ปักหมุดใจกลางสยาม! ชวนพิสูจน์ความอร่อย ‘Eggday’ ร้านแซนด์วิชไข่เกาหลี รสชาติคนไทย

ปักหมุดใจกลางสยาม! ชวนพิสูจน์ความอร่อย ‘Eggday’ ร้านแซนด์วิชไข่เกาหลี รสชาติคนไทย

ปักหมุดใจกลางสยาม! ชวนพิสูจน์ความอร่อย ‘Eggday’ ร้านแซนด์วิชไข่เกาหลี รสชาติคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.06 น.

เมื่อตัวแม่แซนด์วิชมาเยือนเมืองไทย อย่าง “Eggday” ร้านแซนด์วิชไข่สไตล์เกาหลี แต่รสชาติคนไทย มาเปิดใจกลางกรุงที่ CENTERPOINT SIAM SQUARE ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วันนี้ทีมข่าวสตรีแนวหน้าออนไลน์จะพาทุกคนไปพิสูจน์ความอร่อยแบบจัดเต็มทุกเมนู ที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยเชฟชาวเกาหลี ก่อนจะคิดค้นและปรับสูตรให้ถูกปากคนไทย กับคอนเซ็ปต์ประจำร้านที่ว่า “Your All Day, Quality Meal” เปลี่ยนแซนด์วิชธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษที่ครบทั้งความอร่อยและโภชนาการ ซึ่งตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ประโยชน์ครบจบในเมนูเดียว

โดย “Eggday” จะใช้วัตถุดิบคุณภาพมารังสรรค์เมนูทั้งสไตล์เกาหลี และสไตล์ไทยฟิวชั่น ไม่ว่าจะเป็น Egg Day แซนด์วิชไข่คนซิกเนเจอร์ พระเอกของร้าน ที่เนื้อไข่คนเนียนนุ่มละเอียด ฉ่ำด้วยซอส

สำหรับเมนูของคนรักสุขภาพที่ร้านก็มี Avo Lover  ถูกใจสายเฮลตี้ด้วยเนื้ออะโวคาโดชิ้นใหญ่แบบเต็มคำ ที่ถูกคลุกเคล้ากับซอสอะโวคาโด สูตรเฉพาะของ Egg Day ซึ่งทุกคนถ้ามาทานที่ร้านจะต้องลองเมนูนี้ให้ได้

ส่วนใครสายเนื้อสัตว์ แนะนำ Bacon & Garlic หรือ แซนด์วิชเบคอนกระเทียม เป็นเมนูที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ หรือจะเป็นเมนู Ham & Cheese เมนูคลาสสิกที่ไม่ว่าใครมาทานจะต้องสั่งเมนูนี้ เพราะแฮมแผ่นใหญ่ๆเน้นๆ ราดด้วยชีสแบบไม่หวงเครื่อง

สาวกทรัฟเฟิลไม่น้อยหน้า เพราะ Egg Day จัดเมนู Truffle & Egg เอาใจเหล่าคนชื่นชอบเห็ดที่เสิรฟ์พร้อมไส้ไข่คน ราดด้วยซอสทรัฟเฟิล เพิ่มท็อปปิ้งเห็ดแชมปิญอง อร่อยฟินจนต้องขอสั่งเพิ่ม

ขณะเดียวกัน Tomyum Shrimp แซนด์วิชต้มยำกุ้ง เมนูที่ห้ามพลาด! เสิร์ฟคู่กับกุ้งแพตตี้ชิ้นโต เคล้ากับกุ้งบดปั้นมือที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อกุ้ง ราดด้วยซอสต้มยำหอมกลิ่นสมุนไพร ในรสชาติจัดจ้านไทยแท้

นอกจากนี้ยังมีเมนู Hawaiian Grilled Sandwich แซนด์วิชกริลล์ร้อน ๆ จากขนมปังซาวร์โดว์ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน” ตามด้วยเมนู Kimchi Pork Sandwich เมนูสไตล์เกาหลี ผสมผสานความเผ็ดเปรี้ยวของกิมจิกับหมูผัด ตกแต่งท็อปปิ้งด้วยชีสและไข่ดาว ขณะที่สายเฮลตี้ แต่ก็รักอาหารอิตาเลียน ห้ามพลาด! Chicken Avocado Pesto Sandwich ไก่ชิ้นโตกับอะโวคาโดเต็มคำ ราดด้วยเพสโต้ซอส อิ่มอร่อยอาหารที่ชอบบวกกับสุขภาพที่รัก ลงตัวในเมนูเดียว

หรือจะ Mix&Match ความอร่อยในแบบตัวเองก็ทำได้ เพราะ Egg Day มีขนมปังให้เลือกถึง 6 แบบ ได้แก่ ขนมปังบริยอช, บัน, โฮลวีต, ขนมปังกระเทียม, เฟรนช์โทสต์ และ ซาว์โดว์ พร้อมด้วยท็อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็น ชีส, ไข่คน, เบคอน, กุ้งแพตตี้, อะโวคาโด, ผัก และ แฮชบราวน์ เป็น option เสริม แค่นี้ความอร่อยก็อยู่ในมือเราทุกคนด้วยเมนูที่เราคิดค้นขึ้นเองได้แล้ว

นอกจากแซนด์วิชแล้ว ที่ร้าน Egg Day ยังมี อาหารทานเล่นให้เลือกอีกหลากหลาย ทั้งเฟรนช์ฟรายส์จากมันหวาน และนักเก็ตไก่ รวมถึงสลัดอกไก่ย่าง และเครื่องดื่มน้ำผลไม้แท้ 100% อย่างน้ำแอปเปิ้ลและน้ำส้ม ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพแบบครบจบ

ไปลิ้มลองความอร่อยได้ที่ เซ็นเตอร์พอยท์ ชั้น 1 ตั้งแต่เวลา 06.30-22.00 น. (Last Order 21.00 น.)

-(016)

ระดมทุนช่วยเด็กน้อยผู้ป่วยโรคหายาก หนึ่งในล้าน AADC Deficiency ค่ารักษา 107 ล้านบาท ความหวังที่ยังเป็นไปได้ผ่านการรักษายีนบำบัด

ระดมทุนช่วยเด็กน้อยผู้ป่วยโรคหายาก หนึ่งในล้าน AADC Deficiency  ค่ารักษา 107 ล้านบาท ความหวังที่ยังเป็นไปได้ผ่านการรักษายีนบำบัด

ระดมทุนช่วยเด็กน้อยผู้ป่วยโรคหายาก หนึ่งในล้าน AADC Deficiency ค่ารักษา 107 ล้านบาท ความหวังที่ยังเป็นไปได้ผ่านการรักษายีนบำบัด

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.03 น.

ศ.ดร.พญ.กัญญา ศุภปีติพร

ในวันที่โรคหายากไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ป่วย แต่คือเรื่องของ “ความหวัง” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งรักของพ่อและแม่อย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวหนึ่งในไทยของเด็กน้อยวัยเพียง 1 ขวบเศษ ที่ต้องต่อสู้กับโรคหายาก “AADC Deficiency” หรือโรคพร่องเอนไซม์ AADC ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหว การกิน หรือการพูด หรือแม้กระทั่งการนอนหลับได้ตามพัฒนาการที่ควรจะเป็น แม้ว่าโรคนี้จะสามารถรักษาได้ด้วยวิธียีนบำบัด แต่ก็ต้องแลกมากับค่ารักษาที่สูงมากถึง 107 ล้านบาท

ในฐานะหนึ่งในทีมแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย ศ.ดร.พญ.กัญญา ศุภปีติพร อาจารย์ประจําสาขาวิชาเวชพันธุศาสตร์และเมแทบอลิซึม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ข้อมูลว่าโรค AADC Deficiency หรือชื่อเต็มว่า Aromatic L-amino acid decarboxylase deficiency เป็นโรคพันธุกรรมหายากชนิดหนึ่ง พบในสัดส่วนประชากรประมาณ 1 คนต่อ 1.3 ล้านคนทั่วโลกปัจจุบันพบประมาณ 350 คนทั่วโลก ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้เพียง 5 ราย รวมถึงคนไข้รายนี้ 

น้องอคิน 

ปัจจุบัน โรคนี้ยังไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากพ่อและแม่จะไม่ทราบว่าตนเป็นพาหะ จะทราบก็ต่อเมื่อพบว่ามีลูกเป็นโรคแล้ว โดยลูกมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ ร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้คือ ป้องกันการเกิดซ้ำได้ โดยการตรวจวินิจฉัยโรคพันธุกรรมระยะก่อนการฝังตัวของตัวอ่อน (Preimplantation Genetic Diagnosis) แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

โรคพร่องเอนไซม์ AADC เกิดจากผู้ป่วยมีความผิดปกติของยีน DDC แต่กำเนิด ทำให้ไม่สามารถสร้างเอนไซม์ AADC ได้ ส่งผลให้สมอง
ไม่สามารถสร้างสารสื่อประสาทที่สำคัญมากๆ อย่างโดปามีน และเซโรโทนิน เป็นต้น แม้ว่าคนไข้กลุ่มนี้จะมีเนื้อสมองที่ปกติ สามารถรับรู้ พร้อมเรียนรู้พัฒนาได้ตามธรรมชาติ แต่เพราะขาดสารสื่อประสาทเหล่านี้ ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง จนไม่สามารถแม้กระทั่ง ยกคอ พลิกตัวได้ด้วยตัวเอง เปรียบเสมือนเป็นผู้ป่วยติดเตียง พูดไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น ทุกๆ 3-4 วัน จะปรากฏอาการของโรค ได้แก่ อาการตาลอยมองบนและกล้ามเนื้อเกร็งนาน 7-8 ชั่วโมง ซึ่งสร้างความเจ็บปวดทรมานมาก นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังมีปัญหาการนอนหลับที่ยาก ไม่สามารถนอนหลับยาวได้
รับประทานอาหารลำบาก น้ำหนักตัวตกเกณฑ์ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการเทียบเท่าเด็กแรกเกิด

หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและทันท่วงที อาการและคุณภาพชีวิตจะแย่ลงเรื่อยๆ และมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ซึ่งเด็กจะมีอายุได้ถึงกี่ปีนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค หากเด็กมีการพัฒนาการที่ช้ามาก ไม่สามารถตั้งคอได้เลย ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตในวัยเด็ก

ยีนบำบัด สร้างปาฏิหาริย์ให้เด็กป่วยโรคหายาก

ศ.ดร.พญ.กัญญา ยังได้อธิบายต่อว่า ปัจจุบัน โรคพร่องเอนไซม์ AADC สามารถรักษาได้ ด้วยวิธีการรักษาแบบตรงเป้าด้วย “ยีนบำบัด” (Gene Therapy) ด้วยยา Eladocagene Exuparvovec ที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) และสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร (Europe FDA)  ได้รับรองว่ายานี้สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว หรือการนอนหลับที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากอย่างชัดเจน 

การให้ยีนบำบัดนี้ จะฉีดยาเข้าไปที่โพรงสมองโดยตรงโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง ซึ่งยาจะทำหน้าที่เข้าไปเติมยีน DDC ที่ขาดหายไป หลังจากนั้นร่างกายจะเริ่มสร้างสารสื่อประสาท และเริ่มฟื้นฟู พัฒนาร่างกายได้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า จะต้องรอให้โพรงสมองมีขนาดที่เพียงพอและปลอดภัยสำหรับการฉีดด้วยวิธีดังกล่าว ซึ่งช่วงอายุที่เหมาะสม คือตั้งแต่ 18 เดือนขึ้นไป และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด ควรได้รับยา ยิ่งเร็วยิ่งดี เพื่อให้เด็กสามารถมีพัฒนาการที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด

QR Code E-donation สภากาชาดไทย ลดหย่อนได้ 2 เท่า

ปัจจุบัน ผู้ป่วยโรค AADC Deficiency ในประเทศไทย มีทั้งหมด 5 ราย โดยคนไข้ทั้ง 4 รายก่อนหน้าได้รับการรักษาผ่านการได้รับยาฟรีในโครงการศึกษาวิจัยทางคลินิกในต่างประเทศ แต่งานวิจัยเหล่านี้ได้ปิดรับผู้ป่วยใหม่แล้ว

ตัวอย่างผู้ป่วย 1 ใน 4 ราย เด็กหญิงที่ได้รับการรักษาด้วยยีนบำบัดช่วงอายุ 18 เดือน ปัจจุบันอายุ 6 ปี สามารถพูดได้ เดินได้ ขี่ม้า ออกกำลังกาย และเล่นสนุกกับเพื่อน ๆ ได้ เหมือนเป็นการให้ชีวิตใหม่กับเด็กอีกครั้ง (ตัวอย่างเด็กที่ได้รับการรักษาด้วยยีนบำบัดและสามารถใช้ชีวิตได้บนโลกใบนี้  https://youtu.be/HJ-zi1noY38?si=XzwrHnd8-HawMyMX)

สำหรับคนไข้รายที่ 5 นี้ ยังคงรอคอยการรักษาอยู่ แต่ทางเลือกได้รับยาฟรีจาก 2 งานวิจัยที่ยังเปิดรับอยู่ มีโอกาสได้น้อยมาก โดยงานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ได้ผู้ป่วยจำนวนครบแล้ว ส่วนในประเทศจีน ไม่เปิดรับคนไข้ต่างชาติ ทำให้เหลือทางเลือกเดียว คือ ครอบครัวต้องจ่ายค่ารักษาเอง ซึ่งมีค่ารักษาที่สูงมากถึง 107 ล้านบาท (ประมาณ 3 ล้านยูโร) ซึ่งมากเกินกว่าที่ครอบครัวผู้ป่วยจะจ่ายได้ไหว

ทั้งนี้ ทางทีมแพทย์ได้พิจารณาเห็นแล้วว่าผู้ป่วยควรที่จะได้รับการรักษาด้วยวิธียีนบำบัดอย่างเร่งด่วน และเพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสจะเข้าถึงการรักษานี้ได้จึงได้ขออนุมัติไปยังสภากาชาดไทย เพื่อขอให้เปิดบัญชีภายใต้สภากาชาดไทย สำหรับระดมเงินบริจาค ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหายากนี้

น้องอคิน – เด็กป่วยโรค AADC Deficiency รายที่ 5 เร่งด่วนรักษา

ในกรณีของน้องอคิน เด็กชายวัย 17 เดือน (1 ปี 5 เดือน) เป็นคนไข้รายที่ 5 ในประเทศไทยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค AADC Deficiency ครอบครัวของน้องอคิน ยังรอคอยโอกาสให้เข้าถึงการรักษาด้วยยีนบำบัด (คลิปอาการของลูกผม https://www. youtube.com/watch?v=mWp1QcQJG-A ที่ยังรอคอยการรักษาอย่างมีความหวัง)

  นายอลงกรณ์ สกุลอารีย์มิตร คุณพ่อของน้องอคิน เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ทราบว่า ลูกชายของตนป่วยเป็นโรคหายาก แม้ว่าจะรักษาได้ แต่ค่ารักษา
ร้อยกว่าล้านบาท ก็รู้สึกหมดหวังไม่รู้จะทำอย่างไรดี จนอาจารย์กัญญา เตือนสติว่า “คุณพ่ออย่าเพิ่งยอมแพ้โรคนี้ยังรักษาได้แม้ค่ารักษาจะสูงมาก เพื่อให้ลูกคุณพ่อมีโอกาสได้รับการรักษา เราจะช่วยกันเต็มที่ เรามาลองช่วยกันเปิดระดมทุนหาค่ารักษาก่อน เช่นเดียวกับในบางประเทศที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนเพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษา หมอยังเชื่อว่า เราคนไทยด้วยกันจะช่วยเหลือกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

เพียงคำพูดสั้นๆ ของคุณหมอ ทำให้คุณพ่อและครอบครัว ยังมีความหวังที่น้องอคินจะได้รับการรักษา และเป็นที่มาของการเปิดระดมทุนบริจาคค่ารักษายีนบำบัดให้กับน้องอคิน ผู้ป่วยรายเดียวของไทยที่ยังรอการรักษา

มาร่วมสร้างปาฏิหาริย์ให้น้องอคิน ด้วยพลังแห่งความรักและการแบ่งปัน โดยสามารถบริจาค ช่วยเหลือค่ารักษายีนบำบัดให้กับน้องอคิน ได้ 3 ช่องทาง ดังนี้1.สภากาชาดไทย ด้วยการสแกน QR Code E-donation(ตามรูปแนบ) สามารถลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่า หรือ
เพจของสภากาชาดไทย https://www.facebook.com/share/p/18kD8DdyFj/ 2.บัญชีนายอลงกรณ์ สกุลอารีย์มิตรเพื่อ ด.ช.อคิน สกุลอารีย์มิตร ธนาคารออมสิน เลขที่ 020-457-485-827 3.Crowd Funding ผ่านทางGoFundMe https://www.gofundme.com/f/donate-to-save-alakorns-sons-life

ทั้งนี้ สามารถติดตามและให้กำลังใจน้องอคิน ได้ที่ FB : อคินน้อยๆ มาแชร์ TikTok : อคินน้อยสู้โรคหายาก สุดท้ายนี้คุณพ่อและครอบครัวของน้องอคิน ขอวิงวอนผู้ใจบุญว่า “ได้โปรดกรุณาช่วยเหลือค่ารักษายีนบำบัดให้กับน้องอคินด้วยครับ เงินเล็กๆ น้อยๆ ของท่าน เมื่อรวมกันแล้วจะสามารถเปลี่ยนชีวิตลูกชาย ที่เป็นเหมือนผู้ป่วยติดเตียง ได้มีโอกาสกลับมามีชีวิตเหมือนเด็กปกติ ได้เดิน ได้เล่นสนุก ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง ได้กอดพ่อแม่ ได้บอกรักพ่อแม่ ได้เติบโตอย่างที่เด็กคนหนึ่งควรจะได้รับ ขอให้อคินได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพด้วยครับ”

“ยีนบำบัดสามารถรักษาผู้ป่วยโรคหายากนี้ได้จริง เรากำลังช่วยกันทำสิ่งที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ หมอรู้ว่ามันไม่ง่าย แต่หมอเชื่อเสมอว่าจะสำเร็จได้ถ้าเราช่วยกันค่ะ” ศ.ดร.พญ.กัญญา กล่าวทิ้งท้าย

เริ่มแล้ว ‘จิตรกรรมเอเซีย พลัส’ ครั้งที่ 13 ชวนคนไทยร่วมถ่ายทอด ‘ความฝัน’

เริ่มแล้ว ‘จิตรกรรมเอเซีย พลัส’ ครั้งที่ 13 ชวนคนไทยร่วมถ่ายทอด ‘ความฝัน’

เริ่มแล้ว ‘จิตรกรรมเอเซีย พลัส’ ครั้งที่ 13 ชวนคนไทยร่วมถ่ายทอด ‘ความฝัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.58 น.

บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ในการสนับสนุนจิตรกรทั่วประเทศ ให้ได้ต่อเติมจินตนาการสร้างสรรค์ ผ่านแนวคิด “ความฝัน” ในโครงการ “จิตรกรรมเอเซีย พลัสครั้งที่ 13” การประกวดภาพวาดจิตรกรรม 2 มิติ บนผืนผ้าใบ ชิงรางวัลมูลค่ารวม 975,000 บาท

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการใช้ศิลปะเป็นส่วนเชื่อมประสานจินตนาการและความสามารถของมวลมนุษย์ พร้อมร่วมสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ออกสู่สาธารณชน โดยได้เปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในหัวข้อ “ความฝัน” ซึ่งเป็น Key Messageสื่อสารหลักประจำปี ทั้งนี้ ด้วยเพราะต้องการเปิดกว้างทางแนวความคิด ความทรงจำและความรู้สึก อันหลากหลายของศิลปินในรูปแบบต่างๆ โดยได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ นำโดย ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง (ปี พ.ศ.2552) อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร (ปี พ.ศ.2557) ศ.เกียรติคุณ ถาวร โกอุดมวิทย์ (ปี พ.ศ. 2564) ศ.เกียรติคุณ พิษณุ ศุภนิมิตร (ปี พ.ศ. 2565) อาจารย์สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ นายกสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิและวิสาหกิจเพื่อสังคมเชฟแคร์ส พร้อมด้วยผู้บริหารจากบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ และ ณินทิรา โสภณพนิช ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน

มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิและวิสาหกิจเพื่อสังคมเชฟแคร์ส

ณินทิรา โสภณพนิช

ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง

จิตรกรที่สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลและเกียรติบัตรดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 300,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1ได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 150,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษ CEO AWARD ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาทจำนวน 1 รางวัล และรางวัลชมเชย ได้รับเงินรางวัล 75,000 บาท จำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสิ้น 975,000 บาท”

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการประกวด โดยส่งผลงานออนไลน์ในระหว่าง วันที่ 1-15 มิถุนายน 2568 ทางช่องทาง https://bit.ly/3Fnqau7 และเปิดรับงานจริง วันที่ 19-20 มิถุนายน 2568 โดยผลงานที่จัดส่งจะต้องเป็นจิตรกรรม 2 มิติ บนผืนผ้าใบพร้อมจัดแสดง ไม่จำกัดเทคนิคและวัสดุ ขนาดไม่เกิน 150 x 200 เซนติเมตรไม่รวมกรอบ (สื่อเคลื่อนไหว ศิลปะจัดวาง และประติมากรรม ไม่สามารถเข้าร่วมการประกวดได้) โดยบริษัทได้จัดสถานที่รับผลงาน ดังนี้ กรุงเทพฯ และภาคกลาง ณ อาคารเอเซีย เซ็นเตอร์ ชั้น 12A ภาคเหนือ ณ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และภาคใต้ ณ Patani Art Space & Patani Contemporary Art Gallery จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ ผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวด และผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จะได้จัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และจะถูกนำไปจัดแสดงต่อเนื่อง ที่อาคารสาธร ซิตี้ ทาวเวอร์

ติดตามรายละเอียดการคัดเลือกและประกาศผล โครงการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 13 ผ่านทางเว็บไซต์ www.asiaplus.co.th/artcontest/ และ เฟซบุ๊ก จิตรกรรมเอเซีย พลัส

จากต้นกล้าเมล็ดพันธุ์ กับการต่อยอด 6 ทศวรรษ เพื่อพัฒนางานกายภาพบำบัด สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

จากต้นกล้าเมล็ดพันธุ์ กับการต่อยอด 6 ทศวรรษ เพื่อพัฒนางานกายภาพบำบัด สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

จากต้นกล้าเมล็ดพันธุ์ กับการต่อยอด 6 ทศวรรษ เพื่อพัฒนางานกายภาพบำบัด สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.51 น.

“คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล” เป็นสถาบันแรกที่เปิดสอนกายภาพบำบัด ตลอดระยะเวลากว่า  60 ปี คณะฯมุ่งมั่นผลักดันในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์งานวิจัยคุณภาพสูงและผลิตนวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมโลก รวมทั้งการให้บริการทางสุขภาพแก่ประชาชนที่ได้รับมาตรฐานสากล นอกจากนั้นยังต่อยอดโครงการเพื่อสังคมเพื่อส่งเสริมสุขภาวะอย่างยั่งยืน พร้อมก้าวสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง โดยทุกพันธกิจได้มุ่งเน้นการต่อยอดพันธกิจทุกด้านให้มั่นคงพร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล พร้อมส่งต่อเมล็ดพันธุ์ที่บ่มเพาะอย่างแข็งแกร่งในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบที่เอื้อต่อการเติบโตของบุคลากร สนับสนุนความก้าวหน้าของนักศึกษาและหลักสูตรที่ได้รับมาตรฐานระดับนานาชาติ และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมอย่างแท้จริง

ด้านหลักสูตรการศึกษา ปัจจุบันคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล มีด้วยกัน 7 หลักสูตร มุ่งพัฒนาคุณภาพหลักสูตรให้ตอบโจทย์ความต้องการในวิชาชีพ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนในสังคมไทยและสังคมโลก ด้วยการรับรองหลักสูตรมาตรฐานสากล เช่น World Physiotherapy (WP), World Federation of Occupational Therapy (WFOT), ASEAN University Network Quality Assurance (AUN-QA) โดยทุกหลักสูตร มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Outcome-based education หรือ OBE ร่วมกับการใช้นวัตกรรมด้านการศึกษา (Innovative Education)

พร้อมกันนี้ยังผลักดันให้เกิดผลงานการวิจัยที่มีคุณภาพในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ตามวิสัยทัศน์ที่กล่าวว่า “คณะกายภาพบำบัด เป็นสถาบันชั้นนำเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของสังคมโลก” สร้างผลงานที่เกิด real world impact จากการตีพิมพ์ที่มีคุณภาพในระดับสากล โดยมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นเป็น top 10% (41.5%), Q1 (65.9%), international co-author (64.3%) และนวัตกรรมอุปกรณ์ดาม (splint) เทอร์โมพลาสติก ซึ่งมุ่งมั่นให้ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในระดับโลกต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงได้จัดตั้ง “RICHms (Research and Innovation Center of Human Movement Sciences)” ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ที่มีความคล่องตัวในการดำเนินงานวิจัยตามทิศทางของคณะฯ และการเปลี่ยนแปลงสภาวะการณ์สุขภาพของประเทศ พร้อมที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ ผ่านงานวิจัยและสร้างผลงานนวัตกรรมที่ทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ สถาบัน องค์กร ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อส่งมอบองค์ความรู้ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดในด้านการศึกษา บริการสุขภาพ รวมถึงการวิจัย ให้สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ต่อไปในอนาคต

ไม่เพียงเท่านั้น คณะกายภาพบำบัด ยังมีความร่วมมือกับองค์กรเอกชน และรัฐบาล เพื่อการบริการวิชาการและบริการสุขภาพที่เป็นเลิศ อาทิ กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของทีมสหวิชาชีพทั้ง 13 เขตสุขภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิและตอบสนองนโยบายของประเทศ รวมถึง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ องค์กรในประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาการบริการกายภาพบำบัดกิจกรรมบำบัดทางไกล HealthcaRe Tele-delivery Service (HeaRTS) และขยายการให้บริการในรูปแบบเยี่ยมบ้าน (HeaRTS @ Home) ในสำนักงาน (HeaRTS @ Office) ในโรงเรียน (HeaRTS @ School) สำหรับผู้รับบริการที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องหรือไม่สะดวกเดินทางเข้ารับการรักษาที่ศูนย์กายภาพบำบัด นอกจากนี้ยังรักษามาตรฐานในการให้บริการกายภาพบำบัด ในระดับ “ดีเยี่ยม” จากสภากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย และเป็นต้นแบบสำหรับฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกและดูงานของนักศึกษากายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด และบุคลากรทางการแพทย์ ในแถบเอเชีย

บัดนี้ ต้นกล้า “กายภาพบำบัด” เจริญงอกงามและแข็งแกร่งมาร่วม 6 ทศวรรษ จากสายธารแห่งเวลานำมาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย ให้พัฒนางานการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการและบริการสุขภาพ เพื่อรับใช้ประชาชนให้มีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน และสร้าง REAL WORLD IMPACT

รพ.จุฬาภรณ์ สานฝันผู้ป่วย เป็นมะเร็งก็มีลูกได้!

รพ.จุฬาภรณ์ สานฝันผู้ป่วย เป็นมะเร็งก็มีลูกได้!

รพ.จุฬาภรณ์ สานฝันผู้ป่วย เป็นมะเร็งก็มีลูกได้!

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.26 น.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า ในแต่ละปีมีคนไทยป่วยเป็นมะเร็งรายใหม่ประมาณ 140,000 คน และพบว่าการเกิดมะเร็งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยซึ่งอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลให้การรักษามะเร็งมีประสิทธิภาพดีขึ้นทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ อย่างไรก็ตามการรักษามะเร็งด้วยวิธีมาตรฐาน เช่น การผ่าตัดอวัยวะสืบพันธุ์ รังสีรักษา หรือเคมีบำบัด มักส่งผลให้ผู้ป่วยทั้งชายและหญิงสูญเสียความสามารถในการมีบุตรภายหลังจากการรักษามะเร็งหายแล้ว  จากการที่รังไข่หรืออัณฑะหยุดทำงานทำให้ไม่สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมบุคคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและทีมสหสาขาวิชาชีพที่ดูแลร่วมกันเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ทำให้สามารถก้าวข้ามความกังวลใจของผู้ป่วยมะเร็งไม่เพียงกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิมอย่างมีคุณภาพ ยังสามารถวางแผนการมีบุตรในอนาคตได้อีกด้วย 

แพทย์หญิงกตัญญุตา นาคปลัด แพทย์เฉพาะทางด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ป่วยมะเร็ง มีบุตรได้ ไม่ยากอย่างที่คิด

แพทย์หญิงกตัญญุตา นาคปลัด แพทย์เฉพาะทางด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วยมะเร็งสามารถมีบุตรได้ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเต้านมซึ่งพบมากที่สุดในเพศหญิง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งโพรงมดลูก หรือมะเร็งอัณฑะในเพศชาย โดยผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ก่อนจะเข้ารับการรักษา ควรเข้าพบสูตินรีแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อเก็บเซลล์สืบพันธุ์ โดยการแช่แข็งเซลล์ไข่ในผู้หญิง และแช่แข็งเซลล์อสุจิในผู้ชาย  หรือเก็บเซลล์ตัวอ่อนในผู้ป่วยที่มีคู่สมรสตามกฎหมายแล้ว  คนส่วนมากเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจะรู้สึกเครียดและกังวล แนะนำว่าอย่าเพิ่งตกใจและหมดหวัง เพราะปัจจุบันสามารถควบคุมตัวโรคได้และสามารถใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากคนที่ไม่เป็นมะเร็ง โดยเฉพาะกลุ่มวัยเจริญพันธุ์และมีแผนที่จะมีลูกในอนาคต ก่อนจะเข้ารับการรักษา สามารถมาพบสูตินรีแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เข้าสู่กระบวนการแช่แข็งเซลล์สืบพันธุ์ก่อน ถ้าเป็นฝ่ายหญิงจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่ฝ่ายชายระยะเวลาในการเก็บอสุจิเพียง 1-2 วันเท่านั้น

“ฉะนั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้การรักษามะเร็งล่าช้า เพราะมีการศึกษามาแล้วว่าการเก็บเซลล์สืบพันธุ์ก่อนไม่ทำให้โรคมะเร็งลุกลามมากขึ้นเนื่องจากใช้เวลาที่สั้นมาก” ทั้งนี้ ระยะเวลาหลังจากการรักษามะเร็งและตัวโรคสงบแล้วจนถึงเริ่มตั้งครรภ์ได้ จะขึ้นกับชนิดของมะเร็งและระยะของโรค เช่น มะเร็งเต้านมใช้เวลา 2-5 ปี แต่ถ้ามะเร็งอื่นๆ อาจจะเร็วกว่านั้นได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินผู้ป่วยในแต่ละราย

ปรึกษาแพทย์

“มะเร็ง” หนึ่งในสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก?

ถามว่า การป่วยเป็นมะเร็งมีความเกี่ยวข้องหรือส่งผลกระทบกับการมีบุตรยากหรือไม่? อย่างไร?

พญ.กตัญญุตา ขยายความเพิ่มเติมว่า กรณีของภาวะผู้มีบุตรยากเกิดได้จากหลายสาเหตุ ในฝ่ายหญิงเกิดจากการทำงานของรังไข่ไม่ปกติ เช่น ท่อนำไข่ตันไม่สามารถทำให้อสุจิกับไข่พบกันได้ การทำงานของรังไข่ที่ผิดปกติ ไม่ตกไข่ หรือ มีปัญหาเรื่องของโพรงมดลูก ไม่ว่าจะเป็นการพบก้อนเนื้อหรือติ่งเนื้อ ส่วนฝ่ายชายส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานผิดปกติของอสุจิ ตัวอสุจิน้อย หรือไม่แข็งแรง และอีก 30% ไม่ทราบสาเหตุ

“การป่วยมะเร็งสามารถส่งผลกระทบกับการมีบุตรยากได้ใน 2 กรณีที่ 1 เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ในตัวโรคอาจทำให้สุขภาพโดยรวมเสื่อมลง และส่งผลต่อภาวะการเจริญพันธุ์ด้วย กรณีที่ 2 จากการรักษามะเร็ง ไม่ว่าจะโดยการผ่าตัด โดยเฉพาะรายที่เป็นการผ่าตัดในอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งหญิงและชาย และรวมถึงการให้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายแสง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฉายแสงบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ หรือ ช่วงอุ้งเชิงกราน จะทำลายเซลล์สืบพันธุ์ อาจส่งผลให้เซลล์สืบพันธุ์มีปริมาณลดน้อยลง มีคุณภาพเสื่อมถอยลง หรือไม่สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้”

Oncofertility

ตู้ปฏิบัติการแบบกึ่งปิด

การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในผู้ป่วยมีบุตร

การใช้เทคโนโลยีในห้องปฏิบัติการจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยการเจริญพันธุ์ ในกลุ่มผู้มีบุตรยากให้ตั้งครรภ์ได้สำเร็จมากขึ้น ได้แก่ “การฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก” (IUI) โดยการฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก จากนั้นฉีดน้ำเชื้อของฝ่ายชายที่ผ่านการเตรียมอสุจิ ส่งเข้าไปในโพรงมดลูกจะช่วยอัตราการตั้งครรภ์ได้มากกว่าการตั้งครรภ์ปกติ ในคู่สมรสที่ท่อนำไข่ปกติและอสุจิอยู่ในเกณ์ดี

อีกวิธีหนึ่งคือ “การทำเด็กหลอดแก้ว” (IVF/ICSI) หรือที่เรารู้จักในชื่อ “อิ๊กซี” คือการกระตุ้นไข่ฝ่ายหญิงให้ได้ไข่หลายใบ และใช้เข็มเจาะในช่องคลอดนำมาผสมกับอสุจิในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ หลังจากนั้นจะเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงวันที่ 5 หรือ 6 แล้วแช่แข็งไว้ก่อน เมื่อพร้อมที่จะตั้งครรภ์จะย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก ทำให้อัตราความสำเร็จสูงขึ้นในกลุ่มผู้มีภาวะการมีบุตรยาก ไม่ว่าจะเป็นการทำเด็กหลอดแก้ว หรือการแช่แข็งเซลล์สืบพันธุ์ ทางศูนย์รักษาภาวะการเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นำมาช่วยในผู้ป่วยมะเร็งให้สามารถมีบุตรได้เช่นกัน เพราะการใช้เทคโนโลยีที่มีมาตรฐานและมีการศึกษาชัดเจนจะช่วยให้ผู้ป่วยตั้งครรภ์ได้สำเร็จเพิ่มขึ้น

ภายใต้การทำงานของแพทย์ผู้ชำนาญการ โดยทีมแพทย์หลักในการรักษาผู้ป่วยมีบุตรยากจะเป็นสูตินรีแพทย์ด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ ที่ทำงานร่วมกันกับแพทย์ในสาขาต่างๆ เช่นกับแพทย์ด้านการรักษามะเร็งต่างๆ ดูแลในส่วนของการรักษากระทั่งประเมินว่าโรคสงบและสามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้ จะส่งตัวมาที่สูตินรีแพทย์ด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ และหลังจากตั้งครรภ์แล้วจะมีสูตินรีแพทย์ด้านมารดาและทารกในครรภ์ช่วยดูแลต่อเนื่องไปกระทั่งคลอดบุตร

ห้องแล็ป

RI withnes ป้องกันการระบุตัวพลาด

ดูตัวอ่อน

ผสมอสุจิกับไข่ด้วย ICSI

ร่วมด้วยช่วยกัน แก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย

ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาเด็กเกิดน้อยลง ซึ่งในปีที่ผ่านมาพบว่ามีอัตราการเกิดต่ำกว่า 5 แสนคนเป็นปีแรก ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

พญ.กตัญญุตา กล่าวอีกว่า ทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย ด้วยการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากโดยใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดเชื้อในโพรงมดลูก หรือการทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์และเพิ่มอัตราการเกิดให้มากขึ้น ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการรักษาภาวะการมีบุตรยาก โดยปีนี้ให้บริการเป็นปีที่ 3 มีผู้เข้ามารับบริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเทียบกับปีแรกเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

ย้ายตัวอ่อนโดยแพทย์

นอกจากการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากแล้ว ที่ศูนย์รักษาภาวะการเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ยังให้บริการตั้งแต่ตรวจความพร้อมก่อนแต่งงาน ตรวจความพร้อมก่อนมีลูก รักษาและหาสาเหตุของคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยากโดยใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ การให้บริการแช่แข็งเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งไม่ได้ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเท่านั้น แต่รวมถึงในคนไข้ทั่วไปด้วย เช่น ในสตรีที่มีแผนจะมีบุตรในอนาคต หรือกังวลว่าเซลล์ไข่จะลดน้อยลงก็สามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาได้เช่นกัน ติดต่อสอบถามนัดหมายรับคำปรึกษา ศูนย์สุขภาพชั้น  9 อาคารอัครราชกุมารี หรือ ชั้น 2 โซนโถงลิฟต์ A อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทร 1118 ต่อ 6565 / 5266-7 หรือแอดไลน์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (LINE Official @chulabhornhospital) เลือกเมนูบริการผู้ป่วย และเลือกทำนัด/เลื่อนนัด แล้วเลือก LINE ศูนย์รักษาภาวะการเจริญพันธุ์ เพื่อแชทปรึกษานัดหมายกับทางศูนย์รักษาภาวการณ์เจริญพันธุ์

‘พิม พิมประภา’เผยคลิปนาทีชีวิต วิ่งออกจากคอนโดขณะแผ่นดินไหว

'พิม พิมประภา'เผยคลิปนาทีชีวิต วิ่งออกจากคอนโดขณะแผ่นดินไหว

‘พิม พิมประภา’เผยคลิปนาทีชีวิต วิ่งออกจากคอนโดขณะแผ่นดินไหว

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.12 น.

เมื่อเวลา 13.20 น.แผ่นดินไหวขนาด 7.4 ลึกจากผิวดินประมาณ 10 กม. ศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา โดยแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้รับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่ามีผู้พักอาศัยในอาคารสูงจำนวนมากรู้สึกถึงแรงไหวโยกไปมา ส่งผลให้หลายคนตกใจและรีบอพยพออกจากตัวอาคารเพื่อความปลอดภัย

รวมทั้งนักแสดงสาว “พิม พิมประภา ตั้งประภาพร” ได้โพสต์คลิปผ่าน tiktok ขณะกำลังวิ่งออกมาจากคอนโดด้วยความตกใจ พร้อมเขียนข้อความในคลิปว่า “นาทีที่อยู่บนตึก เพดานถล่มลงมา โยกจนทรงตัวได้ วิ่งที่หนีไฟลงมา20กว่าชั้น เพดานหล่นลงใส่หัวตลอดทาง แบบคิดว่าตายแน่ๆ แล้วตอนนั้น ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ”

พร้อมระบุแคปชั่นว่า “จุดนั้นคิดว่าไม่รอดแล้วจริงๆนะ ตึกโยกเพดานถล่มลงมา วิ่งไม่คิดชีวิตเลย”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7486752336623209736?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F873276

ความลำบากที่ทำให้ ‘ครูสลา’จำเป็นต้องเขียนเพลงหาเงิน ? จดหมายจากแม่ที่ ‘ครูสลา’ไม่เคยได้เปิดอ่านจนกระทั่งคุณแม่เสีย

ความลำบากที่ทำให้ 'ครูสลา'จำเป็นต้องเขียนเพลงหาเงิน ? จดหมายจากแม่ที่ 'ครูสลา'ไม่เคยได้เปิดอ่านจนกระทั่งคุณแม่เสีย

ความลำบากที่ทำให้ ‘ครูสลา’จำเป็นต้องเขียนเพลงหาเงิน ? จดหมายจากแม่ที่ ‘ครูสลา’ไม่เคยได้เปิดอ่านจนกระทั่งคุณแม่เสีย

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.19 น.

  ครูสลา คุณวุฒิ นักประพันธ์เพลง แนวลูกทุ่ง อีสาน และหมอลำ ครูผู้ให้ ผู้สร้าง ประคับประคอง ส่งเสริมลูกศิษย์เจริญก้าวหน้า เป็นนักร้องขวัญใจมหาชน นับไม่ถ้วน ได้รับการเชิดชูให้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ” พ.ศ. 2564 สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ประพันธ์เพลง ไทยลูกทุ่ง) เมื่อมาในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เปิดใจเกือบถอดใจ ถ้าเพลงนี้ไม่ดังก็ถึงเวลาแยกย้าย… แต่เพลง ยาใจคนจน กลับทำให้ชีวิตเปลี่ยนอีกครั้ง!! คุณแม่ป่วยต้องนอนสวนสาธารณะ ความลำบากที่ทำให้ ครูสลา” จำเป็นต้องเขียนเพลงหาเงิน  พร้อมเปิดที่มาที่ไปกระทงหลงทางแต่งจากเหตุการณ์จริงเป็นลางสังหรณ์ ในงานวันลอยกระทงของ ครูสลา” ความรักที่คิดว่าใช่ แต่ดันโดนหลอกอย่างแรง!! ครูสลา” เล่าประสบการณ์ความรักที่โดนสาวสวยรถผ้าป่าหักอก ความซนเกือบพาซวย แอบพกรูปสาวในกระเป๋าตังค์จนโดนจับได้!! พร้อมเล่าชีวิตที่ทำงานจนไม่ได้ใช้ความเป็นพ่อของลูกๆ จดหมายจากแม่ที่ ครูสลา” ไม่เคยได้เปิดอ่านจนกระทั่งคุณแม่เสีย… ทำให้เกิดเพลง หยาดเหงื่อเพื่อแม่

ถาม ไมค์ ภิรมย์พร ถือว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ตำนานของทางฝั่งลูกทุ่งตามมาหามาขอถึงบ้านกันเลย

ครูสลา คุณวุฒิ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกับเพื่อนไปถึงบ้าน ไมค์ ภิรมย์พร เราก็ตกใจ ผู้ใหญ่ทางแกรมมี่ให้มาหา

ถาม ยาใจคนจนคือเพลงแจ้งเกิด ไมค์ ภิรมย์พร และก็แจ้งเกิดครูสลาด้วยกว่าที่จะดังมากๆจริงๆก็หลายชุดจนเกือบถอดใจเหมือนกัน

ครูสลา คุณวุฒิ เป็นวันที่เกือบจะกลับบ้านเหมือนกัน

ถาม ครูสลาเริ่มต้นจากการเป็นคุณครูอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนแล้วไปแต่งสองเพลงนี้ได้อย่างไร

ครูสลา คุณวุฒิ มีความจำเป็นเพราะตอนนั้นแม่ป่วยหมอบอกว่าแม่เป็นมะเร็งที่ท่อน้ำดี จะให้กลับไปอยู่บ้านมีความรู้สึกว่าถ้าเรามีเงินสักก้อนหนึ่งจะพาแม่มากรุงเทพฯ ก็เลยต้องได้เขียนเพลงคือมันไม่มีทางอื่น

ถาม ลำบากมากมันมีจุดที่ถึงขั้นที่ต้องนอนในสวนสาธารณะเลย

ถาม กระทงหลงทางแต่งจากเหตุการณ์จริงเป็นลางสังหรณ์

ครูสลา คุณวุฒิ กระทงหลงทางมาจากเรื่องจริงตอนที่บรรจุเป็นครูใหม่ๆอายุ 19 บรรจุ พอดีมีน้องคนหนึ่งซึ่งเค้ายังเด็กม.ปลาย อายุ 16 สวยที่สุดในหมู่บ้านก็ได้ร่วมลอบกระทงครั้งแรกในชีวิตกับเขาเราก็แอบชอบ แอบมองโรแมนติกมากวันเพ็ญเดือนสิบสอง เค้าก็ทำกระทงเผื่อก็อธิษฐานอยู่พอสมควร แต่พอเค้าลอยกระทงอาจจะยื่นมือไปไกลหน่อยก็ไปตามสายน้ำ แต่พอของครูวางเสร็จปุ๊บลอยเข้าข้างเลย

ถาม กลายมาเป็นเพลง กระทงหลงทาง วันนั้นใจหายไหมเอ่ย

ครูสลา คุณวุฒิ ใจหายครับ ทำไมมันเป็นลางสังหรณ์

ถาม ความรักครั้งหนึ่งที่อกหักอย่างแรง

ครูสลา คุณวุฒิ โดนหลอกอย่างแรงเป็นสาวคนหนึ่งที่มาพร้อมกับรถผ้าป่าแล้วเขาจะสวยกว่าสาวในหมู่บ้านแล้วก็ดูเหมือนเค้ามีใจ มีความรู้สึกว่าใช่แล้วแหละผู้หญิงคนนี้จนคิดว่าจะไปบอกพ่อแม่มาขอ แต่ความจริงคือที่เค้ามาอยู่บ้านแล้วเค้าไม่กลับเพราะคือว่าเค้ามีคู่หมั้นแล้วครูคือหล่นโคมเลย อกหัก

ถาม รูปสาวในกระเป๋าสตางค์คืออย่างไรเอ่ย

ครูสลา คุณวุฒิ เราไปเจอน้องคนนี้ไม่ได้จีบกันในฐานะชู้สาวด้วยซ้ำไป แต่เราก็ชอบเค้ามันเป็นความดื้อมากกว่าความซนขอรูปเค้าแล้วเอามาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ เราน่าจะมีพฤติกรรมบางอย่างที่น่าสงสัยลงไปอาบน้ำแล้วพอกลับเข้าห้องไปแม่บ้านยื่นให้ดูรูปใคร

ถาม มีลูกสาวสองคนถ้ามีโอกาสอยากจะเลี้ยงเค้าเอง

ครูสลา คุณวุฒิ มันแทบจะไม่มีเวลาใช้ชีวิตแบบคุณพ่อที่อยู่กับลูกเลย ปกติช่วงนั้นจะวานลุงให้รับส่งลูกมีอยู่วันหนึ่งแม่บ้านบอกว่าลุงไม่ว่างให้ไปรับลูก ครูก็ไปแต่มันก็เลทเห็นเด็กคนหนึ่งสะพายกระเป๋าแล้วก็มานอนหลับอยู่บนราวเหล็กที่กั้นระหว่างฟุตบาทกับถนน ส่วนคนน้องมีอยู่ครั้งหนึ่งพากันจูงแขนครูไปซื้อลูกชิ้น ไปซื้อไอติมแสดงว่าลูกอดทนมาก

ถาม อีกหนึ่งคนที่สำคัญในชีวิตของครูสลาอีกคนก็คือคุณแม่

ครูสลา คุณวุฒิ อันนี้คือที่สุดแม่เขียนจดหมายมาหาครู แต่วันนั้นครูกำลังเตรียมตัวสอบมีหนังสือใหญ่ที่เราอ่านสอบจำได้ว่าใกล้เลิกเรียนก็เลยรีบเอกซองจดหมายใส่ในหนังสือแล้วก็รีบกลับบ้านลืมเปิดอ่าน จนแม่เสียไปจะเอาหนังสือเล่มนั้นมาอ่านใหม่ถึงได้เจอจดหมายที่ไม่เคยอ่านเลย แต่แม่ไม่อยู่แล้วแม่ก็เขียนว่าถ้ามีเวลากลับมาหาแม่บ้างนะลูก

ถาม มีเพลงที่เขียนให้คุณแม่ด้วย

ครูสลา คุณวุฒิ หยาดเหงื่อเพื่อแม่ ครับ

‘ซองแดงแต่งผี’ กระแสแรงยืนหนึ่ง ตอกย้ำความฮาทำถึง

‘ซองแดงแต่งผี’ กระแสแรงยืนหนึ่ง ตอกย้ำความฮาทำถึง

‘ซองแดงแต่งผี’ กระแสแรงยืนหนึ่ง ตอกย้ำความฮาทำถึง

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.31 น.

หลังจากที่หนัง “ซองแดงแต่งผี” จากค่ายหนัง GDH ที่ร่วมมือกับ Billkin Entertainment และ PP Krit Entertainment เข้าฉายได้เพียงไม่กี่วัน ก็เดินหน้าโกยกระแสความนิยมไปแบบถล่มทลาย โดยงานนี้ 2 นักแสดงนำในเรื่อง บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และพีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร กลายเป็นไวรัลโด่งดังไปทั่วกับฝีไม้ลายมือทางการแสดงในจังหวะคอมเมดี้ ที่ต้องบอกว่าทำถึงมาก ทำเอาเซอร์ไพรส์คนดูได้ตลอดทั้งเรื่องเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านี้อีกหนึ่งฟีดแบคที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คงหนีไม่พ้นทีมนักแสดงสายฮาที่มาช่วยขยี้ความสนุกเรียกเสียงหัวเราะจนต้องตบเข่าฉาดในซีนต่างๆ อาทิ ‘ก้อย อรัชพร โภคินภากร’ กับบทตำรวจขาลุยที่ต้องบอกว่าดูเท่สะกดทุกองศาไปเลย หรือแม้แต่ลูกน้องจอมเซ่อซ่าอย่าง ‘บอลชอน ธนวัฒน์ เชี่ยวอร่าม’ ซึ่งพอถึงฉากที่เป็นจุดไคลแม็กซ์เรียกเสียงฮาของตัวเองก็สาดมุกในจังหวะการแสดงได้แบบเอาอยู่ทุกเม็ด ไม่เว้นแม้กระทั่งบทสารวัตรสุดเฮี๊ยบที่ได้นักแสดงอารมณ์ดี ‘เอ็ดดี้ ญาณวุฒิ จรรยหาญ’ มาสร้างสีสันได้แบบจี๊ดใจสุดๆ ก่อนจะข้ามมาที่ฝากของฝั่งผู้ร้ายที่ได้ตัวพ่อสายตลก ‘จตุรงค์ พลบูรณ์’ ที่หยอดมุกใหม่ๆ ที่จัดมาให้แบบไม่มีกั๊ก กับคาแรกเตอร์ของเสี่ยโจ้ ตัวร้าย ที่แม้จะร้ายเบอร์ไหนแต่แค่เห็นหน้าก็ขำกระจาย ไปจนถึงนักเลงขาใหญ่อย่าง ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ กับบทแรมโบ้ ที่เรียกว่าพลิกบทบาทได้แบบเซอร์ไพรส์สุดๆ หรือแม้แต่ฝั่งของอาม่าที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้หลานรักอย่างตี่ตี๋ได้ไปสู่สุคติ งานนี้ได้ ‘ปุ๊ ปิยะมาศ โมนยะกุล’ เจ้าของฉายานางเอกหนังตลกร้อยล้านในอดีต มาถ่ายทอดบทนี้ได้แบบน่ารักน่าเอ็นดู และอีกหนึ่งคนที่ถือว่าเป็นตำนานของตลกขั้นเทพคือ ‘แอนนา ชวนชื่น’ กับบทซินแสที่เรียกเสียงหัวเราะในทุกๆ ฉากที่ออกมาเสิร์ฟความบันเทิง จนทำให้คนดูได้รับอรรถรสความสนุกไปอย่างจัดเต็ม หัวเราะลั่นโรงกันทุกรอบฉาย

‘เฌอเอม ชญาธนุส’ มิสแกรนด์ขอนแก่น ขอความอุ่นใจจากรัฐบาลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

'เฌอเอม ชญาธนุส' มิสแกรนด์ขอนแก่น ขอความอุ่นใจจากรัฐบาลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

‘เฌอเอม ชญาธนุส’ มิสแกรนด์ขอนแก่น ขอความอุ่นใจจากรัฐบาลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.34 น.

เป็นนางงามที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนอย่างแท้จริง สำหรับ เฌอเอม  ชญาธนุส ศรทัตต์ มิสแกรนด์ขอนแก่น ซึ่งกำลังทำกิจกรรมเก็บตัวอยู่ในขณะนี้ โดยเจ้าตัวและเพื่อนนางงามอีก76 จังหวัดและทีมงาน มิสแกรนด์ไทยแลนด์2025 ก็ได้ประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ต้องวิ่งวุ่นออกจากตัวอาคารเป็นการด่วน

ซึ่งหลังจากเจ้าตัวและเพื่อนนางงามอยู่ในสถานที่โล่งแจ้ง  เฌอเอม  ชญาธนุส ก็ได้ทวิตข้อความใน X  ว่า เวลาแบบนี้แหล่ะที่คนเราต้องการความอุ่นใจจากประกาศของรัฐมากที่สุด ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรออกมาเลย จนรู้สึกว่าเราชะล่าวจกับเหตุพิบัติจริงๆ  

นอกจากนี้เจ้าตัวก็ยังได้ออกมาส่งกำลังใจให้ทุกคนปลอดภัยกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว และทางแฟนเพจเฟซบุ๊กมิสแกรนด์จังหวัดขอนแก่นอีกด้วย

#มิสแกรนด์ขอนแก่น #Miss Grand Khon Kaen 

‘ซุปเปอร์เตย’ปล่อยเพลงใหม่ ‘ รีเซ็ตใจ’ เสิร์ฟแฟนเพลง

‘ซุปเปอร์เตย’ปล่อยเพลงใหม่ ‘ รีเซ็ตใจ’ เสิร์ฟแฟนเพลง

‘ซุปเปอร์เตย’ปล่อยเพลงใหม่ ‘ รีเซ็ตใจ’ เสิร์ฟแฟนเพลง

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.48 น.

นักร้องสาวขวัญใจโลกโซเชียล ซุปเปอร์เตย ( สิริวดี อินสว่าง )  เจ้าของ Icon เพลงยุค 90  ได้ปล่อย Single ใหม่  “ รีเซ็ตใจ ” มาเสิร์ฟแฟน ๆ ด้วยบทเพลงซึ้งๆ แต่จังหวะสนุกๆ  มาให้ทุกคนอมยิ้มและเปิดใจรับความรักใหม่อีกครั้งเพลงนี้ยังคงมีกลิ่นอายความเป็น 90  โดยที่ซุปเปอร์เตยได้มีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ทั้งภาคดนตรี และร่วมเขียนเนื้อร้อง ซึ่งเธออยากให้มีความเป็น ซุปเปอร์เตย อยู่ในทุกองค์ประกอบของเพลง อีกทั้งได้ พี่จอร์จ sevendog (วารุศ รินทรานุกูล)เป็นโปรดิวเซอร์

“เนื้อหาโดยรวมของเพลงพูดถึงอารมณ์เบื่อ เหงา  เคว้งคว้างในหัวใจ  อยากมีใครสักคน แต่ก็เข็ดและกลัวความรัก แต่พอมีคนคนนี้เข้ามา ก็แบบว่า กำแพงกลายเป็นกระดาษสา 555 รีบรีเซ็ตใจเริ่มใหม่กับเธอ  ประมาณนี้คะส่วนเรื่อง MV ได้พี่เตชินท์  มาร่วมเล่น อยากให้ทุกคนลองเข้าไปดู MV เพลงนี้นะคะ ตลกมากกก  เตยตั้งใจทำเต็มที่มาก ใช้ผู้คนมากกว่า 50 ชีวิต ถ่ายทำตั้งแต่ตี 4 ถึง 5 ทุ่ม   ยังไงแวะไปกดไลค์กดแชร์  ไปเม้นท์ให้กำลังใจกันได้นะคะ   ฝากติดตามซุปเปอร์เตยทุกช่องทางด้วยค่ะ เลิฟ เลิฟนะคะทุกคน”