เพชร คบ มายด์ 7 ปี เผยพฤติกรรมอดีตแฟนเปลี่ยนหลังเจอ โตโน่ เปิดแชตแรกที่คุยกัน

เพชร คบ มายด์ 7 ปี เผยพฤติกรรมอดีตแฟนเปลี่ยนหลังเจอ โตโน่ เปิดแชตแรกที่คุยกัน

16 เม.ย. 2568 13:25 น.

เพชร คบ มายด์ 7 ปี เผยพฤติกรรมอดีตแฟนเปลี่ยนหลังเจอ โตโน่ เปิดแชตแรกที่คุยกัน

ทำเอาฮือฮา เมื่อ เพชร อดีตแฟนของ มายด์ สาวที่มีข่าวกับพระเอก-นักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ มาร่วมรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 ซึ่ง เพชรก็ได้มาเล่าถึงความสัมพันธ์กับมายด์ที่คบหากันมานานกว่า 7 ปี อยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา และฝ่ายหญิงไม่เคยนอกใจเลย

เพชร คบ มายด์ 7 ปี เผยพฤติกรรมอดีตแฟนเปลี่ยนหลังเจอ โตโน่ เปิดแชตแรกที่คุยกัน

แต่จุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ก็คือตอนที่จับได้ว่ามายด์มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในช่วงเดือนที่แล้ว ไม่อยากกลับมาหาตอนว่าง ก่อนจะเล่าถึงเรื่องที่ มายด์ มีโอกาสไปเจอ โตโน่ ครั้งแรกในงานอีเวนต์งานหนึ่ง และวันนั้นตนไปงานอีเวนต์นั้นด้วย พร้อมทั้งเก็บฟุตการทำงานของแฟนสาวด้วย ซึ่งหลังจากนั้นโตโน่ก็ส่งข้อความมาหา ติดต่อให้ไปร่วมงานกัน แต่มายด์ไม่ว่าง

แต่หลังจากนั้นเป็นปีก็มีการติดต่อมาเพื่อให้ไปร่วมงานอีก ก่อนที่ความสัมพันธ์เปลี่ยนไปในช่วงเดือน มี.ค. 2568 จนกลายเป็นประเด็นร้อน ซึ่งที่ผ่านมาก่อนจะกลับมาร่วมงานกันอีก ทั้งคู่ก็มีคุยกันบ้างเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอล จนกระทั่งมีการติดต่อชวนมาทำงานอีกครั้งในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับฟุตบอล 

มายด์ก็ปรึกษาว่าจะไปทำงานกับโตโน่หรือแคสต์งานมอเตอร์โชว์ดี และเพชรก็แนะนำว่าให้ทำงานกับโตโน่ดีกว่าเพราะมันระยะยาว อีกทั้งมายด์บอกว่าอยากให้ตนมาทำงานด้วยกัน โดยบอกว่าถ้าเริ่มสนิทกับ ผจก. จะขอให้เพชรมาทำงานด้วยกัน ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 เลยมั่นใจว่าเรื่องไม่ได้เกิดในช่วงนั้นแน่นอน

นอกจากนี้ในรายการ หนุ่ม กรรชัย ก็ได้เปิดแชตแรกที่ โตโน่-มายด์ ได้คุยกันหลังเจอกันครั้งแรกร่วมงานอีเวนต์ ซึ่งมายด์ได้โพสต์สตอรี่เป็นภาพตอนทำงานกับโตโน่ ก่อนที่โตโน่ตอบกลับว่าดีใจนะครับที่ได้ร่วมงานด้วย เดี๋ยวรอรูปของตากล้องทีมพี่แล้วส่งให้นะ

ซึ่งฝ่ายหญิงก็ตอบกลับว่าดีใจมากๆ ที่ได้ร่วมงานกัน พร้อมทั้งขอบคุณและบอกว่ารอรูป ก่อนที่โตโน่จะถามว่ามายด์ทำอะไรบ้าง พิธีกรเป็นหลักเลยเหรอ และมายด์ก็ตอบว่าทำได้หมดเลย ไม่เกี่ยงงาน

เพชร คบ มายด์ 7 ปี เผยพฤติกรรมอดีตแฟนเปลี่ยนหลังเจอ โตโน่ เปิดแชตแรกที่คุยกัน
เพชร คบ มายด์ 7 ปี เผยพฤติกรรมอดีตแฟนเปลี่ยนหลังเจอ โตโน่ เปิดแชตแรกที่คุยกัน

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

มายด์ เคลื่อนไหวหลังมีดราม่า โตโน่ โพสต์หลังจากนี้จะรักและทำเพื่อตัวเองบ้าง

มายด์ เคลื่อนไหวหลังมีดราม่า โตโน่ โพสต์หลังจากนี้จะรักและทำเพื่อตัวเองบ้าง

16 เม.ย. 2568 12:46 น.

มายด์ เคลื่อนไหวหลังมีดราม่า โตโน่ โพสต์หลังจากนี้จะรักและทำเพื่อตัวเองบ้าง

หลังจากที่มีกระแสดราม่าของนักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ที่มีประเด็นเม้าท์แรงนอกใจนางเอกสาว ณิชา ณัฏฐณิชา ไปคุยกับพริตตี้สาวฮอต โดยในเพจต่างๆ มีทั้งเปิดคลิปแฉ ไปจนถึงข้อความแชตต่างๆ ในไลน์ ทำให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ล่าสุด มายด์ พริตตี้สาวที่มีข่าวกับโตโน่ ก็ได้เคลื่อนไหวผ่านทางอินสตาแกรมสตอรี่ โดยแชร์ภาพข้อความที่เขียนว่า “หลังจากนี้ ฉันจะรักตัวเองและทำเพื่อตัวเองบ้าง”

มายด์ เคลื่อนไหวหลังมีดราม่า โตโน่ โพสต์หลังจากนี้จะรักและทำเพื่อตัวเองบ้าง

ซึ่งหลังจากที่ มายด์ โพสต์ไปก็มีชาวเน็ตแชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อ๋อม สกาวใจ เปิดเลขจากน้องกระดิ่งงวด 16 เม.ย. 68 เห็นเลข 3 ตัวแบบชัดมาก

อ๋อม สกาวใจ เปิดเลขจากน้องกระดิ่งงวด 16 เม.ย. 68 เห็นเลข 3 ตัวแบบชัดมาก

16 เม.ย. 2568 12:23 น.

อ๋อม สกาวใจ เปิดเลขจากน้องกระดิ่งงวด 16 เม.ย. 68 เห็นเลข 3 ตัวแบบชัดมาก

ใจดีจัดเต็มให้เลขเด็ดมาตลอด สำหรับนางร้ายสาว อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ที่มักจะมีเลขเด็ดมาฝากแฟนๆ นำไปเสี่ยงโชคอยู่เสมอ และหลายครั้งที่เลขเด็ดจากสาวอ๋อมทำให้แฟนๆ ถูกรางวัลรับทรัพย์มาก็หลายงวดเลยทีเดียว

อ๋อม สกาวใจ เปิดเลขจากน้องกระดิ่งงวด 16 เม.ย. 68 เห็นเลข 3 ตัวแบบชัดมาก

ล่าสุด อ๋อม สกาวใจ จัดให้อีกครั้งกับเลขเด็ดจากน้องกระดิ่งในโหลแก้ว ประจำงวดวันที่ 16 เม.ย. 2568 ซึ่งเจ้าตัวก็ได้โพสต์เลขเด็ดพร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “น้องกระดิ่งแวะมา สวัสดีปีใหม่ไทยอย่างเป็นทางการค่ะ” และเมื่อดูภาพของน้องกระดิ่ง ปรากฏว่าเห็นเป็นเลข 0 6 5 หรืออาจจะมองเลข 6 เป็นเลข 9 ก็ได้

ส่องคอมเมนต์ก็มีแฟนๆ ต่างคอมเมนต์ตีเป็นเลขเด็ดกันเป็นแถว อาทิ 99 00 66, 59 56 60 90, 09-90 จงมา, 665/566/056/095/995/595, 06 วันเกิดเราที่ผ่านมา สาธุ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ผู้คนนับล้านแห่ชม รายการสด 24 ชม. กวางเอลก์สวีเดนอพยพ

ผู้คนนับล้านแห่ชม รายการสด 24 ชม. กวางเอลก์สวีเดนอพยพ

17 เม.ย. 2568 13:44 น.

ผู้คนนับล้านแห่ชม รายการสด 24 ชม. กวางเอลก์สวีเดนอพยพ

ผู้คนหลายล้านคนตั้งตารอการถ่ายทอดสดตลอด 24 ชั่วโมง ของการอพยพประจำปีของของกวางเอลก์ หรือกวางมูส ทางภาคเหนือของสวีเดน นับตั้งแต่เริ่มออกอากาศในปี 2019

ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ผู้คนหลายล้านคนตั้งตารอการถ่ายทอดสดการอพยพประจำปีของของกวางเอลก์ หรือกวางมูส ทางภาคเหนือของสวีเดน ซึ่งมีการถ่ายทอดสดตลอด 24 ชม.

รายการ “Den stora älgvandringen” หรือ “การอพยพครั้งใหญ่ของกวางมูส” ติดตามการอพยพของกวาง ขณะที่พวกมันว่ายน้ำข้ามแม่น้ำแองเกอร์แมน และเดินทางไปยังทุ่งหญ้าที่เขียวชอุ่มในฤดูร้อน เป็นประจำทุกปี รายการที่มีการถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมง จากช่อง SVT Play ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของสวีเดน เริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ซึ่งเร็วกว่ากำหนดหนึ่งสัปดาห์เนื่องจากเดือนเมษายนนี้อากาศอบอุ่นเร็วขึ้น

การถ่ายทอดสดดังกล่าวได้กลายเป็นปรากฏการณ์ “สโลว์ทีวี” และสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นนับตั้งแต่เริ่มออกอากาศในปี 2019

ผู้ชมรายหนึ่งซึ่งติดตามการถ่ายทอดสดประจำปีนี้มาตั้งแต่บังเอิญพบรายการนี้ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 กล่าวว่าเธอเปิดทีวีติดต่อกัน 16 ชั่วโมงตั้งแต่เริ่มออกอากาศ เธอบอกว่ารายการนี้ถือเป็นการผ่อนคลายอย่างดี “มีเสียงธรรมชาติของนก เสียงลม เสียงต้นไม้ ทำให้คุณรู้สึกราวกับว่าคุณอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติก็ตาม” และกล่าวว่าการถ่ายทอดสดเป็นเหมือน “การบำบัด” ที่ช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและอาการตื่นตระหนกได้

การถ่ายทอดสดของ SVT มีผู้ชมจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มในเฟซบุ๊กที่มีสมาชิกมากกว่า 77,000 คน ที่มารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันช่วงเวลาที่น่าจดจำ ปฏิกิริยาทางอารมณ์ต่อการถ่ายทอดสด และความหลงใหลร่วมกันของพวกเขาต่อการอพยพย้ายถิ่นฐาน

ส่วนสำคัญของการเดินทางที่ SVT บันทึกไว้ คือการเดินทางผ่านหมู่บ้าน Kullberg ทางตอนเหนือของสวีเดนของกวาง ซึ่งในอเมริกาเหนือเรียกว่ากวางมูส และในยุโรปเรียกว่ากวางเอลก์

กอรัน อีริคสัน คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งสวีเดน และที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์สำหรับการออกอากาศ กล่าวว่า กวางเอลก์จะอพยพกลับไปยังพื้นที่ในช่วงฤดูร้อน หลังจากรวมตัวกันในจุดที่มีอุณหภูมิที่ดีกว่าในฤดูหนาว “ในอดีต การอพยพนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน กวางมูสจะกระจายตัวกันอย่างเท่าเทียมกัน” เขากล่าวเสริมว่า กวางเอลก์ประมาณ 95% ในสวีเดนตอนเหนือจะอพยพทุกปี โดยเสริมว่าการอพยพเร็วไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในปีนี้ พบว่าหิมะบนพื้นดินน้อยลง เขากล่าวเสริมว่า มีการใช้กล้องมากกว่า 30 ตัวเพื่อจับภาพกวางเอลก์ขณะที่มันเคลื่อนตัวผ่านภูมิประเทศอันกว้างใหญ่

รายการดังกล่าวดึงดูดผู้ชมได้เกือบล้านคนในช่วงเปิดตัวในปี 2019 ก่อนที่จะมีผู้ชมถึง 9 ล้านคนในปี 2024

มินห์ซวน ตรัง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งสวีเดน ซึ่งทำการสำรวจผู้ชมการถ่ายทอดสด กล่าวว่าในสภาพแวดล้อมสื่อที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างเพลิดเพลินไปกับการสัมผัสธรรมชาติผ่านรูปแบบ “สโลว์ทีวี” ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือการถ่ายทอดสดแบบยาว ไม่ตัดต่อ และแบบเรียลไทม์

พื้นที่ป่าไม้ของสวีเดนเป็นที่อยู่อาศัยของกวางเอลก์ประมาณ 300,000 ตัว สัตว์ชนิดนี้เป็นที่รู้จักในประเทศสแกนดิเนเวียในชื่อ “ราชาแห่งป่า”.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เมียนมาอภัยโทษ เตรียมปล่อยนักโทษเกือบ 5,000 คน

เมียนมาอภัยโทษ เตรียมปล่อยนักโทษเกือบ 5,000 คน

17 เม.ย. 2568 12:58 น.

เมียนมาอภัยโทษ เตรียมปล่อยนักโทษเกือบ 5,000 คน

รัฐบาลทหารเมียนมาอภัยโทษนักโทษ เตรียมปล่อยตัวเกือบ 5,000 คนในโอกาสเฉลิมฉลองปีใหม่ของประเทศ

ในแถลงการณ์ของรัฐบาลทหารเมียนมา ระบุว่าจะมีการอภัยโทษให้นักโทษจำนวน 4,893 คน เพื่อให้มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างรัฐ เพื่อความสงบสุขของประชาชน และด้วยเหตุแห่งความเมตตา และเพื่อแสดงความปรารถนาดีจากรัฐ ทางการยังระบุว่าจะลดโทษให้กับนักโทษรายอื่น ๆ ลง 1ใน 6 ของโทษทั้งหมด ยกเว้นผู้ที่กระทำผิดในคดีร้ายแรง เช่น การสมคบคิดกับองค์กรผิดกฎหมาย การก่อการร้าย ฆาตกรรม และข่มขืน

รัฐบาลยังระบุด้วยว่าจะอภัยโทษและเนรเทศชาวต่างชาติ 13 คน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือความผิดที่ก่อไว้

กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 ซึ่งได้ยุติการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยของเมียนมาและนำประเทศเข้าสู่สงครามกลางเมืองที่ซับซ้อน รัฐบาลทหารได้จับกุมผู้ประท้วงและนักเคลื่อนไหวหลายพันคน

โดยปกติแล้ว การนิรโทษกรรมจะประกาศในช่วงวันหยุดประจำชาติหรือเทศกาลทางพุทธศาสนา แต่ผู้ต้องขังทางการเมืองรายสำคัญจำนวนมาก รวมถึงนางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำพลเรือน ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวของ AFP รายงานว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีครอบครัวจำนวนมากรวมตัวกันอยู่หน้าคุกอินเส่งในนครย่างกุ้ง เพื่อรอรับญาติที่อาจได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้ด้วย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พม่า

สหรัฐฯ ขู่ฮาร์วาร์ด ตัดโควต้ารับนักศึกษาต่างชาติ หากไม่เปิดเผยข้อมูลวีซ่า

สหรัฐฯ ขู่ฮาร์วาร์ด ตัดโควต้ารับนักศึกษาต่างชาติ หากไม่เปิดเผยข้อมูลวีซ่า

17 เม.ย. 2568 12:05 น.

สหรัฐฯ ขู่ฮาร์วาร์ด ตัดโควต้ารับนักศึกษาต่างชาติ หากไม่เปิดเผยข้อมูลวีซ่า

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ กล่าวว่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจะสูญเสียความสามารถในการรับนักศึกษาต่างชาติ หากไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลในการเปิดข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าของนักศึกษาต่างชาติบางส่วน

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ กล่าวว่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจะสูญเสียความสามารถในการรับนักศึกษาต่างชาติ หากไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลในการเปิดข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าของนักศึกษาต่างชาติบางส่วน 

คริสตี้ โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ยังได้ประกาศยกเลิกทุนช่วยเหลือ 2 ทุนของกระทรวงฯ มูลค่ารวมกว่า 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่มอบให้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โนเอมกล่าวว่า เธอได้เขียนจดหมายถึงมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อเรียกร้องเอกสารเกี่ยวกับสิ่งที่เธอเรียกว่า “กิจกรรมที่ผิดกฎหมายและรุนแรง” ของผู้ถือวีซ่านักเรียนต่างชาติของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดภายในวันที่ 30 เมษายน

โนเอมกล่าวในแถลงการณ์ว่า “หากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดในการรายงานอย่างครบถ้วน มหาวิทยาลัยจะสูญเสียสิทธิพิเศษในการรับนักศึกษาต่างชาติ”

โฆษกของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวว่า มหาวิทยาลัยรับทราบถึงจดหมายของโนเอม “เกี่ยวกับการยกเลิกทุนช่วยเหลือและการตรวจสอบวีซ่านักเรียนต่างชาติ” โฆษกกล่าวว่ามหาวิทยาลัยยืนหยัดตามแถลงการณ์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าจะ “ไม่สละความเป็นอิสระหรือสละสิทธิตามรัฐธรรมนูญ” และจะปฏิบัติตามกฎหมาย

ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่มหาวิทยาลัยด้วยการตัดเงินทุนของรัฐบาลกลาง เนื่องจากเหตุประท้วงในมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนปาเลสไตน์ต่อการโจมตีทางทหารของอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ในฉนวนกาซา หลังจากการโจมตีด้วยกำลังทหารของกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์เมื่อเดือนตุลาคม 2023 จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ทรัมป์มองว่าผู้ประท้วงเป็นภัยคุกคามต่อนโยบายต่างประเทศที่ต่อต้านชาวยิวและเห็นอกเห็นใจกลุ่มฮามาส ผู้ประท้วง รวมถึงกลุ่มชาวยิวบางกลุ่ม กล่าวว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์เชื่อมโยงการสนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์และการวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซาเข้ากับการสนับสนุนลัทธิหัวรุนแรงและต่อต้านชาวยิวอย่างไม่ถูกต้อง

ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยังพยายามเนรเทศผู้ประท้วงชาวต่างชาติบางส่วนและเพิกถอนวีซ่า โนเอมกล่าวว่า “ด้วยเงินบริจาค 53,200 ล้านดอลลาร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสามารถระดมทุนเพื่อจัดการกับความวุ่นวายของตัวเองได้ แต่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะไม่ทำ” พร้อมเสริมว่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีอุดมการณ์ต่อต้านอเมริกาและสนับสนุนฮามาสอยู่แล้ว 

ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเคยกล่าวว่าได้พยายามต่อสู้กับลัทธิต่อต้านชาวยิวและอคติอื่นๆ ในมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันก็รักษาเสรีภาพทางวิชาการและสิทธิในการประท้วง

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์กล่าวว่ากำลังพิจารณาสัญญาและเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ให้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และต่อมาได้เรียกร้องให้มีข้อจำกัดต่างๆ รวมถึงการห้ามสวมหน้ากากอนามัยและการยกเลิกโครงการเพื่อความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการรวมกลุ่ม เพื่อให้มหาวิทยาลัยยังคงได้รับเงินจากรัฐบาล

เมื่อวันจันทร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดปฏิเสธข้อเรียกร้องหลายรายการ ที่ระบุว่าจะทำให้รัฐบาลสามารถควบคุมมหาวิทยาลัยได้ ต่อมารัฐบาลทรัมป์กล่าวว่าจะระงับเงินทุนมูลค่า 2,300 ล้านดอลลาร์

เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ยังขู่ว่าจะเพิกถอนสถานะยกเว้นภาษีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อวันพุธว่า สำนักงานสรรพากรของสหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะยกเลิกสถานะยกเว้นภาษีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และคาดว่าจะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเร็วๆ นี้

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวว่า ไม่มีฐานทางกฎหมายที่จะยกเลิกสถานะยกเว้นภาษีได้ โดยกล่าวว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับนักศึกษาลดน้อยลง และจะนำไปสู่การยกเลิกโครงการวิจัยทางการแพทย์ที่สำคัญบางโครงการ

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ระงับหรือยกเลิกเงินทุนบางส่วนสำหรับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น โคลัมเบีย, พรินซ์ตัน, บราวน์, คอร์เนลล์ และนอร์ธเวสเทิร์น  รัฐบาลยังขู่ว่าจะระงับเงินทุนเนื่องจากปัญหาสงครามวัฒนธรรม เช่น โครงการความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม หรือ  DEI และนโยบายเกี่ยวกับบุคคลข้ามเพศ

ผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความหวาดกลัวศาสนาอิสลามและอคติต่อชาวอาหรับ ระหว่างสงครามอิสราเอล-กาซา รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ได้ประกาศขั้นตอนในการตอบโต้.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทูตจีนประจำประเทศไทย เปิดมุมมองต่อสงครามภาษีสหรัฐฯ

ทูตจีนประจำประเทศไทย เปิดมุมมองต่อสงครามภาษีสหรัฐฯ

17 เม.ย. 2568 11:51 น.

ทูตจีนประจำประเทศไทย เปิดมุมมองต่อสงครามภาษีสหรัฐฯ

นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย ชี้ภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯไม่ใช่ความยุติธรรม แต่เป็นการใช้ภาษีเป็นอาวุธบีบบังคับคู่ค้าจนถึงขีดสุดและแสวงหาผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว

นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย แสดงความเห็นต่อสงครามภาษีสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในบทความ “ทัศนะของข้าพเจ้าต่อสงครามภาษี” โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญว่า การค้าระหว่างประเทศตั้งอยู่บนพื้นฐานของทรัพยากรและข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของแต่ละประเทศ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การค้าขายที่สมัครใจและเพื่อประโยชน์ร่วมกัน การที่บริษัทอเมริกันเลือกประเทศไทยเป็นฐานผลิตฮาร์ดดิสก์แล้วนำกลับไปขายในสหรัฐฯ ก็เพราะไทยมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า หากคิดว่าไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐ และตัดสินว่าไทยมีการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯและสมควรถูกขึ้นภาษี ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว การที่สหรัฐฯ เกินดุลในภาคการค้าบริการกับคู่ค้าทั่วโลกมากถึง 295,200 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล จะถือว่าสหรัฐฯ ไม่เป็นธรรมต่อคู่ค้าทั่วโลกหรือไม่ และคู่ค้าทั่วโลกควรลงโทษสหรัฐฯ หรือไม่ ดังนั้น การขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ จึงไม่สอดคล้องกับหลักการทางเศรษฐศาสตร์โดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

การแบ่งงานกันทำและการค้าเสรีระหว่างประเทศต่าง ๆ คือรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจโลก สหรัฐฯเองก็เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบการค้าโลก ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ได้บริโภคสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่าจากทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ครองความได้เปรียบในภาคการเงิน เทคโนโลยี และด้านอื่น ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง คุณโอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) เคยเขียนบทความระบุอย่างชัดเจนว่า “สหรัฐฯ คือผู้ชนะรายใหญ่ที่สุดในเวทีการค้าโลก”

การเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ไม่ใช่ความยุติธรรม แต่คือการใช้อำนาจบีบบังคับ สหรัฐฯ ใช้ภาษีเป็นอาวุธในการบีบบังคับคู่ค้าจนถึงขีดสุดและแสวงหาผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว แท้จริงแล้ว นี่คือการใช้อำนาจการเมืองเข้าครอบงำเศรษฐกิจและการค้า อันเป็นการกดดันฝ่ายเดียวต่อคู่ค้าอย่างไม่เป็นธรรม ทั่วโลกมี 190 กว่าประเทศ ลองจินตนาการดูว่า หากทุกประเทศต่างคิดว่าประเทศของตนเองต้องมาก่อน และหลงเชื่อในสถานะที่มีอำนาจที่แข็งแกร่ง โลกนี้จะถอยกลับไปสู่ยุคแห่งกฎป่า ประเทศเล็กและประเทศที่อ่อนแอจะกลายเป็นผู้รับเคราะห์ และระเบียบกติกาสากลจะถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง

การจุดชนวนสงครามภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ห่วงโซ่อุปทานสั่นคลอนไปทั่วโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงต่อการถดถอยอย่างหนัก 

ส่วนในประเด็นการรับมือของจีน ต้องยอมรับว่าแก่นแท้ของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯคือการได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นคู่ค้าสำคัญระหว่างกันทั้งด้านการค้าสินค้าและการค้าบริการ ตลอดจนการลงทุนระหว่างกัน การรักษาความมั่นคงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างสองประเทศไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อทั้งจีนและสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นคุณต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอีกด้วย ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า เมื่อจีนกับสหรัฐฯ ร่วมมือกัน ทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์ แต่หากปะทะกัน ย่อมเสียหายทั้งคู่ สงครามการค้าย่อมไม่มีผู้ชนะ ลัทธิคุ้มครองก็ไม่ใช่ทางออก ความสำเร็จของจีนและสหรัฐฯ ต่างเป็นโอกาสสำหรับอีกฝ่าย มิใช่ภัยคุกคามต่อกันอย่างแน่นอน

จีนไม่ประสงค์จะทำสงครามภาษี แต่หากมีคนบังคับเรียกเก็บภาษีอย่างไม่มีเหตุผลกับจีน จีนก็จำเป็นต้องตอบโต้อย่างเด็ดขาด ที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ อย่างมีพลัง ทั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของจีน และเพื่อปกป้องระเบียบการค้าเสรีของโลก รวมถึงความยุติธรรมและความเป็นธรรมของมนุษยชาติ

นายหานเชื่อว่า การที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการภาษีในทางที่ไม่เหมาะสม ไม่เพียงแต่จะถูกต่อต้านจากนานาประเทศ ยังจะถูกคัดค้านโดยประชาชนชาวอเมริกันเองอีกด้วย

ส่วนประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-ไทยหลังจากนี้ นายหานระบุว่า จีน-ไทยมีภูมิประเทศที่เชื่อมต่อกัน มีอนาคตที่ร่วมกัน เป็นคู่ค้าสำคัญทั้งด้านการค้าและห่วงโซ่อุตสาหกรรม ท่ามกลางความปั่นป่วนของระบบเศรษฐกิจโลก จีนและไทยควรร่วมมือกัน ยึดมั่นในหลักการค้าเสรีและการเปิดกว้าง ยึดมั่นในการดำเนินความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ส่งเสริมการค้าระหว่างกันและการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน เรายังควรปกป้องระเบียบการค้าโลก ร่วมมือใช้กลไกความร่วมมือจีน-อาเซียน องค์การการค้าโลกและเวทีอื่น ๆ เรียกร้องให้ทุกประเทศยึดมั่นในหลักการที่ไม่กีดกัน เปิดกว้าง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพื่อร่วมกันปกป้องและสร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่มีความร่วมมืออย่างเปิดกว้าง

ขณะที่จีนจะยังคงเดินหน้าขยายการเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง และแบ่งปันโอกาสแห่งการพัฒนากับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จีนมีประชากร 1.4 พันล้านคน และมีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่เกือบ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จีนยินดีต้อนรับผลิตภัณฑ์คุณภาพดีจากประเทศไทยให้เข้าสู่ตลาดจีนเพิ่มมากขึ้น ฝ่ายจีนจะสนับสนุนให้รัฐบาลท้องถิ่น องค์กรภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น อีกทั้งจะสนับสนุนให้บริษัทจีนในประเทศไทยใช้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุตสาหกรรมในท้องถิ่นของไทยให้เต็มที่ ร่วมมือกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยในการพัฒนา เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย รวมถึงส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวของไทย จีนพร้อมจับมือกับไทยเพื่อสร้างต้นแบบแห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่เอื้อประโยชน์ร่วมกัน เพิ่มความมั่นคงภายใต้สถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน และเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่การเติบโตของเศรษฐกิจโลก.

ฮือฮา นักวิทย์ค้นพบหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่เคยมีมา ชี้ความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตต่างดาว

ฮือฮา นักวิทย์ค้นพบหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่เคยมีมา ชี้ความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตต่างดาว

17 เม.ย. 2568 10:02 น.

ฮือฮา นักวิทย์ค้นพบหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่เคยมีมา ชี้ความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตต่างดาว

นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ตรวจพบสิ่งที่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ชี้ความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาล

นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ตรวจพบร่องรอยทางเคมีของก๊าซในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ต่างดาว ซึ่งก๊าซเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากกระบวนการทางชีวภาพเท่านั้น ซึ่งนับเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ 

โดยก๊าซทั้งสองชนิดคือ ไดเมทิลซัลไฟด์ (DMS) และ ไดเมทิลไดซัลไฟด์ (DMDS) ซึ่งตรวจพบจากดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า K2-18 b และเป็นก๊าซที่บนโลกมักผลิตโดยสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่างแพลงก์ตอนพืชในทะเล

นักวิจัยกล่าวว่า การพบก๊าซเหล่านี้ชี้ว่าดาว K2-18 b อาจมีสิ่งมีชีวิตจุลชีพอยู่มาก อย่างไรก็ตาม พวกเขาเน้นว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพบสิ่งมีชีวิตจริง แต่เป็นเพียงสัญญาณทางชีวภาพ หรือร่องรอยที่บ่งชี้ถึงกระบวนการทางชีววิทยา และยังต้องศึกษาต่อไปอย่างรอบคอบ

ศาสตราจารย์นิกกุ มัธุสุทัน นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะ โดยแสดงให้เห็นว่า การตรวจจับสัญญาณชีวภาพบนดาวเคราะห์ที่อาจอยู่อาศัยได้ สามารถทำได้ด้วยเครื่องมือในปัจจุบัน และนี่คือการเข้าสู่ยุคใหม่ของวิชาชีวดาราศาสตร์เชิงสังเกต โดยปัจจุบันมีความพยายามมากมายในการค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะ เช่น บนดาวอังคาร ดาวศุกร์ หรือบนดวงจันทร์น้ำแข็งต่าง ๆ

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับดาว K2-18 b มัธุสุทันกล่าวว่า จนถึงตอนนี้ ข้อมูลทั้งหมดที่กล้องเวบบ์ให้มา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ชี้ว่า K2-18 b อาจเป็นดาวเคราะห์แบบไฮเซียนที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องเปิดรับความเป็นไปได้อื่น ๆ เช่นกัน

โดยพบว่าดาวเคราะห์นี้มีมวลมากกว่าโลกประมาณ 8.6 เท่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าโลกประมาณ 2.6 เท่า โคจรอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยได้ ของดาวฤกษ์ชนิดแคระแดง อยู่ห่างจากโลกประมาณ 124 ปีแสง ในกลุ่มดาวสิงโต

ดาวดวงนี้จัดอยู่ในกลุ่มดาวเคราะห์ที่เรียกว่า “Hycean world” ซึ่งเป็นดาวที่อาจมีมหาสมุทรของน้ำอยู่ทั่วพื้นผิวและชั้นบรรยากาศอุดมด้วยไฮโดรเจน เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว

กล้องเวบบ์ก่อนหน้านี้ได้ตรวจพบมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของ K2-18 b ซึ่งถือเป็นการพบโมเลกุลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตในดาวเคราะห์ที่อยู่ในเขตที่อยู่อาศัยได้เป็นครั้งแรก

ด้านคริสโตเฟอร์ กลีน จากสถาบัน Southwest Research Institute ระบุว่า K2-18 b เป็นดาวเคราะห์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก แต่ยังต้องทดสอบข้อมูลให้ละเอียดที่สุด และยังต้องรอการวิเคราะห์เพิ่มเติมจากนักวิทยาศาสตร์กลุ่มอื่น ๆ เช่นเดียวกับมัธุสุทันที่ยอมรับว่า ยังต้องทำการสังเกตเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง และต้องศึกษาว่ามีกระบวนการทางธรรมชาติอื่น ๆ ที่อาจผลิตก๊าซเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องมีสิ่งมีชีวิตหรือไม่.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สิ่งมีชีวิตนอกโลก

ฝนถล่มมัณฑะเลย์ น้ำท่วม-ดินถล่มซ้ำ หลังแผ่นดินไหวใหญ่พม่าไม่ถึง 2 สัปดาห์

ฝนถล่มมัณฑะเลย์  น้ำท่วม-ดินถล่มซ้ำ หลังแผ่นดินไหวใหญ่พม่าไม่ถึง 2 สัปดาห์

17 เม.ย. 2568 09:42 น.

ฝนถล่มมัณฑะเลย์ น้ำท่วม-ดินถล่มซ้ำ หลังแผ่นดินไหวใหญ่พม่าไม่ถึง 2 สัปดาห์

ชาวมัณฑะเลย์เจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แผ่นดินไหวเพิ่งพังบ้าน ความเป็นอยู่ยังไม่ทันฟื้นตัว เจอฝนกระหน่ำอีก น้ำทะลักเข้าท่วมศูนย์พักพิง อาคารถล่มซ้ำ ชาวบ้านคร่ำครวญ “ชีวิตนี้เหมือนไม่มีทางรอด”

วันที่ 16 เมษายน 2568 เมืองมัณฑะเลย์ ของเมียนมา (พม่า) เผชิญฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ อาคารหลายแห่งได้รับความเสียหาย บางจุดเกิดดินถล่ม ในขณะที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ตั้งขึ้นหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนมีนาคม ถูกน้ำทะลักเข้าไปจนไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้

ชาวเมืองมัณฑะเลย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า ประชาชนยังไม่ทันได้ฟื้นตัวจากแผ่นดินไหว เนื่องจากบ้านพังและต้องอพยพมาอยู่ในเต็นท์ชั่วคราว พอฝนตกหนัก น้ำก็ท่วมเข้าเต็นท์อีก ทำให้รู้สึกว่าชีวิตนี้มันเกินจะทนแล้วจริงๆ

โดยสถานการณ์น้ำท่วมเมืองมัณฑะเลย์ เกิดขึ้นเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ที่ศูนย์กลางอยู่ในเขตสะกาย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักในหลายเมืองของภาคกลางเมียนมา รวมถึงมัณฑะเลย์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม พร้อมทั้งออกประกาศเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตสำหรับชาวเมียนมา ที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวจากภัยพิบัติครั้งก่อน ก็ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติลูกใหม่อย่างไม่ทันตั้งตัว.

“คิม จองอึน” ควงลูกสาวตัดริบบิ้น เปิดเขตก่อสร้างใหม่กลางกรุงเปียงยาง โชว์แผนขยายเมืองครั้งใหญ่

"คิม จองอึน" ควงลูกสาวตัดริบบิ้น เปิดเขตก่อสร้างใหม่กลางกรุงเปียงยาง โชว์แผนขยายเมืองครั้งใหญ่

17 เม.ย. 2568 09:22 น.

“คิม จองอึน” ควงลูกสาวตัดริบบิ้น เปิดเขตก่อสร้างใหม่กลางกรุงเปียงยาง โชว์แผนขยายเมืองครั้งใหญ่

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พร้อมด้วยลูกสาว ร่วมงานเปิดเขตที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ในกรุงเปียงยาง สื่อทางการอวดภาพงานใหญ่เดินหน้าขยายเมืองเต็มกำลัง

วันที่ 17 เมษายน 2568 สถานีโทรทัศน์ KRT ของทางการเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพและรายงานข่าวว่า “คิม จองอึน” ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ปรากฏตัวพร้อมลูกสาว “คิม จูแอ” ในพิธีเปิดโครงการก่อสร้างเขตที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเปียงยาง โดยจัดพิธีตัดริบบิ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

รายงานข่าวระบุว่า เขตที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเปียงยาง ที่เปิดใหม่แห่งนี้มีชื่อว่า “ฮวาซอง” (Hwasong) ซึ่งตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากใจกลางเมือง โดยโครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของอภิมหาโครงการขยายกรุงเปียงยางครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือให้ความสำคัญอย่างมาก

"คิม จองอึน" ควงลูกสาวตัดริบบิ้น เปิดเขตก่อสร้างใหม่กลางกรุงเปียงยาง โชว์แผนขยายเมืองครั้งใหญ่

โดยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกาหลีเหนือมีโครงการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง แต่งโครงการก่อสร้างขยายเมืองในระยะหลังถูกจัดว่า ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และเสริมภาพลักษณ์ของเมืองหลวง

ทั้งนี้ การปรากฏตัวของ คิม จูแอ บุตรสาวของผู้นำคิม ยังคงได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชน เนื่องจากเธอเริ่มเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของรัฐบ่อยขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าเธออาจเป็นทายาททางการเมือง ของคิม จองอึน ในอนาคต.