ไอคอนสยามอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ 9 วัดดัง เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์อย่างสมบูรณ์แบบ

ไอคอนสยามอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ 9 วัดดัง เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์อย่างสมบูรณ์แบบ

ไอคอนสยามอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ 9 วัดดัง เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์อย่างสมบูรณ์แบบ

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.33 น.

ไอคอนสยาม ตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์กแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ จัดเซอร์ไพรส์พิเศษส่งท้ายเทศกาลมหาสงกรานต์ ปี 2567 ในวันที่ 16 เมษายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค โดยคณะผู้บริหารได้อัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จาก 9 วัดดังทั่วพระนคร มาเติมลงในอุโมงค์น้ำสงกรานต์ เพื่อมอบความเป็นสิริมงคลและความสุขให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมสนุกสนานกับการเล่นน้ำสงกรานต์ สำหรับน้ำพระพุทธมนต์จากวัดสำคัญอันเป็นที่เคารพเลื่อมใส 9 แห่ง ประกอบด้วย

1.             วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

2.             วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

3.             วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

4.             วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

5.             วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

6.             วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

7.             วัดพิชยญาติการามวรวิหาร

8.             วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร

9.             วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร

สำหรับงาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2025 จัดขึ้นเป็นวันสุดท้าย บรรยากาศยังคงคึกคักสนุกสนาน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมเล่นน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์และต้อนรับปีใหม่ไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สร้างความประทับใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน

#ICONSIAMSongkran #สงกรานต์ที่ไอคอนสยาม #ICONSIAM

ศิลปินชื่อดัง ‘มิตร ใจอินทร์’ จับมือ ห้างเซ็นทรัลชิดลม นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยแห่งปีในคอนเซ็ปต์ ‘Scroll’

ศิลปินชื่อดัง ‘มิตร ใจอินทร์’ จับมือ ห้างเซ็นทรัลชิดลม นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยแห่งปีในคอนเซ็ปต์ ‘Scroll’

ศิลปินชื่อดัง ‘มิตร ใจอินทร์’ จับมือ ห้างเซ็นทรัลชิดลม นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยแห่งปีในคอนเซ็ปต์ ‘Scroll’

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มิตร ใจอินทร์  ศิลปินร่วมสมัยระดับแนวหน้าของประเทศไทย   จับมือ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  ตอกย้ำการเป็นอาร์ตคอมมูนิตี้ใจกลางกรุง   จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “Scroll: A Solo Art Exhibition by Mit Jai Inn” นำเสนอผลงานศิลปะผ่านหลากหลายมุมมองอันเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปิน ในรูปแบบผืนผ้าใบที่เต็มไปด้วยสีสัน ในคอนเซ็ปต์ “Scroll” ที่เป็นการผสมผสานระหว่างจิตรกรรมม้วนแบบตะวันออกและจิตรกรรมผ้าใบแบบตะวันตก ควบคู่ไปกับงานจัดวางในรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนิทรรศการนี้โดยเฉพาะ รวมทั้งผลงานจากชุด Floor Work งานจัดวางที่เปลี่ยนผืนผ้าใบให้กลายเป็นพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม ผ่านการผสมผสานสีสันที่สดใสบนพื้นผิวที่ซ้อนทับกันหลายชั้น และองค์ประกอบที่ไม่ใช่แค่งาน Contemporary Art Exhibition

มิตร ใจอินทร์ (Mit Jai Inn) เกิดเมื่อปีพ.ศ. 2503 เขาเป็นศิลปินร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงจากความโดดเด่นในผลงานที่เน้นการใช้สีด้วยเกรียง มือ และนิ้ว สร้างสรรค์ผลงานอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา และชั้นสีอันซับซ้อนซึ่งท้าทายขนบดั้งเดิมของงานจิตรกรรม โดยถ่ายทอดผ่านงานทั้งเชิงทักษะฝีมือและเชิงทัศนา ที่ตั้งต้นมาจากการใช้พลังกายในการทำงาน ผลงานของเขาทำหน้าที่เสมือนช่องทางการตอบสนองต่อบริบททางสุนทรียศาสตร์ สังคม และการเมือง แนวปฏิบัติสะท้อนให้เห็นประวัติศาสตร์อันหลากหลาย ตั้งแต่การแบ่งแยกแนวคิดดั้งเดิมระหว่างจิตรกรรมตะวันตกกับตะวันออก ไปจนถึงภูมิทัศน์ทางการเมืองอันเปลี่ยนไปของประเทศไทย จนกระทั่งศิลปินกลับมาประเทศไทยในปีพ.ศ. 2535 จึงร่วมก่อตั้งสามกลุ่มกิจกรรมความเคลื่อนไหวด้านศิลปะที่เกี่ยวข้องกับสังคมและการเมือง อันได้แก่ กลุ่มเชียงใหม่จัดวางสังคม และมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ในปี พ.ศ. 2558 เขาก่อตั้งคาร์เทลอาร์ตสเปซในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่แสดงงานศิลปะที่เปิดพื้นที่ให้กับศิลปินผู้มีผลงานสะท้อนประเด็นด้านประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศและภูมิภาค ตลอดจนบริบทร่วมยุคสมัย

รวิศรา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริหารกลุ่มการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล
รีเทล กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า  ห้างเซ็นทรัลมุ่งมั่นในการจัดนิทรรศการศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง และมุ่งสู่การเป็นอาร์ตคอมมูนิตี้แก่เหล่าคนรักศิลปะ และอาร์ตคอลเลคเตอร์ โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะในหลากหลายสไตล์ของศิลปินทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาโดยตลอด 

“ล่าสุดเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับ คุณมิตร ใจอินทร์ ศิลปินร่วมสมัยชาวเชียงใหม่ที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของไทย และเป็นที่รู้จักในระดับสากล    ในฐานะศิลปินที่สร้างสรรค์งานศิลปะระหว่างงานจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะจัดวาง และศิลปะผลงานอันโดดเด่นและน่าจับตามองในงานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยอย่าง “Scroll: A Solo Art Exhibition by Mit Jai Inn” ที่ Residence Space และ Personal Shopping Suite ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งเราเชื่อว่าจะดึงดูดทุกสายตา ที่ไม่เพียงแค่คนที่รักงานศิลปะจะตั้งใจมาชมผลงานเท่านั้น แต่ทุกท่านที่ผ่านไปมา เพียงแค่เห็นผลงานจะต้องอยากเข้ามาชม เข้ามาสัมผัสใกล้ๆ และจะต้องประทับใจในผลงานศิลปะจากศิลปินท่านนี้อย่างแน่นอน”

งานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “Scroll: A Solo Art Exhibition by Mit Jai Inn” ในครั้งนี้ จัดแสดง 2 ช่วง ช่วงแรกตั้งแต่วันนี้จนถึง 22 เมษายน 2568  และช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน  68 – 9 มิถุนายน 2568  ที่ Residence Space และ Personal Shopping Suite ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม เปิดเข้าชมฟรี  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK / INSTAGRAM : CENTRAL CHIDLOM, CENTRAL DEPARTMENT STORE

PAfé ชวนอิ่มท้องพร้อมอิ่มใจไปกับ ‘ข้าวแช่ PAfé’ และ ‘สำรับ PAfé’ รายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อผู้ประสบอุทกภัย

PAfé ชวนอิ่มท้องพร้อมอิ่มใจไปกับ ‘ข้าวแช่ PAfé’ และ ‘สำรับ PAfé’ รายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อผู้ประสบอุทกภัย

PAfé ชวนอิ่มท้องพร้อมอิ่มใจไปกับ ‘ข้าวแช่ PAfé’ และ ‘สำรับ PAfé’ รายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อผู้ประสบอุทกภัย

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“PAfé” คาเฟ่สุดเก๋ เชิญสัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรมอาหารของไทยไปกับ “ข้าวแช่ PAfé” เมนูคลายร้อนอันแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคนไทยในการคัดสรรวัตถุดิบ การปรุงอันพิถีพิถัน รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจวบจนปัจจุบัน และ “สำรับ PAfé” สำหรับอาหารคาวหวานแบบไทยแท้ ชวนย้อนให้นึกถึงการล้อมวงทานข้าวพร้อมกันของครอบครัว ทานอาหารรสเลิศพร้อมชมความงามของอาคารมหินทรเดชานุวัตน์ คฤหาสน์หลังงามสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 เหมือนได้ย้อนไปสู่อดีตอันสวยงาม

อาคารมหินทรเดชานุวัตน์

บรรยากาศภายใน PAfé

“ข้าวแช่ PAfé” เสิร์ฟในรูปแบบ Fine Dinning ที่ได้รับการจัดวางมาอย่างหรูหรา ในชุดข้าวแช่เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย “พล่ากุ้งมะยงชิด” เมนูอาหารว่างไทยโบราณเต็มไปด้วยวัตถุดิบที่เป็นสมุนไพรไทย กุ้งตัวโตๆ ลวกสุกอย่างพอดีปรุงด้วยน้ำยำรสชาติพิเศษ เพิ่มเนื้อสัมผัสจากถั่วตัดบด เคียงมากับมะยงชิดรสหวาน ครบครันทั้งความอร่อยและความสดชื่น

สำรับ PAfé

มาถึงจานหลัก “ข้าวแช่ PAfé” ข้าวหอมมะลิหุงสุกเม็ดขาวเรียว น้ำลอยดอกมะลิที่ได้กลิ่นหอมชื่นใจ เครื่องเคียงปีนี้ PAfé คัดเลือกมาจากตำรับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวรีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทั้ง ลูกกะปิ หอมแดง พริกหยวกยัดไส้ พิเศษกับเครื่องเคียง “ลูกไข่แดงเค็มยัดไส้ปลายี่สน” ที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ การทานข้าวแช่ให้ถูกต้องตามตำรา ต้องทานเครื่องเคียงแล้วจึงทานข้าวแช่ตาม ไม่ควรตักเครื่องเคียงใส่ในข้าว เพื่อไม่ให้เสียอรรถรสในการรับทาน เพิ่มความพิเศษยิ่งข้นด้วยเมนู “แตงโมหน้าปลาแห้ง” อีกหนึ่งเมนูไทยโบราณที่ช่วยตัดรสชาติและเสริมความสดชื่น

ข้าวแช่ PAfé

ทานของคาวแล้วตามด้วยเครื่องหวาน “ส้มฉุนมะยงชิดตำรับ PAfé” เมนูของหวานชาววังคัดสรรผลไม้ฤดูร้อนรสหวานอมเปรี้ยว นำโดย ลิ้นจี่ มะยงชิด ส้มเขียวหวาน สับปะรด และมะม่วงฝอยในน้ำเชื่อมลอยแก้ว หอมกลิ่นส้มซ่า น้ำแข็งบดละเอียด ทานแล้วคลายร้อนสดชื่นยิ่งขึ้น ในชุด “ข้าวแช่ PAfé” ยังเสิร์ฟพร้อม “มะม่วงน้ำดอกไม้โซดา” เครื่องดื่มพิเศษที่เสิร์ฟเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น

อีกหนึ่งความพิเศษที่ PAfé เชิญชวนทุกท่านหวนระลึกถึงบรรยากาศการล้อมวงทานอาหารกับครอบครัวไปกับ

“สำรับ PAfé” สำหรับอาหารไทยโบราณ เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย “ยำส้มโอตำรับโบราณ” ที่คัดสรรส้มโอรสเปรี้ยวอมหวาน กุ้ง และเนื้อไก่ฉีก มะพร้าวคั่ว ถั่วคั่วบด หอมเจียว น้ำพริกเผา และน้ำยำรสเข้มข้น ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าอยากให้เสิร์ฟพร้อมทาน หรือจะเลือกให้เชฟมาปรุงสดๆ ที่โต๊ะ สร้างช่วงเวลาอันแสนพิเศษให้กับมื้ออาหาร

ส่วนสำหรับหลัก ประกอบด้วย หมูก้อนทอด หมูหวานผัดกะปิ น้ำพริกอ่องแนมผักเคียงตามฤดูกาล และแกงเขียวหวานไก่ โรตี-ขนมจีน ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ทุกเมนูคัดเลือกมาแล้วมีครบทุกรสชาติในสำหรับเดียวกัน ตบท้ายขนมหวานไทย ๆ อย่าง “บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน” พร้อมด้วยเครื่องดื่มเย็น “ชาตะไคร้น้ำผึ้งมะนาว” ช่วยลดความเผ็ด เพิ่มความสดชื่นระหว่างมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี

เมื่อมาถึง PAfé แล้ว ยังมีเมนูเครื่องดื่มอีกหลากหลายที่ใช้วัตถุดิบ อาทิ เมล็ดกาแฟจากพื้นที่ผู้ประสบอุทกภัยที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุน นำมาคิดค้นเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่อยากให้ทุกท่านลิ้มลอง อาทิ ชาไทยPAfé รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นชาแดง คาราเมลมัคคิอาโต้ กาแฟเอสเย็น และน้ำผึ้งมะนาวปั่น สำหรับคนที่ชอบเครื่องดื่มรสเปรี้ยวอมหวานเพิ่มความสดชื่น

ร้อนนี้มาคลายร้อน เชื่อมโยงสายใยกับครอบครัวและคนที่คุณรัก พร้อมสืบสานวิถีชีวิตแบบไทยไปกับ “ข้าวแช่ PAfé” สำหรับ 1 ท่าน ราคาชุดละ 1,200 บาท ให้บริการ 30 ชุดต่อวัน และ “สำรับ PAfé” สำหรับ 4 ท่าน ราคาชุดละ 1,990 บาท เพื่อให้การบริการที่ดีที่สุดกรุณาสั่งจองและสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ Line : @friendsofpashop หรือโทร. 09-7971-0576

 “PAfé สุขที่ได้แบ่งปัน” ทุกการสนับสนุนที่ PAfé หมายถึงการได้ร่วมแบ่งปัน เพราะรายได้จากการจำหน่ายสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน

เมื่อ ‘การเป็นเชฟ ไม่ใช่แค่การทำอาหารให้อร่อยอย่างเดียว’ ‘เชฟไช่ ชื่อเหวย’ กับศาสตร์และศิลป์ของอาหารจีนในรูปแบบไฟน์ ไดนิ่ง

เมื่อ ‘การเป็นเชฟ  ไม่ใช่แค่การทำอาหารให้อร่อยอย่างเดียว’ ‘เชฟไช่ ชื่อเหวย’ กับศาสตร์และศิลป์ของอาหารจีนในรูปแบบไฟน์ ไดนิ่ง

เมื่อ ‘การเป็นเชฟ ไม่ใช่แค่การทำอาหารให้อร่อยอย่างเดียว’ ‘เชฟไช่ ชื่อเหวย’ กับศาสตร์และศิลป์ของอาหารจีนในรูปแบบไฟน์ ไดนิ่ง

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เชฟไช่ ชื่อเหวย (Tsai Shih Wei)  สุดยอดเชฟกระทะเหล็กอาหารจีน Fine Dining แห่งร้าน Chai Jia Chai  (ไชย เจีย ชัย) ในซอยสุขุมวิท 31 เชฟชาวไต้หวันที่หลงใหลการทำอาหารจีนอย่างลึกซึ้ง มีประสบการณ์ในร้านอาหารจีนมากว่า 23 ปี จากหลายประเทศ ทั้งออสเตรเลีย โปแลนด์ เซี่ยงไฮ้ หนานจิง  รวมถึงร้านอาหารมิชลิน และการมาที่ประเทศไทยของเขาก็ต้องการออกจากข้อจำกัดเดิมสู่เมนูอาหารกวางตุ้งในรูปแบบ Fine Dining ที่ยังคงไม่ทิ้งกลิ่นอายของอาหารจีนแบบดั้งเดิม แต่ผสานเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างน่าทึ่ง   

ร้าน Chai Jia Chai  (ไชย เจีย ชัย)  จึงนำเสนออาหารจีนในรูปแบบโอมากาเสะแห่งแรกในประเทศไทย จนเป็นที่กล่าวขานถึงในวงกว้าง  และได้รับการจัดอันดับในลำดับที่ 12 ในงานประกาศรางวัล Bagkok’s Top 25 Restaurants จาก Top25Restaurants.com เมื่อปี 2567 การันตีการยอมรับของนักชิมที่มีต่อรสชาติและวัฒนธรรมของอาหารจีนผ่านการนำเสนอของเขา 

ชื่อร้าน  Chai Jia Chai  เป็นภาษาจีน คำว่า ‘Chai’  คำแรกคือชื่อของเชฟไช่  คำว่า ‘Jia’ หมายถึง บ้าน และคำว่า ‘Chai’ ตัวสุดท้ายหมายถึง อาหาร ซึ่งแปลความหมายโดยรวมได้ว่า ร้านอาหารที่เป็นเหมือนบ้านของเชฟไช่ นั่นเอง 

จากจุดเริ่มต้นของร้านอาหารจีน โอมากาเสะ ได้เปลี่ยนมานำเสนอในรูปแบบ Fine Dining ซึ่ง เชฟไช่ มองว่า คอร์สอาหาร Fine Dining นี้ คือคำตอบของการเป็นเชฟของเขา ที่ไม่ใช่แค่การทำอาหารให้อร่อยเพียงอย่างเดียว  นั่นเพราะตั้งแต่เมนูแรกจนถึงเมนูของหวานปิดท้าย เชฟจะรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อความสุขที่ทุกคนจะได้รับกลับไปเมื่อมาทานอาหารที่ร้านของเขา ซึ่งให้บริการเพียง 5 โต๊ะในแต่ละวัน  และคอร์สอาหารจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลในทุกๆ 3 เดือน  

เชฟไช่  เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ดีที่สุดจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกุ้งมังกร เป๋าฮื้อ กระเพาะปลา คาร์เวีย อูนิ ปูอลาสก้า หรือแม้กระทั่งเนื้อวัว A5 ฯลฯ  และในขณะนี้ เชฟไช่  ได้ออกคอร์สอาหารใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นฤดูกาลของปลาสเตอร์เจียน หรือ Sturgeon Course  นอกจากไข่ปลาคาร์เวียอันเลื่องชื่อจากปลาสเตอร์เจียนแล้ว เมนูอาหารในคอร์สนี้ยังรวมถึงการนำกระดูกและเอ็นปลาสเตอร์เจียนมาปรุงอย่างพิถีพิถัน รวมถึง กุ้งมังกร เป๋าฮื้อ กระเพาะปลา อูนิ ปูอลาสก้า และ เนื้อวัว A5 สุดพรีเมียมจากทุกมุมโลก  และหยิบยกเมนูสตรีทฟู้ดอันโด่งดังของไต้หวัน มาผสานเทคนิคการปรุงอาหารชั้นเลิศแบบกวางตุ้งอีกด้วย 

12 คอร์สอาหารจับคู่กับไวน์ชั้นดีได้อย่างลงตัว  แต่ละเมนูมีเรื่องราวและความน่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย อย่างเช่น เมนู Taipei Golden Pig หมูหันกรอบเสิร์ฟคู่ซาลาเปานุ่ม สอดไส้ด้วยผักดอง ถั่วลิสง และสมุนไพรสด ปรุงแต่งอย่างละเมียดละไม เป็นเมนูสตรีทฟู้ดชื่อดังของไต้หวันที่เชฟไช่ยกระดับขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์   เมนู French Blue Lobster-Caviar ปูอลาสก้าสีน้ำเงินและคาเวียร์  เชฟปรุงด้วยอุณหภูมิต่ำมีส่วนผสมของ Huadiao wine กับสมุนไพรจีน เสิร์ฟพร้อมคาเวียร์ เป็นการผสานสุดยอดของวัตถุดิบชั้นเลิศแบบมีชั้นเชิง 

ขณะที่ เมนู Dried South African Abalone เชฟเลือกใช้เป๋าฮื้อแห้งขนาดใหญ่จากแอฟริกาใต้ อายุ 6-8 ปี  ซึ่งมีขนาดใหญ่ เนื้อเด้งนุ่ม ได้รสสัมผัสที่เต็มปากเต็มคำ เมนู Stir-Fry Sturgeon Tendons จานนี้ผสมผสานรสชาติแบบดั้งเดิมของอาหารกวางตุ้งกับส่วนผสมระดับพรีเมี่ยม เชฟนำเส้นเอ็นปลาสเตอร์เจียนไปต้มกับ หัวหอม ถั่วงอก และพริกไทย จนเส้นเอ็นอ่อนนุ่ม  จากนั้นเสิร์ฟพร้อมกับบิสกิตที่ทำจากซอส XO  ที่มีแรงบันดาลใจจาก “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวทอด” สุดคลาสสิก 

สายเนื้อต้องใจละลายกับเมนูทวิสต์จากสตรีทฟู้ดของไต้หวันจานนี้ Dry-Aged A5 Fillet เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำรสชาติเข้มข้น เพิ่มความหอมกรุ่นด้วยหัวหอมเจียว สับปะรดย่าง พริกป่นเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อมเผ็ดเล็กน้อยติดปลายลิ้น หรืออาหารในตำนานที่หารับประทานได้ยากอย่างเมนู Sturgeon Bone with Ginger and Scallion กระดูกปลาสเตอร์เจียนตุ๋นขิงกับต้นหอม ซึ่งถูกเปรียบเปรยว่า มีคุณค่าเท่ากับเป๋าฮื้อ 10 ตัว เมนูนี้เชฟไช่ให้เวลากว่า 8 ชั่วโมงในการตุ๋นอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมซอสขิงต้นหอมสูตรกวางโจว ที่ช่วยเพิ่มรสชาติร่วมกับความละมุนของบัลซามิกรสเข้มข้นจากอิตาลี  

รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้านอย่าง ข้าวต้มกุ้งมังกร Alaskan King Crab Rice Soup เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงที่เขาดื่มซุปปลา Bouillabaisse แบบดั้งเดิมจากเมืองมาร์เซย์ ประเทศฝรั่งเศส  คัดสรรวัตถุดิบกุ้งลอบสเตอร์สีน้ำเงินจากประมงชาวบ้านในท้องทะเลไทยท้องถิ่น  และผักสดนานาชนิด ได้แก่ ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ หอมใหญ่ และแครอท นำมาเคี่ยวเป็นน้ำซุป จากนั้นผสมเปลือกส้มกวางตุ้งแห้งกับพริกไทย ใช้เวลาเคี่ยวนานถึง 8 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติที่สดหออมหวาน ล้ำลึก ซับซ้อน เพิ่มความพิเศษด้วยข้าวทอดลงไปให้หอมกรุ่นทั้งหม้อ เสิร์ฟขณะที่ข้าวต้มยังร้อนๆ  พร้อมเครื่องเคียง หัวไชโป๊ น้ำมันไก่ทอด ซอสหัวหอม และซอสพริกเจ็ดเห็ด 

นอกจากนี้ อีกหลายเมนูยังบ่งบอกถึงความใส่ใจและความประณีตของเชฟไช่  ซึ่งเขาทิ้งท้ายว่า “ความสุขของทุกคนกับคอร์สอาหารไฟน์ไดนิ่ง ในฤดูกาลหน้า เริ่มทำงานในสมองของผมแล้ว”

Sturgeon Course ราคา 8,800 ++ บาท ไม่รวมไวน์แพริ่ง ร้าน Chai Jia Chai (ไชย เจีย ชัย)  ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 12.00-15.00 น. และ 17.00-22.00 น.  แนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 093-117-1909 Line : @Chaijiachai  

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เอาใจนักเดินทางยุคใหม่ เปิดตัวเว็บไซต์ Moxy Bar & Restaurant

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เอาใจนักเดินทางยุคใหม่ เปิดตัวเว็บไซต์ Moxy Bar & Restaurant

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เอาใจนักเดินทางยุคใหม่ เปิดตัวเว็บไซต์ Moxy Bar & Restaurant

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ โรงแรมม็อกซี่แห่งแรกในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมสาธารณรัฐประชาชนจีน) ตั้งอยู่ใจกลางย่านราชประสงค์และแหล่งช้อปปิ้งของกรุงเทพฯ ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารและไลฟ์สไตล์ในกรุงเทพฯ  ด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ของห้องอาหารและบาร์ม็อกซี่อย่างเป็นทางการwww.moxybarandrestaurantbangkok.com ศูนย์กลางข้อมูลสำหรับการสำรองที่นั่ง ดูเมนู และติดตามกิจกรรมโปรโมชันต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในห้องอาหารและบาร์แห่งนี้ของโรงแรมฯ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

เว็บไซต์ใหม่นี้สะท้อนบุคลิกเฉพาะตัวของแบรนด์ม็อกซี่ ที่สนุก มีสไตล์ และเต็มไปด้วยพลัง เหมาะสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ที่แสวงหาความสนุก โดยเปิดให้จองประสบการณ์หลากหลาย ตั้งแต่มื้อกลางวันแสนสบาย ไปจนถึงปาร์ตี้ส่วนตัวที่ลานกลางแจ้งด้านนอกวิวเมืองสุดสวย Outdoor Terrace ได้ภายในไม่กี่คลิก โดยมีโปรโมชันเด่นที่แนะนำผ่านเว็บไซต์ ได้แก่

Moxy Backyard BBQ บาร์บีคิวบุฟเฟต์ราคาดี จัดขึ้นทุกวันศุกร์และเสาร์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ณ ลานกลางแจ้งด้านนอกชั้น 9 Outdoor Terrace ให้บริการดินเนอร์แบบบาร์บีคิวบุฟเฟ่ต์ในราคา 1,000 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมเมนูปิ้งย่างและของทานเล่นไม่อั้นในบรรยากาศเป็นกันเอง ฟังเพลงสดจากวงดนตรี ดีเจ ชมวิวเมืองสุดสวย Slurp & Zeed โปรโมชันเมนูสตรีทฟู้ด 3 รายการใหม่ล่าสุดจาก Moxy Truck ที่จะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม นี้ 

Moxy: We’ve Got Brunch! บรันช์สุดครีเอทีฟแนวใหม่ คาเฟ่ชิลเอาท์ พร้อมดีเจและดีเจเพอคัชชัน เปิดให้บริการทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือน โดยในเดือนเมษายนจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป

นอกจากนี้ สมาชิกแมริออท บอนวอย ยังสามารถรับสิทธิพิเศษส่วนลด 10% ทั้งการเข้าพักและการจองอีเวนต์ที่โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ตามแคมเปญ “Members First” โดยข้อเสนอนี้สามารถจองได้ถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 สำหรับการเข้าพักถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2568 อีกด้วย

โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ตรงข้ามกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเดินเพียงไม่กี่นาทีจากสถานีรถไฟฟ้า BTS ชิดลมและสยาม ให้บริการห้องพักสุดเก๋จำนวน 504 ห้องที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด พื้นที่ส่วนกลางที่อบอุ่น ฟิตเนส 24 ชั่วโมง และ Moxy Bar & Restaurant บริเวณชั้น 9 ซึ่งเป็นศูนย์รวมกิจกรรมของโรงแรม อีกทั้งยังเตรียมเปิดตัว รูฟท็อปบาร์ บนชั้น 32 ซึ่งสามารถมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้แบบพาโนรามาในเร็ว ๆ นี้

นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโรงแรมไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย ด้วยพลังงานที่แสดงออก ความสนุก และความคิดสร้างสรรค์ในการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานกลุ่ม ทริปเดี่ยว หรือการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ม็อกซี่พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามสามารถติดต่อได้ที่ moxy.bkkox.rsvn@moxyhotels.com โทร 02 209 5999 หรือแอดไลน์  @MoxyBangkok หากยังไม่เป็นสมาชิกแมริออท บอนวอย สมัครฟรีได้ที่ www.joinmarriottbonvoy.com/loyaltyf/s/EN-GB/ch/BKKOX

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : AI ยังทดแทนเภสัชกรไม่ได้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : AI ยังทดแทนเภสัชกรไม่ได้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : AI ยังทดแทนเภสัชกรไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันก่อนผู้เขียนถูกลูกศิษย์ถามว่า “อาจารย์คะ ต่อไป AI จะทำงานแทนเภสัชกรได้มากน้อยแค่ไหน พวกหนูต้องเตรียมตัวพัฒนาทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้อยู่รอดในอาชีพต่อไปในยุค AI”

 ผู้เขียนจึงให้นิสิตยกตัวอย่างว่า “มีงานอะไรบ้างที่ AI ทำแทนเภสัชกรได้จริง ๆ แล้ว ตัวอย่างงานหนึ่งที่ถูกยกตัวอย่างคือ ตอบคำถามเรื่องยา เช่น ปวดหัวต้องกินยาอะไร ขนาดครั้งละกี่เม็ด ความถี่ทุกกี่ชั่วโมง ถ้ามียาโรคประจำตัวเดิม กินยาที่กินแก้ปวดหัวแล้วยาจะตีกับยาเดิมหรือไม่” คำถามทั่วไปแบบนี้ ส่วนใหญ่ถาม AI ไม่ว่าเจ้าไหนก็ตอบได้ แล้วยังตอบได้ครอบคลุมถูกต้องเสียด้วย สรุปแล้วงานนี้ AI ทดแทนเภสัชกรได้จริง ใช่ไหม

ในฐานะเภสัชกร ผู้เขียนไม่มีคำตอบตายตัวกับคำถามนี้ และไม่อาจพูดอย่างมั่นใจว่า ไม่มี AI ตัวไหนที่ตอบคำถามแทนมนุษย์ได้ทุกกรณี แต่การตอบคำถามเรื่องยาที่เภสัชกรสอนกันมา เราไม่ได้ใส่ใจแค่คำถาม สมมติเภสัชกรได้รับคำถามว่า เด็กหนัก 10 กิโลกรัม มีไข้สูง อยากให้ยา paracetamol ต้องให้ปริมาตรกี่มิลลิลิตร AI ก็คงจะตอบทันทีว่า ถ้าคิดขนาดยา 10-15 มิลลิกรัม ต่อ 1 กิโลกรัมของน้ำหนักเด็ก ต้องใช้ยา 100-150 มิลลิกรัม ซึ่งก็ต้องดูต่อไปด้วยว่ายาที่มีอยู่ มีความแรงกี่มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร เช่นถ้ามียาความแรง 120 มิลลิกรัมต่อ 5 มิลลิลิตร ก็ให้กินยามื้อละประมาณ 4.16-6.25 มิลลิลิตร ซึ่งสามารถตวงให้ปริมาตรแม่นยำได้โดยการใช้ syringe

เรื่องการให้ยานั้น AI อาจให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าให้ยาซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง ถ้าเด็กซึมหรืออาการไม่ดีขึ้น และไม่กินอาหาร ต้องรีบพาไปพบแพทย์ เป็นต้น แต่ถ้าถามคำถามนี้กับเภสัชกรที่เป็นมนุษย์ เภสัชกรที่เป็นมนุษย์ถูกสอนมาว่า เวลาจะตอบคำถามอะไรก็แล้วแต่ ต้องตรวจสอบก่อนว่าผู้ถามเป็นใคร เป็นผู้ปกครองเด็กหรือผู้ใช้ยาเอง หรือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ต้องการคำตอบเร่งด่วนขนาดไหน รวมถึงผู้ที่จะใช้ยา มีปัญหาสุขภาพอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ถ้าคำถามนี้มาจากแม่เด็ก ต้องการนำยา paracetamol ที่มีอยู่เดิมให้ลูกซึ่งตัวร้อน โดยยานี้ได้มาพักใหญ่แล้ว เปิดใช้ไปแล้ว แต่ใช้ไม่หมด จึงเก็บยาไว้ เมื่อเด็กโตขึ้น มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น คุณแม่จึงไม่มั่นใจว่าขนาดยาที่อยู่บนฉลากจะเพียงพอให้ลูกกินตอนนี้ได้หรือไม่

ดังนั้น ก่อนจะตอบเรื่องขนาดยา สิ่งที่เภสัชกรจะต้องถามก่อนคือ ยานั้นเปิดใช้ตั้งแต่เมื่อไร ถ้าหากเกิน 6 เดือนแล้ว แนะนำให้ไปซื้อยาใหม่ เพราะยาเดิมน่าจะไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ต่อไป

แล้วยังต้องแนะนำให้คุณแม่กลับไปดูลักษณะทางกายภาพว่ายามีลักษณะเหมือนเดิมหรีอไม่ หากยามีสภาวะทางกายภาพเปลี่ยนแปลงไป เภสัชกรไม่แนะนำให้ใช้ยานั้นอีก

ดังนั้น แม้ว่าคำถามจะเป็นเรื่องขนาดยา แต่เภสัชกรที่เป็นมนุษย์จะถูกสอนให้สงสัยก่อนว่า ทำไมถึงอยากให้กินยานั้น และจะเอายาตัวนั้นมากินจริง ๆ ได้หรือไม่ ก่อนจะตอบเรื่องขนาดยา

นอกจากเรื่องยาแล้ว เภสัชกรจะถูกฝึกให้ใส่ใจเพิ่มขึ้นด้วยว่า ทำไมลูกคุณแม่ถึงเป็นไข้ เป็นมากี่วันแล้ว นอกจากไข้แล้วมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ทำให้ได้ข้อมูลประกอบการวินิจฉัยว่าตกลงแล้ว จะหยุดอยู่ที่กินยาลดไข้อย่างเดียว หรือแนะนำให้ใช้ยาอย่างอื่นร่วมด้วย หรือจำเป็นต้องไปพบแพทย์

ส่วนกรณีที่คนถามเป็นบุคลากรทางการแพทย์ สมมติเภสัชกรบนหอผู้ป่วยถูกถามเรื่องขนาดยา paracetamol ซึ่งเป็นคำถามที่ไม่ว่าแพทย์หรือพยาบาลที่ต้องใช้ยานี้บ่อย ๆ ก็แทบจะจำได้ขึ้นใจ แน่นอนว่าเภสัชกรจะต้องสงสัยต่อว่า ทำไมถึงเกิดคำถามนี้ ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องการตรวจสอบเฉย ๆ ก็แล้วไป แต่อาจเป็นไปได้เหมือนกันว่า คนไข้ที่คุณหมอดูแลอยู่อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ ตับอักเสบ ทำให้สงสัยเรื่องขนาดยาพาราเซตามอล เภสัชกรต้องสอบถามถึงการใช้ยาตัวอื่นในคนไข้รายนี้ เมื่อได้รายการยาทุกตัวมาแล้ว ก็นำมาเช็คว่ามีตัวไหนหรือไม่ที่ทำให้เกิดปัญหาต่อตับ หรือถ้าตับมีปัญหาจะต้องระวังหรือหลีกเลี่ยงการใช้ยาตัวไหน แล้วเปลี่ยนไปใช้ยาอะไรแทน ซึ่งส่วนนี้ผู้เขียนคิดว่า AI อาจไม่สามารถตอบได้ละเอียดเท่าเท่าเภสัชกรที่เป็นมนุษย์

ดังนั้น ในมุมของประชาชนที่ต้องการสอบถามเรื่องยารวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ จึงต้องคำนึงถีงประเด็นข้างต้นด้วย ทั้งนี้ มีงานวิจัยพูดถึงความถูกต้องข้อมูลการตอบคำถามโดย AI ว่ามีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด พบค่าเฉลี่ยกว้าง ๆ จากงานวิจัยอยู่ที่ประมาณ 70-90 เปอร์เซ็นต์ แต่ขาดการพิจารณาแบบเฉพาะรายบุคคล เพราะต้องไม่ลืมว่าผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีปัญหา และพื้นฐานทางสุขภาพไม่เหมือนกัน

AI อาจจะยังตอบคำถามเรื่องยาแทนเภสัชกรไม่ได้ครบถ้วน แต่ต้องยอมรับว่าคำตอบขั้นต้นที่ได้จาก AI ช่วยลดงานบางส่วนของเภสัชกรได้ และช่วยให้เภสัชกรมีเวลาให้บริการเชิงลึกเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น ซึ่งช่วยให้ผู้มีความปลอดภัย และได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ ได้มากขึ้น

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ เติบโตสู่ปีที่ 5 ปั้นแบรนด์สู่ใจลูกค้า ภายใต้แนวคิด ‘The only one in your mind’

กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ เติบโตสู่ปีที่ 5 ปั้นแบรนด์สู่ใจลูกค้า ภายใต้แนวคิด ‘The only one in your mind’

กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ เติบโตสู่ปีที่ 5 ปั้นแบรนด์สู่ใจลูกค้า ภายใต้แนวคิด ‘The only one in your mind’

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เจ คอนเซ็พท์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน กูร์กูร์ ชิคเก้นท์  [GUGU Chicken] ไก่ทอดเกาหลีชื่อดัง เติบโตอย่างรวดเร็ว ก้าวสู่ปีที่ ในประเทศไทย ประกาศตอกย้ำพันธกิจ “The Only One in Your Mind” ยึดแนวคิดใส่ใจลูกค้าและสร้างความประทับใจ เดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้า มั่นใจจุดแข็ง ระบบบริหารตรงจากส่วนกลางในรูปแบบ Direct Management สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าขยายครบ 40 สาขาทั่วประเทศไทย ภายในปี 2568

นายจองซอก ซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เจ คอนเซ็พท์ จำกัด เปิดเผยว่า “ กูร์กูร์ ชิคเก้นท์  [GUGU Chicken] ประสบความสำเร็จอย่างดี ในการเข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทย โดยในปี 2568 เป็นการก้าวสู่ปีที่ 5 ปี อย่างมั่นคง ซึ่งในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และ พันธมิตรธุรกิจ ให้การสนับสนุนอย่างดี กลายเป็นพลังที่ทำให้ กูร์กูร์ ชิคเก้นท์  [GUGU Chicken] เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบัน มีจำนวน 32 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้การบริการงาน ในรูปแบบ Direct Management ที่ยึดหลักการบริหารร้านเองทุกสาขา สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการ อันเป็นความรับผิดชอบเป็นหัวใจของการให้บริการ ทั้งนี้ ลูกค้าสัมผัสรู้สึกและรับรู้ได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ กูร์กูร์ ชิคเก้นท์  [GUGU Chicken] ในฐานะแบรนด์ ไก่ทอดเกาหลี ระดับคุณภาพ ที่มีความอร่อยถูกใจคนไทย

กูร์กูร์ ชิคเก้นท์  [GUGU Chicken]  เชื่อว่า แก่นแท้ของแบรนด์ร้านอาหารคือ ‘คน’ หมายถึง บุคลากรต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลัง ได้มาร่วมกันสร้างสรรค์กันด้วยความใส่ใจ จนได้อาหารที่มีคุณภาพคู่กับความอร่อยถูกใจคนไทย โดย กูร์กูร์ ชิคเก้นท์  [GUGU Chicken] จะเดินหน้าต่อไป เพื่อรังสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง  ภายใต้พันธกิจสำคัญคือ คือ ก้าวสู่ แบรนด์อันดับ1 ในใจลูกค้า”

บริษัท เจ คอนเซ็พท์ จำกัด นำเข้าส่วนผสมสำคัญจากประเทศเกาหลี เพื่อใช้ภายในร้าน กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken] โดยเน้นคัดสรรวัตถุดิบและสูตรอาหารเกาหลีขนาดแท้ เพื่อคงรสชาติและความเป็นต้นตำรับเกาหลี  เป็นการเสิร์ฟความอร่อยจากเกาหลีให้กับลูกค้าในทุก ๆ คำอย่างแท้จริง สำหรับ กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken]  โดดเด่นด้วยไก่ทอด 9 รสชาติที่หลากหลาย ตอบสนองทุกรสชาติที่ลูกค้าชื่นชอบ และนอกจากไก่ทอดแล้ว ยังมีเมนู K-Street food อื่น ๆ เช่น ต๊อกบอกกี, คิมมารี, มอซซาเรลล่า ชีสบอล และออมุกทอด ที่เพิ่มประสบการณ์ทางวัฒนธรรม สะท้อนถึงรสชาติและความเป็นเกาหลี

นายจองซอก ซู ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท เจ คอนเซ็พท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken] พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพัฒนาสูตรอาหาร การคัดสรรวัตถุดิบ จนถึงการให้บริการ โดยใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยมาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดและทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าทุกคนกลับบ้านไปพร้อมกับความทรงจำที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและประสบการณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร” ทั้งนี้ ในโอกาสครบรอบ 5 ปี กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken]  ได้เตรียมของที่ระลึกสุดพิเศษ  คือ GUGU Chicken Bandana’ ผ้าพันคอสุดชิค เพื่อมอบให้กับลูกค้าผู้มาใช้บริการที่ร้าน โดยร่วมกับเครื่องดื่มเป๊ปซี่ มอบให้กับลูกค้าทันที เมื่อยอดซื้อครบ 555 บาท/บิล ตั้งแต่ 21 เมษายน – พฤษภาคม 2568  อันจะเป็นการสร้างความประทับใจ และ ความผูกพันใกล้ชิด ให้เกิดขึ้นระหว่าง กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken]  กับ ลูกค้า

ความสำเร็จของ กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken]  ปัจจัยสำคัญ มาจากการบริหารจัดการโลจิสติกส์ผ่านบริษัทในเครือ บริษัท เจ โลจีส จำกัด ภายใต้แนวคิด “Fresh Food – Fast”  โดยมุ่งเน้นการจัดส่งวัตถุดิบที่สดใหม่ รวดเร็ว และสะอาด ครอบคลุมทุกสาขา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเตรียมขยายธุรกิจสู่ตลาด B2B และ B2C เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต รวมไปถึง  การทำงานภายใต้บรรยากาศ Smart office ด้วยวัฒนธรรมออฟฟิศยุคใหม่ สามารถตอบโจทย์การทำงานแบบทันสมัย ทั้งนี้ ในด้านการทำงานองค์กร บริษัท เจ คอนเซ็พท์ จำกัด ส่งเสริมการทำงานในระบบ Smart Office และสร้างสภาพแวดล้อมแบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของทีมในยุคใหม่อีกด้วย นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรจากภายใน โดยส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันผ่านแนวคิด “Better Together” และยึดถือค่านิยมหลัก F I R S T ซึ่งประกอบด้วย Fun – Improvement – Respect – Standard – Trust เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความสุขและเติบโตไปพร้อมกัน

ยิ่งไปกว่านั้น กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken]  มีแผนที่จะขยายสาขา เพิ่มจาก 32 สาขา เป็น 40 สาขา ทั่วประเทศไทย ภายในปี 2568 เมื่อบรรลุเป้าหมายขยายได้ครบ 40 สาขาที่บริหารเอง จากนั้น ในปี 2569 มีแผนที่จะเดินหน้าสู่การเป็นธุรกิจแฟรนไชส์อย่างเต็มรูป เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และ เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ที่สำคัญ ในทุกย่างก้าวของการดำเนินธุรกิจ เจ คอนเซ็พท์ จะเดินเคียงคู่กับ ลูกค้า พนักงาน พันธมิตรธุรกิจ รวมไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ และทุกภาคส่วนในสังคม ที่ร่วมกันให้การสนับสนุน พร้อมกับผลักดัน กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken] สู่การเป็นแบรนด์ร้านอาหารที่ลูกค้าคิดถึงเสมอ “The only one in your mind”

กูร์กูร์ ชิคเก้นท์ [GUGU Chicken] ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เจ คอนเซ็พท์ จำกัด เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์คือกุญแจสู่ความสำเร็จ” โดยพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกความท้าทายอย่างมุ่งมั่น ผนวกกับการมีเป้าหมายธุรกิจที่ชัดเจน ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ จะผลักดันให้องค์กรเติบโตไปสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

บอกลาปัญหาสุขภาพด้วย ‘แมกนีเซียม’ ตัวช่วยเสริมความแกร่งให้ร่างกาย

บอกลาปัญหาสุขภาพด้วย ‘แมกนีเซียม’ ตัวช่วยเสริมความแกร่งให้ร่างกาย

บอกลาปัญหาสุขภาพด้วย ‘แมกนีเซียม’ ตัวช่วยเสริมความแกร่งให้ร่างกาย

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพราะแมกนีเซียม สำคัญต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด คนส่วนใหญ่อาจจะมีอาการขาดแมกนีเซียมโดยไม่รู้ตัว  แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญในการทำงานของร่างกาย เนื่องจากมีส่วนช่วยในการทำงานของเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิด ซึ่งช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ  ทั้งระบบประสาท กล้ามเนื้อ กระดูก ถ้าหากคุณเป็นคนมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ  ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดหัวไมเกรนเป็นประจำ รวมไปถึงกล้ามเนื้อชาและเป็นตะคริว ไม่ว่าจะเป็นข้อใด ข้อหนึ่งตามที่กล่าวมา จากการสังเกตตัวเองกับปัญหาต่างๆ ในร่างกาย สามารถตั้งข้อสงสัยได้ว่า อาจจะเป็นอาการของผู้ที่ขาดแมกนีเซียม

ร่างกายขาดแมกนีเซียมอาจทำให้อ่อนแอได้ เพราะฉะนั้นสารพัดประโยชน์สุดจึ้งของแมกนีเซียมที่ทำเอาทึ่งไม่น้อยหากได้รับอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ โดยต่อวันปริมาณแมกนีเซียมที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอายุและเพศ เช่น วัยรุ่นชายและหญิงอายุ 9-18 ปี ควรรับประทานแมกนีเซียม 170-290 มก. ต่อวัน และผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไปทั้งเพศชายและหญิงควรรับประทานแมกนีเซียม 240-320 มก.ต่อวัน

แมกนีเซียมมีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วยทำให้ระบบประสาทและสารสื่อประสาททำงานเป็นปกติ ป้องกันและลดอาการปวดไมเกรน ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและหลอดเลือด ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความวิตกกังวล ช่วยลดอาการปวดท้อง อ่อนเพลีย หงุดหงิดก่อนมีประจำเดือน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ต้านการอักเสบและช่วยซ่อมแซม DNA  ช่วยชะลอวัย เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย และคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ จากการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ และไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก

ทั้งนี้ การเสริมแมกนีเซียมให้ร่างกาย ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น เพราะแมกนีเซียมมีส่วนช่วยในการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีขึ้น ลดการตื่นกลางดึก และอาการวิตกกังวล รวมถึงลดอาการชาหรือตะคริวขณะนอน

แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร ในหลากหลายจำพวก อาทิ พืชตระกูลถั่ว เมล็ดพืช หรือธัญพืช เช่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์  ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า บรอกโคลี ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน นมและผลิตภัณฑ์จากนม ดาร์กช็อกโกแลต

Giffarine (กิฟฟารีน) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย  เพิ่มทางเลือกเสริมแมกนีเซียม 175-350 มก. ต่อวันให้ร่างกาย ด้วย Giffarine Bio Magnesium Plus (กิฟฟารีน ไบโอ แมกนีเซียม พลัส) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูล โดดเด่นด้วยการใช้แมกนีเซียมที่มาจากทะเลเดดซี  ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติ ทำให้ได้แมกนีเซียมมีความบริสุทธิ์ และเข้มข้นสูง รวมถึงการใช้แมกนีเซียมซิเตรท ซึ่งเป็นชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย และดีกว่าชนิดอื่น ๆ นอกจากแมกนีเซียมแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ที่ส่งผลดีต่อหลายระบบในร่างกาย ได้แก่ แมงกานีส อะมิโน แอซิด คีเลต, ซิงค์ กลูโคเนต, คอปเปอร์ กลูโคเนต, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12 และ วิตามินบี 1

เริ่มเสริมแมกนีเซียม เพื่อบอกลาปัญหาสุขภาพที่เคยกวนใจ

Rado เปิดตัว Captain Cook โฉมใหม่ ผลิตเพียง1962 เรือนในโลก

Rado เปิดตัว Captain Cook โฉมใหม่ ผลิตเพียง1962 เรือนในโลก

Rado เปิดตัว Captain Cook โฉมใหม่ ผลิตเพียง1962 เรือนในโลก

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้วันนี้นาฬิกาคอลเล็กชั่น Caption Cook จะมีอายุถึง 63 ปีแล้ว แต่ Rado ก็ยังไม่เคยหยุดพัฒนาเทคโนโลยี วัสดุ และการออกแบบ ทำให้มี Captain Cook รุ่นใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจออกมาให้คนรักนาฬิกาตื่นเต้นเสมอ ล่าสุดคือ Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton กับ Rado Captain Cook Over-Pole สองนาฬิกาเรือนสวยที่มีสไตล์โดดเด่นต่างกัน แต่ล้วนตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุและงานดีไซน์

หลังจากที่ Rado เปิดตัว Captain Cook ไปครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1962 และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แบรนด์ได้ต่อยอดความสำเร็จนั้นด้วยการเนรมิตวัสดุสุดล้ำอย่างไฮเทคเซรามิกในเฉดสีใหม่มาเรื่อยๆ ซึ่ง Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton เรือนล่าสุดนี้ใช้ไฮเทคเซรามิกแบบโมโนบล็อกสีดำด้านดูเข้มแข็ง อบอุ่น ตัดกับขอบหน้าปัดหมุนได้สีโรสโกลด์ ซึ่งบริเวณขอบหน้าปัดนี้เองที่แบรนด์เติมรอยหยักให้ดูคมชัดขึ้น เพื่อเพิ่มความสปอร์ตและทะมัดทะแมงยามสวมใส่ 

นอกจากนี้ Captain Cook Over-Pole ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นตำนานของ Rado ที่แบรนด์เคยนำกลับมาตีความใหม่ไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อช่วงปีค.ศ. 2022 ซึ่งเอกลักษณ์หนึ่งคือการใช้กลไกไขลานด้วยมือ R862 และ Worldtimer โดยในปีนี้ Captain Cook Over-Pole กลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่สวยสะกดตาตั้งแต่แรกเห็น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของรุ่นก่อนที่ผู้คนชื่นชอบไว้ด้วย เช่น คาลิเบอร์ R862 กลไกไขลานด้วยมือที่ยังมีเสน่ห์เสมอ ขณะเดียวกันก็ถอดแบบมาจากระบบออโตเมติกทำให้มีความแม่นยำมากเป็นพิเศษ และยังสอดเข้าไปอยู่ในตัวเรือนที่บางกว่าเดิมได้ โดย Captain Cook Over-Pole เรือนนี้หนาเพียง 10.9 มม. ในพาร์ตการตกแต่งกลไกใช้เทคนิคขัดลาย Côtes-de-Genève ฝาหลังเป็นสแตนเลสขัดเงาพร้อมคริสตัลแซฟไฟร์สลัก LIMITED EDITION พร้อมหมายเลขรุ่น ความพิเศษนี้มีจำนวนจำกัดเพียง 1962 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

นาฬิการุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกที่ Rado Boutique Chiangmai ชั้น 1 เซ็นทรัลเชียงใหม่ จากนั้นวางจำหน่ายในกรุงเทพฯ แต่ย้ำว่าเป็น Limited Edition มีจำนวนจำกัดและเข้าสู่ประเทศไทยเพียงไม่กี่เรือนเท่านั้น คนรักนาฬิกาวินเทจห้ามพลาดเป็นเจ้าของ 1 ใน 1962 เรือนของโลกเด็ดขาด

‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ตอกย้ำแบรนด์สตรีทฟู้ดมหาชนของทุกคน คว้ารางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand

‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ตอกย้ำแบรนด์สตรีทฟู้ดมหาชนของทุกคน คว้ารางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand

‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ตอกย้ำแบรนด์สตรีทฟู้ดมหาชนของทุกคน คว้ารางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” แฟรนไชส์อาหารชื่อดังภายใต้ “ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น” คว้ารางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand  หมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่มแฟรนไชส์ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ครองใจผู้บริโภค จัดโดยนิตยสาร BrandAge และ BrandAge Online สะท้อนจากเสียงผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยมี นายจาฏวัฒน์ อาขวาคม ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานการพาณิชย์ บริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบ ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

การมอบรางวัล Thailand’s Most Admired Brand โดยนิตยสาร BrandAge จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2000 เพื่อสำรวจความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้บริโภคในแต่ละอุตสาหกรรม ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงในการบริโภคปัจจุบันที่มีความหลายหลายมากขึ้น จัดทำโดยทีมงานของนิตยสาร BrandAge และความร่วมมือกับอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วทุกภูมิภาค
เพื่อค้นหาแบรนด์สินค้าและบริการที่เป็นหนึ่งในใจผู้บริโภค

นายจาฏวัฒน์ อาขวาคม ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานการพาณิชย์ บริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า รางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และชายสี่ คอร์ปอเรชั่น เป็นอย่างมาก รางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นและการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยที่ให้การสนับสนุนเรามาตลอดกว่า 30 ปี

ปัจจุบันชายสี่บะหมี่เกี๊ยว เติบโตจนมีแฟรนไชส์กว่า 4,500 สาขาทั่วประเทศ และยังขยายไปสู่แบรนด์สตรีทฟู้ดอื่น ๆ ในเครือ อาทิ ชายใหญ่ข้าวมันไก่, พันปีหมี่เป็ดย่าง, อาลีหมี่ฮาลาล และ ไก่หมุนคุณพัน รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป เช่น จัดจ้าน และ ชายสี่โกลด์ ที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ โมเดิร์นเทรด และช่องทางออนไลน์ เพิ่มตัวเลือกให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น ไม่เพียงแค่เป็น “เจ้าแห่งเส้น” เท่านั้น แต่จะมุ่งสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นด้วยการเป็น “สตรีทฟู้ดมหาชนของทุกคน” ขอขอบคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ไว้วางใจในคุณภาพ รสชาติ และบริการของเรา รวมถึง BrandAge ที่มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับเรา เราจะเดินหน้าพัฒนาและส่งมอบอาหารที่อร่อย มีคุณภาพ และเข้าถึงทุกคนต่อไป