ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในห้องภาพนี้คือ Christ of the Cross by El Greco หรือที่มีชื่อเดิมว่า DomenikosTheotokopoulos เขาเกิดในเมือง Crete ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของRepublic of Venice แม้เขาเป็นคนกรีกแต่ผู้คนส่วนใหญ่กลับเห็นว่าเขาเป็นจิตรกร นักประติมากรรมและสถาปนิกของเรอเนสซองส์สเปน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเขาย้ายมาอยู่สเปน และสร้างสรรค์งานที่สเปนเกือบตลอดชีวิต เขาเข้าเรียนด้านศิลปะที่เวนิสเมื่ออายุ 26 ปี ก่อนจะย้ายไปโรมในปี 1570 เพื่อเปิดห้องภาพส่วนตัว ในช่วงเวลานั้นเขาสร้างสรรค์งานแนว Mannerism และศึกษาผลงานแนว Venetian Renaissance จาก Titianและ Tintoretto ก่อนจะย้ายไปเมือง Toledo สเปนในปี 1577 ผลงานที่มีลักษณะเด่นที่เรียกว่าElongate ที่เขาเป็นผู้ริเริ่มนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากในช่วงเวลานั้นทำให้เขาได้พบกับผู้อุปถัมภ์หลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าฟิลิปที่สองแห่งสเปน การที่สเปนอยู่ในช่วงแผ่อาณานิคมโดยอาศัยศาสนจักรเป็นใบเบิกทาง ศิลปินที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง และมากฝีมือเช่นเขาจึงมักได้รับการว่าจ้างให้สร้างสรรค์งานแนวศาสนจักรเพื่อเป็นอีกเครื่องมือในการเผยแพร่ศาสนา งานของเขาจึงมีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนจักร และภาพเหมือนของราชวงศ์จำนวนมาก อีกทั้งยังกลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับศิลปินแนว Expressionism และ Cubismในเวลาต่อมา
Christ of the Cross by El Greco
นอกจากผลงานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรแล้วภาพเหมือนทั้งของคนและสิ่งของก็เป็นอีกหัวข้อที่ศิลปินนิยมสร้างสรรค์ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะงานประเภทนี้ง่ายต่อการแสดงฝีไม้ลายมือและการขาย Still Life with Basket of Frit and GameFowl by Juan van derHamen y Leon ศิลปินสเปนผู้ชำนาญการในการสร้างผลงานแนว Still Life เขาชอบสร้างสรรค์งาน Stilllife ที่เกี่ยวเนื่องกับร้านเหล้าหรือโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยสัตว์และผลไม้จนได้กลายเป็นต้นแบบของงานแนวนี้ทั่วทั้งยุโรปในเวลาต่อมา
The Drinking Jug by Joaquin Sorolla จิตรกรชาวสเปนผู้เชี่ยวชาญงานภาพเหมือนและทิวทัศน์ ภาพหญิงสาวยื่นเหยือกน้ำที่เก็บความเย็นได้ดีให้เด็กชายดื่มของเขานี้สะท้อนให้เห็นถึงอัจริยภาพของศิลปินในการรังสรรค์แสงได้อย่างเหนือชั้น ภาพนี้เป็นภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดชิ้นหนึ่งของศิลปินจนถูกใช้ทำเป็นแสตมป์ครบรอบ 100 ปี วันเกิดของเขา
L : Life Inclusion เชื่อมประสบการณ์สู่โอกาส ด้วยการสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและบริการ ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และการให้ความรู้ทางการเงินและการประกันชีวิตให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาศักยภาพทั้งด้านทักษะความรู้ และจรรยาบรรณ ให้กับตัวแทนประกันชีวิต หรือ Life Partner ที่มีอยู่กว่า 42,000 รายทั่วประเทศ รวมถึงขยายเครือข่ายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านพันธมิตรให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เบี้ยประกันภัยเหมาะสม และทำให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันสุขภาพได้ง่ายขึ้น เช่น ไทยประกันชีวิตเฮลต์ฟิต เบ๊า เบา
ไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม(Creating Shared Value หรือ CSV) ผ่านการริเริ่มโครงการต่างๆ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการสร้างอาชีพ และการให้ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงิน อันจะทำให้สังคมเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน เช่น โครงการไทยประกันชีวิต เสริมโอกาสสุขยั่งยืน การเสริมทักษะความรู้ที่จำเป็นให้กับวิสาหกิจชุมชน โครงการไทยประกันชีวิต เสริมโอกาสสร้างอาชีพ การฝึกอบรมอาชีพที่สามารถทำได้จริงและลงทุนไม่สูง สำหรับชุมชนโดยรอบสาขาไทยประกันชีวิต โครงการไทยประกันชีวิต Read For Life สร้างโอกาสด้านการเรียนรู้และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่เยาวชนไทย และโครงการ Thai Life Insurance Sport Showcase การส่งเสริมโอกาสด้านทุนการศึกษาและทุกกีฬาในต่างประเทศให้กับนักเรียนนักกีฬาเยาวชนไทย I : Infinite World พร้อมส่งต่อโลกที่ดีกว่า ด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่การใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตสำหรับคนรุ่นต่อไป บริษัทฯ ตระหนักถึงความสําคัญในการสร้างจิตสำนึกการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยได้พัฒนาบริการในรูปแบบ e-Service ที่หลากหลายเพื่อลดการใช้กระดาษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ e-Policy หรือกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์, e-Manual คู่มือผู้เอาประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์, e-Invoiceใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือการริเริ่มโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการ Upcyclingทิ้งได้บุญ การนำขวดพลาสติกไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเป็นผ้าห่มกันหนาวนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยหนาว นอกจากนี้ อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวของสหรัฐอเมริกา หรือ LEED (The Leadership in Energy and Environmental Design) ระดับ GOLDโดยผ่านการรับรองมาตรฐานจาก U.S. Green Building Council (USGBC) & Green Business Certification Institute (GBCI) ในประเภท O+M : EB หรือ LEED for Operations and Maintenances :Existing Buildings ซึ่งเน้นการจัดการและดูแลรักษาอาคารที่มีอยู่เดิม ด้วยการปรับปรุงอาคารและระบบให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้นมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของอาคาร คำนึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆทั้งภายในและภายนอกอาคาร ยกระดับคุณภาพชีวิตและใส่ใจสุขภาพทั้งของผู้ใช้อาคาร รวมไปถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ รวมทั้ง ช่วยลดผลกระทบด้านลบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน