ดีเจแมน ฟาดเดือดถึง ฟ. เลวยันเงาจริงๆ ลั่นพร้อมมาก มึxจะได้หยุดทำร้ายสังคม

ดีเจแมน ฟาดเดือดถึง ฟ. เลวยันเงาจริงๆ ลั่นพร้อมมาก มึxจะได้หยุดทำร้ายสังคม

20 เม.ย. 2568 14:59 น.

ดีเจแมน ฟาดเดือดถึง ฟ. เลวยันเงาจริงๆ ลั่นพร้อมมาก มึxจะได้หยุดทำร้ายสังคม

ทำเอาชาวเน็ตขาเผือกชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้านได้มุงกันอีกแล้ว เมื่อเพจบันเทิงดัง เจ๊มอย 108 โพสต์ภาพของ ดีเจแมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา และมีข้อความที่ดีเจแมนโพสต์ฟาดเดือดถึง ฟ. ที่บอกเลยว่าแซ่บซี้ดมาก

ดีเจแมน ฟาดเดือดถึง ฟ. เลวยันเงาจริงๆ ลั่นพร้อมมาก มึxจะได้หยุดทำร้ายสังคม

โดยในข้อความที่ดีเจแมนโพสต์ระบุว่า “มึงนี่มันเลวยันเงาจริงๆ ว่าจะเงียบและ พร้อมมาก มึงจะได้หยุดทำร้ายสังคม เริ่ม…..ไอ้ ฟ” ซึ่งทางเพจเจ๊มอยก็เขียนแคปชั่นบรรยายไว้ว่า “ไอ ฟ เอ้าเริ่ม!!! พร้อมเxือกมาก #อิพิมเมียดีเจแมน”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FJmoyzz.108%2Fposts%2F701772562193019&show_text=true&width=500

ส่องคอมเมนต์จากชาวเน็ตต่างก็แสดงความคิดเห็น อาทิ พรี่ฟูมฟายแน่นอน, ฟ ศาลพระภูมิใช่มั้ยคะ 555, เค้ามีอะไรกันเหรอคะ เค้ามีอะไรกันเหรอคะ, ไอ้ ฟ าย แน่ๆ เลย 555, ไอฟักแน่ๆ, แวะมาอ่านคอมเมนต์ ฟฟฟ เต็มเลย ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

20 เม.ย. 2568 13:07 น.

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

นักแสดงหนุ่ม แดนนี่ ลูเซียโน่ วันนี้จะมาเล่าชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร โดนพ่อแม่แท้ๆ ทิ้งไปตั้งแต่ลืมตาดูโลกได้เพียง 7 วัน ต้องโตมากับคนข้างบ้าน และพอโตขึ้นมาได้ออกตามหาพ่อชาวสวิส แต่พอไปถึงถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูก อีกทั้งยังเล่าเรื่องราวขนหัวลุกขณะไปพักในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด เจอผีหลอกตัวเป็นๆ ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ show” ทางช่อง One31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ, เป็กกี้ ศรีธัญญา และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

ทราบข้อมูลมาว่า ตั้งแต่แดนนี่เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เลี้ยง?

แดนนี่ : อันนี้คุณแม่ที่เลี้ยงมาเล่าให้ฟังนะครับ ตั้งแต่ผมเกิดมา แม่แท้ๆ เอาไปฝากเลี้ยงตั้งแต่ช่วงผมเกิดได้ 7 วัน เขาก็เลี้ยงผมมาตั้งแต่ตอนนั้น

โตมากับครอบครัวที่รับเลี้ยง?

แดนนี่ : ใช่ครับ

โตมารู้เลยไหมว่าเราไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณพ่อคุณแม่?

แดนนี่ : ตอนแรกผมก็ยังไม่ทราบ จนเรารู้ความ เราค่อยๆ ถามคุณแม่ที่เลี้ยงเรามา เราก็ค่อยๆ ได้รู้ความจริงว่าเราไม่ใช่ลูกเขา เพราะตอนเด็กผมเคยตั้งคำถามกับตัวเอง ทำไมหน้าเราถึงเป็นฝรั่ง

พอได้รับคำตอบว่าเราไม่ใช่ลูกแท้ๆ รู้สึกยังไง?

แดนนี่  : ไม่ได้รู้สึกอะไร ครอบครัวที่เลี้ยงเรามาเค้าให้ความอบอุ่น ถึงแม้ไม่ได้มีเงินเยอะ หรือฐานะที่ร่ำรวย แต่เขาให้ความอบอุ่นในการเลี้ยงดูเรา ผมก็เลยไม่ได้รู้สึกขาด

ตอนที่เราถามอายุเท่าไหร่?

แดนนี่  : ประมาณ 4-5 ขวบ

ในครอบครัวที่เลี้ยงเรามามีพี่น้องไหม?

แดนนี่ : จะมีพี่สาวและน้องชายคนละพ่อกัน

เห็นว่าตอนเด็กเรามีโอกาสได้เจอคุณแม่แล้ว?

แดนนี่ : ใช่ครับ ตอนเด็กเหมือนเขามาเยี่ยมที่บ้าน ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก เพราะเราไม่ได้มีความผูกพันกัน

ตอนนั้นรู้ไหมเป็นคุณแม่แท้ๆ ของเรา?

แดนนี่ : เริ่มรู้แล้วครับ เราก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากครับ

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

เท่าที่เราเห็น เราหน้าเหมือนคุณแม่ไหม?

แดนนี่ : เหมือนครับ

แล้วปฏิกิริยาตอนที่คุณแม่เจอเหมือนในหนังไหม?

แดนนี่ : เราไม่ได้คุยกันเลยครับ ผมเลยเห็นเขาเหมือนคนที่เพิ่งมาเจอกัน มีกอดกันนะครับ แต่เราจะรู้สึกกับคนที่เลี้ยงเรามามากกว่า

มีความโกรธหรือน้อยใจบ้างไหมที่ทิ้งเราไปใน 7 วัน?

แดนนี่ : ผมเคยตั้งคำถามอยู่ แต่ก็ไม่รู้สึกว่าโกรธหรือเกลียดอะไรกับแม่เลย ผมเชื่อว่าแม่มีทางเลือกหรือการตัดสินใจของเขา ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไรกันกับพ่อที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

เคยคิดอยากจะถามคุณแม่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?

แดนนี่ : อยากครับ ระยะเวลาที่ผมโตมาผมก็พยายามหาคำตอบอยู่ในหลายๆ เรื่องเหมือนกัน

ตอนนี้แดนนี่อายุเท่าไหร่?

แดนนี่ : 25 ครับ

เจอคุณแม่แล้วเคยไปตามหาคุณพ่อไหม?

แดนนี่ : เคยพยายามค้นหาชื่อในเฟซบุ๊ก มีซองจดหมายที่พ่อเคยส่งพัสดุมา ผมเลยเอาชื่อตรงนั้นลองไปเสิร์ชดูตามกูเกิ้ล ตามเฟซบุ๊ก ก็ไปเจอยูเซอร์นึงที่เป็นฝรั่งอยู่กับภรรยาและลูกๆ เราเลยเอาภาพผู้ชายคนนี้ส่งให้แม่เลี้ยงเราดู แม่เลี้ยงก็เลยส่งไปให้แม่ที่คลอดเรามา เขาก็ว่าคนนี้แหละ ใช่ เลยได้ลองขอเบอร์มา แล้วโทรคุยกัน

ตอนนั้นได้คุยกันแป๊บนึง เพราะผมใช้โทรศัพท์ระบบเติมเงิน แล้วโทรไปต่างประเทศไม่ได้ซื้อโปรโมชั่น มันก็เลยตัดไปก่อน คุยกันประมาณ 13 วินาที เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เขาพูดภาษาเยอรมัน แต่เขาพยายามพูดภาษาอังกฤษให้เราฟัง ก็บอกเหตุผลของเขา เราก็โอเคมันคุยกันไม่จบ ผ่านไปสักพักก็มีไลน์นึงทักมาหาผม เป็นเหมือนไลน์ของเพื่อนเขาทักมาคุยกับเรา เขาพยายามบอกกับเราว่าจริงๆ เขาไม่ใช่พ่อเรานะ หมายถึงเขาให้เพื่อนมาบอก

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

แต่คุณแม่เลี้ยงและคุณแม่ที่คลอดยืนยันว่าใช่ ความรู้สึกตรงนั้นเป็นยังไง?

แดนนี่ : ก็สตั๊นอยู่ครับ แต่ว่าก็ไปต่อครับ

พอเพื่อนคุณพ่อบอกว่าไม่ใช่ เราอยากมีความพยายามต่อไหม อยากจะหาคำตอบไหม?

แดนนี่ : พอผมได้ไปถ่ายละครที่สวิส ได้มีการติดต่อกับเพื่อนของพ่อไว้ แต่จังหวะที่ไปถึงที่นู่นแล้ว ปรากฏว่าเพื่อนของพ่อเขาอยู่ที่ออสเตรเลีย ก็เลยไม่ได้เจอกันกับคนนี้ ตอนแรกว่าจะคุยกันและนัดกัน อย่างน้อยเราอยากเจอ อยากคุย อยากทำความรู้จัก ผมไม่ต้องการอะไรมาก ผมแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง คือเราไม่เคยรู้จักเลย คือแค่อยากคุย อยากรู้ว่าเรื่องตอนนั้นมันเป็นยังไงมากกว่า

เราเจอคุณแม่แต่ไม่ได้รู้สึกผูกพัน แล้วทำไมเราถึงอยากเจอคุณพ่อ?

แดนนี่ : เพราะผมหน้าเป็นฝรั่ง ผมเลยตั้งคำถามเฉยๆ ทำไมตอนนั้นถึงทะเลาะกับแม่ ผมไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง ผมรู้แค่ฝั่งนี้ ผมไม่รู้อีกฝั่งว่าเรื่องมันเป็นยังไง

ตอนนี้ถอดใจหรือยัง?

แดนนี่ : ตอนนี้รู้สึกเฉยๆ ไปแล้ว รู้สึกว่าเราก็ทำหน้าที่ของเราต่อไป

มีอะไรอยากจะบอกคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงเรามาไหม?

แดนนี่ : ต้องขอบคุณท่านครับ เขาซัพพอร์ตเราเยอะมากๆ ต้องขอบคุณครอบครัวของเราที่ท่านดูแลเรามาจนถึงทุกวันนี้ ให้ทุกอย่าง ให้ความอบอุ่น ให้โอกาส ให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ต้องขอบคุณจริงๆ ครับ

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

เห็นว่าตอนเด็กเป็นคนขยันมาก ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง งานแรกที่ทำคืออายุเท่าไหร่?

แดนนี่ : เป็นพนักงานเสิร์ฟโต๊ะจีน ในช่วง ป.5 คือบ้านใกล้ๆ เขาทำธุรกิจโต๊ะจีน ก็มีพี่ๆ ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ เราก็รู้สึกว่าเขาไปหารายได้พิเศษ ได้เงินด้วย ตั้ง 5-6 ร้อย ตอนนั้นเราอยากมีเงินไปซื้อของเล่น ไปซื้ออะไรของเรา ไม่อยากรบกวนพ่อแม่ ก็เลยอยากไปทำครับ

เห็นว่าทำหนักมาก ได้นอน 2 ชั่วโมง?

แดนนี่ : ก็ตื่นตั้งแต่เช้า ตี 4-5 แล้วไปเลิกงานอีกทีประมาณตี2

แล้วเรื่องเรียนล่ะ หรือทำช่วงปิดเทอม?

แดนนี่ : ส่วนใหญ่พ่อกับแม่จะให้ไปทำช่วง เสาร์-อาทิตย์ แต่ถ้าเรียนอยู่ก็จะบอกว่าพ่อวันนี้มีงานนะ ขอไปหน่อย ขอลาเรียน หรือว่าเราจะตื่นไปเรียนแบบสายหน่อย

แสดงว่าทุกอย่างไม่ว่าจะทำอะไรเราจะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่?

แดนนี่ : ใช่ครับ

งานในแต่ละวันทำอะไรบ้าง หนักไหม?

แดนนี่ : ช่วงแรกผมจะเป็นพนักงานเสิร์ฟแอลกอฮอล์ก่อน พอขึ้นมาช่วง ม.1-ม.2 ก็จะมาเสิร์ฟอาหาร พอไปถึงร้าน เราก็จะมาเช็กของว่าจะต้องเอาอะไรบ้าง ถ้าเป็นเสิร์ฟอาหารเราก็จะเตรียมทุกอย่างเลย เก้าอี้ โต๊ะ ขาโต๊ะ ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะจีน เราต้องขนขึ้นรถบรรทุก พอเติมรถบรรทุกก็ไปลงที่หน้างาน แล้วเริ่มจัดของ

ความรู้สึกตอนนั้นเหนื่อยไหม?

แดนนี่ : ผมว่าสนุก แล้วก็ได้เงิน ได้เจอพี่ๆ ที่ไปทำด้วยกัน แต่พอมาคิดตอนนี้ โห… ตอนนั้นมันเหนื่อยมากกว่าจะได้มา 5-6 ร้อย รู้สึกว่าทำงานนานครับ

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

แล้วอาชีพต่อมาทำอะไร?

แดนนี่ : พนักงานเซเว่นครับ ก็เหนื่อยใช้ได้เหมือนกันครับ ตอนทำเซเว่นผมไปเริ่มงานหลังเที่ยง เพราะช่วงนั้นเราไปเรียน ปวช. ก็จะเลิกเร็วหน่อย พอเลิกเรียนเราก็กลับมาเข้างาน ก็เริ่มงานตั้งแต่บ่ายจนถึง 3-4 ทุ่ม แล้วก็กลับมาที่บ้าน มันก็จะเป็นลูปประมาณนี้

ทำไมไม่ไปเที่ยวเล่นเหมือนเด็กคนอื่น?

แดนนี่ : ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากหาเงินอย่างเดียวเลย เราไม่อยากไปขอพ่อกับแม่ เรารู้สึกว่าเราเลี้ยงตัวเองดีกว่า ตอนนั้นมีมอเตอร์ไซค์ด้วย เราทำงานเอาเงินไปผ่อนมอเตอร์ไซค์ เพื่อขี่ไปเรียน

รายได้ต่อเดือนประมาณเท่าไหร่?

แดนนี่ : ตอนนั้นไม่เยอะเลยครับ แต่ก็ก็พอกับค่าใช้จ่ายของตัวเอง

สมัยนั้นถึง 10,000 ไหม?

แดนนี่ : ไม่ถึงครับ

เรามีความฝันอยากเข้าวงการบันเทิงไหม?

แดนนี่ : เคยมีโอกาสตอนเด็กน้อย ผมยังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ แม่เล่าให้ฟังว่า มีโมเดลลิ่งพาผมไปแสดงละครหรือภาพยนตร์นี้นี่แหละ แล้วผมก็งอแง ไม่เอาเลย อยู่ติดแต่กับแม่ แม่มาเล่าให้ฟังตอนโต ผมก็เลยรู้สึกว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ตั้งใจ ก็ผ่านไปจนมีโอกาสได้มาเจอกับผู้จัดการ ก็เลยเหมือนเป็นโอกาสครั้งใหม่ เราก็เลยแบบอยากตั้งใจทำมากกว่า

แล้วเราเข้าวงการมาได้ยังไง?

แดนนี่ : ก็เริ่มมาแคสต์โฆษณา ละครบ้างช่วงแรกๆ เริ่มเรียนแอ็กติ้งมาเรื่อยๆ 

กับผู้จัดการเจอกันได้ยังไง?

แดนนี่ : เจอกันผ่าน Facebook แม่เอารูปผมไปโพสต์ในคอมเมนต์โพสต์หนึ่งที่มีพี่เอ ศุภชัย แล้วบอกว่า ฝากลูกเข้าวงการหน่อย แล้วพี่ผู้จัดการผมเข้ามาดู แล้วแกก็อยากหาเด็กเข้าสังกัดอยู่พอดี แกเลยมาถามว่าสนใจไหม ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่มีโอกาสได้มาทำงาน 

เห็นว่าแคส 10 ได้ 1 มันขนาดนั้นเลยเหรอ ท้อไหม?

แดนนี่ : นิดนึงครับ แต่ก็สู้ครับ ท้อแต่ไม่ถอย

เปิดชีวิต แดนนี่ ลูเซียโน่ โดนทิ้งตั้งแต่อายุ 7 วัน โตมากับคนข้างบ้าน

เจอเหตุการณ์ขนหัวลุกด้วย ไปเที่ยวที่ไหนมา?

แดนนี่ : เป็นช่วงปีที่แล้ว ไปจันทบุรี เป็นรีสอร์ตแห่งหนึ่ง อยู่กลางน้ำ เป็นทะเลน้ำจืด เรียกว่าน้ำกร่อยก็ได้ มันเป็นที่พักที่เราจะต้องนั่งเรือเข้าไป ตรงนั้นก็จะเป็นป่าชายเลนด้วย แล้วก็มีทะเลด้วย ไปกันประมาณ 7-8 คน ระหว่างทางที่เราลงเรือ จะต้องขี่จักรยานเข้าไปที่พัก มันจะเป็นทางเล็กๆ พอไปถึงที่พักก็ทำกิจกรรมอะไรกันเสร็จสรรพ พอกลางคืนก็นั่งเล่นเกมการ์ดกัน หลังจากนั้นก็มีน้องไปเอามาม่ามา เรารู้สึกว่าอยากกินบ้าง หิว แต่เล่นเกมกันจนเสร็จ ก็ประมาณ 3-4 ทุ่ม อยากขี่จักรยานออกไปเอามาบ้าง แต่เขาไปกันหลายคน ผมไปคนเดียว มันเป็นทางเล็กๆ มืดด้วย ไม่มีคนเลย เพราะว่ามันมืดแล้ว คนเข้าที่พักหมดแล้ว

แต่พอผมไปถึงบริเวณเคาน์เตอร์มาม่า ผมกวาดสายตาไปมันเป็นโรงอาหาร ผมกวาดสายตาไปเรื่อยๆ จนถึงเคาน์เตอร์ ผมไม่เห็นใครเลย จนมาถึงหางตาทางขวาที่ลงเรือ มีชุดขาว ปลิวผ่านสายตาไป ผมก็เลยคิดว่านั่นคือคน เราก็ค่อยๆ ปั่นจักรยานไปจนถึงตรงนั้น แต่พอไปถึงปุ๊บไม่มีใครเลย เราก็หมุนจักรยานกลับ แล้วเห็นหมาสองตัวเดินออกมา แล้วหมาก็วิ่งมาทางเรา เหมือนจะเห่า แต่วิ่งไปข้างหลังรวมกันอีกสามสี่ตัว แล้วในจังหวะนั้นผมก็เริ่มไถมา แต่เริ่มเร็วขึ้น เพราะผมไม่มั่นใจแล้วว่ามันเห่าผมหรือเปล่า เพราะมันเห่าปุ๊บก็เห่าทั้งรีสอร์ตเลย ผมก็เริ่มขี่จักรยานเร็วขึ้นเพื่อที่จะกลับไปทางรีสอร์ต ตอนนั้นขนลุกแล้ว เพราะเราอยู่คนเดียว ลมทะเลก็พัดเข้ามา

คิดว่าใช่ไหม?

แดนนี่ : ตอนนั้นไม่อยากคิด ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าอยากกลับที่พัก

แล้วได้มาม่าไหม?

แดนนี่ : ไม่ได้ ไม่เจอใครเลย แล้วปั่นจักรยานเข้าทางเล็กๆ ไฟเป็นหย่อมๆ แล้วผ่านโค้งแรก ที่พักมันเป็นงุ้มลงมา ถ้าสังเกตเราจะเห็นคนยืนแค่กระโปรงด้านล่างกับเท้า พอผมผ่านโค้งแรกมา แล้วเห็นตรงนั้นก็รู้สึกดีใจ รู้สึกใจชื้น เราเจอคนแล้ว เป็นคนใส่กระโปรงสีแดง รองเท้าคัตชูสีขาว เราก็รีบปั่นไปเพื่อจะให้ใกล้เขา แต่จังหวะที่ก้มหน้าแล้วเงยขึ้นมา เอ้า หายไปแล้ว แล้วผมเห็นพี่ที่ไปด้วยกันออกมาข้างนอกพอดี ผมก็เลยตะโกนไปบอกว่าพี่ช่วยด้วย

ตื่นเช้ามาได้ใส่บาตรให้เขาไหม?

แดนนี่  : เรียบร้อยครับ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดโพสต์ล่าสุด ณิชา มาทั้งภาพและคลิป คนในวงการบันเทิงส่งกำลังใจรัวๆ

เปิดโพสต์ล่าสุด ณิชา มาทั้งภาพและคลิป คนในวงการบันเทิงส่งกำลังใจรัวๆ

20 เม.ย. 2568 12:11 น.

เปิดโพสต์ล่าสุด ณิชา มาทั้งภาพและคลิป คนในวงการบันเทิงส่งกำลังใจรัวๆ

หลังจากที่นางเอกสาว ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ต้องเจอเรื่องเครียด เมื่อหวานใจอย่างพระเอก-นักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ มีข่าวดราม่ากับ มายด์ พัชรบุษย์ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการของโตโน่ จนกลายเป็นกระแสดราม่าทอล์กออฟเดอะทาวน์ในเวลานี้

เปิดโพสต์ล่าสุด ณิชา มาทั้งภาพและคลิป คนในวงการบันเทิงส่งกำลังใจรัวๆ

ล่าสุด ณิชา ณัฏฐณิชา เคลื่อนไหวในอินสตาแกรม @nychaa ด้วยการโพสต์ทั้งภาพและคลิปแบบรัวๆ ในโพสต์เดียว มีทั้งภาพและคลิปวิวธรรมชาติ ทุ่งนา ดวงอาทิตย์ ภาพอาหาร ภาพในร้านกาแฟ ภาพเดินตลาด ภาพผลไม้ รวมไปถึงคลิปนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ด้วย

https://www.instagram.com/p/DIoH1sKTLFb/embed/captioned/?cr=1&v=14&wp=538&rd=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th&rp=%2Fentertain%2Fnews%2F2853879#%7B%22ci%22%3A0%2C%22os%22%3A2097.600000023842%2C%22ls%22%3A509.5%2C%22le%22%3A1070.9000000357628%7D

ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวก็มีคนเข้ามากดไลค์นับแสน อีกทั้งยังมีคนในวงการบันเทิงทั้งดารานักแสดง ผู้จัดละคร คอมเมนต์ส่งอีโมจิเพื่อให้กำลังใจณิชามากมาย อีกทั้งยังมีแฟนๆ ที่เข้ามาส่งกำลังใจให้ณิชาหลายพันคอมเมนต์เลยทีเดียว

ในขณะที่มีกระแสข่าวว่า โตโน่ ภาคิน รักษาการประธานสโมสรฟุตบอลเกษตรศาสตร์ เอฟซี จะมาให้กำลังใจทีมฟุตบอลสโมสรเกษตรศาสตร์ เอฟซี ในศึกฟุตบอลไทยลีก โดยแมตช์นี้พบกับทีมโปลิศ เทโร ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามอินทรีจันทรสถิตย์ วันที่ 20 เม.ย. 2568 เวลา 18.30 น.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดภาพ วิล ชวิณ อยู่เคียงข้างให้กำลังใจ เบลล่า ราณี ในวันที่สูญเสียคุณยาย

เปิดภาพ วิล ชวิณ อยู่เคียงข้างให้กำลังใจ เบลล่า ราณี ในวันที่สูญเสียคุณยาย

20 เม.ย. 2568 10:59 น.

เปิดภาพ วิล ชวิณ อยู่เคียงข้างให้กำลังใจ เบลล่า ราณี ในวันที่สูญเสียคุณยาย

หลังจากที่ พลอย ผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกสาว เบลล่า ราณี แคมเปน โพสต์แจ้งข่าวว่าเบลล่าสูญเสีย คุณยายปิดตา ไกยฝ่าย วัย 85 ปี ซึ่งเป็นคุณยายที่รักของเบลล่าและครอบครัว โดยมีพิธีศพ ณ ศาลาการเปรียญมหามงคลอุดมทรัพย์ วัดพระยาสุเรนทร์

เปิดภาพ วิล ชวิณ อยู่เคียงข้างให้กำลังใจ เบลล่า ราณี ในวันที่สูญเสียคุณยาย

ซึ่งบรรยากาศภายในงานนอกจากจะมีคนในครอบครัว ญาติๆ ผู้ใหญ่ ตลอดจนเพื่อนๆ คนสนิทแล้ว ยังมีคนในวงการบันเทิงมาร่วมงาน อาทิ พรีม รณิดา เตชสิทธิ์, หน่อง อรุโณชา ภาณุพันธ์, นนท์ อินทนนท์ บุญชื่น ฯลฯ มาร่วมแสดงความอาลัยด้วยเช่นกัน

เปิดภาพ วิล ชวิณ อยู่เคียงข้างให้กำลังใจ เบลล่า ราณี ในวันที่สูญเสียคุณยาย

และอีกกำลังใจสำคัญที่ขาดไม่ได้จริงๆ คือกำลังใจจากนักธุรกิจหนุ่ม วิล ชวิณ เจียรวนนท์ หวานใจของเบลล่า เพราะล่าสุดในอินสตาแกรมค่ายโพลีพลัส @polyplus_jad_hai ได้โพสต์ภาพที่วิลเดินเคียงข้างเบลล่าไม่ห่างในพิธีศพคุณยายของเบลล่า พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “กำลังใจของแม่นาย @bellacampen @schwin.i.am”

เปิดภาพ วิล ชวิณ อยู่เคียงข้างให้กำลังใจ เบลล่า ราณี ในวันที่สูญเสียคุณยาย

อีกทั้งในไอจีสตอรี่ @ployyyyy ของพลอย ผู้จัดการส่วนตัวเบลล่า ก็ได้โพสต์คลิปบรรยากาศเช่นกัน ซึ่งจะเห็นว่าวิลเดินอยู่ข้างๆ เบลล่าด้วย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เพชร อดีตแฟนมายด์ ให้กำลังใจ กรรชัย เผยได้เรียนรู้หลายอย่างหลังไปรายการ

เพชร อดีตแฟนมายด์ ให้กำลังใจ กรรชัย เผยได้เรียนรู้หลายอย่างหลังไปรายการ

19 เม.ย. 2568 21:16 น.

เพชร อดีตแฟนมายด์ ให้กำลังใจ กรรชัย เผยได้เรียนรู้หลายอย่างหลังไปรายการ

หลังจากพิธีกรดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย โพสต์ร่ายยาวถึงเรื่องที่เจอกระแสสังคมร้องขอให้ทำประเด็นต่างๆ หลายด้าน แต่เนื่องจากเวลาที่จำกัด แต่มีประเด็นที่เกิดขึ้นมากมาย และบางเรื่องไม่สามารถทำได้จริงๆ เพราะไม่ถนัดและไม่มีความรู้ทางด้านนั้นเพียงพอ ซึ่งตนเองไม่ใช่ซูเปอร์แมนที่ทำได้หมด อีกทั้งยังต้องเจอคนในวงการสื่อแดกดันอีก ซึ่งในมุมของเจ้าตัวมองว่าไม่แฟร์ ทำให้แฟนๆ ต่างเข้ามาส่งกำลังใจเป็นจำนวนมาก

เพชร อดีตแฟนมายด์ ให้กำลังใจ กรรชัย เผยได้เรียนรู้หลายอย่างหลังไปรายการ

ล่าสุด เพชร อดีตแฟนของมายด์ พัชรบุษย์ พริตตี้สาวที่เคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการของโตโน่ ภาคิน ก็ได้แชร์โพสต์ของหนุ่ม กรรชัย พร้อมทั้งเขียนข้อความให้กำลังใจไว้ว่า “หลายอย่างที่ผมได้เรียนรู้จากการไปออกรายการโหนกระแสกับพี่หนุ่ม อย่างแรก ถ้าเราพูดความจริง ความจริงนั้นจะปกป้องตัวเราเอง แล้วก็อะไรที่เรามองไม่ขาดไม่เข้าใจ เราควรน้อมรับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์

ในก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าความรักของผมครั้งนี้ ผมต้องเสียแทบทุกอย่างไป ผมพังทลายทั้งหมด แทบจะไม่เหลือความสุขอะไรให้ผมเดินต่อเลย เหมือนอีกครึ่งนึงของผมหายไป ผมชินกับการได้รับและผูกความสุขไว้กับคนอื่นเกินไป มันเลยย้ำเตือนว่า ผมยังรักตัวเองได้ไม่ดีพอเลยจริงๆ ด้วยเหตุนี้มันอาจจะเป็นสาเหตุที่ผมยังรักคนอื่นได้ไม่ดีพอเช่นกันครับพี่

เพชร อดีตแฟนมายด์ ให้กำลังใจ กรรชัย เผยได้เรียนรู้หลายอย่างหลังไปรายการ

ตอนผมเจอพี่ก่อนเข้ารายการทุกอย่างที่พี่ปฏิบัติกับผมตั้งแต่น้ำเสียง แววตา และการพูดคุยของพี่ทั้งหมด ทำให้ผมรู้สึกว่าพี่เข้าใจในเรื่องที่ผมต้องเจอจริงๆ ผมเลยไม่แปลกใจว่าทำไมคนทั่วไปแบบผม ที่ไปออกรายการโหนกระแส จึงกล้าพูดกล้าเล่าความจริงออกมาจากใจ ขอบคุณที่พี่เมตตาและมองผมเหมือนน้องชายคนนึงนะครับ

สุดท้ายพอเราได้ออกไปยืนกลางแจ้ง เราจะรู้ว่า จริงๆ แล้วคนที่รักเรา ห่วงใยเรา มีเยอะมากกว่าที่เราคิดเลยครับพี่ ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่หนุ่ม จากนี้ผมคงเสียใจมากๆ อีกที ตอนที่ผมต้องฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกคนเดียว”

เพชร อดีตแฟนมายด์ ให้กำลังใจ กรรชัย เผยได้เรียนรู้หลายอย่างหลังไปรายการ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เพจดังเม้าท์แรง โตโน่ เคยจีบเทรนเนอร์สาว แถมอ้างไม่ได้รัก ณิชา แล้ว

เพจดังเม้าท์แรง โตโน่ เคยจีบเทรนเนอร์สาว แถมอ้างไม่ได้รัก ณิชา แล้ว

19 เม.ย. 2568 19:13 น.

เพจดังเม้าท์แรง โตโน่ เคยจีบเทรนเนอร์สาว แถมอ้างไม่ได้รัก ณิชา แล้ว

เรียกว่ามีประเด็นร้อนให้ติดตามต่อเนื่อง สำหรับพระเอก-นักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ที่ล่าสุดมีเพจ อี เ สี้ ย ม SS.2 โพสต์เม้าท์แรงว่าเจ้าตัวเคยไปจีบเทรนเนอร์สาวคนหนึ่งเมื่อกลางปีที่แล้ว บอกอยากมีครอบครัว แถมยังชวนทำธุรกิจขายอาหารคลีน มีชวนไปดูบอลที่อังกฤษ บอกจะออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้หมด และอ้างว่าไม่ได้รักแฟนสาวอย่างนางเอกหน้าใส ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ แล้ว แต่งานนี้ฝ่ายเทรนเนอร์สาวไม่เล่นด้วย

เพจดังเม้าท์แรง โตโน่ เคยจีบเทรนเนอร์สาว แถมอ้างไม่ได้รัก ณิชา แล้ว

ซึ่งในเพจ อี เ สี้ ย ม SS.2 ได้โพสต์ภาพผู้ชายคนหนึ่งที่มีรอยสักคล้ายกับโตโน่ กำลังซบที่เข่าของผู้หญิงคนหนึ่ง พร้อมทั้งเขียนข้อความเล่าว่า “หวายยยย มึงงงง แรงมากกกก มายด์ ไม่ใช่คนเดียวที่หลงไปติดกับโตโน่ ก่อนหน้ามายด์ ประมาณกลางปีทีแล้ว โตโน่ก็มีไปจีบเทรนเนอร์ส่วนตัวนางนึง ขายฝันอยากมีครอบครัว ชอบ อยากคบด้วย ชวนทำธุรกิจขายอาหารคลีน จะชวนไปดูบอลที่อังกฤษออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้หมด,,,,มีการชวนไปนั่นนี่ ไปกินข้าว ไปเดินเที่ยวห้าง

หนักเข้าวันนึงอยู่ในรถกำลังจะไปกินข้าว จู่ๆ โตโน่กอดเทรนเนอร์สาวคนนี้เฉย ละก็พร่ำเพ้อว่า อยากคบกับเทรนเนอร์สาว ชอบ แต่เทรนเนอร์สาวนางนี้ไม่เล่นด้วย ไม่หลงคารมด้วย ก็บอก ‘ทำงี้ไม่ได้ พี่มีแฟนแล้วนะ’ โตโน่ก็ระบายออกมาบอก,,,,””

-เขากับณิชา มันเป็นไปไม่ได้ คบไปเรื่อยๆ ความฝันของเรามันคนละอย่าง

– ณิชาอยากโกอินเตอร์ นิชาไม่อยากแต่งงาน

– เคยคุยกันว่า ถ้าวันนึงน้องเจอใคร ก็ไปได้เลย จะไม่รั้งอนาคตน้องเอาไว้

– ความรู้สึกไม่ได้รักณิชาแล้ว

และก็ขายฝันกับเทรนเนอร์สาว อยากมีครอบครัว อายุก็ขนาดนี้แล้ว อยากสร้างครอบครัว

และแบบชอบสกินชิป เอะอะจับกอด อยู่ในยิมเลยนะ เทรนเนอร์สาวนางก็อดทนนะ เพราะโตโน่ลงคอร์สไว้ เทรนๆ ให้มันจบๆ ไป

คือเทรนเนอร์สาวนางก็ดังอยู่นะ มีคนมาจีบเยอะ หล่อๆ รวยๆ กว่าโตโน่ มีมาขายขนมจีบตลอด ผช มันคงคิดว่า เป็นดารา ใช้ความเป็นดาราเข้าหา ผญ ทุกคนคงจะง่ายหมด เทรนเนอร์สาวบอกโตโน่เป็นคนดูแลดี เทคแคร์ดีมาก ถ้าใจไม่แข็งคงหลงไปกับภาพที่โตโน่สร้างแสดงให้ดู

และภาพนี้ โตโน่ก็ขอซบลงที่เข่า บอก “”ขอพี่อยู่แบบนี้สักพักนึงได้มั้ย”” ประมาณว่า เหนื่อยล้ามาก อยากได้เทอเป็นที่พักใจ เทอเท่านั้น คนเดียวที่ทำให้พี่สบายใจ

**ขอเสริม** พวกมึงไม่ต้องใช้ให้กรุไปขุดเทรนเนอร์จ้า นางมีแฟน มีครอบครัว #ต้องให้เกียรติแฟนคนปัจจุบันเขาน้ะพวกมึง กรุเอามาเล่าให้ฟังเสยๆ”

งานนี้ก็มีชาวเน็ตที่ชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้านเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้เรื่องจริงจะเป็นยังไงคงต้องรอฟังโตโน่ชี้แจงด้วย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ณวัฒน์ โต้ข่าวลือจองตัว มายด์ ไลฟ์ขายน้ำพริก เตรียมเอาผิดคนปั่นข่าวปลอม

ณวัฒน์ โต้ข่าวลือจองตัว มายด์ ไลฟ์ขายน้ำพริก เตรียมเอาผิดคนปั่นข่าวปลอม

19 เม.ย. 2568 18:09 น.

ณวัฒน์ โต้ข่าวลือจองตัว มายด์ ไลฟ์ขายน้ำพริก เตรียมเอาผิดคนปั่นข่าวปลอม

หลังจากที่ในกลุ่ม Real Miss Thailand มีคนอ้างว่า ณวัฒน์ อิสรไกรศีล บิ๊กบอสเวทีมิสแกรนด์ โพสต์ไอจีสตอรี่จองตัว มายด์ พัชรบุษย์ ฤทธิ์ชู พริตตี้ MC สาวเซ็กซี่ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการ โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ที่กำลังมีข่าวในเวลานี้ แถมคนโพสต์ยังระบุข้อความว่า “คนจะดังยังไงก็ฉุดไม่อยู่” อีกด้วย

ณวัฒน์ โต้ข่าวลือจองตัว มายด์ ไลฟ์ขายน้ำพริก เตรียมเอาผิดคนปั่นข่าวปลอม
ณวัฒน์ โต้ข่าวลือจองตัว มายด์ ไลฟ์ขายน้ำพริก เตรียมเอาผิดคนปั่นข่าวปลอม

ล่าสุด ณวัฒน์ โพสต์โต้กลับผ่านทางไอจีสตอรี่แล้ว โดยโพสต์ภาพจากกลุ่มดังกล่าว ระบุว่า “ข้อความนี้ผมไม่ได้ทำขึ้นและไม่เป็นความจริง จะใช้กฎหมายจัดการอย่างถึงที่สุด การปลอมแปลงหลอกลวงนำข้อมูลเท็จจะได้สองคดี คดีหมิ่นประมาท และคดีนำความเท็จเข้าสู่ระบบ”

ณวัฒน์ โต้ข่าวลือจองตัว มายด์ ไลฟ์ขายน้ำพริก เตรียมเอาผิดคนปั่นข่าวปลอม

อีกทั้งยังไลฟ์สดชี้แจงว่า “อยู่ๆ ก็มาละเมิดสิทธิ์ผม เอาสตอรี่ผม เอาอินสตาแกรมผมไปตัดต่อ พีอาร์จัดการไปแล้ว อันนี้ผมว่าคือปลอมแปลง หมิ่นประมาท นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบ ผมว่าคุยเรื่องกฎหมายดีกว่า ที่สำคัญที่สุด ผมลงจากเครื่องบ่ายๆ เย็นๆ มีคนมาถามว่าน้องมาไลฟ์กี่โมง เอาจริงๆ ผมไม่ได้ตามข่าวเรื่องของโตโน่เลย เดี๋ยวนี้พูดตรงๆ เดี๋ยวนี้ผมไม่อยากตามข่าวเรื่องผัวๆ เมียๆ เรื่องส่วนตัวจนเกินไป คือเป็นเรื่องที่สังคมอยากรับรู้แหละ แต่ส่วนตัวผมจะพยายามหลีกเลี่ยง ด้วยวัยผม ด้วยหน้าที่การงานผม ไม่อยากเอาท็อกซิกพวกนี้มาใส่หัว

เรื่องผัวเมียไม่รู้กี่คู่แล้ว ตั้งแต่ลำไย โตโน่ ก่อนหน้านี้ก็คะน้า อะไรอย่างนี้ คือใครจะเสพไม่ใช่เรื่องผิด ใครจะนำเสนอก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ผมจะดูผ่านๆ ไม่ค่อยไปอ่านลงลึกดีเทล เอาจริงๆ มันเป็นเรื่องขัดแย้งคนสองคนสามคน ผลลัพธ์มันอยู่ที่สองคนสามคน มันไม่ได้อยู่ที่มาตรฐานอะไรใดๆ ที่จะมีประโยชน์มากมาย ผมก็เลยไม่ค่อยใส่ใจ ผมไม่รู้ คนก็มาถามผม เพราะฉะนั้นผมจึงไม่รู้ไง

ณวัฒน์ โต้ข่าวลือจองตัว มายด์ ไลฟ์ขายน้ำพริก เตรียมเอาผิดคนปั่นข่าวปลอม

ผู้หญิงชื่ออะไรนะ แล้วมาบอกว่าผมให้มาไลฟ์ขายน้ำพริก แล้วลูกน้องผมก็ถามว่าขายเมื่อไหร่ ขายวันไหน ไม่เห็นรู้เลย ไปกันใหญ่เลย ผมว่าสมควรแล้วที่ทางเพจ Real ทำแบบนี้ก็ต้องโดนน่ะ มันผิดกฎหมายหลายข้อ ทุกคนต้องเข้าใจด้วย แล้วอย่างเพจที่ใส่ร้ายป้ายสีผมเลอะเทอะแบบนี้ ผมพูดตรงๆ นะ การพูดจาให้ร้ายคนหรือเอาสนุกกันนิดๆ หน่อยๆ คงพอสมควร แต่ถ้าพูดไปเหมือนโห…รู้ไปหมด มันต้องมีหลักฐานด้วย”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ผู้นำโลกร่วมไว้อาลัยการจากไปของโป๊ปฟรานซิส

ผู้นำโลกร่วมไว้อาลัยการจากไปของโป๊ปฟรานซิส

21 เม.ย. 2568 16:36 น.

ผู้นำโลกร่วมไว้อาลัยการจากไปของโป๊ปฟรานซิส

ผู้นำหลายชาติต่างออกมาแสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก

หลังจากที่สำนักวาติกัน แถลงข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จะพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้นำหลายชาติต่างออกแถลงการณ์และโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพระองค์

โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสออกแถลงการณ์กล่าวยกย่องพระองค์ว่า “จากบัวโนสไอเรสถึงโรม พระสันตะปาปาฟรานซิสต้องการให้ศาสนจักรนำความสุขและความหวังมาสู่ผู้ยากไร้ เป็นผู้เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันและกับธรรมชาติ ขอให้ความหวังนี้ยังคงดำรงอยู่ต่อไปแม้หลังจากพระองค์จากไปแล้ว”

ขณะที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ตซ์ของเยอรมนี โพสต์ข้อความทางแพลตฟอร์ม X ว่า “การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทำให้ผมรู้สึกเศร้าอย่างสุดซึ้ง พระองค์จะถูกจดจำในฐานะผู้ที่ทุ่มเทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อผู้เปราะบางที่สุด ความยุติธรรม และการปรองดอง”

เช่นเดียวกับประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน แสดงความอาลัยในแพลตฟอร์ม X โดยกล่าวว่า สมเด็จพระสันตะปาปา สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนนับล้าน ไม่เพียงแต่ในคริสตจักรคาทอลิก แต่ด้วยความถ่อมตนและความรักอันบริสุทธิ์ที่มีต่อผู้ด้อยโอกาสทั่วโลก”

และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ออกมาโพสต์ข้อความทาง X ว่าเขารู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งกับการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปา พร้อมแสดงความเสียใจต่อคริสตศานิกชนทั่วโลก โดยกล่าวว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะถูกจดจำในฐานะผู้นำแห่งความเมตตา ความถ่อมตน และความกล้าหาญทางจิตวิญญาณตลอดไป.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โป๊ปฟรานซิส

จะเกิดอะไรขึ้นหลังโป๊ปฟรานซิสสิ้นพระชนม์

จะเกิดอะไรขึ้นหลังโป๊ปฟรานซิสสิ้นพระชนม์

21 เม.ย. 2568 16:16 น.

จะเกิดอะไรขึ้นหลังโป๊ปฟรานซิสสิ้นพระชนม์

หลังจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์ ทางวาติกันจะเริ่มเข้าสู่ช่วงไว้อาลัย เหล่าพระคาร์ดินัลจะต้องร่วมกันตัดสินใจว่าจะจัดพิธีศพเมื่อใด และหลังจากนั้นจะเริ่มการประชุมลับ เพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ต่อไป

แม้จะเป็นพิธีกรรมที่เต็มไปด้วยขนบธรรมเนียมดั้งเดิม แต่ปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวได้รับการปรับให้เข้ากับโลกยุคใหม่มากขึ้นแล้ว โดยช่วงระหว่างพระสันตะปาปา คือ ช่องว่างระหว่างการสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปาพระองค์หนึ่ง จนถึงการเลือกพระองค์ถัดไปจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์ลง

จากนั้นเหล่าพระคาร์ดินัลจะต้องร่วมกันตัดสินใจว่าจะจัดพิธีศพเมื่อใด และหลังจากนั้นจะเริ่มการประชุมลับ เพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ต่อไป อย่างไรก็ตาม กำหนดการส่วนใหญ่มักมีการกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยจากนี้จะเป็นการเริ่มต้นการไว้ทุกข์ 9 วัน และช่วงนี้ชาวคาทอลิกทั่วโลกจะร่วมอธิษฐานและไว้อาลัย ซึ่งตามธรรมเนียมพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาจะต้องได้รับการฝังภายในวันที่ 4 ถึง 6 หลังการสิ้นพระชนม์ โดยพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาจะถูกอัญเชิญไปตั้งไว้ ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมไว้อาลัย และจะมีการประกอบพิธีมิสซาทุกวันในช่วงเวลาไว้ทุกข์

ย้อนไปในปี 2005 มีคริสตศาสนิกชนจำนวนมากต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเข้าไปเคารพพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาพระองค์ก่อนหน้าที่สิ้นพระชนม์ขณะดำรงตำแหน่ง

จากนั้น พระคาร์ดินัลที่มีอายุต่ำกว่า 80 ปี จากทั่วโลกจะเดินทางมาร่วมประชุมลับที่นครวาติกัน เพื่อเลือกพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ โดยทั่วไปแล้ว การเลือกพระสันตะปาปามักใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ หลังจากพระองค์ก่อนหน้าสิ้นพระชนม์ อย่างไรก็ตาม กระบวนการอาจยืดเวลาออกไปเล็กน้อย หากพระคาร์ดินัลยังไม่สามารถตกลงร่วมกันได้.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พระสันตะปาปาฟรานซิส

เปิดประวัติสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หลังสิ้นพระชนม์ ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา

เปิดประวัติสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หลังสิ้นพระชนม์  ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา

21 เม.ย. 2568 16:01 น.

เปิดประวัติสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หลังสิ้นพระชนม์ ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา

เปิดประวัติสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หลังสำนักวาติกันออกแถลงการณ์ว่าผู้นำคริสตจักรโรมันคาธอลิกพระองค์แรกจากละตินอเมริกา สิ้นพระชนม์ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา หลังประชวรด้วยโรคต่างๆ มากมายตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา

สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้นำคริสตจักรโรมันคาธอลิกคนแรกจากละตินอเมริกา สิ้นพระชนม์แล้ว ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา หลังประชวรด้วยโรคต่างๆ มากมายตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความแตกแยกและความตึงเครียด ขณะที่พระองค์พยายามจะปฏิรูปสถาบันที่ยึดติดความเคร่งครัดนี้

พระคาร์ดินัลเควิน ฟาร์เรลล์ ประกาศทางช่องโทรทัศน์ของวาติกันว่า “พี่น้องที่รัก ข้าพเจ้าขอแจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระสันตปาปาฟรานซิส เมื่อเวลา 07.35 น. ของเช้านี้ พระสังฆราชฟรานซิสแห่งโรม เสด็จกลับสู่บ้านของพระสันตปาปา”

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หรือพระนามเดิมเดิมว่า ฆอร์เก มาริโอ เบร์โกกลิโอ ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2013 ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับผู้เฝ้าติดตามคริสตจักรหลายคน ที่มองว่าบาทหลวงชาวอาร์เจนตินาผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าพระองค์มักแสดงความห่วงใยต่อคนยากไร้ เป็นคนนอกคริสตจักร

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงดำรงตำแหน่งโป๊ปโดยสืบต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งเป็นโป๊ปพระองค์แรกในรอบเกือบ 600 ปี ที่ทรงสมัครพระทัยสละตำแหน่งประมุขแห่งศาสนจักรคาทอลิก ทำให้อุทยานของนครรัฐวาติกัน (Vatican Gardens) กลายเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปาสองพระองค์เป็นเวลายาวนานเกือบสิบปี

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก และพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ทรงเป็นพระสันตะปาปา ลำดับที่ 266 ประสูติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 1936 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โดยเป็นบุตรคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คน ซึ่งเกิดจากคู่สามีภรรยาชาวอิตาลีที่อพยพหนีภัยเผด็จการฟาสซิสต์มายังอาร์เจนตินา

ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส และประกาศนียบัตรสาขาวิชาปรัชญา จาก Colegio Máximo San José ทรงเป็นอาจารย์วิชาวรรณกรรมและจิตวิทยาที่ Colegio de la Inmaculada และ Colegio del Salvador ทรงศึกษาวิชาเทววิทยา (theology) และถวายพระองค์เป็นนักบวชบาทหลวงในคณะแห่งพระเยซูเจ้า (เยสุอิต) จากนั้น ทรงดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทางเทววิทยา โดยทรงสอนที่มหาวิทยาลัย Facultades de Filosofía y Teología de San Miguel

ก่อนได้รับเลือกขึ้นเป็นพระสันตะปาปา พระองค์ทรงได้รับแต่งตั้งจากนักบุญยอห์นปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา ให้ดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองกรุงบัวโนสไอเรส และต่อมาได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระคาร์ดินัล เมื่อปี 2001 เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งกรุงบัวโนสไอเรสนั้น พระองค์ทรงดำรงชีวิตแบบสมถะ เช่น มักเดินทางโดยใช้รถประจำทาง หรือรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อไปปฏิบัติศาสนกิจและเยี่ยมเยียนคนยากจน ทรงประทับอยู่ในห้องชุดเรียบง่าย ทำอาหารด้วยพระองค์เอง ชาวบัวโนสไอเรสโดยทั่วไปรู้จักพระองค์ในนามของ “คุณพ่อฆอร์เก”

ในปี 1992 เบร์โกกลิโอได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชผู้ช่วยแห่งบัวโนสไอเรส ต่อมาเขาได้เลื่อนขั้นเป็นพระอัครสังฆราช หรืออาร์ชบิชอป และในปี 2001 สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่สอง ได้ทรงแต่งตั้งเขาเป็นพระคาร์ดินัล ทั้งได้เข้ารับตำแหน่งสำคัญในองค์การปกครองศาสนจักรของสันตะสำนัก (Curia Romana)

ต่อมา ภายหลังที่สมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสละสมณศักดิ์ เมื่อปี 2013 จึงทรงได้รับเลือกตั้งจากคณะพระคาร์ดินัล ในการประชุมคอนเคลฟ ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบแทนนักบุญเปโตร หรือเซนต์ปีเตอร์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2013 ทรงเลือกใช้พระนามว่า “Franciscus” ในภาษาละติน หรือ “Francis” ในภาษาอังกฤษซึ่งมาจากนามของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกัน ผู้ถือความยากจน สนใจและเอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในตอนที่ทรงได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งโป๊ป สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสยังคงเป็นเพียงพระคาร์ดินัล ทั้งยังมีอายุกว่า 70 ปีแล้ว ในขณะที่ชาวคาทอลิกจำนวนไม่น้อยพากันคาดการณ์ว่า โป๊ปพระองค์ใหม่น่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่านั้น อย่างไรก็ตาม พระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอจากประเทศอาร์เจนตินา ได้นำเสนอตนเองต่อคณะผู้เลือกตั้งสมเด็จพระสันตะปาปา ในฐานะตัวเลือกที่ช่วยประนีประนอมความขัดแย้งระหว่างฝ่ายหัวโบราณกับหัวก้าวหน้า โดยเขายึดมั่นในแนวคิดตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิมในเรื่องเพศ แต่ใช้จุดยืนเสรีนิยมดึงดูดชาวคาทอลิกที่มีแนวคิดการปฏิรูป ด้วยการชูประเด็นเรื่องความเป็นธรรมทางสังคม

พระองค์ทรงพยายามทำให้บทบาทที่ยิ่งใหญ่ดูเรียบง่ายและไม่เคยครอบครองห้องชุดที่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามของพระสันตปาปา ซึ่งพระสันตะปาปาองค์ก่อนๆ เคยพำนัก โดยทรงกล่าวว่าพระองค์ชอบที่จะอาศัยอยู่ในชุมชนเพื่อ “รักษาสุขภาพจิต” ของพระองค์ โป๊ปฟรานซิสทรงตั้งพระปณิธานที่จะให้ความสำคัญกับชีวิตสมถะและความถ่อมตน มากกว่าจะมุ่งเชิดชูหรือโอ้อวดความหรูหราใด ๆ ทรงปฏิเสธที่จะใช้รถลีมูซีนส่วนพระองค์ แต่ทรงยืนกรานจะร่วมนั่งไปกับรถบัสที่มีไว้รับส่งพระคาร์ดินัลทุกรูป

แต่เมื่อพระองค์ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา พระองค์ก็เผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม ซึ่งกล่าวหาว่าพระองค์ทำลายประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พระองค์ยังทำให้กลุ่มหัวก้าวหน้าไม่พอใจ ซึ่งรู้สึกว่าพระองค์ควรทำอะไรมากกว่านี้มากในการปฏิรูปคริสตจักรที่มีอายุกว่า 2,000 ปี

ในขณะที่พระองค์ต้องเผชิญกับความขัดแย้งภายใน โป๊ปฟรานซิสก็กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก โดยดึงดูดฝูงชนจำนวนมาก ในระหว่างที่พระองค์เสด็จเยือนต่างประเทศหลายครั้ง ขณะที่พระองค์ส่งเสริมการสนทนาและสันติภาพระหว่างศาสนาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยให้การสนับสนุนผู้ที่ถูกกีดกันจากสังคม เช่น ผู้อพยพ

โป๊ปฟรานซิสแต่งตั้งคณะผู้เลือกตั้งซึ่งเป็นพระคาร์ดินัลเกือบ 80% ซึ่งจะเลือกพระสันตปาปาองค์ต่อไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 ทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ผู้สืบทอดตำแหน่งจะดำเนินนโยบายก้าวหน้าต่อไป แม้จะถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม.

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign