประชากรในประเทศและความสำคัญของกลุ่มอาชีพอย่างแท้จริง

หรือยุบ สว. มรดกรัฐประหาร 2490 ให้เหลือเพียงสภาผู้แทนราษฎรก็พอ!!!

เมธา มาสขาว

รักษาการเลขาธิการ

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)

80 ปี‘คุรุสภา’มุ่งยกระดับวิชาชีพสร้างครูคุณภาพ

80 ปี‘คุรุสภา’มุ่งยกระดับวิชาชีพสร้างครูคุณภาพ

80 ปี‘คุรุสภา’มุ่งยกระดับวิชาชีพสร้างครูคุณภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.17 น.

2 มีนาคม 2568 ครบ 80 ปี สถาปนา‘คุรุสภา’เป็นองค์กรสภาวิชาชีพ รมว.ศธ.กำชับรณรงค์ครูและบุคลากรทางการศึกษามีภาพพจน์ดีในสังคม ‘อมลวรรณ’ชี้มีผลงานเด่นเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง

2 มีนาคม 2568 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ครบรอบ 80 ปี โดยมี พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธี บวงสรวงองค์พระพฤหัสบดี พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ฯพณฯ ทวี บุณยเกตุ ผู้ก่อตั้งคุรุสภา และมอบรางวัลผู้มีคุณูปการต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จำนวน 30 คน รางวัล“คนดี ศรีคุรุสภา” จำนวน 8 รางวัล และรางวัลผู้บริหารภารกิจ ส่วนภูมิภาคดีเด่น จำนวน 12 รางวัล เพื่อเป็นการยกย่องแก่ผู้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงาน รวมทั้งเป็นกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมด้วยคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ร่วมงาน ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ อาคารหอประชุมคุรุสภา

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า จากการที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้การดำเนินการตามบทบาท ภารกิจที่สำคัญต่อวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูง และการร่วมใจกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือดำเนินงาน โดยเฉพาะในเรื่องการกำกับดูแลการประพฤติและการปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ การพัฒนาและยกย่องผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ถือว่าดำเนินการได้ดี สามารถสะท้อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ผู้เรียนมีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม เก่งในด้านทักษะการใช้ชีวิต “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” คิดแบบมีเหตุผล และทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อการศึกษาของเรา ก็จะดีขึ้นและมาตรฐานการศึกษาของเราจะก้าวไปด้วยกัน รมว.ศธ.ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภา ขอให้มีการทำงานเชิงรุกในการรณรงค์ ปลูกฝัง ย้ำเตือนครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องมีความประพฤติดี กิริยา วาจาสุภาพ สร้างชื่อเสียง สร้างความศรัทธาแก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง มีภาพพจน์ที่ดีปรากฏสู่สังคม

ด้าน ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งคุรุสภา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2488 ถึงปัจจุบัน การดำเนินงานของคุรุสภาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่องไม่เพียงแต่เป็นองค์กรสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาที่กำหนดมาตรฐานและควบคุมวิชาชีพครูเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยสร้างครูที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาของชาติไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น โดยได้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาและสังคมไทยมีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพครู การพัฒนาแนวทางการประเมินคุณภาพครู ไปจนถึงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับครู ปรับตัวเป็นองค์กร องค์ความรู้ที่ทันสมัย มีความรวดเร็วในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาครูมากขึ้นในทุกด้าน

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวด้วยว่า  สำหรับก้าวต่อไปในปีที่ 81 ของคุรุสภาและวิชาชีพครู จะมุ่งเน้นการสร้างครูที่เป็นผู้นำทางการศึกษามีความสามารถทางวิชาการและจริยธรรมสูง พร้อมทั้งสามารถปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มของโลกการศึกษายุคใหม่ เพื่อช่วยกันสร้างคนไทยที่มีศักยภาพสอดคล้องกับนโยบาย เรียนดี  มีความสุข และทำให้เด็กไทย คนไทย ฉลาดรู้ ฉลาดคิด และฉลาดทำ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วน ในการพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทุกท่าน อันจะส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน สังคม และประเทศชาติ พร้อมกันนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะยืนหยัดสืบทอดประวัติศาสตร์และเจตนารมณ์ของการจัดตั้งคุรุสภาให้เป็นสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ดำเนินการด้านการพัฒนามาตรฐาน และจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อยกระดับวิชาชีพให้สืบเนื่องต่อไป

บุคคลในข่าว 3 มีนาคม 2568

บุคคลในข่าว 3 มีนาคม 2568

3 มี.ค. 2568 05:03 น.

บุคคลในข่าว 3 มีนาคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ……ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังประจำปีการศึกษา 2566 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังประจำปีการศึกษา 2566 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันก่อน.

การเมือง การละครน้ำเน่า ในบริบทขับเคลื่อนชิงขั้วอำนาจ….. ฝ่ายค้าน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ขาดความรู้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดภาวะผู้นำ ยอมให้บิดาชักใยในการบริหารราชการแผ่นดิน…..เต็มแม็กซ์ ยุทธการเข้าถ้ำเสือ พุ่งเป้าไปที่ หัวหน้ารัฐบาล ยิงนกด้วยกระสุนนัดเดียว….ไม่หวังผล คว่ำรัฐบาลในสภา แต่หวังผล ดิสเครดิตรัฐบาลแพทองธาร ที่กำลังป้อแป้ เป็นทุนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป…..อุ่นเครื่อง แค่เรื่อง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดย รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ตามด้วย ความไม่ชอบมาพากล ใน สำนักงานประกันสังคม โดย รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน…..ก็โดนใจชาวบ้านไปเต็มร้อย……อาการร้อนรนของ ลิ่วล้อ พรรคเพื่อไทย ทำตัวเป็น องครักษ์ ตั้งแต่ยังไม่บรรจุเข้าวาระการพิจารณา อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล….ชักแม่น้ำทั้งห้า เปิดให้อภิปรายวันเดียวก็พอ

เสริมมงคล อัศวิน–ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล จัดพิธีมหาศิวะราตรี บูชาพระศิวะและพระแม่อุมาเทวีตามหลักศาสนาฮินดู เพื่อเสริมสิริมงคลรับปี 2568 โดมี ปรัชญา ซิงห์, ซูซีล กูมาร์ ดาห์นูก้า, สุรีย์ ชูรัฐเจริญ และ พ.ท.หญิง ชลรัศมี งาทวีสุข มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี ราชดำริ วันก่อน.
เสริมมงคล อัศวิน–ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล จัดพิธีมหาศิวะราตรี บูชาพระศิวะและพระแม่อุมาเทวีตามหลักศาสนาฮินดู เพื่อเสริมสิริมงคลรับปี 2568 โดมี ปรัชญา ซิงห์, ซูซีล กูมาร์ ดาห์นูก้า, สุรีย์ ชูรัฐเจริญ และ พ.ท.หญิง ชลรัศมี งาทวีสุข มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี ราชดำริ วันก่อน.

นอกจากจะไม่สร้างสรรค์ ยังสร้างเงื่อนไขให้ฝ่ายค้านเอาไปถล่มได้อีกกระทอก…..จู่ๆการเข้าสภา ตอบกระทู้ถาม สส. พรรคร่วมรัฐบาล ของ นายกฯแพทองธาร…..หรือการออกมาเอาจริงเอาจังกับการ ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากที่มีแรงกระตุ้นทั้งในและนอกประเทศ…..เป็นภาพการทำงาน เชิงรับ ของ รัฐบาลแพทองธาร……ที่เสี่ยงต่อ ภาวะผู้นำ ในอนาคต…..พิสูจน์ความสามารถของ บรรดาที่ปรึกษา ที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลัง หวังผลเข้าตากรรมการ…….จนนายกฯไม่เป็นตัวของตัวเอง จากข้อครหา รัฐบาลพ่อเลี้ยง ยังมี พี่เลี้ยง ที่ถนัดแต่ จัดงานอีเวนต์……พาเข้ารกเข้าพงจนได้

เพื่อการศึกษา ดร.วิทิต ลีนุตพงษ์ ซีอีโอกลุ่มบริษัทไทยยานยนตร์ มอบเงินจำนวน 100,000 บาทให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี วีรยา ภักดีรจนา, อรณัศ ธีมะชาติ, กาญจนาพร วัฒนานุกูล และ ไพลิน ศิริพัฒน์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
เพื่อการศึกษา ดร.วิทิต ลีนุตพงษ์ ซีอีโอกลุ่มบริษัทไทยยานยนตร์ มอบเงินจำนวน 100,000 บาทให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี วีรยา ภักดีรจนา, อรณัศ ธีมะชาติ, กาญจนาพร วัฒนานุกูล และ ไพลิน ศิริพัฒน์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

ส่วน ฝ่ายค้าน ที่ ยังไม่โตเต็มที่……มีภาพของ ผู้นำจิตวิญญาณ ทับซ้อนอยู่ตลอดเวลา……ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะพาฝ่ายค้านไปถึงฝั่งหรือไม่……การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ เที่ยวนี้ จะเป็นการพิสูจน์…..ในสภาพที่เป็น ฝ่ายค้านเดี่ยว…….บนความหวาดระแวงว่า เกลือเป็นหนอน ข้อสอบรั่ว……สภาพหัวเดียวกระเทียมลีบ ของ พรรคประชาชน…..บนเส้นยาแดงผ่าแปดวิบากกรรมทางการเมือง ……ท่ามกลางข้อสงสัย ดีลลับ……คดีการเมือง ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. ด้วยข้อกล่าวหาล้มล้างการปกครอง ขัดจริยธรรม ของอดีต สส.ก้าวไกล แกนนำพรรคประชาชน ในปัจจุบัน……ที่ยังเจ้าล่อเอาเถิด…….เดิมพันด้วยตำแหน่ง ประธาน ป.ป.ช. ของ สุชาติ ตระกูลเกษมสุข…….ที่ดีไม่ดี จะพ่วงเอาตำแหน่งประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา เข้าไปด้วย…….ดูการเมือง การละคร แล้วต้องย้อนมาดู อนาคต ของประเทศไทย ริบหรี่

ฟังความเห็น ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีโดยวิธีการทางดิจิทัลสำหรับกำกับและติดตามปริมาณการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวภาคครัวเรือน ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
ฟังความเห็น ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีโดยวิธีการทางดิจิทัลสำหรับกำกับและติดตามปริมาณการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวภาคครัวเรือน ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

บรรทัดนี้ที่ “อินทรีเหล็ก” อยากจะขีดเส้นใต้ตัวแดงเอาไว้……..การที่ ไทย ตัดสินใจ ส่งตัว ชาวอุยกูร์ ตามคำขอ ของจีน……โดย นายกฯแพทองธาร ยอมรับเองว่า มีการเจรจากันเป็นเดือนแล้ว…..ไม่ใช่เพิ่งมา แอบปล่อยตัว กันวันนี้……ปฏิกิริยาจากทั่วโลก รุมถล่มไทยยับ……เก็บเป็นความลับมาได้ 11 ปี เพิ่งจะมาปล่อยกันวันนี้ เพื่อ?……ด้วยสายตาห่วงใยจากชาวโลกว่า ชาวอุยกูร์ จะต้องเผชิญกับ การทรมาน การปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม……….มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯระบุ เราขอประณามอย่างรุนแรงที่สุด ต่อการส่งตัวอุยกูร์กลับจีน ไทยอาจละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน……สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของไทย เป็นการละเมิดหลักการห้ามส่งตัวบุคคลกลับประเทศอื่น ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้…..กระทรวงต่างประเทศตุรกี แสดงท่าทีแข็งกร้าว ออกแถลงการณ์ประณามไทย และจะติดตามชะตากรรมของ 40 อุยกูร์อย่างใกล้ชิด

45 ขวบ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ นิธี สีแพร เปิดแคมเปญ “Summer Invitation 2025” นำ Snoopy & Friends คาแรกเตอร์ระดับโลกมาสร้างปรากฏการณ์ซัมเมอร์มิติใหม่ฉลอง 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา ระหว่าง 1 มี.ค.-5 พ.ค. โดยมี กันตภณ ผาณิตรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
45 ขวบ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ นิธี สีแพร เปิดแคมเปญ “Summer Invitation 2025” นำ Snoopy & Friends คาแรกเตอร์ระดับโลกมาสร้างปรากฏการณ์ซัมเมอร์มิติใหม่ฉลอง 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา ระหว่าง 1 มี.ค.-5 พ.ค. โดยมี กันตภณ ผาณิตรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานข่าว ทางการไทยเนรเทศชาวอุยกูร์กลับจีน อ้างคำพูด หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน …การกระทำดังกล่าวของจีนและไทย เพื่อเป็นการต่อสู้การลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมข้ามพรมแดน…..ไม่ใช่โดยความสมัครใจ ดังนั้น การเนรเทศอุยกูร์ จึงขัดกับกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ…ระบุตอนท้าย จะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่มีนโยบายต่อต้านการส่งอุยกูร์กลับจีน ไม่เฉพาะไทย….จีนยังกดดันไปหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย….ที่ สหรัฐฯ เคยขอว่า ไทยอย่า ผลีผลาม เนรเทศ….ดังนั้น การที่ นายกฯไทย ฝ่ายความมั่นคงของไทย แสดงความมั่นใจ และการันตีให้จีน ว่า มีการ ส่งอุยกูร์กลับจีนอย่างปลอดภัย ทุกคนสมัครใจที่จะกลับ ไม่มีลากไป เดินไปปกติ โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศ คนไม่ใช่สินค้า ไม่มีดีลแลกเปลี่ยนกับจีน “คงได้เห็นรูปกันแล้ว ที่ชาวอุยกูร์ได้สู่อ้อมกอดครอบครัว เป็นเรื่องที่น่ายินดี และจากนี้ทางการจีนยังอนุญาตให้สามารถบินไปเยี่ยม หรือสอบถามความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ ว่าเป็นอย่างไร”……เท่ากับ เราเอาคอพาดเขียง ออกหน้าแทนจีน ไปเรียบร้อย

ฝึกจบแล้ว อิทธิพล วิทจิตสมบูรณ์ มอบประกาศนียบัตรให้นักศึกษาสำเร็จการฝึกงานในระบบทวิภาคี โดยมี ดร.ทรงวุฒิ เรือนไทย, อนรรฆ ชนาธินาถพงศ์, มงคล แก้วรอด และโดมินิค บูเนียวต์ มาร่วมงานด้วย ที่ห้องรอยัลบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
ฝึกจบแล้ว อิทธิพล วิทจิตสมบูรณ์ มอบประกาศนียบัตรให้นักศึกษาสำเร็จการฝึกงานในระบบทวิภาคี โดยมี ดร.ทรงวุฒิ เรือนไทย, อนรรฆ ชนาธินาถพงศ์, มงคล แก้วรอด และโดมินิค บูเนียวต์ มาร่วมงานด้วย ที่ห้องรอยัลบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
สั่งด้วยเสียง ก๊อก ฟาง ชวา และ ปาริชาติ ยามวินิจ เปิดตัว “RACER AI LAMP VOICECONTROL” โคมไฟอัจฉริยะสั่งด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมแนะนำพรีเซนเตอร์ ณัฐธิชา นามวงษ์โดยมี โชดก พิจารณ์จิตร และ พงษ์ศักดิ์ พนาสิริวรกุล มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.
สั่งด้วยเสียง ก๊อก ฟาง ชวา และ ปาริชาติ ยามวินิจ เปิดตัว “RACER AI LAMP VOICECONTROL” โคมไฟอัจฉริยะสั่งด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมแนะนำพรีเซนเตอร์ ณัฐธิชา นามวงษ์โดยมี โชดก พิจารณ์จิตร และ พงษ์ศักดิ์ พนาสิริวรกุล มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.

ประกอบกับที่รองนายกฯและ รมว.กลาโหมของไทย ภูมิธรรม เวชยชัย ออกมาโต้กลับ สหรัฐฯและชาติตะวันตก…ว่าเคยเสนอ อุยกูร์ไปลี้ภัย แต่ไม่มีประเทศไหนตอบรับ เพราะ คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศตัวเอง……ดังนั้นไทยจึงไม่มีทางเลือก……พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม อ้างว่า มียอดส่งตัวอุยกูร์ให้จีน ทั้งหมด 45 คน โดย 40 คนไม่มีคดีอื่นนอกจากหลบหนีเข้าเมือง…ส่วนอีก 5 คนอยู่ระหว่างถูกจำคุกตามคำพิพากษา…จะครบกำหนดอีก 3-4 ปีข้างหน้า ถึงวันนั้นก็จะส่งตัวกลับประเทศต่อไป….ทันใดนั้น ตลาดหุ้นไทย ตกหนัก ลบไป 20.47 จุด เพราะกังวลว่า สงครามการค้า สหรัฐฯจะรุนแรงขึ้น…….เฮ้อ…..วันนี้ 09.00 น. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และ สสส. จัดประชุมภาคีอาสา เครือข่ายอาสาภาคีสานพลังพื้นที่เข้มแข็ง ที่ห้องพระศิวะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

ดูแลเด็ก นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร จัดงานเปิด “โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล” พร้อมยกระดับการบริการดูแลสุขภาพเด็กสู่มาตรฐานสากล โดยมี พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์, พญ.สมสิริ สกลสัตยาทร และ จิรัฐ จักร์พิทักษ์สัตย์ มาร่วมงานด้วย ที่ถนนศรีนครินทร์ วันก่อน.
ดูแลเด็ก นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร จัดงานเปิด “โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล” พร้อมยกระดับการบริการดูแลสุขภาพเด็กสู่มาตรฐานสากล โดยมี พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์, พญ.สมสิริ สกลสัตยาทร และ จิรัฐ จักร์พิทักษ์สัตย์ มาร่วมงานด้วย ที่ถนนศรีนครินทร์ วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

เป็กกี้ ศรีธัญญา ถูกจับตาเปิดตัวหวานใจคนใหม่ ควงเที่ยวญี่ปุ่นสุดหวานฉ่ำ

เป็กกี้ ศรีธัญญา ถูกจับตาเปิดตัวหวานใจคนใหม่ ควงเที่ยวญี่ปุ่นสุดหวานฉ่ำ

2 มี.ค. 2568 15:46 น.

เป็กกี้ ศรีธัญญา ถูกจับตาเปิดตัวหวานใจคนใหม่ ควงเที่ยวญี่ปุ่นสุดหวานฉ่ำ

หลังจากที่เป็นโสดมานานนับปี ล่าสุดดูเหมือน เป็กกี้ ศรีธัญญา พิธีกร-นักร้องเสียงดี จะกลับมามีโลกสีชมพูอีกครั้งซะแล้ว เพราะล่าสุด ในทริปเที่ยวญี่ปุ่น ดูเหมือนจะมีหนุ่มหล่อมาดเซอร์ไปเป็นบอดี้การ์ดอยู่ข้างๆ ซะด้วย 

โดย เป็กกี้ ไปเที่ยวญี่ปุ่นและเล่นสกีที่ฮอกไกโดร่วมทริปกับครอบครัวของเสนาลิง พร้อมกับลงคลิปที่มีหนุ่มหล่อข้างกายในบรรยากาศที่แสนจะหนาวเหน็บ บอกเลยว่ากลิ่นความรักลอยมาถึงประเทศไทยกันเลยทีเดียว แถมเพื่อนๆ และแฟนๆ เข้าไปคอมเมนต์แซวกันหนักมาก

งานนี้จะเป็นหวานใจคนใหม่หรือไม่คงต้องรอฟังจากปากของเป็กกี้น่าจะชัวร์ที่สุด 

เป็กกี้ ศรีธัญญา ถูกจับตาเปิดตัวหวานใจคนใหม่ ควงเที่ยวญี่ปุ่นสุดหวานฉ่ำ
เป็กกี้ ศรีธัญญา ถูกจับตาเปิดตัวหวานใจคนใหม่ ควงเที่ยวญี่ปุ่นสุดหวานฉ่ำ
เป็กกี้ ศรีธัญญา ถูกจับตาเปิดตัวหวานใจคนใหม่ ควงเที่ยวญี่ปุ่นสุดหวานฉ่ำ
เป็กกี้ ศรีธัญญา ถูกจับตาเปิดตัวหวานใจคนใหม่ ควงเที่ยวญี่ปุ่นสุดหวานฉ่ำ
เป็กกี้ ศรีธัญญา ถูกจับตาเปิดตัวหวานใจคนใหม่ ควงเที่ยวญี่ปุ่นสุดหวานฉ่ำ

เอ็ม ลูกสาว หม่ำ จ๊กมก โชว์หน้าสวยๆ หลังโดนคนแซะ ‘สุดมีดหมอได้แค่นี้เองเหรอ’

เอ็ม ลูกสาว หม่ำ จ๊กมก โชว์หน้าสวยๆ หลังโดนคนแซะ 'สุดมีดหมอได้แค่นี้เองเหรอ'

2 มี.ค. 2568 14:47 น.

เอ็ม ลูกสาว หม่ำ จ๊กมก โชว์หน้าสวยๆ หลังโดนคนแซะ ‘สุดมีดหมอได้แค่นี้เองเหรอ’

เป็นอีกหนึ่งคนที่ต่อสู้กับชาวเน็ตอยู่เรื่อยๆ สำหรับ เอ็ม บุษราคัม ลูกสาวคนโตของตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กมก เหตุผลที่ต้องลุกขึ้นมาฟาดกับชาวเน็ตเพราะมักจะถูกคนเข้ามาคอมเมนต์แซะอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเรื่องความสวย เรื่องใช้ชื่อเสียงของพ่อ

และล่าสุด ไม่รู้ว่าใครไปท้าทายระบบ เจ้าตัวถึงได้ลุกขึ้นมาโพสต์รูปโชว์สวยๆ ของตัวเอง พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “มีคนสงสัยว่า สุดมีดหมอ ได้แค่นี้เองเหรอ ก็เลยอยากจะกระซิบข้างหูไอ้ต้าวหนูจัมไมว่า -ไปทำบ้างนะจ๊ะ เริ่มจากศัลยกรรมปากเอาหมาออกก่อนเลยจ๊ะ-อิอิ”

เอ็ม ลูกสาว หม่ำ จ๊กมก โชว์หน้าสวยๆ หลังโดนคนแซะ 'สุดมีดหมอได้แค่นี้เองเหรอ'
เอ็ม ลูกสาว หม่ำ จ๊กมก โชว์หน้าสวยๆ หลังโดนคนแซะ 'สุดมีดหมอได้แค่นี้เองเหรอ'
เอ็ม ลูกสาว หม่ำ จ๊กมก โชว์หน้าสวยๆ หลังโดนคนแซะ 'สุดมีดหมอได้แค่นี้เองเหรอ'
เอ็ม ลูกสาว หม่ำ จ๊กมก โชว์หน้าสวยๆ หลังโดนคนแซะ 'สุดมีดหมอได้แค่นี้เองเหรอ'

อุ๊ย แซ่บมาก สุนารี โพสต์แรงอ่านแล้วสะดุ้ง ‘หายไป 2 ปี จะขอกลับมาเอาของ’

อุ๊ย แซ่บมาก สุนารี โพสต์แรงอ่านแล้วสะดุ้ง 'หายไป 2 ปี จะขอกลับมาเอาของ'

2 มี.ค. 2568 14:06 น.

อุ๊ย แซ่บมาก สุนารี โพสต์แรงอ่านแล้วสะดุ้ง ‘หายไป 2 ปี จะขอกลับมาเอาของ’

อุ๊ยยยย อ่านแล้วแซ่บมากแม่จ๋า เมื่อนักร้องสาวรุ่นใหญ่เสียงดี สุนารี ราชสีมา ได้โพสต์ข้อความแบบแซ่บๆ ลงในเฟซบุ๊คของตัวเอง ซึ่งมีข้อความดังนี้ 

“คนเรานี่แปลกนะ ตอนติด…ไม่สนอะไร ขอแค่ได้ไปอยู่กับ…ใหม่ 2 ปีจะขอกลับมาเอาของ เสียใจนะฉันทิ้งไม่เหลือซากแล้วจ้า”

ซึ่งก็มีคนมาคอมเมนต์มากมายว่า “พี่สุใจเด็ดมาก สะใจ, มันต้องแบบนี้แหละค่ะคุณแม่ทำถูกต้องแล้วค่ะ, เราไม่ใช่ของเล่นในครค่ะ พี่สุ เก่งอยู่แล้วอยู่กับตัวเองรักตัวเองมีความสุขกับ ญาติมิตร มีความสุขไปค่ะ, จะเก็บไว้ให้รกทำไมล่ะ, สุดยอดมากแม่”

อุ๊ย แซ่บมาก สุนารี โพสต์แรงอ่านแล้วสะดุ้ง 'หายไป 2 ปี จะขอกลับมาเอาของ'
อุ๊ย แซ่บมาก สุนารี โพสต์แรงอ่านแล้วสะดุ้ง 'หายไป 2 ปี จะขอกลับมาเอาของ'
อุ๊ย แซ่บมาก สุนารี โพสต์แรงอ่านแล้วสะดุ้ง 'หายไป 2 ปี จะขอกลับมาเอาของ'

คาร่า พลสิทธิ์ เปิดภาพสมัยเป็นนางแบบ 39 ปีที่แล้ว ปัจจุบันอายุ 58 ปียังสวย

คาร่า พลสิทธิ์ เปิดภาพสมัยเป็นนางแบบ 39 ปีที่แล้ว ปัจจุบันอายุ 58 ปียังสวย

2 มี.ค. 2568 14:05 น.

คาร่า พลสิทธิ์ เปิดภาพสมัยเป็นนางแบบ 39 ปีที่แล้ว ปัจจุบันอายุ 58 ปียังสวย

เรียกว่าเป็นนักแสดงและนางแบบชื่อดังที่อยู่ในใจใครหลายคน สำหรับ คาร่า พลสิทธิ์ ที่หลายคนยังจำกันได้กับบทบาท คุณหญิงกีรติ จากภาพยนตร์ “ข้างหลังภาพ” คู่กับ เคน ธีรเดช เมื่อปี 2544 ซึ่งในปัจจุบันอายุ 58 ปีแล้ว แต่ยังคงสวยเป๊ะปัง เรียกว่าดูแลตัวเองได้ดีมากๆ

คาร่า พลสิทธิ์ เปิดภาพสมัยเป็นนางแบบ 39 ปีที่แล้ว ปัจจุบันอายุ 58 ปียังสวย

และล่าสุด คาร่า พลสิทธิ์ โพสต์ภาพสมัยที่มาเป็นนางแบบใหม่ๆ เมื่อ 39 ปีที่แล้ว ดูสวยสะพรั่งมากๆ และเป็นนางแบบที่มาแรงในยุคนั้น พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “รูปนี้น่าจะ 39 ปีแล้ว ตอนเป็นนางแบบใหม่ๆ ในปี 2529 กำลังให้สัมภาษณ์นิตยสารเล่มหนึ่ง แต่จำไม่ได้ว่าเล่มไหน

หน้าตาออกจะเคอะเขิน ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง เป็นคนที่ขี้อายมาก คิ้วยังหนาอยู่เพราะตอนนั้นยังไม่ได้ถอนขนคิ้ว ริมฝีปากหนา ผิดกับตอนนี้ที่แก่แล้วริมฝีปากมันบางลง ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามวัย เราก็แค่ดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ตามงบที่มีอยู่ #karapolasit”

ส่องคอมเมนต์ก็มีแฟนๆ เข้ามาชื่นชมความสวยเต็มไอจี อาทิ สวยและ classic มากๆ ค่ะ, สวยสดใส ส่วนตอนนี้คุณสวยสง่าครับ, สวย รักมากมาย, คือนางแบบในดวงใจสวยมากครับ, สวยมาตลอดคับ, สวยน่ารักดูเป็นธรรมชาติมากเลยคะ.ชอบๆๆๆ…, สวย สบายตาแบบมองไม่เบื่อเลยค่ะ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

คริส หอวัง หยิบผ้าที่โรงแรมมาเช็ดหน้า แต่พีกตรงกางออกมาเจอคำว่า welcome (คลิป)

คริส หอวัง หยิบผ้าที่โรงแรมมาเช็ดหน้า แต่พีกตรงกางออกมาเจอคำว่า welcome (คลิป)

2 มี.ค. 2568 13:18 น.

คริส หอวัง หยิบผ้าที่โรงแรมมาเช็ดหน้า แต่พีกตรงกางออกมาเจอคำว่า welcome (คลิป)

ชีเสิร์ฟคอนเทนต์สุดพีกให้แฟนๆ ได้ขำกันบ่อยๆ สำหรับนางเอกสาวหมวย คริส หอวัง แต่ละอย่างต้องบอกว่าเกิดแต่กับคริสไม่เกินจริง อย่างล่าสุดก็เจอเรื่องพีกอีกแล้ว เมื่อเจ้าตัวไปพักผ่อนเช็กอินโรงแรมแห่งหนึ่งและล้างหน้าในห้องน้ำ ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูมาซับหน้าและเตรียมจะไปออกกำลังกาย แต่พอกางผ้าออกแล้วเห็นคำว่า welcome ก็รู้เลยว่าหยิบผ้าผิดผืนซะแล้ว

คริส หอวัง หยิบผ้าที่โรงแรมมาเช็ดหน้า แต่พีกตรงกางออกมาเจอคำว่า welcome (คลิป)

ซึ่ง คริส หอวัง โพสต์คลิปลงใน TikTok @crishorwangtiktok ที่เขียนข้อความว่า “ฉันไม่ใช่คนแรกแน่ๆ!!!” พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นว่า “ในวันที่เพื่อนยังไม่มา!! เกิดแต่กับมากก welcome สุดๆ 5555 #คริสหอวัง #ไดอารี่คริส”

และในคลิปนี้คริสเล่าความโบ๊ะบ๊ะของตัวเองตอนหยิบผ้าขนหนูผิดผืนไว้ว่า “ใครเคยบ้างมาโรงแรม กำลังจะแต่งตัวออกไปวิ่ง เสร็จแล้วหยิบผ้าเช็ดตัว โรงแรมก็จะวางผ้าเช็ดตัวไว้สวยๆ เป็นผ้าเช็ดตัวที่เป็นผ้าเช็ดหน้า พอหยิบปุ๊บเราก็ล้างหน้าแล้วก็เช็ดหน้า ปรากฏพอกางออกมาก็นี่ค่ะ เป็นผ้าเช็ดเท้าค่ะ แล้วใครจะไปรู้ ในเมื่อพับสวยขนาดนี้ นู้น! ผ้าเช็ดหน้าอยู่ตรงนู้น! นี่ค่ะ อยู่ตรงนี้ค่ะ เอาผ้าเช็ดเท้ามาเช็ดหน้าซะแล้ว”

คริส หอวัง หยิบผ้าที่โรงแรมมาเช็ดหน้า แต่พีกตรงกางออกมาเจอคำว่า welcome (คลิป)
คริส หอวัง หยิบผ้าที่โรงแรมมาเช็ดหน้า แต่พีกตรงกางออกมาเจอคำว่า welcome (คลิป)

ทำเอาแฟนๆ คอมเมนต์แซวสนั่น อาทิ 5555555 ก็ปกติค่ะ ปกติของคริสหอวังมากๆๆๆๆ, welcome จริงๆ อยากให้โรงแรมปูไปเลยย ปูเถอะะ, ไม่เป็นไร ยังไงเค้าก็ซักรวมกัน, ทางนี้เช็ดหัว ชอบมากด้วยค่ะ ซับน้ำเลิศ, welcome เลยค่ะ เช็ดหัวเสร็จร้องกรี๊สสส, แม่ แต่มันซับน้ำดีมาก 55555555 เคยผิดครั้งนึง เอามาเช็ดตัวเสร็จ เปลี่ยนชุดกางดู อ้าวว มีคำว่า Welcome 5555, คอนเทนต์วิ่งหาคุณคริสหอไม่หยุดด 555555555555555555 วันๆ ของพี่คริสมากก ฯลฯ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

https://www.tiktok.com/embed/v2/7476116174787431698?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fentertain%2Fnews%2F2844776