‘วัยรุ่น’เซ็ง! แจก‘เงินหมื่นดิจิทัล’เฟส 3 ไม่ทันสงกรานต์ ลุ้นรับเปิดเทอม

‘วัยรุ่น’เซ็ง! แจก‘เงินหมื่นดิจิทัล’เฟส 3 ไม่ทันสงกรานต์ ลุ้นรับเปิดเทอม

‘วัยรุ่น’เซ็ง! แจก‘เงินหมื่นดิจิทัล’เฟส 3 ไม่ทันสงกรานต์ ลุ้นรับเปิดเทอม

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.08 น.

‘วัยรุ่น’เซ็ง! แจก‘เงินหมื่นดิจิทัล’เฟส 3 ไม่ทันสงกรานต์ ลุ้นรับเปิดเทอม

28 มีนาคม 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ได้เสนอรายละเอียด โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เฟส 3 ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแจกเงินหมื่นผ่านเงินดิจิทัลวอลเล็ต ให้กับเด็กไทย อายุตั้งแต่ 16-20 ปี ประมาณ 2.7 ล้านคน ตามมติคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งมายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าจะบรรจุเข้าวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็ว ๆ นี้

“เงินดิจิทัลเฟส 3 คงแจกไม่ทันช่วงสงกรานต์ ขอให้รอก่อน เพราะยังมีขั้นตอนการเสนอเข้า ครม. ส่วนการจัดทำระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่ผ่านมาได้รับรายงานเบื้องต้นว่ากำลังเร่งดำเนินการอยู่” นายจุลพันธ์ กล่าว

ส่วนรายละเอียดการแจกเงินดิจิทัลเฟส 3 นั้น กระทรวงการคลัง แจ้งเหตุผลความจำเป็นของการดำเนินโครงการว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 67 โดยวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งยังพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อทดสอบระบบการชำระเงินกลางของประเทศ ใช้ฐานข้อมูลที่ได้ลงทะเบียนไว้ในแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการเริ่มดำเนินการเป็นครั้งแรก จะเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้ดิจิทัล (Digital Adoption) ได้สูง นั่นคือ เด็กไทยที่มีอายุตั้งแต่ 16-20 ปี รวมประมาณ 2.7 ล้านคน ก่อนเป็นลำดับแรก

การดำเนินโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ที่อยู่ในวัยเรียนมีโอกาสเข้าถึงการใช้จ่ายที่จำเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยเพิ่มการบริโภคสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง กระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ พึ่งพาตนเองได้ และเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพด้วย

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3

-มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ วันที่ส่งข้อมูลตรวจสอบกับกรมการปกครอง (ไม่รวมทะเบียนบ้านกลาง)

-มีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาท ในปีภาษี 2566

-มีเงินฝากรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 (เฉพาะบัญชีสกุลเงินบาท ไม่รวมบัญชีร่วม บัญชีเพื่อ และบัญชีโดย รวมถึงสลากออมทรัพย์)

-ไม่เป็นผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

-ไม่เป็นผู้ต้องขังตามฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ (นักโทษเด็ดขาด, ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา, ผู้ต้องกักขัง และผู้ต้องกักกัน)

-ไม่เป็นกลุ่มเป้าหมายในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือสิทธิสวัสดิการคนพิการ

เชียร์‘อุ๊งอิ๊งค์’สุดยอด! ‘อดีตสว.วันชัย’ชี้โดนซักฟอกครั้งแรก‘สอบผ่าน’ฉลุย

เชียร์‘อุ๊งอิ๊งค์’สุดยอด! ‘อดีตสว.วันชัย’ชี้โดนซักฟอกครั้งแรก‘สอบผ่าน’ฉลุย

เชียร์‘อุ๊งอิ๊งค์’สุดยอด! ‘อดีตสว.วันชัย’ชี้โดนซักฟอกครั้งแรก‘สอบผ่าน’ฉลุย

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.38 น.

เชียร์‘อุ๊งอิ๊งค์’สุดยอด! ‘อดีตสว.วันชัย’ชี้โดนซักฟอกครั้งแรก‘สอบผ่าน’ฉลุย

28 มีนาคม 2568 นายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ทนายวันชัย สอนศิริ” ระบุว่า…

นายกอุ๊งอิ๊ง…โดนครั้งแรกก็ผ่านแล้ว

จะไม่ขอพูดถึงฝ่ายค้านมากนัก เพราะข้อมูลที่นำมาอภิปรายก็งั้นๆ แหละ ไม่มีอะไรเด็ด ไม่ว้าว ไม่สามารถที่จะทำให้นายกอุ๊งอิ๊งสะดุ้งสะเทือนไปได้ มันก็แค่คันๆ เพราะเป็นเรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่ ใส่อารมณ์ใส่ความรู้สึกกับลีลาท่าทีกับผู้อภิปรายบางคน รุนแรงบ้าง หยาบคายบ้างก็ว่ากันไป เป็นเรื่องของคน Gen Y แต่จบแล้ว ผมว่าจบเลยสำหรับฝ่ายค้าน…

ส่วนนายกอุ๊งอิ๊งผมให้สอบผ่าน วัยขนาดนี้เพิ่งทำงานการเมืองครั้งแรก เป็นนายกได้แค่ครึ่งปี ยังไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ มาก่อน จะไปเทียบกับคุณอภิสิทธิ์ คุณชวน คุณสมัคร คุณจุรินทร์ คุณเฉลิม คุณสุเทพ คุณทักษิณ พลเอกประยุทธ์ หรือหมอชลน่าน และคุณสุทินคงไม่ได้…

เป็นครั้งแรกที่ต้องมานั่งให้เขาด่าทอ กล่าวหาโจมตี ตำหนิติเตียน วิพากษ์วิจารณ์ ใส่ร้ายป้ายสี สารพัดที่จะทิ่มตำต่อหน้าต่อตาจะๆ แจ้งๆ โต้งๆ ทั้งในสภานอกสภา เขาเห็นกันหมดทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่เมื่อถึงคราวตอบ… ควบคุมอารมณ์ได้ดี ชี้แจงได้ครบถ้วน สวนกลับได้ดอก… ผิดคาดมากๆ นึกไม่ถึงว่าจะทำได้ดีขนาดนี้ แม้จะไม่เหมือนนักการเมืองนักพูดนักอภิปรายบางคนก็ตาม การควบคุมอารมณ์ได้นี้เป็นเรื่องสุดยอด…

ผิดกับรัฐมนตรีบางคนที่ของขึ้น หัวร้อน แสดงออกทั้งกาย วาจา ใจที่ไม่เหมาะสม แต่นายกอุ๊งอิ๊งไม่เป็นเช่นนั้น นิ่ง สงบ ค่อยๆ ตอบ เรียกว่าทำได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เป็นการฝึกตัวเอง ควบคุมอารมณ์ ทนต่อการวิพากษ์วิจารณ์และรับฟัง…

นายกอุ๊งอิ๊งถ้าไม่มีใจอคติต่อการอภิปราย สิ่งไหนดี ถูกต้อง ก็รับมาปรับปรุงแก้ไข อะไรที่ไม่ใช่ไม่จริงก็ผ่านไป… การเมืองมันก็อย่างนี้แหละ เมื่อผ่านครั้งนี้ไปได้ก็จะทำให้นายกอุ๊งอิ๊งเข้มแข็ง… สามารถฟันฝ่าปัญหาต่างๆ ของประเทศไปได้ ขนาดต่อหน้าต่อตายังเจอมาแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็คงจะผ่านไปได้ตลอดรอดฝั่ง…

ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเถอะ คนไม่ชอบ คนจะอภิปรายด่าว่าก็อย่าไปโกรธไปเกลียดเขา กรวดน้ำคว่ำขันให้มันไป ควบคุมอารมณ์ให้ได้เหมือนวันที่ถูกอภิปรายแค่นี้ก็สุดยอดแล้ว…

ต่อไปอาจจะเป็นนายกหญิงของประเทศไทยคนหนึ่งซึ่งไม่ธรรมดาก็ได้…

‘สมชัย’ชี้เร่งรีบให้มี ‘บ่อนกาสิโน’ แบบไม่โปร่งใส ถึงเวลาปลุกปชช.ไล่รัฐบาลแล้ว

'สมชัย'ชี้เร่งรีบให้มี 'บ่อนกาสิโน' แบบไม่โปร่งใส ถึงเวลาปลุกปชช.ไล่รัฐบาลแล้ว

‘สมชัย’ชี้เร่งรีบให้มี ‘บ่อนกาสิโน’ แบบไม่โปร่งใส ถึงเวลาปลุกปชช.ไล่รัฐบาลแล้ว

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.35 น.

วันที่ 28 มีนาคม 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า โปรดโปร่งใสต่อประชาชน

การให้มีบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในไทยเป็นเรื่องใหญ่ที่สมควรให้คนไทยรับรู้และมีส่วนในการเลือกว่าอยากให้มีสิ่งนี้หรือไม่ เพราะมันคืออนาคตของลูกหลานคนไทยว่าจะอยู่ในบ้านเมืองที่มีสภาพสังคมแบบใด

หากบ่อนเสรี เพื่อจูงใจให้ต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยว ก็ต้องดูความคุ้มค่าในการลงทุนและประโยชน์ที่รัฐจะได้รับ ไม่ใช่สักแต่แค่ตั้งแล้วนักการเมืองได้ค่าปากถุงและประโยชน์อยู่ที่นักลงทุน

หากมุ่งเปิดเสรีให้แก่คนไทยให้เข้าไปเล่น โดยตัดเงื่อนไขมีเงินฝาก 50 ล้านบาทติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน และกำหนดเพียงค่าธรรมเนียมเข้า 5,000 บาทตามเจตนาที่แฝงเร้นแต่แรกของ ครม. รัฐบาลชุดนี้ได้คิดรอบคอบเกี่ยวกับสภาพสังคมไทยในอนาคตของลูกหลานชาวไทยเพียงใด

คนไทยที่ลุ่มหลงในการพนันไม่ว่ายากดีมีจนและคิดว่าการพนันคือทางลัดของความร่ำรวยและมีบ่อนเสรีที่เข้าง่าย ถึงจุดนั้น มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ กู้หนี้ยืมสินมาเล่น ภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม ปัญหาอาชญกรรมคงเกิดขึ้นในบ้านเมืองมากมาย สิ่งนี้ไม่ใช่จินตนาการ

เรื่องสำคัญขนาดนี้ ครม.ยังมีหน้าเอาเข้า ครม. เป็นการเร่งด่วน และเป็นวาระลับ แถมยังมาแถลงว่าเงื่อนไข 50 ล้านยังคงอยู่ แต่มีคนเห็นต่าง และให้ไปถกในสภา ไปแก้กันในขั้นกรรมาธิการ ที่พวกท่านครองเสียงข้างมาก

ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยค้าน ตอนนี้เงียบกริบ ถึงบางอ้อเลยรู้ว่า เขาแก้หลักการให้ผู้รักษาการกฎหมายนี้ที่มีอำนาจกำหนดจำนวนใบอนุญาต และเงื่อนไขการคัดเลือกต่าง ๆ เปลี่ยนจาก นายกรัฐมนตรีคนเดียว เป็นนายกรัฐมนตรีร่วมกับรัฐมนตรีมหาดไทย จบนะ

หากยังเดินหน้ารีบเร่งแบบไม่โปร่งใสอย่างนี้ คงถึงเวลาต้องช่วยกันไล่รัฐบาลแล้ว

007

‘อิ๊งค์’ย้ำยังไม่จ่ายตังค์ หนีภาษีได้อย่างไร เมิน’วิโรจน์’ยื่นสรรพากรสอบ

'อิ๊งค์'ย้ำยังไม่จ่ายตังค์ หนีภาษีได้อย่างไร เมิน'วิโรจน์'ยื่นสรรพากรสอบ

‘อิ๊งค์’ย้ำยังไม่จ่ายตังค์ หนีภาษีได้อย่างไร เมิน’วิโรจน์’ยื่นสรรพากรสอบ

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.21 น.

” อิ๊งค์”ย้ำ ปมตั๋ว PN ทำถูกต้องทุกอย่าง บอกไม่เป็นไร หลัง”วิโรจน์” ยื่นสรรพากรตรวจ ชี้ ยังไม่จ่ายเงิน  จะหนีภาษีได้ยังไง

วันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 08.40 น.ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2  กองบิน 6 (บน.6) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร  สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ไปยื่นกรมสรรพากร ให้ตรวจสอบกรณี ใช้ตั๋วP/N ( ตั๋วสัญญาใช้เงิน ในการซื้อหุ้นหรือทรัพย์สินอื่นใด ) ของน.ส.แพทองธาร ว่า ก็ให้เขาไปยื่น ทราบอยู่แล้วว่าต้องไปยื่น ก็ยื่น ไม่เป็นไร อย่างที่ตนชี้แจงในสภา ว่าทำทุกอย่างถูกต้องอยู่แล้ว 

“มันจะหนีภาษีได้อย่างไร มันยังไม่มีการจ่ายตังค์เลย ต้องจ่ายก่อนถึงจะคิดภาษีได้ และภาษีต้องเกิดจากกำไรด้วยซ้ำ อันนี้คือข้อที่ชัดเจนอยู่แล้ว นักวิชาการก็ออกมาพูด แต่ว่าก็นั่นแหละคะ”

นายกฯเตรียมส่งคนคุยม็อบเห็นต่าง ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’

นายกฯเตรียมส่งคนคุยม็อบเห็นต่าง 'เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์'

นายกฯเตรียมส่งคนคุยม็อบเห็นต่าง ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.01 น.

นายกฯ เตรียมคุยม็อบเห็นต่าง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ชี้ 10% สร้างกาสิโน ของขนาดพื้นที่ ไม่ใช่มูลค่าลงทุน 
   
 เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 28 มี.ค.68 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียว ร่างพระราชบัญญัติธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์) ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นต่างเตรียมยกระดับชุมนุม จะทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้บานปลายอย่างไร ว่า หลังจากการประชุมครม. ได้ให้สัมภาษณ์เรื่อง 10% ที่จะเป็นกาสิโน อาจมีความเข้าใจว่าเป็นเรื่องของเงินลงทุนซึ่งไม่ใช่ แต่ 10% ดังกล่าวเป็นเรื่องของพื้นที่ที่จะทำทั้งหมด เช่น ทำทั้งฟลอร์หรือทั้งชั้นให้เป็นคาสิโน ส่วนเรื่องเงินเป็นการประเมินว่าเมื่อทำแล้วจะได้เงินเข้าประเทศเท่าไหร่ อย่างไร และตอนนี้ทุกอย่างยังไม่ชัดเจน ต้องผ่านขั้นตอนแรกก่อน

เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เตรียมยกระดับการชุมนุมอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจและส่งคนไปคุยในรายละเอียด

ผู้สื่อข่าวถามถึงทำเลที่จะสร้างเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์จะมีที่จังหวัดภูเก็ตด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ยัง จะดูเป็นรายพื้นที่ไปก่อน เราเริ่มขั้นตอนแรกก่อน ถ้าเห็นประโยชน์อย่างไร จึงจะขยายต่อ

‘สมชาย’ชี้เป้าสอย’อุ๊งอิ๊งค์’ ตั๋ว PN เข้าข่ายผิดจริยธรรม

'สมชาย'ชี้เป้าสอย'อุ๊งอิ๊งค์' ตั๋ว PN เข้าข่ายผิดจริยธรรม

‘สมชาย’ชี้เป้าสอย’อุ๊งอิ๊งค์’ ตั๋ว PN เข้าข่ายผิดจริยธรรม

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.45 น.

วันที่ 28 มีนาคม 2568  นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยให้ นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเพราะขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ตามรธน มาตรา160(4)(5) โพสต์เฟซบุ๊กว่า  #สงครามยังไม่จบ#นิติกรรมอำพราง #เลี่ยงภาษี #ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ #ประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้างแรง

หลังเสร็จการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วสสพรรคฝ่ายค้านควรเข้าชื่อสส 1 ใน 10 หรือไม่น้อยกว่า 50 คน เสนอคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ แพรทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ด้วยเหตุที่ แพรทองธาร ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160(4)ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

เพราะพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้วางใจและตรวจสอบพบการกระทำของแพรทองธาร ชินวัตร ที่อาจเข้าข่ายการกระทำที่อาจทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ดังนี้

1)การทำตั๋วสัญญาการใช้เงิน (Promissory Note) ในการกู้ยืมเงินจากคนในครอบครัววงเงิน 4,434 ล้านบาท โดยไม่มีการกำหนดเวลาชำระคืนและไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ ตั๋วสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้น ตั้งแต่ พศ2559 นานถึง9ปี แต่ไม่มีการชำระเงินและดอกเบี้ย ไม่ระบุในสัญญาว่าจะชำระเมื่อใด อีกทั้งผู้ขายหุ้นส่วนใหญ่ ไม่ใช่พ่อแม่ แต่เป็นพี่สาว 2,388 ล้านบาท พี่ชาย 335 ล้านบาท, ลุง 1,315 ล้านบาท ป้าสะไภ้ 258 ล้านบาท ขณะที่มารดาเป็นผู้ให้หุ้นเพียง 136 ล้านบาท
จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเชื่อได้ ว่า บุคคลที่เป็นเครือญาติเหล่านั้นรีบร้อนขายหุ้น ให้ผู้รับที่ไม่พร้อมจะจ่ายเงิน และผ่านมานานถึง9ปี ยังไม่มีการชำระหนี้ใดๆ อีกเมื่อผู้ซื้อเป็นนายกรัฐมนตรี ยื่นบัญชีทรัพย์สินมีมากกว่า13,000ล้านบาท แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ดังกล่าวได้ อาจเข้าข่าย การทำนิติกรรมอำพราง หรือหลบเลี่ยงการชำระภาษี และอาจแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ

ถือเป็นกรณีที่เป็นรัฐมนตรีมีความไม่ซื่อสัตย์สุจริต และประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

2)การถือหุ้น เป็นกรรมการบริษัทและกรรมการบริหาร บริษัทอัลไพน์กอล์ฟแอนด์สปอร์ทคลับ ตั้งแต่ปี พศ 2544 -4 กันยายน2568 ซึ่งมีปัญหาเป็นที่ธรณีสงฆ์ เนื่องจาก เป็นที่ดินตามพินัยกรรมมรดกของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ที่มอบให้วัดธรรมิการามเพื่อใช้หาประโยชน์ทำนุบำรุงศาสนา เป็นที่ธรณีสงฆ์ตามคำพิพากษาและความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นที่ยุติแล้ว การครอบครองและบริหารที่ดินดังกล่าว หาประโยชน์ กำไร จึงเป็นการหาประโยชน์มิควรได้ จากที่ดินธรณีสงฆ์อันเป็นที่ดินของรัฐดังกล่าว เช่นเดียวกันกับที่ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงและตัดสิทธิทางการเมืองอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกรณีครอบครองที่ดินป่าสงวนเขาใหญ่ และคดีให้สส พ้นจากตำแหน่ง ตัดสิทธิ์การเมืองกรณีครอบครองที่ดินป่าสงวน ราชบุรี

ถือเป็นบรรทัดฐาน ที่ศาลฎีกาเคยวางเรื่องการประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองไว้แล้ว

3)พิจารณาดูให้ชัดเจนในประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พศ2564 ข้อ6(2)ข้าราชการการเมืองต้องยึดมั่นในกฎหมายและไม่ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น

นายกรัฐมนตรีเป็นข้าราชการการเมืองที่ต้องปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม ขณะนี้เข้าข่ายต้องสงสัยว่า มีความผิดจริยธรรมข้าราชการการเมืองด้วยการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายอันเป็นการผิดตามประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมืองข้อ6(2)หรือไม่

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่พรรคฝ่ายค้านจะได้พิสูจน์ตัวเองในการทำหน้าที่อย่างแท้จริงสมศักดิ์ศรีด้วยการ ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า เรื่องการทำสัญญาตั๋วใช้เงิน PN4.4พันล้านบาท ที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่า อาจเป็นนิติกรรมอำพรางหรืออาจเลี่ยงภาษี และการถือครองที่ธรณีสงฆ์ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ธรณีสงฆ์ของนายกรัฐมนตรี อาจถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายไม่สุจริตเป็นที่ประจักษ์และประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

ในฐานะผู้เคยยื่นต่อร้องศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ขอฝากสังเกตุเชิงบวกไปยังพรรคฝ่ายค้านถึง กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ26มีค68

มีมติเอกฉันท์รับคดีที่ สว รวบรวมรายชื่อยื่นร้องให้วินิจฉัย ความเป็นรัฐมนตรี ของนายภูมิธรรม เวชชยชัย และพตอ.ทวี สอดส่อง ไว้พิจารณา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพ.ร.ป.ว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 7 (4) ให้ผู้ถูกร้องทั้งสองยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน แต่ไม่ได้สั่งให้ผุ้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอคำวินิจฉัยนั้น น่าจะเป็นโอกาสดี ที่สส พรรคฝ่ายค้าน หรือสว ไม่น้อยกว่า1ใน10ของแต่ละสภา หรือ 1 ใน 10 ของสองสภารวมกัน จะได้เร่งดำเนินการรวบรวมรายชื่อ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในแนวทางเดียวกัน เพราะประสพการณ์ส่วนตัว เชื่อว่า ถ้าฝ่ายค้านยื่นข้อเท็จจริงประกอบข้อกฎหมายให้ชัดเจนแบบเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะมีมติรับไว้พิจารณาตามแบบทำนองเดียวกันก็ได้ครับ

ทำหน้าที่ตรวจสอบจริงจัง อย่าแค่อภิปรายเป็นวาทกรรมแล้วจบกัน #มวยล้มต้มคนดู

ทั้งนี้ นายสมชาย โพสต์ อีกว่า ชัดเจนฟันธงครับ ว่า อุ๊งอิ๊ง อาจเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง ข้อ6(2) ใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ส่วนตน ยื่นข้อเท็จจริงประกอบข้อกฎหมายต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา160(4)(5) หลุดเก้าอี้ชัวร์ เว้นแต่ฝ่ายค้านไม่เอาจริง แค่ปาหี่ไปวันๆ

007

นายกฯขอบคุณ’เมียนมา’ อภัยโทษปล่อยตัว 4 ลูกเรือประมงไทย สั่ง’รมว.ต่างประเทศ’เร่งรับตัวกลับ

นายกฯขอบคุณ'เมียนมา' อภัยโทษปล่อยตัว 4 ลูกเรือประมงไทย สั่ง'รมว.ต่างประเทศ'เร่งรับตัวกลับ

นายกฯขอบคุณ’เมียนมา’ อภัยโทษปล่อยตัว 4 ลูกเรือประมงไทย สั่ง’รมว.ต่างประเทศ’เร่งรับตัวกลับ

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.10 น.

นายกฯ ขอบคุณ “เมียนมา” อภัยโทษปล่อยตัว 4 ลูกเรือประมงไทย สั่ง “รมว.ต่างประเทศ” รับตัวกลับโดยเร็วที่สุด

วันที่ 28 มีนนาคม 2568 เวลา 08.40 น.ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2  กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6 ) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีทางการเมียนมา ออกคำสั่งอภัยโทษ ลูกเรือประมงไทย 4 คน ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานแล้วเรียบร้อย ที่จะส่งลูกเรือประมงไทยทั้ง 4 คนกลับมา 

เมื่อถามว่า จะมีการส่งตัวกลับมาเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังติดต่อทางเมียนมาอยู่ เขาบอกว่าจะเร็วที่สุด คิดว่าน่าจะเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่บอกวันมาว่าเป็นวันที่เท่าไหร่ อย่างไร แต่บอกว่าจะเร็วที่สุด เดี๋ยวตนจะถามกระทรวงการต่างประเทศต่อ เพราะคุยกับท่านทูตไว้ว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่ เพื่อจะได้มาบอกประชาชน 

ถามต่อว่า การปล่อยตัวครั้งนี้ เป็นกรณีที่ทางการไทยขอไป หรือทางเมียนมาอภัยโทษให้เลย นายกฯ กล่าวว่า เราขอตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และดำเนินการติดตามมาเรื่อยๆ เพราะต้องดู เรื่องของรูปคดีด้วย ว่าเหตุการณ์เกิดอะไรขึ้นบ้าง และเราติดตามเรื่องนี้มาตลอด ในที่สุดก็ได้เวลา ที่ของเขาก็ทำเรียบร้อยด้วย ซึ่งตกลงเรียบร้อยว่ามีการปล่อยตัว ถือว่าเป็นข่าวดีเรารอมาสักพักแล้ว ก็พยายามเร่งกระบวนการพูดคุยมาตลอด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเรา ก็ติดต่อกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมามาตลอด และเขาก็มาที่นี่ก่อนหน้านี้ด้วย 

จากนั้นเวลา 08.47 น.วันที่ 28 มี.ค. นายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวิตข้อความผ่าน X  ว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ได้รับแจ้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค. รัฐบาลเมียนมาได้ออกคำสั่งอภัยโทษลูกเรือประมงไทยทั้ง 4 คน บนพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเมียนมา ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามติดต่อหารืออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องของกระทรวงการต่างประเทศ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและทางการเมียนมา 

“ดิฉันได้มอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้เร่งดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการนำลูกเรือประมงไทยทั้ง 4 คน กลับสู่ครอบครัวโดยเร็วที่สุด ขอขอบคุณรัฐบาลเมียนมาต่อการตัดสินใจดังกล่าว” นายกฯ ระบุ

‘ดร.อานนท์’ซัดคนไร้รากเหง้า ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ เห็นชอบดันกาสิโน

'ดร.อานนท์'ซัดคนไร้รากเหง้า ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ เห็นชอบดันกาสิโน

‘ดร.อานนท์’ซัดคนไร้รากเหง้า ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ เห็นชอบดันกาสิโน

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.25 น.

‘ดร.อานนท์’ซัดคนไร้รากเหง้า ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ เห็นชอบดันกาสิโน

วันที่ 28 มีนาคม 2568 ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังที่ประชุมครม.เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือ Entertainment complex ว่า

ตั๋วบ่อนที่พยายามผลักดัน Entertainment complex โดยไอ้เหลี่ยมคนไร้รากเหง้า ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ จะส่งผลเสียต่อชาติบ้านเมืองอย่างร้ายแรงหากไม่แก้ไขกฎหมายเดิม 4 ฉบับก่อน คือ พรบ. การพนัน พรบ. คอมพิวเตอร์ พรบ. ฟอกเงิน พรบ. องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ต้องทำให้กฎหมายสี่ฉบับนี้ทันสมัยเสียก่อน

พระพุทธเจ้าหลวงทรงเห็นภัยอันตรายของบ่อนการพนันเป็นอย่างดี และทรงยกเลิกบ่อนการพนันในประเทศไทยตั้งแต่ต้นรัชกาล เพราะทรงเห็นอันตรายต่อประชาชน ทั้ง ๆ ที่ รายได้ของอากรบ่อนเบี้ยนั้นมากกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินในสมัยนั้น

พระราชหัตถเลขานี้ พระราชนิพนธ์ในพ.ศ. 2450 ระหว่างเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่สอง ที่อิตาลี หลังจากเสด็จออกจากมอนติกาโล เมืองการพนันอันมีชื่อทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

ทรงไปเข้าบ่อนกาสิโนใหญ่ยักษ์ในยุโรปมาเสียด่วย มันก็คือ Entertainment Complex สมัยนี้ที่พยายามจะตั้งในประเทศไทยนี่แหละครับ

นี่คือความแตกต่างระหว่างพระมหากษัตริย์กับนักการเมืองครับ

หมายเหตุ

จุฬาลงกรณ์ ปร., สยามินทร์ คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยะมหาราช

เจ้าสาย คือ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่ 5 หัวหน้าห้องพระเครื่องต้น

กรมดำรง คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

หญิงน้อย คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี

เปิด 5 เหตุผล! ทำไมรัฐบาล’อุ๊งอิ๊งค์’ ลุกลี้ลุกลนเร่งรีบอนุมัติ’กาสิโน’

เปิด 5 เหตุผล! ทำไมรัฐบาล'อุ๊งอิ๊งค์' ลุกลี้ลุกลนเร่งรีบอนุมัติ'กาสิโน'

เปิด 5 เหตุผล! ทำไมรัฐบาล’อุ๊งอิ๊งค์’ ลุกลี้ลุกลนเร่งรีบอนุมัติ’กาสิโน’

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.09 น.

‘เทพไท’เปิด 5 เหตุผล! ทำไมรัฐบาลชุดนี้ ลุกลี้ลุกลน เร่งรีบอนุมัติให้มีการเปิดบ่อนกาสิโนให้ได้โดยเร็ว

วันที่ 28 มีนาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ระบุหัวข้อว่า บ่อนกาสิโน ผลประโยชน์ลงตัว?

ทราบว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาและมีมติอนุมัติร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. แล้ว ทำให้รู้สึกแปลกใจมากว่า ทำไมรัฐบาลชุดนี้ จึงลุกลี้ลุกลน เร่งรีบอนุมัติให้มีการเปิดบ่อนกาสิโนให้ได้โดยเร็ว ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาชนทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุมของกลุ่ม คปท. ที่ปักหลักคัดค้านการเปิดบ่อนกาสิโนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ดูเหมือนรัฐบาลไม่รู้สึกหวั่นไหว กับกระแสต่อต้านของประชาชนเลย จึงเร่งอนุมัติ พ.ร.บ.กาสิโน ทันที ซึ่งน่าจะมาจากเหตุผลดังนี้

1.มั่นใจในเสียงสนับสนุนรัฐบาล หลังจากการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว เชื่อว่าเสถียรภาพของรัฐบาลมั่นคง ไม่มีอะไรมาสั่นคลอนได้

2.เป็นการเห็นพ้องกันในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล ที่จะผลักดันกฎหมายเปิดบ่อนเสรีให้ได้โดยเร็ว น่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ร่วมกัน

3.ไม่สนใจเสียงคัดค้านใดๆ จากภาคประชาสังคม และการชุมนุมของม็อบต่างๆ โดยมีความเชื่อว่าม็อบจุดไม่ติด

4.รัฐบาลชุดนี้จะครบวาระในปี 2570 ยังเหลือเวลาอีกไม่มาก ต้องรีบเร่งผลักดันการเปิดบ่อนกาสิโนให้เสร็จโดยเร็ว จะได้จัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลได้ลงตัว

5.รัฐบาลต้องเร่งอนุมัติการเปิดกาสิโนโดยเร็วแบบมัดมือชก ถ้าหากยืดเยื้อออกไปจะมีกระแสกดดันให้ทำประชามติ ซึ่งประเมินแล้วว่า จะไม่ผ่านประชามติ จึงรีบตัดไฟแต่ต้นลม ชิงอนุมัติกฎหมายเปิดบ่อนเสียก่อน

ขอเตือนว่า อย่าประมาทกระแสคัดค้านของประชาชน อย่าคิดว่ามือในสภามีมากเพียงพอ สามารถทำให้รัฐบาลอยู่ครบเดิมได้ แต่การเป็นรัฐบาลไม่ได้อยู่เฉพาะมือในสภาเท่านั้น แต่อยู่ที่ความศรัทธาของประชาชนนอกสภาด้วย

ระวังจะตายน้ำตื้น ก่อนคนเล่นการพนันจะตายเป็นผีการพนัน รัฐบาลผู้เปิดบ่อนการพนันจะตายก่อนนักพนัน.

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร ชั้นนายพล เป็นกรณีพิเศษ 232 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร ชั้นนายพล เป็นกรณีพิเศษ 232 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร ชั้นนายพล เป็นกรณีพิเศษ 232 ราย

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.54 น.

วันที่ 28 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ ราชกิจจาบุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 23 มี.ค.2568

โดยระบุ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพลเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่นายทหารชั้นสัญญาบัตร สังกัดกระทรวงกลาโหม ที่ได้รับราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการ จำนวน 232 ราย ดังนี้ เช่น

สำนักงานรัฐมนตรี

1.พันเอกหญิง นุสรา จันทรศรีวงศ์ เป็น พลตรีหญิง

2.พันเอกหญิง บุษบา เขม้นงาน เป็น พลตรีหญิง

3.นาวาอากาศเอกหญิง วิภาวรรณ ทองใบใหญ่ เป็น พลอากาศหญิง