‘เอกราช’เปิดใจ‘คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก’ ชิ่ง‘ภูมิใจไทย’เข้าค่าย‘กล้าธรรม’

‘เอกราช’เปิดใจ‘คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก’ ชิ่ง‘ภูมิใจไทย’เข้าค่าย‘กล้าธรรม’

‘เอกราช’เปิดใจ‘คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก’ ชิ่ง‘ภูมิใจไทย’เข้าค่าย‘กล้าธรรม’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.57 น.

‘เอกราช’เผยผู้ใหญ่ 2 พรรค‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’เคลียร์กันแล้ว บอก‘อนุทิน’ขับออกจากพรรคเมื่อไรเปิดตัวทันที อ้างเพื่อความสบายใจ-ทำงานในพื้นที่คล่องตัว

เมื่อเวลา 10.48 น.วันที่ 26 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีย้ายไปอยู่กับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ว่า การย้ายพรรคครั้งนี้เป็นเหตุผลส่วนตัว เพื่อความเหมาะสมทางการเมือง หากถูกขับออกจากพรรคภูมิใจไทยเมื่อไร ก็พร้อมเปิดตัวกับพรรคกล้าธรรมทันที ซึ่งผู้ใหญ่ทั้ง 2 พรรคพูดคุยตกลงกันแล้วว่าจะขับ เมื่อดำเนินการเมื่อไร ก็เปิดตัวได้เมื่อนั้น

“ผมได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้ว ท่านระบุว่าเข้าใจ และพร้อมทำตามความต้องการของผม ท่านอนุทินกับผม มองตาก็รู้ใจ และท่านก็ไม่ได้เหนี่ยวรั้งอะไร และทั้ง 2 พรรคก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว” นายเอกราช กล่าว

เมื่อถามว่า นายอนุทิน จะยอมขับออกจากพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น ส่วนเหตุผลที่ตนขอย้ายพรรคเป็นเรื่องความเหมาะสมในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว และเพื่อความสบายใจในการทำงานการเมือง และคิดว่าหากย้ายออกจากพรรคภูมิใจไทยจะทำงานได้คล่องตัวกว่า ซึ่งเหตุผลส่วนตัวมีเพียงเท่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ติดขัดหรืออึดอัดกับเรื่องใดในการทำงานในพื้นที่หรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้ เอาเป็นว่าคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าความเป็นพรรคภูมิใจไทยทำให้ทำงานในพื้นที่ไม่สะดวกใช่หรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบ 

เมื่อถามว่า เป็นเพราะการทับซ้อนกันในพื้นที่ใช่หรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของการทับซ้อนพื้นที่กัน แต่เป็นเรื่องของความเห็นต่างภายในจังหวัด ดังนั้น เพื่อความสบายใจตนจึงขอถอยออกมา และต้องการทำเพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งการจะย้ายออกครั้งนี้ไม่ถึงขั้นแตกหักแต่จากกันด้วยดี อีกทั้งพรรคการเมืองก็ต้องมีการดีลงานด้วยกัน

เมื่อถามว่า การขับออกจากพรรคภูมิใจไทยคิดว่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้หรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า คงอีกไม่นาน 

เมื่อถามว่า นายอนุทิน ระบุว่าอีก 2 ปีก็จะมีการเลือกตั้งแล้วคงไม่ต้องขับออกจากพรรคก็ได้ นายเอกราช กล่าวว่า ไม่น่าจะรอได้แล้ว

เมื่อถามว่า คิดว่าการย้ายพรรคครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดหรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า คิดว่าใช่ เพราะเรามีความมั่นใจที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างมิติใหม่ ขอให้ สื่อมวลชนรอติดตามดูก็แล้วกัน และรอดูบทบาทใหม่ได้

เมื่อถามว่าจะพาลูกชาย นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ไปด้วยหรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เพราะเขาโตแล้วคงพิจารณาได้ ขณะเดียวกันตอนนี้ก็เป็นนายกอบจ.อยู่ ก็คงตัดสินใจเองได้

เมื่อถามถึงเหตุผล ที่เลือกพรรคกล้าธรรม เพราะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เสนออะไรให้หรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า ตนกับร.อ.ธรรมนัส เป็นเพื่อนตายกัน และผูกพันกันมานานมาก ดังนั้น เมื่อตนมีความประสงค์จะหาพรรคเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง เราก็ต้องเข้าหาเพื่อนที่มีความเชื่อมั่น ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส เป็นบุคคลที่ตนมีความเชื่อมั่น

เมื่อถามว่า คิดว่าประชาชนในพื้นที่จะเข้าใจเรื่องการย้ายพรรคครั้งนี้หรือไม่ เพราะย้ายมาหลายพรรคการเมืองแล้ว นายเอกราช กล่าวว่า ประชาชนเห็นด้วย 100% และตนได้คิดเรื่องนี้มาครึ่งปีแล้ว

‘ธรรมนัส’ลั่นไม่ชอบเป็นอีแอบ ปัดดึง‘10 สส.งูเห่า’มุ่งเพิ่มโควตารัฐมนตรี

‘ธรรมนัส’ลั่นไม่ชอบเป็นอีแอบ ปัดดึง‘10 สส.งูเห่า’มุ่งเพิ่มโควตารัฐมนตรี

‘ธรรมนัส’ลั่นไม่ชอบเป็นอีแอบ ปัดดึง‘10 สส.งูเห่า’มุ่งเพิ่มโควตารัฐมนตรี

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.46 น.

‘ธรรมนัส’ให้ตามหา‘10 สส. งูเห่า’เอง เผยคุย‘เสี่ยหนู’ดึง‘เอกราช’มาอยู่ด้วย เพื่อความชัดเจน ไม่ชอบเป็นอีแอบ แจงไม่ได้‘ดูด สส.’หวังเพิ่มโควตา รมต.

26 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เคยระบุว่า จะมี 10 สส.ฝ่ายค้าน มาสนับสนุนรัฐบาล ว่า ตนยืนยันว่า 10 คน ไปหาเองแล้วกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจาก น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เหลืออีก 9 คน มีการระบุมาจากพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 5 คน ที่เหลืออีก 4 มาจากไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เอาเป็นว่าถ้ามาจากฝ่ายค้าน ไปหาดู

เมื่อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่า วันนี้ 10 เสียงงูเห่ามาครบ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าไปเรียกเขางูเห่า มันเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัวของเขา ซึ่งอะไรที่ตนพูดไปก็เป็นไปตามนั้น

เมื่อถามอีกว่า จากนี้จะได้เห็น สส.กลุ่มนี้ไปร่วมกิจกรรมกับพรรค กธ.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าลงพื้นที่ก็จะเห็น สส.มาร่วมกิจกรรม

ต่อข้อถามว่า ขณะนี้ สส. 10 คน ไม่สามารถย้ายพรรคได้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวก็มีทยอยเข้ามา

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรกับเสียงวิจารณ์ว่า รัฐบาลมี สส.งูเห่า ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่อยากใช้คำว่า งูเห่า ใช้คำว่า เพื่อนร่วมอุดมการณ์ โดยจุดยืนชัดเจนว่า ทำเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชน  

เมื่อถามว่า หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรรค กธ.จะได้เก้าอี้เพิ่มหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราไมได้ทำเพื่อตำแหน่งโควตา ครม. แต่เราทำเพื่อให้รัฐบาลเข้มแข็ง

เมื่อถามอีกว่า หากมีการเกลี่ยจะต้องได้โควตาเพิ่มใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ. ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้เขาไปคุย

เมื่อถามต่อว่า นายกฯส่งสัญญาณปรับ ครม.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า  ตนไม่เคยเข้าร่วมประชุมพรรคร่วม จะเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคมากกว่า ฉะนั้น สัญญาณต่างๆ นายกฯจะส่งผ่านหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ซึ่งตนทราบมาว่าไม่มี

เมื่อถามย้ำว่า มีการพูดคุยกับนายกฯเป็นการส่วนตัวหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนคุยกับนายกฯทุกคน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มาอยู่กับพรรค กธ.ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “อ๋อ ผมคุยกับหัวหน้าพรรค ภท.แล้ว เราเข้าใจกันแล้ว ให้มันชัดเจน เราไม่ชอบเป็นอีแอบ”

เมื่อถามอีกว่า นายเอกราชจะมาร่วมงานในสมัยหน้าใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้จะทำให้พรรค ภท.กับพรรค กธ.ต้องมาทะเลาะกัน ไม่ใช่ เราคุยกันชัดเจน ฉะนั้น ใครก็ตามที่นั่งข้างผม เขาให้ใจผม”

เมื่อถามว่า เสียงของรัฐบาลขณะนี้เพียงพออยู่แล้วที่จะให้นายกฯผ่านอภิปรายไม่ไว้วางใจ เหตุใดจึงต้องหาเสียง สส.มาเติม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรค กธ. เราจะหาสมาชิกและเครือข่ายสำหรับการเลือกตั้ง การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน

เมื่อถามย้ำว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่า พรรค กธ.มีศักยภาพมากขึ้นหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เจตนาเราพูดมาโดยตลอดว่า เราจะเป็นสถาบันการเมือง เป็นทางเลือกของประชาชน ตนและนางนฤมลได้คุยกันกับกรรมการบริหารพรรคมาโดยตลอดว่า หลังจากเสาร์ อาทิตย์ เราจะไม่หยุด เราจะลงพื้นที่ เพื่อเฟ้นหาผู้สมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ จ.ชุมพร จนถึงนราธิวาส อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงขณะนี้เรามี สส.ทุกภาค พรรค กธ.เป็นพรรคเดียวที่มี สส.ทุกภาค

เล่าด้วยภาพ!ควันหลงศึกซักฟอก ‘อิ๊งค์’ระรื่น ‘เท้ง-ไหม’โผล่ร่วมเฟรมชักภาพ

เล่าด้วยภาพ!ควันหลงศึกซักฟอก ‘อิ๊งค์’ระรื่น ‘เท้ง-ไหม’โผล่ร่วมเฟรมชักภาพ

เล่าด้วยภาพ!ควันหลงศึกซักฟอก ‘อิ๊งค์’ระรื่น ‘เท้ง-ไหม’โผล่ร่วมเฟรมชักภาพ

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.36 น.

เล่าด้วยภาพควันหลงศึกซักฟอก!‘อิ๊งค์’ระรื่นเก้าอี้นายกฯเหนียวหนึบ ‘เท้ง-ไหม’โผล่ร่วมเฟรมชักภาพห้อมล้อมด้วย‘นายกฯ-ครม.’ ขณะที่‘บิ๊กป้อม’มาแบบเรียบเฉย ส่วนบรรดา‘ผู้แทนฯ’จับกลุ่มแชะภาพชื่นมื่น

26 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติในญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล(น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี) ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และคณะ เป็นผู้เสนอ ไปด้วยคะแนนเสียงไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร 319 ต่อ 162 เสียง โดยใช้เวลาตั้งแต่การลงมติจนถึงปิดประชุมไปไม่ถึง 20 นาทีนั้น

สำหรับบรรยากาศภายในห้องประชุมสภาฯ เป็นไปด้วยดี บรรดาคณะรัฐมนตรี(ครม.) สส.ทั้งซีกพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต่างจับกลุ่มพูดคุย รวมกลุ่มถ่ายภาพเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยเฉพาะน.ส.แพทองธาร ที่ได้รับคะแนนโหวตไว้วางใจให้ทำหน้าที่นายกฯต่อไป มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นกันเอง ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ได้ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาร่วมลงมติในที่ประชุม มีสีหน้าเรียบเฉย

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า นายณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ รวมถึงน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ก่อนหน้านี้อภิปรายในหัวข้อ “ดีลแลกประเทศ” ต่อ น.ส.แพทองธาร กระทบชิ่งถึงบุคคลภายนอกอย่าง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯผู้เป็นพ่อ แบบดุเดือด ก็ได้ขึ้นไปร่วมเฟรมถ่ายภาพบนบัลลังก์กับน.ส.แพทองธาร พร้อมด้วยบรรดา ครม.อีกด้วย

‘ปชป.’เสียงแตก! เปิด 4 รายชื่อ งดออกเสียงไว้วางใจ‘แพทองธาร’

‘ปชป.’เสียงแตก! เปิด 4 รายชื่อ งดออกเสียงไว้วางใจ‘แพทองธาร’

‘ปชป.’เสียงแตก! เปิด 4 รายชื่อ งดออกเสียงไว้วางใจ‘แพทองธาร’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.16 น.

‘ปชป.’เสียงแตก! เปิด 4 รายชื่อ ‘งดออกเสียง’ไว้วางใจ‘แพทองธาร’ ขณะที่‘เดชอิศม์’แจง‘นายกฯ’รู้แล้ว มั่นใจไร้ปัญหา

26 มีนาคม 2568 นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข สส.สงขลา ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังโหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มี 21 เสียงที่โหวตไว้วางใจนายกฯ โดยมี 4 คน งดออกเสียง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่มีการแจ้งกับนายกฯ และพรรคร่วมว่าประชาธิปัตย์จะมีงดออกเสียง 4 เสียงนั้น ต่างโอเคใช่หรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า “ครับ ตามนี้ครับ ตอนแรกเราจะเสนอให้เป็นมติพรรค แต่ทั้ง 4 คนขอใช้เอกสิทธิ์”

เมื่อถามว่า จะมีปัญหาในการทำงานหรือไม่ โดยเฉพาะการลงมติร่างกฎหมายในสภา นายเดชอิศม์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจใช้เอกสิทธิ์ สส.ได้ แต่กฎหมายอีกหลายฉบับใช้เอกสิทธิ์ไม่ได้ ต้องเป็นมติพรรคเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 4 เสียง ก็สนับสนุนร่างกฎหมายของรัฐบาลมาโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 4 เสียงที่งดออกเสียง ประกอบด้วย 1.นายชวน หลีกภัย 2.นายบัญญัติ บรรทัดฐาน 3.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ และ 4.นายสรรเพชญ บุญญามณี สส. สงขลา

พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ฯ ส่งกลับเลขาฯ ครม.แล้ว ขอรอบรรจุวาระให้พิจารณา

พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ฯ ส่งกลับเลขาฯ ครม.แล้ว ขอรอบรรจุวาระให้พิจารณา

พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ฯ ส่งกลับเลขาฯ ครม.แล้ว ขอรอบรรจุวาระให้พิจารณา

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.58 น.

“จุลพันธ์” เผย ยันร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ส่งกลับเลขาฯ ครม.แล้ว ขอรอบรรจุวาระให้ครม.พิจารณา

วันที่ 26 มีนาคม 2568 เวลา 08.55 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์) ว่าหลังจากที่ร่างดังกล่าวถูกส่งมาให้ทางกระทรวงการคลังยืนยัน และส่งรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ได้ส่งกลับไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งต้องรอว่าเลขาฯครมจะบรรจุวาระ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเมื่อใด

‘อิ๊งค์’นั่งหัวโต๊ะเช็คเสียงโหวตอภิปราย ‘ทวี-วราวุธ’กางวาทะเด็ด

‘อิ๊งค์’นั่งหัวโต๊ะเช็คเสียงโหวตอภิปราย ‘ทวี-วราวุธ’กางวาทะเด็ด

‘อิ๊งค์’นั่งหัวโต๊ะเช็คเสียงโหวตอภิปราย ‘ทวี-วราวุธ’กางวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.58 น.

‘อิ๊งค์’หัวโต๊ะ ประชุมพรรคร่วมก่อนโหวต ขอบคุณ รมต.ช่วยกันแจง ลั่นรัฐบาลจะเข้มแข็งต่อไปจนจบสมัยแน่นอน ‘อนุทิน’อวยนายกฯเก่งมาก ‘วราวุธ’ลั่นถ้า‘นายใหญ่’ไม่รอดเราก็ไม่รอด ‘ทวี’บอกกดโหวตผิดชีวิตเปลี่ยน ‘เดชอิศม์’การันตี 21 เสียง‘ปชป.’ ด้าน‘ไผ่’ย้ำ‘กล้าธรรม’ทิศทางเดียวกัน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมสส.พรรคเพื่อไทย (พท.) และหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนการลงมติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยมีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เป็นประธานการประชุม โดยมีรัฐมนตรีของพรรค พท. ได้แก่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวานิช รมช.มหาดไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะที่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน  ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม(กธ.) นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า วันนี้เราจะได้เห็นความสามัคคีของพรรคร่วมรัฐบาลที่ทุกพรรคจับมือกันแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน เราจะทำหน้าที่เพื่อดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนไปในทิศทางเดียวกัน เป็นความสามัคคีของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะทำให้เราผ่านอุปสรรคไปได้ วันนี้เราจึงได้เชิญหัวหน้าพรรคและเลขาพรรคร่วมรัฐบาลมาประชุมร่วมกัน ถือเป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์เช่นนี้ รวมถึงมี “นายกฯ” มาขอบคุณสส.ที่ทำหน้าที่อย่างหนักแน่นมาตลอด 2 วัน

ด้าน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ตนถูกอภิปราย ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำจากสส.หลายคนและเชื่อว่าสส.คงอดหลับ อดนอนและทำหน้าที่ตัวเองมาอย่างหนักมาตลอด 2 วัน ขอบคุณสส.จากพรรค พท.และพรรคร่วมรัฐบาล ขอบคุณที่ช่วยกันอย่างเต็มใจไม่ว่าเป็นเรื่องการชี้แจงในประเด็นต่างๆ หรือการควบคุมให้เกิดความเรียบร้อยในสภาและผ่านไปได้ด้วยดี ครั้งนี้ที่มีการอภิปรายเกิดขึ้นตนพูดจากความจริงใจได้เลยว่าขอขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล

ระหว่างนี้นายพีระพันธุ์  เดินเข้ามา น.ส.แพทองธาร จึงกล่าวแซวว่า เสียดายเวทีเล็กไปนิด แต่พรรคร่วมของเราเหนียวแน่น ขอขอบคุณรัฐมนตรีทุกท่านด้วย ที่เกี่ยวกับกระทรวงใดก็ขึ้นมาชี้แจงเอง รวมถึงมีข้าราชการไปช่วยกันตอบโดยตนไม่ต้องขอร้อง เพราะการชี้แจงเป็นสิ่งสำคัญทำให้ประชาชนเข้าใจ ตนอยากรู้จักกับพรรคร่วมคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะนัดกันทีหลัง และขอบคุณสส.ของพรรค พท.ไม่ว่าจะเป็น สส.ที่ส่งให้ข้อความที่ส่งให้ รู้สึกอบอุ่น เมื่อวานนี้กลับไปบ้านก็ยังนอนไม่หลับ  รู้สึกว่าวันนี้จะทำอะไรต่อเพราะยังมีความมั่นใจ ได้กลับไปดูคลิปที่รัฐมนตรีได้ชี้แจง เชื่อว่ารัฐบาลของเราจะเปลี่ยนชีวิตของประชาชนได้จริง รัฐบาลที่มีพรรคร่วมหลายพรรค ไม่เหมือนกันหรอก แต่ก็เชื่อว่าจะตกลงกันได้ ขอบคุณที่มีการตัดสินใจและเปิดใจซึ่งเป็นเรื่องที่น่านับถือ และทำให้ตนทำงานได้ง่ายขึ้น รัฐบาลของเราต้องทำให้คนมีกินมีใช้จริง ตอนนี้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ซึ่งตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดความเดือดร้อนมีตรงไหนก็ขอให้พูดกันแล้วเราจะช่วยกันรัฐบาลของเราจะเข้มแข็งต่อไปจนจบสมัยแน่นอน

ด้านนายอนุทิน กล่าวว่า ขอบคุณจากใจ ท่านนายกฯ เก่งมาก มีวุฒิภาวะมีการพัฒนาความเป็นผู้นำขึ้นทุกวัน ตนได้ทำงานร่วมกับท่านก็เห็น ทำให้การทำงานสะดวกมีอะไรก็พูดคุยและสามารถหาข้อยุติและตกลงกันได้ พรรค ภท.ในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็มีความมั่นใจในการนำของนายกแพทองธาร และยืนยันว่าพรรค ภท.จะให้ความมั่นใจและความไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

ส่วนนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนได้ร่วมทำงานกับนายกตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการสนับสนุนจากนายเศรษฐาและน.ส.แพทองธาร ในการปฏิบัติหน้าที่จึงทำให้การทำงานของตนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ในหลายเรื่อง และได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของน.ส.แพทองธาร ได้เห็นการสร้างปรองดองในพรรคร่วมรัฐบาล จึงเชื่อว่ารัฐบาลภายใต้การนำของน.ส.แพทองธาร จะได้รับการแก้ไข

ทางด้านนายวราวุธ กล่าวว่า รัฐนาวาลำนี้ พวกเราจะเห็นแล้วว่า ใครจะเก่งแค่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าหัวไม่รอด เราก็ไม่รอด ในทางกลับกัน ใครจะมีข้อบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์บ้าง แต่ถ้านายใหญ่รอด นายกฯรอด พวกเราก็รอด จึงอยากให้ความมั่นใจกับนายกฯว่า พรรคร่วมรัฐบาลต้องทำทุกอย่างให้รอดให้ได้ ขอย้ำว่า ถ้านายกฯไม่รอด ก็ไม่มีใครรอดสักคน เพราะฉะนั้น พรรคร่วมรัฐบาลต้องทำให้นายกฯรอด

ด้านพ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราทำหน้าที่รัฐบาลยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำแต่มาถูกอภิปราย คำอภิปรายส่วนใหญ่เป็นเรื่องในอดีตที่ค้างคาใจมาทำกันต่อ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลให้กำลังใจนายกฯ ซึ่งนายกฯ ทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ทำให้พวกเขามีขวัญและกำลังใจ ที่สำคัญ อย่ากดลงมติผิด เพราะกดผิดชีวิตเปลี่ยน ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลมีความพร้อมและเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ส่วนนายเดชอิศม์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันไม่มีโหวตสวนสักคนเดียวแน่นอน ซึ่งเสียงที่จะโหวตนายกฯ นับไว้ที่ 21 เสียงไว้ก่อน เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์สส. แต่รับรองว่าไม่มีโหวตไม่สนับสนุนอย่างแน่นอน

ด้านนายไผ่ กล่าวว่า ตลอดเวลาฟังการอภิปรายฯได้เห็นว่านายกฯเป็นผู้นำจริงๆ ซึ่งพรรคกล้าธรรม พูดคุยกัน ก็เห็นด้วยทั้งหมด สิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายส่วนใหญ่เป็นวาทกรรม เพราะนายกฯเพิ่งจะทำงานได้เพียง 6 เดือน อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่เรานำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนแก่ท่านนายกฯ ก็ได้รับการช่วยเหลือตลอด จึงมั่นใจว่าวันนี้พรรคกล้าธรรมจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน   ///-005

‘นายกฯอิ๊งค์’ขอบคุณทุกคะแนนโหวตท่วมท้น ‘ไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจ’

'นายกฯอิ๊งค์'ขอบคุณทุกคะแนนโหวตท่วมท้น 'ไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจ'

‘นายกฯอิ๊งค์’ขอบคุณทุกคะแนนโหวตท่วมท้น ‘ไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจ’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.51 น.

นายกฯขอบคุณทุกคะแนนโหวตท่วมท้นไว้วางใจ -ไม่ไว้วางใจ เป็นพลังมุ่งมั่นทำงานเพื่อปชช.ต่อไป

วันที่ 26 มีนาคม 2568 เวลา 10.19 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวิตผ่าน X ภายหลังผู้แทนราษฎรลงมติไว้วางใจนายรัฐมนตรี ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีข้อความระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ ดิฉันขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งได้ร่วมชี้แจงทุกประเด็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่ร่วมกระบวนการตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของประเทศทุกคะแนนเสียง ทั้งสนับสนุน และเสียงไม่ไว้วางใจ จะเป็นพลังให้ดิฉันและครม.มุ่งมั่นทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป

“ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐสภา ข้าราชการ สื่อมวลชน ทีมงาน และพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ติดตาม และให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ค่ะ” นายกฯระบุ.

‘ประเสริฐ’ยันกฎหมายไซเบอร์ สิ้นเดือนนี้จบแน่

'ประเสริฐ'ยันกฎหมายไซเบอร์ สิ้นเดือนนี้จบแน่

‘ประเสริฐ’ยันกฎหมายไซเบอร์ สิ้นเดือนนี้จบแน่

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.43 น.

‘ประเสริฐ’ ยัน กฎหมายไซเบอร์สิ้นเดือนนี้จบแน่

เมื่อเวลา08.55 น.วันที่ 26 มี.ค.  ที่อาคารรัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (พ.ร.ก.ไซเบอร์) ว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ที่กฤษฎีกา ซึ่งล่าสุดคุยกับกฤษฎีกาได้รับการยืนยันว่า สิ้นเดือนนี้จะเสร็จสิ้น ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เมื่อกฤษฎีกาทำเสร็จสิ้นแล้ว ก็คาดว่าน่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้เลย ตนเข้าใจว่าขณะนี้ทุกฝ่ายเร่งหมด ตนก็เร่งอยู่แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ถามกฤษฎีกาไปทุกสัปดาห์ เขาก็ยืนยันว่าเดือนนี้เสร็จ

“ทั้งนี้ทราบว่ามันติดปัญหา เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่อาจจะไปทับซ้อนกับกฎหมายอื่นนิดนึง ส่วนเรื่องการมีส่วนร่วมที่ให้ธนาคารและค่ายมือถือรับผิดชอบไม่มีปัญหาเลย ฉะนั้นขอให้รอสิ้นเดือนนี้จบแน่”นายประเสริฐ ย้ำ 

‘ผส.พข.9’ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

'ผส.พข.9'ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

‘ผส.พข.9’ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

นายวิรุธ คงเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 พร้อมด้วย นางสาวหงส์ลดา นาคฉ่ำ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ สถานีพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการพระราชดำริสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการลดใช้สารเคมีทางการเกษตรและลดการเผาในพื้นที่ต้นน้ำ ม.10 บ้านโล๊ะโค๊ะ ม.26 บ้านป่าหมาก อ.โกสัมพีนคร และบ้านป่านาคา ม.8 ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน และติดตามผลการดำเนินงาน 1) โครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) บ้านเกาะรากเสียด ม.2 ต.เพชรชมพู อ.โกสัมพีนคร 2) โครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติทางการเกษตร บ้านทุ่งธารทอง ม.16 ต.โกสัมภี อ.โกสัมพีนคร 3) โครงการสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ต.โกสัมพี อ.โกสัมพี 4) โครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด ต.ลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพีนคร 5) แปลงขยายพันธุ์หญ้าแฝกเพื่อปลูก อ.โกสัมพีนคร ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานแล้วเสร็จตามแผนงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่กำหนดไว้

– 006

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

นายภักดี พลเยี่ยม เกษตรกรหมู่ 10 หมู่บ้านโคกล่าม ต.หนองใหญ่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบปัญหาจากเกษตรเชิงเดี่ยว โดยก่อนหน้านี้ปลูกมันสำปะหลังและอ้อย แต่เกิดภาวะขาดทุนและหน้าดินเสื่อมโทรม จึงหันมายึดแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชหลากหลายชนิดแบบผสมผสาน โดยนำระบบวนเกษตร คือการจำลองสภาพป่าธรรมชาติมาใช้

จากพื้นที่ 10 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา มีสระน้ำ 2 แห่ง แบ่ง 7 ไร่มาทำวนเกษตร ปลูกไม้ป่า/ไม้พื้นถิ่นอย่างไผ่เลี้ยง ยางนา พยุง ประดู่ สัก ตะขบ เครือไม้ ไม้ผลและสมุนไพร เช่น มะพร้าว มะม่วง ขนุน ฝรั่ง ปลูกข้าว เลี้ยงควาย ไก่และปลา มีรายได้ 7 หมื่นบาทต่อปี มีสินค้าเกษตรแปรรูป เช่น สบู่ กระเช้าเถาวัลย์ และมีองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดได้ เช่น เลี้ยววัว เลี้ยงไก่ ขยายพันธุ์พืชและแปรรูปสมุนไพร

“การปลูกไม้ป่าร่วมกับการเพาะกล้าไม้ ช่วยสร้างรายได้และอนุรักษ์พันธุ์ไม้ให้อยู่กับระบบนิเวศอย่างอุดมสมบูรณ์” นายภักดี กล่าว