‘พิชัย’ยันเร่งลุยมาตรการ‘ซื้อหนี้ประชาชน’ หวังคิกออฟก่อน มิ.ย.นี้

‘พิชัย’ยันเร่งลุยมาตรการ‘ซื้อหนี้ประชาชน’ หวังคิกออฟก่อน มิ.ย.นี้

‘พิชัย’ยันเร่งลุยมาตรการ‘ซื้อหนี้ประชาชน’ หวังคิกออฟก่อน มิ.ย.นี้

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.15 น.

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการซื้อหนี้ประชาชนจากธนาคาร จะมีความชัดเจนเมื่อใด หลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2568 นี้ ว่า จะพยายามเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการโดยเร็ว เพราะประเทศไทยรอช้าไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่า โครงการนี้จะชัดเจนก่อนเข้าสู่ไตรมาส 3 ช่วงเดือนมิถุนายน ได้หรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ตนก็อยากจะดำเนินการให้เร็วกว่านั้น​ เมื่อถามว่า มาตรการดังกล่าวจะออกมาในรูปแบบซื้อหนี้เสีย หรือ NPL เหมือนปี 2540 ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือไม่ นายพิชัย​ กล่าวว่า น่าจะประมาณนั้น​

ผู้สื่อข่าวถามถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น จะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หรือไม่ นายพิชัย ยิ้ม ไม่ตอบคําถาม และเดินทางกลับทันที

‘อนุทิน’ออกปากชม! ‘นายกฯอิ๊งค์’ชี้แจง‘ซักฟอก’ถึงสั้นแต่มั่นใจ

‘อนุทิน’ออกปากชม! ‘นายกฯอิ๊งค์’ชี้แจง‘ซักฟอก’ถึงสั้นแต่มั่นใจ

‘อนุทิน’ออกปากชม! ‘นายกฯอิ๊งค์’ชี้แจง‘ซักฟอก’ถึงสั้นแต่มั่นใจ

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.03 น.

“อนุทิน”ชม”นายกฯอิ๊งค์” ชี้แจง”ซักฟอก”ถึงสั้นแต่มั่นใจ บอกไม่ใช่เก็งข้อสอบถูก แต่รัฐบาลมีความพร้อมมากกว่า ซัดฝ่ายค้านจ่อยื่น ป.ป.ช.แค่พิธีกรรม เชื่อเสียงพรรคร่วมเอกฉันท์ไม่มีขาด มอง”พล.อ.ประวิตร”มีความพยายาม เชื่อเด่น 1 ใน 5 เป็นดาวสภาได้

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 วันแรก ว่า ทุกคนก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด การอภิปรายเป็นการตอบข้อสังสัย ไม่ใช่เป็นการอภิปรายเพื่อเค้นหาความผิด ถ้าอยู่ในกติกาก็เคลียร์กันไปทีละประเด็น ซึ่งอาจจะไม่มันส์ ไม่สะใจ แต่ก็เป็นการตีแผ่ข้อเท็จจริง

“เราไม่ได้ต้องการให้เกิดความมันส์ หรือ ปะ ฉะ ดะ กันเลือดโชก ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเสียหายเราก็ตอบ” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่อภิปรายนั้นเป็นข้อมูลใหม่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนก็มีแหล่งข้อมูลจากหลายแห่ง มีทั้งที่เป็นความจริงและไม่เป็นความจริง อย่างกรณีที่บอกว่าเอาอัลไพน์มาแลกกับเขากระโดงเป็นข้อมูลเท็จโดยสิ้นเชิง เราก็ชี้แจงต่อไปไม่มีการแทรกแซงหรือความกดดันใดๆ จากผู้ใหญ่

เมื่อถามว่า การชี้แจงของนายกรัฐมนตรีเป็นเช่นไร นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านก็มีความมั่นอกมั่นใจ ท่านจึงตอบสั้นๆ

เมื่อถามต่อว่า สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ข้อกล่าวหาเป็นรายละเอียด อย่างกรณีกระทรวงมหาดไทย ต้องนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ประชาชนฟังผ่านผู้สื่อข่าว เพราะนายกรัฐมนตรีตอบได้แต่เพียงกรอบนโยบายเป็นภาพกว้าง จะไปตอบรายละเอียด เช่น มาตรา 61 วงเล็บเท่าใดหรืออยู่ในประมวลกฎหมายใด ก็ตอบไม่ได้หรอก ไม่มีใครตอบได้ ถ้าตอบได้ก็ต้องไปเป็นอธิบดีกรมที่ดิน เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เราก็ต้องเตรียมผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง ตนก็หวังว่า หน่วยงานที่ถูกถามในเชิงรายละเอียดจะสามารถชี้แจงได้

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมนำข้อมูลการอภิปรายไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายอนุทิน กล่าวว่า เหมือนกับเป็นขั้นตอน หรือพิธีกรรม ถ้าส่งไปแล้วไม่มีหลักฐานมายันว่ารัฐบาลมีความผิดหรือบกพร่องก็ไปแก้ต่าง ซึ่งหลักไม่ว่าเป็น ป.ป.ช.หรือหน่วยงานใด ก็ยังไม่มีว่าคนไม่ทำผิดหรือบกพร่องแล้วถูกกลั่นแกล้ง เพราะหากยังไม่ได้กระทำความผิดหรือบกพร่องโดยเจตนาที่ทุจริต ก็ไม่มีอะไรที่น่ากังวล

เมื่อถามต่อว่า การยื่นไป ป.ป.ช.จะไม่สามารถเขย่าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปจบที่การไว้วางใจ ตนเชื่อว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคพร้อมให้ความไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ไม่มีขาด และเสียงโหวตน่าจะเป็นเอกฉันท์ นี่คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ถ้าผู้แทนของราษฎรยังให้ความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียงที่ล้นหลาม และไม่มีข้อกังขาใดๆ ตนคิดว่าการดำเนินการอะไรต่อคงไม่มีผล แต่หากถูกยื่นไปยังหน่วยงานใดๆ ก็แล้วแต่คนที่ถูกยื่นก็ต้องเอาหลักฐานไปหักล้าง

เมื่อถามถึงการอภิปรายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ขึ้นอภิปรายครั้งแรกในฐานะฝ่ายค้านเป็นเช่นไร นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านก็พยายามอย่างเต็มที่ ซึ่งจริงๆ เราก็ต้องดูที่สาระ และสิ่งที่ท่านพูดก็มีสาระ แต่ถ้าจะไปบอกว่าต้องพูดให้เก่งแบบคนนั้นคนนี้ มันไม่ได้ จะไปหวังให้ทุกคนพูดน้ำไหลไฟดับ คล่อง จับประเด็นได้เก่งเกิดมาแต่ละคนพรสวรรค์ไม่เหมือนกัน

ส่วนจะเป็นดาวสภาได้หรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามกลับว่า มีใครไม่รู้จักท่าน วันนี้ที่อภิปรายมาทั้งหมดถ้านับ 1 ใน 5 อันดับ ตนคิดว่าทุกคนก็ให้ความสนใจ พล.อ.ประวิตร อภิปราย อันนี้ก็ถือว่าเป็นดาวสภา ท่านเดินเข้ามาทุกคนก็หันไปมอง ก็อยากจะฟังว่าท่านจะพูดอะไร ซึ่งท่านก็พูดในความเป็นท่าน พูดได้ครบมีติ มีชม และมียอมรับว่าท่านพูดไม่เก่ง ท่านใช้ใจบันดาลแรง

“เห็นไหมผมก็ฟังท่านทุกคำ แสดงว่าเรายังมีความเคารพท่าน และให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่ท่านได้อภิปราย” นายอนุทิน กล่าว

ส่วนเต็ม 10 ให้เท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่าทุกคนได้เต็ม 10 เพราะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร และเชื่อว่า ทุกคนที่ขึ้นมาอภิปรายเขาเตรียมทุกอย่างมาดี ไม่มีใครลุกขึ้นมาแล้วพูดสด โดยที่ไม่มีการตระเตรียมอะไรทุกคนก็ทำการบ้านมา

เมื่อถามต่อว่า ฝ่ายค้านถือว่ามือตกเมื่อเปรียบเทียบกับการอภิปรายครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทำไมไม่มองว่ารัฐบาลนี้ไม่ทำอะไรบกพร่อง จนให้ฝ่ายค้านมาซักฟอกจนยืนไม่อยู่ ยอมรับว่า อาจทำอะไรที่ไม่ถูกใจ แต่ไม่มีหรอกว่าไม่ทำอะไรอยู่เฉยๆสิ้นเปลืองเงินเดือนไปวันๆ ไม่ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ แต่บางทีอาจจะไม่ปัง แต่ผลของการปฎิบัติงานก็เห็นๆกันอยู่ ว่าบรรลุเป้าหมายและนโยบายตามที่ได้รับมอบหมายมา

เมื่อถามว่า แสดงว่าการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลเก็งข้อสอบถูกใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมองว่ารัฐบาลมีความพร้อมมากกว่า รัฐบาลรู้ในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปใน 6 เดือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นใครถามอะไรมาเราก็ตอบ

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ปฏิเสธตอบคำถามการถือครองที่ดินเขาใหญ่ของน้องสาว โดยย้อนถามผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวว่า “คุณไปอยู่ที่ไหนมา เขาตอบไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ไม่เอาไม่ตอบ ถามแบบหาเรื่อง” และย้ำว่า “เขาได้มาอย่างถูกต้อง”

‘อิ๊งค์’โอ่อ่า!! หิ้วกระเป๋า CHANEL ราคากว่า 250,000 บาท ลุยศึกซักฟอกสภาฯ

‘อิ๊งค์’โอ่อ่า!! หิ้วกระเป๋า CHANEL ราคากว่า 250,000 บาท ลุยศึกซักฟอกสภาฯ

‘อิ๊งค์’โอ่อ่า!! หิ้วกระเป๋า CHANEL ราคากว่า 250,000 บาท ลุยศึกซักฟอกสภาฯ

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.44 น.

‘อิ๊งค์’โอ่อ่า!! หิ้วกระเป๋า CHANEL ราคากว่า 250,000 บาท ลุยศึกซักฟอกสภาฯ

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการประชุม น.ส.แพทองธาร ได้ยกกระเป๋าสะพายขึ้นมา ซึ่งกระเป๋าดังกล่าวเป็นกระเป๋ารุ่น CHANEL PRE-OWNED 1995 CC BRIEFCASE-BROWN ราคา 253,030 บาท

ฉลอง 50 ปีซีเอ็ด ชวนร่วม ‘50+ Inspirers’ จุดประกายแรงบันดาลใจ ในงานสัปดาห์หนังสือฯ 2568

ฉลอง 50 ปีซีเอ็ด ชวนร่วม ‘50+ Inspirers’ จุดประกายแรงบันดาลใจ ในงานสัปดาห์หนังสือฯ 2568

ฉลอง 50 ปีซีเอ็ด ชวนร่วม ‘50+ Inspirers’ จุดประกายแรงบันดาลใจ ในงานสัปดาห์หนังสือฯ 2568

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.36 น.

ซีเอ็ดขอเชิญนักอ่าน และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ “50+ Inspirers” เปิดมุมมองใหม่ผ่านปลายปากกาของนักเขียนและนักคิดแห่งยุค ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนสังคมผ่านตัวหนังสือ ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 27 มี.ค. – 7 เม.ย. 2568 ณ ฮอลล์ 5-8  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กิจกรรมไฮไลท์ 50 ปีซีเอ็ด  ส่งต่อแรงบันดาลใจก้าวไปด้วยกัน ที่ห้ามพลาด!

“ถอดเสื้อกาวน์…มาจับปากกา” – เมื่อคุณหมอมาร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองด้านงานเขียนและบทบาทของนักสื่อสารทางการแพทย์

“พาหนังสือกลับสู่อ้อมกอด…เด็ก GEN ALPHA” – เสวนาสำหรับคุณพ่อคุณแม่และครูผู้สอน กับแนวทางสร้างสังคมรักการอ่านให้กับเด็กยุคใหม่

“ทำไมใจฟู…เมื่อดูแมว” – มาร่วมค้นหาพลังของวรรณกรรมที่ช่วยเยียวยาหัวใจ ผ่านเรื่องราวของเจ้าเหมียวที่นักอ่านหลงรัก

“ใช้เงินเป็น…เห็นอนาคต” – เปิดมุมมองด้านการบริหารเงิน เรียนรู้การใช้จ่ายอย่างฉลาดเพื่อสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคง

พิเศษ! พบกับกิจกรรมเปิดตัวหนังสือจากนักเขียนชื่อดัง พร้อมเสวนาวรรณกรรมสุดเข้มข้น เช่น โค้ชหนุ่ม-Money101, น้าเน้ก-โชคดีที่มึงได้อ่าน, คุณดิว-สำเร็จนอกกรอบ, พี่ชิต CHIT BEER-เงินเฟ้อคือคดีอาญา, อ.เบียร์ คนตื่นธรรม, พี่กอน-บาร์บีกอนกับภารกิจตามหาไฟศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ พร้อมรับลายเซ็นและถ่ายภาพร่วมกับนักเขียนในดวงใจที่บูทซีเอ็ด

มาร่วมเดินทางไปกับซีเอ็ด สร้างแรงบันดาลใจ และก้าวไปด้วยกัน ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2568

บูทซีเอ็ด B48 ฮอลล์ 5 | เวทีกลาง ฮอลล์ 8  ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เพราะหนังสือที่ดี สร้างเพื่อนที่ดี…เพราะมิตรภาพที่ดี ช่วยให้เราเติบโตไปด้วยกัน

OCEAN LIFE ไทยสมุทร เปิดตัว ‘นนท์ ธนนท์’ Brand Ambassador คนล่าสุด ชวน Gen Y ‘รักตัวเอง รักสุขภาพ’

OCEAN LIFE ไทยสมุทร เปิดตัว 'นนท์ ธนนท์' Brand Ambassador คนล่าสุด ชวน Gen Y 'รักตัวเอง รักสุขภาพ'

OCEAN LIFE ไทยสมุทร เปิดตัว ‘นนท์ ธนนท์’ Brand Ambassador คนล่าสุด ชวน Gen Y ‘รักตัวเอง รักสุขภาพ’

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.33 น.

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รักคือพลังของชีวิต โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) เล็งเห็นถึงความสำคัญของGen Y คนรุ่นใหม่ ที่เป็นกลุ่มประชากรที่มีจำนวนมากที่อยู่ในวัยทำงาน และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้นบริษัทจึงได้นำศักยภาพด้านประกันชีวิต มาเป็นตัวช่วยสำคัญในการตอบความต้องการของคนGenY พร้อมจัดงาน OCEAN LIFE Healthiverse Solution : LOVE STARTS WITH YOU พร้อมเปิดตัว Brand Ambassador คนใหม่ “นนท์ ธนนท์ จำเริญ” นักร้องขวัญใจ Gen Y ที่มาร่วมแคมเปญ และทำให้ทุกคนหันมาตระหนักถึงคุณค่าของการ “รักตัวเอง รักสุขภาพ” เพื่อให้ได้ทำในสิ่งที่รักไปนาน ๆ และปิดความเสี่ยงด้วย “HEALTHIVERSE SOLUTION” แผนคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรง ที่มาพร้อมบริการครบวงจร  เปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ในงานแถลงข่าว “OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต GRAND OPENING NEW CAMPAIGN & NEW BRAND AMBASSADOR”  โดยงานจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2568  ณ โซน Eden 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) ประธานเปิดงานฯ   พร้อมเปิดตัวแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ “เหตุผล” เป็นครั้งแรก    จากนั้นชมไฮไลท์โชว์เปิดตัว  Brand Ambassador คนล่าสุด “นนท์ ธนนท์”  ที่จะมาถ่ายทอดบทเพลง “รักคือพลังของชีวิต” เพลงใหม่ประกอบแคมเปญนี้โดยเฉพาะ  เพื่อส่งต่อกำลังใจ เสมือนเป็นพลังบวกให้แก่กัน  พร้อมมอบกรมธรรม์และของขวัญ (Love Memory box) ให้แก่ นนท์ ธนนท์ เป็นการต้อนรับเข้าสู่ครอบครัว OCEAN LIFE ไทยสมุทร ให้คุ้มครองสุขภาพอย่างมั่นคงในอนาคต ทั้งนี้ นนท์ ธนนท์ ยังส่งมอบความสุขกับมินิคอนเสิร์ตอันอบอุ่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้ที่มาร่วมงาน  โดยมี “อาร์ม กรกันต์  สุทธิโกเศศ” รับหน้าที่พิธีกร

OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต มีกลยุทธ์สำคัญในการตอบโจทย์ความต้องการของคน Gen Y ประกอบด้วย

• New Brand Ambassador Brand Ambassador คนใหม่! ที่สะท้อนแนวคิด ‘รักตัวเอง รักสุขภาพ’ ตอบโจทย์ Gen Y   โดยเหตุผลที่ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต   เลือก “นนท์ ธนนท์”  มาเป็น Brand

 Ambassador ก็เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การตลาดที่บริษัทจะใช้ตลอดปี 2568 ในการเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Y เพราะ “นนท์”  คือตัวแทนของ Gen Y ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีเสน่ห์ เข้าถึงง่าย และได้รับความนิยมในวงกว้าง ด้วยบุคลิกที่สนุกสนาน จริงใจ ใส่ใจและดูแลคนรอบข้าง รวมทั้งแฟนคลับ และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มีทัศนคติที่ดี นอกจากนี้นนท์ยังเป็นศิลปินที่ให้ความรัก ความสำคัญกับสุขภาพ การดูแลตัวเอง และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและการวางแผนการเงินของตัวเองและครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ที่ต้องการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ “รักตัวเอง รักสุขภาพ พร้อมทำสิ่งที่รักไปนานๆ”

• New Campaign “เหตุผล” OCEAN LIFE ไทยสมุทร ส่งต่อแนวคิด ‘รักตัวเอง รักสุขภาพ’ พร้อมแผนคุ้มครองสุขภาพครบวงจร เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์เจาะตลาด Gen Y ผ่านแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ “เหตุผล” ที่สะท้อนให้คนรุ่นใหม่กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เหตุผลที่เราอยากทำสิ่งที่รัก และอยากอยู่กับคนที่รักไปนานๆ คืออะไร” ซึ่งคำตอบที่แท้จริง เริ่มต้นจากการรักตัวเองและดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยโฆษณาได้นำเสนอภาพชีวิตของ Gen Y ที่มีความฝัน เป้าหมาย แต่หากไม่รักตัวเอง ไม่รักสุขภาพ ทุกอย่างที่ต้องการอาจกลายเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม OCEAN LIFE ไทยสมุทร จึงเสนอทางเลือกเพื่อปิดความเสี่ยงด้านสุขภาพด้วย “HEALTHIVERSE SOLUTION” แผนประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ช่วยให้ Gen Y สามารถทำในสิ่งที่รักได้อย่างไร้กังวล ได้แก่ “โอเชี่ยนไลฟ์ เอ็นจอย เฮลท์ เอ็กซ์ตร้า” ประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายสูงสุด 5 ล้านบาทต่อครั้ง คุ้มครองค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐาน ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ต่อเนื่องหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD) พร้อมทั้งค่าล้างไต รังษีรักษา เคมีบำบัด รวมถึง Targeted Therapy หมดกังวลค่ารักษาที่เพิ่มขึ้น รองรับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงที่ดีที่สุด คุ้มครองโรคร้ายแรงได้มากที่สุดกับสัญญาเพิ่มเติม “โอเชี่ยนไลฟ์ ซูเปอร์ ซีไอ 120 (CI120)”  ที่คุ้มครอง 6 กลุ่มโรคร้ายแรงและกลุ่มความคุ้มครองพิเศษของโรคมะเร็งระยะลุกลาม รวมสูงสุดถึง 120 โรคร้ายแรง ที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย พร้อมรับชมโฆษณา “เหตุผล” ได้ที่  https://www.ocean.co.th/healthiversesolution

• New Song เปิดตัวเพลงใหม่ “รักคือพลังของชีวิต” ถ่ายทอดพลังความรักผ่านเสียงร้องของ “นนท์ ธนนท์” ตอกย้ำพลังความรักแต่งเนื้อร้องและทำนองโดยทีมงานจากค่าย Love is นำทีมโดยคุณดาโน่ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ มาเป็นโปรดิวเซอร์ ร่วมสร้างสรรค์ เพื่อสะท้อนถึงคุณค่าและที่มาของพลังความรัก ไม่เพียงเป็นเพลงรักที่อบอุ่นหัวใจ แต่ยังเป็นบทเพลงที่ส่งต่อความหมายของความรักในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรักในครอบครัว คนรักหรือคนที่เราห่วงใย เปรียบเสมือน OCEAN LIFE ไทยสมุทร ที่พร้อมดูแลและเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต

• New Generation นอกจากการเจาะกลุ่ม Gen Y แล้ว OCEAN LIFE ไทยสมุทร ได้ยกระดับที่ปรึกษาประกันชีวิตสู่ยุคใหม่   ด้วยแนวคิด “New Era Team Power to Success” ผลักดันให้ที่ปรึกษาประกันชีวิตก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพ มีศักยภาพในการเติบโต และประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยมีกลยุทธ์สำคัญ คือ 1.สรรหากลุ่ม Gen Y ที่มีพลังในการทำงาน พร้อมด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่น     อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที  2.พัฒนาศักยภาพให้ที่ปรึกษาประกันชีวิตให้มีความสามารถ เรียนรู้ และปรับตัวสอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เข้าใจแนวโน้มตลาด และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.ปลูกฝังทัศนคติที่พร้อมพัฒนาและเติบโต ด้วยการส่งเสริมให้ที่ปรึกษาประกันชีวิตมีมุมมองที่พร้อมพัฒนา เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และเชื่อมั่นว่าความพยายามคือกุญแจสู่ความสำเร็จ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน OCEAN LIFE ไทยสมุทรให้สามารถแข่งขัน และเติบโตอย่างแข็งแกร่งในธุรกิจประกันชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

• New Service พัฒนาไปอีกขั้นบนเส้นทางสู่ Digital Insurer อีกก้าวสำคัญคือ “OCEAN CLUB APP” ที่ได้พัฒนาเวอร์ชันใหม่ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพครบวงจร ด้วยฟีเจอร์ Nutrition – Exercise – Relax พร้อม AI วิเคราะห์ความเสี่ยงโรคมะเร็ง และจับคู่กับอุปกรณ์ Wearable เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพได้ รวมถึงยังเป็นแอปสำหรับสะสม Ochi Coin ใช้แลกรับสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมาย และอีกสิ่งที่สำคัญคือ “OCEAN LIFE DIGITAL HEALTHCARE SERVICES” ที่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพทั้งก่อนป่วย ระหว่างป่วย และหลังป่วย  สำหรับลูกค้า OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต โดยเฉพาะล่าสุดได้เปิดบริการ OCEAN LIFE Medical Advisor บริการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็ง OCEAN LIFE พาหาหมอ บริการช่วยเดินทางพบแพทย์ VNurse Care พยาบาลดูแลถึงบ้าน Telemed ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ร่วมกับ BEDEE ซึ่งเป็นบริการด้านสุขภาพเครือ BDMS และ Asian Assistance บริการช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินอีกด้วย

OCEAN LIFE ไทยสมุทร พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ปี 2568 ด้วยพลังความรักที่จะนำศักยภาพของบริษัทในทุกด้านพัฒนาแบบประกัน บริการ และความเชี่ยวชาญในการวางแผน เพื่อให้ทุกคนได้พบคำตอบในการใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ทั้งวันนี้และอนาคต

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.ocean.co.th ช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503

-(016)

หนุ่ม กรรชัย จับมือ 88TH มอบผ้าห่มพี่หน่วง 100 ผืน แก่มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้

หนุ่ม กรรชัย จับมือ 88TH มอบผ้าห่มพี่หน่วง 100 ผืน แก่มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้

หนุ่ม กรรชัย จับมือ 88TH มอบผ้าห่มพี่หน่วง 100 ผืน แก่มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.15 น.

“หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกรรายการ “โหนกระแส” และผู้ประกาศข่าวรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ทางช่อง 3 ร่วมกับ บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ “ไลโอ (LYO)” โดยมี คุณนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร ได้มอบ “ผ้าห่มพี่หน่วง” จำนวน 100 ผืน ให้กับ “กัน จอมพลัง” หรือ “กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์” เพื่อสนับสนุน “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” โดยมี “ทนายแก้ว-ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” มาร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย  และนำ “ผ้าห่มพี่หน่วง” ไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อ

สำหรับผ้าห่มพี่หน่วงนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “LYO X PASULOL” ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ส่งผลให้ของพรีเมียม เช่น เสื้อพี่หน่วง และกระเป๋าพี่หน่วง กลายเป็น “แรร์ไอเทม” ล่าสุด “ผ้าห่มพี่หน่วง” 2 แบบ 2 ลาย ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก การออกแบบของผ้าห่มนี้ได้รวมคาแรกเตอร์ของ “หนุ่ม กรรชัย” หรือ “พี่หน่วง”, “ทนายแก้ว” หรือ “ทนายกิ๊บ” และ “กัน จอมพลัง” หรือ “เก่งพลังช้าง”

โดย “คุณนพรัตน์ มาลัยวงค์” เผยว่า “การได้ร่วมส่งมอบ ‘ผ้าห่มพี่หน่วง’ ในครั้งนี้ เป็นการแบ่งปันความอบอุ่นและกำลังใจให้กับผู้อื่น เราหวังว่าผ้าห่มเหล่านี้จะช่วยสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้รับ” ด้าน “หนุ่ม กรรชัย” เปิดใจถึงการมอบผ้าห่มในครั้งนี้ว่า “การได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ในการมอบ ‘ผ้าห่มพี่หน่วง’ ให้แก่ มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ เพื่อส่งต่อเป็นหนึ่งในกำลังใจ และเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสู้ หวังว่าผ้าห่มเหล่านี้จะนำความสุขและกำลังใจมาสู่ผู้ที่ได้รับ”

-(016)

โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ ปี 3 เพื่อโลกสีเขียวที่ยั่งยืน

โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ ปี 3 เพื่อโลกสีเขียวที่ยั่งยืน

โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ ปี 3 เพื่อโลกสีเขียวที่ยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.01 น.

โครงการ “โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ ปี 3”  จัดขึ้นโดย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ แทรชลัคกี้ ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนไทย ด้วยความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดยโครงการนี้ได้ปลูกฝังแนวคิดการคัดแยกขยะให้กับนักเรียนมากกว่า 20,000 คน จาก 22 สถาบันโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร และสามารถรีไซเคิลขยะได้กว่า 9,400 กิโลกรัม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 36 ตัน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

ภายในพิธีปิดโครงการปีที่ 3 ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนวัดคู้บอน โดย พรนิวัฒน์ แป้นเพชร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธานในพิธีปิด พร้อมด้วย พิมพ์ชญา บุณยรัตพันธุ์ หัวหน้าฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด และ ณัฐภัค อติชาตการ  ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ แทรชลัค พร้อมมอบเกียรติบัตรให้แก่โรงเรียน 21 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 3 เพื่อเชิดชูความมุ่งมั่นของนักเรียนและครูที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งมีการฉายวิดีทัศน์สะท้อนภาพรวมของความสำเร็จจากการดำเนินโครงการตลอดทั้งปี

พรนิวัฒน์ แป้นเพชร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “กรุงเทพมหานครมุ่งเน้นการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ไม่เพียงให้ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังปลูกฝังแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม โครงการ ‘โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ’ ปีที่ 3 ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ช่วยให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ทำให้พวกเขาตระหนักถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะ และเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะภายในโรงเรียน สิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งจากโครงการนี้คือการที่นักเรียนได้นำความรู้นี้ไปปรับใช้ที่บ้านและถ่ายทอดให้กับครอบครัว ซึ่งช่วยขยายผลสู่ชุมชนโดยรวม และสอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โครงการนี้ไม่เพียงช่วยให้เมืองของเราสะอาดขึ้น แต่ยังสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นอนาคตของสังคมไทย”

พิมพ์ชญา บุณยรัตพันธุ์ หัวหน้าฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “การสร้างความยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องขององค์กรหรือภาครัฐ แต่ต้องเริ่มจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละคน โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งจะเติบโตเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้อย่างแท้จริง โครงการ ‘โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ’ ปีที่ 3 แสดงให้เห็นว่า เมื่อเด็กๆ ได้รับความรู้และโอกาสในการลงมือทำ พวกเขาสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องการลดขยะและการจัดการของเสียอย่างถูกต้อง ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขของขยะที่ถูกรีไซเคิล แต่คือการเห็นนักเรียนเข้าใจและตระหนักถึงบทบาทของตัวเองในการดูแลโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครที่กำลังผลักดันให้การคัดแยกขยะเป็นมาตรฐานของสังคม มอนเดลีซเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องเกิดจากการลงมือทำ และเราจะเดินหน้าสนับสนุนโครงการที่ช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับเยาวชนและสิ่งแวดล้อมต่อไป”

โครงการ โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ ไม่เพียงช่วยให้เยาวชนเรียนรู้เกี่ยวกับ การคัดแยกขยะและการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้พวกเขานำพฤติกรรมที่ดีไปเผยแพร่ต่อในครอบครัวและชุมชน สอดคล้องกับแนวทางของ กรุงเทพมหานคร ที่เตรียมปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะ โดยครัวเรือนที่คัดแยกขยะจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดค่าธรรมเนียม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการขยะมากขึ้น

 มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ยังคงมุ่งมั่นสานต่อโครงการฯ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน พร้อมจับมือกับพันธมิตรต่างๆ ในการขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการขยะที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไทยในระยะยาว

เติมความไบรท์ให้ผิวด้วยแป้งฝุ่นอัดแข็ง Faceup Pressed Powder จาก COVERMARK

เติมความไบรท์ให้ผิวด้วยแป้งฝุ่นอัดแข็ง Faceup Pressed Powder จาก COVERMARK

เติมความไบรท์ให้ผิวด้วยแป้งฝุ่นอัดแข็ง Faceup Pressed Powder จาก COVERMARK

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.

FACEUP PRESSED POWDER แป้งฝุ่นอัดแข็งจาก COVERMARK ประเทศญี่ปุ่น มอบผิวสว่างสดใส เปล่งประกายอย่างมีมิติ ล็อกผิวสวยมีออร่าตลอดวันด้วยส่วนผสม “BRIGHT KEEP POWDER” ช่วยให้เนื้อแป้งเกาะผิวได้ดี ไม่ทำให้ผิวรู้สึกแห้ง พร้อมปกป้องผิวจากแสง UV SPF23 PA++  2 เฉดสีที่เหมาะกับผิวผู้หญิงเอเชีย บรรจุในตลับลิมิเต็ดลวดลายดอกไม้คริสตัลระยิบระยับ ในราคา 2,300 บาท (6.7 กรัม) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง COVERMARK ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ Facebook: Covermark Thailand และ www.covermark.co.th

038

“Dr.master” ตอกย้ำความสำเร็จ คว้ารางวัล PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025

“Dr.master” ตอกย้ำความสำเร็จ คว้ารางวัล PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.47 น.

“Dr.master” ตอกย้ำความสำเร็จด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำ ด้วยการคว้ารางวัล “PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025 สินค้าและบริการเพื่อสุขภาพและความงาม” ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี หนิง – ปณิตา พัฒนาหิรัญ” Master of Dr.master พร้อมด้วย ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เข้ารับรางวัลจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

สำหรับรางวัล “BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS” ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นสนับสนุนสินค้าและบริการที่คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยทำการรวบรวมรายชื่อสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมทางด้านสินค้า บริการ หรือกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนในการคัดเลือกจากผู้ใช้ เพื่อมอบรางวัลให้แก่สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี โดย Dr.master ได้รับการยกย่องในปีนี้ ในประเภท “สินค้าและบริการเพื่อสุขภาพและความงาม” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถตอบโจทย์ปัญหาด้านเส้นผมและหนังศีรษะของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์ “Dr.master” นั้นออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่เป็นปัญหาหลักของคนไทย โดยได้ร่วมมือกับ “โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช (Masterpiece Hospital)” ที่เชี่ยวชาญในด้านการดูแลสุขภาพเส้นผม ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่กับภูมิปัญญาไทยในการแก้ไขปัญหาผมและหนังศีรษะ ผ่านการพัฒนาและวิจัยร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้ง 4 รายการ คือ Dr.master NewHair Shampoo ต้านผมร่วง ผมบาง ให้ผมงอกใหม่แข็งแรง Dr.master NewHair Conditioner เพื่อความชุ่มชื้นขั้นสุด นุ่มลึกถึงโคนผม Dr.master HairVital เซรั่มปลุกผม กระตุ้นเซลล์รากผม DETOX โคน ลดการอักเสบ Dr.master Nutri H Dietary บำรุงจากภายในสู่ภายนอก เพื่อสุขภาพผมที่แข็งแรง

จากการรับรางวัลในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จด้านนวัตกรรมและบริการของ Dr.master ที่ได้รับคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิของเวที และยังกระตุ้นให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆที่มีคุณภาพ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง วันนี้ “Dr.master” พร้อมแล้วที่จะช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพผมดีในทุกๆ วัน มาร่วมต้านผมร่วง ผมบาง และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/drmaster.official Instagram: https://www.instagram.com/drmaster.official  TikTok: https://www.tiktok.com/@drmaster.official  Line: @Drmaster หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/@drmaster 

เหล่าเซเลบริตี้แห่ร่วม ‘STAND UP จับโกง ลุกขึ้นแฉ อย่าแค่แชร์’ ชวนคนไทย ‘กล้าพูด กล้าเปลี่ยน’ จุดกระแสต้านทุจริตทั่วประเทศ

เหล่าเซเลบริตี้แห่ร่วม ‘STAND UP จับโกง ลุกขึ้นแฉ อย่าแค่แชร์’ ชวนคนไทย ‘กล้าพูด กล้าเปลี่ยน’ จุดกระแสต้านทุจริตทั่วประเทศ

เหล่าเซเลบริตี้แห่ร่วม ‘STAND UP จับโกง ลุกขึ้นแฉ อย่าแค่แชร์’ ชวนคนไทย ‘กล้าพูด กล้าเปลี่ยน’ จุดกระแสต้านทุจริตทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.17 น.

ปัญหาการทุจริตในสังคมไทย เป็นปัญหาที่ฝังรากมาอย่างยาวนาน  และในปัจจุบันก็ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ การทุจริตถูกแทรกซึมอยู่ในทุกวงการ ทุกสังคม ทุกภาคส่วน และแนบเนียนไปกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน จนกลายเป็นเรื่องปกติ การโกงอาจเกิดขึ้นจากนิสัยเราตั้งแต่เด็กที่ทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนติดเป็นนิสัย แล้วค่อยๆ วิวัฒนาการการโกงมาเป็นเรื่องใหญ่ในตอนโต เช่น การยักยอกทรัพย์ หรือ การจ่ายสินบน ฉะนั้นผู้คนในสังคมจึงไม่ควรที่จะนิ่งเฉย ต้อง “กล้าพูด กล้าเปลี่ยน” เรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงได้เกิดโครงการ “STAND UP จับโกง”  ที่มุ่งหวังให้ทุกคนในสังคมตระหนักถึงปัญหาการทุจริตที่ส่งผลกระทบร้ายแรงในระดับชาติ  โดยหวังให้พลังของประชาชนในการเป็นหูเป็นตา “กล้าพูด กล้าเปลี่ยน” ในสิ่งที่ถูกต้อง ปลุกกระแสต่อต้านการทุจริตในทุกระดับ ผลักดันให้สังคมไทยก้าวไปสู่ความโปร่งใสและยุติธรรม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศ  เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคนรุ่นต่อๆ ไป

โดยโครงการ “STAND UP จับโกง”  ได้รับความร่วมมือจากเหล่าคนดังในสังคม

ศิลปิน นักแสดง ไม่ว่าจะเป็น ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ , ดีเจเชาเชา-ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม , ซาร่า-นลิน โฮเลอร์ , ภูวิน-ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน  ,ลี-ฐานัฐพ์ โลห์คุณสมบัติ , จูดี้-จารุกิตติ์ ศรีสวัสดิ์ , ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม , ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์  , ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์  นอกจากนี้ยังมี Influencer อาทิ แก๊งค์ Powerpuff GAY รวมไปถึงเหล่าผู้มีอิทธิพลทางความคิด (KOL)  ที่จะมาร่วมกันแชร์ประสบการณ์ที่พบเจอเกี่ยวกับการทุจริตในรูปแบบต่างๆ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองให้รู้เท่าทัน

กลโกงที่มีหลากหลายรูปแบบ  ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญ เพื่อมาเปิดประเด็น ปลุกกระแสต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน  หวังให้เกิดแรงกระเพื่อมในสังคม  ผ่าน Online Content  ชื่อว่า “STAND UP จับโกง ลุกขึ้นแฉ อย่าแค่แชร์”  ที่สามารถรับชม ในรูปแบบ LIVE สด ได้ทาง Facebook Page : Workpoint Entertainment และ YouTube : WorkpointOfficial  ในวันที่ 27 มี.ค. 2568 เวลา 16.00 น.  มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ หยุดโกง!!! ไปพร้อมๆ กันทั่วประเทศ   ห้ามพลาด!!!

#StandUpจับโกง   #ลุกขึ้นแฉอย่าแค่แชร์