อินเดียเร่งหาผู้สูญหาย หิมะถล่มกลืนหมู่บ้านบนเขาหิมาลัย ดับแล้ว 4 ศพ

อินเดียเร่งหาผู้สูญหาย หิมะถล่มกลืนหมู่บ้านบนเขาหิมาลัย ดับแล้ว 4 ศพ

1 มี.ค. 2568 23:24 น.

อินเดียเร่งหาผู้สูญหาย หิมะถล่มกลืนหมู่บ้านบนเขาหิมาลัย ดับแล้ว 4 ศพ

เหตุหิมะถล่มกลืนหมู่บ้านบนเทือกเขาหิมาลัยในประเทศอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายที่ถูกฝังอยู่ใต้หิมะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของอินเดียกำลังออกปฏิบัติการกู้ภัยหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ. 2568) เกิดหิมะถล่ม กลืนคนงานก่อสร้างถนนในหมู่บ้านมานา ในรัฐอุตตราขัณฑ์ ทางเหนือของประเทศ ซึ่งมีชายแดนติดกับทิเบต

ตามการเปิดเผยของกองทัพอินเดีย การค้นหาจนถึงในวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ช่วยผู้ประสบภัยที่ถูกฝังอยู่ใต้หิมะและซากปรักหักพังกลับขึ้นมาได้แล้วประมาณ 50 คน แต่มี 4 คนที่เสียชีวิตเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่พวกเขาได้รับ

กองทัพบอกอีกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้สูญหายซึ่งเชื่อว่ายังเหลืออีก 5 คน โดยมีการส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไปร่วมการค้นหาด้วย

ด้านนายกาอูราฟ คุนวาร์ อดีตสมาชิกสภาบริหารหมู่บ้านมานา บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า พื้นที่ที่ถูกหิมะถล่มเป็นพื้นที่อพยพและไม่มีผู้อยู่อาศัยอย่างถาวร และมีเพียงผู้ใช้แรงงานที่ทำงานสร้างถนนบริเวณชายแดนกับทหารจำนวนหนึ่งเท่านั้น ที่อยู่ที่นั่นในฤดูหนาว

นายคุนวาร์บอกอีกว่า พวกเขาได้ยินว่ามีฝนตกลงมาตลอด 2 วันที่ผ่านมา ขณะที่คนงานอยู่ในแคมป์ตอนที่หิมะถล่มลงมา

ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอินเดียเตือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า จะเกิดฝนตกหนักและหิมะตกในรัฐหิมาจัลประเทศกับรัฐอุตตราขัณฑ์ รวมถึงที่รัฐจัมมูและแคชเมียร์ พร้อมทั้งประกาศเตือนภัยหิมะตกระดับสีส้มในหลายเขตของรัฐอุตตราขัณฑ์กับรัฐจัมมูและแคชเมียร์ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เซเลนสกีย้ำ สหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ยันพร้อมเซ็นดีลแร่ แต่ต้องรับประกันความมั่นคง

เซเลนสกีย้ำ สหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ยันพร้อมเซ็นดีลแร่ แต่ต้องรับประกันความมั่นคง

1 มี.ค. 2568 22:12 น.

เซเลนสกีย้ำ สหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ยันพร้อมเซ็นดีลแร่ แต่ต้องรับประกันความมั่นคง

เซเลนสกีกล่าวขอบคุณสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศยังเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ หลังปะทะคารมกับโดนัลด์ ทรัมป์ กลางวงเจรจาข้อตกลงแร่ธาตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เดินทางถึงสนามบินสแตนสเตด ในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักรแล้ว ในวันเสาร์ที่ 1 มี.ค. 2568 หลังจากเมื่อวันศุกร์เขาเดินทางเยือนทำเนียบขาวสหรัฐฯ เพื่อเจรจาข้อตกลงแร่ธาตุ ซึ่งจบลงด้วยการปะทะคารมอย่างรุนแรงระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย จนการเจรจาล่ม

ประธานาธิบดียูเครนระบุผ่าน X ว่า “ความช่วยเหลือของอเมริกาเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พวกเรารอดชีวิตมาตลอด และผมอยากจะย้ำเรื่องนั้น” “แม้จะมีการสนทนาอย่างยากลำบาก เรายังคงเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ แต่เราจำเป็นต้องซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาต่อกันและกัน เพื่อเข้าใจเป้าหมายที่เรามีร่วมกันได้อย่างแท้จริง”

โพสต์ของเซเลนสกีเสริมอีกว่า ยูเครนขอบคุณสหรัฐฯ อย่างมากสำหรับการสนับสนุนทุกอย่าง โดยเฉพาะในช่วงการรุกรานเต็มรูปแบบตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งขอขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ และระบุว่า “ผมอยากให้สหรัฐฯ ยืนหยัดอยู่ฝ่ายเราอย่างมั่นคงมากขึ้น”

ในด้านข้อตกลงแบ่งผลกระโยชน์แร่ธาตุ เซเลนสกีระบุว่า ยูเครนพร้อมลงนามในข้อตกลง แต่สหรัฐฯ ต้องให้การรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครน เนื่องจาก “การหยุดยิงโดยไม่มีการรับประกันความมั่นคงนั้น เป็นอันตรายต่อยูเครน”

ผู้นำยูเครนระบุอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการยุติสงคราม “แต่ไม่มีใครต้องการสันติภาพไปมากกว่าเราอีกแล้ว” “การหยุดยิงไม่ได้ผลกับ (วลาดิเมียร์) ปูติน เขาละเมิดการหยุดยิงมา 25 ครั้งแรกตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สันติภาพที่แท้จริงจงเป็นทางออกเดียว”

เซเลนสกีย้ำว่า เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจุดยืนของยูเครนในเรื่องรัสเซียได้ “รัสเซียกำลังเข่นฆ่าพวกเรา รัสเซียคือศัตรู และนั่นคือความเป็นจริงที่เรากำลังเผชิญ ยูเครนต้องการสันติภาพ แต่แต่มันต้องเป็นสันติอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อการนั้น เราจำเป็นต้องเข้มแข็งบนโต๊ะเจรจา”

ผู้นำยูเครนยอมรับด้วยว่า เป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้กับรัสเซียต่อไปหากปราศจากการสนับสนุนของสหรัฐฯ และว่าชาวยูเครนทุกคนต้องการฟังจุดยืนอันเข้มแข็งของสหรัฐฯ สหรัฐฯ จำเป็นต้องนิยามว่าการรับประกันด้านความมั่งคงที่ยูเครนจะได้รับคืออะไร ระดับไหน และเมื่อไร?

“ความสัมพันธ์ของเรากับประธานาธิบดีอเมริกันเป็นมากกว่าแค่ผู้นำ 2 คน มันยังมีประวัติศาสตร์และสายสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างประชาชนของเราด้วย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สึโบฮาจิ เปิด‘เทศกาลปูทาราบะ’ ราชาแห่งปูฮอกไกโด ส่งตรงจากญี่ปุ่น มีให้รับประทานตลอดปี

สึโบฮาจิ เปิด‘เทศกาลปูทาราบะ’ ราชาแห่งปูฮอกไกโด ส่งตรงจากญี่ปุ่น มีให้รับประทานตลอดปี

สึโบฮาจิ เปิด‘เทศกาลปูทาราบะ’ ราชาแห่งปูฮอกไกโด ส่งตรงจากญี่ปุ่น มีให้รับประทานตลอดปี

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.59 น.

เตรียมพบกับประสบการณ์ความอร่อยระดับพรีเมียมที่ “สึโบฮาจิ” ร้านอาหารญี่ปุ่นอิซากายะอันดับ 1 จากฮอกไกโด จัดเทศกาล “ปูทาราบะ” (Tarabagani Festival) ยกขบวนปูทาราบะสดใหม่ส่งตรงจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ให้คุณได้สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ “ราชาแห่งปู” ได้ตลอดทั้งปี

“สึโบฮาจิ” ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพระดับพรีเมียมที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 52 ปี และในประเทศไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำในการคัดสรรปูทาราบะที่ดีที่สุดจากน่านน้ำฮอกไกโด พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ 12 เมนูคุณภาพ ในราคาสมเหตุสมผล เริ่มต้นเพียง 369 – 2,299 บาท (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

พิเศษ! สำหรับสมาชิก IMPACT Family รับสิทธิ์ซื้อเมนูในเทศกาลปูทาราบะในราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 289 – 1,899 บาท (ราคาสมาชิกไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่นๆ) (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป (จนกว่าจะแจ้งการเปลี่ยนแปลง) ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น “สึโบฮาจิ” ทุกสาขา

เมนูไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ปูทาราบะนึ่ง: สัมผัสรสชาติเนื้อปูหวานฉ่ำ มีให้เลือก 2 ขนาด (ใหญ่/กลาง) ข้าวอบฮอกไก: ข้าวอบสูตรพิเศษที่รวมปูทาราบะ หอยเชลล์ และปลาแซลมอน ข้าวอบปูทาราบะ: ข้าวอบแสนอร่อยที่อัดแน่นด้วยเนื้อปูทาราบะเน้นๆ ชาบู ชาบู ปูทาราบะ: ซุปกลมกล่อม เนื้อปูสดหวาน พร้อมผักและน้ำจิ้ม 3 สไตล์ ข้าวอบโดนาเบะปูทาราบะ & คานิมิโสะ: ข้าวอบสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมเนื้อปู คานิมิโสะ และไข่ปลาแซลมอน (ใช้เวลาอบ 60 นาที หรือ 30 นาที หากสั่งล่วงหน้า) ซูชิหน้าปูทาราบะ & ปูซูไวรวม: ซูชิสุดพรีเมียมที่รวมเนื้อปู 2 ชนิด เสิร์ฟพร้อมคานิมิโสะ

ข้าวหน้าปูทาราบะไคเซ็น

ข้าวหน้าปูทาราบะมินิ

ข้าวอบโดนาเบะ ปูทาราบะ & คานิมิโสะ 2

นอกจากนี้ ยังมีเมนูแนะนำ อาทิ “ปูทาราบะ & กุ้งเทมปุระรวม” เมนูของทอดสไตล์ญี่ปุ่นคุณภาพ ที่เชฟญี่ปุ่นได้นำปูทาราบะ และ กุ้งลายเสือ มาชุบในแป้งเทมปุระ ทอดในอุณหภูมิที่เหมาะสม จนได้เทมปุระสีเหลืองทอง นำมารับประทานคู่กับซอสเมนซึยุ เมนูต่อมา “ข้าวหน้าปูทาราบะ & กุ้งเทมปุระรวม” เมนูที่เอาใจคนรักปูทาราบะและกุ้งเทมปุระ อร่อยสุดฟิน และขอแนะนำ “ข้าวหน้าปูทาราบะไคเซ็น” รวมความสดใหม่ของปูทาราบะและรวมอาหารทะเลสุดพิเศษ เมนูต่อมา “ข้าวหน้าปูทาราบะมินิ” ข้าวหน้าปูทาราบะและหลากหลายอาหารทะเลที่เสิร์ฟความอร่อยสดหวานกำลังดี และเมนูสุดอลังการ ต่อด้วย “คานิมิโสะ ปูทาราบะ ไข่ปลาแซลมอน & ไข่กุ้ง” มันปูย่างที่เสิร์ฟความอร่อยครบครัน ทั้งปูทาราบะ ไข่ปลาแซลมอนและไข่กุ้ง

ข้าวอบฮอกไก

ชาบู ชาบู ปูทาราบะ

ปูทาราบะ & กุ้งเทมปุระรวม

ปูทาราบะนึ่ง ไซส์L

ไม่ต้องบินไกลไปถึงเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ลิ้มลองเมนูปูทาราบะสดใหม่ ให้ทุกมื้อของคุณเต็มไปด้วยความสุข และ ความหรูหรา ห้ามพลาด! เทศกาลปูทาราบะ หรือ Tarabagani Festival ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น “สึโบฮาจิ” ทุกสาขา พิเศษสุด…สมัครสมาชิก IMPACT Family ! รับสิทธิพิเศษเหนือใคร รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงมาใช้บริการที่ ร้านสึโบฮาจิ ทุกสาขา แล้วสมัครสมาชิกฟรี! แค่แอดไลน์ @tsubohachith ก็รับส่วนลดราคาพิเศษสำหรับสมาชิก ได้ลิ้มลองเมนูปูจากฮอกไกโดในราคาพิเศษ จากราคาปกติ (ราคาสมาชิก ไม่สามารถร่วมกับส่วนลดอื่นๆ)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ ร้านอาหารญี่ปุ่น “สึโบฮาจิ” 02-000-2180 ติดตามอัปเดตข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ  https://www.tsubohachi-tha.com ได้ทางเฟซบุ๊ก: TsubohachiTh และอินสตาแกรม: TsubohachiTh หรือเพิ่มเพื่อนทางไลน์ ออฟฟิเชียล: @tsubohachith

เคปพันวา ภูเก็ต ชวนตามรอยซีรีส์ดัง สัมผัสมนต์เสน่ห์เพชรเม็ดงามแห่งแหลมพันวา

เคปพันวา ภูเก็ต ชวนตามรอยซีรีส์ดัง  สัมผัสมนต์เสน่ห์เพชรเม็ดงามแห่งแหลมพันวา

เคปพันวา ภูเก็ต ชวนตามรอยซีรีส์ดัง สัมผัสมนต์เสน่ห์เพชรเม็ดงามแห่งแหลมพันวา

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.14 น.

The White Lotus ซีซั่น 1 และ 2 เป็นซีรีส์ที่สร้างปรากฎการณ์แม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เป็นแฟนตัวยงเดินทางท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์ดังกันอย่างคับคั่ง (Set-jetting) จึงทำให้ประเทศไทยเป็นกระแสร้อนแรงข้ามปีเมื่อซีรีส์ดังอย่าง The White Lotus 3 เลือกภาคใต้เป็นสถานที่ถ่ายทำและเพิ่งฉายพรีเมียร์ตอนแรกให้ได้ชมไปสดๆ ร้อน ๆ เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และหนึ่งในโลเคชันลับในการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ที่ได้เปิดเผยในเว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) คือ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต (อ้างอิง: เว็บไซต์ The White Lotus X TAT thewhitelotus.thailandinsider.com)

โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต โรงแรมแห่งแรกจากเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ที่พักสุดหรูหราบนจุดหมายปลายทางที่เต็มเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ พร้อมด้วยชายหาดขาวทอดยาวริมทะเลอันดามันอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัว จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยงามของภูเก็ต ชวนนักเดินทางไปตามหาภาพแห่งความทรงจำอันคุ้นเคย ผ่านฉากที่คุ้นหน้าคุ้นตาในภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังมากมาย กับ “Director Package” มอบประสบการณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยห้องพัก เคป ซิกเนเจอร์ คอร์เนอร์ สวีท ขนาดกว้างขวางกว่า 127 ตร.ม. ที่มาพร้อมกับระเบียงขนาดใหญ่มอบทัศนีย์ภาพของทะเลอันดามันในมุมมองสุดตระการตา และมีอ่างน้ำวนกลางแจ้งให้สัมผัสความงามของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิดและดื่มด่ำกับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตลอด 3 วัน 2 คืน ในราคาเริ่มต้น 22,300 บาทสุทธิ สำหรับ 2 ท่าน โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ธันวาคม 2568 พร้อมรับชุดของขวัญต้อนรับสุดพิเศษสำหรับการจอง Director Package เท่านั้น อาทิ Afternoon Tea สำหรับ 2 ท่าน ณ พันวาเฮ้าส์, บัตรกำนัลเครื่องดื่มค็อกเทล ณ แบมบู บาร์ และคาเฟ่ อันดามัน, บัตรกำนัลเครื่องดื่มชา กาแฟ ณ คาเฟ่ แคนทารี และบัตรกำนัลส่วนลด 15% สำหรับการทำสปาทรีตเมนต์ ณ เคปสปา  ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด จองแพ็กเกจได้ที่: https://reservation.travelanium.net/hotelpage/rates/?propertyId=569&onlineId=4&pid=MDYxMjQ1Mw%3D%3D

นอกจากนี้ ยังให้คุณเพลิดเพลินกับ  Afternoon Tea และเครื่องดื่มค็อกเทลซิกเนเจอร์เมนูใหม่ที่ผสมผสานทั้งความหรูหราและโรแมนติกเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง ใต้ร่มเงาบ้านชิโน-โปรตุกีสอายุกว่าร้อยปี ที่พันวาเฮ้าส์  คัดสรรมาอย่างละเมียดละไมในราคา 1,100 บาท ++ (สำหรับ 2 ท่าน) โดยเฉพาะการจับคู่ชากลีบดอกบัวหลวงอันหอมกรุ่นกับของคาวหวานแบบไทยที่เต็มไปด้วยความอ่อนช้อยและความประณีตในทุกคำที่ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น เมี่ยงกลีบบัว ทอดมันกุ้ง ไก่สะเต๊ะ ม้าฮ่อ แตงโมปลาแห้ง ถุงทอง ข้าวเหนียวมะม่วง สาคูข้าวโพด ทองหยอด ฝอยทอง และลูกชุบ

สายดื่ม ชวนคุณเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง  ทั่วทุกมุมโลกผ่านค็อกเทลแก้วพิเศษที่คิดค้นขึ้นใหม่ ซึ่งมีให้เลือกชิมถึง 3 แบบ 3 สไตล์ แก้วแรกคือ Armond’s Last Sip (320 บาท ++) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฮาวาย เกาะทรอปิคัลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ให้ความสดชื่นจากสับปะรดและมินต์ ส่วนมนต์เสน่ห์ของ Sicilian Sour (320 บาท ++)  นั้นมาจากความเปรี้ยวของเลมอน ตกแต่งด้วยรากบัวอบแห้ง และอีกแก้วคือ Mook (320 บาท ++)  ค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทะเลอันดามันและชายหาดที่สวยงามของเมืองไทย ผสมผสานคลาสสิครัมของไทยกับผลไม้เมืองร้อนอย่างแตงโมและสับปะรด ที่เต็มไปด้วยความสดชื่นมีชีวิตชีวา

สัมผัสมนต์เสน่ห์ของโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต กับ Director Package ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ธันวาคม 2568สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-7639-1123 หรือเว็บไซต์ www.capepanwa.com

ห้องอาหารพาย เปิดตัวเซ็ตอาหารกลางวันใหม่ ที่ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ

ห้องอาหารพาย เปิดตัวเซ็ตอาหารกลางวันใหม่ ที่ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ

ห้องอาหารพาย เปิดตัวเซ็ตอาหารกลางวันใหม่ ที่ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.15 น.

เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ชวนมา อิ่มอร่อยไปกับเซ็ตอาหารกลางวัน ที่ห้องอาหารพาย พร้อมเสิร์ฟทุกวันตั้งแต่เวลา 12:00 น. ถึง 14:30 น. เซ็ตอาหาร 3 คอร์สนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สมบูรณ์แบบ ทั้งสำหรับมื้อกลางวันเพื่อธุรกิจหรือมื้อกลางวันสบายๆ กับเพื่อนหรือครอบครัว

เมนูที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันนี้แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารของ เชฟวีรเกติ์ นิลายน หรือเชฟโจ หัวหน้าเชฟที่ห้องอาหารพาย ไม่ว่าคุณจะมองหามื้ออาหารที่รวดเร็วแต่หรูหราหรือประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผ่อนคลาย เซ็ตอาหารกลางวัน ที่ห้องอาหารพาย คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ

ลิ้มลองเมนูที่เชฟรังสรรค์มาอย่างดีในราคาเพียง 850++ บาทต่อเซ็ต ประกอบไปด้วย เมนูเรียกน้ำย่อย: เลือกจากเมนู ไก่สะเต๊ะ ยำทะเลต้มข่าแห้ง หรือยำถั่วพู อาหารจานหลัก: เลือกจากเมนู แกงแดงอกเป็ด มัสมั่นแก้มวัว กุ้งกระเทียมพริกไทย หรือปลากระพงซอสเปรี้ยวหวานหรือ ไก่ย่างส้มตำ ของหวาน: ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานเลือกจากเมนู ไทยทีรามิสุ ข้าวเหนียวมะม่วง ทับทิมกรอบ เครื่องดื่ม: เพลิดเพลินไปกับกาแฟหรือชาจาก TWG

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่โทร 02 344 4025 หรือสำรองที่นั่งผ่าน https://bit.ly/PaiiReservation อีเมล ww.wbangkok@whotels.com ติดตามข้อมูลข่าวสารของดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ได้ที่ www.facebook.com/wbangkok หรือ https://bit.ly/WBangkokHWS

อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ขายบุฟเฟต์สุดคุ้ม งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 73

อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ขายบุฟเฟต์สุดคุ้ม  งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 73

อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ขายบุฟเฟต์สุดคุ้ม งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 73

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.44 น.

โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ขายบุฟเฟต์ราคาพิเศษสุดคุ้ม ใน งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 73 วันพฤหัสบดีที่ 6- วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2568 นี้ ที่บูท D57-58 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติติ์  

พลาดไม่ได้กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ราคาพิเศษ ที่ห้องอาหาร เดอะ กลาส เฮ้าส์ สำหรับมื้อกลางวัน จันทร์-เสาร์ ราคาสุทธิ ท่านละ 690 บาท (ปกติท่านละ 975 บาท) มีอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น พร้อมอาหารนานาชาติอีกมากมาย และ แกรนด์ วีกเอน บุฟเฟต์ ท่านละ 1,390 บาท (ปกติท่านละ 1,950 บาท)  สำหรับวันเสาร์เย็นหรืออาทิตย์กลางวัน ที่เสิร์ฟทั้ง ขาปูยักษ์ ขาปูหิมะ ปูม้า ปูทะเล กุ้ง กุ้งแม่น้ำเผา หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยนางรมเกาหลี ปลาหิมะ เนื้อแกะอบ เนื้อวากิวออสเตรเลีย ข้าวซอยเนื้อวากิว อาหารไทยรสเลิศ อย่างมัสมั่นเนื้อน่องลาย อาหารญี่ปุ่น ปลาแซลมอน ปลาฮามาจิ ทาโกะ ซาชิมิ ซูชิ กุ้งเทมปุระ โคลด์คัทและชีสชั้นดี สลัดบาร์ พาสต้าบาร์ ช็อกโกแลตฟองดูว์ ของหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน ผลไม้นานาชนิด ไอศกรีมไฮเก้นดาส รวมน้ำสมุนไพร น้ำดื่ม กาแฟร้อน และ ชาร้อน พร้อมเลือกรับรับเมนูพิเศษ ล็อบสเตอร์อบชีสครึ่งตัว หรือ Surf & Turf เนื้อวากิว + ปลาแซลมอน

พิเศษ! ซื้อบัตรรับประทานอาหารครบ 5 ใบ แถมฟรี 1 ใบ

นอกจากนี้ ยังมีจำหน่ายบัตรสมาชิกอีสติน แกรนด์ การ์ด ราคา 9,999 บาท บัตรเดียวที่มอบส่วนลดทั้งห้องพัก ห้องอาหาร และ ห้องอาหารจีนเชฟแมน ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ และ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท พิเศษซื้อในงานไทยเที่ยวไทย ฟรี! บัตรเงินสด มูลค่า 500 บาท สำหรับใช้ที่ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  โทร 02 210 8100 หรือ ซื้อผ่านทาง Line: @egsrestaurants ได้ตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม 2568 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.eastingrandsathorn.com ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.facebook.com/EastinGrandSathorn

Booking.com ชวนนักเดินทางดื่มด่ำเสน่ห์เมืองรอง เพลิดเพลินกับที่พักที่ได้รับรางวัลเพื่อการพักผ่อนอันน่าจดจำ

Booking.com ชวนนักเดินทางดื่มด่ำเสน่ห์เมืองรอง  เพลิดเพลินกับที่พักที่ได้รับรางวัลเพื่อการพักผ่อนอันน่าจดจำ

Booking.com ชวนนักเดินทางดื่มด่ำเสน่ห์เมืองรอง เพลิดเพลินกับที่พักที่ได้รับรางวัลเพื่อการพักผ่อนอันน่าจดจำ

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.02 น.

น่านและสุโขทัย เป็นสองในห้าจังหวัดที่ติดอันดับ “เมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดีที่สุด”  ของประเทศไทย*จากการประกาศรางวัล Traveller Review Awards 2025 โดย Booking.com อย่างไรก็ตามยังคงมีพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการด้านที่พักในจังหวัดเมืองรองอื่น ๆ ที่ได้รับรางวัลดังกล่าวสำหรับการมอบบริการอันยอดเยี่ยมและการต้อนรับอันอบอุ่น และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของจังหวัดเมืองรองแต่ละแห่งยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การเดินทางอย่าง ‘เปิดโลกการเดินทางใหม่ด้วย AI’ ที่นักเดินทางสนใจที่จะสำรวจจุดหมายปลายทางอย่างเมืองรองที่แปลกใหม่มีเอกลักษณ์ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการค้นหาข้อมูลและวางแผนทริป

Booking.com จึงอยากสนับสนุนให้นักเดินทางออกสำรวจจุดหมายปลายทางเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น เชียงราย สุโขทัย กาญจนบุรี หรืออุดรธานี เพื่อสัมผัสกับเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร พร้อมแนะนำที่พักที่จะช่วยสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสความเป็นท้องถิ่นอย่างแท้จริง อุทยานศิลปะและวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่รู้จักกันในชื่อ อุทยานศิลปวัฒนธรรมล้านนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จะมอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมล้านนาให้แก่ผู้เดินทาง สถานที่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2520 เพื่ออนุรักษ์มรดกดั้งเดิมของล้านนา ภายในประกอบด้วยอาคารหลักสามแห่ง ได้แก่ หอคำ ศาลาไม้สักโบราณที่ตกแต่งด้วยเชิงเทียนไม้แกะสลัก ใกล้กันนั้นมีหอคำน้อยอันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงจิตรกรรมฝาผนังไทลื้อโบราณ และหอแก้วซึ่งมีนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับไม้สักและวัฒนธรรมล้านนารวมถึงนิทรรศการหมุนเวียนอื่น ๆ ไม่เพียงเท่านี้ ผู้เดินทางจะได้เรียนรู้มรดกทางศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวล้านนาผ่านความศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่ผสมผสานอย่างลงตัวในสถานที่เดียวด้วย

ที่พักแนะนำ: หากต้องการดื่มด่ำกับความสวยงามของจังหวัดเชียงรายแบบต่อเนื่อง Booking.com ขอแนะนำ เดอะ เลเจ้นด์ เชียงราย รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ผู้เดินทางสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมล้านนาอันงดงาม โดยมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องอาหารทั้งสามแห่งของที่พัก และบริการรถรับส่งไปยังตลาดนัดกลางคืนอย่างไนท์บาซาร์ รวมถึงถนนคนเดินวันเสาร์และวันอาทิตย์ นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังสามารถ
ผ่อนคลายในห้องพักทั้งแบบสตูดิโอและวิลลากว้างขวางที่มีหน้าต่างบานใหญ่พร้อมเพลิดเพลินไปกับวิวแม่น้ำหรือสวนหย่อมได้

เกาะรูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย เกาะรูปหัวใจในทุ่งทะเลหลวง จังหวัดสุโขทัย เป็นสถานที่สำคัญที่สร้างขึ้นในการบริหารจัดการน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยออกแบบให้เป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำและเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความสามัคคีของชาวสุโขทัย บนเกาะยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรัตนสิริสุโขทัย พระพุทธรูปเก่าแก่ที่เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 1845 หรือในสมัยสุโขทัย อย่างไรก็ตามแม้เกาะรูปหัวใจจะเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่กลับเต็มไปด้วยความตั้งใจของผู้คนท้องถิ่นที่มุ่งหวังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

ที่พักแนะนำ: เลเจนด้า สุโขทัย ตั้งอยู่ริมคลองแม่รำพันซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน ใกล้กับวัดช้างล้อม และห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเพียง 1.1 กิโลเมตร ที่พักแห่งนี้มีร้านอาหาร สปา และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมให้บริการ เช่น การทำเครื่องราง การตักบาตร การถักทองานหัตถกรรมสไตล์สุโขทัย และคลาสเรียนทำอาหารไทย ภายในห้องพักตกแต่งแบบไทยคลาสสิก พร้อมระเบียงส่วนตัวและวิวคลอง วัด หรือสวนในโรงแรม นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารที่ให้บริการอาหารไทยพร้อมวิวคลองและการแสดงนาฏศิลป์ไทยช่วยสร้างความจรรโลงใจให้แก่ผู้เข้าพักทุกคน

ถนนคนเดินปากแพรก จังหวัดกาญจนบุรี ถนนคนเดินปากแพรกตั้งอยู่ในชุมชนปากแพรกซึ่งเป็นชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นต้นไป ถนนคนเดินแห่งนี้มีร้านอาหาร ร้านค้าจากผู้คนท้องถิ่นมากมายซึ่งผู้เดินทางสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่และดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นรวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ผู้เดินทางยังสามารถสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับถนนคนเดินได้ทั้งวัดเทวสังฆาราม หอพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักหรือสุสานทหารสหประชาชาติ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว

ที่พักแนะนำ: ยู อินจันทรี กาญจนบุรี รีสอร์ทสไตล์ลอดจ์ร่วมสมัยตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอันสวยงามริมแม่น้ำแควใหญ่ผู้เดินทางสามารถเดินไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแควอันโด่งดังได้ภายในเวลา 5 นาที รีสอร์ทแห่งนี้ให้บริการรถจักรยาน ห้องสมุด และบริการนำเที่ยวแก่ผู้เข้าพัก อีกทั้งยังมีห้องอาหารที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นและอาหารตะวันตกพร้อมกับวิวแม่น้ำ หรือผู้เข้าพักสามารถใช้บริการอาหารภายในห้องพักได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความสะดวกสบายอันสูงสุด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งชาติ บ้านเชียง เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดพบที่ตำบลบ้านเชียง และแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ประกอบด้วยการจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผา สำริด เหล็ก และโครงกระดูกซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตในสมัยโบราณ ผู้เดินทางสามารถเดินทางย้อนสู่อดีตได้อีกครั้ง เพียงเข้าเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีอันมีประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหลของจังหวัดอุดรธานีที่กำลังรอให้ทุกคนได้มาสำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของจังหวัด

ที่พักแนะนำ: Booking.com แนะนำที่พักซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ทางการบินของจังหวัดอย่าง เวลาดี อุดรธานี ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุดรธานีทำให้ผู้เข้าพักสามารถสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้อย่างง่ายดาย โรงแรมแห่งนี้มอบสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าพักอย่างครบครันทั้งอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ศูนย์ออกกำลังกาย และซาวน่า อีกทั้งยังมีแผนกต้อนรับบริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงบริการรับส่งสนามบินซึ่งอยู่ห่างจากที่พักเพียง 5 กิโลเมตร

Airbnb เปิดตัว eGuide เที่ยวเชียงใหม่ ไกด์บุ้คท่องเที่ยวภาคเหนือสุดยูนีค

Airbnb เปิดตัว eGuide เที่ยวเชียงใหม่ ไกด์บุ้คท่องเที่ยวภาคเหนือสุดยูนีค

Airbnb เปิดตัว eGuide เที่ยวเชียงใหม่ ไกด์บุ้คท่องเที่ยวภาคเหนือสุดยูนีค

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.15 น.

เชียงใหม่ เมืองแห่งมรดกทางวัฒนธรรม ธรรมชาติอันสวยงาม ชุมชนคนท้องถิ่นสุดสร้างสรรค์ และสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก โดยข้อมูลของ Airbnb ระบุว่า นักเดินทางมิลเลนเนียลและ Gen Z จากประเทศในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เป็นกลุ่มหลักที่จองที่พัก Airbnb ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 70% ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2567  เนื่องจากเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีจำนวนมากขึ้น (อ้างอิงจากกลุ่มอายุของนักท่องเที่ยวที่จองที่พักในเชียงใหม่ระหว่าง 1 มกราคม – 30 กันยายน 2567)

ในปีที่ผ่านมา Airbnb ได้ร่วมกับทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดตัว “Airbnb’s Creative Guide to Bangkok” เพื่อนำเสนอย่านสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยกระดับ Soft Power ของไทย และในปีนี้ Airbnb ได้เปิดตัว “Airbnb’s eGuide to Chiang Mai” ไกด์บุ๊กออนไลน์ที่จะพานักเดินทาง Airbnb ทั่วโลกไปค้นพบมุมมองใหม่ๆ ของเมืองเชียงใหม่ ผ่านประสบการณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเน้นประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริง สุดยูนีค รวมถึงมุมลับๆ ที่ซุกซ่อนในเชียงใหม่ที่นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก

ไกด์บุ๊กเล่มนี้ยังนำเสนอเกี่ยวกับจังหวัดเชียงใหม่ผ่านมุมมองของโฮสต์ Airbnb Experience ในเชียงใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนทูตทางวัฒนธรรมที่เปิดบ้านต้อนรับนักเดินทาง ถ่ายทอดเรื่องราว และแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งนักเดินทางสามารถสัมผัสประสบการณ์เชียงใหม่ในแบบที่ไม่เหมือนใครผ่านเอ็กซ์พีเรียนต่างๆ บน Airbnb ได้ไม่ว่าจะเป็นการเรียนทำอาหาร การสำรวจร้านกาแฟท้องถิ่น การเดินชมสตรีทอาร์ตและทำเวิร์กช็อปศิลปะ หรือการดูวิวพระอาทิตย์และชมวัดที่มีชื่อเสียงในเชียงใหม่ ซึ่งนอกจากกิจกรรมที่หลากหลายนี้ Airbnb ยังมีตัวเลือกที่พักที่โดดเด่นและมีคุณภาพรองรับนักเดินทางทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพลูวิลล่า บ้านพักดีไซน์เก๋ ห้องรับแขกสุดอบอุ่น หรือบ้านพักพร้อมดาดฟ้าส่วนตัวสำหรับชมวิวเมืองและอีกมากมาย

Villa 1968 วิลล่าส่วนตัวสุดเก๋ใจกลางนิมมาน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ตกแต่งอย่างมีสไตล์ พื้นที่กว้างขวางพร้อมห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องครัว และสระว่ายน้ำส่วนตัว รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร แกลเลอรี่ และร้านบูติก เดินทางสะดวก เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเที่ยวเชียงใหม่อย่างมีสไตล์

Villa 1968

Urban Private Pool Villa วิลล่าสองชั้นสไตล์โมเดิร์น 6 ห้องนอนแห่งนี้ มาพร้อมกับครัว 2 ห้องและอุปกรณ์ครบครัน พื้นที่กว้างขวาง พร้อมสวนหลังบ้านขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวเป็นมุมพักผ่อนคลายร้อนในตอนกลางวัน หรือจิบเครื่องดื่มชิลๆ ยามเย็นอีกด้วย

Urban Private Pool Villa

Tropical Private Pool Villa วิลล่า 7 ห้องนอน 8 ห้องน้ำแห่งนี้ มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ มาพร้อมกับสระว่ายน้ำกว้าง อ่างจากุซซี่ โต๊ะพูล และดาดฟ้าที่มองเห็นวิวดอยสุเทพแบบพาโนรามา เหมาะสำหรับการผ่อนคลายหรือใช้เวลาที่น่าจดจำกับเพื่อนและครอบครัวในวันพักผ่อนสุดพิเศษ

Tropical Private Pool Villa

Stay @ Na Maeping Private House by the Ping River สัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำปิงกับบ้านพัก 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ แห่งนี้ บ้านพักประกอบไปด้วยห้องครัวอุปกรณ์ครบครัน สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ และสวนหลังบ้านกว้างขวาง สำหรับนั่งชิลดื่มด่ำบรรยากาศเมืองเชียงใหม่ขณะชมสายน้ำเอื่อยของแม่น้ำปิง ทั้งยังสามารถออกไปสำรวจตลาดท้องถิ่น ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง

Stay @ Na Maeping Private House by the Ping River 

Tammey House Nimman บ้านพักสไตล์โมเดิร์นสุดชิค 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ หลังนี้ ตั้งอยู่ใจกลางย่านนิมมาน มาพร้อมกับพื้นที่นั่งเล่นกว้างขวางให้บรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งมีสไตล์อย่างลงตัว สะดวกสบายด้วยสวนในร่มและสมาร์ททีวี อยู่ใกล้ร้านอาหารและแหล่งช็อปปิงสุดฮิต  อีกทั้ง ยังใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืนอีกด้วย

Tammey House Nimman

Phi Private Villa: Luxury Thai Riverview & Pool วิลล่าหรูริมแม่น้ำปิงที่รวมเสน่ห์ไทยเข้ากับความลักชัวรีได้อย่างลงตัว ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอนพร้อมเตียงคิงไซส์และห้องน้ำในตัว นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำระบบเกลือและศาลาริมน้ำสำหรับดินเนอร์ส่วนตัว ดื่มด่ำกับบรรยากาศสงบและสำรวจเมืองเก่าเชียงใหม่ได้อย่างง่ายดาย

Phi Private Villa: Luxury Thai Riverview & Pool

Villa Vale – Luxury Mountain Retreat สัมผัสความหรูหราท่ามกลางขุนเขา ณ วิลล่าสุดหรูสไตล์อังกฤษบนพื้นที่กว่า 11 ไร่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 30 นาที ดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวสูงสุดกับอาคารแยก 2 หลัง ประกอบด้วย 7 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ มาพร้อมกับสระว่ายน้ำกลางแจ้ง เพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติอันเงียบสงบ หรือจะเติมพลังด้วยการออกกำลังกายในสนามบาสเก็ตบอลขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางความสงบของธรรมชาติ

Villa Vale – Luxury Mountain Retreat 

Zenzen Luxury Pool Villa วิลล่าแห่งนี้ห่างจากเซ็นทรัลเชียงใหม่ เพียงแค่ 900 เมตร เท่านั้น ให้กลิ่นอายความหรูหราและเป็นส่วนตัวด้วยบ้านพัก 2 หลัง ที่ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน รองรับผู้เข้าพักได้สูงสุดถึง 13 คน นอกจากนี้ยังมีห้องครัวอุปกรณ์ครบครัน ห้องนั่งเล่น 2 ห้อง พร้อมวิวสระว่ายน้ำว่ายน้ำ 2 สระ รวมถึงสระเด็ก เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศสบายๆ

Zenzen Luxury Pool Villa 

ค้นหาที่พักโดดเด่นในเชียงใหม่บน Airbnb ได้ที่ th.airbnb.com

คุยกัน7วันหน : จับตาชะตากรรม ‘อุยกูร์’ ทั่วโลก

คุยกัน7วันหน : จับตาชะตากรรม ‘อุยกูร์’ ทั่วโลก

คุยกัน7วันหน : จับตาชะตากรรม ‘อุยกูร์’ ทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

กระแสข่าวเรื่องการส่งตัวชาวอุยกูร์ในไทยกลับจีนทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจเกี่ยวกับชะตากรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มนี้อีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลว่า สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์กำลังถดถอย

แม้ทั่วโลกจะพยายามรณรงค์ในกรณีอุยกูร์ แต่สถานการณ์ดูจะไม่ได้ดีขึ้นเลย ชาวอุยกูร์ในต่างประเทศหลายคนระบุว่า พวกเขาต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลของประเทศที่พวกเขาอาศัยอยู่ได้ยกระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน

ข้อมูลจากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ ชี้ว่า อียิปต์และตุรกีเป็นหนึ่งในประเทศที่ในระยะหลังนี้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลจีนในการควบคุมชาวอุยกูร์ในประเทศของตัวเองเพิ่มขึ้น รวมถึงการจับกุมตัวและกดดันให้เดินทางกลับจีน หลังจากรัฐบาล 2 ประเทศ ยกระดับความสัมพันธ์กับจีนผ่านโครงการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะที่การส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีนของรัฐบาลไทยสร้างความกังวลในหมู่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนทั่วโลกรวมถึงเอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ Human Rights Watch ซึ่งมองว่าการดำเนินการของไทยละเมิดทั้งกฎหมายในไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ

นับตั้งแต่ปี 2017 มาตรการแข็งกร้าวของทางการจีนในเขตปกครองตนเองซินเจียง-อุยกูร์ ส่งผลให้มีชาวอุยกูร์และกลุ่มชาติพันธุ์อื่นกว่า 1 ล้านคน ถูกควบคุมตัวที่ศูนย์กักตัวหลายแห่ง โดยทีมวิจัยจากสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลียวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำแผนที่ศูนย์ควบคุมตัวต้องสงสัยกว่า 385 แห่ง ในซินเจียง ที่ถูกสร้างหรือขยายพื้นที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบด้วยว่ามีมัสยิดรวมทั้งสถานที่ทางศาสนาและวัฒนธรรมในซินเจียงถูกทำลายหรือรื้อถอนไปแล้วหลายร้อยแห่ง หลังการประท้วงของชาวอุยกูร์และเหตุไม่สงบที่ปะทุขึ้นในปี 2009 ซึ่งตามมาด้วยเหตุรุนแรงหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปี 2013 ถึงปี 2015 จนนำมาสู่การปราบปรามของทางการจีน

ในปี 2022 ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า การปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในซินเจียงของรัฐบาลจีนอาจเข้าข่ายก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หลังมีรายงานว่า มาตรการของจีนมีทั้งการควบคุมตัว การสอดแนม การถูกบังคับใช้แรงงาน การถูกกลืนทางศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงการบังคับทำหมัน

ด้าน Human Rights Watch ระบุว่า มาตรการที่จีนใช้ยังรวมไปถึงการจำกัดการเดินทางอย่างเข้มงวดและการควบคุมชาวอุยกูร์ที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งไม่ต่างจากการปฏิเสธสิทธิของคนกลุ่มนี้ในการเดินทางออกนอกประเทศ นอกเหนือจากนโยบายเลือกปฏิบัติในการออกหนังสือเดินทางให้กับชาวอุยกูร์ก่อนหน้านี้

ชาวอุยกูร์คือใคร

ชาวอุยกูร์ (Uyghur) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีรากเหง้ามาจากชนเผ่าเร่ร่อนในแถบเอเชียกลางที่มีรากเหง้ามาจากชนเผ่าตุรกีโบราณ ที่เคยอาศัยอยู่ในแถบเอเชียกลางพวกเขามีความเกี่ยวข้องกับเผ่าซงหนู (Xiongnu) และเผ่าตูเจวี๋ย (Tujue) ซึ่งเคยมีอิทธิพลในบริเวณที่ราบสูงมองโกเลียและทะเลทรายทากลามากัน

ในช่วงศตวรรษที่ 8 ชาวอุยกูร์ได้สถาปนาอาณาจักรของตนเองที่เรียกว่า “อุยกูร์คานาเต” (Uyghur Khaganate) ซึ่งปกครองพื้นที่กว้างขวางและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์ถังของจีน อย่างไรก็ตาม อาณาจักรอุยกูร์ล่มสลายในศตวรรษที่ 9 หลังจากถูกกองกำลังคีร์กีซโจมตี ทำให้ชาวอุยกูร์จำนวนมากต้องอพยพลงใต้สู่ดินแดนที่ปัจจุบันคือเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน

หลังจากการอพยพ ชาวอุยกูร์ได้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในซินเจียง และกลายเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญในเส้นทางสายไหม พวกเขาค้าขายกับชาวเปอร์เซีย อาหรับ และจีน ทำให้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากหลายอารยธรรม

ดินแดนซินเจียง หรือชื่อเต็มว่าเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีพื้นที่กว่า 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นจุดเชื่อมต่อ
สำคัญของเส้นทางสายไหมมานานนับพันปีมีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนและผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาหลายยุคสมัย นับตั้งแต่ราชวงศ์ถัง จักรวรรดิมองโกล และจักรวรรดิแมนจู

ในปี 1759 ราชวงศ์ชิงได้เข้ายึดครองซินเจียงและกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจีน การปกครองของจีนในภูมิภาคนี้เป็นไปอย่างหลวมๆ จนถึงศตวรรษที่ 20 เมื่อจีนเริ่มใช้นโยบายรวมศูนย์อำนาจมากขึ้น

หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ชิงและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคสาธารณรัฐ ชาวอุยกูร์เคยประกาศตั้งรัฐอิสระของตนเอง 2 ครั้ง ได้แก่ สาธารณรัฐตุรกีตะวันออก ครั้งที่หนึ่งในปี 1933 และ ครั้งที่สองในปี 1944 อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 รัฐ ถูกกองทัพจีนเข้าปราบปราม

ในปี 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้รับชัยชนะในสงครามกลางเมืองและได้ผนวกซินเจียงเข้ากับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างสมบูรณ์ โดยกำหนดให้เป็น “เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์” ซึ่งแม้จะมีสถานะปกครองตนเอง แต่ก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลาง

แม้ซินเจียงจะถูกกำหนดให้เป็นเขตปกครองตนเอง แต่ในทางปฏิบัติรัฐบาลจีนมีการควบคุมพื้นที่นี้อย่างเข้มงวดมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางชาติพันธุ์และการก่อการร้ายหลายครั้ง ซึ่งจีนมองว่ามีชาวอุยกูร์หัวรุนแรงเป็นผู้กระทำ

หนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลในระดับนานาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์ของชาวอุยกูร์คือ ตั้งแต่ปี 2017 มีรายงานว่ารัฐบาลจีนได้กักขังชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่นๆ ใน “ค่ายปรับทัศนคติ” ซึ่งเชื่อว่ามีชาวอุยกูร์มากกว่า 1,000,000 คนถูกควบคุมตัว รัฐบาลจีนระบุว่าค่ายเหล่านี้เป็น “ศูนย์ฝึกอาชีพ” ที่ช่วยให้ชาวอุยกูร์พัฒนาทักษะในการทำงานและป้องกันแนวคิดหัวรุนแรง อย่างไรก็ตาม องค์กรสิทธิมนุษยชนและผู้ลี้ภัยจากซินเจียงให้ข้อมูลที่แตกต่างออกไป โดยอ้างว่าผู้ถูกกักขังต้องเผชิญกับการล้างสมอง การทรมาน และการบังคับใช้แรงงาน

นอกจากการควบคุมตัวแล้ว รัฐบาลจีนยังมีการสอดส่องชาวอุยกูร์ที่อยู่ภายนอกค่ายอย่างเข้มงวด เทคโนโลยีจดจำใบหน้า ระบบตรวจสอบการสื่อสาร และด่านตรวจที่แพร่หลาย เรียกว่าทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของชาวอุยกูร์เต็มไปด้วยการถูกติดตามและควบคุม

ปัจจุบัน ชาวอุยกูร์มีประชากรประมาณ12 ล้านคนทั่วโลก ในจำนวนนี้มากกว่า500,000 คน อาศัยอยู่ในอย่างน้อย 38 ประเทศนอกจีน โครงการสิทธิมนุษยชนอุยกูร์ในสหรัฐฯ แบ่งตัวเลขดังกล่าวออกเป็นรายภูมิภาค ซึ่งจะเห็นว่า เอเชียใต้และเอเชียกลางกินส่วนแบ่งชาวอุยกูร์โพ้นทะเลเกือบทั้งหมดตามมาด้วยตะวันออกกลาง 70,000 คน ยุโรปประมาณ 15,000 คน กระจายอยู่ใน 18 ประเทศ เช่น อังกฤษ สวีเดน ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยียม และเยอรมนี

เมื่อแยกดูรายประเทศนับเฉพาะที่มีเกิน 10,000 คน จะเห็นว่า ชาวอุยกูร์โพ้นทะเลส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของจีนที่มีความใกล้เคียงกันในเชิงวัฒนธรรมทั้งในคาซัคสถานที่มีอยู่ประมาณ 300,000 คนซึ่งมากที่สุด ตามมาด้วยคีร์กีซสถาน อุซเบกิสถาน ตุรกี ไปจนถึงซาอุดีอาระเบีย สหรัฐฯ และทาจิกิสถานในเอเชียกลาง

การกระชับความสัมพันธ์ของจีนกับหลายประเทศในเอเชียกลางผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ กำลังสร้างความกังวลว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะกลายเป็นช่องทางให้จีนสามารถยื่นมือเข้าไปกดดันข้ามพรมแดนในบ้านหลังใหญ่ของชาวอุยกูร์โพ้นทะเลได้หรือไม่ ซึ่งในกรณีของไทย องค์การระหว่างประเทศหลายองค์การทยอยออกมาแสดงความกังวลถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน

โดย ดาโน โทนาลี

Health News : ‘แผลเป็นในหัวใจ’ แบ่งเป็นแบบเย็น-ร้อน

Health News : ‘แผลเป็นในหัวใจ’ แบ่งเป็นแบบเย็น-ร้อน

Health News : ‘แผลเป็นในหัวใจ’ แบ่งเป็นแบบเย็น-ร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มานน์ของอิสราเอล เผยว่าการศึกษานานาชาติฉบับใหม่ค้นพบว่าร่องรอยความเสียหายของหัวใจนำไปสู่การเกิดเนื้อเยื่อแผลเป็นสองประเภทซึ่งต้องใช้แนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

สถาบันฯ ระบุว่าผลการวิจัยซึ่งได้รับการเผยแพร่ในวารสารเซลล์ ซิสเท็ม (Cell Systems) อาจปฏิวัติแนวทางการรักษาโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง

เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการบาดเจ็บ เนื้อเยื่อแผลเป็นจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมความเสียหายแทนการสร้างเซลล์กล้ามเนื้อใหม่ ทว่าเนื้อเยื่อแผลเป็นเหล่านี้สามารถทำให้การทำงานของหัวใจอ่อนแอลงตามเวลา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพ

การศึกษาดังกล่าวได้จำแนกเนื้อเยื่อแผลเป็นออกเป็นสองประเภท ได้แก่ “แผลเป็นร้อน” ในกรณีที่เชื่อมโยงกับภาวะการอักเสบ และ “แผลเป็นเย็น” ในกรณีที่เชื่อมโยงกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพียงเล็กน้อย

การบาดเจ็บของหัวใจแบบเรื้อรังมักนำไปสู่การเกิด “แผลเป็นร้อน” ในขณะที่การบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น ภาวะหัวใจวาย จะทำให้เกิด “แผลเป็นเย็น”

นอกจากนี้ การศึกษาพบว่าการยับยั้งโปรตีนสำคัญที่เรียกว่าโปรตีนทีไอเอ็มพี-1 (TIMP-1) ในการทดลองในห้องปฏิบัติการ ช่วยลดการเกิดแผลเป็น ซึ่งบ่งชี้ว่าโปรตีนดังกล่าวอาจเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนายารักษาในอนาคต