Science Update : ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 หมดโอกาสชนโลก

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 หมดโอกาสชนโลก

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 หมดโอกาสชนโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การนาซา (NASA) ยืนยันว่าดาวเคราะห์น้อย 2024 วายอาร์4 (2024 YR4) ซึ่งเดิมทีถูกระบุว่ามีโอกาสก่อภัยคุกคามต่อโลกนั้น ไม่น่าก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อโลกในปี 2032 หรือหลังจากนั้น

ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่มีขนาดเกือบเท่าสนามฟุตบอลดวงนี้ ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าโอกาสที่ 2024 วายอาร์4 จะพุ่งชนโลกนั้นอยู่ที่ร้อยละ 3 ก่อนลดเหลือร้อยละ 0.28 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หลังจากการสังเกตการณ์เพิ่มเติม ศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลกขององค์การฯ เผยว่านาซาได้ปรับปรุงความน่าจะเป็นที่ดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวจะพุ่งชนโลกในวันที่ 22 ธ.ค. 2032 เหลือเพียงร้อยละ 0.004

นาซาเสริมว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญต่อโลกอย่างน้อยจนถึงในศตวรรษหน้า ทว่าโอกาสที่จะพุ่งชนดวงจันทร์ยังคงมีอยู่ร้อยละ 1.7

ทั้งนี้ นาซาจะสังเกตการณ์ดาวเคราะห์น้อย 2024 วายอาร์4 ต่อไป ซึ่งการสังเกตการณ์ได้ให้ข้อมูลอันมีค่าสำหรับการพัฒนาวิธีการป้องกันดาวเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการคาดการณ์การพุ่งชน

แหวกฟ้าหาฝัน : Spanish Painting in National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : Spanish Painting in National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : Spanish Painting in National Museum of Western Art Tokyo

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Still Life with Basket of Frit and Game Fowl by Juan van der Hamen y Leon 

พูดถึงอาณานิคมในยุคต้นๆ นั้น นอกจากดัทช์แล้ว สเปนเป็นอีกชาติหนึ่งที่มีอาณานิคมยิ่งใหญ่โดยได้รับสมญานามว่า Hispanic Monarchy หรือ Catholic Monarchy จักรวรรดิสเปนนั้นเริ่มตั้งแต่ปี 1492 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งการค้นพบโดยสเปนค้นพบหลายทวีปจนได้ครอบครองหลายทวีปตั้งแต่ อเมริกา แอฟริกา เอเชียไปถึงโอเชียเนียพวกเขาถือเป็นจักรวรรดิที่มีอำนาจมากสุดในยุคต้นของการล่าอาณานิคมและเป็นจักรวรรดิแรกที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน ยุคที่สเปนมีอาณานิคมมากสุดอยู่ระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18ครอบคลุมพื้นที่ 13 ล้านตารางกิโลเมตร หรือ 5 ล้านตารางไมล์ทั่วโลกจนได้ชื่อว่าเป็นจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อสเปนเป็นชาติร่ำรวย กษัตริย์ ขุนนางและคหบดีย่อมมั่งคั่ง พวกเขาจึงมีศิลปินในอุปถัมภ์ได้หลายคน เมื่อศิลปินมีผู้อุปถัมภ์ พวกเขาก็มีกำลังที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างต่อเนื่องและหลากหลายตามแต่จะได้รับการว่าจ้าง อย่างไรก็ดีงานในช่วงต้นของศิลปินสเปนยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องราวของศาสนจักร และภาพเหมือนของกษัตริย์และราชวงศ์

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในห้องภาพนี้คือ Christ of the Cross by El Greco หรือที่มีชื่อเดิมว่า DomenikosTheotokopoulos เขาเกิดในเมือง Crete ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของRepublic of Venice แม้เขาเป็นคนกรีกแต่ผู้คนส่วนใหญ่กลับเห็นว่าเขาเป็นจิตรกร นักประติมากรรมและสถาปนิกของเรอเนสซองส์สเปน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเขาย้ายมาอยู่สเปน และสร้างสรรค์งานที่สเปนเกือบตลอดชีวิต เขาเข้าเรียนด้านศิลปะที่เวนิสเมื่ออายุ 26 ปี ก่อนจะย้ายไปโรมในปี 1570 เพื่อเปิดห้องภาพส่วนตัว ในช่วงเวลานั้นเขาสร้างสรรค์งานแนว Mannerism และศึกษาผลงานแนว Venetian Renaissance จาก Titianและ Tintoretto ก่อนจะย้ายไปเมือง Toledo สเปนในปี 1577 ผลงานที่มีลักษณะเด่นที่เรียกว่าElongate ที่เขาเป็นผู้ริเริ่มนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากในช่วงเวลานั้นทำให้เขาได้พบกับผู้อุปถัมภ์หลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าฟิลิปที่สองแห่งสเปน การที่สเปนอยู่ในช่วงแผ่อาณานิคมโดยอาศัยศาสนจักรเป็นใบเบิกทาง ศิลปินที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง และมากฝีมือเช่นเขาจึงมักได้รับการว่าจ้างให้สร้างสรรค์งานแนวศาสนจักรเพื่อเป็นอีกเครื่องมือในการเผยแพร่ศาสนา งานของเขาจึงมีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนจักร และภาพเหมือนของราชวงศ์จำนวนมาก อีกทั้งยังกลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับศิลปินแนว Expressionism และ Cubismในเวลาต่อมา

Christ of the Cross by El Greco

นอกจากผลงานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรแล้วภาพเหมือนทั้งของคนและสิ่งของก็เป็นอีกหัวข้อที่ศิลปินนิยมสร้างสรรค์ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะงานประเภทนี้ง่ายต่อการแสดงฝีไม้ลายมือและการขาย Still Life with Basket of Frit and GameFowl by Juan van derHamen y Leon ศิลปินสเปนผู้ชำนาญการในการสร้างผลงานแนว Still Life เขาชอบสร้างสรรค์งาน Stilllife ที่เกี่ยวเนื่องกับร้านเหล้าหรือโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยสัตว์และผลไม้จนได้กลายเป็นต้นแบบของงานแนวนี้ทั่วทั้งยุโรปในเวลาต่อมา

The Drinking Jug by Joaquin Sorolla จิตรกรชาวสเปนผู้เชี่ยวชาญงานภาพเหมือนและทิวทัศน์ ภาพหญิงสาวยื่นเหยือกน้ำที่เก็บความเย็นได้ดีให้เด็กชายดื่มของเขานี้สะท้อนให้เห็นถึงอัจริยภาพของศิลปินในการรังสรรค์แสงได้อย่างเหนือชั้น ภาพนี้เป็นภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดชิ้นหนึ่งของศิลปินจนถูกใช้ทำเป็นแสตมป์ครบรอบ 100 ปี วันเกิดของเขา

The Drinking Jug by Joaquin Sorolla

The Drinking Jug by Joaquin Sorolla

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๓๗งานพระนารายณ์’ภูมิมหาราชาผู้สร้างลพบุรี

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๓๗งานพระนารายณ์’ภูมิมหาราชาผู้สร้างลพบุรี

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๓๗งานพระนารายณ์’ภูมิมหาราชาผู้สร้างลพบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

“งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ที่จัดขึ้นกันทุกปีนั้นนับเป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองลพบุรีจนเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของงาน คือ การแต่งกายชุดไทยย้อนอดีต และเป็นงานที่รำลึกถึง องค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงสร้างความเจริญให้กับเมืองลพบุรี ก่อนจะมาเป็นงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์นั้น เมืองลพบุรีเคยมีงานประเพณีอยู่แล้ว คือ “งานในวัง” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๐๑ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหารายได้นำไปก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม(แปลก พิบูลสงคราม) ซึ่งมีดำริให้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ในราวปีพ.ศ.๒๕๐๐ และวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๕ และดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดในวันที่๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๙ ส่วนการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เกิดขึ้นจากแนวคิดของชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี โดยจัดงานครั้งแรกว่า “นารายณ์รำลึก” ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อ “งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์” และจัดงานครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๗-๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๒ โดย นายเชาน์วัศสุดลาภา ผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้น ซึ่งเดิมนั้นกำหนดจัดงานในวันที่ ๒๑-๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๑ แต่เกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดลพบุรี จึงต้องเลื่อนมาเป็นวันที่ ๑๗-๑๘ กุมภาพันธ์พ.ศ.๒๕๒๒

สำหรับงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปี 2568 เมื่อวันที่ 14-23 กุมภาพันธ์2568 ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ และโบราณสถานใกล้เคียง เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาผู้ทรงวางรากฐานและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่เมืองลพบุรี และสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี

พระนารายณ์

โดยเน้นการ “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยทั้งเมือง” นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ 37 โดย นายอำพล อังคภากรณ์กุลผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ผู้ร่วมงานหลายภาคส่วนเข้าร่วม ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (วงเวียนเทพสตรี) อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งจัดพิธีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และพิธีรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2568ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการเทิดพระเกียรติ ชุด “นบนารายณ์”โดยวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี การรำบวงสรวงชาวลพบุรีโดยนุ่งโจงห่มสไบกว่า ๕,๐๐๐ คน และขับเสภาและการแสดงพลุเทิดพระเกียรติถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มีการประดับไฟและตกแต่งสวนดอกไม้ตามโบราณสถานอย่างสวยงาม อาทิ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ สวนนารายณ์นฤมิตเขตพระราชฐานชั้นใน พระนารายณ์ราชนิเวศน์สวนราชานุสรณ์ และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระปรางค์สามยอด เทวสถานปรางค์แขก บ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์)วัดปืน และการแสดงระบำลพบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ตามนโยบายเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์และสืบสาน รักษา ต่อยอดด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติอย่างยั่งยืน และสร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลก ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 11 ด้าน  ซึ่งรวมถึงด้านท่องเที่ยวและเทศกาลประเพณี (เฟสติวัล) เพื่อให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างอาชีพและรายได้สู่ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปิน เครือข่ายวัฒนธรรมและผู้ประกอบการ กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดลพบุรีและประเทศ

สักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ขบวนแห่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ขบวนแห่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

รำบวงสรวง ๕,๐๐๐ คน

รำบวงสรวง ๕,๐๐๐ คน

รำบวงสรวง

รำบวงสรวง

รำบวงสรวง

รำบวงสรวง

นุ่งโจงห่มไบรำถวาย

นุ่งโจงห่มไบรำถวาย

พระปรางค์สามยอด

พระปรางค์สามยอด

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

แผนที่เมืองลพบุรี

แผนที่เมืองลพบุรี

ปรางค์แขก

ปรางค์แขก

ประตูเข้าพระนารายณ์ราชนิเวศน์

ประตูเข้าพระนารายณ์ราชนิเวศน์

นุ่งโจงห่มสไบในงาน

นุ่งโจงห่มสไบในงาน

โซไซตี้ : ทัพนักกีฬาขี่ม้าโปโลจาก 6 ทีม เข้าร่วมชิงชัย ถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ‘The Ambassador Cup 2025’

โซไซตี้ : ทัพนักกีฬาขี่ม้าโปโลจาก 6 ทีม เข้าร่วมชิงชัย  ถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ‘The Ambassador Cup 2025’

โซไซตี้ : ทัพนักกีฬาขี่ม้าโปโลจาก 6 ทีม เข้าร่วมชิงชัย ถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ‘The Ambassador Cup 2025’

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กนกศักดิ์ ปิ่นแสง, เอมอร ศรีวัฒนประภา และแขกผู้มีเกียรติ

การแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรายการ “The Ambassador Cup 2025” (ดิ แอมบาสซาเดอร์คัพ 2025) จัดขึ้นโดย “สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย” เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาขี่ม้าโปโล และเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Fellowland”Unite the Colorful Vibes” ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักกีฬาขี่ม้าโปโลทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 6 ทีม และในรอบชิงชนะเลิศ ทีมบรูไน โปโล สามารถคว้าถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติไปครอง พร้อมไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยกับประเพณีย่ำสนาม (Stomping The Divots) ที่ได้รับความสนใจจากแขกผู้มีเกียรติร่วมกิจกรรม ณ สนามวีเอส สปอร์ตคลับ แอนด์ สยามโปโล ปาร์ค อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

การแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลรายการ “The Ambassador Cup 2025” ดำเนินการแข่งขันมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 – 8 กุมภาพันธ์ 2568 ได้รับความสนใจจากนักกีฬาขี่ม้าโปโลจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ บรูไน, อาร์เจนตินา ฟิลิปปินส์, ฝรั่งเศส และไทย ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 6 ทีม ประกอบด้วย ทีมบรูไน โปโล, ทีมอาห์มิบาห์, ทีมโกลบอลพอร์ท, ทีมลอรีอัล ปารีส, ทีมเอสพีพี พัทยา และทีมคิง เพาเวอร์ ที่นำโดย อภิเชษฐ์ และ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

เศรษฐา ทวีสิน และ นพ.สุกิตติ ปาณปุณณัง

สำหรับรอบชิงชนะเลิศเป็นการลงสนามแข่งขันระหว่างทีมบรูไน โปโล นำโดย เจ้าหญิง อาซีมะห์ โบลเกียห์ พบกับ ทีมอาห์มิบาห์ นำโดย เจ้าชายบาฮาร์ เจฟฟรี่ โบลเกียห์ผลการแข่งขันทีมบรูไน โปโล สามารถเอาชนะไปด้วยคะแนน11 ต่อ 7.5 คว้าถ้วยรางวัล The Ambassador Cup 2025 ไปครองได้สำเร็จ โดยได้รับเกียรติจาก ทูมูร์ อามาร์ซานา เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย มอบ รางวัลชนะเลิศ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มอบรางวัลBest Pony Award ให้แก่ พลูมา (Pluma) และ มิลลิเซนต์ ครูซ`ปาเรเดส เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย มอบรางวัล MVP Award หรือรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำการแข่งขันในครั้งนี้ ให้กับเจ้าชายบาฮาร์ เจฟฟรี่ โบลเกียห์ จากทีมอาห์มิบาห์

บรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเต็มไปด้วยความเข้มข้นสนุกสนาน มีเหล่าคนดังมาร่วมเชียร์ พร้อมแต่งกายตามคอนเซ็ปต์ Unite the Colorful Vibes อย่างคับคั่ง อาทิ ทัตวร สุกัณศีล, วุ้นเส้น-วิริฒิพา, นิกม์ ธนะภูมิกุล, ป้อง ณวัฒน์, มะนาว ศรศิลป์ และดีเจโซดา ฯลฯ นอกจากนี้ แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานยังได้ร่วมประเพณีย่ำสนาม (Stomping the Divots) ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมระหว่างช่วงพักการแข่งขันของกีฬาขี่ม้าโปโลที่ผู้เข้าชมการแข่งขันจะพร้อมใจเดินลงสนาม เพื่อช่วยกันกลบดินและเกลี่ยรอยเท้าม้า ไม่เพียงช่วยให้พื้นสนามเรียบขึ้นทว่ายังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้พบปะพูดคุยกัน รวมทั้งทำให้ผู้ที่เข้าชมกีฬาขี่ม้าโปโลรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม นับเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน และเป็นสีสันบรรยากาศภายในสนาม

สำหรับการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลรายการ “The Ambassador Cup 2025” จัดขึ้นเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ พัฒนาศักยภาพของนักกีฬาขี่ม้าโปโล ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพของนักกีฬาไทยให้สูงยิ่งขึ้น และในปีนี้ “กีฬาขี่ม้าโปโล” ได้รับการบรรจุในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันโดยสมาคมฯ ได้ตั้งเป้าหมายสูงสุด คือการคว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทย ทั้งนี้การแข่งขันทัวร์นาเมนต์ของสมาคมฯ ในปี 2568 วางโปรแกรมการแข่งขันไว้ทั้งหมด 3 รายการ ประเดิมเปิดสนามแรกด้วย “The AmbassadorCup 2025” ตามมาด้วยสนามที่สองกับรายการขี่ม้าโปโลหญิง “King Power International Ladies’ Polo Tournament2025” ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และปิดท้ายทัวร์นาเมนต์ด้วยรายการ “Thailand Polo Championship 2025”ในเดือนมีนาคม

นพ.สุกิตติ ปาณปุณณัง, ประสิทธิ์ กิติศักดิ์กุล, กนกศักดิ์ ปิ่นแสง, ปรีดา พสวงศ์ และ วิฑูร เจษฎานุกูล

นพ.สุกิตติ ปาณปุณณัง, ประสิทธิ์ กิติศักดิ์กุล, กนกศักดิ์ ปิ่นแสง, ปรีดา พสวงศ์ และ วิฑูร เจษฎานุกูล

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

นพ.ไพโรจน์- สิริมา บุญคงชื่น

นพ.ไพโรจน์- สิริมา บุญคงชื่น

รวิ อิทธิระวิวงศ์ – วรมาศ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว

รวิ อิทธิระวิวงศ์ – วรมาศ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว

กนกศักดิ์ ปิ่นแสง โยนลูกโปโลเปิดการแข่งขัน

กนกศักดิ์ ปิ่นแสง โยนลูกโปโลเปิดการแข่งขัน

เอมอร ศรีวัฒนประภา มอบรางวัล Best Pony Award

เอมอร ศรีวัฒนประภา มอบรางวัล Best Pony Award

ทีมบรูไน โปโล คว้าถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติไปครอง

ทีมบรูไน โปโล คว้าถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติไปครอง

อัยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และนักกีฬาขี่ม้าโปโลจากทีมลอรีอัล

อัยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และนักกีฬาขี่ม้าโปโลจากทีมลอรีอัล

พลอย-จันทมาศ-กนกศักดิ์ ปิ่นแสง

พลอย-จันทมาศ-กนกศักดิ์ ปิ่นแสง

ศรศิลป์ มณีวรรณ์, ดีเจโซดาฮวัง โซ-ฮี และเพื่อน

ศรศิลป์ มณีวรรณ์, ดีเจโซดาฮวัง โซ-ฮี และเพื่อน

บรรยากาศการแข่งขัน ระหว่างทีมบรูไน โปโล กับ ทีมอาห์มิบาห์

บรรยากาศการแข่งขัน ระหว่างทีมบรูไน โปโล กับ ทีมอาห์มิบาห์

โชว์ชุด “The Color of Fellowship Horse Show”

โชว์ชุด “The Color of Fellowship Horse Show”

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นิทรรศการดอกไม้ ‘อลิซ อิน บลูมแลนด์’

ผู้คนเที่ยวชมนิทรรศการดอกไม้ “อลิซ อิน บลูมแลนด์” (Alice in Bloomland) ที่จัดแสดงแมกไม้หลากสีสันนานาพันธุ์ รวมถึงศิลปะติดตั้ง ภายในสวนพฤกษศาสตร์หลวงของเมืองเบอร์ลิงตันรัฐออนแทรีโอของแคนาดา โดยนิทรรศการนี้ได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “การผจญภัยของอลิซในแดนมหัศจรรย์” ของ เลวิส คาร์โรลล์ และเปิดให้สาธารณชนเข้าชมวันที่ 1 ก.พ.-30 มี.ค.นี้

ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัว

ตะลอนเที่ยว : อยุธยาเมืองเก่า ยังมีมนต์ขลังไม่คลาย

ตะลอนเที่ยว : อยุธยาเมืองเก่า ยังมีมนต์ขลังไม่คลาย

ตะลอนเที่ยว : อยุธยาเมืองเก่า ยังมีมนต์ขลังไม่คลาย

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มีหลายคนมักถามว่า “ไปอยุธยาอีกแล้ว ไปแล้วไปอีก ไม่เบื่อหรือ”

คนที่รักอยุธยาก็ตอบชัดเจนว่า“ไม่เบื่อเลย ไม่เคยเบื่อ เพราะไปอยุธยาครั้งใดก็ตาม ก็ได้ความรู้ ความสนุก และได้ความประทับใจตลอด”

จริงครับ ขอบอกว่าจริงอย่างที่สุดเพราะไปอยุธยาทุกครั้งก็ได้ความประทับใจทุกครั้ง แล้วถ้ายิ่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอดีตราชธานีไทยที่ชื่อกรุงศรีอยุธยาไปก่อน ก็จะยิ่งอิ่มเอมใจในความมีเสน่ห์ของอยุธยา แล้วยิ่งได้เห็นโบราณสถานมากมาย ที่แม้จะเหลือแค่ซากเศษก็ตาม ก็ยังทำให้ประทับใจได้อย่างสุดแสนจะพรรณนา

ขอเชิญชวนให้คุณๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยชรา หรือวัยฉกรรจ์ ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาที่พระนครศรีอยุธยา 

พิพิธภัณฑ์ ปิดบริการในวันจันทร์เท่านั้น ส่วนวันอื่นๆ เปิดให้บริการตั้งแต่09.00-16.00 น. เก็บค่าเข้าชมสำหรับคนไทยที่อายุเกินวัยนักเรียน นิสิต นักศึกษา แต่ไม่เกิน 60 ปี เพียงคนละ30 บาทเท่านั้น ส่วนต่างชาติเสียค่าเข้าชมคนละ 150 บาท 

ขอแนะนำมากที่สุดให้คุณเข้าชมห้องจัดแสดงกรุเครื่องทองจากกรุมหาสมบัติวัดราชบูรณะ โดยจัดแสดงเครื่องทองที่ทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเครื่องอุทิศถวายแด่พระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนๆ 

โบราณวัตถุชิ้นสำคัญในห้องแสดงกรุเครื่องทองคือ พระแสงขรรค์ชัยศรีพระคชาธารจำลอง พระสุวรรณภิงคาร พระสุวรรณมาลา และจุลมงกุฎ เป็นต้นขอย้ำว่าเป็นต้นเท่านั้น เพราะในความจริงยังมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย

หลายคนไปอยุธยาหลายสิบครั้งหรืออาจจะเป็นร้อยครั้ง แต่ไม่เคยไปชมความมหัศจรรย์ของกรุเครื่องทองวัดราชบูรณะเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขอบอกว่า คุณพลาดชมสิ่งสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้นต้องไปชมให้ได้ ย้ำว่าต้องไปให้ได้ 

ทริปนี้ Mr.Flower ยังพาคุณไปเที่ยวชมและกราบนมัสการพระพุทธนฤมลธรรโมภาส พระประธานที่ประดิษฐานในพระอุโบสถ ซึ่งพระอุโบสถแห่งนี้สร้างด้วยศิลปะโกธิค โดยสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 

นอกจากนั้นยังพาไปล่องเรือชมโบราณสถานต่างๆ ที่ตั้งอยู่สองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองอยุธยา ซึ่งจะได้ชมวัดไชยวัฒนาราม วัดพนัญเชิง
วัดพุทไธสวรรค์ และอีกสารพัดวัดที่มีมากมายจนจดจำชื่อได้ไม่หมดไม่สิ้น และยังได้ชมชุมชนชาวมุสลิม ชมมัสยิดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งเจ้าพระยา แล้วก็ยังได้ชมโบสถ์คริสต์วัดนักบุญยอแซฟ โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ถูกระบุว่ามีอายุเก่าแก่มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีหลักฐานระบุว่าสร้างในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ และยังได้ชมความงามของพระตำหนักสิริยาลัย ที่อยู่ริมฝั่งเจ้าพระยาด้านตรงข้ามกับวัดไชยวัฒนาราม

วันนี้ขอพาคุณเที่ยวชมความงดงามของอยุธยาเพียงแค่นี้ก่อน แล้ววันหน้าจะพาคุณไปเที่ยวชมความงดงามในสถานที่ต่างๆ ของอยุธยาอีก หากสนใจร่วมทริปสุดพิเศษที่ Mr.Flowerพาคุณไปซึมซับมนต์เสน่ห์ของอยุธยาด้วยกัน โปรดติดต่อ 091-7233615

เซ็นทารา ลาดพร้าว ร่วมยินดี เชฟแจ็คกี้ คว้าชัย Iron Chef Thailand 2025

เซ็นทารา ลาดพร้าว ร่วมยินดี เชฟแจ็คกี้ คว้าชัย Iron Chef Thailand 2025

เซ็นทารา ลาดพร้าว ร่วมยินดี เชฟแจ็คกี้ คว้าชัย Iron Chef Thailand 2025

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ร่วมแสดงความยินดีกับ เชฟแจ็คกี้ หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารไดนาสตี้ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับห้องอาหารและโรงแรม ด้วยการคว้าชัยชนะในรายการ Iron Chef Thailand 2025 ในโจทย์ “ติ่มซำอัปเกรด”ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7

เชฟแจ็คกี้ ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารจีนระดับสูง และเคยร่วมงานกับร้านอาหารฮ่องกงมิชลินสตาร์ ได้นำเสนอเมนูติ่มซำสุดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานศิลปะการปรุงอาหารจีนแบบดั้งเดิมเข้ากับวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมระดับจักรพรรดิ ผลงานดังกล่าวสะท้อนถึงความชำนาญ ความมุ่งมั่นและความทุ่มเทในวิชาชีพของเชฟได้เป็นอย่างดีชัยชนะในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเกียรติประวัติส่วนตัวของเชฟแจ็คกี้ แต่ยังช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงให้กับห้องอาหารไดนาสตี้และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ในฐานะสถานที่ที่มุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการบริการและรสชาติอาหารระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวกรุงเทพฯ ขอขอบคุณลูกค้าและผู้สนับสนุนทุกท่านที่มอบกำลังใจและแรงสนับสนุนให้กับทีมงานของโรงแรมมาโดยตลอด ทั้งนี้ ติดตามและลิ้มลองเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์โดยเชฟแจ็คกี้ได้ที่ห้องอาหารไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทรศัพท์ 02-5411234 หรือติดต่อผ่าน Line OA : @centaraladprao และ Inbox: https://bit.ly/centaraladprao

ไทยประกันชีวิต ชู ‘TLI” Sustainability Strategy’ ผลักดันองค์กรสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน

ไทยประกันชีวิต ชู ‘TLI” Sustainability Strategy’  ผลักดันองค์กรสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน

ไทยประกันชีวิต ชู ‘TLI” Sustainability Strategy’ ผลักดันองค์กรสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยประกันชีวิต เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ภายใต้กรอบ “TLI” Sustainability Strategy พร้อมทรานส์ฟอร์มสู่ยุคดิจิทัล ใช้เทคโนโลยียกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ มุ่งให้คนไทยเข้าถึงการประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น ควบคู่การดูแลสังคมผ่านการริเริ่มโครงการที่สร้างความยั่งยืนให้ชุมชน และการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย” โดยผนวกการดำเนินการด้านความยั่งยืนเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม มิติเศรษฐกิจและสังคมมิติธรรมาภิบาล หรือ ESG เพื่อสร้างความสมดุลและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

“เราให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน รวมถึงสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ไทยประกันชีวิตจึงเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่จัดทำแผนแม่บทความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงกลยุทธ์ และยกระดับสู่แผนแม่บทการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งอ้างอิงจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติตามแนวทาง UN Global Compact โดยกำหนดกรอบกลยุทธ์การดําเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ “TLI” Sustainability Strategy ประกอบด้วย Trusted Partner, Life Inclusion และ Infinite World ซึ่งจะให้ความสำคัญทั้งในกระบวนการทางธุรกิจ (CSR-In-Process) และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR-After-Process) ควบคู่กัน”

โดยกลยุทธ์การดําเนินงานด้านความยั่งยืน หรือ “TLI” Sustainability Strategy ประกอบด้วย T : Trusted Partner ตอบโจทย์ทุกความไว้วางใจ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบทุกความต้องการภายใต้พื้นฐานธรรมาภิบาลที่ดี ผ่านการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและกระบวนการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการนำเสนอบริการที่เข้าใจและเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด เน้นการให้บริการที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันไทยประกันชีวิต ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการทำธุุรกรรมด้านประกันชีวิตด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา อาทิ การชำระเบี้ยประกันภัยผ่าน QR Code หรือ Bar Code, การหักชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติผ่านบัญชีธนาคาร และสามารถตรวจสอบข้อมูลและชำระเบี้ยประกันภัยให้กับคนในครอบครัว, การค้นหาโรงพยาบาลคู่สัญญา หรือค้นหาตัวแทนประกันชีวิต, การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine), การยื่นเคลมสินไหมสุขภาพ และการรับสิทธิพิเศษต่างๆ ผ่านไทยประกันชีวิต Privilege นอกจากนี้ ยังได้พัฒนานวัตกรรมเชื่อมต่อระบบข้อมูลด้านสุขภาพร่วมกับโรงพยาบาลคู่สัญญา ด้วยเทคโนโลยี API (Application Programming Interfaces) เพื่อให้การบริการมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความตระหนักในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายในแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะปัจจุบันที่ประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ เช่น การขยายความคุ้มครองโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นและระยะปานกลางสำหรับสัญญาเพิ่มเติม “ไทยประกันชีวิต พร้อมเปย์ 108 โรคร้าย”

L : Life Inclusion เชื่อมประสบการณ์สู่โอกาส ด้วยการสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและบริการ ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และการให้ความรู้ทางการเงินและการประกันชีวิตให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาศักยภาพทั้งด้านทักษะความรู้ และจรรยาบรรณ ให้กับตัวแทนประกันชีวิต หรือ Life Partner ที่มีอยู่กว่า 42,000 รายทั่วประเทศ รวมถึงขยายเครือข่ายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านพันธมิตรให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เบี้ยประกันภัยเหมาะสม และทำให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันสุขภาพได้ง่ายขึ้น เช่น ไทยประกันชีวิตเฮลต์ฟิต เบ๊า เบา

ไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม(Creating Shared Value หรือ CSV) ผ่านการริเริ่มโครงการต่างๆ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการสร้างอาชีพ และการให้ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงิน อันจะทำให้สังคมเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน เช่น โครงการไทยประกันชีวิต เสริมโอกาสสุขยั่งยืน การเสริมทักษะความรู้ที่จำเป็นให้กับวิสาหกิจชุมชน โครงการไทยประกันชีวิต เสริมโอกาสสร้างอาชีพ การฝึกอบรมอาชีพที่สามารถทำได้จริงและลงทุนไม่สูง สำหรับชุมชนโดยรอบสาขาไทยประกันชีวิต โครงการไทยประกันชีวิต Read For Life สร้างโอกาสด้านการเรียนรู้และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่เยาวชนไทย และโครงการ Thai Life Insurance Sport Showcase การส่งเสริมโอกาสด้านทุนการศึกษาและทุกกีฬาในต่างประเทศให้กับนักเรียนนักกีฬาเยาวชนไทย I : Infinite World พร้อมส่งต่อโลกที่ดีกว่า ด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่การใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตสำหรับคนรุ่นต่อไป บริษัทฯ ตระหนักถึงความสําคัญในการสร้างจิตสำนึกการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยได้พัฒนาบริการในรูปแบบ e-Service ที่หลากหลายเพื่อลดการใช้กระดาษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ e-Policy หรือกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์, e-Manual คู่มือผู้เอาประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์, e-Invoiceใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือการริเริ่มโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการ Upcyclingทิ้งได้บุญ การนำขวดพลาสติกไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเป็นผ้าห่มกันหนาวนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยหนาว นอกจากนี้ อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวของสหรัฐอเมริกา หรือ LEED (The Leadership in Energy and Environmental Design) ระดับ GOLDโดยผ่านการรับรองมาตรฐานจาก U.S. Green Building Council (USGBC) & Green Business Certification Institute (GBCI) ในประเภท O+M : EB หรือ LEED for Operations and Maintenances :Existing Buildings ซึ่งเน้นการจัดการและดูแลรักษาอาคารที่มีอยู่เดิม ด้วยการปรับปรุงอาคารและระบบให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้นมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของอาคาร คำนึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆทั้งภายในและภายนอกอาคาร ยกระดับคุณภาพชีวิตและใส่ใจสุขภาพทั้งของผู้ใช้อาคาร รวมไปถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ รวมทั้ง ช่วยลดผลกระทบด้านลบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็คอิน ‘วัดอินทารามวรวิหาร’

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็คอิน ‘วัดอินทารามวรวิหาร’

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็คอิน ‘วัดอินทารามวรวิหาร’

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” 2 พิธีกร หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จะพาท่านผู้ชมไปเที่ยววัดเก่าแก่ทางฝั่งธนบุรีตั้งแต่สมัยอยุธยา และเป็นอารามสำคัญในสมัยกรุงธนบุรีอีกด้วยโดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านได้ทำนุบำรุงวัดนี้ด้วยพระองค์เอง นั่นคือวัดอินทารามวรวิหาร ซึ่งจะมีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อย่างไรมารับชมพร้อมกันในรายการ แน่นอนว่ามาถึง วัดอินทารามวรวิหาร ก็ต้องมากราบขอพรสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอบารมีให้ปกปักรักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมมาขอกันเรื่องการทำธุรกิจ ให้ประสบผลสำเร็จอีกทั้งหน้าที่การงาน รับราชการ จากนั้นเข้าไปด้านในพระวิหารสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กราบไหว้พระประธานองค์สำคัญของพระวิหาร คือ “หลวงพ่อดำ” ทัวร์กันต่อที่อุโบสถกุฏิพระพุทธองค์ 4 หลัง และศาลาการเปรียญเก่า และที่พลาดไม่ได้กับวัตถุมงคลของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่มีพุทธคุณเด่นทั้งด้านแคล้วคลาด รวมถึงด้านเมตตาค้าขาย ซึ่งทางวัดอินทาราม ได้จัดสร้างไว้ด้วยกันหลายรุ่น และปิดท้ายหาของอร่อยกินรอบวัด ที่ร้านคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น Good Stories Cafe&Bistro

หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “เป็นอีกวัดที่เก่าแก่ และยังมีพระบรมอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ให้ได้มากราบสักการะกันอีกด้วย วัดอินทาราม เป็นอีกวัดหนึ่งที่ต้องมาเช็คอินกันให้ได้นะครับ” ไปเที่ยวพร้อมกันในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” เวลา 13.20 น.ทาง ช่อง 7HD กด 35 ดูย้อนหลังได้ที่ BUGABOO.TVและ YouTube : Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG)และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘ธัญ’ (THANN) แนะวิธีฟื้นบำรุงและล็อกความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือ

‘ธัญ’ (THANN) แนะวิธีฟื้นบำรุงและล็อกความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือ

‘ธัญ’ (THANN) แนะวิธีฟื้นบำรุงและล็อกความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือ

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“มือ” หนึ่งในอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้าและผิวกาย และละเลยการดูแลสุขภาพผิวมืออย่างถูกวิธี ทำให้มือแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยและเหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมือเป็นอวัยวะที่แทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย มือจึงสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนเยาว์ หรือความร่วงโรยแห่งวัยอย่างเห็นได้ชัดเจน แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและความงาม “ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะ “วิธีฟื้นบำรุงและล็อกความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือด้วยเทคโนโลยี Double moist, Doublelock” กับผลิตภัณฑ์ Earl GreyInfusion Hand Cream พร้อมชวนเซเลบริตี้สาวเก่ง อาทิ ม.ล.สิริสมรสวัสดิวัตน์, เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์ และพรปวีณ์ นีระสิงห์ มาร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวมือให้เนียนนุ่มแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟื้นบำรุงและล็อกความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือด้วยเทคโนโลนี Double moist, Double lock กับผลิตภัณฑ์ Earl Grey Infusion Hand Cream ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน “ธัญ” (THANN)ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ ชั้น 2 โซน The Storeys, ONE Bangkok, สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 5 (Tower 2) โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์,ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม, ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอนชั้น 4 ไอคอน สยาม, สาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, ชั้น G (The Jungle Zone และ TheBotanica Zone) ศูนย์การค้าจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา